18 กุมภาพันธ์ 2565
6 K

The Cloud x OKMD

‘ร้านหนังสือ’ มีความโรแมนติกแฝงอยู่ระหว่างตัวอักษร เมื่อคนพูดถึงร้านหนังสือ มักจะแทนความหมายในเชิงนี้เกือบทั้งหมด ด้วยแนวคิดว่าร้านหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของการอ่าน สังคม ชุมชน ฯลฯ แต่ในความหมายที่ขีดเส้นใต้ 2 เส้นในคำว่าร้านหนังสือ ก็คืออาชีพหนึ่งเพื่อการดำรงชีวิตภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน

การเริ่มต้นของ ‘The Booksmith’ ง่ายและธรรมดามาก เพราะเป็นการทำสิ่งที่ทำอยู่และเกิดอาการเสพติด เพราะไปพบกับ Sex, Drug, and Rock’n Roll ของธุรกิจหนังสือเข้า ดังนั้นเมื่อทุกจุดที่ชีวิตต้องเลือกทางเดิน การจะเปลี่ยนอาชีพเป็นเรื่องไม่ง่าย จากคนขายเครื่องสำอางมาก่อน การได้เข้ามาทำในสิ่งที่รักจึงยากถ้าจะต้องเดินจากไปอีกครั้ง เพราะโอกาสไม่ได้มาบ่อย เหมือนที่ฝรั่งเขาว่า Opportunity Comes Rare ผมจึงตัดสินใจคว้าตั๋วรถไฟเที่ยวนี้แล้วเดินทางต่อ และตั้งใจจะให้การขายหนังสือเป็นอาชีพสุดท้าย ใช้เลี้ยงตัวเองไปจนทำไม่ไหว ภายใต้กรอบที่สามารถออกแบบชีวิตการทำงานได้ด้วยตัวเอง พร้อมกับปรัชญาชีวิตที่บอกตัวเองว่า Small But Beautiful

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

เมื่อตัดสินใจแน่นอนว่าจะเปิดร้าน สิ่งที่ปวดหัวกว่านั้นคือ จะขายหนังสือหมวดไหน เพราะร้านขนาด 45 ตร.ม. (ก่อนมาขยายเป็น 70 ตร.ม. ภายหลัง) ไม่สามารถขายได้ทุกอย่าง หลังจากคิดสักพักก็ตัดสินใจเลือกเอา Art & Design เป็นหนังสือหมวดที่จะเอาเป็นตัวชูธงของร้าน เพราะพื้นฐานจากการเคยเป็นช่างภาพสมัยเมื่อหลายสิบปีก่อนทำให้ผมเข้าถึง เข้าใจหนังสือในหมวดนี้ได้ง่ายกว่าหมวดอื่นที่ต้องไปเริ่มนับหนึ่ง ในขณะที่เวลาไม่ได้มีเหลือเฟือขนาดนั้น

การเปิดร้านหนังสือคือการก้าวเข้าไปอยู่ในวงจรของธุรกิจที่มีเงื่อนไข ‘เวลา’ เป็นต้นทุนที่สูงมาก และทุกอย่างถูกผูกเอาไว้ด้วยเงื่อนไขตัวนี้อย่างเคร่งครัด ระยะเวลาเมื่อเซ็นสัญญาเปิดร้านครั้งแรกคือ 2 + 2 หมายถึงว่าอายุสัญญาแรกคือ 2 ปี แล้วสามารถต่อได้เป็น Automatic Renewal ได้อีก 2 ปี เมื่อจรดปากกาเซ็น เราจะมีเวลาที่เรียกว่า Grace Period ได้ 30 วัน คือช่วงเวลาทองที่ทำอะไรก็ต้องรีบทำ ต้องคิดเร็ว ทำเร็ว เพราะช่วงนี้ที่ยังไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ทำให้เร็ว เปิดให้เร็ว แล้วขาย นี่คือเงื่อนไขที่บอกว่าทำไมเราถึงไม่มีความฟุ่มเฟือยในเรื่องเวลา

ร้านหนังสืออาจฟังดูเป็นธุรกิจที่นิ่ง สบาย ได้อ่านหนังสือ เปล่าเลย ทั้งหมดไม่ได้บอกอะไรได้เกี่ยวกับธุรกิจหนังสือเลย มีคำกล่าวจากผู้ที่อยู่ในธุรกิจหนังสือก่อนผม และผ่านไปทำธุรกิจค้าปลีกอื่น อาทิ ซูเปอร์มาร์เก็ต เคยบอกไว้ว่า “ถ้าทำร้านหนังสือได้ ก็สามารถทำธุรกิจอะไรก็ได้” เขาบอกต่อว่า “เชื่อมั้ยว่าธุรกิจหนังสือมี SKU (Stock Keeping Unit) มากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตซะอีก

