ภาพของหมาก-ปริญ สุภารัตน์ กับป่า ในแวบแรก อาจจะทำให้คุณเข้าใจว่า นี่คือฉากตอนในละครเรื่องใหม่ ที่พระเอกหนุ่มคนนี้มักได้รับเลือกให้แสดงอยู่เสมอ

ความจริงก็คือ นี่ไม่ใช่ภาพจากละครเรื่องไหนเลย

แต่เป็นภาพจากความชื่นชอบส่วนตัวที่เขาหลงรักหลังจากบังเอิญร่วมเดินทางเข้าป่ากับกลุ่มเพื่อนสนิทเมื่อนานมาแล้ว

แม้การเข้าป่าของเขาอาจจะไม่ได้ลึกซึ้งหรือเต็มไปด้วยอุดมการณ์อย่างใคร แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้เขาเข้าใจว่าธรรมชาติกำลังบอกอะไรบางอย่าง และพยายามถ่ายทอดสิ่งที่เขารู้สึกผ่านภาพถ่ายและข้อเขียนในอินสตาแกรม ก่อนจะมีโอกาสไปเที่ยวป่าที่ประเทศลาว ซึ่งสร้างประสบการณ์และความประทับใจ จนเกิดเป็นหนังสือชื่อ LandMARK ที่พระเอกหนุ่มลงมือทำเองในทุกขั้นตอน

เสียดายนิดเดียวที่การนัดหมายของเราและ หมาก ปริญในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ป่าอย่างที่แอบคิดไว้ในตอนแรก แต่กับสภาพอากาศกรุงเทพช่วงนี้ แอร์คอนดิชันในห้างสรรพสินค้าก็ถือเป็นตัวเลือกไม่เลวเท่าไหร่

เหตุผลที่ The Cloud สนใจคุยกับเขาไม่ใช่เพราะหนังสือเล่มนี้กำลังติดอันดับขายดีในประเทศ

กลับกัน เขาเลือกที่จะพิมพ์ในจำนวนจำกัด เพราะตั้งใจอยากให้แฟนคลับที่ติดตามเขาอยู่หันมาสนใจอ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งจุดประกายให้ใครสักคนออกเดินทางเข้าป่าสักครั้งหนึ่ง

อย่างน้อย ก็มีบรรณาธิการบริหารของเรา ที่อยากไปเที่ยวป่าแบบเขาทันทีที่เห็นภาพและเรื่องเล่าในนั้น

เชื่อเถอะว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่การฉายภาพว่า ฉันเป็นพระเอกที่มีคาแรกเตอร์แบบไหน แต่เป็นชายหนุ่มวัย 28 คนหนึ่งที่รู้สึกดีกับการเข้าไปในป่า

ถ้าคุณไม่เชื่อ ลองมาคุยกับเขาพร้อมกัน แต่ที่แน่ๆ เราเริ่มไม่แน่ใจว่าตอนนี้กำลังตกหลุมรักธรรมชาติของป่า หรือธรรมชาติของหมากกันแน่

หมาก ปริญ

ได้ยินมาว่าคุณเป็นนักอ่านตัวยงของหนังสือ เพชรพระอุมา

ผมเริ่มอ่าน เพชรพระอุมา ตอนอายุ 19 เพราะพี่นก (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) มอบโจทย์ให้ผมไปศึกษาตัวละคร เพื่อปรับใช้กับคาแรกเตอร์ตัวละครในเรื่อง ตะวันเดือด แต่พออ่านไปสักพักก็เริ่มติด ผมชอบรพินทร์ ชอบเรื่องราว ชอบความโรแมนติก ชอบภาษาสวยๆ ในนั้น ช่วงนี้ก็กำลังกลับมาอ่านอีกครั้ง

ช่วงสัปดาห์หนังสือ ได้ยินว่าคุณอ่านและรีวิวหนังสือเรื่อง เงียบ Silence: In The Age of Noise ของ Erling Kagge จนแฟนๆ ตามหาอ่านกันใหญ่

จริงหรอครับ ดีๆ ดีจัง สำหรับเราหนังสือเล่มนี้ตอบเรื่องที่เราเคยสงสัย เราอ่านแล้วชอบก็เลยอยากบอกต่อให้ทุกคนได้อ่าน

ที่มาที่ไปของหนังสือเล่มแรกของตัวเองเป็นยังไง

หนังสือเล่มแรกที่ทำเป็นโฟโต้บุ๊กชื่อ MK in Phuket เริ่มต้นจากผมเป็นคนชอบถ่ายรูปมากๆ จะเก็บไว้ดูคนเดียวคงไม่ได้ประโยชน์อะไร เลยคุยกับน้องคิม (คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ) ว่าเราน่าจะทำเป็นหนังสือขึ้นมา แล้วนำรายได้ไปทำกิจกรรมการกุศล

พอมาเป็นหนังสือเล่มที่สอง LandMARK เริ่มมีส่วนที่เขียนบรรยายด้วย รู้สึกยังไงบ้าง

เริ่มจากเราไปเที่ยวป่า ซึ่งไม่ได้ตั้งใจว่าจะเขียนเป็นเรื่องเป็นราว แต่บรรยากาศที่เกิดขึ้นเวลานั้น เรามองออกไปเห็นแต่ความนิ่ง ทำให้ทุกอย่างที่อยู่ในหัวแล่นออกมา เราก็จดบันทึกใส่สมุดไว้ พอกลับมาเราก็รู้สึกว่าน่าจะรวบรวมเป็นเล่มได้ จึงตัดสินใจทำหนังสือออกมาโดยที่อยากให้เป็นหนังสือที่ง่ายๆ อ่านสั้นๆ เห็นภาพแล้วอยากไปเที่ยว ออกไปใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ สำหรับเรา จริงๆ การเดินทาง ใครๆ ก็ไปได้นะ แต่เราอยากให้เขาลองออกไปใช้ชีวิต ลองไปเจออะไรที่ไม่คาดฝัน อาจจะลำบาก แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดี

หมาก ปริญ
หมาก ปริญ

ได้ยินว่าหนังสือเล่มล่าสุดที่กำลังทำเป็นเรื่องตอนที่คุณไปบวช ทำไมต้องเป็นเรื่องนี้

เราได้อะไรเยอะมากในช่วงที่ไปบวช ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย หรือคนที่ไม่เคยบวชมาก่อน ก็อาจจะยังไม่รู้ว่าการบวชต้องทำอะไร เจออะไร รู้สึกยังไง เราก็เลยอยากจะเล่าว่าแต่ละวันทำอะไร

