แกงหมูชะมวง มัสมั่นทุเรียน ถั่วฝักยาวผัดกะปิกุ้งแห้ง

ยำมังคุด สละลอยแก้ว และไอศกรีมส้มมะปี๊ด

ถ้าถามถึงของดีเมืองจันท์ ฉันจะมีคำตอบในใจอยู่ 2 อย่าง หนึ่งคือ ชุมชนริมน้ำจันทบูร ชุมชนซึ่งเต็มไปด้วยตึกแถวเก่าแก่ที่มีชีวิตเพราะยังมีคนอาศัยอยู่จริง ส่วนสองคือ ‘จันทรโภชนา’ ร้านอาหารในชุมชนแห่งนี้ ที่มัดใจฉันไว้ด้วยรสชาติแสนอร่อยไม่ซ้ำใคร เพียงกินแค่ครั้งเดียว ลิ้นก็จดจำความกลมกล่อมได้แม่น จนอยากกลับไปจันทบุรีทุกครั้งที่มีโอกาส

จันทรโภชนา

จันทรโภชนา

ร้านจันทรโภชนาถือกำเนิดจากฝีมือการทำอาหารระดับพระกาฬของ คุณแม่ละออง วงษ์ทองสาลี และ คุณน้าไพจิตต์ วนานันท์ ก่อนต่อยอดจนโดดเด่นได้ด้วยการวางแผนอย่างละเอียดอ่อนของ อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ทายาทรุ่นสองผู้เป็นเจ้าของกิจการคนปัจจุบัน ซึ่งควบตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียน ‘พอแล้วดี the Creator’ ห้องเรียนหลักการบริหารธุรกิจด้วยปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม และจันทรโภชนาก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างเชิงปฏิบัติของธุรกิจร้านอาหาร

ความพอเพียงช่วยยกระดับจันทรโภชนาให้เป็นมากกว่าแค่ร้านอาหารที่อร่อย แต่มีคุณค่าส่งผลถึงชุมชนรอบด้าน เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิตเข้มแข็งขึ้น

ร้านอาหารดีๆ แบบนี้นำบทเรียนเรื่องความพอดีมาปรับใช้อย่างไรบ้าง ไปฟังกัน

จันทรโภชนา

01

ร้านอาหารที่เติบโตไปพร้อมชุมชน

จุดเริ่มต้นของทุกอย่างมาจากเมื่อเกือบ 9 ปีที่แล้ว อุกฤษฏ์ตัดสินใจลาออกจากงานในวงการโฆษณา แล้วกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดจันทบุรี

เขาพบกลิ่นอายของบ้านเกิดที่เคยหลงลืมไป และอยากนำองค์ความรู้ที่ตนเองสั่งสมจากการทำงานครีเอทีฟมาพัฒนาร้านอาหารของครอบครัวดูบ้าง ซึ่งเมื่อลองมองดูให้ดี เขาคิดว่าควรมองให้ไกลกว่าการทำธุรกิจเดียวโดดๆ แต่ครอบคลุมไปถึงชุมชนริมน้ำจันทบูรโดยรวมด้วย

เพราะการพัฒนาไปพร้อมกันน่าจะช่วยให้ทั้งชุมชนและร้านยั่งยืนกว่า แก่นของร้านจันทรโภชนาจึงวางไว้สอดคล้องอย่างพอดีกับแก่นของชุมชน ซึ่งได้แก่ความเป็นเมืองเก่าที่งดงามอย่างดั้งเดิม แต่ก็มีพื้นที่ว่างมากพอให้เกิดการต่อยอดเพื่อเติบโตได้ รวมถึงการเป็นแหล่งผลไม้ประจำชาติแสนอร่อย

สิ่งที่จันทรโภชนาสังเคราะห์ออกมาจากความเป็น ‘จันท์’ คือการเพิ่มคุณค่าความเป็นท้องถิ่นผ่านอาหาร อุกฤษฏ์อธิบายว่า “เราอยู่ในธุรกิจอาหาร เราก็อยากจับอาหารนี่แหละมาเป็นตัวชูโรงให้คนรู้จักจันทบุรีมากขึ้น โดยหวังว่าถ้าร้านเราเติบโต เหล่าเขียงหมูและร้านขายปลาที่แม่พี่เคยซื้อ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นก็ต้องเติบโตไปกับเราด้วย”

เมื่อธุรกิจรู้จุดเด่นของตัวเอง มีเป้าหมายชัดเจนแล้ว ก็พร้อมออกเดินทาง

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

02

การวางแผนที่ต่อเนื่องมาจากปณิธานตั้งต้น

การวางแผนธุรกิจที่ดี คือการเลือกถนนหนทางที่ใช่ โดยมีแนวคิดที่ตั้งไว้เป็นคล้ายเข็มทิศ ชี้ว่าควรทำสิ่งใด และตัดสินใจอย่างไร

