“แม่มดตัวจริงนับเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายที่สุดบนพิภพนี้ สิ่งที่ทำให้แม่มดมีพิษมีภัยคือความจริงที่ว่ารูปร่างหน้าตาของแม่มดดูไม่น่ากลัวเลย แม้เด็กจะรู้ความลับทุกข้อของแม่มดแล้ว ก็ยังไม่อาจบอกได้ว่า คนที่อยู่ต่อหน้าเขานั้นเป็นแม่มดหรือเป็นผู้หญิงใจดีกันแน่”

‘แม่มด’ หนังสือขายดีตลอดกาลของ โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียนผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร, The Witches

แอน แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway) ผมทองสลวยในชุดราตรีสวยสง่า ฉีกยิ้มน่าสะพรึงกลัวอยู่บนโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง The Witches (2020) หนังที่สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนชื่อเดียวกันของ โรอัลด์ ดาห์ล (Roald Dahl) เห็นเท่านี้จิตก็ประหวัดไปถึงวัย 8 ขวบที่ได้เห็นหนังสือปกแดงรูปแม่มดหัวล้านครั้งแรก

ในวาระที่บรรดาแม่มดออกมาโลดเต้นจองเวรเด็กๆ ในจอเงินครั้งใหม่ จนเด็กชายและคุณยายที่มาพักร้อนในเมืองตากอากาศ ต้องต่อสู้กับบรรดาอมนุษย์ในคราบสุภาพสตรี เรารีบรุดไปพบ ครูมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ผีเสื้อ สำนักพิมพ์เก่าแก่ที่แปล แม่มด และหนังสืออีกหลายเล่มของนักเขียนชาวอังกฤษผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร

‘แม่มด’ หนังสือขายดีตลอดกาลของ โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียนผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร, The Witches

ไม่ว่าคุณดูหนังเรื่องนี้ เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ตอนเด็ก หรือสนใจอยากทำความรู้จักวรรณกรรมของโรอัลด์ ดาห์ล มากขึ้นสักหน่อย นี่คือเรื่องสนุกที่เราได้รู้เมื่อพูดคุยกับเจ้าสำนักพิมพ์ผีเสื้อ

วรรณกรรมยอดเยี่ยมแห่งอังกฤษ 

เมื่อหนังสือเรื่องนี้ตีพิมพ์ใน ค.ศ. 1983 แม่มด ได้รับรางวัล Whitbread (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Costa Book Awards) ซึ่งจัดเพื่อนักเขียนในสหราชอาณาจักร โดยได้รับการคัดเลือกว่าเป็นหนังสือเด็กยอดเยี่ยม และเป็นหนังสือแห่งปีที่แนะนำให้ทุกคนอ่าน นอกจากนี้ใน ค.ศ. 2019 บีบีซียังจัดอันดับหนังสือเล่มนี้ว่าเป็นหนึ่งในวรรณกรรม 100 เล่มที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด

“แม่มดเป็นเล่มแรกกระมังที่ทำให้ดาห์ลติดอยู่ในทำเนียบนักเขียนเรื่องเด็ก เพราะว่ารางวัล Whitbread เป็นรางวัลใหญ่ของสมาคมผู้จัดจำหน่ายหนังสือของประเทศอังกฤษ จากหนังสือนับพันเล่มในประเภทต่างๆ ท้ายที่สุดเลือกประเภทละหนึ่งเล่ม แล้วกรรมการจะเลือกผู้ชนะหนังสือแห่งปีเป็นรางวัลสุดท้าย สมัยนั้นได้สองหมื่นปอนด์ นับว่าเยอะมาก”

ราว 10 กว่าปีต่อมา สำนักพิมพ์ผีเสื้อเริ่มตีพิมพ์หนังสือเด็กของโรอัลด์ ดาห์ล ใน ค.ศ. 1995 (พ.ศ. 2538) โดย แม่มด เป็นหนังสือชุดแรกที่ปรากฏตัวบนแผงหนังสือภาษาไทย ครูมกุฏหยิบหนังสือเก่าๆ และภาพวาดหน้าปก แม่มด ซึ่งตีความหลากหลายมาให้ดู หนึ่งในความภูมิใจของสำนักพิมพ์คือ แม่มด เป็นหนังสือแปลเล่มแรกของไทยที่ได้เข้าไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์โรอัลด์ ดาห์ล ที่ประเทศอังกฤษ 

‘แม่มด’ หนังสือขายดีตลอดกาลของ โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียนผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร, The Witches

ความรักของยายและหลานชาย*

(ส่วนนี้บอกเนื้อหาหลักในหนังสือและภาพยนตร์)

