22 มิถุนายน 2562
41 K

จะมีอะไรสุขใจเท่าการนอนเอกเขนกกลางบ้านสวนติดริมแม่น้ำจันทบุรี ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติรอบทิศทาง ยิ่งกว่าระบบพลังเสียงเซอร์ราวด์! แถมเดินทางไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครก็ถึง ติดดินติดน้ำ บ้านพักเพียงหลังเดียวกลางสวนผลไม้ของสองสาว ชีวา และ ชาริณี แย้มบุญยิ่ง ที่เปิดให้ผู้มาเยือนได้ทดลองใช้ชีวิตแบบติดดินและติดน้ำ

ติดดินติดน้ำ บ้านพักไม้ริมแม่น้ำจันทบุรี

รถยนต์จอดสนิทหน้าบ้านสวน เราถือข้าวของขนาดนอนพักพอดี 1 คืนติดตัวลงมาด้วย แม้จะเลยเวลานัดหมาย แต่คุณพ่อและสองเจ้าบ้านก็ยืนยิ้มหวานรอต้อนรับพร้อมเสิร์ฟน้ำมังคุดทำเองให้พวกเราคนละแก้ว หอมมังคุด และเย็นชื่นใจเป็นที่สุด สัมผัสได้ถึงความเป็นกันเองหมือนมาพักบ้านตากอากาศของครอบครัว

ติดดินติดน้ำ : บ้านพักไม้ริมแม่น้ำจันทบุรีที่รับแขกแค่วันละกลุ่ม

ชีวาและชาริณีพาเราเดินผ่านสวนมังคุดไปยัง ‘บ้านชาน’ บ้านไม้หลังกะทัดรัดมีชานบ้านยื่นออกมาเลียบแม่น้ำ ชวนให้อยากตื่นเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่ง ส่วนบ่ายคล้อยก็ขอนอนเอกเขนกบนชานสารพัดประโยชน์ ตกเย็นนั่งมองวิถีชาวประมงพื้นบ้านออกเรือหากุ้งหาปลาตัวโตจากแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ แค่คิดก็อดใจรอให้ถึงเช้าอีกวันแทบไม่ไหว

ติดดินติดน้ำ : บ้านพักไม้ริมแม่น้ำจันทบุรีที่รับแขกแค่วันละกลุ่ม
ติดดินติดน้ำ : บ้านพักไม้ริมแม่น้ำจันทบุรีที่รับแขกแค่วันละกลุ่ม

  ก่อนสองสาวเจ้าบ้านจะกลับไปยังบ้านพัก เธอชวนเราล้อมวงนั่งสนทนาบริเวณชานบ้านขนาดกว้างด้วยบรรยากาศเรียบง่าย เสียงแมลงตัวเล็กส่งเสียงร้องราวนักดนตรีกำลังบรรเลงเพลงประจำตัว ธรรมดาแต่กลับอบอุ่น

ติดดินติดน้ำ : บ้านพักไม้ริมแม่น้ำจันทบุรีที่รับแขกแค่วันละกลุ่ม
ติดดินติดน้ำ : บ้านพักไม้ริมแม่น้ำจันทบุรีที่รับแขกแค่วันละกลุ่ม

“แม่เราเป็นคนจันทบุรี พอเกษียณอายุก็อยากกลับบ้าน เขาอยากสร้างบ้านใหม่ที่ไม่ใช่ที่เดิมของเขา ประจวบกับพ่อชอบน้ำอยู่แล้ว เขาหากันจนได้ที่ผืนนี้มา แล้วก็ปลูกบ้านอยู่กัน 2 คน เขาอยู่กัน 2 คนคงเหงามั้ง (หัวเราะ) ก็เลยถามเรากับน้องว่าอยากมาอยู่จันทบุรีหรือเปล่า ตอนนั้นเราก็ตอบตกลง เพราะคิดว่ามาอยู่คงไม่ยากหรอก” ชีวาเล่าความเดิม

