ผี [น.] สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็น แต่สามารถปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ หรือหมายถึงคนที่ตายไปแล้ว 

คุณมีความทรงจำกับผีแบบไหน 

ผีเป็นตัวแทนความมืดที่น่ากลัว เป็นสิ่งลี้ลับที่น่าค้นหา หรือคุณจดจำ ‘ผี’ เป็นความทรงจำวัยเด็กเหมือนกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนมากกว่า 50,000 เล่ม และการ์ตูนที่เขาสนใจมากที่สุด คือ ‘การ์ตูนผีเล่มละบาท’

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อะไรที่เป็นของเก่า ที่พาเรานึกย้อนไปในอดีตได้ เราก็สนใจอย่าง การ์ตูนผีเล่มละบาท เราเคยอ่านในวัยเด็กเพราะมันราคาถูก” ป๋าเอ็กซ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นการสะสมของเล่นในวัยเด็ก เช่น ตุ๊กตุ่นและตุ๊กตาทอยเส้น

 หมุดหมายของการถวิลหาอดีตในรูปแบบของ การ์ตูนผีเล่มละบาท ของป๋าเอ็กซ์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อไทม์แมชชีนแห่งเวลาพาเขาเดินทางจากมีนบุรี มุ่งสู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ นั่นทำให้เขาได้เจอกับ การ์ตูนผีเล่มละบาท อีกครั้ง

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
01

“เขาเรียกหนังสืออ่านฆ่าเวลานะ” ป๋าเอ็กซ์เปรยพร้อมกับเล่าความหลังระหว่างตัวเขาและ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท ระยะทางบนท้องถนนได้เชื่อมเขากับการ์ตูนผีเล่มละบาทเข้าด้วยกัน เพราะการเดินทางไปต่างจังหวัดในวัยเด็ก ไม่มีมือถือ ไม่มีแท็บเล็ต สิ่งที่อยู่กับเขาตลอดการเดินทาง คือการ์ตูนผีเล่มละบาท 

“หนังสือเหล่านี้มันเลยมีความทรงจำวัยเด็ก มักผุดเรื่องในอดีตของเราขึ้นมาเสมอ อดีตที่มีแต่ความสนุก และเมื่อถูกวาดเป็นการ์ตูน ก็ยิ่งทำให้เราจินตนาการว่าจะเจอเนื้อเรื่องแบบไหน จะเห็นบรรยากาศแบบใด มันทำให้เราเห็นว่า เฮ้ย เมื่อก่อนบ้านเป็นแบบนี้นะ ก่อนจะขึ้นบ้านต้องล้างเท้าก่อน นี่คือกลิ่นอายของอดีตที่หนังสือมอบให้กับเรา

ตอนเด็กไม่กลัวผีเหรอคะ-เราถามด้วยความสงสัย

“ตอนเด็กกลัว แต่เราก็อยากอ่าน เหมือนเวลาเราดูหนังผี บางทีก็ไปนั่งดูกับแม่หรือคลุมโปงดู มันมีความอยากรู้อยากเห็นว่าผีมีจริงไหม วันไหนอ่านหนังสือการ์ตูนผีแล้วเจอฉากน่ากลัว เราก็ค่อยกลับมาอ่านตอนกลางวันต่อ อ่านตอนไม่มืด เลยกลายเป็นความสนุกความเร้าใจ

“สมัยก่อนคนอ่านการ์ตูนเล่มละบาทเป็นพวกพ่อค้า แม่ค้า เอาไว้อ่านระหว่างขายของ เมื่อไม่มีลูกค้าก็เปิดอ่าน แต่พอลูกค้ามาก็เก็บไว้ใต้หาบ เพราะมันเป็นการ์ตูนราคาถูก เมื่อก่อนการ์ตูนญี่ปุ่นราคาแพงมากหากเทียบกับการ์ตูนเล่มละบาท แต่เป็นเรื่องที่สนุกนะ บางเรื่องเกี่ยวกับจักรๆ วงศ์ๆ บางเรื่องเป็นปาฏิหาริย์ ที่มาฮิตสุดๆ ช่วงหลังก็เป็นเรื่องผี จนตอนหลังเราเรียกกันว่าการ์ตูนผีแทน เพราะเป็นประเภทการ์ตูนที่ขายดีที่สุดในบรรดาการ์ตูนเล่มละบาท”

