ผี [น.] สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็น แต่สามารถปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ หรือหมายถึงคนที่ตายไปแล้ว 

คุณมีความทรงจำกับผีแบบไหน 

ผีเป็นตัวแทนความมืดที่น่ากลัว เป็นสิ่งลี้ลับที่น่าค้นหา หรือคุณจดจำ ‘ผี’ เป็นความทรงจำวัยเด็กเหมือนกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนมากกว่า 50,000 เล่ม และการ์ตูนที่เขาสนใจมากที่สุด คือ ‘การ์ตูนผีเล่มละบาท’

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อะไรที่เป็นของเก่า ที่พาเรานึกย้อนไปในอดีตได้ เราก็สนใจอย่าง การ์ตูนผีเล่มละบาท เราเคยอ่านในวัยเด็กเพราะมันราคาถูก” ป๋าเอ็กซ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นการสะสมของเล่นในวัยเด็ก เช่น ตุ๊กตุ่นและตุ๊กตาทอยเส้น

 หมุดหมายของการถวิลหาอดีตในรูปแบบของ การ์ตูนผีเล่มละบาท ของป๋าเอ็กซ์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อไทม์แมชชีนแห่งเวลาพาเขาเดินทางจากมีนบุรี มุ่งสู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ นั่นทำให้เขาได้เจอกับ การ์ตูนผีเล่มละบาท อีกครั้ง

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
01

“เขาเรียกหนังสืออ่านฆ่าเวลานะ” ป๋าเอ็กซ์เปรยพร้อมกับเล่าความหลังระหว่างตัวเขาและ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท ระยะทางบนท้องถนนได้เชื่อมเขากับการ์ตูนผีเล่มละบาทเข้าด้วยกัน เพราะการเดินทางไปต่างจังหวัดในวัยเด็ก ไม่มีมือถือ ไม่มีแท็บเล็ต สิ่งที่อยู่กับเขาตลอดการเดินทาง คือการ์ตูนผีเล่มละบาท 

“หนังสือเหล่านี้มันเลยมีความทรงจำวัยเด็ก มักผุดเรื่องในอดีตของเราขึ้นมาเสมอ อดีตที่มีแต่ความสนุก และเมื่อถูกวาดเป็นการ์ตูน ก็ยิ่งทำให้เราจินตนาการว่าจะเจอเนื้อเรื่องแบบไหน จะเห็นบรรยากาศแบบใด มันทำให้เราเห็นว่า เฮ้ย เมื่อก่อนบ้านเป็นแบบนี้นะ ก่อนจะขึ้นบ้านต้องล้างเท้าก่อน นี่คือกลิ่นอายของอดีตที่หนังสือมอบให้กับเรา

ตอนเด็กไม่กลัวผีเหรอคะ-เราถามด้วยความสงสัย

“ตอนเด็กกลัว แต่เราก็อยากอ่าน เหมือนเวลาเราดูหนังผี บางทีก็ไปนั่งดูกับแม่หรือคลุมโปงดู มันมีความอยากรู้อยากเห็นว่าผีมีจริงไหม วันไหนอ่านหนังสือการ์ตูนผีแล้วเจอฉากน่ากลัว เราก็ค่อยกลับมาอ่านตอนกลางวันต่อ อ่านตอนไม่มืด เลยกลายเป็นความสนุกความเร้าใจ

“สมัยก่อนคนอ่านการ์ตูนเล่มละบาทเป็นพวกพ่อค้า แม่ค้า เอาไว้อ่านระหว่างขายของ เมื่อไม่มีลูกค้าก็เปิดอ่าน แต่พอลูกค้ามาก็เก็บไว้ใต้หาบ เพราะมันเป็นการ์ตูนราคาถูก เมื่อก่อนการ์ตูนญี่ปุ่นราคาแพงมากหากเทียบกับการ์ตูนเล่มละบาท แต่เป็นเรื่องที่สนุกนะ บางเรื่องเกี่ยวกับจักรๆ วงศ์ๆ บางเรื่องเป็นปาฏิหาริย์ ที่มาฮิตสุดๆ ช่วงหลังก็เป็นเรื่องผี จนตอนหลังเราเรียกกันว่าการ์ตูนผีแทน เพราะเป็นประเภทการ์ตูนที่ขายดีที่สุดในบรรดาการ์ตูนเล่มละบาท”

ด้วยความที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทส่วนมากมีความยาวเพียง 16 หน้า จึงแตกต่างจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ที่นักวาด นักเขียน จะค่อยๆ จินตนาการและคอยเก็บรายละเอียดการ์ตูนไปทีละเล่ม การ์ตูนผีเล่มละบาทพิเศษตรงที่ไม่ว่าเนื้อเรื่องคุณจะดำเนินมาอย่างไร แต่เมื่อถึงหน้า 16 ก็ต้องจบเรื่องผีนี้ให้ได้

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“บางทีนะ เนื้อเรื่องปูมาสนุกมาก เขียนมาอย่างดี แต่พอนักวาดหันมาดู อ้าวสิบห้าหน้าแล้ว ก็จบเลย จบแบบห้วนๆ จบแบบง่ายๆ (หัวเราะ) บางคนงงว่าจบแล้วหรือ นี่เป็นอีกเสน่ห์ของหนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อว่า ภายหลังเริ่มมีการเขียนการ์ตูนแบบภาคต่อหลายเล่ม แต่คนไม่นิยมมากนัก เพราะต้องรอเล่มต่อไปและต้องตามเก็บ บางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนหน้าเป็น 24 หน้า หรือ 32 หน้าแทน แต่มาตรฐานของหนังสือผีเล่มละบาทก็ยังคงเป็น 16 หน้า 

“แต่ผมชอบแบบหลายเล่มจบ เพราะมันต่อเนื่อง อ่านเพลิน และที่สำคัญคือ การตามหาให้ครบชุด บางทีเราเจอเล่ม 1 และเล่ม 3 เหมือนการเดินทางหาขุมทรัพย์ ต้องตามหาเล่มที่ 2 ให้เจอ มันเลยตื่นเต้นมากๆ ต้องคอยสอบถามแลกเปลี่ยนใครมีเล่มนี้บ้าง ฉันขาดเล่มนี้”