แต่การกลับมาอยู่จันทบุรีไม่ได้สวยงามตามฝันวาด เพราะสองศรีพี่น้องเคยมาเมืองจันท์แค่ตอนปิดเทอม

เส้นทางและร้านรวงไม่ได้รู้จักหรือชำนาญมากนัก แต่ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ผลไม้พันธุ์ดี อากาศบริสุทธิ์ กลับทำให้ชีวาและชาริณีประทับใจจนลืมว่าการกลับบ้านมาเริ่มต้นและเรียนรู้สิ่งใหม่นั้นยากขนาดไหน

หลัง 2 สาวย้ายกลับมาบ้านได้สักพัก ต่างหางานทำตามถนัด จนวันหนึ่งมานั่งจับเข่าคุยกันว่า อยากทำกิจการบางอย่างที่เป็นของตัวเองร่วมกัน จนลงเอยเป็นที่พัก ส่วนหนึ่งมาจากเพื่อนพ้องของทั้ง 2 คน เวลามาพักบ้านสวนก็ลงความเห็นว่าชอบทั้งบรรยากาศและธรรมชาติรอบตัว แต่ถ้าแวะเวียนมาบ่อยก็เกรงใจ เธอและเธอเลยเปลี่ยนบ้านเป็นที่พักเอาใจผองเพื่อนและคนที่ชอบการพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัว สงบและผ่อนคลายท่ามกลางสวนผลไม้เขียวขจี

“บ้านเราไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็นที่พักตั้งแต่แรก เป็นเพียงบ้านอยู่อาศัย ตอนเริ่มทำเราปรับเอาห้องนอนของเรา 2 คนมารับแขก แล้วเราไปสร้างใหม่อยู่หลังถัดไป พอทำได้ประมาณ 3 ปี ก็สร้างบ้านชานขึ้นมาอีก 1 หลัง คุณพ่อเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด แต่ช่างรับเหมาหายากมากที่จะมาตอบสนองสิ่งที่อยู่ในหัวของพ่อ” ชาริณีเล่าด้วยรอยยิ้ม

ติดดินติดน้ำ บ้านพักไม้ริมแม่น้ำจันทบุรี

บ้านชานหลังสวยของคุณพ่อทำจากไม้ทั้งหลัง บริเวณชานบ้านกว้างขว้างติดริมแม่น้ำ เดินเพียงก้าวก็ถึงห้องนอนขนาด 2 คนกำลังพอดี ถ้ามากับแก๊งเพื่อนนอนกอดกันอบอุ่นได้มากถึง 5 คน ส่วนห้องน้ำอยู่ด้านนอก เปิดประตูห้องนอนเลี้ยวซ้ายเจอแน่นอน นอกจากชานบ้านที่ทำเราตกหลุมรัก บ้านชานยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดย่อมหลังบ้าน แก้ว จาน ชาม กระติกน้ำร้อนเตรียมไว้พร้อมใช้งาน แถมมังคุดกับลองกองให้ด้วยตะกร้าใหญ่ ถูกใจคนรักผลไม้เป็นที่สุด!

แม้ตอนเริ่มต้นทำกิจการที่พัก จังหวัดจันทบุรียังไม่เป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบเหมือนปัจจุบัน และอินเทอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ติดดินติดน้ำจึงถูกบอกต่อปากต่อปาก คล้ายทำการตลาดผ่านคำบอกเล่าของผู้มาเยือน

ติดดินติดน้ำ บ้านพักไม้ริมแม่น้ำจันทบุรี

“เราเริ่มทำติดดินติดน้ำด้วยการไม่คิดว่าเราจะโตไปเป็นโรงแรม เราทำกันเองไม่มีลูกจ้าง เพราะเราอยากให้แขกได้สัมผัสความเป็นธรรมชาติจากตัวเจ้าบ้านและธรรมชาติรอบตัว ลูกค้าของเราจึงเป็นกลุ่มเฉพาะ และเราไม่ได้อยากได้นักท่องเที่ยวเยอะ เหมือนเรามีบ้าน แล้วเปิดบ้านให้คนมาพักบ้านตากอากาศ ว่างเมื่อไหร่เขาก็มาได้เลย” ชีวาเล่าพร้อมบอกกับเราต่อว่า