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

ภายหลังประสบการณ์บอกผมเองว่าที่เขาบอกนั้นถูกต้อง หลังจากเคยได้เข้าไปทำ Book Corner ของ The Booksmith ให้ซูเปอร์มาร์เก็ตหนึ่งที่มีสาขา วันหนึ่งทีมงานจัดซื้อติดต่อมาว่า ขอให้ช่วยเอา ISBN หนังสือที่ไม่มีสต็อกแล้วออกจากระบบให้ที เพราะ SKU ของหนังสือกินฐานข้อมูลเยอะมากกว่าสินค้าตัวอื่น ๆ พร้อมกับที่กฎบางอย่างของเชน อาทิ การเรียกเก็บค่า Register สินค้าในระบบที่ปกติมีการเรียกเก็บ 1 SKU ต่อค่าใช้จ่าย ต้องยกเว้นให้ธุรกิจหนังสือ เพราะ 1 ISBN คือหนังสือ 1 เล่ม แล้วเวลาเราเอาหนังสือเข้าก็จะส่งไปทีละเป็นร้อยเรื่อง

งานในร้านหนังสือไม่ได้สบายมากนัก ลองคิดดูว่าเรามีหนังสือใหม่ที่ออกเกือบจะทุกวันในต่างประเทศ ดังนั้นข้อมูลจะถูก Feed เข้ามาให้ศึกษาทุกวัน ทั้งจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สิงคโปร์ และเยอรมนี เวลาจึงหมดไปกับสิ่งเหล่านี้

ในมุมหนึ่งความที่ The Booksmith เป็นร้านเล็ก เราต้องอาศัยความเป็นเล็กพริกขี้หนูที่จะสร้างความได้เปรียบ ความได้เปรียบจะเกิดได้คือ การสร้างข้อมูลการค้าที่ดีให้กับสำนักพิมพ์ในต่างประเทศ ตลอดกว่า 10 ปีมีข้อมูลตัวเลขออกมาเสมอว่าตลาดหนังสือไม่ได้ตาย แต่กำลังค่อย ๆ ขยายตัว และมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2012

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

สิ่งที่เห็นและกลายมาเป็นโอกาสคือ Too Few Players ในตลาดหนังสือต่างประเทศบ้านเรา แต่สิ่งที่สำนักพิมพ์ต้องการคือจำนวนผู้เล่นที่น่าจะมากกว่านี้ หลังจากสร้างฐานข้อมูลการค้ามาระยะหนึ่ง The Booksmith ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือในประเทศในแถบอินโดจีน แทนสำนักพิมพ์ที่เงื่อนไขต่าง ๆ อาจซับซ้อนกว่า และการมี The Booksmith เป็นผู้เชื่อมในภูมิภาคจึงน่าจะเกิดผลดีมากกว่า

โครงสร้างธุรกิจของ The Booksmith นั้นได้คิดเอาไว้ว่าต้องการเป็นกำแพง หมายถึงให้คนพิงเรา เป็นก้อนน้ำแข็งในทะเล หน้าร้านคือยอดที่คนจะเห็นเราเท่านั้น แต่ข้างใต้คือสิ่งที่ใหญ่กว่า ถ้าหน้าร้านคือ Heart & Soul ก่อนน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่คือพลังขับเคลื่อน

The Booksmith แบ่งรูปแบบธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน หน้าร้าน ค้าส่ง และ Webstore

ในส่วนของหน้าร้านคงไม่ต้องอธิบายเพราะเป็น PR หลักของธุรกิจ แต่ส่วนของค้าส่ง หลังจากเราส่งหนังสือไปอินโดจีน จึงได้หันเข้ามามองตลาดในประเทศ ประกอบช่วงโควิดจึงได้ทดลองรับสั่งหนังสือจากสำนักพิมพ์โดยตรงให้แก่ร้านหนังสือในประเทศทั้ง Online และ Offline Store ผลตอบรับดีเกินคาด จึงทำให้มีธุรกิจเพิ่มจากที่ทำเดิม อาทิ การออกแบบและจัดหนังสือเข้าห้องสมุดสถาบันการศึกษา โรงเรียน ฯลฯ การเป็นที่ปรึกษาด้านหนังสือต่างประเทศให้แก่บางกิจการ เหล่านี้คือการทำงานที่อยู่ด้านใต้ของก้อนน้ำแข็งที่ลอยพ้นน้ำ สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีโลโก้ของร้านเราไปหมดทุกอย่าง แต่เครื่องยนต์ที่ใช้ผลิตมาจาก The Booksmith

