โจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ คือนักรับจ้างทั่วไปตามคำนิยามของเขาเอง

เขาเป็นนักการเงินที่ผันตัวมาทำงานสายการตลาด ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ใหญ่ๆ ที่ประสบความสำเร็จอย่าง Happy ของดีแทค แม่มณีของธนาคารไทยพาณิชย์ หลักสูตรสถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ (ABC-Academy of Business Creativity) และแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่ Robinhood ที่เพิ่งประกาศแคมเปญ ‘เราช่วยคุณ คุณช่วยร้าน’ ไม่เก็บค่าส่งในช่วงล็อกดาวน์เมื่อ 2 วันก่อน

ขณะเดียวกัน นักบริหารคนนี้ก็อยู่เบื้องหลังความไม่สำเร็จหลายอย่าง จนเขียนหนังสือชื่อ ‘ล้ม ลุก เรียน รู้’

ธนาเคยผิดหวังจากการสอบเข้าเรียนปริญญาโทที่หวังไว้ จึงไปสมัครงานเป็นสจ๊วตสายการบิน

เขาเคยทำโปรเจกต์ขาดทุนหลักร้อยล้านเพราะคิดว่ารู้จริงแล้ว

เคยอยู่ในช่วงหนึ่งของชีวิตที่เชื่อเต็มร้อยว่าตัวเองเก่งที่สุด และไม่มีใครทดแทนได้

และเป็นความล้มเหลวอีกนั่นแหละ ที่เปลี่ยนเขาจากคนที่ทำทุกอย่างตามแบบแผนให้กล้าจะลองสิ่งใหม่ๆ และก้าวออกจาก Comfort Zone 

ธนา เธียรอัจฉริยะ “สิ่งที่เหลือจากวิกฤตคือความทรงจำ อยากให้คนจำแบบไหน จงทำแบบนั้น”

ประสบการณ์และกาลเวลาหล่อหลอมธนาให้กลายมาเป็นผู้นำที่คนรัก เป็นพี่ที่น้องๆ ไว้ใจ เป็นนักบริหารที่ใครๆ ต่างเคารพในความคิดและการทำงานนอกกรอบ เป็นนักเล่าเรื่องที่ผู้บริโภคชื่นชม

จากรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์องค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC สู่ผู้บริหารฝ่ายการตลาด ธนาคารไทยพาณิชย์ 

หลังปฏิเสธงานไปหลายองค์กร วันนี้เขาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด เจ้าของ Robinhood ควบคู่ไปกับกรรมการ บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM และประธานคณะกรรมการ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยมีหลักการเลือกง่ายๆ ‘ถ้าไม่เป็นประโยชน์ ก็จะไม่ไป’ 

Robinhood ต่อสู้ในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ด้วยกลยุทธ์ตรงกันข้าม ส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ตรงของธนา ธุรกิจเล็กไม่สามารถใช้โมเดลเดียวกับธุรกิจใหญ่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ Robinhood จึงไม่เก็บค่า GP เหมือนคู่แข่ง มุ่งเน้นร้านอาหารเล็กๆ อีกส่วนคือวิธีการบริหารเรียบง่ายและทำได้จริงของเขา

ทำงานสำเร็จ ไม่ใช่ทำเสร็จ

ไม่ชัวร์ทำไปก่อน มีปัญหาก็ค่อยๆ แก้กันไป

จงเป็น Leader อย่าเป็น Boss

เข้าใจคนอื่นด้วยการนั่งในใจเขา

คนคนหนึ่งไม่ได้เก่งเสียทุกเรื่อง

ขอบคุณเสมอ

ผิดต้องขอโทษ

ไม่มีการบริหารที่ One Size Fits All

ผู้นำต้องกินคนสุดท้าย

ใจเย็นให้มากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงวิกฤต

และสิ่งที่เหลือรอดจากวิกฤตคือ ความทรงจำ อยากให้คนจดจำอย่างไร จงทำอย่างนั้น

ใครๆ ก็ยกย่องให้คุณเป็น ‘เจ้าพ่อการตลาด’ 

เราไม่คิดอย่างนั้น เราเรียกตัวเองว่า Storyteller เป็นคนที่เล่าเรื่องได้ง่าย ด้วยความที่ไม่ชอบอะไรยากๆ อ่านหนังสือก็จะอ่านอะไรง่ายๆ หนังสือที่เข้าใจง่าย ภาษาที่ดี พี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์, โกวเล้ง และขาดไม่ได้คือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นคุณครูทางภาษาของเราเลย

ถ้าเจอเราในภาคแรกของชีวิต จะนึกไม่ออกว่าทํางานการตลาด เราเป็นมนุษย์การเงินเชยๆ ภรรยายังชอบแซวอยู่เลยว่าใส่เสื้อขาว กางเกงดำ เบสิกมาก ขี้กลัว นั่งทำ Excel เป็นอาวุธ ตอนเรียนก็ธรรมดา อยู่อัสสัมชัญศรีราชา เข้าเตรียมอุดมฯ เรียนค่อนข้างดี แต่เล่นกีฬาไม่เก่ง ติดสาว เพื่อนไปสอบเทียบก็ไป คณะอะไรก็ลอกเขาเอา จบเศรษฐศาสตร์ก็เรียนบ้าง ลอกบ้าง เหตุการณ์เปลี่ยนตอนไปอเมริกา คิดว่าจบจากจุฬาฯ ถ้ายื่นต่อโทฯ มหาลัย Top 50 ก็น่าจะติด ปรากฏไม่มีใครรับเลย คิดในใจ ‘ฉิบหายแล้ว’

ว่างอยู่ปีหนึ่งก็เรียนภาษาอย่างเดียว ไม่ได้ทำอะไร แล้วได้ไปห้องสมุดเจอหนังสือ 100 Best Employers in US เลยร่างจดหมายหนึ่งฉบับ ‘To Whom It May Concern…’ แล้วยื่นแม่งเลยร้อยที่ (หัวเราะ) มีที่เดียวที่ตอบรับคือ Delta Airline ที่กำลังจะเปิดรูตมาเมืองไทย นั่นเป็นครั้งแรกที่ชีวิตไม่ตามแบบแผน แต่เป็น ‘ไม่ชัวร์ ทำไปก่อน’ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ชีวิตเป็นแบบวันนี้ หลังจากนั้นก็พบว่า พอเลี้ยวไปทำอะไรประหลาดๆ หน่อย เราจะได้สิ่งที่เพื่อนไม่มี 

สมมติถ้ามีของหนึ่งอย่าง อยากให้คุณคิดกลยุทธ์ให้ขายได้ คุณจะเริ่มจากอะไรก่อน

เราเป็นนักขายที่แย่มาก การขายกับการตลาดไม่เหมือนกันทีเดียว ถ้าบอกว่ามีปากกาหนึ่งด้ามให้เราขาย จะทำได้ไม่เก่งเลย 

วิชาหนึ่งที่เพิ่งรู้ว่าสำคัญมากๆ คือ Empathy เราต้องพยายามคิดก่อนว่าอีกฝ่ายหนึ่งกำลังคิดอะไร เรามีสกิลล์ตรงนี้ สามารถเล่าได้ว่าปากกานี้ดียังไง พูดยังไงให้โดนใจคน ถ้าภาษา ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช คือ การไปนั่งอยู่ในใจคน แต่มันเป็นทั้งบวกเเละลบ เราเข้าใจคนจริง มี Empathy ง่าย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ Sensitive จนบางครั้ง Over-sensitive ด้วย เช่น โดนคอมเมนต์เเรงๆ จะหมดเเรงไปเลย เราเลยเป็นนักการเมืองไม่ได้ชัวร์ๆ ถ้าเป็นนักการเมืองแล้วโดนคนทั้งประเทศด่า เราทําไม่ได้ แต่มันดีในแง่การตลาด

แต่การตลาดของเราก็ไม่ใช่การตล๊าด การตลาดอีก เคยเป็นตําเเหน่งหนึ่งที่ชอบคือ Chief Commercial Officer เป็นเชิงพาณิชย์ มันไม่ถึงการตลาดเสียทีเดียว ดูการเงินประกอบ เเล้วทํายังไงให้ขายได้ด้วย เราชอบเอาการเงินกับการตลาดมาผสมกัน เอาความเป๊ะของโลกการเงินผสมกับความกะๆ ของการตลาด แล้วใช้ตรงกลาง ถ้าพูดเอาเท่ก็เหมือน สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) เเหละ เอา Technology ผสม Liberal Arts กลายเป็น iPhone ที่ทั้งสวยและใช้งานได้ดี 

อย่างตอนทำ Happy เรื่องหลักๆ ที่เราหยิบมาเล่นคือ Pricing ซึ่งเป็นการตลาด แต่ก็เป็นการเงินด้วย เลยเกิดเป็นโปรโมชันแปลกๆ รับสายราคาเท่านี้ โทรออกราคาเท่านี้ มีกลางวันกลางคืน โทรหากันถูก ใจดีให้ยืมเงิน พวกนี้เป็นการเงินหมด แต่เอามาเล่าเป็นการตลาด 

แต่อย่าให้ไปขายนะ อันนั้นเราห่วย (หัวเราะ)

การประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้คุณมีช่วงชีวิตที่หยิ่งผยองในสิ่งที่เป็นหรือเปล่า

เราโดนไปหลายดอกมาก พวกนี้เป็นบทเรียนในชีวิต

ดอกแรกตอนอายุประมาณสามสิบเจ็ด สามสิบแปด อีโก้สูง พูดอะไรไปนักข่าวก็ชื่นชม พูดอะไรก็ถูก พูดอะไรก็คมคาย คิดว่าตัวเองพูดอะไรก็ได้แล้วดันไปคอมเมนต์เรื่องการเมือง ข่าวตัดทอนไปลงหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ขั้วการเมืองข้างหนึ่งโกรธมาก เรื่องใหญ่ มีคนโทรหาดีแทคเป็นพันเพื่อจี้ให้เราลาออก โทรมาขู่ฆ่าที่บ้านก็มี มันเตือนตัวเองว่า หนึ่ง เราพูดไม่ได้ทุกเรื่องนะ เรื่องไหนรับไม่ได้ก็อย่าพูด สอง เราไม่ได้เก่งจริงๆ อย่างที่คิดหรอก อันนี้เป็นครั้งที่เเรกที่อีโก้ตัวเองพุ่งเเล้วโดนเจาะลม 