ที่ร้านจันทรโภชนา อุกฤษฏ์ให้ความสำคัญกับเรื่องการเลือกวัตถุดิบมากที่สุด ซึ่งการเป็นร้านอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงกว้างไกล ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายเข้ามาติดต่อ แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธ และนำชื่อเสียงที่มีไปเล่าให้ผู้ผลิตรายเล็กในท้องถิ่นฟัง เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ผลิตรายเล็กหมั่นพัฒนาตัวเอง เช่น เขียงหมูต้องใช้หมูที่ได้มาตรฐานมากขึ้น ร้านขายปลาต้องมีเฉพาะปลาตามฤดูกาลเท่านั้น ร้านผักต้องหันมาปลูกผักอินทรีย์ ผลที่ออกมาจึงดีกับทั้งร้านและชุมชน เพราะธุรกิจก็มีความเฉพาะตัว ส่วนชุมชนก็ได้พัฒนา

อีกด้านหนึ่ง กลยุทธ์ในการเติบโตของร้านก็ต้องเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลด้วย สะท้อนจุดยืนของร้านที่มาจากแก่นที่อุกฤษฏ์ตั้งไว้ “ธุรกิจไม่ได้เติบโตที่ขนาด แต่เติบโตที่การเพิ่มคุณค่าท้องถิ่นให้เปล่งปลั่งมากขึ้น จันทรโภชนาจะไม่เอาเสน่ห์ออกไปเดินทางไกล แต่อยากให้คนมาเจอเสน่ห์ของเมืองจันท์ที่ร้านมากกว่า”

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

03

ใช้ความรู้ช่วยให้บรรลุเป้าหมาย

ในธุรกิจร้านอาหาร สิ่งที่สร้างการแข่งขันและชี้วัดความอยู่รอดที่สำคัญคือ ความรู้ด้านการทำอาหาร ซึ่งสำหรับจันทรโภชนาที่ใช้กลิ่นอายของท้องถิ่นเป็นแก่นของร้าน อุกฤษฏ์บอกว่ามากกว่ารสชาติอาหาร ความรู้ที่สำคัญคือความรู้จริงเกี่ยวกับวัตถุดิบท้องถิ่นและความคิดสร้างสรรค์พลิกแพลงวัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้มา ประยุกต์อย่างไรให้ออกมาถูกปากจนทุกคนติดใจ บางวัตถุดิบอร่อยมากอยู่แล้ว อย่างชะมวงหรือทุเรียน ทำอย่างไรให้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก หรือแม้แต่ในวัตถุดิบที่ไม่ถูกปาก การรู้จักธรรมชาติจะช่วยรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ออกมาได้มากมาย

“ตอนนี้เรากำลังจะเปิดร้านกาแฟด้วย แทนที่จะไปซื้อกาแฟดังๆ จากมาดากัสการ์ เราซื้อกาแฟอาราบิก้าจากเขาสอยดาว และโรบัสต้าในท้องถิ่นมา ถ้าชงดื่มไม่อร่อย เราก็ทำเป็นอย่างอื่น เช่น กรานิต้ากินกับไอศครีมกะทิ หรือเราอยากขายขนมปัง เราก็จะทำยีสต์จากผลไม้เมืองร้อนอบแห้ง เช่น มะละกอ สับปะรด ลำไย ที่ปลูกในเมืองจันท์นี่เอง” อุกฤษฏ์ยกตัวอย่างให้ฟัง

นอกจากจะทำให้เมนูของที่นี่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ยังสร้างมาตรฐานความอร่อยให้กับเมนูหน้าตาสวยและมีเรื่องราวเล่านี้ ชวนให้เราอยากกลับมากินอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

จันทรโภชนา จันทรโภชนา จันทรโภชนา

04

การให้เกียรติก่อให้เกิดภูมิคุ้มกัน

“ก๋งสอนแม่ไว้ว่า การมีเพื่อนบ้านที่ดี เหมือนมีกำแพงแก้วคุ้มครอง” อุกฤษฏ์ทวนสำนวนเก่าที่นำมาใช้ได้แม้กับโลกยุคใหม่ เขามองว่าการให้เกียรติชุมชนรอบด้านเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากธุรกิจช่วยเกื้อกูลชุมชนด้วยความถ่อมตัว เมื่อถึงวันที่ธุรกิจต้องเผชิญมรสุม ชุมชนก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยประคับประคองเป็นการตอบแทน

