เสื่อกกสีสันฉูดฉาด ลายไทยบนล่างล้อมเต็มผืนเสื่อ สวยงามแต่ขาดเอกลักษณ์ เป็นสิ่งที่ชวนตั้งคำถามว่าเสื่อไทยไปไกลกว่าการเป็นเสื่อปูนั่ง ปูนอนได้หรือไม่ แต่คนที่จะตอบคำถามเราได้ดี คงเป็นคนที่เห็นปัญหาแล้วพัฒนาจนพิสูจน์ได้ว่าเสื่อกกไทยไปไกลถึงเสื่อโลกได้! แถมไม่ได้เป็นแค่เสื่อ แต่เป็นกระเป๋า เป็นโฮมแวร์และสารพัดของกุ๊กกิ๊ก

อุ๋งอิ๋ง-ธัญญ์นภัส กิ่งสุวรรณ, Thorr

อุ๋งอิ๋ง-ธัญญ์นภัส กิ่งสุวรรณ สาวอำนาจเจริญเจ้าของ Thorr แบรนด์ของตกแต่งบ้านร่วมสมัยพ่วงสินค้าแฟชั่น ที่หยิบจับปัญหาของหัตถกรรมไทยที่เธอเห็นจนชินตาอย่าง ‘เสื่อกก’ มาแต่งนิด เสริมหน่อย ให้โดดเด้งโดนใจคนรุ่นใหม่ โดยเธอไม่ได้ใส่แค่ความตั้งใจเต็มเปี่ยมลงไป แต่ยังใช้ความสามารถและประสบการณ์จากการทำงานด้านการออกแบบและการทำการตลาดมาทำให้สิ่งที่เธอคิดและฝันกลายเป็นจริง สร้างมูลค่าให้หัตถกรรมพื้นบ้านมากกว่าสิ่งที่มันเคยเป็น

และกำไรของเธอเป็นการให้โอกาสชาวบ้านในชุมชนและจังหวัดข้างเคียงในภาคอีสานมีรายได้มั่นคงและยั่งยืน เธอเติมพลังให้หญิงสาวชาวอีสานได้มีตัวตนในครอบครัวด้วยการสร้างงาน ให้ลูก ให้หลานได้ภูมิใจกับการเป็นเด็กต่างจังหวัด ภูมิใจกับต้นทุนชีวิต ที่มีทั้งมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมจากบรรพบุรุษ ใช่ เธอกำลังพัฒนางานควบคู่ไปกับการพัฒนาคน ยาก ท้าทาย เต็มไปด้วยปัญหา แต่เชื่อเถอะว่า สิ่งเหล่านั้นจะทำให้คนและงานเติบโตไปพร้อมกันอย่างงดงาม

ชักอยากจะรู้ว่าเธอใช้กลยุทธ์ใดพิชิตหัวใจสายคราฟต์ให้อยู่หมัด ปูเสื่อกกเบลนด์สีคราม แล้วฟังพร้อมกัน

Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ

คนบ้านเดียวกันที่มองเห็นปัญหาคนบ้านเดียวกัน

“เราทำ Thorr เหมือนเรากำลัง Reflect ความเป็นตัวเรา” 

อิ๋งเป็นสาวอำนาจเจริญ เธอถูกหล่อหลอมมาด้วยศิลปะ วัฒนธรรม และความงามจากแดนอีสาน 

Thorr เลยเป็นแบรนด์ที่เริ่มต้นจากการกลับไปหารากของตัวเองด้วย ‘หัตถกรรมจักสานเสื่อกก’ 

สิ่งที่เธอมองเห็นไม่ใช่ลำแสงเจิดจ้าว่าเสื่อกกได้ไปต่อ แต่เธอกลับมองเห็นปัญหาของการไม่ได้ไปต่อ แล้วเลือกจะพัฒนา ‘ราก’ ของเธอ ให้แข็งแรง ด้วยประสบการณ์ ความสามารถ และมุมมองทันสมัย เพื่อพี่น้องและของดีของภาคอีสาน

“เราเห็นเสื่อที่ชาวบ้านทอมีแต่ลายซ้ำกัน ไม่มีอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ แทบดูไม่ออกว่าเสื่อผืนนี้มาจากร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ด้วยความสงสัยเลยเสิร์ชดูว่าชาวบ้านทอลายกันยังไง ไปเจออุปกรณ์ทอเสื่อจากท่อพีวีซีที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ท่อหนึ่งเซ็ตจะทอได้หนึ่งลาย เราเลยเข้าใจทันทีว่า ลายไม่ได้กำหนดด้วยวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ แต่ถูกกำหนดด้วยคนผลิตเครื่องมือ ทำให้เรากลับมาคิดว่า ‘เราจะทำยังไงให้เสื่อกกน่าใช้กว่านี้’ 

“เพราะเสื่อกกถูกจำกัดให้เป็นแค่เสื่อปูนั่งกินข้าว เราก็คิดต่อว่าเพราะอะไรคนถึงมองแบบนั้น ถ้ามองแบบฉาบฉวยคงเป็นเรื่องสีและการดีไซน์ สอง คุณภาพการผลิต ชนิดของต้นกก ความคงทนถาวร สาม ช่องทางจำหน่าย นั่นเป็นปัญหาหลักที่ทำไมเสื่อกกถึงขายในกลุ่มคนรุ่นใหม่และ Luxury ไม่ได้” อิ๋งเฉลยปัญหาว่าทำไมเสื่อกกไม่ได้ไปต่อ

Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ
Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ

คนขายเสื่อที่เคยเป็น Designer, Creative, Art Director และ Sale

ปัจจุบันอิ๋งเป็น Product Manager เธอได้รับมอบหมายให้ดูแลตลาดใหม่ บุกเบิก ผลักดัน และสร้างความต้องการในตลาด ถ้าหากย้อนกลับไป เธอเรียบจบสาขาออกแบบ จะว่าไปก็กลมกล่อมในตัวเธอเอง แถมเป็นข้อดีเสียอีกที่จะได้หยิบยกประสบการณ์จากทั้งสองสายงานมาพัฒนาของดีชุมชนให้ดังไกลระดับนานาประเทศ กกไทยจะไปกกโลก!