แม่มด คือเรื่องราวของเด็กชายชาวอังกฤษที่กำพร้าพ่อแม่ ซึ่งยายชาวนอร์เวย์รับไปเลี้ยงดู ทั้งคู่ไปตากอากาศที่ Bournemouth เมืองริมทะเลทางตอนใต้ของอังกฤษ จึงได้เจอกับสมาคมแม่มดอังกฤษที่มาชุมนุมกันเพื่อวางแผนกำจัดเด็กๆ ราชินีแม่มดมาพร้อมยาตัวใหม่ที่มีสรรพคุณเปลี่ยนเด็กให้กลายเป็นหนู เด็กชายและยายผู้รู้เรื่องแม่มดเป็นอย่างดีจึงต้องร่วมมือกันสกัดแผนชั่วร้ายของแม่มดเหล่านี้ 

“คาดไม่ถึงว่าผู้กำกับจงใจเลือกคนผิวสีมาเล่นเป็นตัวเอก ทั้งยายทั้งหลาน และเปลี่ยนฉากมาเป็นอเมริกา ก็เลยดูแปลกไปจากหนังสือมาก เขาคงคิดแล้วว่าอยากให้เรื่องคนผิวสีมาเกี่ยวข้อง ซึ่งก็ดีนะ เรื่องของโรอัลด์ ดาห์ล เป็นสากลอยู่แล้ว” ครูมกุฏออกความเห็นถึงภาพยนตร์ 

‘แม่มด’ หนังสือขายดีตลอดกาลของ โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียนผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร, The Witches
‘แม่มด’ หนังสือขายดีตลอดกาลของ โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียนผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร, The Witches

“เรื่อง แม่มด สอนเด็กว่าคนหน้าตาดีก็เป็นคนเลวคนชั่วได้ เพราะฉะนั้น อย่าพิจารณาคนจากภายนอก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่อง คือความสัมพันธ์ระหว่างหลานกับยาย เด็กชายซึ่งพ่อแม่ตายด้วยรถชน โรอัลด์ ดาห์ล ชอบเขียนให้พ่อแม่เด็กตายหมดเลยนะ หนังสือปูพื้นไว้ดีมากว่าเด็กที่ไม่มีพ่อแม่จะอยู่กับคนอื่นได้ดีอย่างไร เด็กกับยายผูกพันกัน สนทนากันมาก การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างอ่อนหวานนุ่มนวล ฉายให้เห็นว่าความรักระหว่างสองคนนี้ก่อขึ้นแล้วก็ดูแลกันอย่างแน่นแฟ้น พยายามทำอะไรต่อมิอะไรเพื่อให้ต่างฝ่ายต่างมีความสุข ยายก็เคยอยู่ลำพัง หลานก็อยู่ลำพัง แต่เมื่อคนเหงาเศร้าว้าเหว่สองคนมาอยู่ด้วยกันก็มีความสุขได้ หนังสือมีพลังเยอะมาก 

“ในหนังรายละเอียดน้อยลง เราแทบไม่เห็นการปูพื้นนี้ เราแทบไม่ได้เห็นการสนทนาของเด็กกับยาย ซึ่งเพาะความกล้าหาญ เพาะอะไรต่อมิอะไร ไปเน้นความตื่นเต้นผจญภัย ตอนไล่จับกัน ตอนเอายาไปใส่ให้แม่มด ดังนั้นแม้วิธีจบเหมือนกัน ความรู้สึกเลยต่างกับหนังสือ ซึ่งตอนท้ายเด็กได้เรียนรู้กับยายว่าการดำเนินชีวิตเป็นยังไง การต่อสู้ผจญภัยทำความดีให้แก่คนอื่นเป็นยังไง แม้สุดท้ายทุกชีวิตต้องตาย แต่ก็ได้ปราบความชั่ว”

นักเขียนเรื่องเด็ก ที่เคยเป็นเด็กมีปัญหา 

โรอัลด์ ดาห์ล เข้าใจเด็ก เพราะว่าเขาเคยเป็นเด็กมีปัญหา เป็นเด็กกำพร้า ต้องไปอยู่โรงเรียนประจำ ถูกครูลงโทษ ถูกเพื่อนแกล้ง ถูกกระทำทุกสิ่งทุกอย่าง เวลาต่อมาไปทำงานอยู่ในบริษัทน้ำมัน แล้วก็ไปทำสงคราม เครื่องบินตก ขาหัก คือเขาเผชิญอะไรต่างๆ มาเยอะ เขาเข้าใจชีวิตดีตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโตเป็นหนุ่มและเป็นผู้ใหญ่”

บรรณาธิการวิเคราะห์เหตุผลเบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของนักเขียนหนังสือเด็ก แม้เวลาผ่านมาหลายสิบปี หนังสือของเขายังติดอันดับขายดีตลอดกาล ต่อให้ยุคหลังมีนักเขียนหนังสือเด็กชั้นยอดเกิดขึ้นมากมาย งานของโรอัลด์ ดาห์ล ยังอยู่ในใจคนอ่านทั่วโลก ความสนุกจากตัวอักษรนักเขียนคนนี้เข้าถึงคนทุกชนชั้น ตั้งแต่รวยล้นฟ้าถึงยากจนเข็ญใจ