ด้วยความที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทส่วนมากมีความยาวเพียง 16 หน้า จึงแตกต่างจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ที่นักวาด นักเขียน จะค่อยๆ จินตนาการและคอยเก็บรายละเอียดการ์ตูนไปทีละเล่ม การ์ตูนผีเล่มละบาทพิเศษตรงที่ไม่ว่าเนื้อเรื่องคุณจะดำเนินมาอย่างไร แต่เมื่อถึงหน้า 16 ก็ต้องจบเรื่องผีนี้ให้ได้

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“บางทีนะ เนื้อเรื่องปูมาสนุกมาก เขียนมาอย่างดี แต่พอนักวาดหันมาดู อ้าวสิบห้าหน้าแล้ว ก็จบเลย จบแบบห้วนๆ จบแบบง่ายๆ (หัวเราะ) บางคนงงว่าจบแล้วหรือ นี่เป็นอีกเสน่ห์ของหนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อว่า ภายหลังเริ่มมีการเขียนการ์ตูนแบบภาคต่อหลายเล่ม แต่คนไม่นิยมมากนัก เพราะต้องรอเล่มต่อไปและต้องตามเก็บ บางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนหน้าเป็น 24 หน้า หรือ 32 หน้าแทน แต่มาตรฐานของหนังสือผีเล่มละบาทก็ยังคงเป็น 16 หน้า 

“แต่ผมชอบแบบหลายเล่มจบ เพราะมันต่อเนื่อง อ่านเพลิน และที่สำคัญคือ การตามหาให้ครบชุด บางทีเราเจอเล่ม 1 และเล่ม 3 เหมือนการเดินทางหาขุมทรัพย์ ต้องตามหาเล่มที่ 2 ให้เจอ มันเลยตื่นเต้นมากๆ ต้องคอยสอบถามแลกเปลี่ยนใครมีเล่มนี้บ้าง ฉันขาดเล่มนี้”

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
02

แรกเริ่มหนังสือการ์ตูนเล่มละบาทเกิดจากการพยายามใช้ประโยชน์จากเศษกระดาษที่เหลือในโรงพิมพ์ และนำไปขายด้วยราคา 1 บาท ทำให้หลายโรงพิมพ์ต้องหาวิธีลดต้นทุนการผลิตลง โดยหันไปจ้างนัดวาดหน้าใหม่แทนนักวาดมืออาชีพ เช่น นักเรียน นักศิลปะ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท จึงสร้างชื่อให้นักเขียนหน้าใหม่มากมาย บางเล่มใช้นักวาดมืออาชีพมาวาดแค่หน้าปก แต่ในเรื่องเป็นอีกคน เช่น หน้าปกโดย จุก เบี้ยวสกุล, เทพบุตร เขียนเรื่อง 

ป๋าเอ็กซ์อธิบายต่อว่า วิธีที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทจะดึงดูดคนซื้อผ่านหน้าปกได้มี 2 ทาง คือ หนึ่ง ต้องมีผี สอง ต้องมีผู้หญิงสวยและเซ็กซี่ เพื่อดึงดูดคนอ่านเพราะเปิดดูเนื้อหาก่อนซื้อหนังสือไม่ได้ 

แล้วป๋าเอ็กซ์มีเงื่อนไขในการเลือกสะสมหนังสือการ์ตูนหรือเปล่า 

“ผมเลือกเก็บหนังสือการ์ตูนตามนักเขียนคนโปรดก่อน แล้วก็หน้าปก 

“ถ้าสังเกตดีๆ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ จะวาดแนวตากลมๆ ตาสวยคิ้วหนา ผู้หญิงสวยมาก นี่คือแนวผีสไตล์เขา เวลาเห็นแค่หน้าปกก็จะรู้ทันทีว่านี่เป็นเรื่องของแก แต่ต้องสังเกตนะ บางทีอีกคนวาดรูปข้างใน แต่ปกเป็นของอาจารย์ชาตรี อีกคนที่ชอบคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย คนนี้เขาจะชอบวาดแนวอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ก็วาดได้ ผมมีประมาณสี่ถึงห้าร้อยเล่ม” 

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

อ่านทุกเล่มไหมคะ-เราถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะหนังสือการ์ตูนราว 50,000 เล่ม ถูกเก็บและบรรจุ แยกประเภทนักวาดไว้อย่างดี 

“แรกๆ อ่านทุกเล่ม เพราะเมื่อก่อนได้มาทีห้าเล่ม สิบเล่ม ก็เปิดอ่านได้ แต่ตอนนี้มันเรียกพวกมาเรื่อยๆ ไม่มีเวลาอ่านแล้ว เลยหันมาดูลายเส้นเป็นหลัก คือเราหลงรักปกมัน แค่เห็นก็รู้แล้วว่าราคาเกินคำว่าหนึ่งบาทมาก มันเป็นงานฝีมือ เป็นงานศิลปะ”

