สำหรับใครที่ยังไม่เคยฟังเพลง คำแพง ของ แซ็ค ชุมแพ ผมอยากแนะนำให้ลองคลิกฟังเพลงความยาว 4.19 นาทีนี้ก่อนอ่านต่อไป

เมื่อวาน, 26 มิถุนายน 2560 เพลง คำแพง เพิ่งมียอดวิวทะลุ 300 ล้าน จากข้อมูลหลังบ้าน บอกเราว่ายอดวิวของเพลงนี้เพิ่มขึ้นราว 1 ล้านวิวต่อ 1 วัน ประเมินอย่างหยาบๆ คือจะมีเพลงนี้ดังเกิน 1 ล้านครั้งในทุกวัน ยังไม่นับจำนวนครั้งที่นักร้องในโลกออนไลน์คัฟเวอร์เพลงเพลงนี้

แม้ยอดวิวจะเป็นเพียงตัวเลขแต่มันก็สะท้อนอะไรได้มากมายในยุค Big Data

นอกจาก คำแพง ก่อนหน้านี้เพลงลูกทุ่งสั่นสะเทือนโลกออนไลน์มาแล้วจากเพลง ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน ของ ก้อง ห้วยไร่ ไล่เรียงมาจนกระทั่งล่าสุด ผู้สาวขาเลาะ ของ ลำไย ไหทองคำ ที่ยอดวิวก็อยู่ที่หลักร้อยล้านเช่นเดียวกัน หากสังเกตจุดร่วมของเพลงเหล่านั้นจะพบว่าแทบทั้งหมดหาได้เป็นเพลงจากค่ายเพลงใหญ่ที่มีกระบวนการโปรโมตเหนือชั้น แต่กลับเป็นเพลงจากค่ายหรือคนตัวเล็กๆ

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเพลง คำแพง นั้น ทำโดยค่ายเพลงขนาดกะทัดรัดในอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น อย่าง Tonmai Music & Studio เนื้อเพลงและทำนองแต่งโดยคนชุมแพ ร้องโดยคนชุมแพ ถ่ายมิวสิกวิดีโอโดยคนชุมแพ-ที่ชุมแพ

โลกออนไลน์เปลี่ยนแปลงชีวิตและวิธีคิดของผู้คนในหลายวงการ ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการลูกทุ่ง

นึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่าเพลงจากชุมแพจะเป็นที่รู้จักอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไรในวงการเพลงยุคเก่า

ผมนัดพบชาวชุมแพ 2 ชีวิตผู้อยู่เบื้องหลังเพลงเพลงนี้ในวันที่ยอดวิวกำลังจะแตะ 300 ล้านวิวในอีกไม่กี่ชั่วโมง หนึ่งคือ แซ็ค ชุมแพ นักร้องที่เคยเป็นเพียงตัวประกอบในมิวสิกวิดีโอมาก่อน อีกหนึ่งคือ เอ๊ะ-สายชล แผ่นผา โปรดิวเซอร์และผู้แต่งเพลง ซึ่งคอยเฝ้ามองปรากฏการณ์ของวงการเพลงลูกทุ่งมาตลอด

ถ้าพร้อมแล้ว ลองย้อนกลับไปฟังเรื่องราวตั้งแต่วันที่ยอดวิวยังเป็นศูนย์จากปากของเขาทั้งสอง

แซ็ค ชุมแพ, เอ๊ะ สายชล แผ่นผา คำแพง

ทุกวันนี้แซ็คได้ลองนับไหมว่าร้องเพลง คำแพง ไปแล้วกี่รอบ

แซ็ค: นับไม่ถ้วนเลยครับ (หัวเราะ) บางงานร้องจบไปแล้วเขาก็มาขออีก

แล้วจุดเริ่มต้นของเพลงนี้เริ่มที่ไหน

เอ๊ะ: ที่ทุ่งนาเลยครับ ผมสร้างบ้านไว้ที่ทุ่งนา แล้วแซ็คก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน คือก่อนทำเพลงให้แซ็ค ค่ายเราทำเพลงมาแล้วเพลงนึง แซ็คก็มาแสดงเป็นตัวโจ๊กในมิวสิกวิดีโอเพลงนั้น ผมเลยรู้ว่าแซ็คเพิ่งแข่งชนะกลับมาจากรายการ กิ๊กดู๋ ผมเลยถามว่าไปแข่งชนะกลับมาแล้วไม่ทำอะไรต่อเหรอ ทำไมไม่ทำเพลงล่ะ ลองดูมั้ย เดี๋ยวพี่เขียนเพลงให้ หลังจากนั้นก็กลับมานั่งคิดว่า ตัวตนแบบเขา เสียงแบบเขา จะเขียนเพลงลักษณะยังไงดี ก็เลยนั่งเขียน แล้วเรียกเขามาฟัง กระบวนการง่ายๆ ไม่ได้มีกรอบอะไรมาก เราแค่อยากทำงาน ไม่มีกระบวนการอะไรที่ซับซ้อน