ก่อนการจองจะต้องมีการพูดคุยเบื้องต้นผ่านกล่องข้อความเฟซบุ๊ก เพื่อให้เห็นภาพเดียวกัน เมื่อไหร่ผู้มาเยือนถามถึงกิจกรรมมันสุดเหวี่ยง ชีวาและชาริณีจะรู้ทันทีว่าเป็นสายแอดเวนเจอร์แน่นอน เธอจะแนะนำที่พักให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากกว่าแนะนำที่พักของพวกเธอเอง เพื่อความสุขใจของผู้มาเยือนและเจ้าบ้าน

หากถามว่าต้องตอบคำถามแบบไหนให้โดนใจเจ้าบ้าน สูตรลัดไม่มี เพียงตอบตามความจริง แต่ถ้าถามว่าติดดินติดน้ำเหมาะกับนักนอนเที่ยวแบบไหน ชาริณีเฉลยว่า “เราเป็นที่พักที่เน้นการพักผ่อนแบบ ‘ชาร์จพลัง’ ไม่ใช่ ‘ปล่อยพลัง’ กิจกรรมของเราแทบจะไม่มีอะไรเลย เน้นพักผ่อนเงียบๆ เหมาะกับคนที่อยู่กับตัวเองได้”

ติดดินติดน้ำ บ้านพักไม้ริมแม่น้ำจันทบุรี

แม้ติดดินติดน้ำจะเป็นบ้านพักแบบเน้นความสงบ แต่ก็ยังมีกิจกรรมใกล้ชิดธรรมชาติให้พอคลายกล้ามเนื้อจากความเหนื่อยล้า อย่างการนอนแช่น้ำให้สบายอุราริมแม่น้ำจันทบุรี พายเรือไล่ตามหาพระอาทิตย์ตกดินกลางคุ้งน้ำ สูดอากาศสดชื่นเดินชมสวนผลไม้หรือจะแปลงร่างเป็นชาวสวนจำเป็นเก็บมังคุดและเงาะสดๆ จากต้นก็ทำได้ มาถึงถิ่นแล้วต้องไปให้สุด!

เสียงพูดคุยของกลุ่มหญิงสาวบริเวณชานบ้านเริ่มลดระดับเสียงลง ชีวาและชาริณีขอตัวกลับบ้านไม่ไกลจากบ้านชานเพื่อให้เราพักผ่อน เธอแอบกระซิบกับเราว่า “พรุ่งนี้ขอให้ฟังเสียงระฆังให้ดี นั่นเป็นสัญญาณของอาหารมื้อเช้า”

เราล้มตัวลงนอนพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์เรือสลับดวงไฟวาบเล็กวาบใหญ่ นั่นเป็นสัญญาณของชาวประมงพื้นบ้านคนเก่งที่ขับเรือกลับไปนอนหลับฝันดีพร้อมกับกุ้งและปลาตัวโตจากความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำจันทบุรี

ฝันดี


ติดดินติดน้ำ

ที่อยู่ ตำบลมะขาม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี 22150
ติดต่อ 091 248 0502
Facebook : ติดดินติดน้ำ

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ที่พักหายใจ

คือคำที่เกิดขึ้นในความคิดหลังจากมา ‘บ้านกรอด้าย’ เกสต์เฮาส์เล็กๆ บนเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 

และไม่มีคำไหนจะเหมาะกับที่นี่ไปมากกว่านี้ เพราะความคิดที่แตกต่างของ อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์ ทำให้เธอและเขาตัดสินใจเปลี่ยนโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของครอบครัวบนเกาะเมืองอยุธยา เป็นเกสต์เฮาส์ที่ทำให้ผู้เข้าพักได้พบความสงบผ่านลมหายใจ และสงบมากพอที่ร่างกายและจิตใจได้หยุดพัก

อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์

อ้อ และ ป๊อน เป็นคู่รักที่ค้นพบความสงบผ่านแนวทางการเจริญสติและปฏิบัติธรรม เมื่อ 3 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ และกลับมาใช้ชีวิตสงบเรียบง่าย ด้วยการเปิดเกสต์เฮาส์ที่เมืองพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของอ้อ โดยนำหลักเจริญสติและปฏิบัติธรรมมาเป็นไอเดียหลักในการออกแบบที่พักของพวกเขาด้วย

“เราสองคนชอบเรื่องการปฏิบัติธรรม การเจริญสติ และต้องการใช้ชีวิตที่สงบ พอมีโอกาสกลับมาอยู่อยุธยา เราเลยอยากเลือกอาชีพที่ส่งเสริมกับแนวทางการปฏิบัติของเรา มองหาอาชีพที่ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ ไม่มีความซับซ้อนหรือมีกลยุทธ์อะไรมาก และมอบชีวิตที่เรียบง่ายให้กับเราได้ เลยเกิดความคิดที่จะทำเกสต์เฮาส์ขึ้นมา” 

ชายหนุ่มเริ่มต้นอธิบายจุดเริ่มต้นของบ้านกรอด้าย, เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของอยุธยา ซึ่งเคยผลิตผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นจำนวนมากภายใต้ตรา ‘สิงห์เดี่ยว’ ก่อตั้งโดย คุณยายสุมล สุขปรีชา

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เดิมเคยเป็นโรงทอผ้าของคุณยายอ้อค่ะ ตอนแรกโรงงานเคยตั้งอยู่ที่ตลาดหัวรอ ชื่อโรงงานทอผ้าไทย ต่อมาเขาไม่ให้มีเครื่องจักรอยู่ตรงนั้น เลยย้ายโรงงานมาตั้งที่นี่ตอน พ.ศ. 2497 แล้วก็จดทะเบียนชื่อ ห้างหุ้นส่วนสุมลการทออยุธยา เป็นชื่อของคุณยายอ้อเอง ต่อมาทางจังหวัดประกาศห้ามไม่ให้ใช้สารเคมีย้อมผ้าบนตัวเกาะ ตัวโรงงานก็เลยต้องย้ายอีก

“คราวนี้ย้ายไปอยู่ที่ตลาดแกรนด์ พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บไม้และเก็บของต่างๆ จนช่วงประมาณ พ.ศ. 2538 ธุรกิจทอผ้าที่อยุธยาเริ่มซบเซา เพราะการนำเข้าผ้ามีราคาถูกกว่า หลายโรงงานก็เริ่มปิดตัว รวมถึงโรงงานของเราด้วย พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บของที่ถูกปล่อยรกร้างเกือบยี่สิบปี”

“ตอนอ้อยังเด็กก็เข้ามาช่วยงานคุณยายที่โรงงานบ่อยๆ คอยเป็นเด็กกรอด้าย ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วไพเราะดีนะ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อเกสต์เฮาส์ว่าบ้านกรอด้าย” อ้อเล่าความทรงจำของเธอต่อสถานที่นี่ให้ฟัง 

จนกระทั่งทั้งคู่นำไอเดียของบ้านกรอด้ายไปปรึกษากับสถาปนิก

“คอนเซปต์ใหญ่ๆ คือเราต้องการให้ที่นี่โปร่ง สบาย ประหยัดพลังงาน เป็นบ้านที่มีใต้ถุนสูง เพื่อใช้พื้นที่ด้านล่างปฏิบัติธรรม โดยสถานที่ก็ช่วยส่งเสริมการปฏิบัติธรรมด้วยงบเท่าที่เรามี” ป๊อนส่งไอเดียออกแบบให้สถาปนิก

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ในที่สุดความคิดของพวกเขาก็แปลงร่างให้กลายเป็นความจริง