ในการเติบโตมาพร้อมทั้งความสุขและความทุกข์ เมื่อทุกอย่างใหญ่ขึ้น แต่เราพยายามควบคุมงานบางอย่างไม่ให้ใหญ่เกินไป จะมาพร้อมความเหนื่อย เครียด และยิ่งโควิดคือโจทย์ ‘การเอาตัวรอดในธุรกิจหนังสือ’ ทั้งหมดของ The Booksmith เป็นกิจการที่ทำขึ้นแบบ Self-Funding Company หรือเราประกอบกิจการโดยอาศัยเงินหมุนเวียนภายใน ไม่ได้มีต้นทุนทางการเงินผ่านสถาบันการเงิน

ดังนั้น ในช่วงวิกฤตมีทั้งข้อดีคือเรามีปัญหาด้านเดียว แต่ก็มีข้อเสียคือการจัดการเงินทุนให้หล่อเลี้ยงทุกส่วนงานให้ได้ สมัยที่สเกลธุรกิจเล็กกว่านี้ ความสุขจะแฝงอณูในปริมาณที่มากกว่า แต่ในความเป็นจริงการอยู่ยาวในธุรกิจนี้ เราจำเป็นต้องขยายงานเพื่อให้ชีวิตไม่ได้อยู่เพียงคำจำกัดความที่ว่า “พอเลี้ยงตัวไปวัน ๆ ” สาขาที่ 2 3 4 5 จึงเกิดขึ้น

10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

และส่วนผสมล่าสุดที่ทำให้เกิดการตัดสินใจลด Business Parameter ลงคือการทำ Webstore ขึ้นมา เป้าหมายหลักในอนาคตคือการลดจำนวนสาขาลง และสร้าง Value Proposition ให้เกิดขึ้นผ่านการทำงานที่สอดประสานระหว่างสาขาหลัก และ Webstore ที่เป็นสินทรัพย์ของเราเอง โดยมุ่งพัฒนาการลดความสำคัญของโซเชียลมีเดีย ซึ่งเปรียบเป็นเหมือนการยืมจมูกคนอื่นหายใจ ทั้งหมดนี้เพื่อให้เรากลับไปมีความสุขมากขึ้น เมื่อกลไกของธุรกิจทำงานได้สมบูรณ์เต็มวงจร

Bookselling เป็นส่วนผสมของศาสตร์และศิลป์ สิ่งที่เล่ามาข้างต้นจะเป็นเรื่องของศาสตร์เสียมากกว่า ซึ่งส่วนนี้ถึงกับมีตำราออกมามากพอสมควร อาทิ Mathematic of Bookselling ฯลฯ แต่ในส่วนของศิลป์ หรือ Arts of Bookselling คือเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคนและทักษะการสื่อสาร สิ่งนี้ไม่ได้มีทฤษฎีหรือแนวทางปฏิบัติตายตัว ความผูกพันกับลูกค้าคือเสน่ห์ของร้านหนังสือ การเรียกชื่อลูกค้าได้ถูก หรือจำได้ว่าเขาหรือเธอเคยซื้ออะไรไป การถามไถ่ถึงลูก การทำงาน ทั้งหมดนี้คือทักษะของความเป็นมนุษย์ล้วน ๆ การขายหนังสืออาจมีหนังสือเป็นสื่อกลาง แต่พลังความผูกพันระหว่างคนขายกับลูกค้าเป็นสิ่งที่ไม่มีไม่ได้ในร้านหนังสือ

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

คริสต์มาสคือช่วงเวลาที่ร้านนอกจากจะยุ่งกับการขายแล้ว ยังเป็นช่วงที่เราสนุกที่สุดในการเตรียมของขวัญให้ลูกค้า การนึกถึงว่าลูกค้าแต่ละคนมีลักษณะอะไร ชอบอะไรเป็นความสนุกอย่างหนึ่ง นั่นเพราะเราคิดถึงการเป็นเพื่อนมากกว่าการเป็นลูกค้า การ์ดแต่ละใบจะเขียนขึ้นเฉพาะบุคคลด้วยลายมือพนักงาน ก่อนใส่ซองแล้วตีครั่งตราร้านลงไป นี่คือความสนุก และมีความสุขตามมาเมื่อมีข้อความกลับว่า “ขอบคุณ” หรือการมีถุงเล็ก ๆ กล่องขนมมาวางที่ร้านเป็นของฝากจากเพื่อนที่นึกถึงกัน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ในทุกธุรกิจเมื่อมันเป็น Heart Made

โควิดคือช่วงเวลาที่เราลำบากพร้อมกับมีโอกาส และการสูญเสียโอกาสเข้ามาระคนกัน นั่นเพราะไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ต้องการ Win Some, Lose Some แต่ท้ายที่สุดแล้วต้องรักษาตัวรอดไปให้ได้ เพราะ The Booksmith นั้นใหญ่กว่าตัวผมและทีมงาน พวกเราจึงมีหน้าที่ทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีให้ได้ สิ่งหนึ่งที่พูดเล่นกันในทีมว่า ถ้าทุกอย่างกลับมาได้ใกล้เคียงเดิมจริง ๆ เราอยากทำเสื้อยืดเอาไว้ใส่กวน ๆ โดยสกรีนว่า I’m survived ไว้ที่อก โดย I จะแทนทั้งตัวคนใส่ และ The Booksmith ประหนึ่งเป็นเสื้อสามารถของเรา