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
02

แรกเริ่มหนังสือการ์ตูนเล่มละบาทเกิดจากการพยายามใช้ประโยชน์จากเศษกระดาษที่เหลือในโรงพิมพ์ และนำไปขายด้วยราคา 1 บาท ทำให้หลายโรงพิมพ์ต้องหาวิธีลดต้นทุนการผลิตลง โดยหันไปจ้างนัดวาดหน้าใหม่แทนนักวาดมืออาชีพ เช่น นักเรียน นักศิลปะ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท จึงสร้างชื่อให้นักเขียนหน้าใหม่มากมาย บางเล่มใช้นักวาดมืออาชีพมาวาดแค่หน้าปก แต่ในเรื่องเป็นอีกคน เช่น หน้าปกโดย จุก เบี้ยวสกุล, เทพบุตร เขียนเรื่อง 

ป๋าเอ็กซ์อธิบายต่อว่า วิธีที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทจะดึงดูดคนซื้อผ่านหน้าปกได้มี 2 ทาง คือ หนึ่ง ต้องมีผี สอง ต้องมีผู้หญิงสวยและเซ็กซี่ เพื่อดึงดูดคนอ่านเพราะเปิดดูเนื้อหาก่อนซื้อหนังสือไม่ได้ 

แล้วป๋าเอ็กซ์มีเงื่อนไขในการเลือกสะสมหนังสือการ์ตูนหรือเปล่า 

“ผมเลือกเก็บหนังสือการ์ตูนตามนักเขียนคนโปรดก่อน แล้วก็หน้าปก 

“ถ้าสังเกตดีๆ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ จะวาดแนวตากลมๆ ตาสวยคิ้วหนา ผู้หญิงสวยมาก นี่คือแนวผีสไตล์เขา เวลาเห็นแค่หน้าปกก็จะรู้ทันทีว่านี่เป็นเรื่องของแก แต่ต้องสังเกตนะ บางทีอีกคนวาดรูปข้างใน แต่ปกเป็นของอาจารย์ชาตรี อีกคนที่ชอบคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย คนนี้เขาจะชอบวาดแนวอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ก็วาดได้ ผมมีประมาณสี่ถึงห้าร้อยเล่ม” 

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

อ่านทุกเล่มไหมคะ-เราถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะหนังสือการ์ตูนราว 50,000 เล่ม ถูกเก็บและบรรจุ แยกประเภทนักวาดไว้อย่างดี 

“แรกๆ อ่านทุกเล่ม เพราะเมื่อก่อนได้มาทีห้าเล่ม สิบเล่ม ก็เปิดอ่านได้ แต่ตอนนี้มันเรียกพวกมาเรื่อยๆ ไม่มีเวลาอ่านแล้ว เลยหันมาดูลายเส้นเป็นหลัก คือเราหลงรักปกมัน แค่เห็นก็รู้แล้วว่าราคาเกินคำว่าหนึ่งบาทมาก มันเป็นงานฝีมือ เป็นงานศิลปะ”

แม้การ์ตูนผีจะมีบทบาทตัวละครผีหน้าเดิมๆ เช่น ผีกระสือ ผีกระหัง ผีตานี ผีเปรต และผีหัวขาด แต่รายละเอียดเนื้อเรื่อง เกร็ด การวาดของแต่ละเล่มต่างกันแน่นอน ป๋าเอ็กซ์ยกตัวอย่างให้เราฟังว่า บางเรื่องแต่งให้ผีกระสือกินไส้คน บางเรื่องกินวัว จนไปถึงกินขี้ก็มี ซึ่งสิ่งนี้เป็นจินตนาการของผู้เขียนที่ผู้อ่านไม่สามารถคาดเดาได้ 

จากที่อ่านมา เคยเจอผีแปลกๆ บ้างไหม

“มี (หัวเราะ) มันจะมีชื่อผีแบบแปลกๆ แบบคำผวน เช่น ผีจับหัว ผีกระชากหัว ชื่อที่เห็นแล้วทะลึ่ง จะช่วยเรียกลูกค้านะ”

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
03

จากการเริ่มสะสมตามหาอดีตส่วนตัว กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดกว้างแบ่งปันความคิดถึงวัยเด็ก สู่การเปิดร้าน ATAKITO’S SHOP ขายของสะสม รวมไปถึงการจัดกิจกรรมแสดงผลงานตามห้างสรรพสินค้า ทำให้ป๋าเอ็กซ์ได้มีโอกาสพบเจอนักวาดที่ชื่นชอบ ผ่านการสัมภาษณ์มุมมองนักเก็บและนักวาด โดยคนแรกที่เจอคือ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ 

“ตอนครั้งแรกที่เจอกันดีใจมาก เราได้เจอนักเขียนคนโปรด ในขณะที่เขาก็ดีใจที่มีคนชื่นชอบผลงาน มีคนเก็บผลงานเขามากมาย ขนาดเขาเองยังเก็บผลงานตัวเองไม่กี่เล่ม แต่เราดันมีหลายพันเล่ม” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อด้วยความตื่นเต้นว่า นักวาดคนโปรดที่เขาเจอคนต่อมาคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย เมื่อถ่ายรายการเสร็จจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และพบว่าขณะนี้โรงพิมพ์ไม่รับพิมพ์การ์ตูนแบบเดิมแล้ว ส่งผลให้นักวาดการ์ตูนคนโปรดต้องหยุดการวาดไปโดยปริยาย เพราะถนัดการวาดมือมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

 “วาดการ์ตูนให้หน่อย” สั้นและเรียบง่าย นี่คือคำพูดของป๋าเอ็กซ์หลังเดินทางไปบ้านนักเขียนที่เขาชื่นชอบ โดยให้อาจารย์โต้ดเริ่มวาดการ์ตูนในแบบที่เขาชอบและใฝ่ฝันอยากจะมี ต้นฉบับเรื่อง จอมคาถาธุดงค์ จึงเกิดขึ้น 