ดอกที่สองตอนอายุสี่สิบเอ็ด อยู่ดีแทค ขอใช้คำว่าเหมือนตั่วเหล่าเอี๊ย ประสบความสำเร็จมาก ใครๆ ก็เกรงใจ พูดอะไรไปเขาก็ ‘เอาเลยครับ ทำเลย’ เหมือนเป็นเทวดา ทำงานครึ่งวันเงินเดือนเยอะมาก เราคิดว่าตัวเองเก่ง เป็นเทพการตลาด พอบริษัท Mc Jeans มาชวน คิดง่ายๆ ว่าอิ่มตัวกับงานที่นี่แล้ว สิบสี่วันลาออกเลย ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับดีแทค ซีอีโอยังงงเลย ออกไปทำไมวะ 

ออกไปก็ไม่รู้บริษัทใหม่เป็นยังไงด้วย เพราะคิดว่าตัวเองทำอะไรก็ได้ แล้วก็พ่ายแพ้ หกเดือนคลานเข่าบาดเจ็บสาหัส พบว่าไม่ได้เก่งทุกอย่าง เหมือนเราว่ายน้ำจืดได้ พอไปเจอน้ำทะเลแล้วไปไม่เป็น

เราเป็นเหมือนที่ Steve Jobs พูดตอนถูกไล่ออกโดยบอร์ดของตัวเอง มันคือ Beginner’s Mind ถ้าตามภาษาเขามันคือการยกความหนักของความสําเร็จออก เหลือแต่ความเบาแบบเด็กทารก ถ้าไม่รู้ เรายอมรับ แล้วเริ่มใหม่ ค่อยๆ ลองผิดลองถูก เรียนรู้ใหม่ ประมาทกับตัวเองให้น้อย

ตอนอยู่แกรมมี่ก็ไม่ใช่ว่าสำเร็จนะ (หัวเราะ) โดนด่าเรื่องยูโรจอดำ ถ้าใครจำได้ เละเทะ ชีวิตเราเลยมีทั้งล้มเหลว ปานกลาง และสำเร็จ มันต้องโดนถึงจะเข้าใจแล้วเรียนรู้ เราเป็นบัวปริ่มน้ำ ไม่ใช่บัวพ้นน้ำที่คิดได้เอง

ธนา เธียรอัจฉริยะ “สิ่งที่เหลือจากวิกฤตคือความทรงจำ อยากให้คนจำแบบไหน จงทำแบบนั้น”
ธนา เธียรอัจฉริยะ “สิ่งที่เหลือจากวิกฤตคือความทรงจำ อยากให้คนจำแบบไหน จงทำแบบนั้น”

คุณรับบริหารองค์กรธุรกิจมาหลายอุตสาหกรรม บริษัทแบบไหนที่ ธนา เธียรอัจฉริยะ จะรับงาน

เวลามีคนถามว่าเราทำอะไร จะบอกว่า รับจ้างทั่วไป ถ้าถูกใจก็ทำ ซึ่งก็ต่างไปตามแต่ละช่วงชีวิต บางช่วงต้องการเงินเพราะลูกยังเล็ก บ้านยังผ่อน ก็เลือกนายจ้างไม่ค่อยได้หรอก แต่ถ้าถามตอนนี้ เราเลือกสิ่งที่อยากทำ ทำที่คิดว่าสนุก ที่คิดว่าจะมีประโยชน์ 

มีช่วงหนึ่งเราฮิตสโลว์ไลฟ์ ตอนลูกเล็กๆ รับงานกรรมการ ไม่ได้ชอบนะ แต่รับเยอะเพราะได้เงินแน่นอน ซึ่งมันไม่สนุก ทำแล้วเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป เราเรียงลำดับชีวิตตัวเองไว้คือ ลูกสาว การออกกำลังกาย และสิ่งสุดท้ายที่ต้องมีเพื่อให้ชีวิตไม่น่าเบื่อหรือแก่เร็วคือ เราต้องรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ อันนี้สำคัญ ตอนหลังๆ เลยไม่เลือกงานที่เงินเยอะแล้วไม่มีประโยชน์ ถ้าเขาเอาเราไปนั่งประดับบารมี หรือไปเป็นกรรมการบริษัทให้ดูดีเฉยๆ เราจะไม่เอา 

หลักการบริหารธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมมีความคล้ายคลึงกันไหม

ไม่เหมือนกันเลยดีกว่า ไม่มี One Size Fits All สมัยก่อนอาจมีนะ สมมติเราเทพการตลาด ไปไหนก็เวิร์ก ใช้หลักการคล้ายๆ กัน แต่ตอนนี้ไม่ ทำงานในองค์กรที่มีเจ้าของกับไม่มีเจ้าของก็ต่างกัน เจ้าของก็มีหลายแบบมาก เราต้องเข้าไปทำตัวเล็กๆ เพื่อเข้าใจทุกอย่าง แต่ละที่ไม่เหมือนกัน แกรมมี่เป็นแบบหนึ่ง SCB เป็นแบบหนึ่ง 

หลังๆ เลยรู้สึกว่าต้องทำตัวเหมือนน้ำ ไปถึงต้องปรับตัวให้ได้ ดูว่าเรามีประโยชน์ไหม ถ้ามีประโยชน์ก็ทำต่อ ไม่มีประโยชน์ก็แยกทาง คนเลยมองว่าเราเปลี่ยนงานบ่อย แล้วแต่สไตล์คน เรามองทุกอย่างเป็นโครงการ ครบสามปีกลับมาทบทวนตัวเองว่า มันยังเวิร์กทั้งคู่ไหม จะได้ไม่เสียเวลา อย่าง Robinhood อีกสามปีข้างหน้าเราอาจจะให้อะไรเขาไม่ค่อยได้ให้ ให้เขาหาคนอื่นใหม่ดีกว่า 

ข้อดีของการเปลี่ยนงานทุกๆ 2 – 3 ปีคืออะไร

ถ้าตอนนี้เรายังอยู่ดีแทค น่าจะโดน Lay Off แล้วหางานใหม่ไม่ได้ แก่เกินเทคโนโลยีไปแล้ว ตามไม่ทัน เพราะเคยทำงานมาอย่างเดียว จะสมัครงานใหม่ก็ได้แค่สายโทรคมนาคม พอเปลี่ยนงานมาเยอะ เราเลยมีคอนเนกชัน ถ้าแกรมมี่อยากคุยกับคนธนาคาร เราก็มีเพื่อนอยู่ธนาคาร ถ้าธนาคารอยากทําการตลาดเจ๋งๆ เราก็รู้จักเต็มไปหมด หรือถ้าอยากคุยกับบริษัทโทรคมนาคม เราก็เชื่อมได้ นี่ยังไม่พูดถึง ABC ที่มีอีกมหาศาล

ในที่สุดเเล้ว เราไม่สามารถทําได้หลายเรื่องนักหรอก เเต่เรารู้ว่าใครเก่ง ควรมาเจอกับใคร เเล้วจะไปได้ไกลมาก ยกตัวอย่างเร็วๆ เรื่อง คุณตุ๊ก (ดร.นภัสนันท์ พรรณิภา) เราแนะนำว่าน่าจะเอา TQM เข้าตลาดหลักทรัพย์ เราทำไม่เป็นหรอก แต่รู้จักเซียนที่เก่งและนิสัยดีมากๆ ชื่อ พี่จิ๋ม (สุวภา เจริญยิ่ง) ตอนนี้เขารักกันเลย ตุ๊กก็พาบริษัทเข้าตลาด ประสบความสำเร็จ หรือมีคนอยากหามือ Digital Marketing ดีๆ เราไม่รู้เรื่อง แต่รู้ว่าคนไหนเก่งกว่า ลองทำกันดู สิ่งที่เราจะระวังมากคือต้องสกรีนคนที่แนะนำ สำคัญคือต้องนิสัยดีทั้งคู่ ต่อให้ทำแล้วไม่เวิร์กก็ไม่ทะเลาะ ไม่โกงกัน เราชอบทำและไม่อยากได้อะไรด้วย (นิ่งคิด)

อย่าเรียกว่าไม่อยากได้อะไรเลย เราเชื่อเรื่องสะสม Currency มันสะสมได้หลายแบบ เงินก็เป็น Currency แบบหนึ่ง คำขอบคุณก็เป็น Currency แบบหนึ่ง ความทรงจำก็เป็นแบบหนึ่ง พาลูกไปเที่ยววันนั้น จ่ายเงินไป แต่วันนี้ยังอยู่ในความทรงจำอยู่เลย

คำขอบคุณเหมือนการปลูกต้นไม้ เราอยากให้คนจดจำเราแบบนั้น สิ่งที่ทำไปวันนี้ เขาอาจจะช่วยลูกเราในอนาคตก็ได้ 

สไตล์การบริหารของคุณที่เหมือนกันไม่ว่าจะทำงานที่ไหนคืออะไร

เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่ก่อนตอนหนุ่มกว่านี้ ทีมเล็ก ไฟแรง เราคุยกับทุกคน ลุยเอง เป็นผู้เล่นกึ่งโค้ช พอลงไปดูแลลูกน้องเยอะๆ มันจะมีความผูกพัน มันเหนื่อยมาก ตอนนี้เลยพยายาม Positioning ตัวเองให้ลอยๆ หน่อย เป็นโค้ชรุ่นใหญ่ขึ้นมาหน่อย วางตัวเป็นเมนเทอร์มากกว่าที่จะไปลงรายละเอียดกับน้องๆ ทุกคน เราจะช่วยดูเรื่องวัฒนธรรมองค์กรและการตัดสินใจใหญ่ๆ ไม่ได้คลุกคลีกับความเป็นอยู่แล้ว

ธนา เธียรอัจฉริยะ “สิ่งที่เหลือจากวิกฤตคือความทรงจำ อยากให้คนจำแบบไหน จงทำแบบนั้น”