แม้การ์ตูนผีจะมีบทบาทตัวละครผีหน้าเดิมๆ เช่น ผีกระสือ ผีกระหัง ผีตานี ผีเปรต และผีหัวขาด แต่รายละเอียดเนื้อเรื่อง เกร็ด การวาดของแต่ละเล่มต่างกันแน่นอน ป๋าเอ็กซ์ยกตัวอย่างให้เราฟังว่า บางเรื่องแต่งให้ผีกระสือกินไส้คน บางเรื่องกินวัว จนไปถึงกินขี้ก็มี ซึ่งสิ่งนี้เป็นจินตนาการของผู้เขียนที่ผู้อ่านไม่สามารถคาดเดาได้ 

จากที่อ่านมา เคยเจอผีแปลกๆ บ้างไหม

“มี (หัวเราะ) มันจะมีชื่อผีแบบแปลกๆ แบบคำผวน เช่น ผีจับหัว ผีกระชากหัว ชื่อที่เห็นแล้วทะลึ่ง จะช่วยเรียกลูกค้านะ”

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
03

จากการเริ่มสะสมตามหาอดีตส่วนตัว กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดกว้างแบ่งปันความคิดถึงวัยเด็ก สู่การเปิดร้าน ATAKITO’S SHOP ขายของสะสม รวมไปถึงการจัดกิจกรรมแสดงผลงานตามห้างสรรพสินค้า ทำให้ป๋าเอ็กซ์ได้มีโอกาสพบเจอนักวาดที่ชื่นชอบ ผ่านการสัมภาษณ์มุมมองนักเก็บและนักวาด โดยคนแรกที่เจอคือ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ 

“ตอนครั้งแรกที่เจอกันดีใจมาก เราได้เจอนักเขียนคนโปรด ในขณะที่เขาก็ดีใจที่มีคนชื่นชอบผลงาน มีคนเก็บผลงานเขามากมาย ขนาดเขาเองยังเก็บผลงานตัวเองไม่กี่เล่ม แต่เราดันมีหลายพันเล่ม” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อด้วยความตื่นเต้นว่า นักวาดคนโปรดที่เขาเจอคนต่อมาคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย เมื่อถ่ายรายการเสร็จจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และพบว่าขณะนี้โรงพิมพ์ไม่รับพิมพ์การ์ตูนแบบเดิมแล้ว ส่งผลให้นักวาดการ์ตูนคนโปรดต้องหยุดการวาดไปโดยปริยาย เพราะถนัดการวาดมือมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

 “วาดการ์ตูนให้หน่อย” สั้นและเรียบง่าย นี่คือคำพูดของป๋าเอ็กซ์หลังเดินทางไปบ้านนักเขียนที่เขาชื่นชอบ โดยให้อาจารย์โต้ดเริ่มวาดการ์ตูนในแบบที่เขาชอบและใฝ่ฝันอยากจะมี ต้นฉบับเรื่อง จอมคาถาธุดงค์ จึงเกิดขึ้น 

“ผมบอกให้อาจารย์วาดมาก่อนตอนหนึ่ง เรื่องไสยศาสตร์ เรื่องภูติผี พอวาดเสร็จหนึ่งตอน แกบอกว่า ‘พี่อยากวาดต่อ’ ผมเลยให้แกวาดต่อ พอถึงภาคที่สาม ดันมีหน้า มีชื่อผมเข้าไปเป็นตัวประกอบด้วย เฮ้ย เราชอบการ์ตูน เราสะสมการ์ตูน แต่นี่มีตัวเองเข้ามาเล่นด้วย และที่สำคัญ นักเขียนที่เราชื่นชอบวาดให้เรา มันเจ๋งมาก เราเลยนำตอนเหล่านั้นมารวมเล่ม” 

จากต้นฉบับวาดมือสู่การรวมเล่มด้วยตัวเอง ป๋าเอ็กซ์เริ่มต้นจากการนำต้นฉบับเหล่านี้มาถ่ายเอกสาร ตัดขอบกระดาษ และเย็บเล่มเอง ภายหลังการลองลงมือทำ พบว่าค่าถ่ายเอกสารแบบสีแพงกว่าการส่งโรงพิมพ์ จึงตัดสินใจส่งโรงพิมพ์เพื่อแจกเป็นเล่มสูจิบัตร