ความเคารพที่อุกฤษฏ์มีต่อชุมชน สะท้อนผ่านการสื่อสารพูดคุยกับบ้านแต่ละหลังในชุมชนด้วยตัวเอง เขาเล่าขำๆ ว่าตัวเองแทบจะเป็นเหมือน สสส. ที่ไล่แวะทักทายคุณลุงคุณป้าไปตามบ้าน เพื่อพูดคุย รับฟัง และยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน โดยที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ทุกคนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน และรับรู้ถึงความมุ่งมั่นแต่นอบน้อมของร้านจันทรโภชนา ไม่ใช่ในฐานะจุดเด่นชุมชนริมน้ำฯ แต่ในฐานะผู้นำของคนรักชุมชนริมน้ำฯ

นอกจากชุมชนแล้ว อุกฤษฏ์ยังให้ความสำคัญกับการให้เกียรติธรรมชาติร่วมด้วย

เพราะจันทรโภชนาเป็นธุรกิจร้านอาหารที่มีผักและผลไม้เป็นทรัพยากรสำคัญ ร้านจึงต้องบริหารทรัพยากรเหล่านี้ให้ดีเพื่อรักษาธุรกิจให้แข็งแรงมั่นคง ซึ่งเขาบอกว่าการบริหารให้ดีจำเป็นต้องให้ธรรมชาติช่วย นั่นคือ ต้องหมั่นสังเกตความเป็นไปในสิ่งแวดล้อม ว่าช่วงไหนที่ธรรมชาติจะออกพืชผลอร่อย แล้วเลือกใช้วัตถุดิบตามนั้น

“เมนูส้มตำทุเรียนและมัสมั่นทุเรียนของเรา เกิดมาจากช่วงที่ทุเรียนถูกมาก จนวันหนึ่งกลายเป็นเป็นเมนูจานดังของร้าน ที่คนมากินเยอะและก็อยากจะกินตลอดปี แต่เราทำไม่ได้ ผลผลิตที่อร่อยที่สุดต้องมาอย่างเป็นธรรมชาติ การใช้ผลผลิตนอกฤดู ทำอย่างไรความอร่อยก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ช่วงนอกฤดูทุเรียน เราจะนำเสนอเมนูอื่นมาทดแทน ซึ่งแฟนประจำของร้านก็จะกินได้ไม่มีวันเบื่อ” อุกฤษฏ์เล่า

จันทรโภชนาทำให้เรานึกถึงธุรกิจที่ปรับตัวตามสภาพอากาศ หมายความว่าแม้ในวันที่ไม่มีวัตถุดิบหนึ่ง ก็จะยังอยู่ได้ เพราะมีวัตถุดิบอื่นแทน

จันทรโภชนา จันทรโภชนา

05

ในทุกขั้นตอนต้องมีความสมดุล

ตลอดช่วงเวลาที่พูดคุยกันอุกฤษฏ์มักจะพูดถึงความสมดุลอยู่เสมอ

“ความสมดุล ไม่ได้หมายความว่าขวาซ้ายจะต้องเท่ากัน ขวาอาจมากกว่า ซ้ายอาจมากกว่า ถ้าเรารู้จักที่จะเร่งตอนที่ควรเร่ง และหยุดตอนที่ควรหยุด ชีวิตก็จะไปถูกทาง” อาจารย์ใหญ่ของห้องเรียน ‘พอแล้วดี The Creator’ บอกเรา

ความสมดุลของจันทรโภชนาเห็นได้ชัดจากเมนูอาหาร ร้านไม่ได้ทำอาหารทุกประเภท แต่ทำเพียงอาหารบ้านๆ แบบที่ร้านถนัด เมื่อรู้สมดุลของร้านตัวเองแล้ว ก็จะรู้จุดที่ควรพอ และเหลือพื้นที่ให้ธุรกิจอื่นๆ ได้เติบโตด้วย หากอยากกินอาหารประเภทอื่น เช่น ก๋วยเตี๋ยวหรือส้มตำ ก็มีร้านในจันทบุรีอีกมากมายที่อุกฤษฏ์อยากแนะนำให้คนต่างถิ่นแวะไปลองชิมนอกเหนือจากการมาอุดหนุนที่ร้านจันทรโภชนา

“เรามักจะบอกพนักงานในร้านเสมอว่า ให้ทำตัวเป็นทูตสันถวไมตรี เพราะคนมาร้านเราเยอะกว่าไปศูนย์ท่องเที่ยวจังหวัดอีก ถ้าลูกค้าอยากรู้อะไรเราเลยต้องไปหาคำตอบมาให้ได้ ข้างโทรศัพท์ของร้านจะมีลิสท์ร้านอาหารกับโรงแรม พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ถ้าใครโทรมาจองตอนร้านเราเต็ม จะแนะนำได้ทันทีว่าให้ไปร้านนี้ โรงแรมนั้นแทน” อุกฤษฏ์เล่าด้วยความภูมิใจ

