หลังจากทำสื่อออนไลน์มาเกือบ 5 ปี ในที่สุดพวกเราชาว The Cloud ก็หวนเข้าวงการนิตยสารเล่มอีกครั้ง!

The Cloud Coffee Club คือนิตยสารราย 4 เดือน เนื้อหา 2 ภาษา ไทยและอังกฤษ ที่ The Cloud ขยายบทบาทจากผู้จัดงาน Thailand Coffee Fest มาสู่การนำการเล่าเรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ และเครือข่ายที่มี มาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ Supply Chain วงการกาแฟพิเศษไทย ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้บริโภค และนำเสนอตัวอย่างสร้างสรรค์กับคนในวงการกาแฟ

นิตยสารเล่มนี้มีรายละเอียดมากมาย ขอคัดสรรความพิเศษมาบอกเล่าเป็นหมวดหมู่ดังนี้

1. ทำเนื้อหาร่วมกับผู้ผลิตกาแฟพิเศษตัวจริง

The Cloud Coffee Club เป็นนิตยสารที่มีคอลัมน์ประจำเกี่ยวกับผู้ผลิตกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ในทุกขั้นตอนการผลิต รวมไปถึงเนื้อหาเกี่ยวกับร้านกาแฟ แบรนด์สินค้าเกี่ยวกับกาแฟ บทความพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญในวงการกาแฟ และบทเรียนเรื่องกาแฟจากทั่วโลกที่ชาวกาแฟไทยเรียนรู้มาปรับใช้ได้

แต่ละเล่มจะมีสกู๊ปหลักประจำฉบับ เล่มแรกเป็นเรื่อง Thai Coffee People รวมทีมสุดยอดผู้ผลิตกาแฟของไทยในทุกขั้นตอน ประกอบด้วย The Farmer : วัลลภ ปัสนานนท์ จาก Nine One Organic Coffee Farm, The Processor : เคเลบ จอร์แดน จาก Gem Forest, The Roaster : อธิปต์พง ตั้งศุภธวัช จาก Craft Coffee Roaster และ The Barista : อธิป อาชาเลิศตระกูล จาก Factory Coffee

เนื้อหาทั้งหมดในเล่ม เราได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟพิเศษมากมาย ทั้งให้คำแนะนำ ให้สัมภาษณ์ จนถึงช่วยเขียน ซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนคนไปทุกเล่ม จะได้ทั่วถึงทั้งวงการกาแฟอย่างแท้จริง

2. ทุกฉบับจะได้รับเมล็ดกาแฟพิเศษ

หลายคนมองว่า สื่อสิ่งพิมพ์นั้นจืดชืด เพราะไม่มีสัมผัสที่หลากหลายเหมือนสื่อออนไลน์ เราก็เลยทำสิ่งพิมพ์ที่มอบสัมผัสและประสบการณ์ที่หน้าจอให้ไม่ได้ นั่นก็คือ มีทั้งกลิ่นและรส ให้ได้อ่านและดื่มด่ำกับกาแฟพิเศษไปด้วยกัน

แต่ละฉบับเราจะชวนผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟพิเศษมาบอกเล่าเนื้อหา ซึ่งเป็นธีมของเล่มผ่านเมล็ดกาแฟพิเศษที่ทำขึ้นเฉพาะผู้อ่าน The Cloud Coffee Club เท่านั้น โดยมีปริมาณซองละ 60 กรัม เพื่อให้นักอ่านได้ทดลองชิม ถ้าติดใจก็ไปติดตามผลงานของผู้ผลิตกาแฟรายนี้ต่อได้

ฉบับแรกธีม Thai Coffee People เราก็เลยชวนสุดยอดคนกาแฟไทยทั้ง 4 ท่าน มาช่วยคัดสรรเมล็ดกาแฟพิเศษที่พวกเขาชอบที่สุดในรอบปี และร่วมมือกันทำกาแฟพิเศษขึ้นมามอบให้ผู้อ่านด้วย รายละเอียดของเมล็ดกาแฟทั้ง 5 ซองที่จะเป็นส่วนหนึ่งของนิตยสารฉบับแรกมีดังนี้