แต่วันนี้เรายังไม่เหมาะสมที่จะได้ใส่เสื้อตัวนั้น ยังต้องพยายามต่อไป และหวังว่าคงอีกไม่นาน

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

หนังสือแนะนำ

1

Financing Our Common Future (9783037786680)

ผู้เขียน : Régis Marodon

ราคา : 695 บาท

สำนักพิมพ์ : Lars Muller Publishers

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

   โควิดทำให้เกิดอะไรบ้าง Financing Our Common Future เป็นหนังสือทั้งเล่มที่อธิบายภาพผลกระทบทางเศรษฐกิจอ่าน Visual Graphic ข้อมูลถูกโยงให้เห็นผลกระทบเป็นห่วงโซ่จากเหตุการณ์หนึ่งไปยังอีกเหตุการณ์หนึ่ง เป็นการอธิบายข้อมูลได้ดีมาก อาทิ รายได้ของประเทศไทยที่มาจากการท่องเที่ยวจำนวน 15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด เมื่อส่วนนี้หายไปผลกระทบจะเกิดขึ้นที่สิ่งใดได้บ้าง

2

Monty Don: Down to Earth (9780241347140)

ผู้เขียน : Monty Don

ราคา : 470 บาท

สำนักพิมพ์ : Dorling Kindersley Publishing

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

ความสงบและธรรมชาติสามารถพบเจอได้คู่กัน Monty Don เอาสิ่งรอบตัว ต้นไม้ (เป็นหลัก) และสรรพสัตว์มาบรรยายตามช่วงของฤดูกาล

3

The Chairs are Where the people go (9780865479456)

ผู้เขียน : Misha Glouberman

ราคา : 545 บาท

สำนักพิมพ์ : Farrar, Straus & Giroux Inc

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

ไม่มีอะไรสมบูรณ์พร้อม การยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้ไม่สามารถอธิบายได้ เป็นการตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวแม้จะมีคำตอบหรือไม่ก็ตาม อาจทำให้มุมมองในการใช้ชีวิตให้มีความสุขได้

4

Bad News (9781472962850)

ผู้เขียน : Rob Brotherton

ราคา : 730 บาท

สำนักพิมพ์ : Bloomsbury

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

News Room Management คือหัวใจของการสร้างมาตรฐานข่าวให้น่าเชื่อถือ แต่องค์ประกอบอีกหลายอย่าง อาทิ ความเร็ว ข่าวด่วน หรือ Be the first to tell story เหล่านี้ทำให้เราข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดของงานการข่าว นั่นคือความน่าเชื่อถือ แล้วทำไมข่าวเหล่านี้จึงเกิดการยอมรับได้ นั่นเพราะมันกลายเป็นความคุ้นชินไปแล้ว แต่ก็บั่นทอนความน่าเชื่อถือของสถาบันหลักในเชิงสังคมลงไปเรื่อย ๆ เช่นกัน

5

Play and the City (9781472144805)

ผู้เขียน : Alex Bonham

ราคา : 705 บาท

สำนักพิมพ์ : Little Brown Book Group

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

คนจะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองในความหมายที่เมืองต้องประกอบด้วย 2 สิ่งหลัก คือ เศรษฐกิจของเมืองดี และมาตรฐานความเป็นอยู่ที่มีให้พลเมืองมีความสมดุลกับการครองชีพและดำรงชีวิต

ทุกเล่มมีใน Webstore ที่ www.thebooksmith.co.th

The Booksmith

ที่ตั้ง : 5/17 ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200 (แผนที่)

เวลาทำการ : วันจันทร์-พฤหัสบดี 09.00 – 20.00 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ เปิด 09.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3546 3790

Webstore : www.thebooksmith.co.th

Facebook : The Booksmith

Instagram: thebooksmithbookshop

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งความรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer

Avatar

สิโรตม์ จิระประยูร

ทำงานในธุรกิจหนังสือ 19 ปี เริ่มจากการตลาดมาถึงกรรมการผู้จัดการ และปัจจุบันเป็นคนขายหนังสือ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

The Bookseller

เรื่องราวของร้านหนังสืออิสระ แหล่งเรียนรู้รื่นรมย์

ตอนเด็ก ๆ ผมชอบอ่านหนังสือ และฝันอยากเป็นบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดมาก ห้องสมุดที่มีหนังสือให้ดู ให้อ่านเยอะ ๆ มีอาชีพที่ได้อยู่กับหนังสือไปตลอดชีวิต ตอนจะเข้ามหาวิทยาลัยก็สนใจสาขาบรรณารักษ์ แต่คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในตอนนั้นไม่เพียงพอ ความคิดที่จะเป็นบรรณารักษ์จึงค่อย ๆ จางไป หากการชอบอ่านหนังสือ อยากอยู่กับหนังสือยังคงอยู่ เวลาว่าง ๆ ผมชอบไปตามร้านหนังสือต่าง ๆ