“อย่าลืมนะว่าโรอัลด์ ดาห์ล ไม่ได้เขียนหนังสือเด็กเมื่ออายุยังน้อย ดาห์ลเขียนเมื่ออายุสี่สิบกว่าแล้ว เขียนหนังสือผู้ใหญ่ก่อน แล้วก็ดูเหมือนจะเขียนใช้ได้ดี เขียนเรื่อง Gremlins เขียนบทหนัง Chitty Chitty Bang Bang แล้วก็ James Bond ตอนหนึ่งด้วย ความสามารถเยอะมาก ดาห์ลสบประมาทนักเขียนอื่นๆ อยู่สองเรื่อง คือการเขียนเรื่องผีกับเรื่องเด็ก เขาเขียนไว้ในคำนำ ชั่วโมงผี (Book of Ghost Stories) ว่าลองให้นักเขียนเก่งๆ ทั้งหลายลองเขียนเรื่องเด็กดูสิ ไปไม่รอดหรอก เพราะว่าไม่เข้าใจเด็ก 

‘แม่มด’ หนังสือขายดีตลอดกาลของ โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียนผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร, The Witches

“เมื่อโรอัลด์ ดาห์ล เขียนเรื่องเด็ก เขาใช้วิธีต่างๆ เพื่อให้เด็กเป็นพวกของตัวเอง ดาห์ลเอาชีวิตตัวเองมาเขียนเลย เขาตีแผ่ชีวิตเด็กว่าเจ็บปวดด้วยอะไรบ้าง มีความสุขด้วยอะไรบ้าง และผู้ใหญ่จะเข้าไปเป็นพวกเด็กได้ด้วยวิธีอะไรบ้าง อย่างเรื่อง แม่มด ก็เอาตัวเองเข้าไปเป็นตัวเอก สังเกตว่าผู้ใหญ่ในเรื่องของดาห์ลส่วนใหญ่ไม่ใช่คนดี อย่างเช่นเรื่อง พี้ชยักษ์ มีป้าที่กดขี่ข่มเหงเอาเปรียบทารุณเด็กต่างๆ คนที่ปลอบประโลมเด็กกลับไม่ใช่มนุษย์ เป็นสัตว์ทั้งหมด มีตั้งแต่ตะขาบ ตั๊กแตน แมงมุมเอยอะไรเอย ดาห์ลไม่กล้าเขียนให้คนเป็นตัวละครที่ดีเลิศวิเศษแก่เด็ก ไม่งั้นจะเสียพวก”

ปราบความชั่วด้วยความชั่ว

“โรอัลด์ ดาห์ล เข้าข้างเด็ก เพราะฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจว่าเด็กชอบอ่านหนังสือของโรอัลด์ ดาห์ล เขาหยิบเอาความไม่ดีของผู้ใหญ่มาตีแผ่ด้วยกลเม็ดของเขา แล้วยุให้เด็กทะเลาะกับผู้ใหญ่ด้วยวิธีต่างๆ ปฏิปักษ์ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กเนี่ยทำให้สนุกง่าย” หนวดขาวๆ ของครูกระตุกเพราะรอยยิ้มระหว่างเล่าเรื่อง 

“ตอนเปิดสอนวิชาตรวจแก้ต้นฉบับใหม่ๆ มีอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งบอกว่าไม่ชอบดาห์ลเลย เพราะแกมีลูกเล็กอายุเก้าขวบ แกถามว่ามีความจำเป็นอะไรที่ผีเสื้อจะต้องพิมพ์หนังสือของดาห์ล ดาห์ลสอนให้เด็กก้าวร้าว แล้วหนังสือก็มีแต่การรังแกกันทุกเรื่อง ก็เลยตอบแกว่าการที่เด็กเติบโตขึ้นมา เราต้องสอนให้เด็กรู้จักความก้าวร้าวรุนแรงด้วย ไม่ใช่ให้เด็กอยู่เย็นเป็นสุขอย่างเดียว ถ้าสอนให้รู้จักแต่ความสุข ความดี แต่ไม่รู้แง่ลบเลยจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร

“ถ้าเรื่อง แม่มด แต่งแบบสำนวนไทย ตอนจบเด็กชายคงต้องกลับมาเป็นคน ยายต้องมีสูตรยาเยอะแยะที่แก้ไขได้ แต่โรอัลด์ ดาห์ล ยอมรับความจริงว่าเป็นหนูก็เป็นไปเถอะ เขาสอนให้เด็กเสียสละ ไม่ว่าเราจะเป็นยังไง ก็ยังทำอะไรเยอะแยะที่เป็นประโยชน์ได้ ไม่มีใครทำหน้าที่ต่อสู้แม่มดได้ดีกว่าหนู เพราะแม่มดกลัวหนู หนูเลยปราบแม่มดได้”

