9 พฤศจิกายน 2561
5 K

หลังจาก The Cloud และ TCP Spirit จัดกิจกรรมพาคนเมืองออกไปเรียนรู้วิธีการดูแลต้นไม้ใหญ่ในเมืองกับกลุ่ม BIG Trees ที่สวนลุมพินีกันมาและเสียงตอบรับดีเกินคาด กลับมาครั้งนี้ ‘TCP Spirit ครั้งที่ 2 หมอต้นไม้ เชียงใหม่’ เราได้พาอาสาสมัครเกือบ 100 คนไปเรียนรู้วิธีการดูแลต้นไม้ถึงเชียงใหม่ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 – 28 ตุลาคมที่ผ่านมา

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

เราชวนอาสาสมัครจากทั่วประเทศนั่งรถไฟไปดูแลต้นไม้ใหญ่กับ อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย หมอต้นไม้เมืองเชียงใหม่ และอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมนั่งรถรางชมประวัติศาสตร์เมืองเก่าของเชียงใหม่ แวะเยี่ยมคุณปู่คุณย่าต้นไม้ทั้ง 5 ต้น 5 สถานที่ อายุรวมกันเกือบพันปี และร่วมกันปลูกต้นยางนาจำนวน 49 ต้น ซึ่งเป็นไม้หมายเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ และไม้หมายถิ่นของตำบลยางเนิ้งและตำบลสารภี เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ถนนสายประวัติศาสตร์

มากไปกว่านั้นอาสาสมัครยังได้เรียนรู้วิธีการดูแลต้นไม้กับรุกขกรจากทีมหมอต้นไม้เชียงใหม่ และยังมีนักแสดงหนุ่มหัวใจรักสิ่งแวดล้อมอย่าง อเล็กซ์ เรนเดลล์ ซึ่งเป็น TCP Spirit Ambassador มาร่วมเรียนรู้และดูสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันกับเรา

หมอต้นไม้

TCP Spirit คือโครงการอาสาสมัครของกลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำของไทยและของโลก อาทิ กระทิงแดง (เรดบูล), เรดดี้, สปอนเซอร์, แมนซั่ม และเพียวริคุ รวมทั้งแบรนด์ขนมขบเคี้ยวซันสแนค โดยโครงการนี้ต่อยอดมาจากจากโครงการ ‘กระทิงแดง สปิริต’ โครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนผ่านกิจกรรมอาสาสมัครมายาวนาน

โดยปีนี้เป็นปีแรกที่กิจกรรมอาสาสมัครของกลุ่มธุรกิจ TCP จะอยู่ภายใต้ชื่อเรียกใหม่ ‘TCP Spirit’ เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งองค์กรในการส่งต่อพลังให้ชุมชนและสังคม โดยชวนคนรุ่นใหม่ออกมามีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนและสังคม

หมอต้นไม้

จากไม้หมายทาง สู่ไม้หมายเมือง

นั่งรถรางทำความรู้จักกับคุณปู่คุณย่าต้นไม้ใหญ่ที่อยู่คู่เมืองเชียงใหม่มาหลายร้อยปี

  ก่อนออกเดินทางไปชมประวัติศาสตร์สีเขียวและเยี่ยมคุณปู่คุณย่าต้นไม้ทั้งหมด 5 ต้นในตัวเมืองเชียงใหม่ด้วยรถรางกับกลุ่มเชียงใหม่ เขียว สวย หอม เราขอชวนไปทำความรู้จักกับคำศัพท์น่าสนใจ 3 คำ คือ ไม้หมายทาง ไม้หมายถิ่น และไม้หมายเมือง

ไม้หมายเมือง เป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่เคยพบเห็นในอดีต เป็นหมุดหมายของเมืองและบอกเล่าประวัติศาสตร์ เช่น ต้นยางนาของจังหวัดเชียงใหม่ ต้นขี้เหล็กของจังหวัดลำพูน

ไม้หมายถิ่น สถานที่ที่ตั้งชื่อตามแหล่งพันธุ์ไม้ เพื่อเอื้อต่อก่อนจดจำสถานที่นั้นๆ เช่น ตลาดต้นลำไย ตลาดต้นพยอม ฯลฯ

ไม้หมายทาง เป็นต้นไม้ใหญ่ต้นสำคัญที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกับสถานที่เก่าแก่

หมอต้นไม้

คุณปู่ต้นจามจุรี อายุ 150 ปี

ที่ตั้ง : สโมสรยิมคานา
349 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ซอยเชียงใหม่-ลำพูน 3 ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ 50000

หมอต้นไม้

ต้นจามจุรี ต้นก้ามปู หรือต้นฉำฉา ขนาด 11 คนกอดต้นนี้ตั้งอยู่ที่ที่สโมสรยิมคานา สนามกอล์ฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ก่อตั้งโดยกลุ่มข้าราชการอังกฤษที่มาทำสัมปทานป่าไม้ในเมืองไทย ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

หมอต้นไม้

ต้นจามจุรีจัดอยู่ในพืชตระกูลถั่วจึงแพร่พันธุ์ได้เร็ว ส่วนรากจะแผ่สาขาเกินพุ่ม ถูกขนานนามว่าเป็น Rain Tree หรือต้นไม้แห่งฤดูฝน เพราะเจริญเติบโตได้ดีในฤดูฝน ออกดอกสวยเป็นสีชมพู ส่วนฝักมีรสหวาน มักเป็นอาหารของสัตว์ เช่น ลิง ที่เวลากินจะเก็บฝักไว้ในกระพุ้งแก้ม จึงกลายเป็นอีกหนึ่งชื่อเรียกต้นจามจุรีว่า Monkey Pod หากสังเกตเปลือกต้นจามจุรีมีลักษณะเป็นเกล็ด กำลังล่อนออก แสดงว่าเปลือกอยู่ในสภาวะอ่อนแอ ทำให้ด้วงหนวดยาวเจาะเข้าไปทำอันตรายต่อลำต้นได้ แต่ด้วยความรักและความเอาใจใส่ของลูกหลานที่สโมสรยิมคานา ทำให้ต้นไม้ต้นนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีด้วยวิธีที่ถูกต้องจากหมอต้นไม้

คุณย่าต้นตะเคียนทอง อายุประมาณ 100 ปี

ที่ตั้ง : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)
153 ถนนเจริญประเทศ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ 50100

หมอต้นไม้

ต้นตะเคียนทองต้นนี้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เป็นต้นไม้ที่ถูกกระแสน้ำปิงพัดมาเกยฝั่งริมน้ำที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นต้นอ่อน และอยู่ที่นี่มาตั้งแต่สมัยที่อธิบดีกรมป่าไม้คนไทยคนแรก พระยาดรุพันธ์พิทักษ์ ดำรงตำแหน่ง จากนั้นก็เจริญเติบโตขึ้นเป็นไม้สูงใหญ่แตกกิ่งก้านสาขาอยู่คู่กับสำนักงานตลอดมา ซึ่งปัจจุบันนี้คาดว่ามีอายุประมาณ 100 ปีแล้ว