01 Mae Ton Luang Microlot 2021

Washed Process

โดย วัลลภ ปัสนานนท์

กาแฟจากหมู่บ้านแม่ตอนหลวง ตำบลเทพเสด็จ จังหวัดเชียงใหม่ คือความภาคภูมิใจของ Nine One Organic Coffee Farm ที่คว้ารางวัล ‘การประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทย’ มาแล้วหลายต่อหลายปี นี่คือกาแฟต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวของปี 2021 ที่สุกเป็นล็อตแรกของปีนี้ ที่วัลลภพยายามพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานให้สูงขึ้นทุกปี

02 Syrina

Red Honey Process

โดย เคเลบ จอร์แดน

‘Syrina’ (เซริน่า) คือชื่อสายพันธุ์กาแฟที่เคเลบตั้งตามชื่อลูกสาว เกิดจากการทดลองผสมสายพันธุ์ต้นกาแฟของเคเลบเมื่อหลายสิบปีก่อน จนเกิดสายพันธุ์กาแฟที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกสงบและสุข ตามความหมายของชื่อ Syrina ส่วน Red Honey Process เป็นกระบวนการแปรรูปที่เคเลบคิดค้นขึ้น เป็นการบ่มแบบพิเศษ เพื่อสร้างรสชาติของผลไม้สีแดงอย่างซับซ้อน

03 Mae Ton Luang Heirloom

Anaerobic Cold Dry Process by The First Valley Coffee

โดย อธิปต์พง ตั้งศุภธวัช

อธิปต์พงยกหน้าที่การเลือกเมล็ดให้ เอก สุวรรณโณ เกษตรกรและโปรเซสเซอร์จาก The First Valley Coffee ที่เป็นทั้งพาร์ตเนอร์และครู ซึ่งทำงานร่วมกันมาอย่างรู้มือ เอกเลือกกาแฟจากต้นแห่งประวัติศาสตร์ที่ปลูกรวมกันหลายสายพันธุ์และมีอายุเกิน 25 ปี (Heirloom) ผ่านโปรเจกต์การทดลองหมักและโปรเซส จนได้สารกาแฟไมโครล็อตที่ประสบความสำเร็จ และที่สำคัญคือยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน โดยอธิปต์พงตั้งใจคั่วให้คงรสชาติพิเศษ คือมีรสสัมผัสที่หนักแน่น (บอดี้) แต่ก็ยังมีความฉูดฉาดด้วยรสผลไม้

04 Mae Suai Sirinya

Natural Process

โดย อธิป อาชาเลิศตระกูล

หนึ่งในกาแฟที่อธิปเสาะหามาเสิร์ฟลูกค้าที่ร้านก็คือ ‘ศิริญญา’ กาแฟดอยช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย การร่วมงานกับเกษตรกรที่ไร่ศิริญญา ทำให้เขาเห็นความพิถีพิถัน ใส่ใจ และมุ่งมั่นในการพัฒนาผลผลิต ค้นคว้าทดลองการโปรเซสมากมายเสมอมา กาแฟที่เขาเลือกเป็นตัวแทนของความเรียบง่าย ด้วยวิธีโปรเซสแบบ Natural ทำให้รสชาติกาแฟสะอาด ให้รสผลไม้หลากหลาย ตามแบบฉบับกาแฟไทยที่เขายกให้เป็นกาแฟ Everyday Drink