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

“ลองเอามือลูบดูสิ นี่เรียกว่าการแปะสกรีนโทน คือวิธีการตัดและนำกาวแปะ หลังจากนั้นนำสีมาระบายทับ ซึ่งต้นฉบับจะวาดในกระดาษขนาดเอสี่ แล้วโรงพิมพ์จะนำไปย่อให้มีขนาดเท่ากับหนังสือการ์ตูนที่เราเห็น เลยส่งผลให้ภาพมีความคมชัด มีมิตินูนๆ ขึ้นมา” ป๋าเอ็กซ์พูดพร้อมกับยื่นต้นฉบับหนังสือการ์ตูนให้เราสัมผัส

ภายหลังการรวมเล่มงานอาจารย์โต้ด ป๋าเอ็กซ์ได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนการ์ตูน หนังสือการ์ตูน หุ่นพลังเวทย์ จึงเกิดขึ้น ที่เขียนเรื่องโดยป๋าเอ็กซ์ และวาดภาพโดยโต้ด โกสุมพิสัย

“หลังๆ เพื่อนมาเห็นหน้าเราในหนังสือการ์ตูน ก็บอกว่าอยากอยู่ในหนังสือบ้าง เราเลยจับเพื่อน จับคนรู้จัก เข้ามาเล่นด้วย แต่เราเป็นพระเอกนะ (หัวเราะ) อย่างเช่นพล่ากุ้งก็มาโผล่ในเรื่องนี้”

04

ถ้าให้เลือกหนังสือการ์ตูนที่เราชอบมากที่สุดมา 5 เรื่องจะมีเรื่องอะไรบ้าง

ป๋าเอ็กซ์เดินนำเราไปยังกรุสมบัติ ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาทอยเส้น จัดเรียงรายเต็มผนัง เขาย้ำกับเราว่า “ที่เห็นเรียงรายอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีไว้ขายนะ มีไว้เก็บอย่างเดียว”

เพียงชั่วครู่เท่านั้น ป๋าเอ็กซ์เลือกหนังสือที่ติดตรึงในความทรงจำและมีค่ากับเขามากที่สุดจำนวน 5 เล่มจากชั้นที่มีหนังสือการ์ตูนวางอัดแน่นซ้อนทับกันอยู่หลายหมื่นเล่ม

01 ประตูผี

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“หากถามว่าทำไมถึงเลือกเล่มนี้ มันเป็นเรื่องผีที่หายากมาก เพราะมีถึงสิบเล่ม ที่พิเศษคือ ราชันย์เป็นคนวาดหน้าปก สังเกตดูนะ เขาวาดสวยมาก เป็นแนวผีแบบแปลกๆ คนส่วนมากสะสมไม่ครบกัน ผมใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะตามหาจนครบสิบเล่ม บางทีเจอหนึ่งเล่มแต่ปนกับที่เขาขายยกชุด เราก็ต้องเหมามาทั้งหมด”

02 ฉลากแผงการ์ตูน

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อันนี้ที่ชอบเพราะสมัยก่อนเราไปร้านขายของเล่น มันจะมีฉลากของเล่น ฉลากเหล้าเบียร์ ฉลากบุหรี่ เต็มไปหมด แต่นี่เป็นฉลากหนังสือการ์ตูน แล้วมันเรียงเลขครบนะ 1 2 3 4 5 6 7 เป็นแนวและฉลากมีสภาพดีมาก ยังไม่ได้ใช้แผงหนึ่งราคาเกือบสองพัน แต่ผมก็ต้องซื้อเพราะมาสภาพเดิม ของที่หายากคือของที่เก็บและมีสภาพดี เลยชื่นชอบมากๆ”

03 เมียงู

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“นี่เป็นหนังสือการ์ตูนผีที่ชอบในวัยเด็ก ชาตรี สังวรศิลป์ นักวาดที่ผมชื่นชอบเป็นคนวาด เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่หนีมาอยู่กับผู้ชาย แต่ปรากฏว่าผู้หญิงเป็นงู พอตกกลางคืนก็ออกหากิน สุดท้ายโดนตีตาย การ์ตูนผีเล่มละบาทมันก็จบสั้นๆ แบบนี้แหละ แต่อีกเหตุผลที่ชื่นชอบคือ เราบังเอิญไปเจอคนขายต้นฉบับหน้าปกนี้ในเว็บซึ่งเป็นของหายาก เราจึงมีทั้งหนังสือและต้นฉบับ”