หมอต้นไม้

หมอต้นไม้

ลักษณะลำต้นของต้นตะเคียนทองจะเปลาตรง (เปลาในภาษาต้นไม้แปลว่า ลำต้นสูงชะลูดตรงขึ้นไป หากสังเกตจะคล้ายกับลำต้นของยางนา) ขึ้นตามป่าดิบแล้ง จัดเป็นพืชวงศ์ไม้ยาง เรียกว่าเป็นไม้พี่น้องกับต้นยางนาก็ไม่ผิด คนสมัยก่อนนิยมเอาไม้ตะเคียนมาทำเรือบ้าง ทำฝาบ้านบ้าง ดังคำบอกเล่า ‘พื้นมะค่า ฝาตะเคียน’ ส่วนชันสีเหลืองจากต้นก็เอาไปทำเป็นชันยาเรือ เป็นยาไม้สำหรับทารักษาเนื้อไม้ หากสังเกต ต้นตะเคียนทองในสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) บางต้นจะแยกออกเป็น 2 กิ่ง มีความสูงมากกว่า 1.30 เมตร เรียกว่า ไม้สองนาง

นอกจากนี้ ตะเคียนทองต้นนี้ยังได้สนองพระราชประสงค์ในรัชกาลที่ 9 ด้วยการออกลูกเป็นผลมีปีกยาวหัวเท่าเข็มหมุดคล้ายลูกยางนา แต่เล็กกว่ามาก ทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้เก็บไปเพาะและปลูกในพื้นที่ป่าโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ โดยเฉพาะแถวอำเภอกิ่งแม่ออนและที่อื่นๆ จนสามารถขยายพันธุ์ต่อได้นับแสนต้นมาแล้ว

คุณตาต้นจามจุรี อายุมากกว่า 200 ปี

ที่ตั้ง : สำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ (EFEO) ศูนย์เชียงใหม่
131 ถนนเจริญประเทศ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ 50100

หมอต้นไม้

ต้นจามจุรียักษ์ต้นนี้ซ่อนตัวอยู่ในสวนริมน้ำบริเวณด้านหลังของสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ (Ecole française d’Extrême-Orient-EFEO) ศูนย์เชียงใหม่ สถาบันของฝรั่งเศสที่ศึกษาด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ ของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ภายในมีอาคารไม้โบราณอยู่หลายหลัง และมีต้นจามจุรียักษ์ต้นนี้แอบซ่อนอยู่ที่ท้ายสวนซึ่งติดกับริมแม่น้ำปิง

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

ต้นจามจุรีอายุมากกว่า 200 ปีต้นนี้เชื่อมโยงกับระบบนิเวศและประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี ถือเป็นเครื่องมือบันทึกประวัติศาสตร์ของแม่น้ำปิงและเมืองเชียงใหม่ แถมลำต้นก็ใหญ่ขนาด 16 คนกอด แข็งแรงสมบูรณ์ รากจรดปลายยอดปราศจากโรคภัยมากวนใจ ส่วนความพิเศษของต้นจามจุรียักษ์สามารถมองเห็นได้จากหลายทิศทาง หากมองจากริมแม่น้ำปิงจะเห็นได้ทั้งต้น แต่ถ้ามองจากวัดชัยมงคลที่อยู่รั้วข้างกัน จะเห็นได้เพียงแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น

คุณยายต้นมะขาม อายุ 200 ปี

ที่ตั้ง : โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ
50/1 ถนนราชดำเนิน ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ 50200

หมอต้นไม้

แทมมาริน วิลเลจ เป็นโรงแรมขนาดเล็กบนพื้นที่อันสงบร่มรื่นภายในเมืองเก่าของเชียงใหม่ ถูกโอบล้อมด้วยคูเมืองและกำแพงเมืองโบราณ มีวัดเก่าแก่และถนนสายการค้าตั้งอยู่รายล้อมโรงแรม ชื่อ ‘แทมมาริน วิลเลจ’ หรือ ‘หมู่บ้านมะขาม’ เป็นชื่อที่ได้มาจากต้นมะขามยักษ์พันธ์ุพื้นเมืองที่คอยให้ร่มเงาและความสงบร่มรื่นอยู่ที่ใจกลางของหมู่บ้านมาเป็นเวลากว่า 200 ปีแล้ว จนมีเพื่อนสนิทเป็นคุณลุงหูกวาง คุณป้าลำไย และคุณน้ามะเดื่อ

เมื่อมีการก่อสร้างโรงแรมขึ้นมา เจ้าของเดิมให้ความสำคัญในการอยู่ร่วมกันของต้นไม้ใหญ่และที่พักอาศัยจึงเก็บต้นมะขามต้นนี้ไว้ เปรียบเสมือนเป็น ‘ใจบ้าน’ หมายถึงที่สถิตของอารักษ์ที่ดูแลและปกป้องรักษาชุมชน เมือง หรือสิ่งปลูกสร้าง ให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขตามคติความเชื่อของล้านนา และยังเป็นหัวใจของหมู่บ้านที่ชวนให้แขกที่มาเยี่ยมบ้านได้เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ

หมอต้นไม้

โรงแรมแทมมารินฯ เป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่เคารพการอยู่ร่วมกับของต้นไม้ใหญ่ มีการดูแลต้นไม้เก่าแก่อย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของหมอต้นไม้ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกพนักงานให้เป็นรุกขกรเพื่อกลับมาดูแลต้นไม้ในโรงแรม และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมรอบนอกโรงแรมอีกด้วย

คุณทวดต้นยางนา อายุ 220 ปี

ที่ตั้ง : วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร พระอารามหลวง
103 ถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ 50200

หมอต้นไม้

ต้นยางนาถือเป็นพญาไม้แห่งเอเชีย เพราะลำต้นตรง สูงสง่า รากหยั่งลึก ไม่เพียงแต่ถูกใช้ให้เป็นไม้หมายเมือง แต่ยังเป็นไม้หมายถิ่นของตำบลยางเนิ้ง-สารภี  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลูกต้นยางนาสองข้างทางตลอดระยะทาง 10 กิโลเมตรตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5

ต้นยางนาต้นนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างหออินทขีลและศาลพญายักขราช (ศาลใต้) ภายในวัดเจดีย์หลวง ว่ากันว่ามีอายุประมาณ 220 ปีแล้ว

มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับช่วงเวลาในการปลูกต้นไม้ต้นนี้อยู่ 2 ข้อด้วยกัน คือหนึ่ง เป็นต้นไม้ที่ปลูกในสมัยพระเจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 1 วงศ์ทิพจักร (พ.ศ. 2324 – 2358) สันนิษฐานว่านำกล้าพันธุ์มาจากเขมรัฐตุงคบุรี หรือเมืองเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา

สอง มีข้อสันนิษฐานว่าปลูกไว้ให้เป็น ‘ไม้หมายเมือง’ ในปีที่ย้ายจากเวียงป่าซางมาอยู่เมืองเชียงใหม่เป็นการถาวรเมื่อ พ.ศ. 2339 และปลูกให้เป็น ‘ของคู่กับเสาอินทขีลตามตำนาน’ ในปีที่ย้ายเสาอินทขีลจากวัดสะดือเมืองมาไว้ที่วัดเจดีย์หลวงเมื่อ พ.ศ. 2353

นอกจากต้นยางนาต้นนี้แล้ว ภายในวัดเจดีย์หลวง ยังมีต้นยางนาอีก 3 ต้นที่เก่าแก่ไม่แพ้กัน

หมอต้นไม้มือสมัครเล่น

อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย ชวนตรวจสุขภาพต้นยางนา ปลูกต้นใหม่ทดแทน และเติมอากาศด้วยกัน

