Thailand Coffee Fest 2022 ที่ The Cloud จัดร่วมกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) เพิ่งจบไป คอนเซ็ปต์ของงานกาแฟปีนี้คือ The Future ซึ่งเป็นคำที่ผู้จัดทุกคนเลือกแล้วว่าเหมาะสมที่จะพูดถึงที่สุดในปีนี้ อย่างที่รู้กันว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างทั่วโลกเป๋ไปตาม ๆ กัน กว่าจะตั้งหลักกันได้ ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เหมือนล้างไพ่แล้วเริ่มใหม่ไปพร้อมกัน

วงการกาแฟไทยจึงใช้โอกาสนี้พูดถึงการมองเป้าหมายในอนาคตข้างหน้าด้วย ซึ่งการออกแบบอนาคตกาแฟไทยไม่ได้มาจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่มาจากคนที่อยู่รอบ ๆ กาแฟทุกคน

ช่วงนี้เลยมีเวลาทบทวนและสังเกตเรื่องรอบ ๆ กาแฟ จากการพบปะ ทักทาย และพูดคุยกับกลุ่มคนกาแฟ ทำให้เห็นว่าปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ วงการคาเฟ่และกาแฟไทยขยายตัวและพัฒนารวดเร็วแบบก้าวกระโดด ตั้งแต่การทำฟาร์ม ไปจนถึงคาเฟ่และคนดื่มกาแฟอย่างพร้อมเพรียงกัน

ในช่วงที่ผ่านมา การเดินทางและขนส่งระหว่างประเทศหยุดลงไปช่วงหนึ่ง เรื่องที่คิดว่าจะมีแต่ผลลบ กลายเป็นเรื่องดีกับประเทศที่มีครบวงจร ตั้งแต่ไร่กาแฟจนถึงนักดื่ม เช่น ประเทศไทย ซึ่งน้อยประเทศนักที่จะมีครบวงจรแบบนี้ 

มองทิศทางอนาคตของกาแฟไทย และอะไรคือความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือคนไทย

การพัฒนายังหมุนเวียนอยู่ภายในเรื่อย ๆ และยิ่งชัดขึ้นเมื่อกาแฟไทยได้รับความสำคัญมากขึ้น ชื่อไร่ ชื่อเกษตรกรเป็นที่รู้จัก คาเฟ่มีเมล็ดกาแฟไทยเป็นตัวเลือกอย่างน้อยร้านละ 1 ชนิด และนักดื่มกาแฟก็เลือกดื่มมากขึ้นด้วย

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นชื่อไร่กาแฟของไทยมาคู่กับชื่อสายพันธุ์บ่อย ๆ การเกิดโรคของต้นกาแฟ ทำให้ไร่กาแฟหลายไร่ต้องตัดต้นทิ้ง นี่เป็นโอกาสหนึ่งที่ทำให้เกิดการจัดการสายพันธุ์กาแฟขึ้น

มองทิศทางอนาคตของกาแฟไทย และอะไรคือความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือคนไทย

การปลูกกาแฟในสมัยก่อนเน้นผลผลิตมากกว่ารสชาติ ส่งผลให้กาแฟไม่ทนต่อโรค และส่งผลกระทบกับสภาวะอากาศ แต่การปลูกกาแฟแบบทราบสายพันธุ์ชัดเจน แทนที่กาแฟซึ่งระบุสายพันธุ์ไม่ได้ ทำให้สารกาแฟต้นทางมีระบบและมีความชัดเจนมากขึ้น

นอกจากมีผลต่อการอยู่รอดของต้นกาแฟ การคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะกับภูมิประเทศและสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง ยังช่วยระบุสายพันธุ์กาแฟที่เหมาะกับการชงแต่ละแบบเพื่อให้รสชาติดีได้ด้วย

มองทิศทางอนาคตของกาแฟไทย และอะไรคือความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือคนไทย

ไม่ใช่แค่การใส่ใจรสชาติที่ดี แต่เทรนด์การปลูกกาแฟเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมก็เป็นที่พูดถึงมากขึ้นเช่นกัน กาแฟเป็นพืชที่ต้องอาศัยร่มเงาของต้นไม้ในการเจริญเติบโต โมเดลการปลูกกาแฟในป่าแบบไม่ตัดทำลายต้นไม้จึงเป็นการรักษาป่าไปในตัว แต่เป้าหมายต่อไปของการทำกาแฟคือ การสร้างและฟื้นฟูธรรมชาติขึ้นมา อีกทั้งพูดถึงการลดคาร์บอนในกระบวนการผลิตกาแฟที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน

มองทิศทางอนาคตของกาแฟไทย และอะไรคือความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือคนไทย

กระบวนการโพรเซสกาแฟในช่วงปีนี้ คงจะเห็นชื่อและกระบวนการชื่อเรียกแปลก ๆ บนซองกาแฟมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกระบวนการหมักเมล็ดกาแฟด้วยเทคนิคต่าง ๆ ผลที่ต้องการคือ สร้างกลิ่นรสใหม่ขึ้นในกาแฟ เป็นกระบวนการที่ใช้แรงบันดาลใจแบบเดียวกับกระบวนการทำไวน์ และผลที่ได้คือรสชาติที่ชัดเจน แม้ผู้ชิมไม่มีพื้นฐานการดื่มกาแฟมาก่อนก็ยังสัมผัสได้

กระบวนการหมักและกลิ่นจากการหมัก เป็นรสที่อาจไม่ค่อยถูกปากคนที่นิยมดื่มกาแฟผ่านกระบวนการดั้งเดิม ซึ่งรสเป็นธรรมชาติ ไม่ฉูดฉาด แต่ก็ต้องยอมรับว่าความฉูดฉาดเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนเข้ามารู้จักกาแฟเพิ่มขึ้นมากในไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเป็นกระบวนการที่ผู้ผลิตเองก็สนใจที่จะทดลองทำเพื่อหารสชาติใหม่ ๆ ให้กาแฟเหมือนกัน

ผลดีคือ เกิดทางเลือกที่หลากหลายให้คนดื่มกาแฟทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ แต่ก็มีข้อเสียคือ กลิ่นและรสกาแฟที่ชัดเจนจนเป็นที่นิยมมาก ทำให้มีการแต่งกลิ่นกาแฟเพื่อให้เกิดกลิ่นที่ต้องการแทนการหมักจริง 

การสื่อสารเรื่องรสชาติและกระบวนการตั้งแต่ฟาร์มจนถึงการสกัดกาแฟ เป็นหน้าที่ของคาเฟ่ โดยเฉพาะบาริสต้า ตัวละครที่ผมคิดว่าสำคัญมาก เพราะเป็นตัวเชื่อมระหว่างต้นน้ำและปลายน้ำเข้าหากัน ทิศทางความสนใจของบาริสต้าในปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่ทักษะการชงกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสนใจกับทักษะอื่น ๆ ด้วย บาริสต้ามีส่วนร่วมตั้งแต่การทำกาแฟร่วมกับเกษตรกรที่ปลูก การคั่ว และการเรียนรู้เรื่องกระบวนการ

และอย่างที่บอกว่าบ้านเรามีข้อได้เปรียบ เนื่องจากทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบอยู่ในประเทศเดียวกัน ทำให้การเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องยากลำบาก การพัฒนาตัวเองของบาริสต้าเลยเป็นตัวเร่งให้วงการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ตัวละครที่สำคัญที่สุด คงไม่พ้นคนดื่มกาแฟ เป็นทั้งผู้บริโภค ผู้ให้คำติชม ข้อเสนอแนะ และเป็นผู้กำหนดเทรนด์ที่แท้จริง อีกทั้งช่วงหลัง ๆ ที่ผ่านมา มีผู้บริโภคกาแฟไทยมากขึ้น สัดส่วนของคนดื่มกาแฟแบบสเปเชียลตี้จึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย และมีแนวโน้มที่จะสนใจเรียนรู้เรื่องราวของต้นทางมากขึ้น เหมือนที่สนใจเรียนรู้เรื่องการชิมรสชาติหรือวิธีการชงที่ถูกต้อง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความหลากหลายของผู้ผลิตและกระบวนการ เลยทำให้มีทางเลือกมากขึ้น

มองอนาคตของกาแฟไทย ในยุคสมัยที่เริ่มต้นออกแบบกันใหม่บนความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือ

