พ.ศ. 2557 บริเวณเขตนครวัด นครธม จังหวัดเสียมเรียบ พบศพชายนิรนามหนึ่งคน โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นร่างของ นายเดวิด เอ็ดเวิร์ด วอล์คเกอร์ นักข่าวชาวแคนนาดาที่หายตัวไปนานกว่า 10 สัปดาห์ แต่ร่างที่พบกลับเน่าเปื่อยจนดูไม่ออกว่าเป็นศพของใคร

พ.ศ. 2560 ในพื้นที่ป่าไม้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว พบชิ้นส่วนกะโหลกเปรอะเปื้อนดิน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นของ นายเด่น คำแหล้ ชายผู้สูญหายจากหมู่บ้านเป็นระยะเวลา 1 ปี แต่ชิ้นส่วนหน้าผากจนถึงบริเวณกรามหายไปทั้งหมด ทำให้ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นชิ้นส่วนของผู้ที่กำลังตามหาหรือไม่ 

จากร่างและชิ้นส่วนไร้หน้า ไร้ชื่อ ไร้คนรู้จัก จะตามหาบุคคลหายสาบสูญได้อย่างไร 

ครั้งนี้เราได้โอกาสมาฟังคำตอบจาก พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ผู้ที่จะเล่าให้ฟังถึงกระบวนการทำงานของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์​ หน่วยงานที่สามารถประกอบตัวตนและชีวิตบางส่วนจากชิ้นส่วนปริศนาเหล่านี้ รวมทั้งพูดคุยถึงเบื้องหลังความสำเร็จในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงแต่ละครั้ง ซึ่งมีน้อยคนที่จะรู้ว่านี่คือหนึ่งในผลลัพธ์จากความร่วมมือระหว่างประเทศที่ก้าวข้ามขอบเขตพรมแดนและเชื้อชาติ โดยมีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้สนับสนุนและสะพานเชื่อมสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์อัตลักษณ์ศพจากประเทศอาร์เจนตินา

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง

กฎหมาย + วิทยาศาสตร์

ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและอาร์เจนตินาเริ่มขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2555 ภายใต้ความร่วมมือใต้-ใต้ (South-South Cooperation) หรือความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา ซึ่ง TICA เป็นกำลังหลักในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาแรงงาน การเกษตร สาธารณสุข รวมไปถึงวิทยาศาสตร์ เช่นเดียวกับที่อาร์เจนตินาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศไทย จนในปัจจุบัน เราส่งต่อองค์ความรู้ดังกล่าวไปถึงประเทศอื่นในอาเซียนได้

ตอนนี้มีกระดูกอยู่ด้านบน กองกันอยู่ประมาณ 900 โครง” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการพาเราแหงนหน้ามองเพดาน เพิ่งจะรู้ตัวเดี๋ยวนี้ว่าเหนือศีรษะ คือที่เก็บโครงกระดูกที่ยังไม่มีญาติมารับกลับ

แต่ที่น่าตกใจกว่านั้น กระดูกเหล่านี้เป็นเพียงจำนวนหนึ่งของทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การดูแลของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ “ยังมีอีกประมาณ 2,000 ศพ ซึ่งทางมูลนิธิเอกชนให้เอาไปฝากไว้ที่สุสานนครนายก” เขาว่า

ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง
ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง

พ.ต.อ. ทรงศักดิ์ คือผู้ที่นำทีมดูแลโครงกระดูกกว่า 3,000 โครง ตั้งแต่เริ่มค้นหาวัตถุพยานจนถึงการช่วยตามหาญาติให้มาพบกับบุคคลที่หายสาบสูญอีกครั้ง 

ผู้อำนวยการเล่าว่า เขาไม่ได้เข้าใจประโยชน์ของนิติวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เริ่ม แต่พอได้ทำงานจริงกลับเห็นความสำคัญของสาขาวิชานี้ 

“นิติวิทยาศาสตร์อยู่ในความสนใจของคนที่ทำงานด้านกฎหมาย เพราะเป็นการนำวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์หาข้อเท็จจริงโดยไม่ต้องใช้พยานบุคคล ทำให้การบังคับเชิงกฎหมายมีความยุติธรรมและน่าเชื่อถือมากขึ้น

“คดีสำคัญหลายคดี เช่น คดีห้างทองหรือคดีฆาตกรรมแพทย์หญิงที่จุฬาฯ ก็ใช้นิติวิทยาศาสตร์​เข้ามาช่วย เมื่อเกิดข้อโต้แย้งกันในเรื่องข้อเท็จจริง เราสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาช่วยอธิบาย ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ และช่วยลดข้อพิพาทได้ เพราะฉะนั้น วิชานี้จึงมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายในประเทศ”

หลายคนคิดว่านิติวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วมันคือเรื่องใกล้ตัวที่จะช่วยให้ใครคนหนึ่งกลับไปสู่อ้อมกอดของครอบครัวอีกครั้ง แม้เขาคนนั้นจะไร้ลมหายใจ

เพื่อให้เห็นภาพ พ.ต.อ. ทรงศักดิ์ พาเราเดินขึ้นไปชั้นบนของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อดูกระบวนการพิสูจน์และจัดเก็บโครงกระดูก พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวซึ่งเป็นเหตุให้ประเทศไทยพิสูจน์ศพนิรนามจำนวนนับไม่ถ้วนได้สำเร็จ

ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง
ห้องเก็บกระดูกภายในห้องปฏิบัติการพิสูจน์บุคคลสูญหาย

เปิดแฟ้มความร่วมมือ

กะโหลก กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก กระดูกนิ้วมือ ชิ้นส่วนกระดูกที่จัดวางเป็นร่างไว้บนโต๊ะ นอนเรียงรายกันเป็นระเบียบ 

ไม่นึกว่าครั้งแรกที่ได้ยืนประจันหน้ากับโครงกระดูกมนุษย์จริง จะเป็นเพราะมาเยือนศูนย์ราชการฯ 