จนวันหนึ่งได้เจอกับ ‘ร้านเล่า’ ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงกาดเชิงดอย ข้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ในขณะนั้น ปัจจุบันย้ายมาที่ถนนนิมมานเหมินท์) ผมไปที่ร้านเล่าทุกอาทิตย์ ด้วยเสน่ห์ของร้านเล็ก ๆ ที่อบอุ่น และมีหนังสือแบบที่เราชอบที่มักจะหาซื้อยากจากร้านหนังสือใหญ่ ๆ ทั่วไป จนวันหนึ่งผมอยากหางานพิเศษทำ จึงลองไปสมัครงานที่ร้านเล่า และเฝ้ารอด้วยความตื่นเต้นเพราะอยากทำมาก ผมเริ่มทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านเล่าเมื่อ พ.ศ. 2546 จนเป็นพนักงานประจำเรื่อยมาจน พ.ศ. 2564 เป็นเวลา 18 ปี

ตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ที่ร้านเล่า ความฝันอยากเปิดร้านหนังสือเล็ก ๆ ค่อย ๆ ก่อตัว แต่ก็ยังเป็นเพียงแค่ความฝันลาง ๆ ว่า สักวันหนึ่งถ้ามีจุดหักเหอะไรเกิดขึ้น และได้ทำอาชีพอื่นที่ทำที่บ้านได้ ก็อยากจะมีร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้านของตัวเอง ทำงานไปด้วยเปิดร้านหนังสือไปด้วย กระทั่งการมาของโควิด-19 ที่ทำลายหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง รวมทั้งธุรกิจร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ยอดขายลดลงมาก 

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ประกอบกับผมกำลังอยู่ในระหว่างการสร้างบ้านที่ผมกับภรรยา (อัง-ชฏิลรัตน์ ดอนปัน) ช่วยกันออกแบบเอง ซึ่งต้องการความใส่ใจมากพอสมควร จึงได้พูดคุยกับพี่ ๆ ที่ร้านเพื่อออกมาดูแลการสร้างบ้านเต็มตัว และพูดคุยกับภรรยา ซึ่งออกจากงานเพราะโควิด-19 เช่นกัน ที่เริ่มทำเบเกอรี่ทดลองขายมาสักพักถึงแผนการดำเนินชีวิตหลังจากบ้านเสร็จ

ลงตัวกันที่จะลองเปิดร้านเบเกอรี่โฮมเมดและร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้าน ส่วนร้านหนังสือ อยากให้เป็นร้านหนังสือทางเลือก ในแบบที่ตัวเราเองอยากเข้า วางหนังสือหลากหลายที่เราคัดเลือกมาแล้วในระดับหนึ่ง ไม่อยากขายหนังสือแบบเดียวกันเป็นพรืดเหมือนร้านใหญ่ ๆ

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ตอนเริ่มต้น ส่วนเบเกอรี่มีปัญหาไม่มากนัก เพราะภรรยาผมเริ่มลองทำมาสักพักแล้ว เพียงจัดการส่วนต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทาง แต่ในส่วนร้านหนังสือมีปัญหาหลายอย่าง

เริ่มจากปัญหาทุนที่จำกัดในการซื้อสิ่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ชั้นหนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ เราแก้ปัญหาด้วยการพยายามทำเองในส่วนที่ทำได้ โต๊ะเก้าอี้บางส่วนหาซื้อของเก่ามาขัดทาสีเอง ชั้นหนังสือที่มีขายราคาแพงเกินไปสำหรับเรา จึงหาซื้อไม้หาช่างเพื่อทำชั้นหนังสือ ส่วนที่จำเป็นต้องซื้อก็หาในราคาสมเหตุผล

ปัญหาค่าประกันหนังสือของสายส่งหลายรายราคาค่อนข้างสูงสำหรับร้านเล็ก ๆ บางสายส่งไปถึงหลักแสนบาท จึงใช้ประสบการณ์จากการทำงานที่ร้านเล่า เลือกสายส่งที่ค่อนข้างเอื้อเฟื้อกับร้านหนังสืออิสระ คัดเลือกหนังสือที่เราชอบและเห็นว่าน่าสนใจ ซึ่งส่วนมากจะเป็นวรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปล สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การเมือง เป็นหนังสือที่ตามร้านใหญ่อาจจะไม่มี หรือหาตามร้านใหญ่ค่อนข้างยาก เพื่อทดแทนจำนวนหนังสือที่ยังมีน้อย