“ผมบอกให้อาจารย์วาดมาก่อนตอนหนึ่ง เรื่องไสยศาสตร์ เรื่องภูติผี พอวาดเสร็จหนึ่งตอน แกบอกว่า ‘พี่อยากวาดต่อ’ ผมเลยให้แกวาดต่อ พอถึงภาคที่สาม ดันมีหน้า มีชื่อผมเข้าไปเป็นตัวประกอบด้วย เฮ้ย เราชอบการ์ตูน เราสะสมการ์ตูน แต่นี่มีตัวเองเข้ามาเล่นด้วย และที่สำคัญ นักเขียนที่เราชื่นชอบวาดให้เรา มันเจ๋งมาก เราเลยนำตอนเหล่านั้นมารวมเล่ม” 

จากต้นฉบับวาดมือสู่การรวมเล่มด้วยตัวเอง ป๋าเอ็กซ์เริ่มต้นจากการนำต้นฉบับเหล่านี้มาถ่ายเอกสาร ตัดขอบกระดาษ และเย็บเล่มเอง ภายหลังการลองลงมือทำ พบว่าค่าถ่ายเอกสารแบบสีแพงกว่าการส่งโรงพิมพ์ จึงตัดสินใจส่งโรงพิมพ์เพื่อแจกเป็นเล่มสูจิบัตร

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

“ลองเอามือลูบดูสิ นี่เรียกว่าการแปะสกรีนโทน คือวิธีการตัดและนำกาวแปะ หลังจากนั้นนำสีมาระบายทับ ซึ่งต้นฉบับจะวาดในกระดาษขนาดเอสี่ แล้วโรงพิมพ์จะนำไปย่อให้มีขนาดเท่ากับหนังสือการ์ตูนที่เราเห็น เลยส่งผลให้ภาพมีความคมชัด มีมิตินูนๆ ขึ้นมา” ป๋าเอ็กซ์พูดพร้อมกับยื่นต้นฉบับหนังสือการ์ตูนให้เราสัมผัส

ภายหลังการรวมเล่มงานอาจารย์โต้ด ป๋าเอ็กซ์ได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนการ์ตูน หนังสือการ์ตูน หุ่นพลังเวทย์ จึงเกิดขึ้น ที่เขียนเรื่องโดยป๋าเอ็กซ์ และวาดภาพโดยโต้ด โกสุมพิสัย

“หลังๆ เพื่อนมาเห็นหน้าเราในหนังสือการ์ตูน ก็บอกว่าอยากอยู่ในหนังสือบ้าง เราเลยจับเพื่อน จับคนรู้จัก เข้ามาเล่นด้วย แต่เราเป็นพระเอกนะ (หัวเราะ) อย่างเช่นพล่ากุ้งก็มาโผล่ในเรื่องนี้”

04

ถ้าให้เลือกหนังสือการ์ตูนที่เราชอบมากที่สุดมา 5 เรื่องจะมีเรื่องอะไรบ้าง

ป๋าเอ็กซ์เดินนำเราไปยังกรุสมบัติ ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาทอยเส้น จัดเรียงรายเต็มผนัง เขาย้ำกับเราว่า “ที่เห็นเรียงรายอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีไว้ขายนะ มีไว้เก็บอย่างเดียว”

เพียงชั่วครู่เท่านั้น ป๋าเอ็กซ์เลือกหนังสือที่ติดตรึงในความทรงจำและมีค่ากับเขามากที่สุดจำนวน 5 เล่มจากชั้นที่มีหนังสือการ์ตูนวางอัดแน่นซ้อนทับกันอยู่หลายหมื่นเล่ม

01 ประตูผี

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“หากถามว่าทำไมถึงเลือกเล่มนี้ มันเป็นเรื่องผีที่หายากมาก เพราะมีถึงสิบเล่ม ที่พิเศษคือ ราชันย์เป็นคนวาดหน้าปก สังเกตดูนะ เขาวาดสวยมาก เป็นแนวผีแบบแปลกๆ คนส่วนมากสะสมไม่ครบกัน ผมใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะตามหาจนครบสิบเล่ม บางทีเจอหนึ่งเล่มแต่ปนกับที่เขาขายยกชุด เราก็ต้องเหมามาทั้งหมด”

02 ฉลากแผงการ์ตูน

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อันนี้ที่ชอบเพราะสมัยก่อนเราไปร้านขายของเล่น มันจะมีฉลากของเล่น ฉลากเหล้าเบียร์ ฉลากบุหรี่ เต็มไปหมด แต่นี่เป็นฉลากหนังสือการ์ตูน แล้วมันเรียงเลขครบนะ 1 2 3 4 5 6 7 เป็นแนวและฉลากมีสภาพดีมาก ยังไม่ได้ใช้แผงหนึ่งราคาเกือบสองพัน แต่ผมก็ต้องซื้อเพราะมาสภาพเดิม ของที่หายากคือของที่เก็บและมีสภาพดี เลยชื่นชอบมากๆ”

03 เมียงู

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“นี่เป็นหนังสือการ์ตูนผีที่ชอบในวัยเด็ก ชาตรี สังวรศิลป์ นักวาดที่ผมชื่นชอบเป็นคนวาด เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่หนีมาอยู่กับผู้ชาย แต่ปรากฏว่าผู้หญิงเป็นงู พอตกกลางคืนก็ออกหากิน สุดท้ายโดนตีตาย การ์ตูนผีเล่มละบาทมันก็จบสั้นๆ แบบนี้แหละ แต่อีกเหตุผลที่ชื่นชอบคือ เราบังเอิญไปเจอคนขายต้นฉบับหน้าปกนี้ในเว็บซึ่งเป็นของหายาก เราจึงมีทั้งหนังสือและต้นฉบับ”

04 ต้นฉบับการ์ตูนของ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“ผมไปงานนิทรรศการที่อาจารย์จัด แล้วอาจารย์ก็ถามผมว่ามีต้นฉบับเก็บไว้ สนใจไหม ผมรีบตอบเลยว่าสนใจ ทำไมจะไม่สนใจ มีหนังสือไม่พอยังมีต้นฉบับอีก เพราะต้นฉบับเป็นสิ่งที่หายากมากๆ และสวยมาก สังเกตดูนะว่าแกจะวาดผู้หญิงอึ๋มๆ หน่อย”