หลังจากเติมพลังด้วยอาหารมื้ออร่อย อาสาสมัครหัวใจสีเขียวนั่งตัวตรงตั้งใจฟังวิชาต้นยางนา 101 กับอาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย เริ่มกันตั้งแต่พื้นฐานประวัติศาสตร์ต้นยางนา วิธีการฟื้นฟูและอนุรักษ์ด้วยการปลูกทดแทน การเติมสารอาหารและเติมอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกไปตรวจสุขภาพต้นยางนา ปลูกต้นยางนาทดแทนจำนวน 49 ต้น และเติมสารอาหารที่จำเป็นด้วยปุ๋ยไส้เดือนสูตรพิเศษร่วมกับคุณลุงคุณป้าใจ๋ดีจากกลุ่มอาสาพิทักษ์ยางนา

ตรวจสุขภาพประจำต้น

การตรวจสุขภาพของต้นไม้ใหญ่ก็คล้ายกับการตรวจสุขภาพของคนเรา
ชื่อเล่นและชื่อพฤกษศาตร์ของต้นไม้ก็คล้ายกับชื่อ-นามสกุลของเรา ข้อมูลเหล่านี้จึงเหมือนกับข้อมูลของคนไข้ที่หมอต้นไม้อาสาจำเป็นต้องรู้ก่อนที่จะตรวจสุขภาพต้นไม้ ก่อนตรวจสุขภาพต้นไม้จะต้องวัดส่วนสูงจากโคนติดพื้นดินจนถึงเรือนยอดด้วยฮากา อัลติมิเตอร์ (Haga Altimeter) และวัดความอวบอ้วนของลำต้นด้วยสายวัดขนาดยาว

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

อาสาสมัครจะต้องรู้จักวิธีสังเกต ‘บ้าน’ ของต้นไม้หรือสภาพแวดล้อมที่ต้นไม้อยู่ว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร มีการรับแรงลมที่ดีหรือไม่ มีอาคารหรือเพื่อนต้นไม้ด้วยกันโอบล้อมไว้หรือเปล่า และอย่าลืมสังเกตบริเวณโคนต้นด้วยว่ามีน้ำแช่ขังหรือมีวัสดุมาปิดทับการหายใจของโคนต้นหรือไม่

จากนั้นตรวจสุขภาพกันต่ออย่างละเอียดตั้งแต่ราก ลำต้น และเรือนยอด (กิ่ง ก้าน และใบ) ต้องดูความสมดุลของเรือนยอด ความผิดปกติของสีใบและเปลือก ดูรอยแผลของต้นไม้ สังเกตลักษณะของราก รากขด รากถูกตัด หรือรากงัดลอย กิ่งแห้งและกิ่งผุ หากพบต้องแก้ไขหรือปรึกษารุกขกร เพราะถือเป็นความเสี่ยง อาจหักหรือโค่นลงมาได้ในอนาคต

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

คุณหมอต้นไม้คนเก่งประจำเมืองเชียงใหม่แนะทริกการวัดขนาดลำตัวด้วยดินสอ โดยการวัดความสูงของคนใกล้ตัวด้วยดินสอหรือปากกา สมมติอาสาสมัครสูงเท่ากับ 1 ดินสอ (สูงจริง 160 เซนติเมตร) จากนั้นนำดินสอไปวัดความสูงของต้นไม้จากระยะไกล สมมติวัดความสูงได้ 5 ดินสอ นำความสูงต้นไม้คูณกับความสูงจริงของอาสาสมัคร ก็จะได้ความสูงของต้นไม้โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือวัดหรือสูตรคำนวณ

อัดลมเติมอากาศ ใส่ท่อเติมอาหาร

การอนุรักษ์และฟื้นฟูต้นยางนาทำได้ 3 วิธี คือการฟื้นฟูรากด้วยการเติมอากาศ การปลูกเพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ และการออกข้อบัญญัติควบคุมการก่อสร้าง

อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย หมอต้นไม้เมืองเชียงใหม่ ให้ความรู้กับอาสาสมัครก่อนจะลงมือปลูกต้นยางนาจำนวน 49 ต้น ตลอดจนการเติมอาหารว่า ‘ดินเป็นมิตรกับต้นไม้’ ถ้ามีวัสดุพื้นผิวทึบปิดหน้าดินบริเวณโคนต้นจะทำให้น้ำและอากาศลงไปไม่ถึงราก จะต้องทำการทุบออกเพื่อปลูกหญ้าหรือใช้คอนกรีตพรุนแทนวัสดุเดิม ยิ่งบริเวณผิวดินมีลักษณะพรุน จะทำให้น้ำและอาหารลงไปหล่อเลี้ยงถึงโคนราก

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

การพื้นฟูระบบรากของต้นยางนา เราจะเติมอากาศโดยใช้เสียมลม เป็นการอัดอากาศลงไปในดินด้วยพลังลมแรงสูง ลมจะทำให้ดินร่วนแต่รากไม่ขาด ส่วนการใส่ท่อพีวีซีเจาะรูพรุนบรรจุอาหารลงไปในดินเพื่อเติมสารอาหารที่ต้นยางนาต้องการ และกระตุ้นให้เกิดการสร้างรากใหม่

หมอต้นไม้

อาหารของต้นยางนามีส่วนผสมของขุยมะพร้าว เชื้อราไตรโคเดอร์มา ปุ๋ยไส้เดือน ปุ๋ยปลา และน้ำเปล่า ส่วนผสมแต่ละชนิดให้คุณสมบัติต่างกัน อย่างขุยมะพร้าวจะเป็นตัวกลางในการกักเก็บปุ๋ย เชื้อราไตรโคเดอร์มายับยั้งการเกิดโรค สร้างภูมิคุ้มกันจากเชื้อโรคและแบคทีเรีย และเร่งอัตราการเจริญเติบโตของราก ส่วนปุ๋ยไส้เดือนทำให้โครงสร้างดินดีขึ้น เก็บกักความชื้นได้ดี ดินมีความโปร่ง ร่วนซุย ทำให้รากพืชชอนไชและแพร่กระจายได้กว้างขึ้น ดินระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น ปุ๋ยปลามีธาตุอาหารสำหรับพืชครบทั้ง 16 ชนิด และน้ำเปล่าช่วยในการเจือจาง

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

แม้อากาศของเมืองเชียงใหม่จะร้อนทะลุปรอท แต่บรรยากาศกลับเย็นชุ่มฉ่ำด้วยน้ำใจของคุณน้าคุณอาจากกลุ่มอาสาพิทักษ์ยางนาและอาสาสมัครด้วยใจรักทั่วประเทศ ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันตรวจสุขภาพประจำต้นยางนา คนรุ่นใหม่สอนคนรุ่นเก่า คนรุ่นเก่าเล่าประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นใหม่ ก่อนทั้งสองวัยจะพาลูกหลานลำต้นสูงลิ่วมาลงหลังปักฐานอยู่คู่กับคุณปู่คุณย่าต้นยางนาอายุหลายร้อยปี เพิ่มจำนวนสมาชิกครอบครัวของต้นยางนาบนถนนสายประวัติศาสตร์ให้อบอุ่นมากกว่าเดิม

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

เยือนห้วยโจ้

นั่งรถชมฟาร์มและฟังเรื่องราวการพัฒนาของแม่โจ้

วันนี้เราต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยเสียงนุ่มฟังเพลิน อาจารย์มิ่งขวัญ แดงสุวรรณ ที่นำทีมอาสาสมัครทุกคนขึ้นไปชื่นชมระบบนิเวศที่สมบูรณ์ของ ‘อ่างเก็บน้ำห้วยโจ้’ ปอดสีเขียวของเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณชุมชนบ้านโปงด้านหลังมหาวิทยาลัยแม่โจ้