“สมัยก่อนวรรณกรรมเยาวชนไทยมักเขียนให้เด็กดีมีศีลธรรม มีความกตัญญูรู้คุณ สุภาพอ่อนโยน อะไรต่างๆ สมัยนั้นเนี่ยจึงเสี่ยงมากที่เราจะพิมพ์หนังสือของโรอัลด์ ดาห์ล เพราะถ้าเทียบกันแล้วเรื่องของโรอัลด์ ดาห์ล ต้องมีเรื่องผิดทำนองคลองธรรม เด็กยอดเก่ง (Danny, the Champion of the World) สองพ่อลูกไปขโมยไก่ฟ้า คุณจิ้งจอก (Fantastic Mr.Fox) หมาจิ้งจอกก็ไปขโมยเป็ดไก่ ขโมยเหล้า ขโมยทุกอย่าง แต่ทุกเรื่องตัวละครเจ้าของทรัพย์เลวหมด เลวอย่างชนิดที่ไม่ควรอภัย 

“สรุปว่าตัวเอกทุกเรื่องต่อต้านความอยุติธรรม แต่มันซ้อนกันอยู่หลายชั้น ไม่ใช่อยู่ดีๆ ไปเรียกร้องความยุติธรรมโต้งๆ ต้องมีความชั่วเกิดขึ้นก่อน แล้วค่อยมีคนไปทำความชั่วซ้อนความชั่วนั้นเพื่อให้เกิดความดีขึ้น ถามว่าความชั่วภายหลังเพื่อขจัดความชั่วแรก แล้วเอาความดีปรากฏขึ้นเนี่ยมันผิดหรือเปล่า นี่คือปรัชญาของโรอัลด์ ดาห์ล ทุกเรื่องมันเป็นอย่างงี้ แต่ถ้าเด็กคิดชั้นเดียว อ่านแล้วก็อาจคิดได้ว่าไม่ต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ ไม่ต้องเคารพครู ไม่ต้องดีกับเจ้านาย การพิมพ์หนังสือหลายเรื่องของโรอัลด์ ดาห์ล เราจึงติดป้ายบอกว่าให้อ่านด้วยความระมัดระวัง ควรอ่านกับผู้ปกครอง หรือผู้ปกครองควรอ่านด้วย ให้รู้กันทั้งสองฝ่าย พ่อแม่ต้องรู้ว่าลูกตัวเองอ่านอะไร”

‘แม่มด’ หนังสือขายดีตลอดกาลของ โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียนผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร, The Witches
‘แม่มด’ หนังสือขายดีตลอดกาลของ โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียนผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร, The Witches
‘แม่มด’ หนังสือขายดีตลอดกาลของ โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียนผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร, The Witches

หนังสือของเด็กและผู้ใหญ่

“คนที่อ่านหนังสือดาห์ลแต่เด็กจะคิดหลายชั้นเป็น ไม่เหมือนกับเวลาอ่านหนังสือของนักเขียนคนอื่นๆ อ่านสนุกแล้วก็ผ่านไป เด็กที่อ่านหนังสือดาห์ลตอนแปดขวบ สิบขวบ พอโตขึ้นเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังนึกถึง พอมีลูกก็ยังนึกถึง นักอ่านหลายคนมากบอกว่าหนังสือที่หนูซื้อตอนเด็กมันหายไปแล้ว ตอนนี้หนูมีลูก เลยซื้อเพิ่ม”

หนังสือเด็กของโรอัลด์ ดาห์ล เหมาะกับเด็กอายุ 7 – 14 ขวบ แต่เมื่อสำนักพิมพ์ผีเสื้อเริ่มตีพิมพ์ฉบับภาษาไทยครั้งแรกๆ นักอ่านส่วนใหญ่คือนักศึกษามหาวิทยาลัย เพราะตอนนั้นพ่อแม่ไม่ค่อยกล้าให้เด็กอ่าน เด็กอ่านเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ช่วงหลังแฟนนักอ่านยุคแรกกลายเป็นพ่อแม่ที่สนับสนุนให้ลูกๆ รักการอ่าน เด็กไทยอายุ 7 ขวบก็อ่านโรอัลด์ ดาห์ล อย่างเข้าใจและสนุก

บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อเล่าว่า แฟนของโรอัลด์ ดาห์ล ในเมืองไทยขยับขยายมากขึ้น ทุกวันนี้หนังสือยังขายได้เรื่อยๆ แม้จะน้อยกว่าเดิมจนต้นทุนสูงขึ้น แต่สำนักพิมพ์ก็ตั้งใจพิมพ์หนังสือคุณภาพดี ราคาไม่แพงเกินไป เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงวรรณกรรมดีๆ อย่างที่ตั้งใจปฏิบัติตลอดมา

‘แม่มด’ หนังสือขายดีตลอดกาลของ โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียนผู้เป็นตำนานแห่งสหราชอาณาจักร, The Witches

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

Extraordinary Attorney Woo (2022)