สตาร์ทอัพส่วนใหญ่จะมี Manifesto ที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง อย่าง Facebook เคยใช้ Move fast and break things ของ Robinhood คืออะไร

ต้องเล่าก่อนว่า เราพยายามบอกน้องๆ ที่เข้ามาร่วมทีมว่า Robinhood ไม่ใช่สตาร์ทอัพนะ พอพูดถึงสตาร์ทอัพ คนจะนึกภาพที่เป็น Self-centered ก่อน เหนื่อยมีที่นอนไหม เหนื่อยมีโต๊ะปิงปองไหม มีอาหารเลี้ยงฟรีไหม เราบอกทุกคนว่าเรามีเป้าหมายชัดเจน อะไรที่ทำให้ถึงเป้าหมายควรจะมี แต่อะไรที่ไม่ก็พักไว้ก่อน

เราชอบที่ คมสันต์ แซ่ลี บริหารแฟลช เอ็กซ์เพรส ช่วงแรกต้องเป็นอันธพาล อยู่แบบปากกัดตีนถีบ เอาให้รอดก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยมีระเบียบ ค่อยมี Culture ถ้ามาถึงเอา Culture ก่อนจะรอดได้ไง 

Robinhood เพิ่งผ่านช่วงอันธพาล ตอนนี้เป็นช่วงมีระเบียบและเพิ่งมี Culture แต่เรามีประโยคเดียวเลยที่บอกน้องๆ คือ ‘ทำงานสำเร็จ ไม่ใช่ทำเสร็จ’ เป้าหมายเราคือช่วยคนเล็กๆ ให้ลูกค้าสั่งอาหารในราคาที่เป็นธรรม ไรเดอร์มารับถูกต้อง ได้ค่าจ้างที่เหมาะสม ถ้าไม่ถูกต้องคืนเงินทันที ร้านค้าได้ประโยชน์ 

ถ้าทำแค่เสร็จ สั่งอาหารเสร็จจริง แต่ไรเดอร์อาจมีปัญหา มารับไม่ได้เองหรือร้านค้าไม่พร้อมเอง อันนั้นไม่สน ทำสำเร็จคือลูกค้าแฮปปี้ หรือง่ายๆ เรานัดกันวันนี้ ถ้าทำเสร็จคือเลขาเราส่งอีเมลไปนัด ตอบหรือเปล่าไม่รู้ แต่ทำสำเร็จคือเขาจะเดินมาบอกเราว่าสรุปนัดกันวันนี้ นี่ลิงก์ซูมนะคะ พอถึงเวลาโทรมาตามอีกที ทำทุกอย่างให้มั่นใจว่าเราได้คุยกันตามนัด

คนมีสองแบบคือคนทำเสร็จ กับทำสำเร็จ ถ้าคนคิดทําสําเร็จยังไงองค์กรก็เจริญ เพราะว่าเอา Customer Fulfillment เป็นตัวตั้ง เราขอเเค่ข้อเดียวเลย อย่างอื่นค่อยเติมทีหลัง จะเป็น Sport Team รักแบบ Family พวกนี้เป็นขอบๆ เเต่การทําให้สําเร็จก่อนคือใจหลักสําคัญของเรา

ผู้บริหารที่ดีต้องเป็นแบบไหน

อย่างแรกเลยต้องมี Ability to Learn หรือความสามารถในการเรียนรู้ โลกเปลี่ยนตลอด ถ้ายังยึดติดกับของเดิมไม่รอดแน่ แค่รุ่นพี่เถียงกับรุ่นน้องในห้องประชุม บอกให้ลงโฆษณา BTS หน่อย พี่หมายถึงรถไฟฟ้า แต่น้องคิดว่าวงเกาหลี 

สอง Empathy คุยกับน้องต้องมีความเห็นอกเห็นใจ พยายามเข้าใจเขา

สามคือสกิลล์ เรื่องนี้สำคัญมากในยุคนี้ เรามีสกิลล์อย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป ยกตัวอย่างเช่น เรารู้กฎหมาย แต่ถ้ารู้อย่างเดียวก็บริหารไม่ได้

สุดท้ายสำคัญที่สุด ผู้นำคืองานที่ต้องเสียสละ ที่เขาบอกกันว่า Leaders Eat Last ต้องกินคนสุดท้าย ไม่งั้นใครจะมาเชื่อเรา คนรุ่นใหม่มีวิธีคิดแบบ Start With Why ทำไมพี่รวยคนเดียวแต่ผมไม่ได้อะไร ทำไมอย่างนั้น ทำไมอย่างนี้ ดังนั้น Why ที่ดีที่สุดคือต้องทำให้เขาเห็นว่าเราไม่ได้เอาเปรียบเขา เราแฟร์ทุกอย่าง มีอะไรเรารับผิดชอบเอง

ของแบบนี้ฝึกกันยังไง

ประสบการณ์ก็ส่วนหนึ่ง ขอเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง เป็นเรื่องเจ๋งมากในชีวิตที่ทำให้รู้ว่าจังหวะของลีดเดอร์สำคัญมาก เมื่อสักสองปีก่อน ที่แบงก์มีเหตุการณ์เกิดขึ้นสมัยที่เราดูทีม Marketing ทั้งหมด ทีมประมาณร้อยคนคน มีลูกน้องของลูกน้องจัดงานเดินแฟชั่นในโถง จ้างออร์แกไนเซอร์ที่ไปจ้างแดนเซอร์มาอีกที แดนเซอร์แต่งตัวค่อนข้างโป๊แล้วเต้นยั่วยวนในห้องนั้น โดยไม่รู้ว่าเป็นห้องโถงเก่าแก่ของธนาคารไทยพาณิชย์ กลายเป็นเรื่องใหญ่มากที่แบงก์ ผู้ใหญ่ก็มาตามหาว่าใครเป็นคนรับผิดชอบ ถือเป็นความผิดร้ายแรงมาก

เช้าวันถัดมาเราเข้าออฟฟิศเพิ่งรู้ว่ามีดราม่า มีคนแชร์ข่าวไปด่า เรื่องใหญ่โตออกไปสู่สายตาสังคม การเป็น Leader กับ Boss มันต่างกันในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเป็น Boss เขาจะถามเลยว่าใครทำ เอาลูกน้องมาประหารโชว์ จบ แล้วลีดเดอร์ที่ดีทำยังไง

เราไม่ได้บอกว่าตัวเองเสียสละอะไรขนาดนั้น แต่สิ่งที่ทำเลยคือวิเคราะห์ความเสี่ยง วันนั้นเราตัดสินใจยอมรับผิดแทน เขียนจดหมายขอโทษทุกคน แล้วก็บอกซีอีโอให้ลงโทษเรากับ ตูน (สุธีรพันธุ์ สักรวัตร) ซึ่งเป็นรองต่อจากเรา ตัดเงินเดือนสามเดือน เดือนละสิบเปอร์เซ็นต์ ให้ออกจดหมายตักเตือน เราเป็นผู้บริหารระดับสูงของแบงก์คนแรกในรอบร้อยปีมั้งที่โดนลงโทษทางวินัย แต่นี่คือจดหมายลงโทษทางวินัยที่เจ๋งที่สุด (หยิบจดหมายที่ใส่กรอบหลังโต๊ะทำงานมาให้ดู)

หนึ่ง เอาไปเขียนคอลัมน์ได้

สอง ทั้งแบงก์บอกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารออกรับแทนลูกน้อง ต่อไปลูกน้องก็จะลุยให้เรา เขามั่นใจว่าเราจะออกมาช่วย ลีดเดอร์ที่ดีมีจังหวะแบบนี้

เราโชคดีที่เคยทำงานกับผู้นำดีๆ คุณซิกเว่ เบรกเก้ (Sigve Brekke) เจ้านายเก่าที่ดีแทคก็เป็นคนคล้ายๆ แบบนี้ มีแต่คนรัก เวลาเข้ามาที่ตึก คนดีใจยิ่งกว่าเจอดารา เขาติดดิน เขามีความเห็นอกเห็นใจ เขาเสียสละ เขาเดินเยอะกว่าเรา เขาเด็ดขาด เป็นเหมือนโค้ช เวลาต้องตัดสินใจเรื่องพวกนี้เราจะคิดง่ายๆ ว่า ถ้าเป็นซิกเว่เขาจะทำยังไง ถ้าอยากเป็นลีดเดอร์ที่ดี ต้องเป็นลูกน้องของลีดเดอร์ที่ดีก่อน แล้วถ้าเกิดมีลีดเดอร์เฮงซวยจะทำยังไง ง่ายมาก ก็ทำตรงข้ามกับเขา ไม่ชอบอะไรก็อย่าไปทำ (หัวเราะ)

ความเป็นผู้นำที่ดี คำแนะนำที่ดีที่สุดในชีวิต และการนำทีมในช่วงวิกฤต ของผู้บริหาร Robinhood โจ้ - ธนา เธียรอัจฉริยะ

เมื่อวันก่อน (11 ก.ค. 64) Robinhood ประกาศแคมเปญ ‘เราช่วยคุณ คุณช่วยร้าน’ ไม่คิดค่าส่งทุกออเดอร์ ด้วยจำนวนผู้สนใจมากมายทำให้ระบบ Operation ติดขัดไปบ้าง คุณในฐานะที่เซนซิทีฟต่อคำวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด มีวิธีให้กำลังใจทีมยังไง

ก่อนหน้านี้เคยเจออะไรคล้ายๆ กันตอนทำ SCB Easy ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้อง Appreciate มากๆ เราจะเรียนรู้ทุกขุมขน ถ้าภาษาจีนเขาเรียกว่าการทะลวงจุดหยิมต๊ก ซึ่งนานๆ จะเกิดขึ้นทีในโจทย์แบบนี้ แต่เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แล้วเราจะรอด

ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยมาก (ลากเสียง) เราเหมือนนักกีฬาที่ไม่ได้ลงสนามแข่งมานาน เบิร์นเยอะ แต่ทีมเราแข็งแรง สนุก มันเป็นจังหวะที่ดีที่สุดของทุกคนในการเติบโต ช่วงสามวันนี้จะเป็นช่วงฉีดหนังสือตำราเข้าหัว เราจะ Communicate คนยังไง จะประสานคนยังไง เราจะบอกลูกค้าไม่ให้โกรธยังไง แล้วตอนที่เราเล่าเรื่องออกไป เราจะเล่าประมาณไหน ถ้ามีปัญหาจะเล่าแบบไหนให้เขาบรรเทาได้ เราจะแก้ปัญหายังไง ทำยังไงให้ไรเดอร์เข้ามา จะคิดนอกกรอบได้ยังไง จะชวนใคร จะดูแลจิตใจกันยังไงให้คึก สนุก แล้วเรื่องทั้งภายในภายนอกจะทำยังไง เป็นความตื่นเต้นในช่วงนี้ แต่ทั้งแบงก์ก็ลงมาช่วยกันหมด 

นี่นิ้วกลมตั้งชื่อหนังสือใหม่ให้แล้ว ‘ล้ม ลุก ไรเดอร์’ (หัวเราะ)

เขาบอกว่าดูคนต้องดูในช่วงวิกฤต ผู้บริหารที่ดีในช่วงวิกฤตต้องเป็นอย่างไร

อย่างแรกที่ห้ามเด็ดขาดเลย ถ้ามีข้อผิดพลาด ห้ามถามว่าใครทำ การหาคนผิดไม่ช่วยอะไรในสถานการณ์แบบนี้ ต้องแยกก่อนว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วจะแก้ไขได้ไหม ปัญหามีสองแบบ คือปัญหาที่แก้ได้เลยก็แก้ ถ้าแก้ไม่ได้อย่าไปยุ่ง หรือไปตามหาคนมาประหาร มันจะไม่มีใครกล้าทำอะไร ถ้าปัญหาที่แก้ไม่ได้มันไม่ใช่ปัญหา เพราะปัญหาที่แก้ไม่ได้จะเป็นปัญหาไปทำไม 

ถ้ามีปัญหาต้องมีสติ ต้องเป็นวิทยาศาสตร์ก่อน ปัญหานี้แก้ได้ไหม แก้ได้แก้ บางอย่างต้องใช้เวลาก็รอก่อน ระหว่างรอต้องทำอะไร ต้องแบ่งหน้าที่ เราใช้วิธีนี้ ปัญหาที่แก้ไม่ได้จะไม่เอาเลย ยังไงตอนนี้คนสั่งมีมากกว่าไรเดอร์แน่นอน คิดให้หัวแตกก็คิดไม่ได้ งั้นอย่าเพิ่งคิด วางไว้ก่อน เติมไรเดอร์เอาแล้วกัน แล้วอีกสามวันมันจะผ่านไป

วันนี้ชมน้องๆ ไปแล้ว วันนี้ดีขึ้นเยอะนะ เราอาจยังสู้กับสึนามิไม่ไหว แต่เราเก่งขึ้นเยอะ พรุ่งนี้ก็จะเก่งกว่านี้อีก ยกตัวอย่างเมื่อวานที่เละเทะ ระบบเจ๊ง เรารับออเดอร์ได้ประมาณสามหมื่น แต่วันนี้เรารับได้ห้าหมื่น ตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า แต่ยังไม่พอหรอก ลูกค้ามีเป็นแสนเลย งั้นพรุ่งนี้พยายามรับให้ได้สักหกถึงเจ็ดหมื่นนะ เราจะรอดแล้ว อีกนิดเดียว 

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องควบคุมอารมณ์ให้ดีที่สุด ต้องไม่โมโห ปกติเราเป็นคนใจร้อน แต่ช่วงวิกฤตต้องใจเย็น คุยกันตามแบบตามผล ไม่เป็นไร อันนี้เอาใหม่ได้ เพราะโมโหไม่มีประโยชน์อะไร ใจร้อนก็ไม่มีประโยชน์อะไร ยิ่งวิกฤตยิ่งต้องใจเย็น สิ่งหนึ่งที่เราว่าน้องๆ ในทีมต้องการที่สุดคือคำถามว่า ต้องการอะไรอีกไหม อยากได้อะไรไหม บอกได้ ต้องการให้ช่วยไหม คำถามพวกนี้สำคัญที่สุดในช่วงวิกฤตเลย

สำคัญแค่ไหนที่องค์กรใหญ่ๆ ต้องออกมาช่วยคนในช่วงวิกฤต

เมืองไทยยังขาดคนตัวใหญ่ที่ลงมาช่วยคนตัวเล็ก สิ่งที่ SCB ทำไม่ควรจะเป็นข่าว ในสังคมที่เจริญแล้ว การที่องค์กรใหญ่ออกมาบริจาคเงินช่วยเหลือจะไม่เป็นข่าว เพราะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำ แต่ในบ้านเรายังเป็นส่วนน้อย ดังนั้น เราหวังว่าสิ่งที่ Robinhood ทำจะเป็นตัวอย่างให้กับคนใหญ่ๆ ในสังคม การขยับตัวของพวกเขาจำเป็นต่อสังคมตอนนี้

วิกฤตครั้งนี้ไม่เหมือนตอน พ.ศ. 2540 รอบนั้นเป็น Problem of the rich คนรวยเดือดร้อน แต่รอบนี้เป็น Problem of the poor ที่จะทำให้เกิดช่องว่างความเลื่อมล้ำของรายได้เยอะมาก คนรวยแทบไม่เดือดร้อน เพิ่งได้ยินว่าพ่อเพื่อนได้กำไรจากหุ้นเท่าตัว รวยมากกว่าเดิมอีก คนบนยอดพีระมิดไม่เดือดร้อน แต่ถามว่าแล้วเขาจะอยู่ได้ไหม จินตนาการภาพที่มีแต่บ้านเราส่องสว่างร่ำรวยอยู่บ้านเดียว ที่เหลือทั้งซอยมืดหมด คุณจะอยู่ได้ไหม ถ้าคนรวยไม่เยียวยาคนในซอย ประเทศเราก็จะเป็นแบบนั้น 

บ้านเราไม่มี Norm ที่คนตัวใหญ่ช่วยคนตัวเล็ก ถ้าสังเกตคนตัวใหญ่จะไม่ค่อยเคลื่อนไหว จะทำยังไงให้วันหนึ่งองค์กรอย่าง SCB ทำแบบนี้แล้วไม่เป็นข่าว เพราะคนส่วนมากก็ทำเหมือนกัน 

ความเป็นผู้นำที่ดี คำแนะนำที่ดีที่สุดในชีวิต และการนำทีมในช่วงวิกฤต ของผู้บริหาร Robinhood โจ้ - ธนา เธียรอัจฉริยะ

คุณคิดว่าการเคลื่อนไหวของบริษัทใหญ่ในช่วงวิกฤต จะส่งผลต่อธุรกิจเมื่อพ้นวิกฤตไปแล้วมากน้อยแค่ไหน

ถามว่าวิกฤตทำให้เกิดอะไร วิกฤตทำให้เกิดโมเมนต์ ทำให้เกิดความทรงจำ เราจะจำเรื่องที่สูงสุดและต่ำสุดได้ เราจะไม่จำเรื่องกลางๆ เรื่องปกติ ดังนั้น ช่วงวิกฤตคนจะจำแม่น อยากให้คนจำอะไร อยากให้เขาจำว่าเราเป็นคนยังไง จงทำแบบนั้น นี่คือจังหวะที่ดีที่สุด เราเขียนบทความชิ้นหนึ่งว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ควรช่วยคนมากที่สุด คนจะจำมาก เราช่วยเขา เขาอาจจะกลับมาช่วยลูกเราในอนาคต 

ถ้าพูดภาษาการเงินให้องค์กรเห็นภาพ Return of Investment  ช่วงนี้คุ้มสุด เราจะเห็นบริษัทใหญ่ๆ ถูกโจมตี ทำไมเขาทำดีแล้วยังโดนโจมตี เพราะช่วงนี้เขาไม่ทำอะไร ที่โดนว่าว่าเป็นนายทุนขี้งก เพราะเขาไม่มีเคสเล่าให้คนฟังว่าช่วยเหลืออะไรบ้าง ยกตัวอย่างเร็วๆ นี้ที่ Aerosoft ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลยูโรฯ ให้คนดูฟรี ชั่วข้ามคืน คนรู้จักเขาทั้งประเทศ 

ความท้าทายที่สุดของการบริหารธุรกิจในวิกฤตนี้คืออะไร 

แบ่งเป็นห้าอย่างตามโมเดลของ McKinsey แต่ละที่ แต่ละส่วน แต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน เริ่มจาก Resolve แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทำยังไงก็ได้ให้เอาตัวรอดก่อนช่วงแรก เช่น โดนปิดร้าน ทำยังไงกับสต็อกที่เหลือเต็มร้าน 

สองคือ Resilience หลังจากนี้จะทำยังไงต่อ บางช่วงธุรกิจต้องอึด ต้องเอาให้รอด เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ถ้าเราเป็นเจ้าของโรงแรมอยู่ ทำยังไงถึงจะลดค่าใช้จ่าย ต้องวางแผนให้ดี อีกสองปีถึงจะเจอกัน แต่บางธุรกิจอย่างประกันไม่ต้องเจอเรื่องนี้ เขามีกำไรไม่ได้เดือดร้อนอะไร 

สาม Restart หลายๆ ธุรกิจต้องติดเครื่องใหม่ ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นแบบนั้น ร้านอาหารเดี๋ยวอีกสิบสี่วันต้องเปิดใหม่ ร้านตัดผมก็ต้องเจอช่วงรีสตาร์ท ทำยังไงให้เหมาะกับยุคสมัย เช่น ร้านอาหารต้องมีเดลิเวอรี่แล้วนะ ร้านตัดผมถ้ามีเรื่องโควิด-19 ก็ต้องพิถีพิถันเรื่องความสะอาด ทั้งร้านต้องฉีดวัคซีนนะ มันจะยากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนี้ 