อีกอย่างหนึ่ง ผลพลอยได้จากช่วง 2 – 3 ปีที่เราต้องอยู่บ้านมากขึ้น ก็ช่วยทำให้เทรนด์ Home Brewing หรือการชงกาแฟกินเองที่บ้านเติบโตไปด้วย การขายกาแฟออนไลน์ กลายเป็นสิ่งที่ทุกแบรนด์ต้องมีและกระโจนเข้าไปร่วมด้วย นอกจากเมล็ดกาแฟ เราจะเห็นกาแฟ Cold Brew พร้อมดื่ม กาแฟดริปแบ็ก หรือกาแฟแบบแคปซูลที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรองรับการใช้ชีวิตแบบทุกวันนี้

ถึงที่กล่าวมาจะไม่ใช่อนาคตที่ชัดเจนของกาแฟไทย แต่การพัฒนาในระยะเวลาไม่กี่ปีที่มองเห็นได้ ก็พอจะทำให้เห็นทิศทางข้างหน้าที่ชัดขึ้นมาก

ความรู้ ความเข้าใจเรื่องการปลูก และโพรเซสกาแฟ ถูกเชื่อมต่อและย่นระยะระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำให้สั้นลง และแต่ละส่วนก็พัฒนาในส่วนของตัวเองได้อย่างดี การที่ประเทศไทยมีฟีดแบ็กจากผู้ดื่มกลับไปถึงผู้ผลิตได้อย่างรวดเร็วมาก ถือเป็นข้อได้เปรียบที่เรามีอยู่ในมือ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้มันให้มีประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร

มองอนาคตของกาแฟไทย ในยุคสมัยที่เริ่มต้นออกแบบกันใหม่บนความได้เปรียบที่มีอยู่ในมือ

Writer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Eat Direction

ทิศทางการปรับตัวของอาหารและการกิน

ผมกับเพื่อนมักจะพูดกันเล่น ๆ บ่อยครั้งว่า ไปจังหวัดตรังทีไรเราไม่เคยรู้สึกหิวสักที และครั้งสุดท้ายที่รู้สึกหิว คือก่อนกินข้าวมื้อแรกที่ตรังเสมอ หลังจากนั้นก็อิ่มตลอด 

จำได้ว่าตอนลงไปจังหวัดตรังครั้งแรกได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากเจ้าบ้าน กินอาหารเต็มอิ่มทุกมื้อ และมีคนพาไปเที่ยวในสถานที่สำคัญหลายแห่งในอำเภอต่าง ๆ แต่ละที่มักจะมีของกินเลี้ยงต้อนรับอยู่เต็มโต๊ะ 

เป็นความทรงจำที่มีต่อจังหวัดเล็ก ๆ ฝั่งอันดามันที่ผมเริ่มเอะใจแล้วว่า ท่าทางคนเมืองนี้คงให้ความสำคัญกับเรื่องกินเป็นพิเศษ

การลงไปตรังครั้งถัด ๆ ไป ล้วนแต่มีเรื่องอาหารการกินเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเรื่องหลักเสมอ 

ผมลงไปตรังครั้งแรก ๆ ด้วยความรู้จักหมูย่างเมืองตรังแค่อย่างเดียว แต่การไปครั้งนั้นทำให้เปิดโลกของอาหารตรังครั้งสำคัญของตัวเอง เจ้าถิ่นหลายคนพาไปกิน ไปเห็นทั้งภูมิประเทศ วัตถุดิบ ร้านอาหาร รวมถึงวิถีการกินแบบคนตรัง และค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องกินเป็นพิเศษอย่างที่คิด จนมีคำพูดที่บอกว่า ‘คนตรังกิน 9 มื้อ’

ที่ว่ากิน 9 มื้อ ไม่ได้หมายความว่าคนคนเดียวจะกินข้าว 9 มื้อต่อวัน แต่หมายถึงที่ตรังมีอาหารให้กินทั้งวันทั้งคืนรวม ๆ แล้วน่าจะมีถึง 9 มื้อ ตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนดึก และข้ามไปถึงเช้าของอีกวัน

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

เรียกว่าเวลาไหนก็มีของให้กินไม่ขาด

หลังจากไป ๆ มา ๆ ตรังอยู่หลายครั้งในรอบหลายปี ผมพบว่าตรังเริ่มมีภาพที่ชัดเจนมากขึ้นในเรื่องอาหาร กลายเป็นจุดหมายสำคัญจุดหนึ่งของนักกินทั้งหลาย