Directed : Yoo In-sik

Written : Moon Ji-won

Starring : Park Eun-bin, Kang Tae-oh, Kang Ki-young

Country : South Korea

Episodes : 16

Original Network : Netflix

บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์

เราเริ่มดูซีรีส์ ‘Extraordinary Attorney Woo’ จากเหตุผล 3 ข้อ

  1. รุ่นพี่ที่ไม่ได้อินกับซีรีส์เกาหลี ออกตัวเชียร์สุดใจว่านี่คือซีรีส์ที่ดี
  2. ข้อความมากมายจากบรรดาคนรู้จักที่ทักมาถามว่า ‘พัคอึนบิน’ นางเอกของเรื่องนี้ มีผลงานใดที่พวกเขาจะตามไปดูได้อีกบ้าง ระหว่างรอตอนถัดไปในวันพุธหน้า
  3. ตัวเลขเรตติ้งขณะออกอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทุกตอน ตั้งแต่ 0 นิด ๆ จนทะยานเกิน 10 กว่า และมีทีท่าว่าจะแตะ 20 (ซึ่งนับว่าสูงมากเป็นปรากฏการณ์)

เท่านี้ก็เพียงพอให้เราสมัครเข้าเป็นหนึ่งในคณะลูกขุน ร่วมพิจารณาว่าเพราะเหตุใดเรื่องราวของทนายความออทิสติกผู้มีชีวิตแสนพิเศษ ถึงครองใจผู้ชมได้มากมายขนาดนี้

‘Extraordinary Attorney Woo’ เล่าเรื่องของ อูยองอู บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล พ่วงด้วยการคว้าคะแนนเกือบเต็มตอนสอบเนติบัณฑิต แต่เธอกลับต้องเดินเตะฝุ่นร่อนใบสมัครอยู่นานถึง 6 เดือน ไม่มีโอกาสแม้แต่ไปสอบสัมภาษณ์ นั่นอาจเป็นเพราะภายใต้ความเก่งกาจ คืออาการออทิสติกสเปกตรัมที่ติดตัวเธอมาแต่กำเนิด

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

แต่แล้ววันหนึ่งฟ้าก็มีตา ฮันบาดา สำนักงานกฎหมายเบอร์ต้น ๆ ของวงการตอบรับเธอเข้ามาทำงานเป็นทนายฝึกหัด ครั้งแรกที่เธอได้ขึ้นว่าความในชั้นศาล อูยองอูกล่าวประโยคเด็ดออกมาว่า

“ก่อนกล่าวคำชี้แจงทั้งหมด ฉันอยากขอความกรุณาค่ะ ฉันมีอาการออทิสติกสเปกตรัม ในสายตาของทุกท่าน ฉันอาจจะพูดตะกุกตะกักและแสดงท่าทีไม่เป็นธรรมชาติ แต่ฉันรักกฎหมายและความเคารพต่อจำเลยที่ฉันมีไม่ต่างไปจากทนายความคนอื่นค่ะ”

และนั่นก็ทำให้ผู้ชมทั้งหลายกล่าวคำปฏิญาณพร้อมกันว่า จะขอสมัครเป็นแม่ยก ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์น้องไปจนครบทั้ง 16 ตอน

ทนายความที่ขาดทักษะการเข้าสังคม

ตัวละคร อูยองอู (รับบทโดย พัคอึนบิน) มีอาการ Autism Spectrum Disorder (ASD) มาตั้งแต่กำเนิด ในวัย 5 ขวบ เธอยังไม่ยอมส่งเสียงโต้ตอบ ไม่สบตา เรียกชื่อแล้วไม่หัน ไม่ทำตามคำสั่ง และอีกสารพัดอาการผิดปกติที่สร้างแผลใจให้พ่อเลี้ยงเดี่ยวแทบจะเสียศูนย์ แต่สวรรค์ก็ยังใจดี หยอดทักษะความจำระดับเทพมาให้หนูน้อย แถมยังพาเธอไปเจอและสนใจตำรากฎหมายของพ่อผู้เป็นอดีตบัณฑิตนิติศาสตร์ เมื่อสองสิ่งประสานเข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็นฝันที่ทำให้พ่อลุกขึ้นสู้ เพื่อส่งเด็กหญิงแสนพิเศษคนนี้ไปสู่อาชีพทนาย และกลายเป็นมนุษย์อีกคนที่ได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในสังคม

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการหยิบอาการผิดปกติในลักษณะนี้มาเป็นพล็อตเรื่องหลัก อย่างใน The Good Doctor ซีรีส์อเมริกันที่เป็นเวอร์ชันรีเมกจากทั้งเกาหลีและญี่ปุ่น วางไว้ให้พระเอกของเรื่องซึ่งเป็นหมอมีอาการ Savant Syndrome จดจำตำแหน่งอวัยวะในร่างกายได้ราวกับตาเห็น หรือตัวละครฮันกือรู ใน Move To Heaven ก็พบความผิดปกติประเภท Asperger Syndrome มีปัญหาในการเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น และไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเช่นคนทั่วไป ซึ่งผลงานข้างต้น ล้วนตั้งใจสื่อสารในประเด็นใกล้เคียงกัน คือชวนเราทำความเข้าใจว่า แม้หน้าตา ท่าทาง หรือการกระทำของพวกเขาจะต่างออกไป แต่ทั้งหมดนั้นเป็นความพิเศษ และพวกเขาก็เป็นมนุษย์ที่สมควรได้รับการปฏิบัติอย่างสมเกียรติ