05 หุ่นพลังเวทย์ เรื่องโดย ป๋าเอ็กซ์ ภาพโดย โต้ด โกสุมพิสัย

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“เล่มนี้ผมชอบมาก เพราะนักเขียนในดวงใจที่เราชื่นชอบเป็นคนวาดและมีเราไปร่วมแสดง ร่วมแต่งด้วย เป็นเรื่องราวการออกผจญภัยไปเจอภูตผีปีศาจ นอกจากนี้ ผมยังให้อาจารย์ปั้นเปเปอร์มาเช่ตัวละครในหนังสือการ์ตูน เพื่อเอามาจัดบูทนำเอาหนังสือไปวางขายด้วย ตอนนี้เลยเหมือนเป็นการต่อยอดจากความชอบเรา 

“จากที่เราสนุกๆ ชอบสะสม และช่วยให้นักเขียนคนโปรดมีงานทำ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสร้างรายได้จนเป็นธุรกิจ เพราะผมนำผลงานของอาจารย์ไปจัดแสดงในร้าน ไปออกรายการบ้าง ตอนนี้มีทั้งคนไทยและต่างชาติสนใจซื้อผลงาน หรือให้อาจารย์ออกแบบวาดรูปผีให้ นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนำภาพวาดมาทำเสื้อ ทำกระเป๋าลายรวมผี หรือใครอยากมีหนังสือการ์ตูนที่มีตัวเองเป็นนักแสดงก็ติดต่อผมได้ ตอนนี้ก็เหมือนผมเป็นบรรณาธิการ อาจารย์เป็นคนวาด 

“ใครจะไปเชื่อว่าจากการสะสมด้วยใจรัก สุดท้ายมันสามารถต่อลมหายใจการ์ตูนผีได้มากขนาดนี้”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

หากพูดถึงไพ่ทาโรต์ การดูดวง การทำนายทายทัก คงเป็นอย่างแรกที่หลายคนนึกถึง แต่กับ ภูมิ น้ำวล นักสะสมไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป เขามองว่าไพ่ทาโรต์คือวรรณกรรมภาษาที่มาในรูปแบบสำรับ เราใช้ภาษาไพ่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้เหมือนภาษาทั่วไป เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หนังสือ และวัฒนธรรม

จุดเริ่มต้นของการสะสมไพ่ทาโรต์จนนำไปสู่การทำความเข้าใจภาษาวรรณกรรม (ไพ่) เริ่มต้นเมื่อคุณภูมิเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เขาบังเอิญได้รับไพ่การ์ตูนชุด โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ที่แถมมากับนิตยสาร ความคลั่งไคล้ในไพ่ทาโรต์ของเขาเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย และเหนียวแน่นมาตั้งแต่ตอนนั้น

“ผมเป็นเด็กเนิร์ดๆ หน่อยที่สนใจหนังสือวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตำนาน Mythology และสิ่งลึกลับ ซึ่งไพ่ทาโรต์เป็นศาสตร์หนึ่งที่น่าค้นหา เป็นเหมือนวรรณกรรม เพราะไพ่แต่ละใบ แต่ละสำรับ มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราวของตัวเอง ไพ่ทุกใบจึงมีเรื่องเล่า”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

01

ไพ่ = Something

จากการได้ไพ่แถมฟรีมากับนิตยสาร นำไปสู่การสะสมและทำความเข้าใจไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ เพราะไพ่แต่ละชุดมีความงาม มีเอกลักษณ์ มีสิ่งที่ซ่อนมาแตกต่างกันออกไป เขาบอกกับเราว่านี่เป็นความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งของการสะสมไพ่ทาโรต์

“ตอนนี้มีไพ่เยอะมากครับ ทั้งไพ่ไทยและไพ่นอก ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้เป็นคนที่สะสมไพ่เยอะที่สุด ไม่ได้เป็นคนที่มีไพ่ราคาแรงที่สุด แต่ผมเลือกเก็บไพ่ที่มันเหมาะกับเรา”

ค.ศ. 2008 คือจุดเริ่มต้นการซื้อไพ่ทาโรต์ครั้งแรกของคุณภูมิ นอกเหนือจากไพ่ที่มักแถมมากับหนังสือคู่มือการอ่าน เขาคิดว่าการได้คลุกคลี จับต้องกับไพ่จริงๆ น่าจะส่งผลให้รู้จักไพ่ได้ดีกว่านี้ 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“ผมมองว่าไพ่ทาโรต์ ไพ่ทำนาย รวมถึงเครื่องมือการทำนายอย่างอื่นเป็นภาษา เหมือนกับภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารหรือถอดความจากไพ่ บางทีอาจเป็นพลังงานบางอย่างเหนือธรรมชาติซึ่งเราก็ไม่เข้าใจ คนอื่นอาจจะเรียกว่าเทพเจ้าหรือพระเจ้า แต่สำหรับผมแล้ว ผมเรียกมันว่า Something”

คุณภูมิอธิบายเพิ่มเติมว่า การสื่อสารกับอะไรสักอย่างที่เขาเรียกว่า Something เป็นเพียงการสอบถามในสิ่งที่ ‘เรา’ หรือมนุษย์หยั่งรู้ไม่ได้ด้วยตัวเอง เช่น อยากรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หรือคนที่คุยด้วยตอนนี้คิดอย่างไรกับเรา เพราะมนุษย์อ่านใจคนอื่นไม่ได้

จึงสอดคล้องกับไพ่ทาโรต์ที่บอกเรื่องราวจังหวะชีวิตของมนุษย์ผ่านหน้าไพ่ ยกตัวอย่างไพ่ทาโรต์ชุดคลาสสิก The Rider-Waite Tarot ชุดนี้ออกแบบมา 78 ใบ แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ 1)​ ไพ่ชุดใหญ่มีจำนวน 22 ใบ (Major Arcana) 2) ไพ่ชุดเล็กมีจำนวน 56 ใบ (Minor Arcana) ซึ่งไพ่แต่ละใบจะบ่งบอกเรื่องราวหรือองค์ประกอบสำคัญของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลง การเกิด การดับสูญ และการหยุดนิ่ง นี่จึงเป็นเสน่ห์ของไพ่ทาโรต์ มันคือความพยายามที่จะทำความเข้าใจหรือหยั่งรู้ถึงอนาคต