น่าคิดต่อว่าอะไรที่ทำให้ตรังกลายเป็นจุดหมายของนักกินได้ 

ถ้าให้ลองเดาจากมุมมองคนนอกแบบสุด ๆ อย่างแรก ผมคิดว่าตรังเป็นเมืองที่มีภูมิประเทศและธรรมชาติที่เป็นต้นทุนที่ดีมาก มีทั้งภูเขา มีทั้งที่ราบสำหรับทำนาและเป็นแหล่งปลูกข้าวแหล่งสำคัญของภาคใต้ มีข้าวพื้นเมืองเป็นของตัวเอง มีแม่น้ำและมีทะเลอันดามันรวมอยู่ในจังหวัดเดียว ตรังเลยเป็นแหล่งเพาะปลูก แหล่งผลิต และเต็มไปด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ 

อย่างที่สองที่ทำให้ตรังโดดเด่นเรื่องอาหาร คือความหลากหลายของชาติพันธุ์อยู่ร่วมกันในเมืองมาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะคนจีนเชื้อสายต่าง ๆ ที่อยู่ร่วมกัน วิถีการกินที่แตกต่างกันทำให้เกิดความหลากหลายของภูมิปัญญาในการเอาวัตถุดิบมาใช้ทำเป็นเมนูต่าง ๆ 

ผมเคยไปทำสกู๊ปเรื่องอาหารประเภทเส้นที่ตรัง สามารถจำแนกการกินเส้นแบบต่าง ๆ ว่ามีที่มาจากจีนหลายชนชาติได้แทบไม่ซ้ำรูปแบบกัน 

อาหารของตรังก็เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตอย่างแนบแน่น คนตรังให้ความสำคัญกับอาหารมาก บางอย่างถือเป็นหน้าเป็นตาและแสดงออกถึงการต้อนรับ 

หรือถ้าจะบอกว่าหมูย่างเมืองตรังเองคือหนึ่งในวิถีการกินของจีนก็ไม่ผิด หมูย่างเมืองตรังเกิดจากวัฒนธรรมการทำอาหารและการกินของชาวจีน การกินหมูคือการเฉลิมฉลองหรือเลี้ยงดูแขก ในงานสำคัญ ต่าง ๆ และคลี่คลายมาจนเป็นของกินคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งจะต้องกินคู่กับโกปี๊ในตอนเช้า 

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

ขอนอกเรื่องสักหน่อย หากใครไม่รู้มาก่อน คงนึกว่าหมูย่างเมืองตรังมีรสเค็มนำ หอมเครื่องเทศเหมือนหมูย่างทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วหมูย่างเมืองตรังมีรสหวานมากกว่าหมูย่างแบบอื่น ตามคำบอกเล่าว่าหมูย่างแบบตรังมีส่วนผสมของน้ำผึ้งหรือน้ำตาลธรรมชาติ หมักรวมกับเครื่องเทศสูตรใครสูตรมันเอาไว้ตั้งแต่ตอนเย็น ผ่านกระบวนการสุดประณีตหลายขั้นตอน แล้วเอาลงเตาในตัวย่ำรุ่ง ก่อนจะย่างเสร็จสรรพในตอนเช้า พร้อมขายเสิร์ฟกินคู่กับกาแฟร่วมกับติ่มซำอีกมากมาย

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

พอพูดถึงโต๊ะอาหารเช้าสิ่งที่อยู่คู่โต๊ะของชาวตรังคือ ‘ค่อมเจือง’ น้ำจิ้มสีส้มหน้าตาคล้ายซอสพริก แต่รสไม่เหมือนกันเลย ค่อมเจืองเป็นของที่ยังไม่มีใครบอกได้ชัดว่าทำจากอะไร แต่เป็นภูมิปัญญาเดียวกับการทำซอสหรือซีอิ๊วของคนจีน

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

ในตลาดสดตอนเช้า มีขนมปากหม้อที่ใช้น้ำราดทำจากน้ำจิ้มค่อมเจืองด้วยเช่นเดียวกัน

ตัวอย่างที่ว่ามาเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของอาหารทั้งหมดที่มี แต่ก็เห็นว่าอาหารจากภูมิปัญญาและวิถีการกินแบบคนจีนในตรัง ทำให้ตรังมีของกินที่อาจจะดูแปลก มีความเฉพาะตัว แต่ก็ยังดูคุ้นเคยได้ง่ายสำหรับลิ้นของนักท่องเที่ยว หรือนักกินคนไทยที่มีความคุ้นเคยดีกับรสอาหารแบบไทย จีน ๆ อยู่แล้ว 