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ในปี 2022 วงการซีรีส์เกาหลีส่งอูยองอูมาเป็นตัวแทนสื่อสารในประเด็นนี้อีกครั้ง โดยให้เธอมีความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ ขาดทักษะการเข้าสังคม รวมถึงแสดงพฤติกรรมและการสื่อสารที่ผิดปกติ ซึ่งอาชีพทนายความที่เธอปักธงหมายมั่นตั้งแต่เด็ก จำเป็นต้องมีทักษะทั้งหมดที่กล่าวมานี้ในระดับดีถึงดีมาก แล้วจะเป็นอย่างไรหากยองอูทำไม่ได้

Extraordinary Attorney Woo จึงพยายามฉายภาพความพยายามใช้ชีวิตของหญิงสาวที่ไม่ได้อ่อนแอ พ่ายแพ้เป็น พร้อมทั้งพยายามเอาชนะคำสบประมาทและความเข้าใจผิดจากคนรอบข้าง โดยเธอไม่นำความผิดปกติของร่างกายมาเป็นข้ออ้าง แม้ว่าจะไม่สามารถยืนตรง สบตา หรือพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ แต่สิ่งที่เธอใช้ทดแทนทักษะที่ขาด คือคลังความรู้บวกวิธีการทำงานอันยอดเยี่ยม และอีกสิ่งที่เราชอบมาก คือยองอูจะอธิบายอาการที่เธอเป็นต่อหน้าคู่สนทนาด้วยท่าทางมั่นใจเสมอ นั่นไม่ใช่เพราะอยากให้เขาสงสารหรือให้อภัย แต่เธอต้องการให้เขายอมรับและไว้ใจ ว่าเธอรวมถึงคนออทิสติกอีกมากมายก็ทำสิ่งนี้ได้ไม่ต่างจากคนปกติ

วาฬตัวน้อยกลางท้องทะเลที่กว้างใหญ่ 

Extraordinary Attorney Woo คือซีรีส์ที่แปะ Genre ไว้ว่าเป็นแนวกฎหมาย-ดราม่า คุณจึงจะได้รับชมภาพการทำงานของทีมงานหนุ่มหล่อ-สาวสวยในสำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่ ร่วมกันทำงานหามรุ่งหามค่ำ ฟาดฟัน แก่งแย่ง เอาหน้า หักหลัง และอีกสารพัดพิษสงที่มนุษย์เงินเดือนในโลกทุนนิยมจะทำได้ แล้วน้องยองอูผู้ยังต้องย่ำเท้าเป็นจังหวะตอนเข้าประตูหมุนอัตโนมัติ แถมต้องนับ 1 – 3 ก่อนเข้าห้อง จะเอาอะไรไปสู้…

‘ความสามารถ ความจริงใจ ความรัก’ น่าจะเป็น 3 สิ่งที่น้องพกไว้เป็นอาวุธ 

ความสามารถ – จากที่เธอเรียนหนัก ตั้งใจจริง และมุ่งมั่นตามฝันแบบไม่เคยยอมแพ้

ความจริงใจ – ทั้งที่เธอมอบให้และได้รับจากคนรอบข้าง เพราะถึงแม้สังคมการทำงานจะน่ากลัว แต่เป็นโชคดีที่ยองอูยังได้เจอเพื่อนที่จริงใจ พร้อมช่วยเหลือและปกป้องเธอด้วยใจจริง

ความรัก – ยองอูรักและเคารพกฎหมายรวมถึงลูกความของเธอยิ่งกว่าใคร แม้บางครั้งเธออาจจะไม่ได้รับเกียรติเทียบเท่าทนายที่มีร่างกายปกติ แต่หากเขาคือฝ่ายถูกและต้องการความช่วยเหลือ เธอจะเต็มที่เสมอ

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ในทุกสัปดาห์ที่ซีรีส์ออกอากาศ จะมีคดีความใหม่ ๆ ส่งมาให้ยองอูและทีมรับผิดชอบ ไล่เรียงตั้งแต่ฟ้องร้องมูลค่าหมื่นล้าน คดีสาธารณประโยชน์ คดีที่มีเอี่ยวกับภาครัฐ หรือคดีที่เราชอบที่สุด (ณ ขณะที่ออกอากาศมาแล้วครึ่งเรื่อง) คือคดีฆาตกรออทิสติก ซึ่งยองอูได้เผยความเก่งกาจทั้งในมุมทนาย และใช้ความเข้าใจคนกลุ่มนี้ช่วยไขคดี