แซ็ค ชุมแพ คำแพง
แซ็ค ชุมแพ เมื่อครั้งแสดงเป็นตัวประกอบในมิวสิกวิดีโอเพลง ผิดที่อ้าย ของ โอ๋ อดิเทพ

กระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ทำซาวนด์ อัดเสียง ถ่ายมิวสิกวิดีโอ ทำที่ชุมแพทั้งหมด ด้วยความที่พื้นที่ชุมแพมีความพิเศษอย่างหนึ่งคือเป็นชุมชนที่มีความดั้งเดิมพอสมควร ผู้คนยังมีความผูกพันกันในพื้นที่สูง สิ่งนี้ทำให้เพลง คำแพง เกิดขึ้น เพราะเรามีทีมงานที่รู้จักกัน เราอยากได้ฝ่ายไหน หาได้ในชุมแพ ทำให้งานเพลงที่จะสร้างมันง่าย หมายความว่า เราไม่ต้องมีเงินมากเราก็สามารถสร้างงานได้ เรียกใช้กัน พี่น้องกัน

ชีวิตของแซ็คที่ชุมแพเป็นยังไงบ้างก่อนเพลง คำแพง จะเป็นที่รู้จัก

แซ็ค: ผมก็ทำงานปกติ ช่วยคุณพ่อทำเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่บ้าน

เห็นว่าตอนเด็กๆ เคยไปประกวดร้องเพลงด้วย ตอนนั้นไปประกวดทำไม หวังอะไร

แซ็ค: คุณครูบอกว่าถ้าชนะจะได้เงินรางวัล ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ผมไปทำงานต่างจังหวัด ผมอยู่กับยาย เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นลองประกวดดู เผื่อชนะ ตอนนั้นตั้งความหวังว่าถ้าได้เงินก็เอาให้เอาให้คุณยาย แต่ประกวดไปเรื่อยๆ ก็ไม่ชนะ ช่วงนั้นไปไหนเขาจำผมได้เกือบหมด แต่ไม่ได้ในฐานะแชมป์นะ ผมประกวดตั้งแต่ ป.5 – ป.6 ห้าหกปีไม่เคยได้แชมป์ ดีที่สุดคือได้ที่ 3

จากกี่คน

แซ็ค: 5 คน (หัวเราะ)

ตอนเด็กๆ รู้สึกว่าการเป็นนักร้องเป็นเรื่องไกลตัวไหม

แซ็ค: ไกล ไม่คิดเลย พอประกวดแพ้ผมคิดว่าจะไม่ร้องเพลงแล้วด้วย ผมหยุดร้องไป 6 ปี ไปทำงานช่วยคุณพ่อ ไม่ได้จับไมค์เลย ฟังเพลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้พยายามที่จะกลับมาร้องเพลง ทีนี้ผมได้แรงบันดาลใจมาจากพ่อแม่และคนรอบข้างถึงกลับมาร้อง จนกระทั่งไปประกวดรายการ กิ๊กดู๋ สงครามเพลง ชนะ แล้วมาเจอพี่เอ๊ะ ได้ร้องเพลง คำแพง

แซ็ค ชุมแพ คำแพง
แซ็ค ชุมแพ คำแพง

ครั้งแรกที่ฟังเพลง คำแพง แซ็ครู้สึกยังไง

แซ็ค: วันแรกที่ฟังมีพี่คนหนึ่งร้องไกด์ไว้ผมยังฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง พี่เอ๊ะก็ถามแล้วถามอีกว่าจะร้องเพลงเพลงนี้มั้ย ชอบมั้ย ผมใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะยืนยันว่าผมจะร้องเพลงนี้ เพราะผมไม่รู้ความหมายของเนื้อเพลง มันเป็นคำอีสานที่ความหมายลึก ผมเป็นเด็กวัยรุ่นยังไม่ค่อยเข้าใจ แล้วพี่ทีมงานก็ถามว่าเชื่อใจในทีมงานมั้ย ผมก็เลยบอกว่าผมเชื่อใจ โอเค ถ้าอย่างนั้นผมทำ ทุกวันนี้ทีมงานก็ยังพูดกันอยู่เลยว่าวันนั้นผมเกือบจะไม่ร้องแล้ว

แล้วพวกคุณเคยมาวิเคราะห์ไหมว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เพลง คำแพง มาไกลขนาดนี้

เอ๊ะ: โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลสูงที่สุด ในพื้นที่การรับฟัง การดู การชม ทุกวันนี้จะมีกี่คนเข้าไปดูช่องของค่ายใหญ่ คนเขาดูยูทูบ