04 ต้นฉบับการ์ตูนของ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“ผมไปงานนิทรรศการที่อาจารย์จัด แล้วอาจารย์ก็ถามผมว่ามีต้นฉบับเก็บไว้ สนใจไหม ผมรีบตอบเลยว่าสนใจ ทำไมจะไม่สนใจ มีหนังสือไม่พอยังมีต้นฉบับอีก เพราะต้นฉบับเป็นสิ่งที่หายากมากๆ และสวยมาก สังเกตดูนะว่าแกจะวาดผู้หญิงอึ๋มๆ หน่อย”

05 หุ่นพลังเวทย์ เรื่องโดย ป๋าเอ็กซ์ ภาพโดย โต้ด โกสุมพิสัย

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“เล่มนี้ผมชอบมาก เพราะนักเขียนในดวงใจที่เราชื่นชอบเป็นคนวาดและมีเราไปร่วมแสดง ร่วมแต่งด้วย เป็นเรื่องราวการออกผจญภัยไปเจอภูตผีปีศาจ นอกจากนี้ ผมยังให้อาจารย์ปั้นเปเปอร์มาเช่ตัวละครในหนังสือการ์ตูน เพื่อเอามาจัดบูทนำเอาหนังสือไปวางขายด้วย ตอนนี้เลยเหมือนเป็นการต่อยอดจากความชอบเรา 

“จากที่เราสนุกๆ ชอบสะสม และช่วยให้นักเขียนคนโปรดมีงานทำ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสร้างรายได้จนเป็นธุรกิจ เพราะผมนำผลงานของอาจารย์ไปจัดแสดงในร้าน ไปออกรายการบ้าง ตอนนี้มีทั้งคนไทยและต่างชาติสนใจซื้อผลงาน หรือให้อาจารย์ออกแบบวาดรูปผีให้ นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนำภาพวาดมาทำเสื้อ ทำกระเป๋าลายรวมผี หรือใครอยากมีหนังสือการ์ตูนที่มีตัวเองเป็นนักแสดงก็ติดต่อผมได้ ตอนนี้ก็เหมือนผมเป็นบรรณาธิการ อาจารย์เป็นคนวาด 

“ใครจะไปเชื่อว่าจากการสะสมด้วยใจรัก สุดท้ายมันสามารถต่อลมหายใจการ์ตูนผีได้มากขนาดนี้”

Writer

Avatar

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

Avatar

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

นี่คือภาคต่อจากบทสัมภาษณ์ ฮั่น หรือ Lee Hyunkyung สาวเกาหลีผู้หลงรักเครื่องเขียนทุกอย่างบนโลก จนเธอมีโอกาสย้ายมาอยู่ประเทศไทย เพื่อนคนแรกของเธอที่นี่คือร้านเครื่องเขียน เธอตระเวนเข้า-ออกร้านเครื่องเขียนทั่วประเทศไทย จนเลือก 20 ร้านที่ชอบและเขียนเป็นหนังสือออกมา 1 เล่ม ชื่อว่า ร้านเครื่องเขียนไทย (태국문방구) ตีพิมพ์เป็นภาษาเกาหลี และขายดีมากที่ประเทศบ้านเกิด

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ก่อนจะนั่งสนทนาภาษาคนรักเครื่องเขียน (ฮั่นยินดีถามตอบกับเราเป็นภาษาไทย) เรามอบของสะสมหนึ่งชิ้นให้เธอ เป็นแผ่นลอกอักษรภาษาไทยที่ฟอนต์คล้ายคลึงกับฟอนต์บนปกหนังสือเล่มแรกของเธอ เราเก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน ขอย้อนถึงเหตุการณ์สักนิด ตอนเช้าอาจารย์พิเศษบรรยายหัวข้อ Letterpress อย่างสนุก พร้อมชี้พิกัดร้านเครื่องเขียนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ยังขายแผ่นลอกอักษร บ่ายคล้อย นักศึกษารวมกลุ่มกันซ้อนรถมอเตอร์ไซต์ตามหาแผ่นลอกอักษร เราเลือกมาหลายแผ่น และหนึ่งในนั้นตกอยู่ในกรุเครื่องเขียนของฮั่นเรียบร้อย 