“ตอนเรียนออกแบบเราถูกฝึกเรื่องวิธีการคิด ทุกอย่างต้องมีปัญหาก่อน มันถึงจะเกิดอีกสิ่งหนึ่ง ปัญหาอาจไม่ได้นำไปสู่ดีไซน์ที่สวยงามอย่างเดียวก็ได้ แต่ปัญหาในที่นี้คือปัญหาในการทำการตลาด ปัญหาในการผลิต ปัญหาในการปลูก และถ้ามองเห็นปัญหา เราจะรู้ว่าต้องทำยังไงต่อ และเราอาจได้เปรียบตรงที่เคยปั้นสินค้าบางอย่างให้ขายได้มาแล้ว

“เราเลยเป็นเหมือนนักการตลาดที่เป็นดีไซเนอร์ พอจะรู้บ้างว่าของดีอย่างเดียวหรือสวยอย่างเดียวไม่มีทางขายได้ มันต้องการการตลาดที่ดีด้วย และคนนั้นต้องเป็นคนบ้าบิ่นประมาณหนึ่งที่จะทำมาร์เก็ตติ้งกับของง่ายๆ

“เราไม่มั่นใจว่าเราจะเป็นนักออกแบบที่เก่ง แต่เรามั่นใจว่าเราเป็นเซลล์และนักการตลาดที่ดี” เธอมองขาด!

คนอื่นมองว่าอิ๋งกำลังขายเสื่อ สำหรับเธอ เสื่อเป็นแค่แมททีเรียล เธอกำลังขายเทคนิคและเรื่องราวต่างหาก

Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ
Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ

ทุกปัญหาย่อมมีทางออก 1

อิ๋งเริ่มต้นแก้ไขปัญหาด้วยการลงพื้นที่ ชักชวนแม่ช่างทอขนเสื่อมาดูด้วยกัน มีทั้งหมดกี่ผืน มีทั้งหมดกี่ลาย ระหว่างดูไปดูมา เธอชอบบางอย่างแค่ในบางอย่างเท่านั้น เพราะของเดิมลายค่อนข้างซับซ้อน สวยแต่เยอะ เธอเปรียบอย่างเห็นภาพให้เราฟังว่า เวลานึกถึงใครสักคน คนคนนั้นต้องมีบุคลิก แบรนด์ก็เช่นเดียวกัน บุคลิกจะทำให้คนจดจำเราได้

“เสื่อกกของเราต้องเป็นของบ้านๆ ที่ดูถ่อมตัว แต่มีรสนิยม มีความวูบวาบ ฉาบฉวย แต่ไม่ถึงกับ Aggressive และไม่ต้องดูเหนือกว่าคนอื่นตลอดเวลา ไม่ต้องดูฟุ่มเฟือยตลอดเวลา มันดูดีได้ในความพอดีและชัดเจนในจุดยืนของเรา”

Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ
Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ

Thorr เลยตั้งจุดยืนของตัวเองไว้ 3 ข้อ หนึ่ง ต้องจับตลาดกลุ่มบนให้ได้ สอง ต้องปรับเปลี่ยนเรื่องคุณภาพและราคา  สาม ต้องเป็นสากล ใช้งานได้จริง และไม่ขายดราม่า ซึ่งข้อสุดท้ายน่าสนใจ เราเลยยกมือให้เธออธิบายเสริมอีกนิด

“เราจะไม่ให้เรื่องการขายเพื่อกระจายรายได้มาก่อนดีไซน์ที่สวยและใช้งานได้จริง เพราะถ้าเอาการกระจายรายได้เพื่อชุมชนขึ้นก่อน คนจะไม่โฟกัสว่าของดีหรือไม่ดี สวยหรือไม่สวย เขาไม่กล้าติ จะซื้อของเพราะสงสาร แต่เรารู้สึกไม่เท่ และแม่ช่างทอก็คงรู้สึกไม่เท่ด้วย แต่มันจะเจ๋งมากถ้าคุณทำแล้วมันขายได้ มันถูกใช้งาน แบบนั้นเราจะภูมิใจกับมันมากกว่า แล้วยิ่งลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ในมุมของเราถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว เพราะเขามี Loyalty กับแบรนด์เราจริงๆ”

ทุกปัญหาย่อมมีทางออก 2

ส่วนปัญหาที่คุณหมอต้องเรียกเข้าพบด่วนคือเรื่องการทอลายเดิมซ้ำไปซ้ำมา จนขาดเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น

Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ

อิ๋งบอกกับเราว่าการทอมี 2 แบบ แบบใช้อุปกรณ์กับแบบใช้ทักษะช่างทอ แบบแรกเธอเจอปัญหา ถ้าจะทอ 10 ลาย ต้องมีท่อพีวีซี 10 ชุด เจ้าของแบรนด์เลยเลือกการทอแบบที่สอง โดยให้คนทอที่มีทักษะชำนาญสอนคนที่ทอไม่เป็น เริ่มต้นจากลายที่ทอง่าย เพราะ หนึ่ง ลายมินิมอล น้อยแต่มาก จะขายดี สอง ความสวยงามยังอยู่ สาม เป็นผลดีกับช่างทอ

ถ้าคนเป็นแฟน Thorr (ที่ไม่ใช่เทพเจ้าสายฟ้า) จะเห็นว่าเจ้าของแบรนด์คลั่งไคล้สี Navy Blue มากที่สุด มีดำบ้าง แดงบ้าง สับเปลี่ยนสัดส่วนสีตามความพอดี บางทีเธอเล่นสนุกด้วยเทคนิคมัดย้อมบ้าง เล่นลายบาง อย่างลายดอกพิกุล เป็นหนึ่งในลายที่อยู่ในลายขิต เธอเลือกมาเพียงลายเดียวแล้วทอซ้ำจนเกิดเป็นดอกพิกุลต่อกัน เราว่าโมเดิร์นไปอีกแบบ

Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ

“เราลงทุนให้ชาวบ้านลองผิดลองถูก ลงทุนให้เรามีความรู้มากขึ้น เพื่อให้เขาเข้าใจ ให้เขาเห็นประโยชน์จากการทำสิ่งนี้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ตอนนี้มีคนมาขอทอกับเราเยอะขึ้น มีคนปลูกต้นกกเยอะขึ้น แล้วไม่ใช่เฉพาะในหมู่บ้านเรา สำหรับเขา เขาเห็น Thorr เป็นโอกาส ไม่ใช่เพียงแค่แบรนด์ที่ทอเสื่อกก” สาวอำนาจเจริญเล่าให้เราฟังด้วยความภูมิใจ

Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ

ปัจจุบันช่างทอเสื่อ ช่างทอผ้า ช่างเย็บกระเป๋าไม่ได้มีแค่ในจังหวัดอำนาจเจริญ แต่ขยายคอมมูนิตี้ไปยังจังหวัดเพื่อนบ้านอย่างบุรีรัมย์ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี แถมแบ่งปันรายได้ให้กับชุมชนอื่นที่ถนัดต่างกัน เช่น งานเย็บกระเป๋ายกให้จังหวัดอุบลฯ เป็นมือหนึ่ง จักสานตะกร้าใบโก้ต้องกาฬสินธุ์ และงานผ้าทอมือย้อมครามต้องชุมชนเขมราฐ

ตั้ง Mideset ที่ดี เพื่อให้มีการทำงานที่ดี

เป็นอันรู้กันว่าแม่ๆ ช่างทอสะสมประสบการณ์ชีวิตมามาก การจะชวนกันปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างก็ดูยากเสียหมด อิ๋งเลยต้องใช้เทคนิคพูดคุยเพื่อให้เห็นภาพเดียวกัน กฎข้อแรก ต้องแสดงเจตนารมณ์ชัดเจน สอง แสดงความจริงจังและจริงใจ สาม เป็นผู้นำ ให้ช่างทอรุ่นครูรู้ว่าถึงเขาไม่เอา เราก็ไม่หยุด ลงเสื่อกกผืนเดียวกันแล้ว ต้องไปให้สุด!

“แต่ก่อนเขาจะทอให้เสร็จเร็วๆ เพื่อจะได้เงินเร็วๆ งานจะไม่เรียบร้อย เราต้องทิ้งเยอะมาก ตอนหลังเราเลยทำให้เขามี Mindset ที่ดีก่อน ซึ่ง Mindset ที่ดีจะกำหนดวิธีการทำงานของเขา Mindset แรก ฉันทอไวได้เงินไว เจ๊งก็ช่าง

Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ
Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ

“เราเลยเปลี่ยนให้เขาคิดใหม่ อย่าทอเอาตังค์เรา ให้ทอเอาตังค์ลูกค้า ถ้าทอเอาตังค์เรา เราตังค์หมดก็แค่เจ๊ง ป้าก็แค่ไม่มีงาน แต่ถ้าตั้งใจทำให้สวยแล้วงานมันขายได้ มีตังค์ลูกค้ากลับมา ป้าก็ได้ส่วนแบ่ง ทำงานต่อได้ยาวๆ เพราะเรารักษาคุณภาพได้ แล้วเราก็ให้คนเก่งสอนคนอ่อน ถ้าใครสนใจก็มาเรียนรู้ เรียนรู้เสร็จคนนี้เก่งเรื่องนี้ให้ไปสอนคนนั้นต่อ”

จากการคลุกคลีตลอด 2 ปี สอนกันไปสอนกันมา ป้าสอนหลาน หลานสอนลุง ทำให้อิ๋งจำฝีทอของช่างแต่ละคนได้ แล้วความน่ารักน่าเอ็นดูของช่างทอคือเวลาส่งชิ้นงานจะเขียนบรรจงลงลายมือชื่อบนกระดาษห้อยติดไว้ด้วย อิ๋งเลือกไม่เอาออก มาแบบไหน ส่งลูกค้าแบบนั้น กลายเป็นเสน่ห์ เหมือนงานคราฟต์ไทยมีชีวิต และลูกค้าก็ได้รู้ที่มาของเสื่อผืนนั้นด้วย เราว่าสิ่งละพันอันน้อยเหล่านั้นจะถูกเล่าต่อ มากกว่าการสร้างการรับรู้ กลับเป็นสร้างความสุขใจทั้งคนทอและคนรับ

Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ

เสื่อกกอีสานที่อยากเป็นหนึ่งในใจคุณ

หลังพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างก้าวกระโดด Thorr ได้ออกงานแฟร์ชื่อดังของเมืองไทยจนแบรนด์เป็นที่รู้จัก ก้าวไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ได้ไปงานแฟร์ต่างประเทศอย่าง Maison & Objet 2018 สุดยอดงานที่สายอินทีเรียต้องยอมรับ

“ตอนนั้นเราเหมือนผีเสื้อที่อยากจะออกบิน เราสนุกกับมัน สนุกกับการเรียนรู้ เหมือนเริ่มรู้ใจกับสิ่งที่เราทำมากขึ้น เลยเอาตัวตนของเราออกมาอยู่ในงานได้เยอะขึ้น และเราอยากเห็นงานของเราไปอยู่ในหนังสือแต่งบ้าน ไปอยู่ในของที่เป็น Common Use ของสถาปนิก หมายความว่าเราอยากเห็นโอกาสในการเอาของไปใช้ในงานที่หลากหลาย” อิ๋งเล่า

Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ

แน่นอนว่าจะกว่ามาถึงจุดนี้และกว่าจะไปถึงจุดนั้น ไม่ง่าย 

“เรามีอารมณ์ผิดหวังเหมือนกันนะ แต่ทุกครั้งที่อยากหยุด มันจะมีอะไรมาผลักให้เราไปต่อ สิ่งที่ทำให้เราดีขึ้น คือการที่ชาวบ้านมาบอกเราว่า เขาทำงานให้เราแล้วมีเงินให้หลานไปโรงเรียน เขามีเงินเก็บ เขารู้สึกมีคุณค่า แล้วคนที่ทำงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง งานของเราทำให้ผู้หญิงรู้สึกมีตัวตนในครอบครัวมากขึ้น ออกแนว Empower Women นิดหน่อย” 

เธอหัวเราะ ก่อนจะเสริมว่า “ทำไมผู้หญิงจะออกแรงทำงานไม่ได้ ต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก เราบอกเขาว่าเธอหาเงินได้ เธอต้องเชื่อฉัน พอเขาทำงาน เขาอยู่ได้ ครอบครัวเขาก็มีความสุขขึ้น เพราะว่าภรรยามีรายได้ ลูกเขาก็รู้สึกว่าแม่มีงานทำเหมือนกัน” เธอเล่าจนเราฮึกเหิม

Thorr แบรนด์คราฟต์อีสานที่ใช้การตลาดพัฒนาเสื่อกกจนคนมักหลายเด้อ

ทอที่เป็น Thorr

ก่อนจบบทสนทนา เราถามคำถามธรรมดากับผู้หญิงตรงหน้าว่า “ความสุขของการทำ Thorr คืออะไร”

เธอนิ่งไปครู่ ก่อนจะตอบเรากลับมาว่า

“ถ้าความสุขมันเป็นแค่ความสุขของตัวเราเอง เราเลิกทำไปแล้ว มันเหนื่อยเกินไป แต่ว่าความสุขของการทำทอไม่ใช่การทำเพื่อตัวเอง เราทำเพื่ออุดมการณ์ ทำเพื่อคนอีกหลายคน ทำเพื่ออนาคต เราอยากเห็นงานมันดีขึ้นในทุกวัน อยากเห็นช่างทอเก่งขึ้น อยากเห็นชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น อยากเห็นเด็กในชุมชนภาคภูมิใจในต้นทุนของตัวเอง ไม่ต้องอายว่าฉันเป็นเด็กต่างจังหวัด เราต้องเป็นตัวอย่างให้เขาเห็นในส่วนที่เราทำได้

“มันเรียบง่ายมากเลยนะ เราแค่ต้องถามตัวเองว่ายังมีความสุขกับการทำมันมั้ย ส่วนที่เรามีความสุขคือส่วนไหน ส่วนที่เราเหนื่อยคือส่วนไหน มันแก้ได้มั้ย เราอยากทำงานคราฟต์ไทยให้เป็นมืออาชีพ เหมือนต่างชาติที่เขาขายกัน 

“เราอยากเห็นสินค้าไทยเป็นแบบนั้น เลยพยายามคิดแบบผู้ประกอบการรายเล็ก เราต้องดูแลตัวเองให้ได้ดีที่สุดก่อนที่จะคาดหวังความช่วยเหลือจากใคร เมื่อเขาเห็นสิ่งที่เราตั้งใจทำจริงๆ แล้วมันจะมีทางไปต่อเอง” 

มันเรียบง่ายมากเลยนะ

จงเป็นทอ ที่เป็น Thorr

Thorr

108/134 หมู่บ้านธนาสิริ หมู่ 9 ตําบลบางกร่าง อําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000

ติดต่อ 09 0908 7888

Facebook: Thorr Living

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

ก่อนเดินทางไปมหาสารคาม ฉันโทรศัพท์ไปหาหลายคนเพื่อหาข้อมูลจังหวัด หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องได้สีสันท้องถิ่นของเมืองสะดืออีสานมาเขียน

