17 Nov 2017
2 PAGES
1 K

เคยฟังเพลงแล้วภาพบรรยากาศเก่าๆ ย้อนกลับมาให้หวนคิดถึงครั้งแรกที่ได้ฟังมั้ย?

หลายครั้งเมื่อเพลงเพลงเดิมดังขึ้น และต่อให้เราอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้ เพลงเพลงนั้นจะพาความรู้สึกเก่าๆ หวนกลับมาให้เราได้มองย้อนกลับไปในอดีตเสมอ ราวกับเนื้อร้องและเมโลดี้ได้ฝังความรู้สึกและสร้างความทรงจำร่วมไปกับเพลงไปแล้ว

บางคนอาจจะมีเพลงที่เคยฟังกับคนรักจนเพลงเพลงนั้นได้กลายเป็นเพลงระหว่างคนสองคน ที่ถึงแม้คนสองคนอาจจะไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ แต่ทุกครั้งที่เพลงเพลงเดิมบังเอิญดังขึ้นที่ไหนสักแห่ง ความทรงจำเก่าๆ ก็พร้อมจะย้อนกลับมาให้เราได้หวนกลับไปในบรรยากาศเดิมๆ เสมอ

นิวยอร์ก

ที่ริมกระจกบานใหญ่ มองออกไปเห็นสี่แยกไฟแดงที่มีผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ เรากำลังนั่งอยู่ชั้นสองของซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในนิวยอร์ก ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีร้านอาหารเล็กๆ อยู่ด้านล่าง มีกาแฟ ของทานเล่น และผลไม้ ให้เลือกอยู่ประมาณหนึ่ง มีโต๊ะตัวยาวประมาณ 3 ตัวให้นำอาหารที่ซื้อจากด้านล่างขึ้นมากินชั้นบน ความน่ารักของร้านเล็กๆ แห่งนี้ที่นอกจากราคาอาหารที่เป็นกันเอง (กับเรา) แล้ว คือห้องน้ำสะอาด เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้มากนัก และถ้าจะใช้ก็ต้องลงไปขอกุญแจจากพนักงานขายด้านล่าง ด้วยเหตุนี้ห้องน้ำที่นี่จึงสะอาดมาก

ถ้าเดินออกไปหน้าร้านจะเต็มไปด้วยดอกไม้หลากชนิดที่รอให้คนมาพากลับบ้าน ช่วงเวลาที่เราอยู่นิวยอร์กเป็นช่วงฤดูหนาว โซนดอกไม้เลยไม่สดใสเท่าไหร่ แต่ถึงดอกไม้จะยังมีไม่มากนักก็ทำให้ร้านน่ารักและสดชื่นขึ้นเป็นกอง เราบอกกับตัวเองทุกครั้งเวลาที่ตั้งใจจะมาที่นี่ว่ากำลังกลับไป ‘ฐานลับ’ เพราะทุกครั้งที่มานั่งที่นี่ ความรู้สึกมันเต็มไปด้วยความอุ่นใจ ปลอดภัย รู้สึกสงบ และเราเชื่อว่าจะมีแค่เราคนเดียวเท่านั้นที่รู้สึกแบบนี้

นิวยอร์ก

เรามักหลบจากความวุ่นวายในมหานครที่ไม่เคยหลับแห่งนี้มานั่งอยู่เงียบๆ คนเดียวเป็นประจำ บ้างก็มานั่งอ่านหนังสือหลังเลิกเรียน บ้างก็มาหาอะไรกินก่อนไปฟิตเนส และมีอยู่หลายครั้งที่แค่อยากมานั่งฟังเพลงและมองคนเดินผ่านไปมาตรงสี่แยกไฟแดง แล้วปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อย

เพลง Supermarket Flowers ของ Ed Sheeran ถูกนำมาประกอบเป็นเพลงแบ็กกราวนด์ทุกครั้งเวลามานั่งที่ ‘ฐานลับ’ ถ้าเปรียบเป็นฉากในหนังสักเรื่อง เพลงนี้ก็จะขึ้นมาทุกครั้งที่ตัวละครเดินมาหยุดอยู่หน้าร้านเพื่อรอใครสักคนเดินกลับมาเจอกัน หรือหวนคิดถึงคนไกลที่ไม่สามารถกลับไปหาได้ ยิ่งพอบวกกับช่วงนี้ที่หิมะตกจนทุกอย่างตรงหน้ากลายเป็นสีขาวไปหมดในเวลากลางวัน ก็ยิ่งทำให้ฉากนี้ในหนังเต็มไปด้วยความเหงาอย่างสมบูรณ์

จริงๆ หิมะไม่ได้พัดพาแค่ความหนาวเย็นอย่างเดียว แต่เราว่าหิมะพัดพาความเหงามาด้วยเสมอ และยังเป็นพร็อพประกอบฉากชั้นดีที่ทำให้เรารู้สึกเหงา คิดถึงบ้าน เพราะเมื่อไหร่ที่หิมะตกลงมา ไม่รู้ทำไมถึงต้องอยากหยิบหูฟังมาเสียบกับมือถือ และเพลงช้าก็จะฟังดูเหงาเพิ่มขึ้นไม่รู้กี่เท่า เหมือนกำลังบอกกับตัวเองว่า “ไหนๆ จะเหงาแล้ว ต้องไปให้สุด”