ฮั่นเริ่มสะสมเครื่องเขียนมาตั้งแต่ 8-9 ขวบ เธอแวะเวียนเข้าร้านเครื่องเขียนข้างโรงเรียนบ่อยที่สุด เธอเล่าให้ฟังว่ามีครั้งหนึ่งไปเดินร้านเครื่องเขียนในนิวยอร์ก ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการเลือกของ รอบแรกเธอสำรวจภาพรวมสินค้า รอบสองพินิจจริงจังว่าชิ้นไหนถูกตาต้องใจจะพากลับบ้าน และวันรุ่งขึ้นเธอก็กลับมายังร้านเดิม

เธอกระซิบว่าเสียทรัพย์ให้กับร้านเครื่องเขียนไปกว่า 20,000 บาท

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

แม้วัยเด็กเธอยังไม่รู้จักคำว่า ‘นักสะสม’ แต่เธอก็เข้าใจคำนี้อย่างลึกซึ้งตอนเรียนมหาลัย

“ตอนเด็ก ๆ ฮั่นชอบเก็บเครื่องเขียนค่ะ พอคุยกับเพื่อนมหาลัยถึงรู้ว่าหลายคนเป็นนักสะสม สะสมไม่เหมือนกัน ฮั่นชอบเครื่องเขียนก็สะสมเครื่องเขียน บางคนสะสมแผ่นเสียง การสะสมทำให้ฮั่นมีความสุข

“จริง ๆ ตอนย้ายมาอยู่ไทย ของไม่เยอะค่ะ เสื้อผ้าฮั่นน้อยมากแต่เครื่องเขียนเยอะมาก ฮั่นคิดว่าเครื่องเขียนที่ฮั่นสะสมมาทั้งหมด ถ้าคิดเป็นเงินน่าจะซื้อรถเบนซ์ได้หนึ่งคัน” เธอเล่าด้วยเสียงหัวเราะ

เธอมีของสะสมเยอะจนคุณพ่อคุณแม่แซวว่า “ทำไมไม่เปิดร้านเครื่องเขียนไปซะเลย”

ไม่เกินจริง เธอบอกว่ามีแพลนจะเปิดร้านเครื่องเขียนในไทยด้วย! 

ร้านเครื่องเขียนในอุดมคติที่ว่า จะเป็นร้านที่คัดสรรเครื่องเขียนจากทั่วโลกมาขาย เพียงคุณเดินเข้ามาบอกความต้องการ ฮั่นจะเลือกสินค้าให้ตรงใจคุณ พร้อมเล่าเรื่องราวและคำแนะนำอย่างคนรู้จริง 

เราแซวเธอว่า ฮั่นไม่ได้แค่ชอบเครื่องเขียน แต่ฮั่นรักเครื่องเขียนไปแล้ว 

“สิบกว่าปีที่แล้ว ฮั่นไปเที่ยว พกเครื่องเขียนไปเยอะ แล้วดันเกิดอุบัติเหตุรถชน ฮั่นไม่เชคคนข้าง ๆ ก่อน ฮั่นเชคเครื่องเขียนที่เอาไปด้วยก่อน เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่ารักเครื่องเขียนจริง ๆ ค่ะ” เธออมยิ้ม

ไม่ลวดลายลีลาเยอะ ขอเผยโฉมหน้า 10 เครื่องเขียนที่ฮั่นภูมิในจำเสนอ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ที่คั่นหนังสือจากหอยมุก เป็นสินค้าทำมือจากดีไซเนอร์และช่างฝีมือประเทศเกาหลี เธอซื้อมาจาก Dongdaemun Design Plaza เป็นพิพิธภัณฑ์ในกรุงโซล เธอว่ามันสวยดี ซื้อมานับ 10 ชิ้นเพื่อเป็นของขวัญให้เพื่อน และฮั่นบอกว่า ถ้านึกถึงสินค้าทำมือของเกาหลีใต้ ก็ต้องเจ้าหอยมุกแกะสลักนี่แหละ

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

‘เรียบง่าย คุ้มค่า เขียนสบาย แพ็กเกจจิงสวย’ ฮั่นนิยามดินสอตราม้ากล่องเหลืองอ๋อยที่นักเรียนไทยคุ้นตา และนี่เป็นเครื่องเขียนไทยชิ้นแรกที่เธอสะสม ฮั่นชอบดินสอมากกว่าปากกา เพราะเธอเป็นดีไซเนอร์ ดรออิ้งด้วยดินสอลบง่ายกว่า และเธอมักซื้อดินสอตราม้าไปฝากเพื่อนเกาหลี คนที่นั่นชอบมาก มีครั้งหนึ่งเธอซื้อดินสอตราม้าเยอะมาก จนเจ้าหน้าที่สนามบินเห็นความผิดปกติจากเครื่องเอกซเรย์ เลยขอตรวจสอบอย่างละเอียด (ฮา) 