หมายความว่าถ้าไม่มียูทูบ เพลง คำแพง อาจจะไม่มีคนรู้จักขนาดนี้

เอ๊ะ: คงไม่มีเพลง คำแพง

ขนาดนั้นเลยหรือ

เอ๊ะ: สำหรับผมคิดอย่างนั้นนะ เพราะอย่างที่บอกว่าถ้ายื่นค่ายใหญ่ก็จะไม่มีใครเอา อาจจะทำได้แค่หาวิทยุให้เขาช่วยเปิด แต่เขาก็จะไม่ค่อยอยากเปิด เพราะเปิดไปคนก็ไม่ฟัง สมัยก่อนคนฟังสื่อเขาก็มีกรอบเหมือนกัน ลูกทุ่งก็ต้องเป็นดนตรีสไตล์แกรมมี่โกลด์ อาร์สยาม คนแรกที่เปิดการฟังให้สังคม ส่วนตัวผมคิดว่าคือ ก้อง ห้วยไร่ ที่ร้องเพลง ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน

เหมือนทุกวันนี้เราสามารถทำเพลงได้โดยไม่ต้องสังกัดค่ายใหญ่แล้ว

เอ๊ะ: ใช่ นอกจากพื้นที่ในการโชว์ผลงานไม่แตกต่างกัน ต้นทุนในการสร้างงานก็ลดน้อยลง โฮมสตูดิโอที่บ้านเราก็สร้างเองได้ ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ทุกคนต้องอยู่ค่ายใหญ่ นี่เป็นปัจจัยที่ทำให้งานเพลงหลากหลายขึ้น ส่วนตัวผมคิดว่า ณ ตอนนี้คนเริ่มอยากฟังทางเลือกใหม่ๆ ทางเลือกเก่าๆ ที่แนวการเขียนเพลงเหมือนเดิม ทำนองดนตรีเหมือนเดิม เป็นเรื่องเบื่อ

ลองดูเพลงที่ติดตลาดอยู่ตอนนี้ เป็นเพลงของศิลปินอย่าง ก้อง ห้วยไร่, ลำไย ไหทองคำ, ปู่จ๋าน ลองไมค์, แร็พอีสาน หรือแซ็ค ชุมแพ ส่วนใหญ่เป็นศิลปินจากค่ายเล็ก แต่ที่ดังขึ้นมาเพราะว่าคนเหล่านี้ไม่มีกรอบครอบเขา ไม่มีกรอบว่าอย่าเขียนคำแบบนี้ คำแบบนี้ตลาดจะไม่รับ อย่างเพลง คำแพง ถ้าให้นักวิเคราะห์เพลงที่เป็นรุ่นเก่าวิเคราะห์เขาจะบอกว่าขายไม่ได้ เพราะว่าใช้คำไม่รู้เรื่อง เป็นภาษาอีสาน มันก็จะแคบ คุณไม่สามารถขายเพลงนี้ได้ทั่วประเทศ อาจจะดีแต่สินค้าคุณขายได้เฉพาะหมู่บ้านเดียว คุณไปขายหมู่บ้านอื่นไม่ได้ สมมติว่าเป็นปลาร้า คุณจะไปขายภาคใต้เขาก็ไม่กิน

แต่คุณไม่คิดอย่างนั้น

เอ๊ะ: ไม่คิด เราคิดว่าเราจะสร้างงานที่มันแตกต่าง ที่เหลือให้คนเสพเขาเป็นคนตัดสิน พอกระแสมันเริ่มขึ้นมา คนที่ฟังก็เริ่มเปิดกว้าง

เอ๊ะ สายชล แผ่นผา คำแพง

กลายเป็นว่าตอนนี้ คำแพง ก็ไม่ได้ดังแค่ในอีสานใช่ไหม

เอ๊ะ: เราเพิ่งกลับจากชุมพรเมื่อเช้า ก่อนหน้านั้นก็ไปสุราษฎร์ธานี

ทำไมคนทุกภาคถึงเปิดรับเพลงภาษาอีสาน

เอ๊ะ: ผมว่าเพราะเทคโนโลยีอย่างโลกออนไลน์มันกว้างขึ้น คนเลยเสพอะไรเยอะมากขึ้น สมัยก่อนคนฟังก็มีแค่ช่องค่ายเพลงใหญ่ เขาก็รับสื่อแค่นั้น ไม่ใช่ว่าตอนนั้นเขาไม่อยากรับสื่อใหม่ แต่มันไม่มีสื่ออื่น ทุกวันนี้พอมีสื่ออื่น คนก็เลยเริ่มหาสิ่งใหม่ๆ ฟัง เราลงไปใต้เราก็หวั่นๆ แต่เขาร้องได้หมด คนใต้คัฟเวอร์เพลง คำแพง เยอะด้วยในยูทูบ และตอนนี้งานหลักอยู่ที่ภาคกลาง เทคโนโลยีมันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยน ศิลปินมีโอกาสมากขึ้น