ยกตัวอย่างไพ่ชุดเล็ก ไพ่ไม้ (Wands) เป็นตัวแทนความคิดสร้างสรรค์หรือแพสชัน ถ้ามองในแง่พื้นฐานคือการพูดเรื่องการงาน ไพ่ถ้วย (Cups) เป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ใช้ดูความสัมพันธ์ของคน ไพ่ดาบ (Swords) เป็นเรื่องความคิดความอ่าน คำพูด บางคนก็จะมองว่าเป็นเรื่องปัญหา ไพ่เหรียญ (Pentacle / Coins) สื่อเรื่องวัตถุ สิ่งที่เป็นรูปธรรม ทรัพย์สมบัติ เงินทอง ความร่ำรวย

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เมื่อดูแบบนี้แล้ว ไพ่ทั้งหมดมีความหมายแทนตัวเองอยู่ การที่เราเปิดไพ่จึงเหมือนกับการอ่าน ราวกับว่าไพ่แต่ละใบเป็นองค์ประกอบของภาษา มีพยัญชนะ มีเสียงอ่าน มีรูป มีสัญญะ มีไวยากรณ์ ซึ่งไวยากรณ์ในที่นี้หมายถึงจังหวะและรูปแบบการวางไพ่ 

ยกตัวอย่างการวางไพ่ 5 ใบเพื่อเผาตัวเองในตอนแรก เป็นรูปแบบหนึ่งของไวยากรณ์และยังมีอีกหลายรูปแบบมาก บางคนนำไพ่มาวาง 10 ใบ (Celtic Cross) หรือไพ่บางสำรับคนสร้างก็ได้คิดไวยากรณ์เฉพาะของแต่ละไพ่ขึ้นมา ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์หรือการวางไพ่ประจำตำแหน่งแต่ละชุด (Spade) ดังนั้น การเปิดไพ่ในแต่ละครั้ง จึงเหมือนกับเรากำลังอ่านภาษาที่บรรจุมากับไพ่แต่ละใบ 

02

ไพ่ = ภาษา

แปลว่าไพ่แต่ละสำรับมีภาษาเป็นของตัวเองหรือเปล่า

“ใช่ แต่บางอันก็เป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาที่มีมาก่อนหน้า ยกตัวอย่างภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลี สังเกตไหมว่าคำบางคำคล้ายกัน เพราะมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินเหมือนกัน ไพ่ทาโรต์ก็มีรากฐานภาษามาจากไพ่ชุดคลาสสิก ซึ่งหลักๆ มีสามชุด ได้แก่ Rider-Waite’s, Tarot de Marseille และ Thoth สามชุดนี้เรียกได้ว่าเป็นสามเสาหลักแห่งไพ่ทาโรต์ได้เลย”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เราอดสงสัยไม่ได้ว่าการทำความเข้าใจภาษาถิ่นของไพ่แต่ละสำรับยากไหม เมื่อเหลือบไปเห็นภูเขาไพ่ทาโรต์ที่กองอยู่ข้างๆ คุณภูมิ นี่คือภาษาถิ่นที่นักดูไพ่ทาโรต์ต้องทำความเข้าใจ และจดจำองค์ประกอบของภาษาซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ด้วย เช่น Shuffle Tarot ไพ่สัญชาติไทยสังกัดสำนักพิมพ์ Destiny ก็มีวิธีการอ่านที่สลับซับซ้อนตรงข้ามความหมายไปมา หรือไพ่ Housing Tarot ของ California Rail Map ก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องสถานที่ด้วย 

 “แล้วแต่ไพ่แต่ละสำรับเลยครับ” คุณภูมิตอบพร้อมอธิบายต่อว่า เพราะไพ่แต่ละสำรับโฟกัสภาษาที่ต่างกัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เช่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีหลายระดับชั้น สังเกตได้จากสรรพนามหรือคำราชาศัพท์ที่ใช้ต่างกันไป ส่วนของพวกอินูอิต (Inuit) ก็มีคำเรียกหิมะหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับไพ่ที่มีจุดโฟกัสแตกต่างกัน หรือไพ่บางชุดจะให้ความสำคัญในเรื่องของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เป็นต้น 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“นอกจากการอ่านไพ่ที่เหมือนการแปลภาษาแล้ว ผมยังคิดว่าการอ่านไพ่ก็เหมือนกับการอ่านวรรณกรรม” นอกจากศาสตร์ในการตีความแล้ว คุณภูมิยังดึงวิธีคิดแบบอักษรศาสตร์มาใช้ร่วมกับการตีความอีกด้วย เพราะเขามีพื้นฐานมุมมองมาจากการเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

เขากล่าวต่อว่า ทฤษฎีการอ่านหรือการวิจารณ์วรรณคดีมีหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ใช่ทุกรูปแบบที่จะนำมาใช้กับหนังสือทุกเล่มได้ เฉกเช่นเดียวกับไพ่ที่วิธีการอ่านทุกรูปแบบใช้กับไพ่ทุกสำรับไม่ได้ บางชุดอาจตีความได้เลยตั้งแต่เห็นหน้าไพ่ การสัมผัสเห็นหน้าตัวละคร รับรู้ถึงความรู้สึก และตีความจากภาพได้ บางภาพอาจจะแทรกสัญลักษณ์ในเชิงโหราศาสตร์ สัญลักษณ์การเล่นแร่แปรธาตุเข้ามาด้วย เมื่อคิดอย่างนี้แล้วการสะสมไพ่ทาโรต์จึงสนุกขึ้นมากๆ เพราะต้องคอยทำความเข้าใจ และนี่คือสิ่งที่เขาได้มาจากการสะสมไพ่ทาโรต์นอกจากศาสตร์แห่งการทำนาย

03

Possible Future 

ทั้งสะสมไพ่ เรียนรู้ภาษาของไพ่แต่ละสำรับ แล้วส่วนตัวเขาเชื่อเรื่องการทำนายทายทักหรือเปล่า คำตอบของเขาทำให้เราเลิกคิ้วสงสัยนิดหน่อย

“ผมอยากเชื่อ” คุณภูมิขยายความว่า เขาอยากเชื่อว่ามีอะไรบางอย่างนอกเหนือไปจากสิ่งที่มนุษย์กำหนด และเชื่อสิ่งที่ไพ่สื่อสาร

“ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าบางสิ่งมันถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพราะยังเชื่อในเจตจำนงอิสระหรือ Free Will อยู่” เขาอ้างอิงวรรณกรรมเรื่อง ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน :The Alchemist เพื่อมาอธิบายให้เราเห็นภาพชัดเจน

“เรื่องนี้ตัวละครพูดถึงการทำนายของพระอัลเลาะห์ ว่าพระองค์ไม่ได้ต่อต้าน ปฏิเสธการทำนาย หรือการดูดวงอนาคต แต่การที่พระองค์ยอมให้ทำนาย เพราะมองว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ หากเป็นอนาคตหรือสิ่งที่เป็นมติจากสวรรค์ชัดเจน สิ่งเหล่านี้อ่านไม่ได้ผ่านการเปิดไพ่หรือดูดวง การดูดวงในตอนนี้จึงเป็นการ Possible Future ดูแนวโน้มว่าเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง เพราะการพยากรณ์มีสิ่งที่เรียกว่าการทำงานเชิงสถิติอยู่ จะพูดว่านี่คือสิ่งเร้นลับของไพ่ทาโรต์ ซึ่่งพยายามเอาชนะสิ่งที่เราไม่รู้ก็ได้” 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

คุณภูมิเล่าต่อว่า เมื่อเรามองไพ่ทาโรต์เป็นหนึ่งในภาษา สิ่งที่ได้ตามมาจึงเป็นมากกว่าการทำนายดวงชะตา เพราะเราหยิบจับภาษาเหล่านี้มาเล่าเรื่องต่างๆ และทำให้ไพ่ทาโรต์มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ไพ่ทาโรต์จึงเป็นมากกว่าของสะสมทั่วไป เพราะไพ่ช่วยส่งสารและดึงมุมมอง สติ แง่การใช้ชีวิตต่างๆ ของเขาได้ การทำนายจากไพ่ทาโรต์เหมือนการสะท้อนภาพปัจจุบัน และคาดเดาถึงอนาคตอันใกล้ที่เจ้าตัวเปลี่ยนแปลงได้

 “มีช่วงหนึ่งที่ผมพยายามทำความเข้าใจไพ่ ก็จะหยิบไพ่ประจำวันขึ้นมาทำนายว่าวันนี้เราจะเป็นอย่างไร ให้ความหมายอะไรบ้าง แล้วตอนเย็นก็กลับมาเทียบว่ามันเป็นอย่างที่ไพ่เขาทำนายหรือเปล่า เหมือนเป็นการพูดคุยกับตัวเอง”

04

ไพ่เราเผาเรื่อง

ไพ่เราเผาเรื่อง เป็นเพจที่นำไพ่ทาโรต์มาเล่าเรื่องต่างๆ ทั้งหนังสือ เกม เขียนรีวิว หรือวิจารณ์ จุดเริ่มต้นมาจากคุณภูมิสนใจอยากทำเพจคอนเทนต์รีวิว และอยากทำเพจที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ การรวมกันของ Passion ทั้งคู่กลายเป็นเพจที่พูดเรื่องการสะสมไพ่ทาโรต์ การเสพสื่อ การรีวิวผ่านภาษาของไพ่ ว่าไพ่แต่ละชุดจะเล่าหรือวิจารณ์สื่อเหล่านี้ออกมาในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นเผาบอกเล่าเกี่ยวกับ MV เพลง Lalisa, เผาเกม Popcat และภาพยนตร์เอนิเมชัน Raya and the Last Dragon

แล้วไพ่ให้มุมมองการเผาเรื่อง ต่างจากมุมมองทั่วไปที่เราประจักษ์หรือเปล่า

 “ไพ่ให้มุมมองความเป็นกลาง” เขายกตัวอย่างว่าตัวเองชอบเพลงของวงลาบานูนเพลงหนึ่งมาก แต่ไม่ชอบมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ จึงนำไพ่ทาโรต์มาเผาเล่าเรื่องว่ามองอย่างไร มีความเห็นอย่างไร เลยทำให้เห็นมุมมองที่กลางกว่า ถ้าพูดอีกทางก็คล้ายกับว่าการสะสมไพ่ทาโรต์ช่วยให้มองภาพในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือมุมมองเดิมที่อาจมีอคติ หรือมีส่วนไหนที่เราพลาดไป

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

ในสภาพสังคมที่รายล้อมไปด้วยความตึงเครียด และจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าพุ่งสูงขึ้นในทุกปี คุณภูมิบอกกับเราว่าไพ่ทาโรต์ก็เป็นเหมือนการพักผ่อนทางจิตใจ หลีกหนีความตึงเครียด ความกังวล หรือโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ การศึกษาภาษาของไพ่ ยังทำให้เห็นความพยายามของมนุษย์ที่อยากเอาชนะธรรมชาติ เพราะมนุษย์ควบคุมธรรมชาติไม่ได้ การดูดวงอาจเป็นหนึ่งในวิธีการเอาตัวรอด เพื่อพิชิตสิ่งที่มวลมนุษยชนไม่อาจเข้าใจ ‘อนาคต’ ได้

“ส่วนตัวผมมองว่าการสะสมก็เหมือนงานอดิเรกอย่างหนึ่ง เป็นการใช้เวลาในช่วงที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง เป็นช่วงที่ไม่ได้ทำงานหรือใช้ชีวิตท่ามกลางคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ”

06

สำรับสำคัญ

นี่คือไพ่ชุดพิเศษที่มีความหมายต่อนักสะสมไพ่มากที่สุด ขณะบอกเล่าเรื่องราวความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในไพ่แต่ละชุด เขาทิ้งท้ายกับเราว่า อนาคตก็อยากจะมีไพ่ทาโรต์ของตัวเองเหมือนกัน