นอกจากดินสอแบรนด์ไทย ฮั่นก็สะสมแบรนด์ต่างประเทศด้วย อย่างกล่องสีเหลืองตรงนั้น เป็นดินสอวินเทจจากประเทศเยอรมนี เธอซื้อมาจาก Flea Market เดนมาร์ก

เธอซื้อมา 2 กล่อง กล่องหนึ่งใช้ กล่องหนึ่งเก็บ และดินสอทุกกล่อง ฮั่นใส่ซองกันชื้นไว้ด้วยเสมอ เพราะประเทศไทยฝนตกทีอากาศชื้น ป้องกันดินสอและไส้ดินสอแตก-หัก-เปราะ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือปากกาแก้วพร้อมน้ำหมึกจากประเทศญี่ปุ่น ฮั่นว่าการเขียนเป็นการผ่อนคลายจากความเครียดและงานหนัก เธอจะเขียนครั้งละ 1 – 2 ชั่วโมง เธอชอบความหมายของเพลง วาฬเกยตื้น เลยค้นหาเนื้อเพลงภาษาไทยแล้วเขียนตาม เป็นกิจกรรมบำบัด แถมเรียนภาษาไทยไปด้วยในตัว

“ถ้าเหนื่อย บางคนไปกิน บางคนไปดูหนัง บางคนไปออกกำลังกาย แต่ฮั่นเขียน

“ฮั่นเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาเกาหลี เขียนแล้วสบายใจดีค่ะ” เธอว่าอย่างนั้น

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือแรร์ไอเทมจากร้านนานมี สาขาเจริญกรุง 

“ฮั่นชอบยี่ห้อตราม้ามาก ๆ ค่ะ เจ้าของร้านบอกว่า นี่เป็นกล่องสุดท้ายของร้าน มีอายุ 40 ปีกว่า ๆ เขาเลยลดราคาให้ด้วย จาก 800 เหลือ 500 บาท ฮั่นชอบไม้ กล่องนี้น้ำหนักเบา เก็บของได้เยอะ แบ่งช่องได้ด้วย เวลาฮั่นไปต่างจังหวัด ก็จะเอาเครื่องเขียนใส่กล่องนี้ไปด้วย หิ้วไปเลย”

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ฮั่นสะสม Marking Tape เธอมีหลายลวดลายจากหลากประเทศ ที่ชอบเป็นพิเศษคือ ลายผัดไทย ซื้อจากมิวเซียมสยาม เป็นผลิตภัณฑ์ของศิลปินไทย จริง ๆ มีลายข้าวเหนียวมะม่วงด้วย เธอชอบมาก ใช้หมดใน 2 สัปดาห์

“อยากซื้ออีกค่ะ แต่ไม่มีแล้ว เสียใจมาก ๆ เพราะฮั่นชอบกินข้าวเหนียวมะม่วง” – เธอเล่าเสียงเศร้า

ลายที่เธอหยิบมาอวดมีทั้งยันต์ไทย น้องมะม่วง แพ็กแมน ฯลฯ เธอบอกว่าใช้มาร์กกิงเทปคู่กับการจดบันทึกแล้วสนุกดี หน้าสมุดดูน่ารักขึ้น และบอกอารมณ์ความรู้สึกของวันนั้น ๆ ได้ด้วย

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

อุปกรณ์เขียน Round Hand รวมหัวปากกา 10 หัว ในกล่องไม้ เป็นรุ่นเฉลิมฉลองจากแบรนด์ Manuscript ประเทศอังกฤษ ฮั่นได้มากจากร้านเครื่องเขียนในประเทศเกาหลี เธอบอกว่าชอบหยิบมาเขียน Calligraphy 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

แท่นวางปากกาจากร้าน Blackheart Pencil ประเทศเกาหลี เธอบอกว่าเจ้าของร้านมอบให้เป็นของขวัญ ซึ่งเราชวนฮั่นเป็นล่ามเกาหลีแปลไทย มาร่วมวงสนทนาสัมภาษณ์เจ้าของ Blackheart Pencil (กดอ่านได้นะ) ความพิเศษของ Blackheart Pencil คือ ร้านเครื่องเขียนที่ขายเฉพาะดินสอ โดยการคัดสรรดินสอวินเทจจากรอบโลก และผลิตดินสอแท่งจิ๋วของตัวเองด้วย ที่สำคัญ 2 เพื่อนซี้ที่เป็นเจ้าของร้านก็เนิร์ดเรื่องดินสอสุด ๆ ไม่ว่าหยิบแท่งไหนขึ้นมา เธอทั้งสองก็บรรยายประวัติศาสตร์ฉบับย่อส่วนและความดีงามของมันได้คล่องปร๋อ 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