สี่ Reimagine ทำยังไงเราถึงจะคิดได้ว่า เราอยู่แบบนี้ไม่ได้ อย่าง The Cloud เคยทำแมกกาซีน เราต้อง Reimagine ใหม่ว่าต้องทำยังไง คนเขาชอบอะไร ข้อนี้ยากมาก เพราะพอคนกลับมารีสตาร์ท ถ้าเริ่มมีกำไรก็จะกลับมาคิดเหมือนเดิม กลับมาทำเหมือนเดิม นิสัยคนชอบทำเหมือนเดิม 

สุดท้ายยากที่สุด Reform คือคิดได้ว่าเปลี่ยนจริงๆ ก็ไม่ง่าย คนอายุเยอะในองค์กรที่ยังยึดติดกับเอกสาร นิตยสารกระดาษ ให้เขามาเขียนเป็นคอนเทนต์ มันคือการ Reform คิดได้ไม่ใช่ว่าทำได้ การ Reform ยากที่สุดแล้ว เพราะเราอาจต้องทิ้งบางคน 

แต่ละคนก็อยู่คนละขั้นในห้าข้อนี้ ใครอยู่ตรงไหนก็ค่อยๆ แก้ตรงนั้น เอาขั้นตัวเองให้รอดก่อนแล้วค่อยๆ อัปเลเวลให้ถึง Reform เพราะถ้าไม่ Reform คุณจะอยู่ยากมากหลังโควิด-19 เพราะเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มจะแย่มากแน่นอน

ชีวิตเราในฐานะผู้บริหารอาจไม่ได้เจอวิกฤตมากมายในชีวิต ยกเว้น Robinhood สามวันนี้ 

ถือเป็นความโชคดีไหม

เราเพิ่งอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขาบอกว่า เวลาคนประสบความสำเร็จ มักจะมีสองแนวคิด แนวคิดหนึ่งคือประสบความสำเร็จเพราะคิดว่าตัวเองเก่ง อีกแนวคิดหนึ่งคือประสบความสำเร็จเพราะคิดว่าตัวเองโชคดี วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) เป็นคนประเภทที่สอง เขาโชคดีที่เกิดเป็น White American ใน ค.ศ. 1900 ช่วงตลาดหุ้นขึ้น เป็นผู้ชาย Genetic Lottery นี้ทำให้เขาเริ่มได้ก่อนคนอื่น พอรู้สึกว่าตัวเองโชคดี เขาจะรู้ว่ามีคนโชคร้ายกว่าตัวเองเยอะ เขาทำบุญเยอะ ช่วยเหลือสังคมเยอะ ตอบคำถามว่าทำไมมหาเศรษฐีไทยหลายคนไม่ค่อยช่วยเหลือ เพราะเขาคิดว่าเขาเก่ง หามาได้ด้วยตัวเอง ถ้าเรารู้สึกว่าตัวเองโชคดีเราจะคิดอีกแบบ 

อย่างเราโชคดีช่วงโควิด-19 ที่ไม่กระทบมากเท่าคนอื่น นั่นเท่ากับว่ามีคนโชคร้ายอยู่เยอะ เราเลยต้องทำอะไรสักอย่าง 

มีวิธีเช็กตัวเองว่างานที่ทำออกมาได้อย่างตั้งใจแล้วอย่างไร

เช็กหัวหน้า เมื่อไหร่ที่เขาชมนั่นคือประสบความสำเร็จมากๆ เราทำงานให้ใครก็ต้องถามความคาดหวังของเขา อีกอย่างคือเช็กว่าตัวเองยังมีประโยชน์กับทีมไหม บางทีมันสำเร็จเพราะคนอื่น ไม่ใช่เรา

คำแนะนำที่ดีที่สุดที่คุณเคยได้รับคืออะไร

คำแนะนำที่ดีที่สุดคือคุณซิคเว่ ตอนนั้นที่ดีแทค เราคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จสูงมากๆ เป็นรอง ซีอีโอแล้ว วันนั้นเป็นวันประเมินผล มั่นใจว่าจะได้ A+ แน่นอน ทำมาขนาดนี้ ปรากฏคุณซิคเว่ให้เกรด B เราเลยถามว่าทำไมให้ B เขาตอบว่า ตอนนี้ยูอยู่สูงมากแล้ว แต่ยูพูดเยอะ ยูไม่ฟังใคร You have to listen. 

สิ่งนี้ตรงกับเรื่องที่ เนลสัน เมเดลล่า (Nelson Mandela) เล่า มีคนถามเขาว่าผู้นำที่ดีเป็นยังไง เขามีเคล็ดลับอะไรในการนำคน เนลสันบอกว่า พ่อเขาเป็นหัวหน้าเผ่าในแอฟริกาใต้ พ่อทำสองอย่างที่เขาจำมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างแรกคือนั่งเป็นวงกลม ทุกคนเท่ากัน เห็นหน้าหมด ไม่ได้นั่งหัวโต๊ะเป็นฮิปโป อย่างที่สอง พ่อจะพูดคนสุดท้ายเสมอ พอฟังทุกคนแล้ว สรุปไอเดียมาแล้ว เราอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้เมื่อเราได้ข้อมูลเพิ่ม 

เราเลยเคารพนับถือคุณซิคเว่สุดๆ เพราะเขาหวังดีกับเรามาก เขารู้ว่า Leader ถึงจุดหนึ่งต้องเรียนรู้ที่จะฟังให้มาก เราเป็นคนใจร้อน พูดเร็ว แต่ถึงเวลาจะพยายามฟัง ฟังเสมอ พูดคนสุดท้ายได้ยิ่งดี 

ความเป็นผู้นำที่ดี คำแนะนำที่ดีที่สุดในชีวิต และการนำทีมในช่วงวิกฤต ของผู้บริหาร Robinhood โจ้ - ธนา เธียรอัจฉริยะ

Questions answered by Board Chairman at Purple Ventures, the Operator of Robinhood

1. หนังสือที่อยากแนะนำให้ลูกสาวอ่าน

หลายชีวิต ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหนังสือที่เล่าถึงชีวิต ทำให้เรามองโลกต่างออกไป ภาษาที่ใช้อ่านแล้วรู้เลยว่านี่คือวิธีการเล่าเรื่องชั้นครู คือที่สุดของภาษาไทย เล่มนี้จะทำให้ลูกเข้าใจเรื่องการเล่าเรื่อง และทำให้เขาเข้าใจชีวิตมากขึ้น ที่แนะนำเพราะอ่านง่าย เป็นเรื่องสั้นตอนๆ สนุกจนวางไม่ลง ลูกน่าจะอ่านจบ เรื่องยากๆ เดี๋ยวอ่านไม่จบ (หัวเราะ) 

2. ซีรีส์ที่ดูล่าสุด

Better Call Saul โคตรสนุกเลย มันเป็นเรื่องที่มาก่อน Breaking Bad ซึ่งเป็นซีรีส์อันดับหนึ่งในดวงใจ ดู Breaking Bad ให้จบแล้วมาดูจะสุดยอดมาก 

ถ้าใครยังไม่ดู Breaking Bad แต่ต้องดูให้หลุดซีซั่นสามก่อน หลังจากนั้นจะสนุกมาก ยกให้เป็นซีรีส์ที่ดีที่สุดตลอดกาล บางตอนได้สิบคะแนนเต็มใน IMDB ไม่เคยมีใครโหวตได้ขนาดนั้น มีตอนก่อนสุดท้ายได้สิบ เป็น Episode เดียวใน IMDB ที่มีซีซั่นแรกๆ จะยังหนืดๆ ถ้าผ่านไปแล้วจะรู้สึกชีวิตนี้คุ้มแล้วในการดูซีรีส์ ไม่มีอะไรเทียบได้เลย

3. ไอเดียที่ดีที่สุดที่ได้จากตอนวิ่ง 

ตอนวิ่งนี่ได้ไอเดียดีตลอด ส่วนใหญ่เป็นเรื่องงาน ไอเดียมันมาเรื่อยๆ เราชอบใช้ช่วงวิ่งเป็นช่วงแก้ปัญหาชีวิต นึกออก พอวิ่งเสร็จก็จัดการเลย ถ้าถามว่าไอเดียที่ดีที่สุดคืออะไร ตอบไม่ได้ เพราะเราใช้การวิ่งคิดไอเดียจนคุ้ม เลยไม่มีไอเดียที่ดีที่สุด

4. เป็น Dog Person หรือ Cat Person

Dog Person เดิมพ่อแม่เราไม่ชอบหมา เพราะเพื่อนเขาเคยโดนกัดแล้วเป็นพิษสุนัขบ้า บ้านเราเลยห้ามเลี้ยงหมามาชั่วชีวิต มาถึงรุ่นหลาน ลูกสาวเราอยากมีหมามาก ขอปู่ย่าก็ไม่ให้ เราก็อยากมีหมานะ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไง เลยตัดสินใจโทรไปขอปู่ย่า บอกว่าเราอายุห้าสิบสองแล้ว อยากมีหมาเป็นของตัวเอง เขาเลยยอม ปาฏิหาริย์คือตอนนี้แม่เราหลงหมามาก มาถึงไม่เรียกหลาน ไม่เรียกลูกนะ เรียกโมเอ้ก่อนใคร โมเอ้ก็รู้จักเอาใจคุณย่า ตอนนี้เวลา Zoom คุยกัน แม่ก็จะถาม ไหนโมเอ้ โมเอ้อยู่ไหน ตอนนี้เขาเรียกว่า ‘หลานหมา’ คิดดูว่ามีหมาตัวแรกตอนอายุห้าสิบสอง แถมยังต้องขอพ่อแม่เลี้ยงอีก (หัวเราะ)

5. ร้านใน Robinhood ที่สั่งบ่อย

Thai Taste Hub ของ King Power ชอบสั่งเพราะมีหลายอย่างให้เลือก มันเป็นเหมือนฟู้ดคอร์ต มีร้านบะหมี่สว่าง มีกะเพราะหม่อมแม่ ที่เดียวจิ้มในเมนูเลือกอะไรก็ได้ สั่งได้ทั้งครอบครัว

6. ถ้ามีโอกาสจัดงานเสวนาที่เชิญใครก็ได้มานั่งคุยด้วย 3 คน จะเป็นใครบ้าง

คนแรก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อยากมากเลย เราเป็นแฟนคลับท่านมาก เป็นคนที่ทำให้เราตื่นเต้นได้