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

วิทยากรเสียงหวานเล่าว่า รัชกาลที่ 9 ทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แห่งนี้ทางเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะทรงให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำมอบหมายให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ดูแล

จากคำกล่าว ‘ที่ใดมีน้ำ ที่นั่นมีชีวิต’ หลังจากสร้างอ่างเก็บน้ำ ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดตั้งโครงการอนุรักษ์ร่วมกับชุมชน เน้นการระเบิดจากภายใน ฟังเสียงและความเห็นของชาวบ้านในสิ่งที่พวกเขาอยากจะทำ การมีส่วนร่วมของชุมชนก่อเกิดโครงการมากมาย อาทิ ฝายกั้นน้ำ ป่าเปียกกันภัย เป็นการเชื่อมโยงฝาย น้ำ และป่า เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

หมอต้นไม้

เรียนรู้เรื่องรัก(ษ์) ฉบับหมอต้นไม้

ชวนอาสาสมัครไปสอดส่องความรัก (ษ์) ของรุกขกรกับต้นไม้ใหญ่ผ่านกิจกรรมสนุก

หลังจากลงมาจากห้วยโจ้ เรายังมีภารกิจใหญ่ให้อาสาได้เรียนรู้ต่อ ภารกิจวันนี้มีอยู่ว่า อาสาสมัครจงเปลี่ยนความรักเป็นความรักษ์ด้วยการจำลองตนเป็นรุกขกร ด้วยคอร์สระยะสั้นจากรุกขกรประจำทีมหมอต้นไม้เชียงใหม่ จากนั้นใช้ลำแข้งแข็งขันปั่นจักรยานไปตัดแต่งกิ่งแห้ง ถอนลวดและตะปูบนต้นไม้ใหญ่ในมหาวิทยาลัยแม่โจ้

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

ใครอยากเป็นรุกขกร ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ

กิจกรรมนี้เราชวนอาสาสมัครไปจำลองตนเองเป็นรุกขกร เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนสำคัญ อย่างการผูกเงื่อน ถ้าผูกเงื่อนถูกวิธี เหมาะสมกับการใช้งาน ก็จะทำให้การปีนป่ายบนต้นไม้ปลอดภัยมากขึ้น โดยรุกขกรใจดีจากหมอต้นไม้เชียงใหม่ สาธิตการผูกเงื่อนสำหรับปฏิบัติการจริงทั้งหมด ได้แก่ เงื่อนโบลาย เงื่อนเลขแปด เงื่อนเลขแปด 2 ห่วง และเงื่อนห่วง

หมอต้นไม้

จากนั้นอาสาสมัครเดินขบวนเข้าฐานโยนเชือก เพราะรุกขกรจะต้องโยนเชือกนำร่องไปบนกิ่งไม้ก่อนจะจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับปีนป่ายในลำดับต่อไป โดยจะมีลูกต้มบรรจุทรายขนาดพอดีมือหนัก 250 กรัม ผูกกับสายเชือก เล็งกิ่งให้แม่น แล้วโยนออกไปให้สูงพ้นกิ่ง จะโยนมือเดียวหรือโยนสองมือก็ย่อมได้  

หมอต้นไม้

หลังจากเรียนรู้ทั้งสองกระบวนการก่อนเริ่มงานของรุกขกร อาสาสมัครอดใจไม่ไหวอยากจะปีนต้นจามจุรีขนาดยักษ์ ด้วยอุปกรณ์ที่ปลอดภัยและมีการดูแลจากรุกขกรใจดีอย่างใกล้ชิด

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

ตัดกิ่งให้ขาดเลย ฉับ ฉับ ฉับ

อาสาสมัครบางกลุ่มจะต้องปั่นจักรยานคู่ใจไปตัดแต่งกิ่งอย่างถูกวิธี และถอนตะปูออกจากต้นไม้ การตัดแต่งกิ่งเป็นการรักษาสุขภาพของต้นไม้ ลดน้ำหนักของกิ่งไม่ให้หักโค่นลงมา เมื่อกิ่งไม่หนาทึบ การระบายอากาศจะดีตามมา มีแสงลอดรำไรส่องลงสู่พื้นหญ้า ทำให้หญ้าเจริญงอกงาม และถ้ามีการตัดอย่างถูกต้องจะทำให้ต้นไม้สมานแผลเร็ว สำคัญเลย ห้ามตัดแบบบั่นยอด ตัดผิด ชีวิต (ต้นไม้) เปลี่ยน!

หมอต้นไม้

อุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดแต่งกิ่งประกอบด้วยเลื่อยมือ เลื่อยมือต่อด้าม และเลื่อยกระตุก ส่วนอุปกรณ์ถอนตะปูคือค้อนและกิ่งไม้ ระหว่างถอนตะปูกิ่งไม้จะกันไม่ให้ค้อนไปโดนลำต้นแล้วทำให้เกิดแผล

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

วิธีการตัดที่ถูกต้องจะเริ่มจากการตัดชิดคอกิ่ง เพราะจะทำให้แผลปิดเองตามธรรมชาติ แล้วบากด้านล่างของกริ่งเพื่อกันกิ่งฉีก จากนั้นใช้เลื่อยตัดด้านบนให้กิ่งขาดออกจากกัน และสุดท้ายตัดเก็บตอให้ชิดโคนกิ่ง 3 ขั้นตอนแสนง่าย ใครก็สามารถทำได้

หมอต้นไม้ หมอต้นไม้ หมอต้นไม้

มากไปกว่ากิจกรรมที่อัดแน่นไปด้วยความรู้ คือการนำไปใช้จริงและการส่งต่อข้อมูลอย่างถูกต้องให้กับคนทุกกลุ่มหันกลับมาสนใจต้นไม้ สังเกตอาการป่วย ช่วยกันรักษาและอนุรักษ์ให้ต้นไม้อยู่กับเรา อยู่กับเมือง เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์สีเขียวต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

หากใครพลาดกิจกรรมครั้งนี้ไม่ต้องเสียใจ เพราะกิจกรรมของ TCP Spirit ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เกาะกิ่งปีนป่ายติดตาม The Cloud และ TCP Group ไว้ให้ดี เราจะมีกิจกรรมอีกเร็วๆ นี้แน่นอน!

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

TCP Spirit

โครงการอาสาสมัครแนวใหม่ที่รวมพลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนชุมชนและสังคมสู่ความยั่งยืน

15 พฤศจิกายน 2562
12 K

The Cloud x TCP Spirit

เราร่วมมือกันแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งได้อย่างไรบ้าง? 