พูดได้ไหมว่าโลกออนไลน์เปลี่ยนแปลงวงการลูกทุ่งไป

เอ๊ะ: สำคัญ สมัยก่อนเทคโนโลยียังไม่ทั่วถึงอย่างทุกวันนี้ การผลิตเพลงอยู่ที่ค่ายใหญ่หมด พอการผลิตเพลงอยู่ที่ค่ายใหญ่ ศิลปินที่เข้าไปเป็นนักร้องในค่ายใหญ่ก็จะถูกกรอบครอบไว้ ผู้ใหญ่เลือกเพลงให้ ทีมงานเลือกเพลงให้ เพลงต้องเป็นแบบนี้ ดนตรีต้องแบบนี้ถึงมีความเป็นไปได้ที่จะดัง แต่พอเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมาเร็ว แล้วต้นทุนต่ำ คนก็เรียนรู้จะสร้างงานเองที่บ้าน ทำให้ไม่มีกรอบ ไม่มีใครบอกว่าดนตรียังไงดี ไม่มีใครบอกว่าการเขียนแบบไหนดี พอปล่อยออกมาแล้วสังคมยอมรับ มันก็เป็นกระแสใหม่ที่น่าจับตามอง

ถ้าอย่างนั้นการเปิดกว้างของเทคโนโลยี ของโลกออนไลน์มีข้อเสียไหม

เอ๊ะ: ข้อเสียมันก็มี เราสามารถทำงานอะไรก็ได้อย่างรวดเร็วแล้วปล่อยออกไป แต่เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมันก็จะลงอย่างรวดเร็วถ้าคุณภาพเราไม่ดี พูดภาษาชาวบ้านก็คือถ้าคุณดังเพราะโชค คุณก็จะอยู่ได้ไม่นาน เราต้องผลิตงานที่มีคุณภาพไปเรื่อยๆ

แล้วการที่เพลง คำแพง มียอดวิวสูงถึง 300 ล้าน เป็นเพราะโชคหรือเปล่า

เอ๊ะ: สำหรับผม ผมคิดว่าไม่ใช่เพราะโชค ทุกอย่างเป็นไปด้วยผู้ฟังเขาแชร์กันเอง ปากต่อปาก และเราไม่มีกระบวนการปั่น ไม่มีการซื้อโฆษณา ไม่มีการจ้าง ไม่มีการสร้างกระแส เราแค่ผลิตงานที่เราตั้งใจเต็มที่ ปล่อยออกไป แต่ถามว่าเราหวังแค่ไหน เราไม่ได้หวังแน่นอน ถือว่าเพลงทำงานของมันได้ดีมาก เราไม่ใช่เพลงประกอบหนังใหญ่แล้วได้ 300 ล้าน

แซ็ค ชุมแพ คำแพง

คุณคิดว่าถ้าไม่ใช่แซ็คร้อง เพลงนี้จะทำงานขนาดนี้ไหม

เอ๊ะ: เสียงคนร้องเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง เพลงมี 3 ส่วนหลัก คือตัวเพลง ดนตรี และเสียงร้อง ทั้งสามส่วนนี้ต้องเข้ากัน ขาดอันใดอันหนึ่งไม่ได้ เพลงดี เสียงร้องดี ดนตรีคุณทำไม่ดี ก็ไม่ได้ หรือดนตรีดี เพลงดี คนร้องเสียงไม่ดี ไม่ส่งอารมณ์เพลง ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพลงนี้ทุกอย่างมันลงตัวพอดี

คนทำเพลงจะมีประโยคนึงว่า ‘เพลงเพลงนึงมันเกิดมาเพื่อคนคนนึง’ คือมันไม่ใช่เพลงเพลงนึงจะให้ใครร้องก็ได้ ทำไมคนเขียนเพลงสมัยก่อนเขาถึงต้องเลือกว่าเพลงนี้จะให้ใคร เพราะเขาจะดูว่าคนไหนน่าจะใช่ที่สุด

คุณเคยเล่าว่าแซ็คใช้เวลา 3 เดือนกว่าจะร้องเพลง คำแพง ได้ ทำไมถึงนานขนาดนั้น

เอ๊ะ: เพราะตอนแรกเขาก็จะร้องเหมือน ไมค์ ภิรมย์พร เหมือนไหมไทย ใจตะวัน ซึ่งเป็นไอดอลเขา เราก็บอกเขาว่าร้องแบบนี้ไม่ได้ เราจะไปร้องทับศิลปินที่เขาดังอยู่แล้วไม่ได้ ต้องหาตัวเองให้เจอ ผมมีหลักการสร้างงานอย่างนึง สำหรับตัวเองคือเราจะไม่สร้างงานที่เหมือนใคร แม้แต่การเขียนเพลง การทำดนตรี การร้อง เพราะอย่างนั้นมันไม่ใช่การสร้างศิลปะ มันเป็นการก๊อปปี้ เหมือนคนที่ซื้อภาพก๊อปปี้ไปติดบ้าน ถามว่ามันสวยมั้ย สวย แต่มันมีค่ามั้ย ศิลปินที่สร้างงานที่แตกต่างอาจจะขายได้ยาก แต่ถ้ามีคนเห็นคุณค่า มันจะมีคุณค่ามากกว่า