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ฉากที่เราชอบกดย้อนดูซ้ำ ๆ คือสีหน้าและท่าทางของลูกความทันทีที่ได้รู้ว่าหญิงสาวผู้ไม่สบตาและแนะนำตัวด้วยประโยคว่า “ชื่อของฉัน ไม่ว่าอ่านตามตรงหรืออ่านกลับด้านก็ยังเป็นอูยองอู กนก บวบ นลิน ยาย วาดดาว อูยองอู” คือทนายความผู้จะพาเขาขึ้นให้การในชั้นศาล

‘ผิดหวัง สับสน ตกใจ ไม่เชื่อมั่น’ น่าจะเป็นนิยามความรู้สึกของพวกเขาได้ครอบคลุมที่สุด แต่เมื่อกระบวนการทำงานผ่านพ้น ยองอูได้แสดงทักษะสืบคดีที่อาจไม่ได้คะแนนเต็มร้อย สะดุดล้มบ่อยแต่ก็ลุกขึ้นได้ทุกครั้ง เรื่อยไปจนถึงฉากที่มีลมพัดจนหน้าม้าของเธอเปิด สลับกับภาพฝูงวาฬกระโดดขึ้นสู่ผิวน้ำ อันเป็นสัญญาณว่ายองอูรู้เท่าทันวิธีที่จะเอาชนะในคดีนี้ได้แล้ว สีหน้าและอากัปกริยาของลูกความอันเป็นที่รักทั้งหลายล้วนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เผยให้เห็นว่าพวกเขารู้สึกขอบคุณและภูมิใจในตัวทนายความคนพิเศษมากแค่ไหน

Extraordinary Attorney Woo : ทนายความผู้ชอบวาฬ รักกฎหมาย และไม่ยอมแพ้แม้จะเป็นออทิสติก

ทุกคนต่างใช้ชีวิตด้วยเหตุผลทางการเมือง

‘วาฬ’ หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวโปรดของอูยองอู คือสัญลักษณ์สำคัญที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้งในซีรีส์เรื่องนี้ เพราะนอกจากกฎหมาย เธอก็มีวาฬเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สนใจและเปรียบเทียบวิถีของมันกับทุกอย่างที่พบเห็น ขนาดว่าพ่อต้องสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงในที่ทำงาน ซึ่งการเปรียบเปรยทีี่ลึกซึ้งและเรียกน้ำตาคนดูได้มาก คงเป็นตอนที่เธอบอกว่า “วาฬฉลาดมากนะ มันคงรู้ตัวว่าถ้าไม่ทิ้งลูกไป ตัวเองก็จะตายตาม แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่ยอมทิ้งลูก ถ้าฉันเป็นวาฬ แม่คงจะไม่ทิ้งฉันไปใช่ไหม”

อูยองอูเติบโตมาโดยปราศจากแม่ พ่อบอกว่าผู้หญิงคนนั้นตายไปแล้ว แต่ยองอูรู้ดีว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และหน้าที่การงานก็ค่อย ๆ พาทั้งสองคนมาเจอกัน จนทำให้หญิงสาวออทิสติกคนนี้เรียนรู้ว่า สถานภาพที่แตกต่าง ช่วงวัยที่ไม่เหมาะสม หรือผลประโยชน์ทางการเมืองมากมาย ล้วนมีผลให้สมาชิกในครอบครัวเหลือเพียงพ่อ-ลูก และเธออาจไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เรียกผู้ให้กำเนิดว่าแม่

แม้ผ่านพ้นปัญหาการเมืองในบ้าน (ที่คาบเกี่ยวกับการทำงาน) ไปได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายอุปสรรคที่ยองอูต้องเผชิญ อันหนึ่งที่เราว่าน่าจะสะท้อนทัศนคติด้านลบที่มีต่อความบกพร่องของยองอูได้ดี คือการที่เพื่อนร่วมงานตัวร้ายแวะเวียนมาชิงดีชิงเด่น ยกตนข่มเหงยองอูให้คนดูต้องวอร์มหมัด ทั้งหมดนั้นสะท้อนชัดว่า ตราบใดที่ยังมีความคิดแบ่งแยกกลุ่มคนที่มีอาการเช่นยองอูเป็นคนนอก หรือมองว่าศักยภาพของพวกเขาไม่มีทางเท่าเทียมคนปกติ ปัญหาเหล่านี้ก็คงจะเกิดขึ้นอีกซ้ำ ๆ

Extraordinary Series

Extraordinary Attorney Woo คือซีรีส์ที่ดีและน่าจะกลายเป็นซีรีส์ขึ้นหิ้งในใจของใครหลายคนได้ไม่ยาก ทั้งหมดมาจากการร้อยเรียงพร้อมสอดแทรกสัญญะเอาไว้อย่างลงตัวและมีความหมาย ทั้งเรื่องวาฬ คิมบับ ครอบครัว กฎหมาย หรือแม้แต่ ‘ความรัก’ และ ‘ความห่วงใย’ ที่คนรอบข้างมอบให้ยองอู ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งให้ซีรีส์เรื่องนี้ลื่นไหลและน่าติดตามมากขึ้น