จันทรโภชนา

06

ความพอเพียงเปลี่ยนชีวิต

เมื่อเราชวนให้อุกฤษฏ์จินตนาการถึงโลกที่จันทรโภชนาไม่ได้นำความพอแล้วดีมาใช้ เขาตอบว่า “ถ้าเราไม่ได้ใช้หลักการเศรษฐกิจพอเพียงกับร้าน เราก็คงเป็นแค่ร้านทั่วไปอีกร้านหนึ่ง เราอาจจะมีเมนูอะไรมากมายไปหมด และเผลอทำสิ่งที่ไม่ได้เป็นตัวเรา”

ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ชุมชนจันทบูรเป็นชุมชนอบอุ่นมีเอกลักษณ์ที่ใครๆ ก็พูดถึงและอยากแวะเวียนมา พร้อมกับร้านจันทรโภชนาที่อยู่ได้อย่างมั่นคง แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ให้แตกหน่อต่อยอดพัฒนาอีกมากมาย

เพราะความสุขที่เขาได้รับจากการใช้แนวคิดความพอเพียงกับร้านอาหารของครอบครัว ทำให้อุกฤษฏ์อยากเผยแพร่เรื่องราวความพอแล้วดี ไม่ว่าจะผ่านการบอกเล่า หรือผ่านการพามาเรียนรู้ เผื่อใครที่ผ่านไปผ่านมาจะได้นำบางส่วนของแนวคิดนี้ไปใช้ ทั้งกับธุรกิจ และกับชีวิตของตัวเองด้วย

ให้เกิดความสุขจากการพอเพียงกันโดยถ้วนหน้า

จันทรโภชนา

จันทรโภชนา

ประเภท: ธุรกิจร้านอาหาร
ที่ตั้ง: 86/20 ถนนมหาราช ตำบลตลาด อำเภอเมืองฯ จังหวัดจันทบุรี 22000
เจ้าของกิจการ: อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี
Facebook: Chanthornrestaurant
โทร: 039 327 179

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

พอแล้วดี

วิธีคิดและทำธุรกิจสร้างสรรค์อย่างพอแล้วดี

เมื่อกลางปี The Cloud ชวนคนอ่านไปทำความรู้จักกับกิจการมากหน้าหลายครามในงาน ‘สกลเฮ็ด’

เรากลับไปเยือนสกลนครอีกครั้ง แม่นแล้วคราฟต์! สองเท้าของเรากำลังเดินตรงไปหาร้านผ้าทอย้อมสีธรรมชาติแบรนด์Mann Craft’ ของ แมน-ปราชญ์ นิยมค้า คนรุ่นใหม่ผู้ปลุกชีพต้นครามแห่งเมืองสกลฯ ให้งอกงามขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อชวนหนุ่มอีสานเว้าถึงครามรัก หรือความรักที่มีต่อครามตลอดจนการต่อยอดหัตถกรรมอีสานศิลป์

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แมนเป็นหนุ่มสกลนครโดยกำเนิด แต่เข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ มีโอกาสกลับบ้านบ้างบางครั้งบางครา หลังเรียบจบปริญญาโทด้านการออกแบบเขาประกอบอาชีพเป็นครีเอทีฟรายการกีฬาอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งคุณแม่ไม่สบาย เขาจึงถือโอกาสกลับสกลนครมาดูแลคุณแม่อย่างจริงจัง

เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาอยากทำงานสร้างสรรค์ตามถนัด แมนเริ่มมองหาสิ่งที่เป็นไปได้ในเมืองขนาดเล็กของภาคอีสาน และพบว่าหัตถกรรมดั้งเดิมอย่างการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติภายใต้แนวความคิด ‘สืบสาน สร้างสรรค์ อีสานศิลป์’ ของเขาตอบโจทย์และโดนใจ

“เราอยู่ในสกลฯ เป็นคนสกลฯ เราอยากจะสร้างคุณค่าให้กับชุมชน สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เรามี เป็นโอกาสดีที่เราจะทำให้ศิลปะของอีสานหรือสกลนครเป็นที่รู้จักมากขึ้น”

เส้นทางสีครามของ Mann Craft จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

01

เริ่มต้นด้วยความรักที่มีต่อคราม

ในปีแรกของการกลับบ้าน แมนหมายมั่นจะพาของดีเมืองสกลฯ จากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างเครื่องจักสาน เสื่อทอมือ เครื่องปั้นดินเผา ไปอวดสายตาชาวโลกผ่านการติดต่อกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แต่เขากลับพบความเป็นจริงว่าลูกค้าทั้งไทยและเทศชื่นชอบงานผ้ามากกว่า แมนจึงเลือกตัดสิ่งที่เป็นไปได้ยากออกและเริ่มมองหาสิ่งที่เขารัก รักจนอยากจะนำมาประกอบเป็นอาชีพ