แล้วแซ็คมีอะไรที่แตกต่างจากนักร้องลูกทุ่งคนอื่น

เอ๊ะ: แซ็คไม่มีความเป็นลูกทุ่ง เขาจะไม่ค่อยมีลูกเอื้อน ลูกโหน เขาจะมีแค่วิธีการร้องด้วยธรรมชาติของเขา จากการที่มีคนนั้นคนนี้เป็นไอดอล แล้วร้องบ่อยๆ ไม่มีกรอบในการฝึก เพราะฉะนั้น เขาก็จะไม่ได้เป็นลูกทุ่ง เพราะเขาไม่ได้เรียนลูกทุ่ง สิ่งที่อยู่ในตัวเขาคือสิ่งที่เขาได้ฟังมาจากชีวิตเขา

มันเป็นข้อดีหรือข้อเสีย

เอ๊ะ: เป็นสิ่งที่ดี ศิลปะควรเป็นอย่างนั้น ควรเป็นธรรมชาติ ผมเจอนักร้องรุ่นน้องเยอะมากที่ร้องเพลงแบบแซ็คอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน พอถึงวัยหนึ่งเขาไปเรียนเอกดนตรี กลับมาเขาจะร้องเพลงไม่เหมือนเดิม สำหรับผมไม่ดีเลย มันขาดความเป็นธรรมชาติ ไปเอาทฤษฎีเข้าตัวเอง พอทฤษฎีมากทำให้เราขาดความเป็นอิสระ ถ้าเราเรียนรู้ทฤษฎีเพื่อสร้างธรรมชาติเราให้ดี อันนี้โอเค แต่ส่วนมากพอไปรับทฤษฎีก็เอามาใช้หมด ธรรมชาติหายไป ธรรมชาติเกิดก่อนทฤษฎี แต่เราเอาทฤษฎีมาคุมธรรมชาติไว้ มนุษย์ไม่ได้เรียนทฤษฎีมาก่อนร้องเพลงใช่มั้ย เขาร้องกันมาตั้งแต่โบราณ แล้วเราค่อยเอาทฤษฎีไปครอบมันไว้ ผมจะบอกแซ็คแค่ว่า ร้องแบบนี้จะเพราะกว่า โหนเสียงตรงนี้ ตรงนี้น่าจะดึงลงมา แต่ไม่บอกว่าถูกหรือผิด

ทุกวันนี้มีช่วงเวลาไหนบ้างมั้ยที่มานั่งคุยกัน รำลึกกันถึงวันแรกๆ

เอ๊ะ: คุยกันแทบทุกวัน เพราะทีมงานอยู่ด้วยกันทุกวัน เป็นบรรยากาศที่ดี และเราพูดคุยกันเพื่อให้เราเข้าใจว่าเรามาจากตรงไหน ในเมื่อมีชื่อเสียง เงินทอง เข้ามา เราก็ต้องมั่นคงในวิธีคิดในการทำงาน การใช้ชีวิต การใช้เงินทอง ใช้ชื่อเสียงที่มีไม่ให้มันทำลายเรา

แซ็ค ชุมแพ, คำแพง

สำหรับพวกคุณ ยอดวิวมีความหมายแค่ไหน

แซ็ค: ผมเชื่อในทีมงานและเชื่อในงานมากกว่า ยอดวิวเป็นแค่สิ่งที่ทำให้คนรู้จักเพลง คำแพง และ แซ็ค ชุมแพ เฉยๆ

เอ๊ะ: สำหรับตัวผม ยอดวิวมันมีคุณค่าน้อยกว่าตัวงาน เพลงที่ผมทำมาทั้งหมด มีอยู่เพลงนึงที่มีคุณค่ากับผมมาก มากกว่าทุกเพลง แต่ยอดวิวน้อยกว่าทุกเพลง แล้วผมก็ยังเข้าไปฟัง และยังชื่นชอบมันอยู่