บ้านกรอด้ายเป็นอาคารยกสูงสีขาวสะอาดตา เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินเข้ามาข้างใน เราจะพบกับพื้นที่สีเขียวสงบกลางอาคารรูปทรงตัว L โดยมีบ้านไม้หลังเก่าตั้งอยู่ด้านในสุดของสวน หากตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี เราจะค่อยๆ ได้ยินเสียงน้ำไหล ประกอบกับเสียงนกนานาพันธุ์ที่ขับร้องอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ชนิดต่างๆ และหากลองตั้งใจสังเกตลมหายใจให้ดี เราจะค่อยๆ พบกับกลิ่นหอมบางๆ ของดอกชมนาดที่ปลูกไว้ในสวน ส่งกลิ่นหอมให้ชื่นหัวใจ

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เพราะผมเคยบวชมาก่อน ผมเลยพอจะเข้าใจว่าบรรยากาศแบบไหนเอื้อให้เกิดความสงบ ส่งเสริมการเจริญสติ ซึ่งส่วนตัวเราชอบฟังเสียงน้ำ ไม่จำเป็นต้องเห็นแม่น้ำหรือตัวน้ำก็ได้ ขอแค่ได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกสงบลงได้ ส่วนสีเขียวก็ช่วยให้เกิดความสงบ เลยทำให้มีจุดที่มองออกจากตัวอาคารแล้วเห็นสวน ได้เจอกับสีเขียวของต้นไม้ บริเวณสวนตรงกลางเราก็ทำทางไว้เดินจงกรม เราตั้งใจให้ทางเดินเป็นดิน เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่า

“สังเกตว่าที่นี่มีความโปร่ง นอกจากช่วยให้ลมพัดเย็นสบายแล้ว ยังทำให้พื้นที่ไม่ดูแน่นหรือวุ่นวายจนเกินไป ของบางอย่างที่วางชิดกัน ถ้าเราวางแยกให้มันเกิดพื้นที่ว่างระหว่างกัน มันก็เกิดเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง เราเลยพยายามให้ที่นี่มีพื้นที่ว่างค่อนข้างเยอะ” ป๊อนค่อยๆ อธิบายอย่างใจเย็น ขณะพาเราเดินชมส่วนต่างๆ ของเกสต์เฮาส์

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ด้วยความที่แต่เดิม สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโกดังเก็บไม้และของเก่าจากโรงงานมาก่อน ไม้และของหลายอย่างที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้างก็ถูกนำออกมาใช้ เหมือนชุบชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นความทรงจำที่เคยซ่อนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มาก่อน เราเลยได้เห็นป้ายของโรงงานทอผ้าในยุคต่างๆ นำมาแขวนประดับบนผนัง แถมตัวผนังก็เกิดจากการนำไม้ที่ใช้กับเครื่องสืบผ้า ซึ่งมีรอยบากให้แหว่งเป็นช่องสำหรับเส้นด้าย นำมาวางเรียงจนเกิดเป็นแพตเทิร์นสวยงาม แผ่นไม้ต่างๆ ที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้าง ก็นำมาประกอบเป็นตั่งและเป็นพื้นทางเดินต่างๆ ภายในเกสต์เฮาส์

“ตอนแรกเราและสถาปนิกอยากเก็บโครงสร้างเดิม เพื่อคงความเป็นโรงงานทอผ้าเอาไว้ แต่พอเข้ามาดูโครงสร้างแล้วทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะโครงสร้างเริ่มเก่าจนผุ รับน้ำหนักไม่ไหว เลยตัดสินใจเก็บไว้บางส่วน เช่น แนวเสาต่างๆ รวมถึงบ้านไม้ในสวนที่เราทำเป็นห้องพระ หรือ ‘ห้องไม่ปรุงแต่ง’ เพื่อให้คนเข้ามานั่งสมาธิหรือใช้พื้นที่สงบ 

“เดิมบ้านไม้หลังนั้นเคยเป็นที่พักคนงาน หน้าต่างที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นก็เป็นของเดิม แต่ก็มีบางบานที่เราต้องใช้ของใหม่เพิ่มเข้าไป เพื่อช่วยเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง” ชายหนุ่มเล่าการทำงานร่วมกับสถาปนิก

บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้ายมีห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักสำหรับ 2 คน จำนวน 4 ห้อง เลือกได้ทั้ง Twin Beds และ Double Bed ส่วนห้องพักครอบครัว สำหรับ 4 คน จำนวน 2 ห้อง ซึ่งทั้งหมดอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร 

แต่ละห้องมีชื่อของตัวเองที่ป๊อนและอ้อตั้งใจตั้งชื่อเอาไว้

“เราตั้งชื่อห้องเรียงไปตั้งแต่ Peacefulness, Joyfulness, Happiness, Emptiness, Mindfulness และ Awareness” อ้ออธิบาย ก่อนป๊อนช่วยเสริม “คนที่เคยเจริญสติรู้ดีว่าการเจริญสติใหม่ๆ จะได้ความรู้สึกสงบก่อน แล้วเกิดความปีติ เกิดความสุขจากความว่าง เริ่มเกิดสติและความรู้ตัว ชื่อเหล่านี้เป็นลำดับการรับรู้จากการเจริญสติครับ”

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

นอกจากชื่อห้อง เรายังสังเกตว่าตามจุดต่างๆ ของบ้านกรอด้ายมีป้ายตัวอักษรที่มีกิมมิกน่ารักๆ ให้คนได้มีสติกับตัวเองผ่านลมหายใจ อย่างป้าย Breath Refill Here เป็นเหมือนจุดเติมลมหายใจ หรือตรงขั้นบันไดก่อนเดินเข้าห้องพักติดตัวอักษร Breath & Mind The Step ให้คนได้หยุดหายใจและมีสติกับตัวเอง ณ ขณะนั้น

ทุกรายละเอียดของทุกอย่างภายในบ้านกรอด้ายล้วนได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจ เพื่อให้ผู้มาพักได้หยุดอยู่กับลมหายใจตัวเอง และขณะที่เรากำลังพูดคุยกับอ้อและป๊อน จู่ๆ ก็มีเสียงระฆังไพเราะดังขึ้นเป็นเวลาชั่วครู่

เราทั้งหมดหยุดฟัง

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“เราได้ไอเดียจากหมู่บ้านพลัมครับ ที่นั่นทุกๆ สิบห้านาทีจะมีเสียงระฆังดัง ให้เราหยุดสิ่งที่ทำ เพื่อเตือนให้ตัวเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ พอเสียงจบก็ค่อยกลับมาทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อ” ป๊อนเล่าที่มาให้ฟังหลังสิ้นเสียงระฆัง

ภายในห้องพักก็มีการออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสงบเช่นเดียวกัน 

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทุกห้องภายในบ้านกรอด้ายไม่มีโทรทัศน์เลยสักห้อง รวมถึงตู้เย็นก็เช่นกัน

“เหตุผลที่เราไม่มีตู้เย็นให้ในห้อง เพราะเราอยากให้ที่นี่มีความรู้สึกของบ้าน เราเลยวางตู้เย็นไว้ใต้ถุน ให้เกิดความรู้สึกการแบ่งปัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ภายในห้อง เราอยากให้มีการเดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขนมกับกาแฟที่วางไว้ตรงส่วนกลาง เราก็ให้ทุกคนที่มาพักหยิบทานได้ตลอด โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ บางทีก็มีน้ำผลไม้และน้ำผักที่อ้อทำมาวางไว้ หรือใครที่รู้สึกอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ ก็นำมาวางด้วยกันได้ 