05 Java Manipruek

Anaerobic Washed Process

Bean : เคเลบ จอร์แดน

Processor : วัลลภ ปัสนานนท์

Roaster : อธิปต์พง ตั้งศุภธวัช

Brew Guide : อธิป อาชาเลิศตระกูล

เมื่อพูดถึงกาแฟไทย เราก็ฝันเห็นภาพของการทำงานเป็นทีม การทำงานที่เกื้อหนุนกันในทุกแขนง จึงเกิดไอเดียโปรเจกต์รวมดรีมทีมพิเศษครั้งแรกของวงการกาแฟไทย วัลลภและเคเลบตัดสินใจใช้กาแฟสายพันธุ์ Java จากหมู่บ้านมณีพฤกษ์ จังหวัดน่าน ที่ไร่ Gem Forest ของเคเลบ เพราะผลกาแฟเริ่มสุกในปริมาณที่เพียงพอ ก่อนจะส่งต่อให้วัลลภโปรเซสด้วยวิธี Anaerobic Washed Process จากนั้นส่งสารกาแฟพร้อมคั่วให้อธิปต์พง และส่งไม้สุดท้ายให้อธิปทดลองค้นหาวิธีการดึงรสชาติของกาแฟที่ดีที่สุดออกมา กาแฟซองนี้จะพาเราให้ดื่มด่ำกับรสชาติความเป็นกาแฟไทยจากฝีมือคนไทยแท้ จนต้องออกเสียเชียร์ให้กับกาแฟทีมชาติไทย

3. เนื้อหามี 2 ภาษา ไทยและอังกฤษ

เนื่องจากเราอยากเล่าถึงความพิเศษของกาแฟไทย จึงตั้งใจทำเนื้อหาเป็น 2 ภาษา เพื่อให้เรื่องราวเหล่านี้เดินทางออกไปสู่คนรักกาแฟได้ไกลที่สุด

The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟเล่มแรกจาก The Cloud

4. ไม่ใช่แค่นิตยสาร แต่เป็นชมรม

เราเลือกใช้ชื่อ The Cloud Coffee Club เพราะไม่ได้มองเป็นแค่นิตยสาร แต่มองเป็นชมรมคนรักกาแฟพิเศษ ซึ่งเราจะแถมเข็มกลัดตรา The Cloud Coffee Club ไปกับนิตยสารทุกเล่ม เพื่อให้ใช้ติดมาเข้าร่วมงานต่างๆ ตลอดทั้งปี

5. ออกแบบให้เป็นนิตยสารน่าเก็บสะสม

ทีมงานของ The Cloud Coffee Club นำโดย ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร จิรณรงค์ วงษ์สุนทร บรรณาธิการไลฟ์สไตล์ และ มณีนุช บุญเรือง บรรณาธิการภาพ ต่างก็คุ้นเคยกับการทำนิตยสารมาเนิ่นนาน ครั้งนี้พวกเราตั้งใจทำเนื้อหาและออกแบบให้เป็นนิตยสารที่เนื้อหาดี เข้ากับยุคสมัย น่าอ่าน รูปเล่มสวย จัดพิมพ์อย่างประณีต น่าเก็บสะสม แบบที่อ่านอย่างมีความสุขระหว่างจิบกาแฟ พออ่านจบก็วางประดับชั้นหนังสือได้อย่างสวยงาม

The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟเล่มแรกจาก The Cloud
The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟเล่มแรกจาก The Cloud
The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟที่จะทำให้คุณหลงรักผู้ผลิตกาแฟไทย และหลงใหลกาแฟพิเศษเล่มแรกจาก The Cloud

6. จัดทำจำนวนจำกัดแค่ 500 ชุดเท่านั้น

เนื่องจากเมล็ดกาแฟที่เราตั้งใจมอบให้กับผู้อ่านพิเศษมาก จึงหามาได้ในจำนวนจำกัด นิตยสารเล่มแรกของเราจึงจัดพิมพ์ได้แค่ 500 เล่มเท่านั้น