คือเมื่อจุดยืนเริ่มต้นเราไม่ได้ตั้งมาตรฐานความสำเร็จว่าเราต้องดังนะ เราต้องมีเงินนะ จุดยืนเราตั้งแต่ครั้งแรกเราบอกว่าเราสร้างงานเรามีความสุขนะ แซ็คร้องมีความสุขนะ ทีมงานทำเอ็มวี ทำดนตรี ทำเพลงพวกพี่มีความสุข พอจุดยืนเราอยู่ตรงนั้น ครั้งต่อไปเราก็ยังยืนจุดเดิม แล้วมันก็จะไม่กดดัน ถ้าเราไปยืนบอกว่าเราต้องดัง แล้วพอวันนึงเราดัง จุดยืนต่อไปมันจะบอกว่ามึงต้องดังกว่าเดิม มันจะไม่มีความสุขในงาน เราต้องมีความสุขในการทำงานเหมือนเดิม แล้วก็เลือกงานที่ดีที่สุดของเรา คัดกันมาเหมือนเดิม อย่างที่ผมบอก มันไม่มีทฤษฎีอะไรมาบอกว่าเพลงไหนจะดังไม่ดัง มันมีแค่มาตรฐานตัวเราว่าเราต้องสร้างงานให้ดีที่สุด ถ้าจะไม่ได้ 300 ล้านวิวอีกแล้วก็ไม่ซีเรียส

ทุกวันนี้เวลาแซ็คกลับไปชุมแพ เวลาเดินไปบนท้องถนนคนอื่นมองคุณเปลี่ยนไปบ้างไหม

แซ็ค: ชุมแพเป็นบ้าน ก็มีแต่พี่น้อง รู้จักกันหมดตั้งแต่เด็กๆ จะมีก็แค่โดนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แซวว่าลืมชุมแพแล้วมั้ง ไปอยู่กรุงเทพฯ ผมก็บอกว่าไม่ได้ลืม แค่ต้องทำงาน ไม่มีเวลากลับบ้าน

เคยคิดเล่นๆ ไหมว่าถ้าวันนี้เพลง คำแพง ไม่ดังขนาดนี้วันนี้คุณจะทำอะไรอยู่

แซ็ค: ผมก็คงทำงานช่วยคุณพ่อทำเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่บ้าน

 
แซ็ค ชุมแพ คำแพง

Writer

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีวงประสานเสียงหญิงล้วน คว้าเหรียญทองจากเวที 4th World Virtual Choir Festival 2021 ได้สำเร็จ ที่น่าปรบมือชื่นชมคือ วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม (Siam Ruby Women’s Choir) เป็นวงประสานเสียงผู้สูงอายุวัย 50 – 70 ปี ซึ่งรูปแบบการแข่งขันในครั้งนี้เป็นแบบ Virtual ประจวบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้นักร้องประสานเสียงทั้ง 16 คน ต้องฝึกซ้อมออนไลน์และอัดคลิปส่งประกวดทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยเบื้องหลังความตั้งใจมีแรงผลักดันจากคนรุ่นหลานอย่าง อาจารย์ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้ก่อตั้ง ผู้ฝึกสอน และวาทยกร วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ตลอดจนเป็นเจ้าของบริษัท เอนาวา จำกัด สตูดิโอที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยให้ยืนยาว สุขภาพจิตแจ่มใส สุขภาพกายแข็งแรง ด้วยกิจกรรมเสียงเพลง ทั้งคลาสเรียนร้องคาราโอเกะ วงประสานเสียง ฯลฯ 

ความพอดีกันของความสุขและความไพเราะ คือท่าไม้ตายที่ทำให้พวกเขาชนะใจกรรมการ ก่อนจะทำความรู้จักเรื่องราวเบื้องหลังของผู้สูงอายุกับเสียงเพลงและคนเจนวายกับเบบี้บูมเมอร์ ชวนฟังเพลง ‘อสงไขย’ จากพี่วัยเก๋าทั้ง 16 คน พร้อมกัน รับรองว่าขนจะลุกเกรียวด้วยความทึ่งในศักยภาพ ความไพเราะและความสุขที่ผู้ขับร้องมอบให้ผู้ฟัง

บทเพลงที่คว้าเหรียญทองจากเวที 4th World Virtual Choir Festival 2021

Spark Joy

อาจารย์ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ หรือ เดว์ เริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ทั้งชีวิตเขามอบหัวใจให้ดนตรี ระหว่างทางเขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์หลากหลาย ทั้งเข้าร่วมการแข่งขันดนตรี ร่วมประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิล และจับงานแสดงร่วมกับช่อง Thai PBS เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ รับบทเป็น นาคา, โหมโรง รับบทเป็น ศร จวบจนระดับอุดมศึกษา เขาเลือกเรียนสาขาประพันธ์เพลงคลาสสิก วิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ และจบปริญญาโทด้านการอำนวยเพลง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจบการศึกษาเขาก็เป็นอาจารย์พิเศษ เป็นวาทยกรวงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อย ซึ่งเป็นวงประสานเสียงผู้สูงอายุที่คว้า 4 เหรียญเงิน จากการแข่งขัน 3 ประเทศ

“ผมได้ร่วมโปรเจกต์พิเศษกับ รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เขาอยากทำโปรเจกต์ช่วยเหลือสังคมด้วยการให้ผู้สูงอายุเข้าถึงดนตรีได้ง่ายขึ้น นั่นก็คือ การร้องเพลง และผมเป็นลูกศิษย์ อาจารย์ฤทธิ์ ทรัพย์สมบูรณ์ ซึ่งเป็นประธานโครงการ เขาชวนผมไปทำด้วยกัน พอทำแล้วผมรู้สึก Spark Joy กับผู้สูงอายุ