“มหาสารคามน่ะเหรอ…ไม่ค่อยมีอะไรหรอก” ปลายสายคนแล้วคนเล่าตอบซ้ำๆ เหมือนนัดกันไว้ “เราเป็นเมืองการศึกษา”

ถ่อมตัว หรือเชื่อแบบนั้นจริงๆ ฉันไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือไม่เชื่อเป็นอันขาดว่าใจกลางอีสานจะขาดเรื่องราว ตักศิลานครแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือย่อมมีสิ่งดีที่น่าแบ่งปัน

ในที่สุด ฉันค้นพบคำตอบที่ตามหาที่สถานศึกษา แต่จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากวัดเก่าๆ ที่มี ‘ฮูปแต้ม’ ศิลปะบนผนังสิมหรือโบสถ์อีสาน

ปุ้ย-สรัญญา ภักดีสุวรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม หลงรักรูปวาดยึกยือซีดจางในวัดห่างไกล แม้ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์หรือนักโบราณคดี แต่ดีไซเนอร์คนนี้มีวิธีรักษากราฟิกโบราณของท้องถิ่นในแบบของเธอเอง

ผ้าย้อมคราม

ฮูปแต้ม

ฮู้จักฮูปแต้ม

ฮูปแต้มคือจิตกรรมฝาผนังแบบอีสานที่อยู่บนสิม วิหาร หรือหอไตร ภาพวาดส่วนใหญ่บอกเล่าตำนานทางพุทธศาสนา ประเพณีวัฒนธรรม วิถีชาวบ้าน และธรรมชาติ สีสันของภาพต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ บริเวณใกล้เวียดนาม เช่น จังหวัดหนองคาย สีจะจัดจ้าน โทนส้มเหลือง ส่วนอีสานกลางมักเป็นสีน้ำเงิน สีฟ้า สีเขียว และสีน้ำตาล โดยช่างท้องถิ่นแต่ละที่จะมีสูตรผสมสีของตัวเอง มีส่วนผสม เช่น คราม ยางต้นรัก หรือสีสังเคราะห์จากเวียดนาม

“เสน่ห์ของฮูปแต้มคือมันไม่ได้ถูกสร้างจากช่างฝีมือวิจิตรเหมือนภาคกลาง เคยมีคนวิพากษ์วิจารณ์ด้วยทัศนคติด้านเดียวว่ามันไม่สวย ดูเลอะเทอะ แต่พอเราศึกษาเราจะรู้ว่ามันสวยในแบบที่มันเป็น ถ้าเปรียบเทียบกับศิลปะฝรั่ง ฮูปแต้มดูเป็นศิลปะไร้เดียงสา (Naive) เพราะคนวาดเป็นชาวบ้าน เป็นพระ เป็นช่างท้องถิ่น ที่ตั้งใจทำเพราะศรัทธาในพระพุทธศาสนา มันเป็นศิลปะเล็กๆ ที่เกิดจากความแร้นแค้นของบ้านเรา”

ผ้าย้อมคราม

ผ้าย้อมคราม

ปุ้ยอธิบายเพิ่มว่าบางวัดเขียนฮูปแต้มที่ผนังด้านนอก เนื่องจากมีธรรมเนียมไม่ให้ผู้หญิงเข้าโบสถ์หรือวิหาร จึงเปิดโอกาสให้ผู้หญิงศึกษาธรรมะผ่านศิลปะ ปัจจุบันฮูปแต้มทั่วไปที่มีอยู่ทั่วอีสานหลงเหลืออยู่เพียง 20 กว่าที่เท่านั้น ส่วนใหญ่วาดในช่วงรัชกาลที่ 5 และเริ่มผุพังหลังเวลาผ่านไปร้อยกว่าปี

“เราจบนิเทศศิลป์ ทำงานเขียนภาพประกอบกับออกแบบลวยลาย พอได้เห็นฮูปแต้มก็ เฮ้ย นี่ตัวการ์ตูนนี่นา ไปกี่ครั้งก็นั่งดูไปทีละภาพได้ทั้งวัน เราหลงรักฟอร์ม หลงรักรูปร่างรูปทรง มันน่ารักมาก อย่างผนังสิมวัดบ้านยาง (วัดยางทวงวราราม) วาดชูชกสามสี่ตัวเรียงกันอยู่ เอ้า นี่ก็แอนิเมชัน มีคาแรกเตอร์ มีเรื่องราวครบหมด แล้วทำยังไงดี สิ่งที่ปรากฏมีทั้งความชอบและสิ่งที่น่าเป็นห่วง บางวัดเอาสีทองไปทาทับฮูปแต้ม เราปวดใจมาก พูดแล้วยังขนลุก เขาเข้าใจว่าสีทองคือความสวย ก็ทาหมดเลย เหลือแค่รูปฟอร์มของฮูปแต้ม ซึ่งยังไงมันก็ผิดเพี้ยน”

อาจารย์ศิลปะเปรียบฮูปแต้มว่าเป็นทุกขลาภ เป็นของดีที่ชาวบ้านไม่รู้จะดูแลอย่างไร ยิ่งกรมศิลปากรออกกฎไม่ให้จับผนังเพื่ออนุรักษ์โบราณสถาน คนส่วนใหญ่ยิ่งเกร็ง ไม่กล้าเข้าใกล้ ฮูปแต้มเป็นของมีค่าที่ห่างไกลจากชีวิตผู้คนทั่วไปมากขึ้นทุกที