ซึ่งก็จะเป็นวิธีการเดิมคือพิมพ์เอง ขายเอง แล้วคุณไม่อยากส่งสำนักพิมพ์จริงจัง เพื่อวางขายทั่วประเทศบ้างหรือคะ

กลัวขายไม่ได้ครับ (หัวเราะ) ไม่รู้สิ เราไม่มั่นใจเท่าไหร่ ความตั้งใจของเราคือทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเองมากกว่าจะวางขายจริงจังแบบนั้น

แต่จะเห็นว่าหนังสือคุณมักจะสวย ปกแข็ง จัดรูปเล่มเป็นอย่างดี ทำไมถึงต้องเป็นอย่างนั้น

อย่างที่บอกว่าผมชอบถ่ายรูป ดังนั้นผมจึงให้ความสำคัญกับการเลือกกระดาษ สี และการพิมพ์

ล่าสุดเพิ่งกลับมาจากลาว รอบนี้ไปทำอะไรมาบ้างคะ

รอบนี้ตั้งใจไปเข้าป่าเหมือนเดิม เพราะติดใจธรรมชาติและบรรยากาศดิบๆ ของที่นั่น โดยที่คราวนี้ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะเจออะไร ไปถึงเราก็ให้พี่อินที ผู้นำทางของเราเป็นคนเลือก เขาก็พาเราไปที่ถ้ำเซบั้งไฟ แขวงคำม่วน ซึ่งจะออกไปทางท่าแขก ใช้เวลาขับรถ 4 ชั่วโมง คราวนี้ไม่ลำบากเรื่องเดินแล้ว แต่ลำบากเรื่องนั่งรถนานๆ ทริปนี้ใช้เวลา 3 วัน มีทั้งเดิน ขับรถ แคมปิ้ง พายเรือในถ้ำ

หมาก ปริญ
หมาก ปริญ
บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

ฟังดูลำบากไม่น้อย ซึ่งพระเอกอย่างคุณโอเคกับความลำบากนี้?

เรารู้ว่ามันสนุกนะ ผมชอบความลำบากเพราะทำให้รู้สึกว่าได้ใช้ชีวิต ได้ลองคิดตรองดูว่าเวลาเราไม่มีหรือขาดบางสิ่งไปเราจะทำยังไง เวลาที่เหนื่อยแล้ว ไม่ไหวแล้ว เราจะทำยังไงต่อ ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์

คิดว่าความลำบากจากการเดินทางให้อะไรกับคุณบ้าง

ไม่รู้เหมือนกันว่าให้อะไร จริงๆ มันเหมือนเสพติดความลำบากไปแล้ว เป็นประสบการณ์ที่สร้างความรู้สึกดีกับตัวเอง

เขามีแต่ติดสบายนะ แต่คุณติดลำบาก มันเป็นเพราะอะไร

เราพบว่าเราชอบใช้เวลาอยู่กับปัจจุบันมากๆ เหมือนตอนบวช เราชอบเวลาที่เราไม่ต้องคิดอะไร และโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแทน เป็นความนิ่งที่เรารู้สึกดี มีความสุขมากๆ

บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด
บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด
บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

ได้ยินคุณพูดคำว่า ‘ใช้ชีวิต’ อยู่ตลอดเวลา สำหรับคุณแล้ว คำนี้แปลว่าอะไร

แปลว่า การทำสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับตัวเอง อะไรก็ได้ที่นอกเหนือไปจากสิ่งที่ทำประจำวัน ผมคิดว่าเราควรหาเรื่องตอบแทนตัวเองบ้าง ไม่รู้สิ ผมอาจจะไม่รู้วิธีการใช้ชีวิตของทุกคน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะลองออกไปอยู่กับตัวเอง ลองทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องคิดเรื่องงาน

เวลาคุณเข้าป่า คุณเข้าไปดูอะไรบ้าง

ดูทุกอย่างเลย ตั้งแต่ร่างกายของตัวเอง ชอบเปียก ชอบเหงื่อ ชอบความเลอะเทอะ ชอบบาดแผลที่ได้มา ชอบความเขียว ชอบน้ำตก แค่นั้นเลย แต่เพื่อไม่ให้การท่องเที่ยวของเราทำลายความสวยงามของธรรมชาติ แม้ว่าการมาของนักท่องเที่ยวจะทำให้เศรษฐกิจโดยรอบนั้นดี การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว รวมถึงการคิดถึงและใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดก็เป็นเรื่องที่สำคัญ

ถ้าได้เป็นผู้ว่า ททท. จะทำอะไรเป็นอย่างแรก

ผมจะทำให้คนไปเที่ยวในประเทศได้ทุกฤดู ไม่ใช่แค่ฤดูหนาวหรือฤดูฝน แต่ฤดูร้อนก็ต้องเที่ยวได้ แล้วก็จะให้ความรู้ความเข้าใจ และขอความร่วมมือให้ช่วยกันดูแลพื้นที่อนุรักษ์ไม่ให้เสื่อมโทรมเพราะการท่องเที่ยว

แล้วคุณมีวิธีโน้มน้าวชวนเพื่อนที่ไม่เคยเข้าป่ามาก่อนให้ไปเที่ยวป่ายังไง อย่างคิมเบอร์ลีนี่ชวนยังไงเธอจึงยอมไปด้วย

ตอนนั้นบอกเขาว่าอยากพาเขาไป ก่อนไปเขาก็กังวล แต่เราก็อยากให้เขาได้เห็น ได้รู้สึกแบบที่เราสัมผัส เลยลากไปด้วยกันก่อน รู้สึกยังไง กลับมาค่อยคุยกัน ซึ่งกลับมาเขาก็บอกว่าแฮปปี้มากเพราะมีหลายอย่างที่เขาไม่เคยเจอ อย่างตัวทาก หรือต้นไม้ที่มีลักษณะแปลกๆ มีกลิ่นเฉพาะในตัวเอง รอยหมีควายข่วนต้นไม้ หรือสัตว์ป่าที่ไม่เคยคิดว่าจะมีในประเทศไทย

บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด
บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

เรื่องถ่ายรูป คุณเริ่มถ่ายรูปจริงจังได้ยังไง

เริ่มจากมีกล้องอยู่ที่บ้านซึ่งซื้อมานานแล้วแต่ไม่ค่อยหยิบมาใช้ วันหนึ่งก็พกไปเที่ยวด้วย เราก็เริ่มชิน รู้จักการปรับ เริ่มใช้เป็นก็เริ่มสนุกขึ้น ซึ่งพอได้จดจ่ออยู่กับกล้อง เราก็ยิ่งชอบความรู้สึกที่เราสงบนิ่งกับบางสิ่งบางอย่าง เหมือนตอนอ่าน เพชรพระอุมา จบเล่มหนึ่งแล้วอยากจะหยิบเล่มต่อไปมาอ่านเรื่อยๆ

เวลาเข้าป่า รูปแบบไหนที่คุณมักจะกดชัตเตอร์ถ่ายบ่อยที่สุด

ผมชอบความรู้สึกตอนขับรถเข้าป่า ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น แค่อยู่กับเพลง อยู่กับเพื่อน อยู่กับทางข้างหน้า ก็เลยมักจะเก็บภาพวิวตรงหน้าผ่านสายตาที่ขับรถอยู่นั้นไว้แบบไวๆ

จึงเป็นเหตุผลที่รูปในอินสตาแกรมของคุณมักจะเป็นภาพเบลอๆ?