การออกแบบ ศิลปะ และงานหัตกรรม คือสิ่งที่แมนรัก

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“เราสนใจการทอผ้าและการย้อมสีธรรมชาติของอีสานศิลป์  อยากจะสืบสานแล้วก็สร้างสรรค์ เอางานทักษะดั้งเดิมมาปรับรสชาติใหม่ตามรสนิยมของเรา นอกจากเรื่องความชอบส่วนตัว เราดูความต้องการของตลาดด้วย จะเห็นว่าเราทำงานแบบไม่ตามเทรนด์นะ แม้เราดูหนังสือแฟชั่น ดูนิตยสาร ดูอินสตาแกรม เราดูเพราะเราชอบ แต่ไม่ได้ดูเพื่อจะมาทำตามแบบใคร เราดูเพื่อที่จะไม่ทำเหมือนเขาเพราะงานหัตถกรรมของเราเน้นความคลาสสิก”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แนวทางของแมน งานคราฟต์คือ Wearable Art หรืองานศิลปะบนผืนผ้า ที่ตัวผู้สวมใส่มีส่วนร่วมในการผลิต แถมยังหยิบมาใช้กี่ปีก็ไม่มีตกยุค อาทิ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าแขวนผนัง และสารพัดผ้าอเนกประสงค์จากการทอมือและย้อมสีธรรมชาติ

“ครามเป็นสีแห่งความสุข น้อยคนมากที่เห็นสีครามแล้วจะไม่ตกหลุมรัก” ไม่บอกก็รู้ว่าแมนตกหลุมรักสีครามเข้าขั้นไหน สังเกตจากแววตาเป็นประกายและสีสันจากธรรมชาติบนผืนผ้าคละขนาดภายในร้านมากกว่าครึ่งล้วนมาจากครามหลากเฉดสี

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

02

ต้องศึกษาหาความรู้เพื่อจะให้ความรู้

ครอบครัวของแมนรับราชการ แน่นอนว่าทอผ้าและย้อมสีเป็นสิ่งไม่ถนัด แต่ชายหนุ่มมือเปื้อนครามมองว่าเป็นข้อดี เพราะสิ่งนี้จะทำให้เขากระโดดออกนอกกรอบได้อย่างเต็มที่ งานของแมนจึงไม่มีสูตรสำเร็จ แถมการเสาะหาความรู้และเทคนิคใหม่ๆ นำกลับมาทดลอง ยังเป็นความท้าทายของเขา

มือครามทดลองเริ่มจากไปหาย่ายายคนเก่งประจำชุมชนเพื่อเรียนรู้กระบวนการย้อมครามและสีจากธรรมชาติแบบดั้งเดิมใหม่ตั้งแต่ต้น หากสังเกตครามทั่วไปหลังย้อมแล้วจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่เอกลักษณ์ของ Mann Craft จะเป็นครามสีอ่อน และไล่เฉดสีคราม ซึ่งแมนทำได้มากสุดถึง 52 เฉดสี จากการทดลองเขายังนำครามมาสกัดเป็นหมึกสำหรับเพนต์ลงไปบนผืนผ้าอีกด้วย

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

ผ่านทักษะการย้อม แมนลุยต่อกับทักษะทอผ้า แมนลงลึกเรียนรู้กับช่างทอในชุมชน ขับรถจากสกลฯ ไปเรียนถึงทองหล่อก็ทำมาแล้ว เพื่อจะได้รู้โครงสร้างของผ้า เส้นยืน เส้นพุ่ง และส่วนประกอบของอุปกรณ์ทอผ้า แล้วนำข้อมูลกลับมาสื่อสารกับช่างทอขาประจำของ Mann Craft เพื่อที่จะได้คุยภาษาเดียวกัน และทำงานกันอย่างเข้าใจและราบรื่น

หลังจากจบหลักสูตรทอผ้าและย้อมสี นักครามทดลองอย่างแมนยังเชื่อว่ายังมีองค์ความรู้อีกมากที่จำเป็น เขาจึงตัดสินใจบินตรงไปแดนอาทิตย์อุทัย เพื่อเรียนกระบวนการพิมพ์ภาพแบบญี่ปุ่นกับคุณแม่ของเพื่อนซึ่งเป็นศิลปินย้อมกิโมโนจากสีธรรมชาติ หรือบางครั้งแมน ผู้มีโอกาสไปเป็นคุณครูสอนไกลถึงอินเดีย ก็ถือโอกาสเป็นนักเรียนไปด้วยในคราเดียว

“เราอาจจะเป็นตัวอย่างของคนทำงานหัตถกรรมรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ แต่เราก็ให้ความเคารพกับภูมิปัญญาดั้งเดิม เราไม่ได้เรียนเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบในท้องถิ่น มันเลยสนุกทุกครั้งเวลาลงมือทำ”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