01 Manga Tarot (2006)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบโดย : Riccardo Minetti

วาดโดย : Anna Lazzarini

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“เหตุผลที่เลือกไพ่สำรับนี้เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมและศึกษาไพ่ทาโร่อย่างจริงจัง เป็นการซื้อไพ่ที่นอกเหนือจากไพ่แถมมากับหนังสือคู่มือตำราสอน ความพิเศษของไพ่ชุดนี้คือการสลับเพศตัวละครของไพ่ ยกตัวอย่างหากตัวละครในไพ่จากชุดคลาสสิกเป็นผู้ชาย ไพ่สำรับนี้ก็จะเป็นผู้หญิง มีความเป็นเฟมินิสต์ เพราะตัวละครผู้หญิง Active มากกว่าตัวละครผู้ชาย 

“อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในไพ่ชุดนี้คือทุกใบมีสัญลักษณ์บ่งบอกถึงฤดูกาล 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งฤดูเหล่านี้นำมาประกอบการตีความ การทำนายได้ ซึ่งคนวาดไพ่ชุดนี้มีความละเอียดมาก สื่ออารมณ์ผ่านโทนสีของภาพได้อย่างชัดเจน”

“ที่เห็นไพ่ทาโร่ชุดนี้ จริงๆ ไม่ได้หน้าตาเป็นแบบนี้นะ ตอนซื้อมามันมีกรอบสีดำล้อมรอบรูป และมีชื่อไพ่เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสอยู่ด้วย แต่อันนี้ผ่านการ Deck Modification หรือว่าการโมไพ่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ฝรั่งมาก แต่คนไทยไม่นิยมทำกัน เรารู้สึกว่าภาพชุดนี้สวย แต่มันน่าเสียดายที่มันมีกรอบที่กักขังความงามของไพ่อยู่ ก็เลยตัดสินใจโมไพ่เองด้วยคัตเตอร์ และเอาปากกาเจลมาทาขอบสีดำ”

02 The Dark Mansion Tarot (2019)

ผู้ผลิต : Taroteca Studio

วาดโดย : Magdalena Kaczan

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นชุดที่เรียกแพสชันการสะสมของเรากลับมา เพราะมีช่วงหนึ่งที่ความสนใจของเราไปอยู่กับสิ่งอื่นมากกว่า แต่พอเห็นไพ่ชุดนี้ในอินเทอร์เน็ตก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องมี เพราะชอบสไตล์ลายเส้นมาก มีบางคนบอกว่าไพ่ชุดนี้คล้ายงานของ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ซึ่งส่วนตัวชอบงานของเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยสั่งไพ่ชุดนี้มา นี่จึงเป็นการซื้อของจากต่างประเทศครั้งแรกผ่าน Paypal”

03 Shuffle Tarot (2020)

ผู้ผลิต : Deckstiny

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ชุดนี้เป็นของ คุณเมท ทศวิวัศน์ เขาผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตพิมพ์ไพ่เมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุที่เลือกชุดนี้มีสามเหตุผลคือ หนึ่ง เป็นชุดแรกที่เปิดตัว เป็นการประกาศว่ามีแบรนด์ไทยนะ แม้ว่าจะเป็นไพ่อินดี้ ไม่ได้จำหน่ายในร้านหนังสือ แต่ก็เป็นที่รู้จักในออนไลน์อย่างมาก และต่างชาติก็สั่งเยอะ สอง มันชื่อว่าไพ่ Shuffle Tarot หมายถึงการสับเปลี่ยนไปมา อย่างภาพหน้ากล่องเป็นไพ่ The Fool แต่มันกลับมานั่งที่ของจักรพรรดิ หากเคยดูซีรีย์ What if…? ของดิสนีย์ก็จะอารมณ์คล้ายๆ กัน เป็นสถานการณ์โลกคู่ขนานแปลกๆ ที่ตัวละครกลับกันหมด เช่นไพ่ The Lover ก็เอา The Devil ขึ้นมาแทน และสาม ไพ่ชุดนี้แฟนให้เป็นของขวัญวันเกิด

“การสลับกันส่งผลต่อการอ่าน การที่ไพ่ The Lover ถูกแทนด้วย The Devil หมายความว่า เราแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือความรัก หรือมันเป็นแค่ความหลงใหล”

04 Housing Tarot

ผู้ผลิต : California Rail Map

วาดโดย : Alfred Twu

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ไพ่ชุดนี้เป็นชุดที่เล็งมานาน แต่ไม่มีโอกาสซื้อสักที เพราะเป็นไพ่ที่ขายเมืองนอกและไม่มีคนนำเข้า จนสุดท้ายเราสั่งซื้อเข้ามาเอง จุดเด่นของไพ่นี้คือสถานที่ แม้ว่าไพ่ทาโรต์จะมีพื้นฐานอ่านได้ว่าหมายถึงสถานที่แบบไหน แต่ไพ่ชุดนี้กลับทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ยกตัวอย่างไพ่ The Tower ที่หมายถึงการทลายโครงสร้างดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน คนวาดก็สื่อความหมายผ่านภาพการประท้วง ไพ่ชุดนี้จึงสนุก เพราะได้แสดงศักยภาพการตีความของมนุษย์อีกด้วย” 

05 The Mystery Tarot (2021)

ผู้ผลิต : Quarter Press

ออกแบบและวาดโดย : Chris Smith

ไพ่ที่สร้างจากการ์ตูน Disney เรื่อง Gravity Falls (2012 – 2014)

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นไพ่ที่วาดและสร้างมาจากการ์ตูนเรื่อง Gravity Falls ของดิสนีย์ ข้อดีของไพ่ชุดนี้คือ แม้ว่าเราไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถตีความได้ เพราะตัวละครทำท่าทางเหมือนไพ่ชุดคลาสสิก แต่หากเรารู้พื้นฐานของการ์ตูนไปด้วย จะทำให้ตีความไพ่ได้ดียิ่งขึ้น ที่เลือกสำรับนี้มาเพราะอยากบอกคนอื่นว่า เวลาจะใช้ไพ่ที่มีพื้นฐานมาจากการ์ตูนหรือมีเนื้อเรื่องมาแล้ว ควรศึกษาต้นฉบับและศึกษาตัวละครก่อน มันจะทำให้คุณตีความหมายของไพ่ได้ดีขึ้น” 