เราเคยรู้สึกชอบหิมะมากกว่านี้ เท่าที่เรานึกออก หิมะสำหรับคนไทยดูเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะบ้านเราร้อนจนแทบจะถอดเสื้อเดิน หิมะก็เลยเหมือนเป็นคำที่อยู่ในหนังสือ แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นของจริงบ่อยนัก แต่พอมาอยู่ที่นี่ หิมะตกบ่อยครั้ง และทุกครั้งที่ตกก็จะสวยงามสะอาดตาแค่ช่วงที่ตกลงมาเท่านั้น แต่พอผ่านไปสักพักหิมะก็จะเริ่มกลายเป็นปัญหาของทั้งเมือง พื้นถนนเริ่มลื่นจนเกิดอุบัติเหตุ โรงเรียนเราหยุดบ่อยเพราะพายุหิมะถล่มจนการคมนาคมติดขัด และไม่สามารถเดินทางมาเรียนกันได้ เพราะอันตรายเกินไป และหิมะก็เป็นสัญญาณที่บอกว่า เรากำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างแท้จริง

ฤดูหนาว

การมาอยู่ไกลบ้านทำให้เราคิดถึงบ้านมากขึ้นหลายเท่า การได้ยินเสียงของคนที่เรารักที่ไทยเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำให้เบื่อเลยจริงๆ เราสนิทกับคนในครอบครัวมาก ที่บ้านของเรามีกันอยู่ 4 คน พ่อ แม่ น้อง แล้วก็เรา แต่ส่วนใหญ่ก็จะคุยกับแม่บ่อยที่สุด แม่เราเล่นไลน์ไม่เป็น เขาอ่านตัวหนังสือเล็กๆ ในมือถือไม่ได้ มันยากไปหน่อย ก็เลยได้แค่ฟังเสียงด้วยการโทรหากัน หรือถ้าช่วงไหนที่แม่ขึ้นมาหาน้องสาวที่กรุงเทพฯ ก็จะวิดีโอคอลเห็นหน้ากัน ด้วยความต่างของเวลาทำให้ลูกติดแม่อย่างเราต้องคอยนับเวลาที่ไทยเพื่อโทรหาแม่เสมอ

ความเหงามักแวะเวียนมาทำร้ายเราเรื่อยๆ อย่างไม่เลือกเวลาตายตัว วันเวลาเลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ จากวันเป็นเดือนจนจะครบ 2 เดือนในอีกไม่กี่วัน ความคาดเดาไม่ได้เกิดขึ้นกับเราตลอด เราเดินทางมาไกลเพื่อวิ่งตามความฝัน แต่เมื่อมันอยู่ตรงหน้าเราอาจไม่สามารถทำอะไรอย่างที่ตัวเองต้องการได้ทั้งหมด

เส้นทางการเป็นเชฟของเรากับนิวยอร์กไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ที่นี่การแข่งขันสูง มีตัวเลือกมากมายเต็มไปหมด เรายอมรับว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่จนเกือบ 2 เดือน เราทำขนมแค่ไม่กี่ครั้งแบบนับได้ ทั้งๆ ที่ความตั้งใจเดิมก่อนจะมาคือ การมาหาประสบการณ์กับการเป็นคนทำขนม มันไม่ง่ายเลยจริงๆ เราถอนหายใจสั้นๆ บ่อยครั้ง

อยู่ที่นี่ปัญหาใหญ่ที่สุดของเราคือ เราแทบไม่มีอุปกรณ์ทำครัวใดๆ ติดตัวมาได้เลย ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุ้นเคยถูกทิ้งไว้ที่สตูดิโอครัวเล็กๆ บนชั้นสองของบ้านที่ไทย เราเอามาไม่ได้จริงๆ มันเกินกำลังไปหน่อย พอคิดที่จะไปสมัครทำครัวขนมในตอนนี้ก็ยังคงทำไม่ได้ เพราะวีซ่านักเรียนในมือไม่สามารถทำงานได้ และภาษาที่ต้องฝึกฝนอีกหน่อย ก็เลยได้แต่ไปช่วยงานพี่คนไทยทำขนมบ้างเป็นครั้งคราว

เรายังคงกลับมาที่ ‘ฐานลับ’ ของเราเสมอทุกครั้งที่มีโอกาส เรายังคงมุ่งมั่นตั้งใจในสิ่งที่ทำเหมือนเดิม เหมือนเพลงเพลงเดิมที่ก็ยังทำหน้าที่เป็นแบ็กกราวนด์ให้ฉากร้านอาหารเล็กๆ ของเราได้ดีเสมอมา อยู่ที่นิวยอร์กเรามีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น มีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น และที่สำคัญ เรามีเวลาเขียนอะไรเยอะขึ้นอย่างที่ทุกคนกำลังได้อ่านอยู่ตอนนี้นี่แหละ แล้วเธอล่ะ… มี ‘ฐานลับ’ ส่วนตัวบ้างรึเปล่า หรือเพลงเพลงไหน ที่ทำให้ได้หวนคิดถึงใครสักคน

เต็งหนึ่ง

ป.ล. ความโสดอาจจะเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำไมหิมะหรือเพลงเศร้าถึงทำให้คนรู้สึกเหงาได้มากขึ้น

ป.ล. 2 ‘เรา…ยังโสดนะ’

CONTRIBUTOR

คณิศ ปิยะปภากรกูล

นักร้อง-นักแสดง ที่ผันตัวเองมาเป็น Youtuber เริ่มออกเดินทางตามความฝันการเป็นเชฟทำขนมมือใหม่