คนที่สอง สี จิ้นผิง (Xi Jinping) อยากคุยกับเขามาก เขาเจ๋ง เป็นคนเด็ดเดี่ยว สร้างมาจนเป็น The Most Powerful Person และเขามีความตั้งใจดี หลายเรื่องที่เขาทำทั้งปราบคอรัปชั่น หรือตอนนี้กำลังทำเรื่อง Income Inequality เขามีเป้าหมายชัดเจน แนวคิดแต่ละเรื่องสุดยอดมาก 

อีกคนหนึ่งคงเป็น ยูวัล โนอาห์ แฮรารี (Yuval Noah Harari) ที่เขียน Sapiens ชอบความคิดลึกซึ้งของเขา เขาคิดดี ไม่ยาก นับถือศาสนาพุทธด้วย คงสนุกดีถ้าได้นั่งถามคำถามโง่ๆ แล้วให้เขาตอบลึกๆ 

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก Robinhood

หมายเหตุ : ภาพประกอบบทความถ่ายทำก่อนเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

กัปตันทีม

บทสนทนานอกตำราวิชาการจัดการและแนวคิดในการทำงานของผู้บริหารองค์กร

3.5 ล้านคน คือจำนวนผู้ใช้งาน LINE WEBTOON THAILAND ต่อเดือน และจำนวนส่วนใหญ่ในนั้นคือชาว Gen-Z ใครว่าคนไทยไม่ใช่นักอ่าน คงต้องพิจารณาข้อมูลชุดนี้ใหม่ เพราะเมืองไทยคือหนึ่งในหัวเมืองหลักในอาเซียน ที่ดิจิทัลแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งาน 170 ล้านคนทั่วโลกอย่าง WEBTOON ลงหลักปักฐาน 

นอกจากเสิร์ฟคอนเทนต์แปลจากทั่วโลก เว็บตูนยังผลักดันการสร้างออริจินัลคอนเทนต์และครีเอเตอร์ใหม่ ๆ ชาวไทยไม่หยุดหย่อน บางเรื่องได้รับการแปลเป็นภาษาต่างชาติ ต่อยอดเป็นซีรีส์ หรือนำไปสู่โปรเจกต์สร้างสรรค์ต่าง ๆ มากมาย 

“ปฏิวัติวงการการ์ตูน” Head of Marketing & Global Webtoon Eurasia Business คุณ Hana Cha นิยามสิ่งที่เว็บตูนทำ จนกลายเป็น Storytech Platform เบอร์ต้นของโลก การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้เกิดจากการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรงและแฟนด้อมมหาศาล

จากที่เคยติดการ์ตูนเล่มงอมแงมจนรอวันขายเล่มใหม่สมัยเด็ก ๆ ผู้เขียนยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหลายล้านคน ที่ใจจดใจจ่อว่าเมื่อไหร่การ์ตูนที่เรากดติดตามไว้จะออกตอนใหม่ จากที่เคยพลิกหน้ากระดาษทีละหน้า บัดนี้เปลี่ยนเป็นปัดเลื่อนดูหน้าจอที่ยาวไร้สิ้นสุด 

เพื่อไขข้อข้องใจถึงเบื้องหลังการสร้างมัลติเวิร์สแห่งจินตนาการของคนทั่วโลก เรานั่งคุยกับผู้บริหารชาวเกาหลี เพื่อเจาะลึกการบริหาร การทำงาน และความสำเร็จของแพลตฟอร์มนี้อย่างลึกซึ้ง

Swipe Down แล้วอ่านยาว ๆ ไปพร้อมกันได้เลย 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

ก่อนหน้าดูแลทั้ง Eurasia คุณเคยปักหลักที่เมืองไทยมาก่อน ตอนนี้วงการดิจิทัลแพลตฟอร์มเมืองไทยเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

LINE WEBTOON เริ่มต้นในปี 2014 ซึ่งตอนนั้นเราไม่มีคู่แข่งเลย ตอนนั้นไม่มี Netflix ไม่มี Disney+ Hotstar ไม่มี TikTok คนยังใช้คอมพิวเตอร์ PC และนั่งดูโทรทัศน์กับพ่อแม่ แต่ตอนนี้มีแพลตฟอร์มมากมายที่แย่งชิงเวลาของผู้บริโภค ความท้าทายของตอนนั้นไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นการหาวิธีว่าทำอย่างไรผู้บริโภคถึงจะมาเสพคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งมันยากมากที่จะหาแรงจูงใจให้ผู้อ่านสนใจเรา มือถือยุคนั้นก็หน้าจอเล็กนิดเดียว อ่านการ์ตูนลำบาก 

ขณะเดียวกัน การหาครีเอเตอร์ที่เข้าใจการวาดเว็บตูนก็ยากพอ ๆ กัน ครีเอเตอร์ในตอนนั้นไม่ค่อยถนัดการวาดการ์ตูนสีทั้งเรื่อง พวกเขาถนัดการวาดในช่องสี่เหลี่ยมแบบหนังสือการ์ตูน เราต้องสอนเขาให้เข้าใจการสร้างเว็บตูน แถมตอนนั้นตลาดมีความเชื่อว่าการ์ตูนไม่ใช่สิ่งทำเงินอีกต่อไปแล้ว ช่วงแรก ๆ จึงหาครีเอเตอร์หน้าใหม่ในวงการก็ยาก แต่หลังจากความสำเร็จของเว็บตูนและการเติบโตในระดับสากล คนก็เริ่มค่อย ๆ เปลี่ยนมุมมอง หลายคนเริ่มต้นจากการวาดการ์ตูนเป็นงานเสริม แต่พอได้รายได้สม่ำเสมอเพียงพอจากการวาดการ์ตูน จนลาออกมาเป็นครีเอเตอร์เต็มตัว ก็พยายามสร้างงานที่มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ แฟนด้อมก็ค่อย ๆ ขยายตัวขึ้นเช่นกัน 

อุปสรรคในช่วงแรก ๆ เปลี่ยนไปหมดแล้วค่ะ ทุกคนมีมือถือทัชสกรีนหน้าจอใหญ่ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะเสพเนื้อหาดิจิทัล คู่แข่งใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดมาก คอนเทนต์มีให้เสพมากมายตลอดเวลา 

ในสงครามแย่งชิงดวงตาผู้บริโภค คุณสู้กับคู่แข่งเหล่านี้อย่างไร 

เป็นส่วนที่ยากที่สุดเลย ในวงการคอมิกออนไลน์ เราได้เปรียบเพราะเป็นเจ้าแรกที่มาก่อน เจ้าอื่น ๆ ตามหลังเส้นทางเรามา เราเป็นคอมิกออนไลน์เจ้าแรกที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก และมีส่วนแบ่งใหญ่ที่สุดในตลาด ถึงคนอื่น ๆ จะตามมาเร็วมาก แต่จุดแข็งคือเรามีแฟนด้อมที่แข็งแรงมากเช่นกัน 

คนชอบเว็บตูนเรื่องไหนก็จะติดตามเรื่องนั้น ๆ ทำให้เรามีสายใยแข็งแกร่งที่เชื่อมโยงเรากับผู้อ่าน แล้วเว็บตูนมักเป็นเรื่องขนาดยาว คนอ่านก็ต้องคอยติดตามอ่านไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ที่เรามีกับแฟน ๆ จึงยาวนาน ถึงอย่างนั้นเขาก็อาจจะปิดแอปฯ ไปดูหนังหรือยูทูบ แต่ข้อดีอีกอย่างของเราคือ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากในการเสพคอนเทนต์ของเว็บตูน เนื้อหาอ่านง่าย ไว ไม่ต้องเปิดเสียงก็เสพได้แป๊บเดียวจบ นี่เป็นจุดที่ทำให้เราแตกต่างจากดิจิทัลแพลตฟอร์มอื่น ๆ 

สิ่งเหล่านี้ทำให้ WEBTOON โตจนกลายเป็น Storytech Platform ที่มีผู้ใช้งาน 170 ล้านคนทั่วโลก 

ใช่ แฟนด้อมเหนียวแน่นแข็งแรงเกิดขึ้นจากการปฏิวัติวงการการ์ตูน ยิ่งมอบโอกาสและผลประโยชน์ให้ครีเอเตอร์ เรายิ่งได้คอนเทนต์ที่ดีขึ้น คอนเทนต์ที่ดีนำมาซึ่งแฟนด้อม และแฟนด้อมนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจสำหรับเราและครีเอเตอร์ ระบบนิเวศนี้ทำให้ครีเอเตอร์อยากมาลงงานกับเรามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ที่เมืองไทย ทั้งในเกาหลีเอง ในอเมริกา เว็บตูนเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่ง ใคร ๆ ก็อยากเดบิวต์กับเบอร์หนึ่งเป็นเรื่องธรรมดา 

นอกจากนั้นเป็นเรื่องความสามารถในการจัดการผลิต การจัดการคอนเทนต์ การแปลเนื้อหา 

พอไม่มีระบบบรรณาธิการแบบหนังสือการ์ตูนเล่ม คุณควบคุมคุณภาพของผลงานที่ออกมาอย่างไร เพราะแนวทางค่อนข้างต่างกัน และเนื้อหาก็ค่อนข้างเบากว่า

เราก็มีเรื่องดาร์กหรือมีปรัชญาหนัก ๆ เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคอนเทนต์ของเราไม่มีคุณค่าเชิงวรรณศิลป์เลย และถึงแม้จะไม่มีระบบบรรณาธิการ เราก็มีระบบของเราเอง โปรดิวเซอร์ใช้เวลาเป็นปีในการพัฒนาเนื้อเรื่องและลายเส้นกับครีเอเตอร์ ทั้งดูแลโครงเรื่อง เบรกดาวน์ ตัวละคร ให้คำแนะนำ คอมเมนต์งาน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนการเปิดตัวเว็บตูนเรื่องใหม่ 