มีห้องหนึ่งห้องสำหรับเก็บชิ้นส่วนกระดูกในกล่องกำกับหมายเลข จัดเรียงเต็มชั้นวาง ทั้งหมดคือร่างของบุคคลสูญหายที่ยังรอการกลับไปพบกับครอบครัวอีกครั้ง 

แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เป็นผู้ที่เล็งเห็นความสำคัญของการตามหาบุคคลสูญหาย ใน พ.ศ. 2547คุณหญิงพรทิพย์ทำงานพิสูจน์เอกลักษณ์ผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติสึนามิ แล้วพบว่าประเทศไทยยังขาดประสบการณ์และวิทยาการที่ทันสมัยในด้านการตรวจวิเคราะห์กระดูก

“ตอนนั้นคุณหญิงไปสัมมนาที่ออสเตรเลีย แล้วได้พูดถึงปัญหาที่พบด้านการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของไทย พอดีมีชาวอาร์เจนตินาซึ่งเป็นประธานของ Argentine Forensic Anthropology Team (EAAF) เข้าร่วมฟังด้วย ซึ่งเขามีแนวคิดพัฒนานักวิทยาศาสตร์ตรวจวิเคราะห์กระดูกอยู่พอดี” 

แต่เนื่องจากไม่ทราบช่องทางติดต่อสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อาร์เจนตินาจึงติดต่อไปทางกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) ให้ช่วยประสานงาน

“TICA ช่วยดำเนินการให้ไทยกับอาร์เจนตินาได้ทำ MOU ร่วมกัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของไทย”

ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง

อาร์เจนตินานำความรู้ในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและวิเคราะห์กระดูกมาแบ่งปันผ่านวิธีการหลากหลาย บางครั้งมีการส่งผู้เชี่ยวชาญมาประเทศไทย เพื่อมอบความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำงานอย่างละเอียด ตั้งแต่การเก็บวัตถุพยานและชิ้นส่วนกระดูก กระทั่งการถ่ายภาพและร่างภาพวัตถุพยานที่ค้นพบ บางครั้งก็เป็นบุคลากรชาวไทยที่เดินทางไปอบรมทักษะที่อาร์เจนตินา อาทิ การทำแล็บดีเอ็นเอและระบบดำเนินการรับคดี รวมถึงวิธีการจัดเก็บพยานวัตถุ 

“ข้อมูลที่ได้จากการเรียนรู้ทำให้เราสร้างโปรไฟล์ของศพได้อย่างละเอียด เวลาญาติมาหาข้อมูลยืนยันอัตลักษณ์ศพก็ทำได้เลยโดยไม่ต้องใช้โครงกระดูก อัตลักษณ์คือความโดดเด่นของแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้น อัตลักษณ์ของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน”

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม
ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง

การร่วมมือครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ของไทย TICA จึงพร้อมสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เพื่อให้สถาบันได้พัฒนาประสิทธิภาพและศักยภาพของบุคคลากรให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับประเทศอาร์เจนตินา โดยไม่ต้องเสียเงินทุน

“เรานำองค์ความรู้ที่ได้มาใช้ในคดีหลายคดี เช่น คดีนักข่าวแคนนาดาที่หายตัวไปในกัมพูชา คดีของเด่น คำแหล้ และคดีบิลลี่ (พอละจี รักจงเจริญ) ต้องบอกว่าความสำเร็จเริ่มต้นจากความร่วมมือระหว่างประเทศ ขอบคุณ TICA ที่ทำให้เกิดความร่วมมือนี้”

2 ประเทศรวมใจทำให้ไทยมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในการติดตามศพนิรนาม คนนิรนาม คนหาย และมีระเบียบกฎหมายที่ทำให้การทำงานด้านการพิสูจน์เอกลักษณ์ของบุคคลหรือการตรวจวิเคราะห์กระดูกมีมาตรฐานที่ดีขึ้น เกิดความชัดเจนในการทำงาน และเป็นการยกระดับความร่วมมือกับองค์กรที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเก่า จนเกิดผลสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ

มองการณ์ไกลและไปให้ถึง

ไทย-อาร์เจนตินา ความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กระดูกทุกโครง

การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และกฎหมาย เหล่านักนิติวิทยาศาสตร์ยังต้องประลองปัญญากับอาชญากร ใช้จินตนาการปะติดปะต่อเบาะแสที่พบประปรายราวกับการต่อจิ๊กซอว์ นอกจากนั้น ขนาดของงานยังไม่สามารถกำหนดตายตัว บางครั้งต้องกั้นป่าเป็นผืน ๆ หรือสูบน้ำทั้งบ่อออกจนเกลี้ยง เพื่อค้นหาวัตถุพยานสักชิ้น

สุดท้ายน้ำพักน้ำแรงทั้งหมดที่ลงไปอาจจบด้วยการค้นพบว่า วัตถุพยานที่เจอเป็นกระดูกสัตว์​ ก้อนหิน หรือใบไม้ แต่บุคลากรทุกคนก็พร้อมทำสุดความสามารถ 

แม้ผลลัพธ์อาจไม่ใช่สิ่งที่อยากให้เป็น แต่ทุกคนต่างเชื่อมั่นว่าทุกแรงที่ลงไปจะทำให้ข้อเท็จจริงกระจ่างขึ้น และเป็นการคืนความยุติธรรมให้กับศพที่พูดไม่ได้

“อย่าลืมว่างานเราเป็นงานระดับชาติ ไม่ใช่งานทำวันนี้ พรุ่งนี้เสร็จ อยากให้มองไกล ๆ มองไปสูง ๆ นึกถึงประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียม” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าว

ครั้นถามถึงข้อจำกัดขององค์ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ไทยในปัจจุบัน สิ่งแรกที่ผู้อำนวยการเห็นว่าควรพัฒนาเพิ่มเติม คือความรู้ด้านกระบวนการจัดการกับศพหลังการชันสูตร 

เรายังต้องการองค์ความรู้ในด้านนี้อยู่ จึงกำลังศึกษาว่าต่างประเทศมีวิธีจัดการศพเหล่านี้อย่างไร ก็พบว่าแต่ละประเทศมีกระบวนการแตกต่างกัน บ้างก็เผา ไม่ก็เอาไปใส่ตู้ละลายเลยก็มี หรือบางประเทศเอาเข้าเตาเพื่อย่อยสลาย แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อ” 