“ผมมองเห็นศักยภาพของพวกเขา และผมเป็นคนที่ทำอะไรจะต้องทำให้สุด ต้องดึงศักยภาพของคนสูงวัยออกมาให้เต็มที่ หลังจากนั้นผมเขียนเพลงขึ้นมาหนึ่งเพลง เอาเพลง ผู้ใหญ่ลี ไปทำเป็นร็อกแอนด์โรลว์ ไปแข่งที่ประเทศมาเลเซีย จนได้เหรียญเงินกลับมา เราแข่งมาแล้วสามประเทศ ได้สี่เหรียญเงิน ไม่เคยได้เหรียญทองเลย ในสายตาผม เหรียญทองเป็นเรื่องที่ยากมาก ยากที่จะเห็นว่าความสามารถระดับเหรียญทองมันต้องประมาณไหน 

“ผมสู้แล้วก็คิด แสดงและฝึกฝนพวกเขาต่อไป” อาจารย์ธนาวุฒิเล่าตั้งใจ

ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้พาวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยามชนะเหรียญทองครั้งแรกของไทย

วงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อยมีเหรียญเงินติดตัว แต่อาจารย์ธนาวุฒิก็ยังมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของวัยอิสระอย่างไม่หยุดยั้ง เขาเสนอละครเวที ในความทรงจำ เดอะมิวสิคัล ให้นักศึกษาสาขาธุรกิจดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ธนาวุฒิเสนอว่า เขาอยากทำละครเวทีที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดบนเวที โดยเขารับหน้าที่ประพันธ์เพลง แถมได้ คุณสุชาติ ชวางกูร รับบทพระเอก และ คุณนนทิยา จิวบางป่า รับบทนางเอก ซึ่งการแสดงประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องสงสัย และเขายังเป็นผู้ประพันธ์และเรียบเรียงละครเวที เทพธิดาบาร์ 21 ด้วย 

หลังจากเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาสักพัก เขาก็ตัดสินใจลาออก

“ผมมีคติอยู่ว่า อะไรที่ไม่ใช่ความสุขผมไม่ทำ ผมมีความสุขกับการสอนผู้สูงอายุ ก็เลยตัดสินใจลาออก ลาออกจากวงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อยด้วย แล้วก็ชวนลูกศิษย์เก่ามาตั้งวงประสานเสียงด้วยกัน

“ลูกศิษย์ของผมค่าเฉลี่ยอยู่ที่หกสิบปี ส่วนผมอายุสามสิบปี ข้ามเจนกันเลย เจนวายกับเบบี้บูมเมอร์”

เราเชื่อแล้วว่าอาจารย์ธนาวุฒิสปาร์กจอยกับผู้สูงอายุจริงๆ 

Siam Ruby Women’s Choir

อาจารย์ธนาวุฒิตั้งบริษัท เอนาวา จำกัด ขึ้นมา เพื่อเชื่อมดนตรีกับผู้สูงอายุ ให้มีอายุยืนยาว สุขภาพกายและสุขภาพจิตสดใสแข็งแรง และยังก่อตั้งวงประสานเสียงขึ้นอีก 6 วง ได้แก่ วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม วงประสานเสียงพลังสุขสูงวัย (ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย) วงประสานเสียงเพื่อนโดม วงประสานเสียงเพลินเพลงคอรัส (การรวมตัวกันของผู้ปกครองโรงเรียนเพลินพัฒนา) วงประสานเสียงเยาวชนเทศบาลนครยะลา และ The Emerald Singers (วงขับร้องประสานเสียงที่มีช่วงวัยต่างกันและมีความหลากหลายของเพลงที่ขับร้อง)

ซึ่งวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม เป็นการรวมตัวกันของหญิงวัยอิสระที่มีใจรักเสียงเพลงและต่อยอดเป็นกิจกรรมร้องเพลง มีสมาชิก 16 คน น้องน้อยอายุ 52 ปี และพี่โตอายุ 72 ปี แต่อายุไม่อาจจำกัดความสามารถ

พวกเธอเริ่มออกแข่งขันขับร้องประสานเสียงระดับนานาชาติครั้งแรก ค.ศ. 2019 คว้าเหรียญเงินจากรายการ Senior Choir และรางวัลเหรียญทองแดงจากงาน Singapore International Choral Festival 2019 ประเทศสิงคโปร์