หรือปัญหาที่เคยได้เห็นตั้งแต่ทำงานที่ร้านเล่า คือหนังสือบางสำนักพิมพ์เข้าถึงยาก เนื่องจากอยู่กับสายส่งใหญ่ที่มีระบบครบวงจร มีสำนักพิมพ์ สายส่ง และหน้าร้านของตนเอง เข้าถึงยากทั้งค่าประกันที่สูงและการพยายามเพิ่มยอดขาย หนังสือที่กำลังเป็นที่สนใจมักจะสั่งไม่ได้ เพราะสายส่งเลือกส่งหนังสือไปที่หน้าร้านตนเองก่อน เมื่อเริ่มคลายความนิยมหรือมีพอเหลือจากหน้าร้านของสายส่งจึงเริ่มพอสั่งได้ บางสายส่งถ้าจะซื้อขาดมาขาย ก็ต้องซื้อในจำนวนที่เยอะเกินกำลัง – 50,000 บาทกับราคาลดเท่ากับฝากขายปกติ 

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

เรื่องของสายส่งที่มีระบบครบวงจร ยังส่งผลต่อสำนักพิมพ์อิสระในบางแง่ เช่นบางครั้งมีการเพิ่มเปอร์เซ็นฝากขาย หรือการเลือกวางหนังสือ ส่งผลกระทบต่อนักเขียนเป็นทอด ๆ ไป สายส่งเหล่านี้เลือกได้ว่าจะส่งหรือไม่ส่งร้านไหน และจะดันหนังสือเล่มไหนหรือสำนักพิมพ์อะไรให้ขายดี

สิ่งเหล่านี้ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องเชิงธุรกิจ เป็นความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจ แต่ในอีกทางมันมักจะเป็นอุปสรรคที่ร้านหนังสืออิสระหลายร้านมักต้องเจอ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำธุรกิจของร้านหนังสืออิสระบางร้านเป็นไปอย่างค่อนข้างลำบาก และทำให้การขยายตัวของร้านหนังสืออิสระมีน้อย สวนทางกับจำนวนนักอ่านที่เพิ่มมากขึ้น จากที่เคยทำงานร้านหนังสือมานานพอสมควร พอได้เห็นความเปลี่ยนแปลงว่าตอนนี้นักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน อ่านหนังสือกันเยอะขึ้นมาก เมื่อเทียบเปอร์เซ็นต์กับเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว จำนวนนักอ่านเพิ่มมากขึ้น แต่นักเขียน สำนักพิมพ์ ที่ไม่ใช่ของสายส่ง สายส่งที่ไม่มีสำนักพิมพ์และหน้าร้านของตนเอง กลับไม่ได้มีผลตอบแทน ไม่ได้มีการดำเนินธุรกิจที่ดีขึ้นมากนัก เทียบกับบริษัทที่ครบวงจร

เราวางแผนแก้ปัญหาเรื่องการเข้าถึงหนังสือบางเล่มได้ยาก เงินสำหรับใช้จ่ายในครอบครัวจะใช้เงินจากการขายเบเกอรี่ ส่วนเงินที่ได้จากการขายหนังสือนั้น จะติดต่อกับสำนักพิมพ์ที่ขายขาดหนังสือเล่มที่เราต้องการ นำกำไรจากการขายหนังสือมาซื้อหนังสือเหล่านี้ ค่อย ๆ ซื้อทีละเล็กทีละน้อยเท่าที่ไหว ค่อย ๆ สะสมหนังสือที่เราสนใจ เพื่อวันหนึ่งข้างหน้าจะได้มีหนังสือให้เลือกอ่านเยอะขึ้น และหลากหลายมากยิ่งขึ้นกว่านี้

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

แน่นอนว่าลำพังการเริ่มทำร้านหนังสืออิสระเล็ก ๆ ด้วยทุนจำกัด คงให้ผลตอบแทนไม่ได้มากพอสำหรับเราในตอนนี้ แต่พวกเราคิดว่าถ้าเรานำ 2 อย่าง ‘หนังสือ + เบเกอรี่’ มาไว้ด้วยกัน น่าจะพอมีทางเป็นไปได้ พอมีทางที่เราจะอยู่ได้ในเชิงธุรกิจ และได้ทำร้านหนังสือในแนวทางที่เราต้องการ พอมีทางที่ร้านหนังสือทางเลือกแบบเราจะค่อย ๆ ดีขึ้นในวันข้างหน้า คนที่ชอบหนังสือ มาดูหนังสือก็อาจจะอยากลองชิมเบเกอรี่ คนที่มากินเบเกอรี่แล้วเห็นชั้นหนังสือ ก็อาจจะสนใจลองเดินดูและซื้อหนังสือได้