แต่สุดท้าย หากจะผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นจริง จะต้องเริ่มปรับตั้งแต่ระดับกฎหมาย 

“เรื่องสำคัญที่สุดคือ เราพยายามยกระดับกฎหมายศพนิรนาม การไม่มีกฎหมายในด้านนี้บังคับใช้ ทำให้เราจัดการศพเหล่านี้ไม่ได้ตามประเพณีไทย

“ในเชิงกฎหมายอีกส่วนหนึ่ง ควรพัฒนาระบบนิติวิทยาศาสตร์ให้มีมาตรฐานเดียวกัน ส่งตรวจที่ไหนต้องมีความแม่นยำเท่ากัน เพราะจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการทำงานของหน่วยงานราชการมากขึ้น สุดท้ายจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและคนของเราเอง”

ไทย-อาร์เจนตินา ร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ความรู้พิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ผลักดันให้กระดูกทุกโครงเข้าถึงความยุติธรรม
ไทย-อาร์เจนตินา ร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ความรู้พิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ผลักดันให้กระดูกทุกโครงเข้าถึงความยุติธรรม

ข้อจำกัดอีกอย่างคือจำนวนบุคลากรที่ไม่เพียงพอในหลายสายงาน ยกตัวอย่าง บุคลากรที่ทำงานพิสูจน์ลายมือเขียน ซึ่งต้องใช้ทั้งประสบการณ์และเทคนิค ผสมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ยังมีไม่เพียงพอ หนึ่งในวิธีผลักดันให้มีทรัพยากรผู้เชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น คือการเสริมสร้างวิชาชีพ

“เด็กหลายคนอยากเรียนด้านวิทยาศาสตร์ แต่ไม่รู้จะไปทำงานอะไร ทั้งที่งานด้านวิทยาศาสตร์มีหลากหลาย การสร้างวิชาชีพทางด้านนิติวิทยาศาสตร์จะผลักดันให้เกิดการรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานในสายงานนี้มากขึ้น ส่งเสริมให้มีให้มีบุคลากรรุ่นต่อรุ่นในอนาคต”

เรื่องสุดท้ายที่ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ เชื่อว่ามีบทบาทสำคัญมากในการพัฒนาวงการนิติวิทยาศาสตร์ คือ 

เรื่องความร่วมมือระหว่างนักนิติวิทยาศาสตร์ในไทยและนานาชาติ

“เราอยากให้มีความต่อเนื่องในการร่วมมือกัน เพราะถ้าเราไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียว งานก็จะไม่เดินต่อ สำหรับความร่วมมือภายในประเทศ ก็พยายามให้นักนิติวิทยาศาสตร์ที่เคยได้ร่วมงานกันแล้ว คุยติดต่อสื่อสารกันอยู่ตลอด ในส่วนของความร่วมมือระหว่างประเทศ เชื่อว่า TICA จะช่วยประสานงานได้ เริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านก่อน บางทีเราไม่รู้ว่าตำรวจเมียนมา ลาว กัมพูชา มีกระบวนการทำงานอย่างไร ก็จะประสานไปทาง TICA ให้ช่วยดูว่า เราร่วมมือกับเขาในส่วนไหนได้บ้าง”

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ เชื่อว่า TICA เป็นสื่อกลางระหว่างไทยกับประเทศยุโรป ละติน และอเมริกา ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ส่วนที่ยังขาดอยู่ได้อีกด้วย

“ตอนนี้เราต้องการความรู้เรื่องการตรวจพิสูจน์ทางดีเอ็นเอ และกำลังติดต่อไปทางอเมริกา แต่อเมริกาอาจไม่ใช่ที่เดียวที่มีองค์ความรู้นี้ เพราะฉะนั้น เราจึงต้องคอยประสานงานและศึกษาจากประเทศต่าง ๆ อยู่ตลอด ถ้าเราไม่รู้ว่าเขาพัฒนาไปถึงระดับไหน เราจะพัฒนาได้อย่างไร” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวด้วยแววตาที่อยากยกระดับให้นิติวิทยาศาสตร์มีส่วนช่วยเหลือประชาชนและประเทศได้ยิ่งกว่าเก่า

ไทย-อาร์เจนตินา ร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ความรู้พิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ผลักดันให้กระดูกทุกโครงเข้าถึงความยุติธรรม
ไทย-อาร์เจนตินา ร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ความรู้พิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ผลักดันให้กระดูกทุกโครงเข้าถึงความยุติธรรม

เขาทิ้งท้ายด้วยคติประจำใจที่ไม่ว่าจะร่วมงานกับประเทศไหนก็ยึดถือเสมอมา 

“ใครให้อะไรเรามา เราต้องจำ ผมเป็นคนอย่างนั้น 

  “Caring and Sharing คือคำที่ผมชอบ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ กล่าวไว้ ถ้าเรารู้ว่าเขาต้องการอะไร แล้วเราแบ่งปันกับเขาในส่วนที่เรามี คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ทัศนคติแบบนี้จะทำให้เกิดความร่วมมือที่ดีในอนาคต และทำให้องค์ความรู้ทางด้านนิติวิทยาศาตร์ของไทยก้าวไกลขึ้นด้วย”

ความสำเร็จจากความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและอาร์เจนตินาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่ ต่อจากนี้ TICA และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังมีโครงการที่จะส่งต่อองค์ความรู้ไปสู่ประเทศอาเซียน เพื่อให้ศพได้กลับบ้าน โดยเป้าหมายไม่ใช่การช่วยคนตาย แต่เป็นการช่วยคนเป็นเยียวยาจิตใจให้พวกเขาได้พบบุคคลในความทรงจำเป็นครั้งสุดท้าย

ไทย-อาร์เจนตินา ร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ความรู้พิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ผลักดันให้กระดูกทุกโครงเข้าถึงความยุติธรรม