“ฮูปแต้มเหมือนเพชรที่ไม่ได้เจียระไน เป็นก้อนหินก้อนนึงที่คนกลุ่มเล็กๆ อย่างแวดวงศิลปกรรมรู้จัก แต่จะทำยังไงให้คนทั่วไปเห็นคุณค่า เราห้ามไม่ให้มันผุพังไม่ได้ แต่ในขณะที่มันอยู่จะรักษามันไว้ยังไงให้มันนานที่สุด ถ้ามีใจจะดูแล มันก็จะเกิดอะไรสักอย่าง”

ผ้าย้อมคราม

ฮูปของเด็ก

“ก่อนหน้านี้เราปวารณาตัวเองว่าจะทำศิลปะเด็กปีละครั้ง ก่อนหน้านั้นก็ทำทีมศิลปะเด็กอีสาน พอมาเจอเรื่องนี้ ก็อยากทำให้เด็กในเมืองที่ไม่รู้จักฮูปแต้มได้รู้จักศิลปะนี้”

ปุ้ยลงมือศึกษาเรื่องฮูปแต้มอย่างจริงจัง และขอทุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาทำสื่อพื้นบ้านเพื่อสุขภาวะเยาวชน เช่น จัดค่ายพาเด็กมัธยมจากโรงเรียนต่างๆ ไปดูลวดลายฮูปแต้มที่วัดแล้วคัดลอกลายออกมา ให้ผู้เฒ่าผู้แก่มาเล่าความหมายให้ฟัง หรือร่วมมือกับศิลปินท้องถิ่น หยิบคาแรกเตอร์ฮูปแต้มมาทำเป็นละครหนังบักตื้อ (หนังตะลุงอีสาน)

“เราไม่ได้ไปแตะไปจับผนังเลย แต่ดึงลวดลายออกมาสู่บริบทใหม่ กลายเป็นแรงบันดาลใจที่เราให้สร้างสรรค์ได้อีกเยอะ ตัวการ์ตูนตัวเดียว แค่จัดวางใหม่ แล้วให้เด็กมอง 10 คนมองก็มองไม่เหมือนกันแล้ว มันเป็นขุมสมบัติมหาศาล”

ปีต่อปี ปุ้ยพลิกแพลงต่อยอดศิลปะและกิจกรรมจากต้นทุนทางวัฒนธรรมของมหาสารคาม สารพัดคาแรกเตอร์บนสิมได้รับการปลุกให้มีชีวิตอยู่ในบริบทใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพราหมณ์ที่ไปขอช้างขอม้าของพระเวสสันดรตอนเข้าป่า ชูชก นางอมิตดา ไปจนถึงเรื่องราวพื้นบ้านอย่างนายฮ้อย ที่มีตาชั่งสำหรับซื้อวัวควาย สาวเก็บเห็ด สาวหาปูปลา ชาวเวียดนามที่เข้ามาค้าขาย นกฮูก จระเข้ และรวงผึ้งยักษ์บนต้นยาง

ฮูปแต้ม

ฮูปแต้ม

ผ้าย้อมคราม

“เราบูรณาการฮูปแต้มให้เข้ากับนักศึกษาด้วย ช่วงที่เราเป็นหัวหน้าสาขาเราเจอปัญหาว่าเด็กศิลปะส่วนใหญ่ชอบอยู่กับตัวเอง ไม่ค่อยเข้ามาคณะ เราเลยหาวิธีให้พวกเขาได้ทำงานด้วยกัน ออกแบบภาพประกอบในวิชาเรียนแล้วก็เอามาทำละคร ครูเซียง-ปรีชา การุณ นักการละครหุ่นมาสอนเขียนบท อาจารย์นาฏศิลป์มาสอนตีกลอง เด็กต้องออกแบบภาพประกอบ ออกแบบฉาก ทำคอมพิวเตอร์กราฟิก แล้วเล่นหุ่นเงาเองด้วย เขาเลือกนิทานพื้นบ้านที่อยู่บนผนังเรื่องท้าวปาจิตกับนางอรพิมมาแสดงตามงานมหา’ลัยหรืองานกาชาด

ฮูปแต้ม

ฮูปแต้ม

“ผลสัมฤทธิ์มันไม่ได้วัดที่เล่นใหญ่ แต่ดูว่ารักกันมากขึ้นมั้ย รู้จักกันมากขึ้นมั้ย ภาคภูมิใจในตัวเองมากขึ้นมั้ย กล้าแสดงออกมั้ย ตลอดทางเขาทะเลาะกันบ้าง เกเรบ้าง แต่เราก็ได้เรียนรู้กัน ท้ายที่สุดแล้วเราไม่ได้โชว์ว่าอัตตาเรามีเท่าไหร่ แต่โชว์เพื่อลดอัตตาตัวเอง

“เรายึดฮูปแต้มเป็นหลัก แล้วแต่ว่าจะเปลี่ยนผ่านไปอยู่ในบริบทไหน กาย ใจ หรือสังคม”

ฮูปแต้ม


ฮูปบ้านเฮา

ฮูปแต้มเดินทางออกจากวัด สู่กิจกรรมในหมู่เด็กและเยาวชน และเริ่มออกเดินทางไปหาชุมชนด้วยการแปลงร่างเป็นสารพัดของใช้ที่สวยดึงดูดใจ