นี่คือคำถามที่สังคมพยายามหาคำตอบทุกครั้งที่เกิดวิกฤตเรื่องน้ำ ไม่ว่าปัญหาจะเกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำใด จะอยู่ในเมืองหลวง เมืองใหญ่ หรือเมืองเล็กๆ เมื่อมีปัญหาเรื่องน้ำเกิดขึ้นก็มักจะมีหลายฝ่าย หลายพื้นที่ ได้รับผลกระทบไปพร้อมๆ กัน 

เพื่อให้ได้คำตอบที่เข้าใจง่ายและทุกคนนำกลับไปแก้ปัญหาได้ทุกพื้นที่ The Cloud และกลุ่มธุรกิจ TCP จึงจัดกิจกรรม ‘TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ ครั้งที่ 2 เขาใหญ่’ เมื่อวันที่ 1 – 3 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา เพื่อให้อาสาสมัครที่มีใจรักสิ่งแวดล้อมได้เรียนรู้ปัญหาเรื่องน้ำและวิธีการจัดน้ำที่ทุกคนนำกลับไปปรับใช้ในพื้นที่ของตัวเองได้ ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการ ‘TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย’ โครงการดูแลลุ่มน้ำทั่วประเทศไทยในระยะยาวของกลุ่มธุรกิจ TCP 

กิจกรรมครั้งนี้เราพาอาสาสมัครจากทั่วประเทศกว่า 100 คน เดินทางไปทำความเข้าใจต้นน้ำและการจัดการน้ำตามธรรมชาติกันที่ศึกษาเส้นทางธรรมชาติน้ำตกผากล้วยไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อให้อาสาสมัครได้เห็นความสัมพันธ์ของป่าและน้ำ หลังจากได้ซึมซับความสวยงามของธรรมชาติกันแล้ว เราจะไปเรียนรู้วิธีการจัดการน้ำและการจัดการที่ดินที่ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่ กับ พรรณราย พหลโยธิน และ โรจนี ลีลากุล เจ้าของพื้นที่ที่ร่วมกันพัฒนาที่ดินกว่า 50 ไร่ ให้พึ่งพาตัวเองได้ในด้านการจัดการน้ำและมีวิทยากรพิเศษคือ อาจารย์ยักษ์-ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลกและผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ที่มาให้ความรู้ในเรื่องการออกแบบพื้นที่แก่อาสาสมัครและอธิบายการนำหลักกสิกรรมธรรมชาติมาใช้ในการดูแลดินและน้ำ

อเล็กซ์ เรนเดลล์

กิจกรรมในครั้งนี้นอกจากได้ความรู้กลับบ้านเต็มกระบุง เรายังมีนักแสดงหัวใจรักสิ่งแวดล้อมอย่าง อเล็กซ์ เรนเดลล์ มาร่วมเรียนรู้ ร่วมทำกิจกรรม และส่องต่อแรงบันดาลใจดีๆ ในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้กับอาสาสมัครในฐานะ TCP Spirit Ambassador เป็นปีที่ 2 แล้ว

โครงการ TCP Spirit เป็นโครงการอาสาสมัครของกลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำของไทยและของโลก เช่น กระทิงแดง (เรดบูล) เรดดี้ สปอนเซอร์ แมนซั่ม และเพียวริคุ รวมทั้งแบรนด์ขนมขบเคี้ยวซันสแนค โดยต่อยอดมาจาก ‘กระทิงแดง สปิริต’ โครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนผ่านกิจกรรมอาสาสมัครมายาวนาน โดยหมุนเวียนนำเสนอประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจให้อาสาสมัครได้เรียนรู้ด้วยกัน

อเล็กซ์ เรนเดลล์ พรรณราย พหลโยธิน และ โรจนี ลีลากุล เจ้าของพื้นที่ที่ร่วมกันพัฒนาที่ดินกว่า 50 ไร่ ให้พึ่งพาตัวเองได้ในด้านการจัดการน้ำและมีวิทยากรพิเศษคือ อาจารย์ยักษ์-ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลกและผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
พรรณราย พหลโยธิน และ โรจนี ลีลากุล เจ้าของพื้นที่ที่ร่วมกันพัฒนาที่ดินกว่า 50 ไร่ ให้พึ่งพาตัวเองได้ในด้านการจัดการน้ำและมีวิทยากรพิเศษคือ อาจารย์ยักษ์-ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลกและผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ

จากการเรียนรู้ตลอด 3 วัน 2 คืนที่เขาใหญ่ เราจึงได้จดเลกเชอร์ 10 วิชา เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณามาแบ่งปันกัน เพื่อให้ทุกคนที่อยากช่วยกันดูแลลุ่มน้ำนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปใช้ได้อย่างถูกวิธี

วิชาที่ 1

ทำความรู้จักลุ่มน้ำ

ทำความรู้จักความหมายของ ‘ต้นน้ำ’ และ ‘ลุ่มน้ำ’ ก่อนลงมือพยาบาลลุ่มน้ำด้วยกัน

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

ก่อนที่เราจะได้ลงมือพยาบาลลุ่มน้ำด้วยกัน อาสาสมัครจากทั่วประเทศจะต้องมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาเรื่องน้ำเสียก่อน ฉัตรปรีชา ชฎากุล หัวหน้าสถานีวิจัยลุ่มน้ำมูล จึงชวนอาสาสมัครมาทำความเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ต้นน้ำ’ และ ‘ลุ่มน้ำ’ เพื่อความเข้าใจตรงกันและความถูกต้องของข้อมูล

เริ่มจากต้นน้ำ เพราะเป็นส่วนที่อยู่สูงที่สุดและพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำลำธารทั้งหลาย ‘ต้นน้ำ’ มักเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำบนที่สูงอย่างภูเขา เช่นป่าลุ่มน้ำลำตะคองที่น้ำไหลลงมาจากเขาฟ้าผ่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 

ส่วนคำว่า ‘ลุ่มน้ำ’ คือพื้นที่รับน้ำฝนทั้งหมดที่อยู่เหนือจุดไหลออกของน้ำ มีลักษณะเหมือนแอ่งกะทะ โดยมีขอบกะทะเป็นสันปันน้ำ ลุ่มน้ำมีองค์ประกอบ ดังนี้ ทรัพยากรกายภาพ เช่น ดิน ที่ดิน หิน แร่ธาตุ , ทรัพยากรชีวภาพ เช่น ป่าไม้ สัตว์ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงระบบนิเวศต่างๆ, ทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ที่อยู่อาศัย ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม การใช้ที่ดินประเภทต่างๆ วัฒนธรรม ประเพณี ทรัพยากรเหล่านี้อยู่รวมกันอย่างกลมกลืนเป็นลุ่มน้ำ ดังนั้นการพยาบาลลุ่มน้ำจึงมุ่งจัดการที่ดินและการใช้ที่ดินของคนในลุ่มน้ำนั้นๆ

ด้วย ‘น้ำ’ เป็นทรัพยากรสำคัญของคน สัตว์ และสรรพสิ่งในธรรมชาติ โดยเฉพาะมนุษย์ที่ใช้น้ำในแทบทุกกิจกรรมในชีวิต หลายคนใช้ แต่น้อยคนที่รักษา จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ และนำมาซึ่งปัญหาภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

ขณะนี้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังมีปัญหาใหญ่ เพราะพื้นที่ป่าต้นน้ำที่คอยดูดซับน้ำบนภูเขาถูกทำลาย สูญเสียพื้นที่ต้นน้ำให้กับการเกษตรจนกลายเป็นเขาหัวโล้น คนที่อยู่กลางน้ำและปลายน้ำจึงได้รับผลกระทบต่อกันเป็นทอดๆ จึงเป็นเหตุผลให้เราต้องขึ้นมารู้จักกับ ‘ลุ่มน้ำ’ และเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาร่วมกัน  

วิชาที่ 2

ความสัมพันธ์ของป่ากับน้ำ

เดินป่าสำรวจลุ่มน้ำลำตะคองที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผากล้วยไม้