เราไม่ได้ทำหน้าที่ Gatekeeping แบบหนังสือเล่มที่มีจำนวนหน้าจำกัด เขาต้องเลือกว่าจะเก็บใครไว้ แต่เราทำได้มากกว่านั้น เราทำงานที่ตอบสนองคนหมู่มากได้โดยไม่ได้มีข้อจำกัดแบบเดียวกัน โอกาสที่ครีเอเตอร์ได้รับก็มีมากขึ้น ไอเดียก็มีเอกลักษณ์ ร่วมสมัย 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

เพราะมีเนื้อหาแนวโรแมนซ์แฟนตาซีเยอะ คนอาจจะเห็นว่า WEBTOON ให้ความสำคัญกับความบันเทิงมากกว่าวรรณศิลป์หรือสาระลึกซึ้ง คุณคิดเห็นยังไง

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ทำไมงานที่มีวรรณศิลป์ถึงบันเทิงด้วยไม่ได้ งานในเว็บตูนมีทั้งพูดถึงเรื่องประเด็นสังคมอย่างแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือส่งสารต่าง ๆ มากมาย คนที่บอกว่าเราผลิตแต่งานที่บันเทิงอย่างเดียว หรือขาดศีลธรรม เป็นความคิดแบบยุคเก่าจากคนยุคเก่าที่วิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่ได้อ่านเว็บตูนจริง ๆ การที่เรานำเสนอประเด็นสังคมผ่านเนื้อหาที่เข้าถึงง่าย ทำให้คนได้ตระหนักถึงเรื่องเหล่านั้นได้เหมือนกัน 

WEBTOON เป็นบริษัทเกาหลีที่มีจิตวิญญาณแบบเกาหลี หรือบริษัทระดับนานาชาติ

บริษัทระดับนานาชาติที่มีจิตวิญญาณแบบเว็บตูน ตอนนี้เราเติบโตไปไกลกว่าเกาหลีมาก ๆ แล้ว สำนักงานใหญ่ของเราก็อยู่ในอเมริกา 

อธิบายจิตวิญญาณแบบ WEBTOON ให้ฟังหน่อยได้ไหม

รู้ว่าไม่มีข้อจำกัดอะไร นอกจากจินตนาการ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกของเว็บตูนค่ะ ตอนเริ่มต้นเราคิดว่าเว็บตูนก็เป็นบริษัทเกาหลี แต่พอเราได้พาเว็บตูนมาเมืองไทย อินโดนีเซีย และไต้หวัน เราก็ได้เรียนรู้ว่าเรากำลังพาผู้บริโภคไปสู่สื่อใหม่ที่คนอื่นไม่ได้ทำ

ทำไมเมืองไทยถึงกลายเป็นหัวเมืองหลักของ WEBTOON ในอาเซียน ทำไมถึงเลือกเรา

ความสามารถในการสร้างคอนเทนต์เองได้ คือหนึ่งในเหตุผลหลักที่เมืองไทยเป็นประเทศสำคัญในอาเซียน ประเทศไทยเต็มไปด้วยคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่อาจจะไม่ได้มีแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทุกคน เราคิดว่าเราช่วยเหลือครีเอเตอร์คนไทยในการสร้างและเผยแพร่ผลงานได้ คอนเทนต์ที่ดีคือหัวใจสำคัญของธุรกิจของเรา และเมืองไทยเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตคอนเทนต์ของเราในอาเซียน

อย่างที่เล่าไปว่าช่วงแรกยากมากในการหาคอนเทนต์ เราเลยต้องจัดการอบรมให้ครีเอเตอร์เข้าใจว่าเว็บตูนคืออะไร เอางานดัง ๆ ที่ฮิตในเกาหลีหรือในในระดับสากลเข้ามาให้อ่านก่อน ว่านี่คือเว็บตูนในอุดมคตินะ หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มผลิตงานของตัวเอง แล้วเราก็มีแพลตฟอร์มอิสระอย่าง WEBTOON CANVAS ให้คนที่สนใจมาลงงานได้ตามชอบ เราจัด Road Show ให้คนเห็นความสวยงามของเว็บตูน ว่าเรามีวิสัยทัศน์เพื่อพวกเขาอย่างไร หลังจากนั้นความพยายามของพวกเราก็เริ่มค่อย ๆ เห็นผล ชุมชนครีเอเตอร์ไทยขยายตัวขึ้น ครีเอเตอร์เกาหลียังพูดกันเลยว่าคนไทยสร้างสรรค์มาก การคิดเรื่องราวไม่เป็นรองใคร บางเรื่องกลายเป็นเรื่องฮิตในญี่ปุ่นเลยด้วยซ้ำ

โปรเจกต์ไหนในเมืองไทยที่คุณภูมิใจมากที่สุด

Training Camp ค่ะ เป็นโปรแกรมการศึกษาที่เราพาครีเอเตอร์เกาหลีมาสอนครีเอเตอร์รุ่นเยาว์คนไทย ทั้งการทำงาน แชร์ประสบการณ์และคำแนะนำต่าง ๆ มีครีเอเตอร์ไทยที่ต่อมาได้สร้างงานยอดนิยมขึ้นมาด้วย 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

คุณมีหลักในการลงทุนทำออริจินัลคอนเทนต์อย่างไร

เราพยายามมาเยอะค่ะ ลองผิดลองถูกกันมา บางเรื่องโปรดิวเซอร์คิดว่าจะดังแน่ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างนั้นก็มี สิ่งสำคัญคือต้องตั้งใจลงทุนกับคอนเทนต์ไทยให้ตลอด และให้โอกาสคน 

ตอนนี้เราทำคอนเทนต์เต็มที่ในทุก ๆ ประเภท ก่อนหน้านี้เน้นงานสำหรับผู้หญิงมากหน่อย แต่ตอนนี้ขยายไปที่คอนเทนต์ทุกแบบ ฉันก็เลยไม่ได้มองหาเรื่องแบบไหนเป็นพิเศษ แต่ต้องการเรื่องที่มีเอกลักษณ์ สร้างจักรวาลของตัวเองขึ้นมาได้ และถ้าทำได้ ก็อยากจะช่วยพัฒนาครีเอเตอร์ไทยให้มีชื่อเสียงระดับโลก

งานหลักของโปรดิวเซอร์คือปลุกปั้นศักยภาพของครีเอเตอร์ และสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงมั่นคงระหว่างเราและครีเอเตอร์ โชคดีที่เรามี CANVAS ให้เราได้เจอครีเอเตอร์ใหม่ ๆ ที่มีแวว ใครจะลงงานใน CANVAS ก็ได้ เราไม่แตะต้องผลงาน แต่ถ้าจะเป็น WEBTOON Original Content Creator คุณต้องผ่านการทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ และมีแค่บางคนเท่านั้นที่ได้เดบิวต์ในฐานะครีเอเตอร์ของเรา

แล้วเว็บตูนก็เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมได้ ทั้งกดติดตาม กดไลก์ คอมเมนต์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการหาคอนเทนต์ที่ดีมาเสิร์ฟได้

บทเรียนที่คุณได้เรียนรู้จากความสำเร็จของออริจินัลคอนเทนต์ของไทยอย่าง คุณแม่วัยใส และ วันทองไร้ใจ คืออะไร

ความสำเร็จของคอนเทนต์ท้องถิ่นช่วยขยายแฟนด้อมได้ และงานที่ดี อยู่แพลตฟอร์มไหนก็ไปได้ ‘คุณแม่วัยใส’ ฮิตมากในญี่ปุ่น ในเกาหลี ไต้หวัน และอินโดนีเซียเองก็เป็นที่นิยม ส่วน วันทองไร้ใจ ก็เพิ่งแปลเป็นภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งดูจากกราฟแล้วก็น่าจะไปได้สวย 

มาตรฐานของเว็บตูนเน้นงานที่มีคุณภาพสูง คนเกาหลีที่ได้อ่านงานไทยต่างบอกว่าได้เห็นสปิริตของคนไทย และเทรนด์ของคนไทย เราเห็นความสำคัญของการหาครีเอเตอร์ท้องถิ่น มีครีเอเตอร์ไทยเก่ง ๆ เต็มไปหมดนะคะ เราปล่อยคอนเทนต์ไทยราว 30 เรื่องต่อปี ครึ่งหนึ่งในนั้นมาจากครีเอเตอร์หน้าใหม่ 

ผลตอบรับของโปรเจกต์ที่ LINE WEBTOON THAILAND ให้ มินนี่ (G)I-DLE (ณิชา ยนตรรักษ์) โปรโมตการ์ตูนต่าง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง 

ประสบความสำเร็จมากเลย ทั้งแฟน ๆ ของเว็บตูนและมินนี่ต่างติดตามโปรเจกต์นี้ เรามียอดอ่าน 15 ล้านวิวภายใน 2 วัน คิดว่าแฟนเว็บตูนก็ชอบมินนี่ที่มาเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนผู้อ่านของเรา คาแรกเตอร์ของเธอเหมาะกับเว็บตูนเรื่องที่มียอดอ่านมากของเรา (วันทองไร้ใจ, เมื่อฉันต้องไปอยู่โรงเรียนชายล้วน และ สามีคนนี้แจกฟรีให้เธอ) ความจริงใจของเธอที่มีต่อแบรนด์เว็บตูนสร้างความประทับใจให้คนอ่าน และแฟน ๆ ของเธอก็สนใจอ่านเรื่องราวที่เธอแนะนำ นักเขียนเรื่องที่ได้รับเลือกต่างก็ภูมิใจมากที่ไอดอลที่มีชื่อเสียงในเกาหลีมาโปรโมตให้ สนุกมากค่ะ ทุกคนชอบโปรเจกต์นี้

เหตุผลหนึ่งที่เว็บตูนเลือกมินนี่ น่าจะเป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายเป็น Gen-Z ใช่ไหม คุณทำความเข้าใจกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้อย่างไร

เราไม่ได้พยายามศึกษา Gen-Z เป็นพิเศษ อาจจะต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ที่ก่อตั้งในยุคก่อนหน้านี้ที่ต้องพยายามทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ ชาว Gen-Z เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ในแฟนด้อมของเราอยู่แล้วในทุกประเทศ พวกเขาเสพคอนเทนต์ออนไลน์มากเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ในยุคก่อนอินเทอร์เน็ต บางคนอาจจะไม่เคยอ่านหนังสือการ์ตูนกระดาษมาเลยด้วยซ้ำ เว็บตูนคือประสบการณ์อ่านการ์ตูนครั้งแรกของหลาย ๆ คน 