Writers

จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

ตอนเป็นเด็กหญิงคิดว่าถ้ามีพลังวิเศษไม่ได้ก็ขอเขียน ถ้าเขียนไม่ได้ก็ขอร้องเพลง ปัจจุบันเป็นนางสาวนักฝึกฝนตนเองให้ไวต่อความจริงใจ เพราะดันไปแอบชอบพลังวิเศษชนิดนี้ในตัวคน

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

หากใครชอบดูหนังฝรั่ง คงเคยเห็นฉากที่พระเอกยืนอยู่ในห้องเก็บไวน์ที่มีไวน์หลายร้อยชนิด แต่ละขวดจะมีปีที่ผลิตเขียนอยู่ ยิ่งเก่ายิ่งมีมูลค่า

ลองจินตนาการถึงฉากห้องเก็บไวน์แบบนั้น แต่เปลี่ยนไวน์เป็นน้ำผึ้ง และเปลี่ยนสถานที่จากโลกตะวันตกเป็นบ้านสวนเกษตรอินทรีย์ ที่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

เบนซ์-วุฒิชัย อินทร์ประยงค์ คือเจ้าของห้องนั้น เขาคือนักสะสมน้ำผึ้งหนึ่งในไม่กี่คนของเมืองไทยที่มีน้ำผึ้งไม่ต่ำกว่า 130 รสชาติ ทั้งหมดเป็นน้ำผึ้งป่าที่รับมาจากชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงน้ำหวานจากชันโรง และเขานำเสนอน้ำผึ้งสุดพิเศษเหล่านั้นให้ผู้คนรู้จักในแบรนด์ ‘บำรุงสุขฟาร์ม’

“หัวใจหลักของแบรนด์เราคือ อยากให้คนไทยได้กินน้ำผึ้งดี ๆ ที่ไม่ใช่แค่น้ำผึ้งดอกลำไย จุดเด่นของเราคือความหลากหลายเยอะ ลูกค้าอยากได้รสประมาณไหน เราจะสอนให้เขาชิม เวลาไปออกบูท ลูกค้าเลือกชิมได้ทุกตัว ไม่ซื้อไม่ว่า บางคนก็มานั่งคุยเป็นชั่วโมง บางงานเรามีจัดเวิร์กชอปสอนชิมน้ำผึ้งด้วย เราอยากให้คนไทยมีโอกาสเรียนรู้น้ำผึ้งไทยดี ๆ และเรียนรู้มิติอื่น ๆ ของน้ำผึ้งนอกจากแค่ความหวานกับหอม”

มิติอื่น ๆ ของน้ำผึ้งมีอะไรบ้าง ความหลากหลายของน้ำผึ้งไทยมีมากขนาดไหน น้ำผึ้งแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร และอะไรทำให้เขามาสนใจน้ำผึ้ง ไปฟังเขาเล่ากันเลย

บำรุงสุขฟาร์ม ผู้เปิดจักรวาลน้ำผึ้งป่าให้รู้ว่าเมืองไทยมีน้ำผึ้งกว่า 130 รสชาติ

ลองลิ้มชิมรส

“น้ำผึ้งที่ดีในความหมายของผมมีอยู่ 2 ประเด็นหลัก ๆ คือ เป็นน้ำผึ้งแท้ ไม่มีสิ่งเจือปน และมีมิติที่ซับซ้อน น้ำผึ้งที่ดีจะมี 4 มิติ โดยมีความหวานเป็นวงกลมตรงกลาง ซ้อนมาคือความเปรี้ยว ความหอม และความขม แต่ละชนิดก็จะมีระดับของแต่ละมิติไม่เท่ากัน”

เบนซ์เริ่มต้นเล่าถึงการแยกแยะรสชาติน้ำผึ้ง โดยอธิบายว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อรสชาติมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน อย่างแรกคือชนิดของผึ้ง ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือผึ้งและชันโรง โดยในกลุ่มของผึ้งก็มีหลายชนิด เช่น ผึ้งหลวง ผึ้งโพรง ผึ้งมิ้ม ส่วนชันโรงก็มีหลากหลายเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีชันโรงที่ได้รับการจำแนกทั้งหมด 35 ชนิด

“น้ำหวานจากชันโรงบางชนิดมีรสคล้ายน้ำผึ้ง เช่น พันธุ์ขนเงิน ถ้วยดำ บางชนิดก็จะออกไปทางน้ำส้ม เช่น อุ้งหมี อีตาม่า ส่วนชันโรงดินจะมีความเป็นยาสูง พวกนี้อาศัยในโพรงดิน ซึ่งชันโรงแต่ละชนิดกินอาหารต่างกัน ทำให้รสชาติน้ำหวานก็ต่างกัน”

บำรุงสุขฟาร์ม ผู้เปิดจักรวาลน้ำผึ้งป่าให้รู้ว่าเมืองไทยมีน้ำผึ้งกว่า 130 รสชาติ

ปัจจัยต่อมาที่ส่งผลต่อรสชาติก็คือแหล่งที่มาของน้ำผึ้ง สำหรับน้ำผึ้งป่านั้น แม้จะมาจากจังหวัดเดียวกันแต่ต่างอำเภอ รสชาติก็ไม่เหมือนกันแล้ว

“แค่ป่าเดียวกันก็มีหลายรส แต่รวม ๆ ก็บอกได้ว่าป่าโซนนี้รสจะเป็นแบบนี้ น้ำผึ้งทางเหนือจะหอมชัด หวานแน่นอน บางที่อาจมีติดเปรี้ยวและขมบ้าง ส่วนทางใต้มักติดเปรี้ยวและมีกลิ่นเฉพาะ ซึ่งเป็นกลิ่นเอกลักษณ์ของพื้นที่ เช่น ป่าพรุก็อาจมีติดกลิ่นทะเล”

แน่นอนว่าชนิดดอกไม้ที่ผึ้งไปตอมย่อมมีผล ดอกไม้ที่หลากหลายก็ส่งผลต่อความซับซ้อนของรสชาติและคุณค่าทางอาหาร แต่ในบางพื้นที่ก็มีดอกไม้ที่เป็นจุดเด่นเฉพาะ เช่น น้ำผึ้งดอกเสม็ดขาวของป่าภาคใต้ น้ำผึ้งดอกเถาวัลย์ของอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก หรือน้ำผึ้งจากสวนลิ้นจี่พันธุ์ค่อมของอัมพวา