หลังจากเรียนรู้เรื่องลุ่มน้ำกันแล้ว เราพาอาสาสมัครไปเดินสำรวจป่าลุ่มน้ำลำตะคองกันที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผากล้วยไม้ ที่ไหลมาจากป่าต้นน้ำบนเขาฟ้าผ่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนจุดกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชาวนครราชสีมา และป่าแห่งนี้ยังเปรียบเสมือนเขื่อนเก็บน้ำธรรมชาติที่ช่วยป้องกันน้ำท่วมและน้ำแล้งได้เป็นอย่างดี

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

เราออกเดินเท้าจากด้านหน้าเข้าไปเพียงนิด ธรรมชาติก็ต้อนรับเหล่าอาสาสมัครด้วยอากาศเย็นสบายและเสียงน้ำไหลสุดผ่อนคลาย ฉลาด พุทธบาล วิทยากรประจำอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บอกเราว่า ป่าแห่งนี้เป็นป่าดิบแล้ง จัดอยู่ในหมวดป่าไม่ผลัดใบ ป่าพวกนี้จะเขียวชอุ่มทั้งปี

ลำตะคองเป็นแม่น้ำสายสำคัญอีกสายหนึ่งที่เปรียบเสมือนสายเลือดที่ไหลหล่อเลี้ยงผู้คนในจังหวัดนครราชสีมา มีต้นกำเนิดจากเขาฟ้าผ่า ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ไหลผ่านอำเภอปากช่อง อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา และบรรจบกับแม่น้ำมูลท้ายน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา) 

ถึงแม้ว่าลุ่มน้ำลำตะคองจะมีป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ไว้คอยกักเก็บน้ำฝน และมีน้ำไหลอยู่ตลอดทั้งปี แต่เนื่องจากบริเวณพื้นที่กลางน้ำและปลายน้ำมีความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ทำการเกษตร และทำธุรกิจ จึงมีการสูบน้ำบาดาลมาใช้ในปริมาณมาก จนทำให้เกิดปัญหาการจัดการน้ำและขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง

การเดินทางมาที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในครั้งนี้จึงเป็นการพาอาสาสมัครมาสัมผัสกับสายน้ำ ได้เห็นความยิ่งใหญ่และความสวยงามของธรรมชาติ เพื่อที่จะได้เข้าใจลุ่มน้ำ รู้จักการอนุรักษ์น้ำอย่างถูกวิธี และสร้างจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้คงอยู่ไปถึงคนรุ่นหลัง

ระหว่างสองข้างทางเราสังเกตเห็นหญ้ารังไก่ เดินไปหน่อยก็เจอต้นหวาย ถือเป็นพืชชนิดหนึ่งที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า พอเงยหน้าตามเสียงวิทยากรก็มีเถาวัลย์เส้นหนาระโยงระยางจากต้นนู้นไปยังต้นโน้น นับเป็นการพึ่งพากันของต้นไม้ใหญ่กับเถาวัลย์ เวลากระแสลมพัดแรงรากของต้นไม้พยุงตัวเองไม่ได้ ก็อาศัยเพื่อนบ้านอย่างเถาวัลย์คอยยึดเหนี่ยวเอาไว้ แถมเถาวัลย์ยังเป็นสะพานเชื่อมของสัตว์ที่หากินบนต้นไม้อย่างชะนี กระรอก 

ระหว่างศึกษาวิทยาการชวนอาสามัครหยุดดู ‘น้ำนิ่งไหลลึก’ เป็นบริเวณที่แหล่งน้ำเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในหน้าแล้ง ถ้าไปไหนก็ตามแล้วสังเกตเห็นน้ำนิ่งแสดงว่าลึกแน่ แต่ถ้าตรงไหนน้ำไหลแรง สบายใจได้ว่าน้ำตื้น น้ำนอกจากจะมาจากฝน ยังมาจากต้นไม้ด้วยนะ ดินก็มีส่วนในการเก็บน้ำเหมือนกัน ยิ่งดินเหนียวยิ่งเก็บน้ำได้ดี เพราะช่องว่างระหว่างดินค่อนข้างถี่

ถ้าต้นไม้เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่า จิงโจ้น้ำก็เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของน้ำด้วยเช่นกัน ถ้าสัตว์อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำนั้นได้ คนก็ดื่มน้ำจากแหล่งน้ำนั้นได้เหมือนกัน ส่วนสีของน้ำในห้วยลำตะคองจะมีลักษณะขุ่นเล็กน้อยเพราะตลอดเส้นทางที่น้ำไหลลงมาจากเขาฟ้าผ่าต้องไหลผ่านหินภูเขาซึ่งเป็นหินทราย (ถ้าน้ำใสแจ๋วต้องไหลผ่านหินภูเขาที่เป็นหินปูน อย่างน้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี)  

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติอาสาสมัครจะได้ยินเสียงน้ำไหลซู่ซ่าตลอดทาง เพราะน้ำในพื้นที่ต้นน้ำลำตะคองนั้นไหลหลากตลอดทั้งปี การมีป่าที่สมบูรณ์จะเป็นตัวช่วยอุ้มน้ำไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถึงคราวฝนตก ป่าจะช่วยดูดซับน้ำเอาไว้ไม่ให้ไหลบ่าลงไปท่วมพื้นที่ด้านล่าง และเมื่อถึงช่วงหน้าแล้งรากของต้นไม้ที่เคยดูดซึมน้ำเอาไว้จะค่อยๆ คายน้ำออกมา การเดินป่าในครั้งนี้จึงทำให้อาสาสมัครเห็นความสัมพันธ์ของน้ำและป่าที่ช่วยกันแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งได้เป็นอย่างดี 

“ทุกสิ่งทุกอย่างมนุษย์สร้างขึ้นมาทดแทนได้  แต่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาทดแทนไม่ได้ คือสายน้ำ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติ” ฉลาด ทิ้งท้ายแก่เราและอาสาสมัคร

วิชาที่ 3

ออกแบบพื้นที่ด้วยหลุมขนมครก

ทำความเข้าใจการออกแบบพื้นที่เก็บน้ำด้วย ‘โคก หนอง นา โมเดล’ 

ก่อนลงมือแก้ปัญหาน้ำปนเปื้อนสารเคมีทะลักเข้ามาในที่ดินและการพังทลายของหน้าดินริมลำธาร ขอชวนทำความเข้าใจ ‘หลุมขนมครก’ หรือ ‘โคก หนอง นา โมเดล’ อันเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ของรัชกาลที่ 9 กันก่อน

  โคก หนอง นา โมเดล ก็คล้ายกับ 1 ถาดขนมครก ถ้าถาดเรียบก็จะเก็บน้ำไว้ไม่ได้ การขุดหลุมขนมครกบนพื้นที่จะทำให้น้ำขังในดินได้นานขึ้น น้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงจะไม่ไหลบ่าจนเกิดน้ำท่วมเหมือนปัจจุบัน ในพื้นที่เขาหัวโล้นก็ใช้ได้ เพียงขุดหนองไว้เก็บน้ำ ปลูกพืชเป็นหน้าขั้นบันไดให้รากอุ้มน้ำในดิน ถ้าทำนาขั้นบันไดบนไหลเขาได้ยิ่งดี เพราะจะช่วยให้น้ำฝนที่ตกลงมาอยู่ในพื้นที่ดินของเราได้นานขึ้น และต้องปลูกแฝกบริเวณสันดินเพื่อช่วยให้ยึดเกาะหน้าดินได้ดี นอกจากหลุมขนมครกจะช่วยป้องกันน้ำท่วมได้แล้ว ยังช่วยจัดเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปีด้วยนะ