ก่อนเปิดร้าน หลายคนเป็นห่วงเรื่องระยะทาง ที่ไม่เพียงอยู่ไกลจากตัวเมือง หากยังต้องเข้าซอกเล็กซอยน้อยกว่าจะถึง แต่เราคิดว่าในปัจจุบันตัวเมืองเชียงใหม่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ มีหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นมากมายตามอำเภอต่าง ๆ ที่ติดอำเภอเมือง หลายคนถึงแม้จะทำงานอยู่ในเมือง แต่ก็มีบ้านและใช้ชีวิตนอกเวลางานอยู่นอกเมือง เราไม่กังวลมากนัก แต่ก็ไม่คาดหวังมากเกินไปเช่นกัน รู้สึกเพียงว่าเหนื่อยมาก ๆ เพราะเราทำทุกอย่างเอง อยากให้ถึงวันเปิดเร็ว ๆ เพื่อที่หลังจากนั้น จะได้รู้ว่าอะไรดีไม่ดีแล้วค่อย ๆ ปรับแก้กันต่อไป เบเกอรี่พอมีลูกค้าเก่าอยู่บ้างแล้ว น่าจะค่อยเป็นค่อยไปได้ สิ่งที่กังวลเป็นเรื่องของชุมชนมากกว่า ว่าเราจะทำให้ชุมชนมีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ก่อนเปิดร้าน เราเพียงประกาศในช่องทางโซเชียลมีเดียและบอกกล่าวพี่น้องเพื่อนฝูง วันนั้นจึงมีเฉพาะคนรู้จักและลูกค้าเก่าเบเกอรี่มาให้กำลังใจ ค่อนข้างชุลมุนแต่อบอุ่น ทุกคนต่างเต็มใจรอ ช่วยอุดหนุนหนังสือ ไม่หงุดหงิดกับที่จอดรถที่มีเพียงน้อยนิด ทุกคนให้กำลังใจ เอาใจช่วยเรา รวมทั้งร้านหนังสืออิสระด้วยกันเอง ร้าน Book Re:public มาอุดหนุนขนมเครื่องดื่ม และซื้อหนังสือที่ผมเดาว่าที่ร้านเองก็น่าจะมีขาย พี่ ๆ ร้านเล่า และเวิ้งมาลัย มาให้กำลังใจ รวมถึงช่วยเก็บแก้วเก็บจาน ช่วยโบกช่วยดูที่จอดรถ น้องบางคนถึงกับมาช่วยล้างจาน

หลังจากนั้นหลายคนก็ช่วยไปเผยแพร่ ช่วยโฆษณาต่อ ๆ ไป จึงเริ่มมีลูกค้ามาเรื่อย ๆ ช่วยให้เราเริ่มตั้งไข่และเดินก้าวแรกได้เร็วขึ้น เริ่มมีผู้คนหลากหน้าหลายตาเข้ามา คนที่เคยซื้อขนมอยู่ในเมือง แต่เพิ่งรู้ข่าวก็อุตส่าห์ขับรถไกลมาหาพวกเรา หรือบางคนมาเพื่ออุดหนุนร้านหนังสืออิสระโดยเฉพาะ แต่ที่มักจะเรียกรอยยิ้มและกำลังใจให้เราเสมอ คือพ่อแม่ที่โดนลูกเกณฑ์มาด้วยความไม่เต็มใจ บ่นอุบอิบถึงความไกลและเส้นทางที่ลำบากเมื่อตอนมาถึง แต่ตอนกลับมักจะมาพูดคุยกับเราด้วยสีหน้าสบายใจยิ้มแย้มแจ่มใส คุณแม่ท่านหนึ่งพูดเล่นอย่างน่ารักว่า อยากซื้อที่ดินสร้างบ้านติดกัน

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

เรื่องผลกระทบต่อคนในชุมชนเราก็ค่อย ๆ คลายความกังวล หมู่บ้านสันผักหวานน้อย อำเภอหางดง เป็นชุมชนที่ดี ผู้คนน่ารักและเอื้อเฟื้อ หลายคนคอยบอกทางคนที่หลงทาง บางคนคอยแนะนำเรื่องต่าง ๆ ช่วยแชร์รีวิว มาสอบถามสารทุกข์สุกดิบ อุดหนุนให้กำลังใจ ครั้งหนึ่งลูกค้าบอกว่าหลงทางเลยจอดสอบถามคนในหมู่บ้าน ไม่คิดว่าจะถึงกับขี่มอเตอร์ไซค์นำทางมาส่งถึงที่ร้าน – มาทราบตอนหลังว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านเองที่นำทางมาส่ง

ถึงจะเหนื่อยกันมากในช่วงแรก ๆ แต่เรื่องเหล่านี้คอยพยุง คอยช่วยเป็นพลังใจเราได้อย่างมากมายมหาศาล