ปัจจัยต่อมาที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ก็คืออายุของน้ำผึ้ง น้ำผึ้งขวดเดียวกัน ถ้าเราชิมปีนี้กับชิมปีหน้า รสชาติก็ต่างกัน ยิ่งเก็บนานยิ่งมีราคา น้ำผึ้งที่อายุเกิน 5 ปี เขาจะคิดค่าเก็บปีละ 100 บาท โดยน้ำผึ้งที่เก่าที่สุดที่เขามีในปัจจุบันคือน้ำผึ้งของ พ.ศ. 2542 รองลงมาคือน้ำผึ้งอายุ 10 ปีจากอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ซึ่งเขาบอกว่าตัวนี้อร่อยมาก

“น้ำผึ้งคล้ายกับไวน์ตรงการบ่ม ไวน์ที่บ่มนานจะมีรสฝาดจากสารแทนนินในถังไม้โอ๊ก ส่วนน้ำผึ้งเป็นการบ่มอีกแบบ เพราะผึ้งเก็บน้ำหวานไว้ในกระเพาะ ซึ่งในนั้นมียางไม้ที่มีสารแทนนินเช่นกัน ทำให้มีพรีไบโอติกสูง โบราณบอกว่าน้ำผึ้งเก่าเป็นยา ส่วนใหญ่ลูกค้าจีนกับอินเดียจะชอบ”

บำรุงสุขฟาร์ม ผู้เปิดจักรวาลน้ำผึ้งป่าให้รู้ว่าเมืองไทยมีน้ำผึ้งกว่า 130 รสชาติ

ปัจจัยสุดท้ายที่ส่งผลต่อน้ำผึ้งก็คือสภาพภูมิอากาศในปีนั้น ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ปริมาณฝน รวมถึงความชื้นในอากาศ ซึ่งส่งผลต่อชนิดของดอกไม้ที่บานด้วย ทำให้น้ำผึ้งจากป่าเดียวกัน ตำแหน่งเดียวกัน รสชาติก็ไม่เคยซ้ำในแต่ละปี และนั่นก็นำมาสู่ปัญหาที่ว่า สภาวะโลกรวนในปัจจุบันทำให้ผึ้งอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง ไม่ใช่แค่ในแง่คุณภาพน้ำผึ้งเท่านั้น แต่รวมถึงการอยู่รอดของพวกมันด้วย เพราะถ้าหากอุณหภูมิสูงเกินถึงจุดหนึ่ง ผึ้งบางชนิดอาจตายยกรัง และถ้าผึ้งหายไป ผู้ผสมเกสรดอกไม้ก็จะหายไปด้วย

“อย่างปีนี้ เดือนมีนาคมฝนเยอะผิดปกติ ความชื้นสูง น้ำผึ้งปีนี้เลยรสชาติไม่ค่อยหลากหลาย แต่ละตัวรสชาติใกล้เคียงกันหมด แล้วบางพื้นที่ชาวบ้านก็บอกผึ้งไม่ค่อยเข้า คือไม่มาทำรังในพื้นที่ ล่าสุดจ่ายไป 90,000 บาท แต่ได้มาแค่ 5 รส”

สำหรับน้ำผึ้งบางล็อตที่เมื่อเขาชิมแล้วรู้สึกว่าคุณภาพไม่ถึงมาตรฐานที่ตั้งไว้ ก็จะแปรรูปเป็นน้ำผึ้งหมักผลไม้ ซึ่งเขาเรียกว่า ‘ไทยฮันนี่โซดา’ คล้าย ๆ อิตาเลียนโซดาเวอร์ชันไทยที่นำมาชงเป็นเครื่องดื่มได้ ซึ่งเขาจะเลือกใช้ผลไม้ไทยทั้งหมด เช่น มะแปม ผลไม้ภาคตะวันออกที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ไปจนถึงขิง บ๊วย กล้วย กุหลาบ ซึ่งเมื่อน้ำผึ้งมาผสมกับพืชเหล่านี้ ก็จะได้รสชาติและกลิ่นที่แปลกใหม่ ร้านกาแฟหลายแห่งที่เป็นลูกค้าประจำของเขาก็นำน้ำผึ้งเหล่านี้มาชงกาแฟ

บำรุงสุขฟาร์ม ผู้เปิดจักรวาลน้ำผึ้งป่าให้รู้ว่าเมืองไทยมีน้ำผึ้งกว่า 130 รสชาติ
บำรุงสุขฟาร์ม ผู้เปิดจักรวาลน้ำผึ้งป่าให้รู้ว่าเมืองไทยมีน้ำผึ้งกว่า 130 รสชาติ
บำรุงสุขฟาร์ม ผู้เปิดจักรวาลน้ำผึ้งป่าให้รู้ว่าเมืองไทยมีน้ำผึ้งกว่า 130 รสชาติ

“น้ำผึ้งมีทั้งเปรี้ยว หอม หวาน ขม บางชนิดออกแนวฟรุตตี้ บางชนิดรสหนักแน่น ไปใส่กาแฟคั่วอ่อนคั่วกลางแล้วจะกลายเป็นรสชาติอีกแบบ มันอร่อยขึ้น พิเศษขึ้น แต่ต้องชงกับกาแฟอุ่น ไม่ใช่กาแฟร้อน ไม่งั้นจุลินทรีย์ดี ๆ ในน้ำผึ้งจะตาย”

ตลอดการคุยกัน เขาเน้นย้ำเรื่องความหลากหลายของรสชาติมาก นั่นคือจุดเด่นสำคัญที่ทำให้น้ำผึ้งป่าต่างกับน้ำผึ้งฟาร์ม