7. เริ่มวางขายในงาน Thailand Coffee Fest 2021

เราจะเปิดให้สั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ในช่วงเดือนมกราคม 2565 แต่จะนำไปเปิดตัวและวางขายเป็นครั้งแรกในงาน Thailand Coffee Fest 2021 วันที่ 23 – 26 ธันวาคม 2564 ที่ Impact Exhibition Hall 5 – 7 เมืองทองธานี ถ้าใครอยากมั่นใจว่าจะไม่พลาดแน่ ๆ ควรจะไปซื้อตั้งแต่ที่งาน Thailand Coffee Fest ในราคาเล่มละ 1,600 บาท

8. เปิดรับสมาชิก

ถ้าใครอ่านแนวทางของนิตยสารแล้วสนใจ อยากสนับสนุน อยากเก็บสะสมให้ครบทั้ง 3 เล่มในปีหน้า หรือไม่อยากพลาดเมล็ดกาแฟพิเศษ เราขอแนะนำให้สมัครสมาชิกรายปี มูลค่า 5,000 บาท โดยจะได้รับนิตยสาร 3 ฉบับ พร้อมด้วยถ้วยกาแฟ The Cloud Coffee Club สุดพิเศษ 1 ใบ ซึ่งเราจะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ถึงที่บ้าน โดยเริ่มสมัครสมาชิกได้ในงาน Thailand Coffee Fest 

The Cloud Coffee Club นิตยสารพร้อมเมล็ดกาแฟที่จะทำให้คุณหลงรักผู้ผลิตกาแฟไทย และหลงใหลกาแฟพิเศษเล่มแรกจาก The Cloud

รายละเอียดสินค้า

ชื่อนิตยสาร : The Cloud Coffee Club

ฉบับที่ : 1 Thai Coffee People

วันวางแผง : มกราคม 2565

ขนาด : 17 x 24 เซนติเมตร

จำนวนหน้า : 104 หน้า

เมล็ดกาแฟ : ขนาด 60 กรัม จำนวน 5 ซอง

ราคา : 1,600 บาท

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Made in The Cloud

สินค้าสร้างสรรค์ผลิตโดย The Cloud

The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ชาวก้อนเมฆได้ร่วมปลุกปั้นงานเทศกาลของคนรักกาแฟ Thailand Coffee Fest กับสมาคมกาแฟพิเศษไทยมาร่วม 4 ปี เราตกหลุมรักวงการกาแฟสุดหัวใจ จากความพิถีพิถันและความอุตสาหะของคนในวงการที่มีจุดมุ่งหมายแน่วแน่ คือการสร้างศักยภาพกาแฟไทยให้ดียิ่งๆ ขึ้น และเราก็มองเห็นศักยภาพนั้นเต็มเปี่ยม

The Cloud Craft Box กล่องนี้พาแอ่วจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง พร้อมเลือกสรรกาแฟตัวท็อปจาก 3 เกษตรกรชื่อดังมาจัดเซ็ตบรรจุลงกล่อง ‘Chiang Mai Coffee Box’ คัดสรรโดย ปิ-ปิยชาติ ไตรถาวร เจ้าของฉายา ‘ดริปคิง’ ที่ตอนนี้กลายเป็นคนเชียงใหม่เกือบเต็มตัว เพราะปีที่ผ่านมาเขาพาร้าน Gallery กาแฟดริป ที่เขาร่วมก่อตั้งมาฝากเนื้อฝากตัวเป็นเขยเชียงใหม่ โดยเปิดร้านอย่างเป็นทางการอยู่ที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

Chiang Mai Coffee Box อุดหนุนเกษตรกรเชียงใหม่ด้วย Coffee Set สุดยอดกาแฟพร้อมส่งถึงบ้าน
Chiang Mai Coffee Box อุดหนุนเกษตรกรเชียงใหม่ด้วย Coffee Set สุดยอดกาแฟพร้อมส่งถึงบ้าน

จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้จะถูกยกเป็นเมืองกาแฟก็ไม่ปาน ด้วยเป็นแหล่งเพาะปลูกกาแฟที่น้อยจังหวัดจะปลูกได้ แถมมีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่คอกาแฟทั่วประเทศต้องอิจฉา ในวันที่เรายังเดินทางไปเชียงใหม่ไม่ค่อยสะดวก The Cloud Craft Box ตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้คนที่อยู่ในเส้นทางกาแฟได้มีแรงใจและแรงกายข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้ และหวังว่า Chiang Mai Coffee Box จะพากลิ่นหอมฟุ้งของกาแฟไปเสิร์ฟถึงบ้าน จนทำให้คุณหายคิดถึงเชียงใหม่ และเฝ้ารอการได้กลับไปเยือนเมืองแห่งกาแฟอีกครั้ง 

ก่อนจะกดสั่งซื้อมาลองดริปและจิบด้วยตนเอง ขอชวนทำความรู้จักกับเกษตรกรคนพิเศษทั้ง 3 ท่าน

Chiang Mai Coffee Box อุดหนุนเกษตรกรเชียงใหม่ด้วย Coffee Set สุดยอดกาแฟพร้อมส่งถึงบ้าน
Chiang Mai Coffee Box อุดหนุนเกษตรกรเชียงใหม่ด้วย Coffee Set สุดยอดกาแฟพร้อมส่งถึงบ้าน

คนที่ 1 

บงกชษศฎา ไชยพรหม หรือ โสภา ผู้ชนะการประกวด Thailand Specialty Coffee Awards ปี 2018 ส่งกาแฟแม่เทย อมก๋อยจาก Sopa’s Estate

บงกชษศฎา ไชยพรหม หรือ โสภา ผู้ชนะการประกวด Thai Specialty Coffee Awards ปี 2018 ส่งกาแฟแม่เทย อม ก๋อย (Natural Process) จาก Sopa’s Estate มาบรรจุลงกล่อง เธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูก โพรเซส และเก็บเกี่ยว จากจุดเริ่มต้นที่อยากปลูกกาแฟเพราะอยากได้ป่ากลับมาสู่บ้านเกิดอีกครั้ง กาแฟของเธอจึงพัฒนาคุณภาพสู่ระดับส่งเข้าประกวด และติด Top 10 ทุกครั้ง จนคว้าแชมป์มาได้เมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งในรายการประกวดปีนี้ กาแฟของโสภาก็คว้ารางวัลอันดับ 2 ประเภท Honey Process และมียอดการประมูลสูงถึงกิโลกรัมละ 7,110 บาท

คนที่ 2

ชาตรี แซ่ย่าง ผู้ชนะการประกวด Thailand Specialty Coffee Awards ปี 2019 ชายชาติพันธุ์ม้งผู้เติบโตมากับกาแฟ ฝาก ‘กาแฟขุนช่างเคี่ยน’
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ชาตรี แซ่ย่าง ผู้ชนะการประกวด Thai Specialty Coffee Awards ปี 2019 ชายชาติพันธุ์ม้งผู้เติบโตมากับกาแฟ ฝาก ‘กาแฟขุนช่างเคี่ยน’ (Honey Process)  บรรจุไว้ในกล่องนี้ กาแฟที่นี่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากการชนะการประกวดด้วยกาแฟที่มีคะแนนรสชาติสูงสุดตั้งแต่เคยมีมา ทำให้ผู้คนที่ขุนช่างเคี่ยนรักกาแฟดั่งคนในครอบครัว สร้างความภูมิใจ สร้างอาชีพ และทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น

คนที่ 3 

วัลลภ ปัสสานนท์ ผู้ชนะการประกวด Thailand Specialty Coffee Awards ปี 2020 เจ้าของ Nine-One Organic Coffee Farm