แมนกระโดดออกนอกกรอบจนเราทึ่ง! หลายๆ เรื่องที่เขาเล่าให้ฟังทำให้เรารู้สึกสนุกตามไปกับเขาด้วย เช่น เขาบอกคุณแม่ช่างทอให้สร้างสรรค์ลาย 6 ลายไม่ซ้ำกันในผ้าผืนเดียว หรือผ้าพันคอ 1 ผืนจะมีทั้งการทอลาย จุ่มสีเปลือกไม้ ย้อมสีคราม เพนต์ลายด้วยหมึกคราม และจบด้วยการพิมพ์ภาพด้วยโคลนธรรมชาติ

ส่วนเทคนิคไล่เฉดสีที่เราชอบมาก นอกจากจะไล่สีคราม เขายังนำสีธรรมชาติจาก เหลืองใบสมอ น้ำตาลเปลือกไม้ 2 ชนิด และฟ้าคราม เบลนด์ทุกสีเข้าด้วยกันผ่านมือช่างทอฝีมือดีและนักครามทดลองฝีมือเด่น ทั้งหมดนี้มาจากกระบวนการที่เขาต้องทดลองย้อมสีจากธรรมชาติจนกว่าจะพอใจ จับสีมาเรียงกัน เลือกชุดสีที่ผ่านเข้ารอบ แปะตัวเลขให้ช่างทอเรียงสีได้ง่าย คงคล้ายกับการใช้หลอดแก้วจิ้มสีดีโดนใจใน Swatch ของโปรแกรมประจำตัวนักออกแบบ

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“ทำไมถึงเลือกใช้เทคนิคมากมายขนาดนี้กับผ้าหนึ่งผืน” เราถาม

“ถ้าใช้เพียงเทคนิคเดียวก็ไม่ท้าทายสิ” เขาพูดพร้อมยิ้มอย่างสุภาพ

03

คนหัวใจสีครามเดียวกัน เปิดโอกาสและให้เกียรติ

แมนทำงานร่วมกับชุมชนบ้านนาจาน ชุมชนบ้านนานกเค้าและเครือข่ายเกษตรกรชุมชนของจังหวัดสกลนคร ซึ่งกว่าจะเจอคนหัวใจสีครามเหมือนกัน เขาบอกเจือเสียงหัวเราะว่า “เจ็บมาเยอะ เจอทั้งดีบ้าง ไม่ดีบ้าง” เหตุผลที่แมนให้ความสำคัญกับการเลือกชุมชนที่เขาทำงานด้วยอย่างหนัก เป็นเพราะถ้าพวกเขากลมเกลียว กิจการ Mann Craft ก็จะเหนียวแน่นไปด้วย

“พอเรารวมกันเป็นกลุ่มก้อนแล้วอยู่กันแบบเครือญาติด้วยความจริงใจ สร้างอาชีพให้เขาอย่างมั่นคง เขาก็จะชักชวนกันมา กลุ่มของเราอาจไม่ใช่ช่างฝีมือที่ดีที่สุดในจังหวัดหรือประเทศ แต่เป็นกลุ่มที่เขาพร้อมจะพัฒนาไปกับเรา เขาเชื่อมั่นในการทดลองและการสร้างสรรค์ของเรา นับเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างหนึ่ง”

แมนเลือกทำงานกับ 2 ชุมชน เพราะความหลากหลายของผ้า ความพิเศษของชุมชนบ้านนาจาน ช่างทอจะทอเฉพาะลวดลายดั้งเดิมเท่านั้น อย่างลายมัดหมี่ ลายลูกแก้ว ลายลูกหวาย ฯลฯ ส่วนชุมชนบ้านนานกเค้าจะไม่ทอลายดั้งเดิม แต่จะทอลวดลายร่วมสมัย ใช้เทคนิคการเหยียบตะกอสร้างลวดลายใหม่ เช่น ลายสายฝน แมนออกคอลเลกชันพอดีกันกับฤดูฝน ใช้เทคนิคการทอผ้าแบบเท้าเหยียบ 4 ตะกอ

บางครั้งเพื่อนร่วมงานต่างวัยของแมนก็มีลวดลายทอผ้าแปลกตามาเสนอ ซึ่งแมนก็สนองด้วยการให้ลองทอมาก่อน หากออกมาแล้วพอใจทั้งคนเสนอและคนสนอง ก็จะนำมาพัฒนาต่อในลำดับถัดไป

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

“ชาวบ้านเขามีทักษะฝีมืออยู่แล้ว เราเปิดโอกาสให้เขาคิดและทดลองสิ่งใหม่ เมื่อเขามีรายได้ มีอาชีพมั่นคง ก็ส่งผลให้แบรนด์ของเรามีความยั่งยืนตามไปด้วย” ไม่เพียงแต่นักครามทดลองคนเดียวที่คอยเสาะแสวงหาเทคนิคใหม่ คุณแม่ช่างทอก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาแบรนด์ร่วมกัน

“ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำงานกับชุมชน เพราะอย่างช่วงหน้าฝน เขาจะเริ่มดำนำ หน้าแล้งเขาจะเกี่ยวข้าว นั่นแปลว่าจะไม่มีใครว่างทอผ้าให้เรา จนเมื่อพบว่าอีกหมู่บ้านเขามีทักษะในการทำมัดหมี่ ก็ทำให้เราวางแผนการจัดการคอลเลกชันที่จะขายได้ ซึ่งอาจต้องทำเป็นสต็อกไว้ก่อน ส่วนครามและวัตถุดิบในการย้อม เราทำงานร่วมกับเครือข่ายเกษตรกร ซึ่งปีก่อนเราปลูกครามกันเอง แต่โดนน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ถ้าเราไม่ได้สร้างเครือข่ายกับกลุ่มชาวบ้านช่วยเหลือ เราก็คงไม่มีครามให้ย้อม”

แมนทำงานร่วมกับคุณแม่ช่างทอ 2 ชุมชนอย่างให้เกียรติ เขาไม่บังคับ แต่ยอมรับ และเข้าใจ ช่างทอบางคนทอวันละคืบ แต่แมนบอกไม่เป็นไร ทอทุกวันเดี๋ยวเดียวก็เต็มม้วนผ้า

“งานของเราให้คุณค่าและความเคารพกับวิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นหลัก เราไม่ได้ให้เขาตอกบัตรทอผ้า 8 โมงเช้า เลิก 4 โมงเย็น สิ่งนั้นจะทำให้งานไม่เกิดเสน่ห์ เพราะงานต้องอยู่กับสมาธิ อารมณ์เบิกบาน และเราพยายามสร้างแรงบันดาลใจว่าสิ่งที่เขาทำมีคุณค่า มีคนนิยม งานที่เขาทำมีความหมาย”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

  

04

คอลเลกชันจากธรรมชาติ ที่ศิลปินหยิบเล่าอย่างกลมกล่อม

การออกคอลเลกชันของ Mann Craft จะทำตามใจตัวเอง และตามใจธรรมชาติ แมนยกตัวอย่างคอลเลกชันล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกพุดตาน เพราะบ้านของเขาต้นพุดตานกำลังออกดอก ความน่าสนใจคือ ดอกพุดตานสวยได้เพียงแค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นก็จะโรยไปอยู่โคนต้น แถมสีตอนเช้าบานสวยเป็นสีขาว สายหน่อยจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูจนถึงสีชมพูเข้ม แมนถ่ายทอดชีวิตและสีสันของดอกพุดตานด้วยการดัดแปลงเป็นบาติก เขาไม่ได้เขียนแทนแต่ใช้ปูนกินหมากแทนสีขาว และโคลนจากสระข้างโรงย้อมทำวู้ดคัตพิมพ์ลงบนผ้าแทนสีชมพูของดอกพุดตาน

“ทุกคอลเลกชันเรามีแนวคิด แรงบันดาลใจ ผ้าของเราไม่ได้มองที่ต้นทุน แต่เรามองเป็นงานศิลปะ การขายงานศิลปะไม่ใช่ว่าลูกค้าเห็นราคาแล้วบอกว่า ทำไมของเรามีราคาต่างจากชาวบ้านขาย เพราะเรามีการกลั่นกรอง มีกระบวนการทดลอง เราพยายามสื่อสารให้กลุ่มลูกค้าเข้าใจด้วยการอธิบายที่มาที่ไปของแต่ละสี แต่ละเทคนิคบนผ้าแต่ละผืน

“กลุ่มเป้าหมายของเรากว้างมาก เพราะผ้าของเรามีความหลากหลาย จึงตอบโจทย์ความต้องการและความสนใจของคนหลายกลุ่ม หากชอบแบบคลาสสิกก็จะเป็นผ้าทอลายดั้งเดิม ถ้าชอบแบบผืนเดียวในโลกจะเป็นผ้าเพนต์ลาย ถ้าชอบสีหวานผืนเล็กพกพาง่ายหรือสีเรียบเคร่งขรึมผู้ชายใช้ได้เราก็มี ล่าสุดมีบ่าวสาวขอให้เราทำผ้าสำหรับเอาไปรับไหว้ในงานมงคลเราก็ทำให้” แมนเล่า

บางครั้งแรงบันดาลใจของสีสันก็มาจากภูเขาเขียวหลังบ้าน ใบไม้แห้งโคนต้น ต้นไม้ดอกไม้ชนิดไหนออกดอกออกใบสวย ก็หยิบยืมสีสันมาอยู่บนเส้นฝ้าย คล้ายการพยากรณ์ฤดูกาลคาดเดาความอุดมสมบูรณ์ผ่านสีสันบนผืนผ้า เพราะฉะนั้น สีเหลืองของใบสมอ สีน้ำตาลอมม่วงของฝักคูน คงเป็นสีตัวแทนของฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่งของสกลนคร