ฮั่นเปิดกรุปากกาแบรนด์ Kaweco จากเยอรมนี ให้เราชม เธอมีหลายด้าม หลายสี ฮั่นบอกว่านี่คือสิ่งที่เธอพกทุกวัน การเลือกสีปากกาติดตัวออกจากบ้านขึ้นอยู่กับอารมณ์ ไม่มีเหตุผลตายตัว

ส่วนซองหนังทำมือใส่ปากกา Kaweco เป็นแบรนด์จากประเทศตรุกี ชื่อ Galen Leather Co. ก่อตั้งในอิสตันบูล แบรนด์นี้น่าสนใจตรงที่หญิงสาวผู้ก่อตั้งป่วยเป็นโรคมะเร็งศีรษะและคอ (ชนิดหายาก) ผลพวงของโรคและการรักษาทำให้เธอพูดไม่ได้ราว 1 ปี เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสุดยอดเซลล์อย่างเธอ ทำให้เธอมองหาอาชีพใหม่ที่ทำงานโดยไม่ต้องพูด เธอเล็งหาช่างฝีมือและงานหนังเพื่อผลิตสินค้าของตัวเอง งานนี้เธอพูดคุยกับลูกค้าผ่านอีเมล จนตั้งแบรนด์ในปี 2012 แบรนด์ Galen Leather Co. ได้รับการตอบรับดีมาก ขยายกิจการ และผลิตสินค้าเอง ด้วยการเรียนรู้การทำเครื่องหนังกับปรมาจารย์ในพื้นที่ ท้ายที่สุด หญิงแกร่งเจ้าของแบรนด์ก็เสียชีวิตอย่างสงบในปี 2019 แต่แบรนด์เครื่องหนังทำมือยังเดินหน้าส่งต่อความตั้งใจของเธอโดยสามีและน้องชาย

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

การเขียนเป็นงานอดิเรกที่ฮั่นชอบ แล้วจะขาดสมุดไปได้อย่างไร เหล่านี้คือโฉมหน้าสมุดบันทึกของฮั่น เธอถูกใจสมุดจาก Zequenz เป็นพิเศษ นี่คือสมุดทำมือแบรนด์ไทย เปิดกางสมุดได้ 360 องศา

ฮั่นบอกว่าเธอพกสมุดแบรนด์นี้ไปด้วยทุกที่ เพราะขนาดกะทัดรัด สีสวย กระดาษดี เขียนลื่น และเธอยังชอบห่อเป็นของขวัญไปฝากเพื่อนชาวเกาหลีหลายสิบเล่ม ยังมีสมุดบันทึกจากเกาหลี ญี่ปุ่น (แบรนด์ MIDORI) ที่เธอหยิบมาอวดโฉม และสมุดเย็บมือ ที่ฮั่นไปเรียนเย็บสมุดกับ ดิบดี สตูดิโอ ถึง 3 วัน และเย็บสมุดรวม 10 เล่ม

เหตุที่เธอมีสมุดบันทึกหลายเล่ม เพราะชอบบันทึก ยิ่งบันทึกเยอะ ยิ่งหมดไว เลยจำเป็นต้องซื้อบ่อย 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

นี่คือสิ่งที่สนุกที่สุด ทันทีที่เราเห็นเธอหอบบรรดาเครื่องเขียนมาวางบนโต๊ะ สติกเกอร์โคตรไทยทำตาเราเป็นประกาย ฮั่นเริ่มต้นจากสะสมสติกเกอร์อักษรไทยก่อน ตามมาด้วยตัวเลขไทย แล้วขยับเป็นสติกเกอร์หลากหลายแบบ มาจากทุกสารทิศทั่วไทย ทั้งสติกเกอร์งานอีเวนต์ สติกเกอร์ผัดไทยทิพย์สมัย สติกเกอร์จุฬา ฯลฯ 

ฮั่นชอบสติกเกอร์เด็กใส่ชุดไทยยกมือสวัสดีที่สุด เธอได้มาจากรถขายสติกเกอร์ 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
ฮั่นไม่เคยคิดถึงวันที่โลกใบนี้ไม่มีเครื่องเขียน เครื่องเขียนคือเพื่อนที่สำคัญที่สุดในชีวิต

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load