“เรารู้สึกว่ามีจิตรกรรมอย่างเดียวไม่ได้ น่าจะมีงานออกแบบสินค้าที่เขียนลายง่ายๆ เบื้องต้นเรานึกถึงผ้าบาติกเพราะว่ามันคอนทัวร์เหมือนกัน เข้าสู่กระบวนการออกแบบลวดลายที่ทำซ้ำได้ กระจายแล้วดู Seamless เลยหาแม่ลายจากฮูปแต้มมาต่อยอดเป็นการออกแบบที่ลึกขึ้น พอทำผ้าบาติกได้ก็ลองบูรณาการกับวิชาอื่น ทำซิลก์สกรีน ออกแบบเครื่องแต่งกาย ออกแบบตัวอักษร แล้วก็ร่วมมือกับวิสาหกิจในท้องถิ่นทำกระเป๋าพิมพ์ลายฮูปแต้ม”

ปัจจุบัน สิ่งที่นักออกแบบชาวมหาสารคามสนใจคือการทำผ้าบาติกลายฮูปแต้มย้อมคราม ซึ่งเป็นกระบวนการที่เธอหลงใหลมากที่สุด ถึงขั้นปลูกต้นครามและก่อหม้อครามที่คณะให้นักศึกษามาเรียน

“พอทำผ้าบาติกแล้วต้องย้อมสี เราเรียนรู้เรื่องครามแล้วหลงเสน่ห์มาก ตอนแรกที่เริ่มทำที่คณะ อาจารย์แถวนี้เขาร้องเรียนกันว่าครามเหม็นมาก เพราะเราก่อหม้อไม่เป็นไงคะ ด้วยความฮึกเหิม ฉันเป็นอาจารย์ ฉันเรียนรู้เองได้ เราไปขลุกกับหนังสือเป็นปี พอไปเจอผู้รู้ วันเดียวได้สูตรเลย ครามสอนให้เราเรียนรู้การนอบน้อมต่อภูมิปัญญาของคน”

ผ้าย้อมคราม

ผ้าย้อมคราม

ฉันก้มดูมือสีน้ำเงินจากการย้อมครามของดีไซเนอร์ท้องถิ่น ปุ้ยเอ่ยตามตรงว่าการสร้างสรรค์ของเธอยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ยังมีช่องว่างอีกมากที่เธอและชาวบ้านจะต้องเรียนรู้ที่จะพัฒนาสินค้าฮูปแต้มไปด้วยกัน

“ด้วยมุมมองนิเทศศิลป์ ก่อนหน้านี้เราสนใจสื่อสมัยใหม่ แอนิเมชัน พอมาจับสื่อพื้นบ้าน มันสอนให้เรานอบน้อมกับตัวตนของแต่ละที่มากขึ้น เราจะไม่มองว่าอันนี้เชย อันนี้ไม่เชย แม่ห้ามทำอย่างนี้ ต้องทำอย่างนั้น เราต้องไปรู้ก่อน แม่ทำอย่างนี้เพราะอะไร และเราจะเชื่อมโยงความเป็นเรายังไง

“สิ่งที่เราต้องต่อสู้คือความคุ้นชิน หลายคนยังคิดว่าบาติกเป็นของภาคใต้ ครามเป็นของสกลนคร มหาสารคามต้องมัดหมี่ เราบอกเลยว่าวัฒนธรรมเป็นของโลกนี้ค่ะ ใครๆ ก็เรียนรู้ร่วมกันได้ บางทีถ้าเราไปยึดติด โลกของเราจะไม่เปิดกว้าง ครามเป็นภูมิปัญญาของโลกมา 6,000 ปีแล้ว ไม่ใช่ของไทยอย่างเดียว ประเทศอื่นๆ ก็มี เพราะฉะนั้น ลองเปิดใจเรียนรู้ก่อน ถ้ามันดีก็คือดี เหมือนส้มตำยังเป็นส้มตำทอดได้เลย

ผ้าย้อมคราม

“ภูมิปัญญาคือสิ่งที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นแล้วเหมาะสมที่จะส่งมอบจากรุ่นสู่รุ่นไปได้ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรมันก็ด้นไปตามความร่วมสมัยที่จะเกิดขึ้น เราก็เลยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปบ้าง แต่ถ้ารากแก้วมั่นคงแล้วก็อย่าไปคิดเผื่อเลยว่ามันจะไม่ดี มันต้องดีสิ ในเมื่อเราปลูกต้นที่ดีไว้แล้ว กิ่ง ดอก ผล จะต้องดี”

ปุ้ยเอ่ยอย่างมั่นใจ ความสนใจสินค้าฮูปแต้มที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอคิดว่าอนาคตอยากสร้างแบรนด์เพื่อกระจายงานให้ชุมชน เช่น ชุมชนนี้ปลูกครามให้ ชุมชนนี้ทอผ้าพื้นให้ ให้นักศึกษาร่วมเขียนเทียนวาดลวดลาย แล้วเธอจะทำการตลาด ให้ทุกคนได้แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน ยังมีผลิตภัณฑ์สนุกๆ อีกมากที่ทำได้ในอนาคต เช่น เซรามิก แก้วมัค ไปจนถึงกระเบื้อง และสารพัดข้าวของ