แฟนเว็บตูนส่วนใหญ่คือคนรุ่น Gen-Z และมิลเลเนียล ซึ่งเราเรียนรู้พฤติกรรมของพวกเขาตามปกติ ผ่านดาต้าว่าพวกเขาชอบอะไร อ่านคอมเมนต์ และดูโซเชียลเน็ตเวิร์ก Gen-Z ไม่ใช่คนรุ่นถัดไปที่กำลังมา แต่คือผู้บริโภคหลักของยุคนี้

โควิด-19 ส่งผลอย่างไรบ้างกับ WEBTOON คนอยู่บ้านแล้วอ่านการ์ตูนมากขึ้นรึเปล่า

ใช่ ช่วงโควิด 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เว็บตูนเติบโตขึ้นมาก ผู้คนมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้นเพราะออกไปเจอเพื่อนฝูงไม่ได้ เลยใช้เวลาเสพคอนเทนต์มากขึ้น ผู้ใช้งานของเราเพิ่มขึ้นมาก เพราะเห็นโอกาสนี้เราเลยขยายธุรกิจมากขึ้น ลงทุนกับออริจินัลคอนเทนต์หลายรูปแบบเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก
วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

พอช่วงนี้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติแล้ว รับมืออย่างไร

เป็นเรื่องธรรมดา แค่อากาศก็ส่งผลกับเว็บตูนแล้ว วันไหนฝนตกคนอ่านเว็บตูนจะเยอะเป็นพิเศษ แต่เนื่องจากเนื้อหามันเสพง่าย มีเวลาแค่ 1 – 2 นาทีก็อ่านการ์ตูนตอนที่ชอบได้แล้ว ตอนไหนก็ได้ 

สิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากการทำงานข้ามพรมแดนประเทศและวัฒนธรรมคืออะไร

มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกคนมีพื้นเพต่างกัน คนเกาหลีกระตือรือร้นและทุ่มเทกับงานหลายชั่วโมงมาก บางทีก็ถูกมองว่ามากเกินไป แต่สิ่งที่ทุกคนมีร่วมกันคือความรักในการ์ตูน ไม่ใช่ทำแค่งาน แต่ทุกคนกำลังผลักดันอุตสาหกรรมนี้ไปด้วยกัน ดังนั้นก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ามีปัญหามาก และการทำงานข้ามประเทศเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ทุกคนคุ้นเคยกับการประชุมและทำงานออนไลน์ โควิดเลยไม่กระทบการทำงานมาก

ที่เป็นปัญหาน่าจะเป็นภาษามากกว่า เวลาสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาที่สองของทั้งฉันและคนไทย บางทีก็ต้องใช้เวลามากในการสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน ส่วนสำหรับคนตะวันตก วัฒนธรรมยิ่งต่างกันมากกว่า แต่ว่าก็ทำงานกันได้ เหมือนคนที่ชอบวง BTS ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหน ก็มีความสนใจและความคล้ายคลึงกัน ถึงเราทำงานกันคนละประเทศ ก็ทำได้ ยากแค่ตรงไทม์โซนที่ต่างกันค่ะ

คุณจัดการการทำงานในภาคพื้นยูเรเชียทั้งหมดได้อย่างไร

ฉันมีทีมที่ดีค่ะ ไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่ทำงานกับทีมที่ดี ทั้งในเมืองไทย เกาหลี ฝรั่งเศส อเมริกา ฯลฯ เว็บตูนมีทรัพยากรคนที่มีศักยภาพสูง 

อะไรคือคุณสมบัติของลูกทีมที่ดี

ความอยากเอาชนะ แพสชันที่มีต่ออุตสาหกรรมเว็บตูน ฉันชอบคำว่าแพสชัน ฉันสอนให้พวกเขาอ่านดาต้าได้ สอนให้ตามหาคอนเทนต์ดี ๆ ได้ แต่แพสชันเป็นสิ่งที่บังคับไม่ได้ ต้องเกิดมากับพวกเขา ฉันชอบคนที่ Positively Aggressive คนที่ลงมือทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้จริง

ทักษะอะไรที่ขาดไม่ได้ในงานของคุณ

การคิดวิเคราะห์ (Analytic Thinking) และการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เป็นทักษะที่ทุกคนต้องมี เพราะเรามีดาต้าอยู่ในมือ และต้องลงคอนเทนต์ใหม่ทุกสัปดาห์ ทักษะ 2 อย่างนี้ช่วยให้เราลดความผิดพลาดล้มเหลว

คุยกับ Hana Cha ผู้บริหาร WEBTOON ระดับ EURASIA ถึงการเติบโตของดิจิทัลแพลตฟอร์มจากเกาหลีที่กลายเป็นบริษัทนานาชาติ

แล้วทักษะที่คุณต้องมีในฐานะผู้บริหารล่ะ

การเลือกคนให้เหมาะกับงาน ต้องเข้าใจว่าพนักงานแต่ละคนถนัดอะไร เก่งอะไร แล้วให้พวกเขาได้ทำงานที่พวกเขาจะทำได้ดี 

WEBTOON มีโปรดักต์มากมายนอกจากการ์ตูน ทั้งนิยาย เกม ซีรีส์ สินค้าไลฟ์สไตล์ ฯลฯ อนาคตเราจะเห็นการเติบโตอะไรต่อไป

เว็บตูนจะกลายเป็นบริษัท IP Source Tank เรามีแฟนด้อม มี Storylog มหาศาล ซึ่งสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจได้ ใคร ๆ ก็มาหาเราเมื่อต้องการลิขสิทธิ์ได้ เราขยายไปธุรกิจประเภทอื่น ๆ ได้ด้วยในอนาคต เช่น ทำสวนสนุก ทำสินค้า ซึ่งประสบความสำเร็จในเกาหลี ในแง่ดิจิทัล เราก็ทำโปรเจกต์เมตาเวิร์สหลายอย่างกับพาร์ตเนอร์ วันหนึ่งคุณอาจจะสวมใส่ กิน หรือบริโภคสินค้าลิขสิทธิ์เว็บตูนได้ 

ส่วนในเมืองไทย เรากำลังทำหลายอย่างเลยค่ะ ยังบอกไม่ได้ แต่ว่าในอนาคตคุณอาจจะได้เห็นมูลค่าลิขสิทธิ์ของครีเอเตอร์ไทยเพิ่มสูงขึ้น จากการแปลงเป็นละครหรือเติบโตในต่างประเทศอย่างแน่นอน

คุยกับ Hana Cha ผู้บริหาร WEBTOON ระดับ EURASIA ถึงการเติบโตของดิจิทัลแพลตฟอร์มจากเกาหลีที่กลายเป็นบริษัทนานาชาติ

Questions answered by Head of Marketing & Global Webtoon Eurasia Business

1. ตัวการ์ตูนโปรดตลอดกาลของคุณคือ

Run Hani ตัวละครในมันฮวายุค 80 เรื่อง Dallyeola Hani มีแอนิเมชันด้วย ฉันชอบมาตั้งแต่เด็กเลย รันฮานิเป็นเด็กกำพร้าที่พยายามมาก ๆ ที่จะเป็นนักวิ่ง เธอมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้และวิ่ง ๆๆ ไปข้างหน้าเสมอ

2. WEBTOON เรื่องไหนที่คุณให้คนในทีมอ่าน

หวนคืนสู่ฮวาซาน (Return of the Blossoming Blade) เป็นเรื่องที่แนะนำทุกคนค่ะ ลองอ่านแล้วคุณจะรู้ คุ้มค่ากับเวลาของคุณแน่นอน มันสนุกมาก! เนื้อหาเล่าสาส์นหลายอย่างที่ดีมาก ฉันอ่านทีไรร้องไห้ทุกที

3. หนังสือเล่มล่าสุดที่คุณอ่าน

Power to Have People ภาษาเกาหลีคือ 인간니여가 เป็นหนังสือของนักเขียนญี่ปุ่นที่เล่าว่าจะชนะใจคนได้อย่างไร ช่วงนี้อ่านหนังสือแบบนี้เพราะอยากชนะใจคนในทีมค่ะ (หัวเราะ)

4. ถ้าเรื่องราวของคุณเป็นการ์ตูน จะอยู่ใน Genre ไหน

อยากอยู่ในหมวดโรแมนซ์ แต่ชีวิตจริงน่าจะเป็นคอเมดี้ เพราะชีวิตมีเรื่องสุขนาฏกรรมหลายอย่าง แต่อยากให้อนาคตมีเรื่องโรแมนซ์นะคะ

5. ใช้เวลาบนมือถือวันละกี่ชั่วโมง

นอกจากเวลานอนกับเวลาประชุม ก็ใช้มือถือตลอดเวลาเลยค่ะ น่าจะอย่างน้อย 9 ชั่วโมงต่อวัน

6. แอปพลิเคชันที่ใช้บ่อยที่สุด

NAVER, WEBTOON, Line, Netflix และอื่น ๆ 

7. ถ้าได้รับเชิญให้ไปพูดบนเวที TED Talk หัวข้อที่คุณจะพูดคือ

พลังของเว็บตูน และ IP Business

8. เวลาให้กำลังใจลูกทีม คุณจะพูดว่า

มาลองดูสักตั้งเถอะ (Let’s just try it!)

9. ความสามารถพิเศษลับ ๆ ที่ไม่เคยบอกใคร

คำถามนี้ยากที่สุดเลย เป็นคนมี Self-sustainability เวลาเหนื่อยล้าหรือรู้สึกเจ็บปวดจากผู้คน ฉันเอาชนะมันได้ง่าย ๆ ค่ะ

10. อยากได้ทักษะอะไรใหม่ในปีนี้

ทักษะการเยียวยาคน อยากจะเยียวยาจิตใจของทีมที่เหนื่อยล้าให้ได้ค่ะ

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load