ตัวผมเองมองว่าการถ่ายรูปมี 2 แบบ รูปที่ดูแล้วรู้ว่าสวย กับรูปที่สวยในความรู้สึก ภาพเบลอๆ เหล่านั้นทำให้เราจำได้ว่าเหตุการณ์ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นและเรากำลังรู้สึกอะไร เหมือนกับว่า แม้ทุกคนจะเห็นภาพภาพนั้นเป็นภาพนิ่ง แต่สำหรับผม ผมเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวที่มีเรื่องราวก่อนและหลังอยู่ในนั้น

บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด
บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด
บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

เกี่ยวกับการบวชครั้งที่ผ่านมา ประทับใจอะไรจนตั้งใจอยากทำเป็นหนังสือ

ผมเลือกบวชวัดใกล้บ้านเพราะอยากให้พ่อแม่เดินทางสะดวก ก่อนจะย้ายไปปฏิบัติธรรมที่เชียงรายตามคำแนะนำของคนรู้จัก เป็นความเงียบสงบแบบที่เราตั้งใจ ที่เราประทับใจมากคือ การบวชครั้งนี้ทำให้คนในหมู่บ้านจากที่ไม่เคยใส่บาตรก็ออกมาใส่บาตร

ซึ่งถ้าถามว่าได้อะไรจากการบวชครั้งนี้ สำหรับเรา เพราะชีวิตประจำวันมักจะคิดนู่น คิดนี่ คิดไปทำไมไม่รู้อยู่ตลอด แต่ช่วงที่บวช เราได้อยู่กับสิ่งตรงหน้า จดจ่อกับลมหายใจเข้าออกที่ปลายจมูก ไม่ถึงกับชีวิตเปลี่ยนไปขนาดนั้น แต่อย่างน้อยเราได้จัดระเบียบความคิด รับรู้ความสุขและความรู้สึกที่ได้จากการมีสติ

ถ้าให้คุณลองเรียบเรียงจุดเปลี่ยนในชีวิต คิดว่าเหตุการณ์อะไรที่เป็นจุดเปลี่ยน

จุดเปลี่ยนในชีวิต (นิ่งคิดนาน) น่าจะเป็นเรื่องไปเดินป่าครับ ก่อนที่ผมจะบวช ผมเคยไปเที่ยวที่ดอย ผมเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองมากขึ้นมากๆ เลย ในระหว่างที่เดินก็รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมากๆ และเมื่อรวมกับเรื่องตอนที่ไปบวช ก็ได้ซึมซับและเรียนรู้มากขึ้น อยู่กับปัจจุบันมากขึ้น

คุณในวันนี้แตกต่างกับในวันที่เพิ่งเข้าวงการมาใหม่ๆ ยังไงบ้าง

มีความตั้งใจมากขึ้น เมื่อก่อนอาจจะทำไปเพราะแค่อยากลอง แต่เดี๋ยวนี้กลับสนุกและรู้สึกว่าในเมื่อได้รับเลือกให้มาทำตรงนี้ เราขอทำให้เต็มที่ อยากจะให้ผลงานที่ออกมาจากเราเป็น master piece เป็นผลงานที่ดีที่สุดเสมอ ทำการบ้านเยอะขึ้น จากที่ไม่เคยทำมาก่อน ทุกวันนี้เราใช้วิธีเขียนคาแรกเตอร์ตัวละครที่ศึกษาออกมาเป็นหน้าๆ ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้างในชีวิต

บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด
บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

ช่วงไหนคือช่วงที่มีความสุขที่สุดในการทำงานในวงการบันเทิง

ช่วงนี้แหละ ช่วงที่ทุกคนเห็นเรา เห็นการพัฒนา เห็นความตั้งใจของเรา และเราเองก็เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ มีความสุขมาก

มีบทบาทไหนที่อยากเล่นแต่ยังไม่ได้เล่น

อยากเล่นบทแบบ I Am Sam อยากเล่นบทที่ไม่ใช่คนปกติ มีความซับซ้อนหน่อยๆ

สุดท้ายแล้ว อยากให้คุณสรุปความเป็น หมาก ปริญ แบบที่คุณมองตัวเอง ที่มากกว่าแค่คนธรรมดา

ยากจัง (หัวเราะ) ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมว่าให้คนอื่นบอกดีกว่า

บทสนทนากับหมาก ปริญ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด
ขอขอบคุณ: LandMARK

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

ขบฟันกั้นกอดวันทองไว้ ขุนช้างร้องไปชิงไว้หวา

เพชฌฆาตดาบยาวก้าวย่างมา ขุนแผนโถมถาคร่อมเมียไว้

ฉุดคร่าคว้ากันอยู่ดันดึง ฟันผึงถูกขุนแผนหาเข้าไม่

ดาบยู่บู้พับยับเยินไป เข้ากลุ้มรุมฉุดได้ขุนแผนมา

ขุนแผนฮึดฮัดกัดฟันเกรี้ยว บิดตัวเป็นเกลียววางกูหวา

เพชฌฆาตแกว่งดาบวาบวาบมา ย่างเท้าก้าวง่าแล้วฟันลง

ต้องคอนางวันทองขาดสะบั้น ชีวิตวับดับพลันเป็นผุยผง

พอพระไวยถึงโผนโจนม้าลง ตรงเข้ากอดตีนแม่แน่นิ่งไป

หลังจากพระพันวษาทรงสั่งประหารนางวันทองด้วยข้อหาเป็นหญิงหลายใจ เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับขุนแผนหรือขุนช้าง พระไวย บุตรของขุนแผนกับนางวันทองจึงไปทูลขอชีวิต จนในที่สุดก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เมื่อเจ้ากรมยมราชเห็นคนควบม้ามาพร้อมธงขาวส่งสัญญาณยกเลิก เจ้ากรมกลับคิดว่าพระเจ้าแผ่นดินกริ้วที่ตนสั่งประหารช้า จึงรีบให้เพชฌฆาตตัดคอนางวันทองไปเสียก่อน!?