วัลลภ ปัสสานนท์ ผู้ชนะการประกวด Thai Specialty Coffee Awards ปี 2020 เจ้าของ Nine-One Organic Coffee Farm ฝาก ‘กาแฟป่าเมี่ยง’ (Washed Process) มาบรรจุใส่กล่อง กาแฟพันธุ์ดีที่นอกจากรสชาติยอดเยี่ยม ยังเปี่ยมไปด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอน เพราะกาแฟของที่นี่ได้รับการดูแลและแวดล้อมไปด้วยระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ

ในกล่องไม่ได้บรรจุเพียงกาแฟจากเกษตรกรชั้นครูทั้ง 3 แต่ ปิ ยังแนะนำเซรามิกแสนสวยจาก ‘ณ นว’ (NA NAWA) โรงงานที่เชี่ยวชาญงานเซรามิกในจังหวัดเชียงใหม่ มีอายุกว่า 60 ปี วันนี้กิจการอยู่ในมือของทายาทธุรกิจที่สนใจการทำอุปกรณ์ชงกาแฟ ในกล่องนี้จึงมีกรวย ‘ดริปเปอร์’ อุปกรณ์การดริปกาแฟผ่านน้ำดีไซน์พิเศษเฉพาะ Chiang Mai Coffee Box

อุดหนุนกาแฟจาก 3 เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในเชียงใหม่ที่มีดีกรีแชมป์ประกวด ด้วยการสั่งซื้อ Coffee Set ที่มีเพียง 250 ชุดเท่านั้น
อุดหนุนกาแฟจาก 3 เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในเชียงใหม่ที่มีดีกรีแชมป์ประกวด ด้วยการสั่งซื้อ Coffee Set ที่มีเพียง 250 ชุดเท่านั้น

รายละเอียดสินค้า

สินค้า : Chiang Mai Coffee Box 

ภายในกล่องประกอบด้วยดริปเปอร์เซรามิก จาก ณ นว และกาแฟจำนวน 3 ซอง ซองละ 60 กรัม จากเกษตรกรผู้ชนะการประกวด Thai Specialty Coffee Awards ปี 2018 – 2020 ได้แก่

กาแฟแม่เทย อมก๋อย (Natural Process) โดย บงกชษศฎา ไชยพรหม รสชาติของกาแฟเป็นโทนสะอาด เปรี้ยวหวานซับซ้อนคล้ายน้ำกระเจี๊ยบ องุ่นแดง มังคุด มีกลิ่นดอกไม้หลากสี ท้ายหวานยาวชุ่มปาก

กาแฟขุนช่างเคี่ยน (Honey Process) โดย ชาตรี แซ่ย่าง กลิ่นของกาแฟหอมคล้ายชาแดง รสชาติคล้ายชาเอิร์ลเกรย์ ไวน์แดง หวานน้ำผึ้งป่า ดอกไม้จำปี จำปา เปรี้ยวละมุนคล้ายเลม่อน

กาแฟป่าเมี่ยง (Washed Process) โดย วัลลภ ปัสสานนท์ รสชาติของกาแฟเป็นโทนสะอาด สว่าง ให้ความรู้สึกสดชื่น หวานน้ำอ้อย เปรี้ยวนุ่มๆ คล้ายส้มโอ ส้มเช้ง มีกลิ่นดอกไม้สีขาว ดอกกาแฟ และยอดชาขาว

กาแฟทั้งหมดคั่ววันที่ 14 กรกฎาคม 2564 โดย ปิยชาติ ไตรถาวร 

*คำแนะนำ : ควรบริโภคทันทีเมื่อได้รับ กาแฟสกัดแบบดริปก็ได้ เอสเปรสโซ่ก็ดี

ราคา : 1,150 บาท (ยังไม่รวมค่าจัดส่ง 150 บาท)

สินค้าผลิตจำนวนจำกัดเพียง 250 กล่องเท่านั้น และจะได้รับสินค้าภายใน 20 วันหลังชำระเงิน

สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ The Cloud Store

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load