“น้ำผึ้งฟาร์มมี 2 แบบ คือเลี้ยงแบบปล่อยให้หากินละแวกบ้านกับแบบอุตสาหกรรม ซึ่งแบบหลังนี้เราไม่ค่อยชอบเพราะมีแค่ 2 มิติ คือหวานกับหอม เขาเลี้ยงด้วยไซรัปหรือน้ำตาลทรายขาวละลายน้ำ เคยคุยกับเพื่อนที่ทำงานในแล็บที่ตรวจน้ำผึ้งเวลาขอ อย. เขาบอกว่าน้ำผึ้งอุตสาหกรรมมีโมเลกุลน้ำตาลสังเคราะห์อยู่ ลองสังเกตว่าพวกน้ำผึ้งอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็รสชาติเหมือนกันหมด จะซื้อปีไหนก็ได้รสเดียวกัน ต่างจากของเราที่แต่ละล็อตหมดแล้วหมดเลย คือกินแบบนับถอยหลัง”

ความเป็นสินค้าที่มีจำนวนจำกัดของน้ำผึ้งป่านี้ก็คือสิ่งที่ช่วยเพิ่มมูลค่า เพราะต่อให้อยากได้รสนี้อีก ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าปีหน้าจะได้เหมือนเดิม ซึ่งจุดเด่นนี้ก็ถูกส่งต่อไปยังร้านกาแฟที่สั่งซื้อน้ำผึ้งจากเขา เพราะกาแฟที่ชงด้วยน้ำผึ้งล็อตนี้ จะชงได้จำนวนแก้วที่จำกัด หมดแล้วหมดเลย

“เราทำเรื่องความยั่งยืนทางอาหารด้วย เราเชื่อว่าการกินอาหารที่หลากหลายมันดี น้ำผึ้งแต่ละรสก็เหมาะกับอาหารที่ต่างกัน ใส่สลัดใช้รสหนึ่ง ชงกับเครื่องดื่มใช้อีกรสหนึ่ง กินกับผลไม้ก็ใช้อีกรสหนึ่ง นี่คือเอกลักษณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้”

บำรุงสุขฟาร์ม ผู้เปิดจักรวาลน้ำผึ้งป่าให้รู้ว่าเมืองไทยมีน้ำผึ้งกว่า 130 รสชาติ

น้ำผึ้งหยดแรก

“เคยมีลูกค้าคนหนึ่งเคยทานน้ำผึ้งมานูกาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเบอร์หนึ่งของโลก ขวดละ 3,000 บาท แต่มาต่อราคาน้ำผึ้งไทยขวดละ 300 บาท เราก็คิดว่าทำไมน้ำผึ้งไทยจะสู้ไม่ได้ เราอยู่เขตร้อน ความหลากหลายทางอาหารเราก็เยอะ”

เบนซ์เล่าถึงเหตุการณ์หนึ่งที่ยืนยันว่าคนไทยยังไม่ค่อยรู้จักน้ำผึ้งไทย และนั่นก็คือเหตุผลที่เขาอยากมาทำหน้าที่นำเสนอคุณค่าของน้ำผึ้งไทยให้คนทั่วไปรู้จัก

“เคยมีดอกเตอร์ที่ทำวิจัยเรื่องนี้บอกว่า น้ำผึ้งหลวงของไทยมีคุณค่าทางอาหารเทียบเท่ากับน้ำผึ้งมานูกาเลย แล้วตัวที่มีคุณค่าทางอาหารมากยิ่งกว่าคือน้ำหวานจากชันโรง เพียงแต่น้ำผึ้งไทยไม่มีใครมานำเสนอว่าของเราดี คนก็เลยไปฟังแต่ฝรั่ง”

ก่อนที่จะมาทำเรื่องน้ำผึ้ง เบนซ์คือหนึ่งในคนที่ทำงานด้านความยั่งยืนทางอาหาร ทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สอนเรื่องระบบนิเวศในแปลงเกษตร การทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ ไปจนถึงทำวิสาหกิจชุมชน หนึ่งในนั้นก็คือการขายผลิตภัณฑ์จักสาน ซึ่งวันหนึ่งเขากับเพื่อนวางแผนกันว่าจะทำกระเช้าปีใหม่ขาย จึงสั่งน้ำผึ้งจากชุมชนมาจำนวนมาก แต่ด้วยปัญหาที่ไม่คาดคิดบางอย่างทำให้โปรเจกต์นั้นล่มไป จึงมีน้ำผึ้งค้างสต็อกอยู่จำนวนมาก

บำรุงสุขฟาร์ม ผู้เปิดจักรวาลน้ำผึ้งป่าให้รู้ว่าเมืองไทยมีน้ำผึ้งกว่า 130 รสชาติ

“ประกอบกับช่วงนั้นเครื่องจักสานขายไม่ค่อยดีด้วยเพราะคนเลิกฮิต เราก็มาคิดว่าจะทำอะไรที่มันยั่งยืน เสียหายยาก และเราอยากทำ ซึ่งเราสนใจเรื่องปัจจัยสี่อยู่แล้ว ก็เลยนึกถึงเรื่องเกลือกับน้ำผึ้ง เรื่องเกลือน่าสนุกเพราะในไทยมีสายเกลือเยอะ แต่มันสร้างมูลค่าเพิ่มยาก เราก็เลยมาทำเรื่องน้ำผึ้ง”

จากจุดเริ่มต้นที่มีเพียงแค่ 8 รสชาติ เขาเริ่มออกบูทตามงานต่าง ๆ และค่อย ๆ เรียนรู้ศาสตร์ของน้ำผึ้ง หัดชิม หัดแยกรส สังเกตสี กลิ่น ลักษณะน้ำผึ้งแบบต่าง ๆ จนถอดรหัสได้ว่า แบบไหนคือแท้ แบบไหนคือปลอม ซึ่งบางครั้งแค่ดมกลิ่นก็บอกได้แล้ว และเมื่อเข้าสู่ปีที่สอง เขาก็มีน้ำผึ้งมาขายเพิ่มเป็น 16 รสชาติ ปีที่สาม 37 รสชาติ จนกระทั่งปัจจุบันซึ่งเป็นปีที่หก น้ำผึ้งในแบรนด์บำรุงสุขฟาร์มมีอยู่ทั้งหมดกว่า 130 รสชาติ