“ส่วนของส่วนตัวที่ผู้พักต้องการนำมาแช่ในตู้เย็น เราก็มีสติกเกอร์แปะเลขห้องแยกไว้ให้ด้วยค่ะ อาหารของที่นี่เราจะซื้อจากร้านในอยุธยา เพราะเราพยายามแนะนำร้านดีๆ ของคนท้องถิ่นให้ผู้มาพักได้รู้จัก และลองไปทานด้วยตัวเองเมื่อมีโอกาส” อ้ออธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“ก่อนจะเปิดเกสต์เฮาส์ เรามีโอกาสเข้าไปขอคำปรึกษากับ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ถ้าเราจะทำธุรกิจอย่างนี้เราควรวางใจยังไง ท่านก็กรุณาแนะนำว่า หากเราปรารถนาให้คนมาที่นี่แล้วเกิดความสุข ทุกอย่างก็จะดีเอง เราก็จะโฟกัสกับความสุขของคนที่มาพัก ไม่ใช่โฟกัสว่าเราจะได้เงินจากเขาเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่โฟกัสที่ความสุขของเขาอย่างเดียวจนตัวเราต้องทุกข์ใจ ก็ไม่ใช่นะครับ ตัวเราต้องมีความสุขก่อนด้วย เราถึงจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ 

“เราต้องรักษาความสุขของเราไว้ด้วย เลยเป็นที่มาของคอนเซปต์การให้บริการของที่นี่ และที่นี่ไม่มีคนแปลกหน้า มีแต่กัลยาณมิตร สำหรับผมและอ้อ เรามองทุกคนที่มาที่นี่เป็นเพื่อน ทุกครั้งที่มีคนมาพัก เราเหมือนได้เพื่อนใหม่ครับ เขาเองก็รู้สึกเหมือนกันกับเรา 

“เด็กบางคนที่มาพักกับครอบครัวอยู่กันห้าถึงหกวัน บางคนเอาเกมมานั่งเล่นกับเรา พอจะกลับเขายกให้เราเลย บางคนช่วยงานแม่บ้านก็มีนะครับ ช่วยยกของต่างๆ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ หลังจากเขากลับไปแล้ว บางคนก็ยังติดต่อกันตลอดเหมือนเพื่อน” ป๊อนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนอ้อจะช่วยเสริม “บางคนส่งเมล็ดดอกไม้มาให้เราปลูกด้วย เราก็ไม่น้อยหน้า ส่งเมล็ดผักกลับไปให้เขาปลูกบ้าง” เจ้าบ้านหัวเราะอารมณ์ดี

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“แม้ว่าทุกๆ อย่างของที่นี่จะเกี่ยวข้องกับการเจริญสติ แต่เราก็ไม่ได้บังคับให้ผู้ที่มาพักต้องทำตามทุกคนนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่เขาเข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกสบายใจ การเจริญสติเบื้องต้นก็คือความสงบ แต่โจทย์ของมันจริงๆ คือการยอมรับในทุกๆ สถานการณ์ เพราะชีวิตจริงมีขึ้นมีลง ไม่ต่างอะไรกับธรรมชาติที่มีฝนตก มีแดดออก ซึ่งหลายอย่างเราก็ไม่อาจควบคุมได้ แต่เราสามารถกลับมาอยู่กับลมหายใจ เห็นความคิดของตัวเราเอง จะช่วยให้เรารู้สึกสงบลง ช่วยให้เรามองเห็นชัดขึ้น และเราหวังว่าคนที่มาพักกับเรา เขากลับจากบ้านกรอด้ายไป เขาจะเกิดความสบายใจ และใช้ชีวิตข้างหน้าต่อไปได้ดียิ่งขึ้น” ป๊อนพูดทิ้งท้าย ขณะเขาและอ้อเดินมาส่งเรากลับด้วยรอยยิ้ม

การค้นพบที่พักหายใจ ทำให้เราสงบลงและมีกำลังใจมากขึ้นกับการใช้ชีวิตในลมหายใจต่อๆ ไปเช่นกัน

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้าย

ที่ตั้ง : 23/5 ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครพระนครศรีอยุธยา 13000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6771 7177

*บ้านกรอด้ายจัดกิจกรรมเจริญสติที่เกสต์เฮาส์ด้วย สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาลองปฏิบัติกันได้ ติดตามรายละเอียดและการสมัครได้ทาง Facrbook : บ้านกรอด้าย

Writer & Photographer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load