ทั้งรักจาก อูควังโฮ (รับบทโดย จอนแบซู) พ่อผู้ยอมอุทิศทั้งชีวิตให้ลูกสาว รักจาก ชเวซูฮยอน (รับบทโดย ฮายุนคยอง) เพื่อนร่วมรุ่นที่กลายมาเป็นคู่หูในทีม เธอจะคอยชี้แนะและปกป้องยองอูจากคนใจร้าย รักจาก จองมยองซอก (รับบทโดย คังกียอง) หัวหน้าที่ค่อย ๆ เผยความใจดี ยอมรับในความสามารถ และให้โอกาสยองอูอยู่เสมอ รักจาก ดงกือรามี (รับบทโดย จูฮยอนยอง) เพื่อนแท้ที่คอยเชียร์อัป เป็นเมนเทอร์สอนให้เธอกล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ รวมถึงสร้างการทักทายอันเป็นเอกลักษณ์ และทำให้แฟน ๆ ซีรีส์หยิบท่อน “อู To the ยอง To the อู” มาทำตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ที่สำคัญ​ คือความรักและห่วงใยจากชายที่ชื่อ อีจุนโฮ (รับบทโดย คังแทโอ) หนุ่มหล่อเนี้ยบสุดป๊อปที่คาแรกเตอร์เข้าสูตรพระรองผู้แสนดี (แต่จริง ๆ เป็นพระเอก) แม้ทั้งคู่จะรู้จักกันผ่านหน้าที่การงาน แต่ความใจดีที่ยอมรับฟังเรื่องวาฬอย่างไม่มีเบื่อของเขา ก็ส่งให้หัวใจยองอูเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ และนั่นอาจพาทั้งสองไปสู่การเริ่มต้นความสัมพันธ์ฉันคู่รัก เพื่อตอกย้ำว่าอูยองอูก็เป็นหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งสมควรได้รับความรัก

อีกจุดถูกใจที่ซีรีส์เรื่องนี้ใส่เอาไว้ คือการดำเนินเรื่องที่กระชับ ฉับไว ทันใจผู้ชม แม้จะมีการเปิดประเด็นทิ้งปมปัญหาเอาไว้มากมาย แต่คุณไม่จำเป็นต้องรอไปจนถึงช่วงท้ายเรื่อง หลาย ๆ ปมถูกเฉลยให้รู้ได้เลย อย่างประเด็นเรื่องแม่ของอูยองอูที่เผยโฉมหน้ามาตั้งแต่ช่วงกลางเรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากซีรีส์เกาหลี ไม่แน่นะว่า นักเขียนอาจบอกเป็นนัย ๆ ให้เราทั้งหลายเตรียมรับมือกับปัญหาใหม่ที่ยิ่งใหญ่และสนุกกว่าเดิม

นอกจากฝีมือการแสดงของ พัคอึนบิน ซึ่งเธอเก็บทุกรายละเอียดตั้งแต่สีหน้า แววตา ท่าทาง การเดิน ของตัวละครที่มีอาการออทิสติกสเปกตรัมและถ่ายทอดออกมาได้ยอดเยี่ยม ถึงขั้นการันตีเลยว่ารางวัลนักแสดงนำหญิงจากเวทีใดเวทีหนึ่งคงอยู่ไม่ไกล ยังมีสิ่งพิเศษสำหรับแฟน ๆ ชาวไทยที่รับชมผ่านทาง Netflix คุณจะได้รับชมซีรีส์พร้อมคำบรรยายที่แปลจากภาษาเกาหลีเป็นภาษาไทยด้วยทักษะเหนือชั้น ท่อนที่ประทับใจเป็นพิเศษคือ การแนะนำตัวของอูยองอู ในภาษาเกาหลีปรากฏคำว่า 기러기 (กีรอกี) 토마토 (โทมาโท) 스위스 (ซือวีซือ) 인도인 (อินโดอิน) 별똥별 (บยอลตงบยอล) 우영우 (อูยองอู) แปลเป็นไทยได้ว่า ห่านป่า มะเขือเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ชาวอินเดีย ดาวตก อูยองอู ซึ่งชุดคำดังกล่าวอาจหลุดไปจากคอนเซ็ปต์ที่ว่า ชื่อของเธอคนนี้ไม่ว่าจะอ่านตามตรงหรืออ่านกลับด้านก็ยังเหมือนเดิม เราจึงได้เห็นคำบรรยายแนะนำตัวแบบไทย ๆ ว่า กนก บวบ นลิน ยาย วาดดาว อูยองอู… เก่ง!

นี่คือส่วนหนึ่งในความพิเศษของซีรีส์ที่เราอยากชวนให้ทุกคนรับชม แม้เรื่องราวจะดำเนินมาแล้วครึ่งทาง แต่ยังไม่สายหากคุณจะเปิดใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในปรากฏการณ์ ‘อูยองอู’ ไม่แน่นะว่า Extraordinary Attorney Woo อาจแทรกซึมเข้าไปอยู่ในลิสต์ซีรีส์ขึ้นหิ้งของคุณก็เป็นได้

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load