“อ้าว!!!”

รู้ตอนจบกี่ครั้งก็อดอุทานไม่ได้กับความตายอันน่าสลดของ นางวันทอง โฉมงามผู้เกิดในยุคสมัยที่ไม่อาจเลือกอะไรเพื่อชีวิตตัวเอง

ใครหลายคนคงจดจำตัวละครจากวรรณคดีรักสามเส้าเรื่อง ขุนช้างขุนแผน กันได้เป็นอย่างดี เพราะมีบรรจุอยู่ในวิชาภาษาไทยหลายระดับ แต่น่าเสียดายว่าเป็นการหยิบยกมาเพียงบางช่วงบางตอน นักเรียนจึงไปไม่ถึงจุดจบของเรื่องโดยสมบูรณ์เสียที 

แต่การไปไม่ถึงหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย กลับทำให้เกิดสำนวนที่พูดกันอย่างติดปากมาจนถึงปัจจุบันอย่าง ‘วันทองสองใจ’ ซึ่งมักมีความหมายสื่อถึงพฤติกรรมของผู้หญิงมากรัก เลือกไม่ได้ จิตใจโลเล

ในจุดนี้ ไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่อัดอั้นตันใจจนอยากหยิบปากกามาเปลี่ยนชีวิตของวันทองเสียใหม่ เพราะ มุ เจ้าของผลงานอันโด่งดังเรื่อง วันทองไร้ใจ ที่ขึ้นแท่นเป็นการ์ตูนยอดนิยมอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มการ์ตูนดิจิทัล WEBTOON ขณะนี้ ได้ลงมือเปลี่ยนพล็อตชีวิตของวันทองด้วยตัวเองจนมีผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน มีคนอ่านไปมากกว่า 18.5 ล้านครั้ง! แถมยังมีแฟนคลับนำไปคอสเพลย์กันอย่างจริงจังตั้งแต่ตัวเอกยันตัวประกอบ! ความปังครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในเครื่องการันตีว่า ชีวิตวันทองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

โดยวันทองในเวอร์ชันใหม่ แท้จริงแล้วเป็นสาวยุคปัจจุบันอีกคนที่ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวละครในวรรณคดี เธอต้องเผชิญหน้ากับตัวละครอีกมากมายที่เคยได้ยินชื่อ ไม่ว่าจะเป็น สายทอง หรือนางศรีประจัน รวมถึงโจทก์หัวใจอย่าง ขุนช้าง และ ขุนแผน

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

นอกจากนี้ ความน่าสนใจของเรื่องยังไม่ได้หยุดเพียงว่า สาวหลงยุคคนนี้จะทำอย่างไรกับชีวิตที่ถูกบังคับให้อยู่กับขนบธรรมเนียมและแนวคิดแบบเดิม ๆ แต่เธอจะทำอย่างไรไม่ให้จบชีวิตลงที่ลานประหารต่างหาก!

เราชวนคุณมุพูดคุยเกี่ยวกับมุมมองด้านวรรณคดีจากคนที่เรียนเอกภาษาไทย รวมถึงเจาะลึกเบื้องหลังการทำงาน และความอัดอั้นตันใจที่นำมาสู่การสร้างเนื้อเรื่องและตอนจบรูปแบบใหม่ของตัวเอง

ต่อจากนี้ วันทองไม่ต้องโดนหาว่าสองใจอีกต่อไป เพราะเธอจะไร้ใจไปเลย!

ว่าแต่ทำไมวันทองต้องไร้ใจด้วย

เป็นการตั้งล้อสำนวนวันทองสองใจค่ะ ในเรื่องคือเลือกไม่ได้ระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง เราเลยไม่เอาทั้งสองคน ก็ไร้ใจไป แต่ถ้าไม่เอาเลยสักคนจริง ๆ เรื่องนี้คงอยู่ WEBTOON หมวดโรแมนซ์ไม่ได้ (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

คุณไม่ชอบเนื้อเรื่อง ขุนช้างขุนแผน แบบเดิม เลยเขียนเวอร์ชันใหม่

ต้องเล่าก่อนว่า ตอนนั้นติดอ่านนิยายจีน ชอบอ่านแนวทะลุมิติเข้าไปในนิยาย หรือแนวทะลุมิติเข้าไปแก้ไขชีวิตตัวเอง ก็เลยคิดว่าของไทยน่าจะมีบ้าง เลยนึกถึงวันทองขึ้นมา เรื่องแรกเป็นแนวทะลุมิติเหมือนกันค่ะ แต่เป็นเรื่องจีน ก่อนหน้านี้เขียนให้ Comico Thailand ตอนนั้นอยากล้อว่ามีแนวทะลุมิติเยอะ ก็เลยเอาทุกคนมาทะลุมิติหมดเลย แนวเบาสมอง ชื่อ เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

ส่วนเรื่อง วันทองไร้ใจ คือเราคิดว่าพวกตัวเอกของเรื่องแนวนี้มักจะชีวิตรันทด ไม่ได้รับความยุติธรรม วันทองก็เข้าแก๊ปอยู่นะ จริง ๆ เคยมีคนเขียนนิยายเกี่ยวกับวันทอง หรือคนอื่นทะลุมิติที่เป็นตัวละครใน ขุนช้างขุนแผน อยู่แล้ว เราไม่ใช่คนแรกที่เขียน แต่ตอนที่เราอ่าน ขุนช้างขุนแผน เหมือนเราดูละครแล้วขัดใจ ทำไมนางเอกต้องตายด้วยล่ะ! ไม่ได้ผิดสักหน่อย! เราเลยอยากให้วันทองได้มีสิทธิ์มีเสียง ได้แก้ไขชีวิตตัวเอง เพราะเธอคือนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกคนหนึ่ง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
การ์ตูนเรื่อง เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

แสดงว่าจริง ๆ แล้วมีนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกหลายคน

ใช่ค่ะ

หลายคนมองว่า โมรา กากี ก็กลายเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายใจไปเหมือนกัน

ไม่คิดว่าทั้งสองเป็นตัวแทนผู้หญิงหลายใจ แต่เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่เลือกอะไรไม่ได้เลยมากกว่า อย่างโมรา สะท้อนชีวิตสมัยก่อนที่ผู้หญิงต้องขึ้นอยู่กับผู้ชาย ผู้ชายเก่ง ฉันก็รอด ถ้าผู้ชายไม่เก่ง ฉันก็ตายตาม โมราเลยดิ้นรนให้อยู่ในความครอบครองของผู้ชายที่เก่งกว่า แต่มันขัดกับศีลธรรมของสิ่งที่สมัยนั้นคิดว่าดีงาม เธอเลยกลายเป็นตัวร้าย เธอเจอผู้ชายคนนี้ก่อนก็ต้องอยู่กับเขาเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งเกิดจากผอบ ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ส่วนกากี อันนี้เป็นพล็อตนิยายอีโรติก (หัวเราะ) ถูกครุฑพาไปอยู่บนวิมานชั้นฟ้า ให้ทำยังไงล่ะ ไม่ยอมแล้วให้กระโดดเมฆตายหรอ แล้วมีคนธรรพ์ไปซ้ำอีก จะให้ทำยังไง เลือกอะไรไม่ได้เลย แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันทองสองใจถึงติดหูคนมากกว่า

อีกอย่างคือเรามีการเอาขนบของทางอินเดียมาด้วยว่า ผู้หญิงต้องผุดผ่อง รักเดียวใจเดียว ถ้าหากสามีตายต้องเผาตัวเองตายตาม เป็นการรับอิทธิพลมา และเมื่อก่อนมีความเชื่อว่าผู้หญิงคือสมบัติของพ่อแม่ แต่งงานไปก็เป็นสมบัติของสามี ผู้หญิงจึงไม่มีแนวคิดว่า เราเป็นคน เป็นตัวเอง ไม่ใช่ของใคร มันก็เลยไปในแนวนั้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้เห็นในเรื่อง วันทองไร้ใจ

(หัวเราะ) เพราะว่าเรื่องนี้นางเอกไม่ได้เป็นคนในยุคนั้น เธอเป็นคนยุคปัจจุบันทะลุมิติไป เธอเลยออกมือออกไม้ได้มากกว่า แต่เธอจะไปฉอดทุกคนที่ขวางหน้าก็ไม่ได้ ตรงนี้คือข้อจำกัด เธอต้องอยู่ให้ได้ ถึงไม่อยากประนีประนอมก็ต้องทำหน่อย ไม่งั้นจะถูกหาว่าบ้า

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ฟังแล้วรู้เลยว่าผู้หญิงถูกกดทับในวรรณคดีอยู่บ่อย ๆ

เพราะว่าวรรณคดีเป็นภาพสะท้อนสังคมในอดีต สมัยก่อนสถานะผู้หญิงเป็นอย่างไร ในวรรณคดีก็สะท้อนออกมาเป็นแบบนั้นเลย อย่างตอนนี้ถ้าเทียบกับวรรณคดี สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือผู้หญิงเป็นคนเขียนเองมากขึ้น จากแต่ก่อนที่ผู้ชายจะเป็นคนเขียนวรรณคดี มันก็ช่วยไม่ได้ที่เนื้อเรื่องจะเป็นไปในมุมมองของผู้ชาย แต่ก่อนมีหน้าที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้หญิงต้องอยู่ในบ้าน ผู้ชายอยู่นอกบ้าน ปัจจุบันยังมีบ้าง แต่ก็เปลี่ยนไป ซึ่งสะท้อนผ่านสื่อ ผ่านเรื่องราวของยุคสมัยอย่างที่เราเห็นกัน

ในวรรณคดี สิ่งที่คนเขียนยุคนั้นเขียนออกมาก็สะท้อนเรื่องของคนยุคนั้น พอเราเขียนก็เลยสะท้อนเรื่องของยุคนี้แบบไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน ต่อ ๆ ไปก็จะมีเรื่องอื่น ๆ เพิ่มมา เช่น พ่อค้า ชนชั้น เรื่องทาส แต่อันนี้เป็นทาสในสมัยก่อน หรือความคิดที่ว่าเวลาทำงานจะต้องทำถวายหัว มีบางกลุ่มที่คิดแบบนี้อยู่ในปัจจุบัน แต่อันนี้ต้องรอซีซั่นหน้า

แล้วพอจะมีวรรณคดีหรือนิทานเรื่องไหนบ้างไหมที่ผู้หญิงไม่ถูกกดทับ หรือค่อนข้างมีอิสระมากกว่าที่เรานึกออก

มีเรื่องเดียวเท่าที่คิดออกตอนนี้คือ แก้วหน้าม้า มีสิทธิ์มีเสียงหน่อย มีอำนาจ มีอิทธิฤทธิ์ กำหนดชีวิตตัวเองได้มากกว่า อย่างน้อยก็มากกว่าตัวละครหญิงคนอื่น ๆ 

ตอนที่เขียนเรื่อง วันทองไร้ใจ ขึ้นมา คุณมีเป้าหมายไหมว่าอยากให้ใครมาอ่าน

ตอนแรกคือแค่คนที่อัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ) เธอคิดเหมือนฉันใช่ไหม (หัวเราะ) แต่ตอนที่มีการประกวดวาดการ์ตูนของ WEBTOON ในปี 2020 เขาให้วาดเรื่องแนวไหนก็ได้ เราเลยลองส่งเรื่องนี้ไป แต่ไม่ผ่าน ตอนหลังเขาถึงค่อยมาติดต่อว่าสนใจจะวาดไหม เพราะเนื้อเรื่องน่าสนใจ ก็เลยได้วาด เรื่องนี้น่าจะได้รับการติดต่อประมาณปี 2021

หลังจากนั้นคุณก็ได้เขียนต่อยาว ๆ เลย แถมลายเส้นยังสวยมากด้วย เริ่มวาดภาพจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่

มาเริ่มฝึกตอนที่มีเว็บบอร์ด สมัยมหาวิทยาลัย และมีเพื่อนที่ชอบวาดด้วยกันก็ได้แลกเปลี่ยนผลงานกัน เหมือนเป็นการช่วยกระตุ้นเรา เราก็ได้เรียนรู้กับคนที่เรียนมาโดยตรงหรือกับคนที่วาดมาเยอะกว่า

แต่ตอนอนุบาลก็วาดเป็นงานอดิเรกค่ะ วาดเด็กผู้หญิง ดอกไม้ วาดแล้วมีเพื่อนชมก็ยิ่งวาด พอโตขึ้นมาหน่อยสักประถมก็เริ่มวาดเป็นเรื่อง เขียนเองอ่านเอง เป็นลายเส้นญี่ปุ่นหน่อย เพราะชอบการ์ตูนตาหวาน แรงบันดาลใจตอนวาดก็มาจากคุณพ่อด้วย คุณพ่อวาดให้ดู เราก็วาดตาม

แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คณะที่เรียนไม่ได้เกี่ยวกับวาดรูปนะคะ เรามาฝึกเอง เปลี่ยนลายเส้นด้วย เพราะตอนแรกก็ไม่ใช่คนวาดสวย ส่วนการเรียนเอกภาษาไทยอาจจะช่วยบ้าง เพราะเราเรียนวิเคราะห์วรรณกรรมมาเยอะ ก็พอมีพื้นฐานการลำดับเรื่อง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

การที่เรียนเอกภาษาไทยคงทำให้คุณต้องคลุกคลีอยุ่กับวรรณคดีเยอะเลย

เยอะค่ะ เพราะต้องเรียนวรรณคดีซ้ำไปซ้ำมาหลายตัวเหมือนกัน คนอื่นเรียน ขุนช้างขุนแผน ช่วงมัธยมครั้งหรือสองครั้ง แต่พอเราเรียนเอกวรรณคดีจึงเอ็กซ์ตร้าเข้าไปอีก ไม่ถึงกับเรียนจนจบหลายรอบ แต่ได้เรียนจนจบและได้เห็นเวอร์ชันที่หลากหลาย

เท่าที่ตกตะกอนมา คุณคิดว่าอะไรคือคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

ถ้าตามที่เรียนมา มันเป็นความจริงที่วรรณคดีเรื่องนี้บันทึกประวัติศาสตร์ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในสมัยนั้นได้ค่อนข้างจะครบถ้วน ถือว่าแตกต่างจากเรื่องอื่นที่เป็นจักร ๆ วงศ์ ๆ ในรั้วในวัง เรื่องนี้เป็นชีวิตชาวบ้านจริง ๆ 

โดยส่วนตัวคิดว่าเนื้อเรื่องสนุก ตื่นเต้น มีความลุ้น บางฉากมีความเป็นละคร ดราม่าเหมือนซีรีส์เกาหลีอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น ฉากที่วันทองจะถูกลากไปแต่งงานกับขุนช้าง แล้วขุนแผนจะมาช่วยไหม ฉากนั้นคือลุ้นมาก แต่พออ่าน ๆ ไปปรากฏว่า ขุนแผนมา ไม่สนใจ นางเอกโดนลากเข้าห้องหอ ม่ายยยย!!! มีความเมโลดราม่าหน่อย หรือจังหวะถูกประหาร พระพันวษาให้อภัยแล้ว คนอ่านก็เสียดายเล่น หรืออีกฉากคือ ขุนแผนผ่าท้องนางบัวคลี่เพื่อทำกุมารทอง อันนี้จะมีความสยอง เป็นตัวเอกสายดาร์ก

รู้สึกยังไงตอนที่ขุนแผนใช้ความรุนแรง

จริง ๆ แอบตั้งคำถามว่า ทำไมคนแบบนี้ถึงมาเป็นพระเอกได้เนี่ย (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ก็เลยเป็นที่มาของการอยากเปลี่ยนพระเอกของเรื่องหรือเปล่า

ส่วนหนึ่งค่ะ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะต้องมีพระเอกคนใหม่เลย ตอนแรกจะเอนไปทางให้ขุนช้างเป็นพระเอกด้วยซ้ำ แต่พอเขียน ๆ ไปแล้วรู้สึกว่า ให้มีคนใหม่ไปเลยน่าจะสนุกกว่าในเมื่อเราดัดแปลงใหม่

หรือจริง ๆ แล้ว ขุนแผนไม่มีคุณสมบัติจะเป็นพระเอกแล้ว

(หัวเราะ) ถ้าในความคิดของเราจะให้เขาเป็นพระเอกก็ได้ แต่เนื้อเรื่องจะเป็นอีกแบบไปเลย วันทองจะต้องเหนื่อยหนักมากในการจะเปลี่ยนผู้ชายสักคนหนึ่ง ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นคนใหม่มาเลยจะได้อีกรสชาติหนึ่ง เราอยากให้เรื่องนี้เป็นผลงานออริจินัลของเรา ไม่ใช่เอาขุนช้างขุนแผนมารีเมก

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ตอนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมา คิดว่าจะมีคนสนใจไหม

ก็แอบคิดว่าน่าจะมีคนสนใจ น่าจะมีคนคิดเหมือนกับเราเยอะนะ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนเขียนนิยายมาก่อน ผลตอบรับตอนประกวดถือว่าดีค่ะ มีคนอ่านเยอะกว่าที่คิด มีคนอัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ)

จากวันแรกจนถึงตอนนี้ คุณเดินไปไกลกว่าจุดประสงค์เดิมตอนที่เริ่มเขียนบ้างไหม

ตอนแรกเราคิดแค่เอานางเอกไปฟาดกับผู้ชายสองคนนี้ แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มใส่รายละเอียดเพิ่ม นางเอกไม่ได้จะไปต่อกรกับขุนแผนเหมือนตอนแรก ๆ เพราะคนที่เธอต้องต่อกรมากที่สุดคือ แม่ศรีประจัน เพราะสุดท้ายคนที่เป็นเจ้าของชีวิตวันทองในตอนนี้คือแม่ ไม่ใช่ขุนแผน เป็น Last Boss ของซีซั่นแรก ด้วยความเป็นแม่ เรายังทำอะไรมากไม่ได้ ต้องหาวิธีอื่นที่จะทำให้เรามีชีวิตอิสระจากเขาได้ โดยไม่ทำให้เขาเจ็บช้ำมากเกินไป 

ตอนที่วาดนางวันทอง มีการใส่ตัวตนของคนวาดลงไปในตัวละครบ้างไหม

นิสัยเราสองคนไม่เหมือนกันเท่าไหร่ (หัวเราะ) เราไม่ค่อยจะไปฉอดใคร แต่อะไรที่เราอยากทำ เราจะให้ตัวละครทำแทน ถ้าให้เหมือนกัน คือเรื่องทัศนคติว่าเราคิดอย่างไร ซึ่งจะคล้ายกัน มีความเหมือนแค่บางส่วน

ถ้าอย่างนั้นวันทองเวอร์ชันนี้มีต้นแบบมาจากไหน

เหล่าทวิตเตี้ยนทั้งหลายค่ะ ชาวทวิตเตอร์ เราคิดว่าถ้าเป็นคนในทวิตเตอร์จะคิดอย่างไร (หัวเราะ) เป็นเหมือนเฟมินิสต์ แค่บังเอิญเล่นทวิตเตอร์

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พูดถึงการทำงาน ได้ข่าวว่าตอนแรกคุณทำงานแบบโซโลคนเดียว