แม้ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่นับจากเปิดร้าน วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2565 มาจนถึงตอนนี้ ถึงจะมีปัญหาอยู่บ้าง ผมก็ยังสบายใจ ได้ช่วยภรรยาทำขนมตอนเย็น ได้อยู่กับหนังสือ ลงมือแล้วและพยายามทำไปเรื่อย ๆ หาทางให้ร้านอยู่ให้ได้ ได้หาได้คัดเลือกหนังสือ ยังรู้สึกดีเมื่อมีคนซื้อหนังสือ หรือคนบอกว่าหนังสือน่าสนใจ เป็นทางเลือกเล็ก ๆ ให้กับคนที่สนใจในหนังสือ ยังได้อยู่กับหนังสือเหมือนเมื่อที่เคยเป็นมา 18 ปี

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

แนะนำหนังสือ

โดย Harvest Moon Bookshop

1

เงาสีขาว

นักเขียน : แดนอรัญ แสงทอง

สำนักพิมพ์ : สามัญชน

ราคา : 780 บาท

นวนิยายแห่งความบ้าคลั่ง ปอกเปลือยตัวตนของปัจเจกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและมืดหม่น ออกมาในรูปแบบกระแสสำนึก ภาคกลางของนวนิยายไตรภาคที่เราไม่มีทางได้อ่านภาคต้นและภาคปลายแล้ว เป็นหนังสือที่ตั้งใจไว้นานแล้วว่า ถ้ามีร้านหนังสือต้องมีเล่มนี้ขาย

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

2

มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ

นักเขียน : ภรณ์ทิพย์ มั่นคง

สำนักพิมพ์ : อ่าน

ราคา : 550 บาท

หนังสือที่ควรอ่านเพื่อเรียนรู้ เพื่อสร้างความภูมิคุ้มกันให้กับจิตใจ ในการที่จะสู้กับความอยุติธรรมต่าง ๆ ในสังคมและชีวิต แค่ส่วนแทรกที่นำมาจากการเขียนบันทึกตอนอยู่ในคุก บนหน้ากระดาษพระคัมภีร์ที่แอบฉีกมาก็ควรค่าแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่งแล้ว

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

3

เราต่างมีแสงสว่างในตัวเอง

นักเขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์

สำนักพิมพ์ : สมมติ

ราคา : 300 บาท

รวมบทสัมภาษณ์ โดยมือสัมภาษณ์มากประสบการณ์ เรียกได้ว่าเป็นชั้นต้นคนหนึ่งของเมืองไทย เลือกคนสัมภาษณ์ได้น่าสนใจ ไม่ฟูมฟายเกินไป หลายคำถามนำไปสู่การเปิดมุมมองที่หลากหลาย

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

แนะนำโดย Waltz Bakes

4

วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว

นักเขียน : มูเระ โยโกะ

นักแปล : สิริพร คดชาพร

สำนักพิมพ์ : Sandwich

ราคา : 230 บาท

เรื่องราวของอากิโกะ อดีตบรรณาธิการสาวที่ผันตัวมาเปิดร้านอาหาร ขายแค่แซนด์วิชกับซุปเคียงคู่กัน โดยบอกเล่าเรื่องราวในแต่ละวันที่เกิดขึ้นรอบตัวอากิโกะอย่างราบเรียบ แต่แฝงด้วยนัยยะสำคัญของการใช้ชีวิตบางอย่างเอาไว้ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นใจและผ่อนคลายในขณะเดียวกัน

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

5

เยิรเงาสลัว

นักเขียน : จุนอิชิโร ทานิซากิ 

นักแปล : สุวรรณา วงศ์ไวศยวรรณ

สำนักพิมพ์ : openbooks

ราคา : 265 บาท 

เป็นหนังสือที่ชวนเราละเลียดมองในความงามของความเงาสลัวที่กระทบลอดส่องผ่านตามซอกซอนสถาปัตยกรรมบ้านเรือน เครื่องครัวของใช้ หรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นที่มีสุนทรียะของความสลัวเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นหนังสือที่ทำให้เราหยุดนิ่งและซึมซับความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างเข้าใจ

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

Waltz Bakes x Harvest Moon Bookshop

ที่ตั้ง : 114/2 บ้านสันผักหวานน้อย หมู่ 7 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4488 4824, 09 5698 2410

วัน-เวลาทำการ : เวลา 09.00 – 17.00 น. ปิดวันพุธ

Facebook : Harvest Moon Bookshop และ Waltz Bakes

Instagram : harvestmoon_bookshop และ Waltz_bakes

Writer & Photographer

Avatar

ปิยศักดิ์ ประไพพร

ใช้ชีวิตวัยเด็กที่จังหวัดลำพูน ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ตอนอายุ 13 ปี เข้าเรียนภาควิชาสังคมวิทยา - มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ไม่จบการศึกษา ทำงานที่ร้านเล่า 18 ปี ปัจจุบันร่วมกับภรรยาเปิดร้านขนมและร้านหนังสืออยู่ที่บ้าน ในหมู่บ้านสันผักหวานน้อย อำเภอหางดง เชียงใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load