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น
อเล็กซ์ เรนเดลล์

วิชาที่ 4

บำบัดน้ำเสียด้วย ‘สปา’

แก้ปัญหาน้ำปนเปื้อนสารเคมีไหลทะลักเข้ามาในที่ดินด้วยการทำ ‘สปาน้ำเสีย’

หากขุดบ่อรับน้ำในบ้านของตัวเอง แต่น้ำก่อนหน้าดันไหลผ่านบ้านเพื่อนที่ใช้สารเคมีทางเกษตร แล้วจะบำบัดอย่างไร รัชกาลที่ 9 ทรงวิจัยและทำเรื่องการบำบัดน้ำเสียที่บึงมักกะสันและบึงพระรามเก้า รวมทั้งทดลองวิจัยที่แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี ในการบำบัดน้ำเสียที่ไหลผ่านเมือง ท่านตรัสว่าให้ใช้วิธีธรรมชาติ ได้ประโยชน์และประหยัด

ทางศูนย์เลยนำ ‘ระบบบำบัดน้ำเสียโดยธรรมชาติ’ มาแปลงให้เข้าใจง่ายด้วยการทำ ‘สปาน้ำเสีย’ เริ่มจาก

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

นอนพัก เป็นการขุดหนองรับน้ำให้น้ำเสียไหลเข้ามานอนพัก รอน้ำเสียนอนเต็มอิ่มจนน้ำตกกะกอนใสขึ้น แล้วปล่อยไหลไปยังบ่ออาบแดด ขอย้อนไปตอนขุดหนองสักนิด เมื่อขุดเป็นบ่อแล้วให้ย่ำมูลวัวสดผสมฟางยาแนวผนังบ่อด้วย เพราะมูลวัวจะช่วยปรับปรุงดินให้มีความหนาแน่น ไม่มีโพรง เป็นผลให้ดินเก็บน้ำได้ดี 

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

อาบแดด ขุดคลองไส้ไก่ให้คดเคี้ยว ลึกบ้าง ตื้นบ้าง เพื่อให้น้ำอยู่ในระบบบำบัดน้ำเสียได้นานที่สุด นอนอาบแดดให้แผดเผา เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรค ส่วนบริเวณคลองไส้ไก่แนะให้ปลูกพืชน้ำอย่างกก ธูปฤาษี พุทธรักษา เพื่อใช้รากดูดสารพิษ

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น
10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

กินอากาศ บ่อสุดท้ายเป็นพื้นที่พักน้ำสะอาดหลังจากการบำบัดมาสองบ่อ อาจกั้นฝายและคันดินเป็นจุด ทำเป็นน้ำตกและเติมอากาศ เพื่อความชัวร์ว่าน้ำจะปลอดภัยไร้สารพิษ ให้โยนระเบิดจุลินทรีย์เท่าลูกเปตองลงไปด้วยเพื่อปรับน้ำให้มีคุณภาพดี แล้วเจ้าจุลินทรีย์ที่ฝังอยู่ในบ่อจะคอยย่อยสลายซากพืช ซากสัตว์ที่เป็นสารอินทรีย์ในน้ำ พอย่อยสลายเสร็จ พร้อมส่งน้ำไปสู่หนองเก็บน้ำ ส่งเข้านา ส่งเข้าแปลงผัก และอุปโภคบริโภค เป็นอันจบคอร์สสปาน้ำเสียแต่เพียงเท่านี้

วิชาที่ 5

กักเก็บดินดี

แก้ปัญหาชะล้างพังทลายของหน้าดินริมลำธารด้วยการ ‘กักดิน เก็บน้ำ ปลูกแฝก’

บริเวณหนึ่งของศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่ติดกับลำน้ำลำตะคอง เวลาน้ำหลากจะชะล้างหน้าดินลงไปอยู่ในลำน้ำเสียหมด ส่งผลให้ลำนำตื้นเขิน เขื่อนแทนที่จะกักเก็บน้ำกลายเป็นกักเก็บดิน วิทยาการแนะว่าทุกพื้นที่ติดริมน้ำหรือพื้นที่ลุ่มน้ำ ควรมีระบบอนุรักษ์ดิน เพื่อเก็บตะกอนดินดี ไว้เป็นฮิวมัสและปุ๋ยธรรมชาติให้พื้นที่ของตัวเอง

จึงเกิดการ ‘กักดิน เก็บน้ำ ปลูกแฝก’ เพื่อแก้ปัญหาชะล้างพังทลายของหน้าดินริมลำธาร 

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

  กักดิน ด้วยการปรับหน้าดินลาดชันให้เป็นนาขั้นบันได เก็บน้ำ ด้วยการขุดคลองไส้ไก่ดักตะกอนดีเก็บไว้ในหนองน้ำ ปลูกแฝก เพื่ออาศัยประโยชน์จากรากแฝกให้ช่วยยึดหน้าดินและลดการชะล้างพังทลาย แฝกควรปลูกเป็นแถวเดี่ยวขวางความลาดชันของพื้นที่ แนวแถวของแฝกจะเป็นเสมือนรั้วช่วยชะลอความเร็วของน้ำไหลบ่าหน้าดิน 

วิธีการนี้ใช้ได้กับทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นริมตลิ่ง ริมลำธาร หรือแม้แต่พื้นที่เขาหัวโล้น

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น
10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

วิชาที่ 6

คิดอะไรไม่ออกให้ ‘ปลูกกล้วย’

หน้าดินพัง เก็บน้ำไม่ดี กล้วยช่วยได้

หากเดินเข้าไปในศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่ ไม่เพียงเห็นกองทัพต้นกล้วย แต่เจ้าบ้านยังติดป้ายอวดสรรพคุณชวนทำตามว่า ‘คิดอะไรไม่ออกปลูกกล้วย’ วิทยากรจากศูนย์ฯ เฉลยให้ฟังว่าทำไมต้องปลูกกล้วยก่อนปลูกพืชพรรณชนิดอื่น เพราะก่อนจะเป็นศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่ ที่ดินผืนนี้เป็นดินสีน้ำตาลแห้งกรัง กักเก็บน้ำในดินได้ไม่ดี ทางศูนย์เลยเริ่มต้นปลูกกล้วยเป็นพืชเบิกนำ ลำต้นของกล้วยเก็บน้ำและความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี การปลูกกล้วยจึงเหมาะมากสำหรับใช้ปรับคุณภาพดินบนภูเขาหัวโล้น

  ที่สำคัญ กล้วยยังเป็นพืชที่ใจดี ช่วยเอื้อเฟื้อความชุ่มชื้นไปยังพืชข้างเคียงที่ปลูกเคียงคู่กันให้เจริญงอกงาม และแทบทุกส่วนของต้นกล้วยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ใบใช้นำไปห่อขนมก็ดี หยวกกล้วยก็ใช้แกงได้อร่อย ฯลฯ 

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

วิชาที่ 7

ใครฆ่าหญ้า

ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าฆ่าหญ้า แต่ใช้หญ้าฆ่าหญ้า

การทำเกษตรกรรมในทุกวันนี้เกษตรกรจะเลือกใช้ยาฆ่าหญ้าที่อุดมไปด้วยสารเคมีกำจัดหญ้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วและลดขั้นตอนในการทำงาน แต่วิธีที่ง่ายกว่านั้นคือการ ‘ตัดให้เตียน’ แล้วไม่ต้องขนย้าย ปล่อยหญ้าไว้คอยห่มดินเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนดินที่อยู่ด้านล่าง