06 Decameron Tarot (2003)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบและวาดโดย : Giacinto Gaudenzi

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ใครมาเห็นอาจจะมองว่าไม่แปลกเท่าไหร่ แต่เรามองว่าแปลกมาก ตอนเห็นไพ่ชุดนี้ครั้งแรกตกใจเล็กน้อย (หัวเราะ) เพราะมันมีความ 18+ อย่างชัดเจน โจ่งครึ้ม ที่สร้างมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นท้าทายศีลธรรมเรื่อง The Decameron โดย Giovanni Boccaccio นักเขียนชาวอิตาเลียนสมัยศตวรรษที่ 14 งานเขียนนี้ก็จะพูดถึงเรื่องของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป ไม่สนใจกรอบขนบของศีลธรรมใดๆ รวมถึงเรื่องเพศที่ถูกโยนออกนอกประตูไปเลย ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจชอบ ได้แบบเต็มที่ ไพ่ที่ออกมาเลยไม่มีการเซ็นเซอร์ใดๆ

“เราจะเห็นเลยว่ามันโจ๋งครึ่มมาก ไม่มีการเซ็นเซอร์ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า ไพ่มันมาทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ แม้ว่าไพ่สำรับนี้ไม่ใช่ชุดแรกที่พูดถึงเรื่อง 18+ แต่ชุดอื่นที่เราเคยเห็นมันไม่ได้เห็นอวัยะ หรือฉากร่วมรักแบบอล่างฉ่างแบบนี้ จะออกแนวศิลปะนู้ดๆ มากกว่า ไม่ก็ปิดนั่นปิดนี่ แต่ไพ่นี้ไม่สน เปิดเลย (หัวเราะ) “

07 Food Fortunes (2016)

ผู้ผลิต : Chronicle Books

ออกแบบและวาดโดย : Josh LaFayette

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ผมมองว่าเป็นไพ่ที่แปลกมาก เขามีชื่อ ว่า Food Fortunes หลักๆ เป็นไพ่ธีมอาหารจากทั่วโลก เช่น อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารอินเดีย และอาหารกรีก ภาพหน้าไพ่เป็นแนว Parody RWS ไพ่ชุดใหญ่มียี่สิบสองใบ เป็นอาหารจำพวกของกินที่ขาดไม่ได้ ส่วนไพ่ชุดเล็กมีห้าสิบหกใบ จะแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสิบสี่ใบ แบ่งเป็นอาหารจานหลัก (Mains) เครื่องเคียง (Slides) ของหวาน (Sweet) และเครื่องดื่ม (Drinks)

“มีสินค้าของไทยอยู่ด้วยนะครับไพ่ชุดนี้” คุณภูมิพูดพร้อมกับหยิบไพ่รูปวาดซอสพริกศรีราชาออกมา และบอกกับเราว่าอยากนำเสนอใบนี้มากๆ ส่วนไพ่ที่เราเห็นอยู่ผ่านการโมตัดขอบเรียบร้อยแล้ว

 “มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่าไพ่ชุดนี้มีไว้สำหรับอะไร เพราะมันนำไปเทียบกับไพ่ทาโรต์ตัวหลักไม่ได้ คนที่นำไปใช้นอกจากสะสมแบบผมแล้ว เขาก็นำไปปรับใช้ เช่น เวลาออกไปกินข้าวกับลูกค้า กับหัวหน้า วันนี้ต้องกินอาหารประเทศไหน ถึงจะทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่น หรือเดทแรกควรไปกินอะไร”

08 จาตุมหาราชทาโรต์ (4 Heavenly Kings Tarot) (2011)

ผู้ผลิต : Line Art Planning

ออกแบบโดย : วิโรจน์ ตั้งฑัตสวัสดิ์ และ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

 “ไพ่ชุดนี้ที่เลือกมาเพราะไพ่อ้างอิงกับพระจตุมหาราชหรือจตุโลกบาล ตามความเชื่อของ ไตรภูมิพระร่วง ที่นำโครงสร้างจากไพ่ชุดพื้นฐานมาเชื่อมโยงกับจตุโลกบาลทั้งสี่แบบ จุดที่ทำให้สนใจจริงๆ คือหน้าไพ่ที่ออกแบบมาเหมือนกับจิตรกกรรมฝาผนัง ตรงโครงสร้างของไพ่อ้างอิงมาจากไพ่ชุดคลาสสิก แต่สำรับนี้เขาเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนสิ่งของต่างๆ ให้กลายเป็นภาพจิตรกรรมผนังแบบไทยๆ

“แล้วก็เช่นเคย ไพ่สำรับนี้แต่เดิมมันมีขอบอยู่ แต่ผ่านการโมเรียบร้อยแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกไม่ชอบที่เราโมตัดขอบออก เพราะจะส่งผลต่อราคาไพ่ได้ และบอกไม่ได้ว่าเป็นไพ่รุ่นไหน เนื่องจากมีหลายเวอร์ชัน แต่ละเวอร์ชันมีราคาแตกต่างกันไป เช่น เวอร์ชันที่ขอบเป็นทองแท้และขอบเงิน แต่ส่วนตัวเราไม่ชอบเลยตัดออก เพราะเป็นของสะสม ไม่คิดจะปล่อยต่ออยู่แล้ว เลยเลือกทำไพ่ในแบบที่เราชอบดีกว่า”

09 The Tarot of Loka (2014)

ผู้ผลิต : River Horse

ออกแบบโดย : Alessio Cavatore

วาดโดย : Pete Borlace

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ความแปลกของไพ่สำรับนี้คือ ปกติแล้วไพ่ทาโรต์เคยมีที่มาจากไพ่ป๊อก แต่ไพ่ชุดนี้กลับนำตัวเอกของไพ่ป๊อก เช่น แจ็ก แหม่ม คิง มาเป็นหน้าไพ่ และมีดอกต่างๆ ร่วมด้วย ที่สำคัญคือ ไพ่สำรับนี้ออกแบบมาให้มองกลับด้านได้

“ที่สำคัญคือ ไพ่ชุดนี้มีกติการของตัวเอง ใช้ทำนายได้ และนำไปเล่นเกมได้ ผู้ออกแบบไพ่ชุดนี้คือ Alessio Cavatore เป็นนักออกแบบคิดค้นบอร์ดเกมชื่อดังต่างๆ เช่น Warhammer และ King of War”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load