ผ้าย้อมคราม

เฮ็ดมือ

กลิ่นขี้ผึ้งผสมพาราฟินร้อนๆ ลอยมาจากหน้าคณะศิลปกรรม เก่ง-ธรรมนูญ พัดมะนา อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปกรรมอีกคนมาช่วยเตรียมอุปกรณ์กับนักศึกษา ปุ้ยลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่าเธออยากให้ผ้าบาติกย้อมครามเป็นของขวัญ โดยมีข้อแม้ว่าฉันต้องลงมือทำเอง

โต๊ะเขียนแบบเก่าๆ ที่พังแล้วถูกบุด้วยฟองน้ำ กลายร่างเป็นโต๊ะร่างผ้าบาติก ปุ้ยหยิบปากกาเดินเทียนมาวาดนกฮูกตาโตและสุนัขตัวลายให้ดูเป็นตัวอย่าง ฉันจับปากกามือไม้สั่น เทียนหกลงเป็นด่างดวงบนผ้า งานนี้ยากกว่าที่คิดมากทีเดียว

ผ้าบาติกย้อมคราม

ผ้าบาติกย้อมคราม

“ระยะนี้เรียกว่า ‘ยาขม’ มันต้องใช้ฝีมือสักหน่อยเลยยาก แต่ถ้าตั้งใจ แค่วันเดียวก็ทำได้ครับ” ลูกศิษย์อาจารย์ปุ้ยที่กลายมาเป็นอาจารย์เหมือนกันกล่าวยืนยัน “เราเลยทำบล็อกไม้ให้ปั๊มง่ายๆ มาแก้ปัญหาให้ชาวบ้านหันมาสนใจทำบาติกมากขึ้น”

ผ้าบาติกย้อมคราม

จริงอย่างที่อาจารย์สอนถ่ายภาพว่า การจุ่มบล็อกไม้ลงในเทียนแล้วปั๊มบนผ้าง่ายกว่าหลายเท่า เมื่อลายสีเหลืองแผ่กระจายเต็มผืนผ้าขาว เรารอให้ลายเทียนร้อนๆ แห้งสนิทก่อนคว้าผ้าไปที่กระต๊อบเก็บครามหน้าสนามคณะศิลปกรรม

หม้อครามข้นคลั่กหลายสิบหม้อเรียงรายอยู่ในเพิงเรียบง่าย กลิ่นครามฉุนกึกลอยมาปะทะจมูก ปุ้ยเล่าติดตลกว่าจากที่ตอนแรกใครต่อใครไม่ชอบใจกลิ่นนี้ แต่ระยะหลังการย้อมครามป๊อปมากจนเนื้อครามหายไปเป็นถังๆ

ฉันกำผ้าลายเทียนผืนใหญ่ จุ่มลงไปในหม้อครามแล้วบีบซ้ำๆ ผ้าขาวดูดสีอย่างว่องไว ยิ่งจุ่มลงในหม้อถัดไปเพื่อย้อมซ้ำ โทนน้ำเงินก็เข้มขึ้นตามลำดับ

ผ้าย้อมคราม

ผ้าย้อมคราม

“ถ้าถอดบทเรียนฮูปแต้ม แต่ละช่วงเอาไปเป็นหลักสูตรในท้องถิ่นได้ทุกรายวิชาเลย”

อาจารย์นิเทศศิลป์เอ่ยเบาๆ ขณะฉันคลี่ผ้าสีน้ำเงินแสนสวยบนสนามหญ้า รอยฮูปแต้มเขียนเทียนเด่นชัดบนผ้าคราม

ผ้าย้อมคราม

“มันอาจเริ่มต้นที่ศิลปะ แต่ฮูปแต้มสอนให้รู้จักสังคม รู้จักวัฒนธรรม รู้จักการอยู่ร่วมกัน ในครามมีวิทยาศาสตร์ มีศิลปะ มีความดี ความงาม มีประวัติศาสตร์อยู่ข้างใน ศิลปะบูรณาการได้กับทุกสิ่งทุกอย่าง มันทำให้เรารู้จักผู้คน และเราก็พาเขาออกไปให้คนอื่นรู้จัก

“ตอนไปแสดงงานกระเป๋าฮูปแต้ม เราเจอคนที่ไม่รู้จักจังหวัดมหาสารคาม มีอยู่บนแผนที่ประเทศไทยด้วยเหรอ เดี๋ยวผมตามไปดูฮูปแต้ม ที่สุดแล้ว กระเป๋าพาคนเข้ามาในท้องที่เพื่อจะได้เห็นว่าฮูปแต้มคืออะไร เขาจะได้เห็นศักดิ์ศรีของเรา เห็นความเป็นคนท้องถิ่นอีสาน เราอยากให้สิ่งเหล่านี้มันยังอยู่ในวิถีชีวิตนะ ไม่ต้องไปดวงจันทร์ ไม่ต้องไปไหนก็ได้ อยู่บนโลกนี้ง่ายๆ งามๆ ของเรานี่แหละ”

ฉันหันไปสบตานักออกแบบผู้หลงรักภาพวาดเก่าซีดจาง แม้ฮูปแต้มสีสันสดใสในวัดต่างๆ ของมหาสารคามเริ่มหลุดลอก แต่สปิริตเข้มข้นของคนรักศิลปะเจิมชีวิตให้ภาพเหล่านั้นอีกครั้ง

‘ไหนใครบอกว่ามหาสารคามไม่ค่อยมีอะไรไง’ ฉันคิดในใจ

‘เมืองที่ไม่มีอะไร ไม่มีหัวใจแบบนี้หรอก’

         

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load