“เราเองก็เริ่มต้นจากที่ไม่รู้อะไร ช่วงแรก ๆ ซื้อผิดซื้อถูก เสียเงินเป็นหมื่น ๆ แล้วพบว่าปลอม น้ำผึ้งล็อตนั้นก็ต้องไปอยู่ในถังหมักจุลินทรีย์เป็นปุ๋ยต้นไม้”

บำรุงสุขฟาร์ม ขายน้ำผึ้งเหมือนไวน์ มีน้ำผึ้ง 20 กว่าปี กว่า 130 รสชาติ ไม่มีหน้าร้าน ไม่ขายออนไลน์ แต่ลูกค้าเพียบ

ทุกวันนี้ เวลาซื้อน้ำผึ้งจากชุมชน เขาจะสุ่มชิมอย่างน้อยลังละ 5 ขวด เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นน้ำผึ้งคุณภาพดี บางครั้งชิมแล้วรู้ว่าเป็นน้ำผึ้งปลอมก็ต้องนำไปคืน และบอกผู้ขายไปตามตรงว่านี่ปลอม และถามว่ารับมาจากไหน ตีเองหรือเปล่า ถ้าไม่เชื่อมาลองทดสอบด้วยกันได้นะ ที่บ้านมีตัวอย่างมากมายให้เปรียบเทียบ

“เราเชื่อว่าซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน เพราะเราเองก็ไม่ได้ขายถูก ลูกค้าซื้อแล้วต้องเชื่อมั่นในเรา”

ความไม่เหมือนใครอีกอย่างของน้ำผึ้งแบรนด์นี้ก็คือการไม่ขายออนไลน์ ยกเว้นลูกค้าเก่าที่สั่งซื้อประจำและรู้จักน้ำผึ้งที่ต้องการดีอยู่แล้ว แต่สำหรับลูกค้าหน้าใหม่จะซื้อได้ตามงานออกบูทเท่านั้น

“เหตุผลคือเราต้องสอนให้ลูกค้าชิมด้วย คือถ้าไม่รู้จักกันแล้วมาบอกว่าอยากได้น้ำผึ้งดี ๆ สักขวด ผมหันกลับไปมีอยู่ 50 กว่ารส ผมไม่รู้ว่าพี่ชอบรสไหน สไตล์การขายเราจะไม่มองที่ตัวเงิน แต่เรามองเรื่องความประทับใจ”

บำรุงสุขฟาร์ม ขายน้ำผึ้งเหมือนไวน์ มีน้ำผึ้ง 20 กว่าปี กว่า 130 รสชาติ ไม่มีหน้าร้าน ไม่ขายออนไลน์ แต่ลูกค้าเพียบ
บำรุงสุขฟาร์ม ขายน้ำผึ้งเหมือนไวน์ มีน้ำผึ้ง 20 กว่าปี กว่า 130 รสชาติ ไม่มีหน้าร้าน ไม่ขายออนไลน์ แต่ลูกค้าเพียบ

และนั่นก็อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลให้แบรนด์เล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยประชาสัมพันธ์ตัวเองในโลกออนไลน์นี้ ถูกเล่าขานปากต่อปาก จนมีลูกค้าประจำติดใจจำนวนมาก มีทั้งเชฟ เจ้าของร้านกาแฟ และลูกค้าบางคนก็กลายมาเป็นนักสะสมน้ำผึ้งตามเขา

“เวลาไปออกบูทก็เจอกับคนที่หลากหลาย ลูกค้าบางคนเดินเข้ามาเหมือนจะมาลองของ ไหนดียังไง มาลองชิมสิ เราก็เลยให้ลองชิมน้ำผึ้งป่าชายเลนที่เขาไม่เคยได้กลิ่นแน่นอน หรือน้ำผึ้งขม จากเสียงแข็ง ๆ ก็เสียงอ่อนลง และคุยกันนาน จนสุดท้ายซื้อกลับไปหลายขวด หรือบางคนก็มาขอบคุณเราที่หาข้อมูลน้ำผึ้งดี ๆ ให้เขาได้รู้จัก”

บำรุงสุขฟาร์ม ขายน้ำผึ้งเหมือนไวน์ มีน้ำผึ้ง 20 กว่าปี กว่า 130 รสชาติ ไม่มีหน้าร้าน ไม่ขายออนไลน์ แต่ลูกค้าเพียบ

น้ำผึ้งดีไม่ได้มีแค่เดือนห้า

เดือนห้าหรือเดือนเมษายนตามการนับแบบไทย คือเดือนที่มีความชื้นต่ำและเป็นช่วงที่มีดอกไม้หลากสีสันบานมากที่สุดในรอบปี เพราะเมื่อต้นไม้ผ่านช่วงแล้งมานาน และได้รับฝนแรกจากพายุฤดูร้อนปลายเดือนมีนาคม ต้นไม้หลายชนิดก็เริ่มผลิดอก น้ำผึ้งป่าที่เก็บในเดือนนี้จึงมาจากดอกไม้หลากหลายและมีคุณค่าทางอาหารสูง

“คำโบราณบอกว่า น้ำผึ้งที่จะมาเข้ายา ต้องเป็นน้ำผึ้งเดือนห้าจากเกสรร้อยแปด คือจากดอกไม้หลากชนิด นี่คือความพิเศษของเดือนห้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าน้ำผึ้งเดือนอื่นไม่ดี จริง ๆ แล้ว น้ำผึ้งดีทุกเดือน เพียงแต่เดือนอื่น ๆ เขาไม่ค่อยตีผึ้งกัน เพราะพอเข้าฤดูฝน ชาวบ้านก็เริ่มทำไร่ไถนา เป็นช่วงเวลาของการเกษตร พอเข้าหน้าหนาวก็ถึงฤดูเก็บเกี่ยว กว่าที่เขาจะเริ่มตีผึ้งก็ช่วงหน้าแล้ง”

หนุ่มนักสะสมน้ำผึ้งเล่าถึงเหตุผลที่น้ำผึ้งที่ขายกันส่วนใหญ่มีเพียงน้ำผึ้งเดือนห้า จนกระทั่งคำนี้กลายเป็นคำโฆษณาทางการตลาด