ตอนแรกทำคนเดียว แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่ไหว ตอนนี้เลยมี 3 คน เพิ่มมาทีละคน ๆ ให้เพื่อนมาช่วย ทำทุกอย่างเลยประมาณ 10 ตอนแรก มีแค่เรากับโปรแกรมช่วยบ้าง ใช้ 3D ช่วยทำฉาก หรือใช้หุ่นโมเดลสามมิติก็ร่างได้ไวขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องให้คนช่วยจริง ๆ 

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พวกโปรแกรมก็เรียนรู้การใช้งานเองทั้งหมดเลยไหม

ใช่ค่ะ ยากเอาเรื่อง เรื่อง วันทองไร้ใจ เป็นเรื่องแรกที่ใช้ 3D ประกอบ เพราะเรือนไทยหาโหลดฉากไม่ได้ แล้วเราต้องใช้หลายมุม ถ้าปั้นเป็น 3D จะคุ้มกว่า เพราะเราปรับได้หลายมุม ก็เลยลองปั้นเอง ตอนแรกใช้ SketchUp แต่เพราะเราไม่มีพื้นฐานเลยเริ่มต้นลำบาก บังเอิญมาเจอโปรแกรมที่มันง่ายขึ้นก็เลยใช้

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ตอนทำงานคนเดียว อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุด

ลงสี 50 กว่าช่องค่ะ มันเยอะ อดนอนอยู่พักหนึ่ง (หัวเราะ) เพราะต้องส่งงานวันศุกร์ เนื่องจากมีกำหนดออนแอร์ ตอนนี้ยังทำทัน เพราะเราทำตอนตุนไว้ก่อน เรารู้ตัวว่าต้องมีเลทแน่นอน เลยมีทำตุนเอาไว้ 1 ตอนใช้เวลา 6 – 7 วัน บางตอนที่รายละเอียดไม่เยอะ 5 วันครึ่งหรือ 6 วันก็เสร็จ

ต้องมีการทำการบ้านระหว่างตอนเยอะไหม

มีบ้าง อย่างการเปิดเสภา หรือเปิดพจนานุกรมเทียบ แต่หลัก ๆ คือเสภา ขุนช้างขุนแผน เรายึดของห้องสมุดวชิรญาณเป็นหลัก ถ้าหากมีฉากไหนที่เราสงสัยลำดับเนื้อเรื่อง ตลอดจนสีผ้าก็ไปเปิดดูได้ โชคดีที่มีออนไลน์ แต่อันนี้เป็นเรื่องของรายละเอียด

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ดูละเอียดจนถึงลายผ้าเลยทีเดียว

ใช่ค่ะ อย่างน้อยก็ตอนต้น ๆ แต่พอดำเนินเรื่องไป เราจะเริ่มปรับไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อิงตามเดิมเป๊ะแล้ว แต่บางตัวละครออกมาครั้งแรกเป็นฉากที่มีในเรื่อง เราก็อยากให้สีตรงกัน อย่างตอนแรกที่วันทองออกมาก็จะใส่สีแดง วาดไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูแทน ตรงนี้เราไม่ได้ใส่คำอธิบายอะไร เพราะเป็นความฟินส่วนตัวที่ได้ใส่ลงไป แต่ก็มีคนรู้นะคะ คนที่เรียนมา เราประมาทคนอ่านไม่ได้เลยค่ะ มีคนที่รู้มากกว่าเราอยู่เสมอ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

กว่าจะเป็นหนึ่งตอนนี่ทำอะไรหลายอย่างเลย หลังเสร็จงานค้นคว้าแล้วคุณต้องทำอะไร

การบ้านอันนี้จะไปอยู่ตรงเขียนสตอรี่บอร์ด เขียนเสร็จแล้วก็เริ่มร่าง ตัดเส้น ส่งให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งเทสี แล้วส่งให้ผู้ช่วยคนที่สองลงเงา ใส่เครื่องประดับ จากนั้นก็ส่งกลับมาให้เราแต่งสี ใส่ฉากหลัง พิมพ์คำพูด แล้วส่งกลับไปให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งจัดฟอนต์ให้อีกที จากนั้นส่งกลับมาให้เรา มันจะส่งไปส่งมาหน่อยนะคะ ส่งมาให้เราดูความเรียบร้อย แล้วส่งให้ผู้ดูแล WEBTOON เขาจะเช็กคำผิด บางทีก็มีแก้บางช่อง เช่น ตอนจบขอค้างกว่านี้หน่อย เรื่องตรงนี้ละเอียดอ่อน ช่วยเพิ่มอะไรหน่อย

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

การบ้านที่ต้องทำหนักที่สุดของเรื่องนี้คืออะไร

ความเป็นอยู่ในยุคนั้น เพราะตอนแรกไม่มีในหัวเลยว่าคนยุคนั้นอยู่กันอย่างไร เราจะนึกเนื้อเรื่องไม่ออก ต้องไปศึกษาตรงนั้นก่อนค่ะ

สำหรับสถาปัตยกรรม บ้านเรือน มีหนังสือเล่มไหนที่คุณใช้อ้างอิงบ้างไหม

อาจจะไม่ถึงกับเป็นหนังสือ แต่อย่างบ้านของนางวันทอง เราใช้พระตำหนักทับขวัญที่จังหวัดนครปฐมเป็นต้นแบบ มีเมืองโบราณด้วย ช่วยได้เยอะ บางอย่างที่มันหาไม่ได้ เช่น สภาพความเป็นอยู่ โชคดีที่มีละครทำมาก่อน เขาค้นคว้ามาแล้ว เราก็ขอมาใช้บ้าง บุพเพสันนิวาส นี่ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะพอ บุพเพฯ ออกมาก็มีหนังสือเกี่ยวกับอยุธยาตามมาเยอะมาก เราจึงได้เดินตามรอยเขา

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แบบนี้ถึงจะเป็นนักศึกษาเอกภาษาไทยที่ผันตัวมาเป็นนักวาดการ์ตูน แต่การอ่านหนังสือก็ขาดไม่ได้เลย

ใช่ค่ะ เป็นนิสัยส่วนตัวด้วยว่า เวลาเราคิดพล็อต จะชอบคิดจากข้อมูลมากกว่า

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แต่จินตนาการเองก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ บางตัวละครจึงไม่มีอยู่จริงในวรรณคดี

อย่างปรงทองกับเปลวคำก็ใส่เข้าไปเพื่อให้เรื่องมีความเป็นของเรามากขึ้น เป็นโอเอซิสของเรื่อง เป็นจุดดึงดูดความสนใจของคนอ่าน เพราะถ้ามีแค่ขุนช้างกับขุนแผน คนที่ไม่ชอบทั้งสองคนก็จะไม่มีเมน เราเลยใส่สองคนนี้เข้าไปให้ แล้วก็เหมือนชูใจคนวาดด้วย อย่างปรงนี่ คนวาดชอบ อยากวาดผู้หญิงน่ารักค่ะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