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

05

ตัวแทนครามครีเอเตอร์จากสกลนคร

ผ้าครามกำลังมาแรง เหนือใต้ออกตกหรือต่างประเทศล้วนมีครามเป็นของตัวเอง แต่สีครามของ Mann Craft มีเฉดสีครามต่างออกไป เป็นสีครามแห่งการแบ่งปันแบบหมดเปลือก เป็นการสร้างโอกาส และสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์

“พี่หนุ่ยแนะว่าเราควรเน้นเป็นครีเอเตอร์เฉพาะด้านนี้เลย โดยแบ่งเวลาส่วนหนึ่งสร้างคนขึ้นมาใหม่ อาจจะสร้างเยาวชน เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เพื่อให้มีความชัดเจนว่าคนที่ทำครามก็แบ่งปันความรู้ให้คนอื่นได้ เราเชื่อว่ายิ่งให้ ยิ่งได้รับ เราสอนเขา เขาได้รับ เขาบอกต่อ มันสร้างการรับรู้มากขึ้น

“เราไม่กลัวว่าถ้าคนทำครามเยอะขึ้นแล้วจะมาแย่งลูกค้า ลายมือคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว วัตถุดิบอาจจะเหมือนกัน ถ้าเขาทำด้วยความบริสุทธิ์ใจก็จะเกิดเป็นผลงานของเขาเอง เป็นส่วนเสริมที่จะทำให้สกลนครหรือประเทศไทย หรือศิลปินงานหัตถกรรมย้อมสีธรรมชาติมีความชัดเจนมากขึ้น เป็นการเบิกทางให้คนรุ่นใหม่กล้าตัดสินใจออกมาทำอาชีพนี้โดยตรง”

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

06

 เฉดสีครามธรรมชาติที่พาแมน คราฟต์ไปพบความพอดี

“ความพอของเรา เราไม่ได้หยุด แต่เราพอใจ พอใจในสิ่งที่เรามีกับสิ่งที่เราได้รับ พอใจในการสร้างงานศิลปะที่สวมใส่ได้ เราไม่เคยคิดว่าจะต้องไปเปรียบเทียบกับแบรนด์หรือกิจการอื่น ไม่เคยคิดว่าจะเอาเครื่องจักรมาทำงานแทนคน เพื่อลดต้นทุน เพื่อให้ได้ของจำนวนมาก แล้วขายได้มาก แต่เราพอใจในทักษะฝีมือของชุมชน แล้วเราก็พอใจในวัตถุดิบที่มีคุณภาพอยู่แล้ว เราไม่คิดหาเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาเสริมให้เกินพอดี” แต่แมนเสริมความรู้ให้ตนเองและแม่ช่างทออยู่เสมอ เขาคิดค้นเทคนิค ทดลองสีกับธรรมชาติ

เช่นเดียวกับหลักใหญ่ใจความที่เราได้จากการสนทนาครั้งนี้ ‘การพัฒนาคนและพัฒนาตน’ เป็นจุดแข็งของแมนและแบรนด์ Mann Craft

พอแล้วดีกับตัวเราก่อน จากนั้นสิ่งแวดล้อม คนในองค์กรก็จะดีตามมา อาจจะไม่หวือหวา แต่ค่อยเป็นค่อยไป เราต้องมีความมั่นคงในธุรกิจ เราต้องมีความอยู่ดีกินดีก่อน แล้วจึงพร้อมที่จะแบ่งปันให้คนอื่น    

“เราทำครามไม่เคยเบื่อสักวันเลยนะ มีทั้งความสุขและความสนุก เราอยากจะผลักดันและยกระดับงานหัตถกรรมทำมือของชุมชนให้เป็นสากล อยากให้ครามอยู่ในชีวิตประจำวันเหมือนในอดีตที่ผ่านมา” แมนทิ้งท้าย

Mann Craft, ผ้าย้อมคราม

Mann Craft

ประเภท: สินค้าไลฟ์สไตล์ ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ
ที่ตั้ง:   สาขา 1 1576 ถนนสุขเกษม ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร
สาขา 2 ท่าอากาศยานสกลนคร ตำบลธาตุนาเวง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร
สาขา 3 บองมาเช่ร์มาร์เก็ตพาร์ค แขวงลาดยาว เขตจตุจักร จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ผู้ก่อตั้ง: ปราชญ์ นิยมค้า
Facebook : Mann craft shop

 

พอแล้วดี The Creator

Facebook | พอแล้วดี The Creator
porlaewdeethecreator.com

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load