บำรุงสุขฟาร์ม ขายน้ำผึ้งเหมือนไวน์ มีน้ำผึ้ง 20 กว่าปี กว่า 130 รสชาติ ไม่มีหน้าร้าน ไม่ขายออนไลน์ แต่ลูกค้าเพียบ

“อย่างช่วงเดือนหก เดือนเจ็ด จะมีน้ำผึ้งดอกบอระเพ็ด ดอกเถาวัลย์ ซึ่งมีรสขม เราอยากได้แต่ชาวบ้านไม่ค่อยตีให้ พอถึงเดือนเจ็ด เดือนแปด ก็จะมีน้ำผึ้งจากทางใต้ เพราะเป็นช่วงที่ต้นเสม็ดขาวออกดอก พอถึงเดือนเก้า เดือนสิบ ก็จะเป็นดอกส้มโอ ดอกผลไม้ ถึงความชื้นสูงแต่ก็อร่อย”

นอกจากนั้น เขาเล่าว่ายังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับน้ำผึ้งอีกหลายอย่าง เช่น หลายคนคิดว่าน้ำผึ้งที่ดีจะต้องหนืด ไม่มีฟอง และไม่ตกตะกอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว น้ำผึ้งที่ดีอาจไม่ต้องหนืดก็ได้ มีฟองได้ ตกตะกอนได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมาดูอีกว่าตกตะกอนแบบไหนคือน้ำผึ้งแท้ แบบไหนคือน้ำผึ้งปลอม

“พวกการตรวจน้ำผึ้งปลอมด้วยการจุดไม้ขีดไฟ หรือการหยดน้ำลงไปแบบที่เห็นกันในยูทูบ จริง ๆ แล้วมันใช้ไม่ได้ มันต้องใช้ประสบการณ์ในการแยกแยะ”

ส่วนข้อมูลที่บางคนอาจเคยได้ยินว่า น้ำผึ้งเป็นอาหารที่ไม่มีวันหมดอายุ เขาก็บอกว่าเป็นเรื่องจริง พร้อมเล่าเกร็ดความรู้ให้เราฟังว่า น้ำผึ้งที่เก่าแก่ที่สุดที่มีการค้นพบก็คือในสมัยอียิปต์ที่ขุดพบในพีระมิด มีอายุ 3,000 ปี และยังกินได้

“คำโบราณบอกว่าน้ำผึ้งเก่าเป็นยา ที่ต่างประเทศน้ำผึ้งเก่าราคากิโลละเป็นแสน แต่ก็มีข้อมูลจากงานวิจัยที่บอกว่า น้ำผึ้งที่เก็บนานจะมีคุณค่าทางสารอาหารลดลง ซึ่งเราคิดว่าน่าจะเป็นเพราะงานวิจัยนั้นใช้น้ำผึ้งฟาร์ม ซึ่งเลี้ยงด้วยไซรัป คุณค่าเลยเสื่อมไปตามกาลเวลา ไม่เหมือนน้ำผึ้งจากดอกไม้จากธรรมชาติ”

บำรุงสุขฟาร์ม ขายน้ำผึ้งเหมือนไวน์ มีน้ำผึ้ง 20 กว่าปี กว่า 130 รสชาติ ไม่มีหน้าร้าน ไม่ขายออนไลน์ แต่ลูกค้าเพียบ
บำรุงสุขฟาร์ม ขายน้ำผึ้งเหมือนไวน์ มีน้ำผึ้ง 20 กว่าปี กว่า 130 รสชาติ ไม่มีหน้าร้าน ไม่ขายออนไลน์ แต่ลูกค้าเพียบ

เมื่อถามว่าการเก็บน้ำผึ้งป่าถือเป็นการรบกวนสิ่งแวดล้อมและผึ้งหรือไม่ เขาก็มองว่าไม่ได้เป็นการรบกวนขนาดนั้น เพราะชาวบ้านที่ตีผึ้งในแต่ละชุมชนจะมีฤดูตีผึ้งและไม่ได้ตีทั้งปี และตามธรรมชาติ ผึ้งก็มีการย้ายรังอยู่แล้วหลังจากอาหารในที่หนึ่งหมด แต่ถ้าเป็นน้ำหวานจากชันโรงจะต่างออกไป เพราะชันโรงบางชนิดทำรังในโพรงไม้ ถ้าจะเก็บรังก็ต้องโค่นต้นไม้ซึ่งไม่คุ้ม ทำให้น้ำหวานจากชันโรงส่วนใหญ่มาจากรังเลี้ยงมากกว่า ซึ่งเขาเองก็เลี้ยงชันโรงเช่นกัน และเล่าให้ฟังว่าต้นพริกขี้หนูสวนของเขาสูงถึง 2 เมตร จากปุ๋ยหมักน้ำผึ้ง และเก็บพริกได้เป็นพันเม็ดจากผลงานการผสมเกสรของชันโรง

“เราไม่ได้เชียร์ว่าน้ำผึ้งเราดีที่สุด ขึ้นกับว่าคุณไปใช้กับอะไร ถ้าบางชนิดเหมาะชงกาแฟ บางชนิดก็เหมาะกับกินกับขนมปัง กินกับอโวคาโด แต่ถ้าคุณเป็นเบาหวานก็ไม่ควรกินเยอะ หรือถ้าแพ้เกสรก็กินไม่ได้”

บำรุงสุขฟาร์ม ขายน้ำผึ้งเหมือนไวน์ มีน้ำผึ้ง 20 กว่าปี กว่า 130 รสชาติ ไม่มีหน้าร้าน ไม่ขายออนไลน์ แต่ลูกค้าเพียบ

Facebook | BUM RUNG SUUK artisan natural honey

Writer

เมธิรา เกษมสันต์

นักเขียนอิสระ เจ้าของเพจ ‘Nature Toon การ์ตูนสื่อความหมายธรรมชาติ’ สนใจเรื่องธรรมชาติ ระบบนิเวศ สรรพสัตว์ โลกใต้ทะเล และการใช้ชีวิตแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีผลงานหนังสือแล้ว 2 ชุด คือ ‘สายใยที่มองไม่เห็น’ และ ‘สายใยใต้สมุทร’

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load