อีกข้อสำคัญที่ผมคิดว่ามีส่วนทำให้ตรังเป็นจุดหมายเรื่องอาหารการกิน น่าจะเป็นจังหวะที่เหมาะเจาะจากเมื่อหลายปีก่อนตรังได้รับการโปรโมตเรื่องเมืองท่องเที่ยวเมืองรองจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 

ในจังหวัดเมืองรองของภาคใต้ ตรังถูกหยิบยกเรื่องอาหารมากกว่าจังหวัดเมืองรองอื่น ๆ ไม่ยากเลยที่จะถูกดึงดูดให้อยากมากินถึงที่เพียงแค่เห็นจากรูปภาพ หรือวิดีโอที่แสดงให้เห็นจุดหมายใหม่ที่ยังมีอะไรให้ค้นหาและทำความรู้จักได้อีกมาก

กลับมาถึงเรื่องสำคัญคือตรังถูกย้ำให้เห็นภาพของเมืองที่มีการกินตลอดทั้งวันทั้งคืนและมีหลากหลายประเภท เลยเป็นจุดหมายที่ถึงจะไกล ก็คุ้มค่าพอที่จะเดินทางมาเพื่อค้นหาหรือตามล่าของกินอร่อย ๆ 

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

อาหารของตรังยังมีเสน่ห์และแง่มุมที่น่าสนใจอีกเยอะ รอให้นักกิน-นักท่องเที่ยวมาค้นหา ผมลงไปตรังแต่ละครั้งก็มักจะเจออาหารที่ไม่รู้จักเพิ่มขึ้นทุกครั้ง เหมือนจะค้นหาได้ไม่มีวันหมด มีของกินจากแม่น้ำและทะเลที่สมบูรณ์มากไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ แต่ยังไม่ถูกพูดถึงมากในวงกว้างเท่าอาหารจีน หรือหมูย่าง อาหารแบบไทยมุสลิมที่เป็นวัฒนธรรมใหญ่ไม่แพ้วัฒนธรรมไทยจีนเลย หรืออาหารจากคนรุ่นใหม่ที่กลับบ้านและพยายามหาวิธีทำให้เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารของตรังแข็งแรงมากขึ้นก็ทำออกมาได้น่าสนใจ

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

น่าจะยังมีอีกหลายอย่างที่ทำให้ตรังกลายเป็นจุดหมายของนักกินที่อาจจะยังนึกไม่ถึง แต่จากมุมมองของคนที่เป็นนักท่องเที่ยวอย่างผมมองว่า ที่จริงแล้วศักยภาพในการเป็นเมืองแห่งอาหารของตรัง เหมือนเพิ่งเริ่มต้นด้วยซ้ำ เห็นการเติบโตทีละนิดในจังหวะกำลังดี มีความครีเอทีฟและพัฒนาในเรื่องอาหารใหม่ ๆ หยิบจับเอาของที่มีในวิถีชีวิตมาทำให้ร่วมสมัยขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังมีภูมิปัญญาและวิถีชีวิตเดิม ๆ ที่ยังแข็งแรงอยู่ ไม่ค่อยเปลี่ยนไปมาก

ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ
ตรัง : จุดหมายของนักกินที่มีอาหารเป็นขุมทรัพย์ให้ค้นพบได้ไม่รู้จบ

ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นจังหวะการเติบโตที่กำลังดีของจังหวัด อาหารเป็นเรื่องใหญ่ที่ช่วยดึงดูดคนมาเที่ยว และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจของตรังอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่การเติบโตนี้จะเหมาะกับยุคสมัยนี้ได้แค่ไหน ต้องฝากคนตรังคิดต่อ

ผมเชื่อว่ายังมีขุมทรัพย์อีกมากที่น่าจะค้นหา รอการแนะนำให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และผลักดันให้มีชื่อเสียงได้เหมือนหมูย่างเมืองตรัง ซึ่งต้องระวังไม่ให้ความหลากหลายและค้นพบไม่รู้จบนี้หายไป เพียงเพราะนักท่องเที่ยวจะรู้จักตรังแค่มุมเดิม

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load