เมื่อความชุ่มชื้นเพียงพอจะเกิดความร้อนใต้กองหญ้า ซึ่งทำให้จุลินทรีย์เจริญได้ดีมากกว่าเดิม การย่อยสลายก็ดีตามไปด้วย จนเกิดฮิวมัสและเป็นปุ๋ยธรรมชาติราคา 0 บาท ที่ช่วยบำรุงดินต่อไป 

แถมอีกนิด ความจริงหญ้าตายได้เองถ้าไม่เจอแสงแดด เพียงแค่เอาไม้มาทาบหรือเอาร่มเงามาบังส่วนที่ไม่ต้องการ หญ้าก็จะตายไปเองโดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาไปตัด

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

วิชาที่ 8

หัวคันนาทองคำ

ปลูกผลไม้และผักสวนครัวบนหัวคันนาให้รุ่มรวยผลผลิตดั่งทองคำ

ภายในศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่มีนาข้าวอินทรีย์ พิเศษตรงคันนาทองคำ เพราะบริเวณหัวคันนามีทั้งพืชทานได้และพืชใช้ประโยชน์ได้ แต่ดันไปขัดกับความเชื่อของชาวบ้านที่มักจะไม่ปลูกไม้ใหญ่บนคันนา ด้วยเงาของต้นไม้ทาบทับลงบนนาข้าว เป็นผลให้ข้าวเจริญเติบโตไม่ดี แต่วิทยากรแนะวิธีแก้ ง่ายนิดเดียว เพียงวางคันนาให้เป็นแนวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เท่านี้เงาก็จะไม่ทอดบนนาข้าว แถมมีหัวคันนาทองคำไว้กิน ไว้ใช้ ตลอดทั้งปี

ถ้าปลูกเยอะจนกินคนเดียวไม่หมดก็แบ่งปันเพื่อนบ้านเรือนเคียงได้อีกด้วย

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

วิชาที่ 9

ปลูกป่า 5 ระดับ

ปลูกพืชผสมผสานในแปลงเดียวกัน แต่ระดับความสูงไม่เท่ากัน

วิทยาการเล่าว่า อดีตนาข้าวถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นโคก เพื่อรองรับการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ผ่านใต้วิธีการปลูกป่า 5 ระดับ เป็นการปลูกต้นพืชหลายชนิดในแปลงเดียวกัน มีความสูงต่างระดับกัน เพราะความแตกต่างของชนิดพืชและความต่างของระดับความสูง จะทำให้เกิดการเกื้อกูลกันเหมือนป่า คล้ายการเลียนแบบระบบนิเวศของป่าตามธรรมชาติ เมื่อมีฝนตกลงมารากของพืช 5 ระดับ จะช่วยอุ้มน้ำไว้ใต้ดินมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แล้วป่า 5 ระดับมีอะไรบ้าง

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

ไม้ระดับสูง เป็นไม้เนื้อแข็ง พวกตะเคียน สัก ประดู่ ไม้แดง

ไม้ระดับกลาง เช่น มะพร้าว มะม่วง

ไม้ระดับเตี้ย เน้นผักสวนครัว อาทิ อัญชัน 

ไม้หัวใต้ดิน พวกเผือก หัวมัน

ต้นไม้ยิ่งสูง รากยิ่งยาว ทำให้จุลินทรีย์เดินทางตามรากของต้นไม้ ส่งผลให้พื้นที่นั้นจะยิ่งอุดมสมบูรณ์และเกิดความสมดุล แถมพ่วงมาด้วยการปลูกป่า 3 อย่าง แต่ได้ประโยชน์ถึง 4 อย่าง เริ่มจากการปลูกพืชที่กินได้ ปลูกพืชที่นำมาใช้งานได้ และปลูกพืชที่นำมาสร้างที่อยู่อาศัยได้ เพื่อให้ได้ประโยชน์ 4 อย่าง สำหรับพออยู่ พอกิน พอใช้ และพอร่มเย็น 

วิชาที่ 10

น้ำหมักสารพัดประโยชน์

ทำน้ำหมักรสจืดจากหน่อกล้วยและปั้นระเบิดจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย

สมัยเปิดศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา-เขาใหญ่ พื้นที่เดิมเป็นพื้นที่ทำเกษตรเคมีมาก่อน ภายหลังทางศูนย์มาเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์ แต่ยังไม่วายมีสารพิษตกค้าง เลยตั้งใจทำน้ำหมักรสจืดจากหน่อกล้วย หมักจนอายุครบ 3 เดือน พร้อมใช้งาน! ก็เอามาราดลงดิน เพื่อชะล้างสารพิษในดิษและบำรุงดินให้ดีกว่าเดิม ด้วยการเพิ่มจุลินทรีย์ดีให้ดิน

นอกจากจะหมักพืชเป็นน้ำ ยังปั้นระเบิดจุลินทรีย์เพื่อบำบัดน้ำเสียจากปุ๋ยหมักแห้ง ดินเลน รำข้าว แกลบเผา แกลบดิบ และน้ำหมักรสจืด ผสมคลุกเคล้ากันแล้วปั้นขนาดเท่าลูกเปตอง วางในพื้นที่ร่มสัก 7 – 15 วัน ก็พร้อมกลายร่างเป็นระเบิดลูกจิ๋วสำหรับบำบัดน้ำเสีย โดยการโยนระเบิดจุลินทรีย์ 1 ลูก เหมาะกับพื้นที่บ่อน้ำขนาด 1 ตารางเมตร 

อ้อ ทางศูนย์ไม่ได้ทำแค่น้ำหมักรสจืดจากหน่อกล้วยนะ ยังมีมากถึง 7 รส สำหรับใช้กับร่างกายและต้นพืช

10 เรื่องความสัมพันธ์ของดินและน้ำจาก เขาใหญ่ ที่ช่วยให้เราดูแลลุ่มน้ำได้ดีขึ้น

จาก 10 วิชา ของหลักสูตร TCP Spirit พยาบาลลุ่มน้ำ คงทำให้หลายบ้าน ที่ดินทุกแปลง บ้านทุกหลัง ที่อยู่ในลุ่มน้ำนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ได้กับทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะมีที่ดิน พื้นที่เกษตร หรือเป็นคนที่อาศัยอยู่ในเมือง ก็สามารถนำความรู้เหล่านี้ไปจัดการน้ำไว้ใช้ในที่ดินของตัวเอง โดยเฉพาะบำบัดน้ำเสียจากสารเคมีปนเปื้อนและแก้ปัญหาการพังทลายของหน้าดิน ตลอดจนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการชะล้างตะกอนดินไปยังแหล่งน้ำสาธารณะ เพื่อช่วยกันพยาบาลลุ่มน้ำในทุกลุ่มน้ำที่เราพึ่งพาอาศัย ถ้านำวิธีการพยาบาลลุ่มน้ำจาก TCP spirit ไปใช้ ขอเพียงแค่ 10% ของพื้นที่ลุ่มน้ำหันมาจัดการน้ำตามแนวทางนี้และช่วยบอกต่อกับคนใกล้ชิด ก็จะสามารถช่วยพยาบาลลุ่มน้ำได้ทั่วประเทศ

Writers

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load