เท่าที่ฟังมาคุณทำงานกับประวัติศาสตร์และค่านิยมอยู่ตลอด มีเรื่องอะไรที่กังวลบ้างไหม

บางอย่างเป็นข้อมูลที่ไม่ใช่ปฐมภูมิ ไม่ได้เป็นข้อมูลแรกเริ่มดั้งเดิม ของบางคนอาจจะผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์มาแล้ว เราก็ไม่ทราบ ไม่แน่ใจว่าถูกไหม อย่างเรื่องช้างใช้เท้าหลังเดินก่อน เราก็ต้องไปเปิดคลิปช้างเดินดู แต่ข้อดีคือเราเซ็ตให้นางเอกทะลุเข้าไปในวรรณคดี ไม่ใช่ย้อนอดีต ในเสภาจะมีการปนกันของยุคสมัยอยู่ บางฉากก็เหมือนอยู่ในอยุธยา แต่บางเมนูอาหารหรือเสื้อผ้าบางอย่างกลับเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ มันจึงปนกันอยู่ในนั้น เราเลยไม่ได้ซีเรียสเรื่องยุคสมัยมาก เรายึดว่าเป็นเรื่องในวรรณคดี ถ้าแยกออกมาทีละยุคจะเป็นงานที่หนักไปหน่อย (หัวเราะ)

คุณมองเห็นความน่ากลัวของค่านิยมจากเรื่องนี้บ้างไหม

ส่วนมากพอเกิดเป็นค่านิยม เราก็ไหลไปตามนั้น ไม่ได้ตรวจสอบตัวเองจนไหลไปตามกระแส บางครั้งจึงเกิดการทำร้ายกันเองด้วยค่านิยม ความเชื่อ อย่างวันทองนี่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้คิดด้วยซ้ำว่าเธอคิดได้ เลือกได้ เขาไม่เอ๊ะเลย เราก็ไม่เอ๊ะ พอไปเรื่อย ๆ จึงเกิดเป็นค่านิยมมองผู้หญิงเป็นสิ่งของ วันทองเป็นคนยุคนั้น เขาก็อยู่อย่างนั้น แล้วคนที่กำหนดค่านิยมในยุคนั้นก็เป็นชนชั้นสูง ขุนนางด้วย

หลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานมาพอสมควร อะไรคือความท้าทายในการทำงานชิ้นนี้

เรื่องทำเป็นทีมนี่แหละค่ะ ก่อนหน้านี้ทำงานคนเดียวมาก่อน มันจึงเป็นเหมือนการเรียนรู้กันระหว่างผู้ช่วยและทีมงานว่า เราจะทำอย่างไรให้ตารางเวลาลงตัว เป็นครั้งแรกที่ได้จ้างคน เพราะเพิ่งมีเงินจ้างค่ะ (หัวเราะ) เป็นเรื่องแรกที่มีคนติดตามเยอะขนาดนี้ เลยมีความกดดันด้วย กลัวว่าเราจะมีอะไรบ้งโดยที่ไม่รู้ตัวแล้วเผลอปล่อยออกไป แต่โชคดีที่ทำงานเป็นทีมก็เลยมีคนช่วยดู

ตอนนี้ก็ทำงานการ์ตูนเป็นอาชีพหลักเลย เพราะถ้าไม่หลักคงจะไม่มีเวลาวาดใช่ไหม

ไม่สามารถทำงานอื่นได้เลย จากที่เคยรับมาก็ต้องวางกองไว้ก่อน เพื่อเรื่อง วันทองไร้ใจ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ถามเรื่องความต่างระหว่างเรื่องของคุณกับวรรณคดีไปเยอะแล้ว มีอะไรที่ไม่แตกต่างกันบ้างไหม

อันที่จริงก็มีบางอย่างที่พยายามคงไว้ เช่น ประเพณี ข้าวปลาอาหาร อันนี้คือเอามาจากเสภา และความปากจัดของแม่ศรีประจันก็ด้วย นอกนั้นก็มีเปลี่ยนไปเยอะเลย

กระแสตอบรับตอนที่เรื่องนี้ออกไปแล้วทำให้ใจฟูบ้างไหม

ดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ รู้สึกดีใจที่มีคอมเมนต์ให้อ่านทุกสัปดาห์ ชอบมากที่ได้อ่านความเห็นของทุกคน มีคนที่สังเกตเยอะ ๆ ก็ทำให้เราดีใจ เช่น รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่ได้บอก หรือแม้กระทั่งเกิดการถกเถียงกันว่า ขุนแผนก็ไม่ได้แย่นะ มันเป็นเพราะสภาพสังคมในสมัยนั้น เขาเลยเป็นแบบนี้

เหล่าผู้อ่านน่ารักมาก ต้องขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนมาก ๆ WEBTOON เราเขียนเป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ เราไม่รู้เลยว่าจะเขียนได้ยาวแค่ไหน จะถูกตัดจบไหม แต่เพราะได้รับการสนับสนุนจากทุกคนเลยได้เขียนต่อยาว ๆ ทุกคนช่วยเปย์อ่านล่วงหน้า ทำให้ได้เงินมาสนับสนุนผู้ช่วย อันนี้สำคัญมาก ช่วยได้เยอะจริง ๆ ค่ะ อ้อ! เห็นคอมเมนต์ของเพื่อนบ้านชาวลาวด้วย เขามาอ่านก็ดีใจจริง ๆ อนาคตอยากให้ไปต่างประเทศ มีการแปลด้วย อันนี้ก็ได้แต่ภาวนาค่ะ

แฟนคลับคุณแน่นหนามาก ชุมชนวันทองไร้ใจแข็งแกร่งจนมีคนนำไปคอสเพลย์ด้วย

อันนี้ดีใจมาก เป็นความใฝ่ฝันของนักวาดหลายคน แต่งกันสวยเหมือนหลุดออกมาจากในเรื่องเลย ขนาดเป็นตัวละครที่ไม่ใช่ตัวหลักอย่างแม่ศรีประจันก็มี แปลกใจมาก ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ

ก่อนจากกันขอถามย้ำอีกครั้งว่า จุดจบวันทองจะเหมือนเดิมไหม

(หัวเราะ) ต้องไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่วันทองแล้ว แต่เป็นนางเอกคนใหม่ เนื้อเรื่องก็ต้องต่าง ติดตามกันต่อไปนะคะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ภาพ : มุ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load