“ทุกการแข่งขันที่ผ่านมาเราไม่เคยได้เหรียญทอง มันเครียดนะ ทุกๆ ครั้งที่แข่ง ผมพยายามปรับตัวตลอด บางทีความผิดมันเกิดจากผมนะ ถ้าผมรู้มาตรฐานของเหรียญทองว่าเป็นประมาณไหนก็คงจะดี แต่นี่ผมมืดแปดด้าน เลยข้อคำแนะนำจากกรรมการทุกครั้ง เขาพูดเหมือนกันว่า ทุกการร้องเพลงต้องมีความสุขและความไพเราะ

“ผู้สูงอายุต้องร้องเพลงอย่างมีความสุข แล้วก็ไพเราะด้วย คำสองคำนี้ มันยากที่จะอธิบายว่าความสุขแบบไหนที่แสดงออกมาแล้วลงตัว กรรมการเคยบอกกับผมว่า เขาไม่ต้องการเพลงที่ยาก ไม่ต้องการให้ร้องหลายเสียง แล้วก็ไม่ต้องการเพลงระดับสูงจนนักร้องร้องแล้วรู้สึกทรมาน แต่เขาต้องการเพลงที่มัน Touch the heart อย่างเดียวก็พอ 

“ผมเอาเรื่องนี้กลับไปคิดจนเจอโควิด-19 ทำให้พวกเราไม่ได้ไปแข่งใน ค.ศ. 2020 ส่วน ค.ศ. 2021 มีการชักชวนจากเจ้าของงานประเทศอินโดนีเซีย ผมก็สนใจเข้าร่วม เพราะเขาเปิดรับซีเนียร์ด้วย ผมลองดูอีกสักตั้ง มานั่งตกผลึกว่าความสุขกับความไพเราะจะออกมาได้ยังไง ในการแข่งขันผมเลือกเพลง อสงไขย
เพลงไทยร้องง่ายๆ จังหวะง่ายๆ และเป็นเพลงที่พวกเขาร้องแล้วเพราะที่สุด ทั้งสิบหกคนก็ชอบ เวลาออกคอนเสิร์ต เขาร้องเพลงนี้แล้วสีหน้าเต็มไปด้วยความสุข ผู้ฟังฟังแล้วรู้สึกไพเราะ มีความพอดีของเสียง จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเหรียญทองเหรียญแรกในหลายปีที่ผ่านมา”

ไม้ตายที่ทำให้พิชิตเหรียญทอง คือความพอดีของความสุขและความไพเราะ-เราย้ำ

ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้พาวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยามชนะเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“ความพอดีต้องคำนึงเป็นอันดับแรก ผมรู้อยู่แล้วว่านักร้องของผมทำได้เท่านี้คือสุดยอด อย่าทำไปมากกว่านั้น เพราะวันนั้นพวกเราอยู่ในจุดที่ต้องแสดงความเจ๋งที่สุดออกมา นั่นคือความพอดีที่สุด ไม่ใช่ความยากที่สุด”

เหรียญทองจาก 4th World Virtual Choir Festival 2021 นับเป็นความสุขที่มอบให้กับคนไทยทุกคน

“นักเรียนบางคนอยู่กับผมมาตั้งแต่ต้นเขาก็ดีใจมาก บางคนเพิ่งมาปีเดียวก็ดีใจ งานนี้ไม่มีใครไม่ดีใจเพราะมันเกินความคาดหมาย อย่างที่ผมบอก ผมเป็นคนที่ทำอะไรจะต้องทำให้สุดจนกว่าจะไปถึงเป้าหมาย สมมติปีที่ห้ายังไม่ได้เหรียญทอง ผมก็จะทำต่อไป บังเอิญว่ามันได้เร็วไปหน่อย ซึ่งผมมองไว้ห้าปี สิบปี ถึงจะได้เหรียญทอง

“วันนั้นผมรู้สึกประสบความสำเร็จมาก ดีใจมาก ฉันทำได้ เพราะผมไม่เคยยอมแพ้กับอะไรเลย งานประกวดผมก็ส่งประกวดตลอดเลยนะ แต่ผมไม่เคยได้ขึ้นเวที ผมก็ไม่หยุดส่ง ส่งคลิปทุกปี เขาไม่เลือก ผมก็ไม่เป็นไร ผมไม่เคยท้อ พูดง่ายๆ ว่าทำไมต้องท้อ เหตุผลของการท้อแท้คืออะไร นั่นยิ่งทำให้ผมกลับมาปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง

“พอนักเรียนเห็นว่าผมหรือครูผู้สอนของเขาเป็นนักสู้ ตัวผู้เรียนก็สู้ ไม่มีใครยอมแพ้เลย” 

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Social Distancing

“เราซ้อมกันผ่านไลน์กลุ่มครับ” หัวเรือเฉลยเบื้องหลังความสำเร็จ ทำเอาเราต้องร้องว้าว (ในใจ)

ลูกหลานต่างรู้กันดีว่าแอปพลิเคชันไลน์กับผู้สูงอายุเป็นของคู่กัน ภาพสวัสดีวันจันทร์ก็เช่นกัน 

อาจารย์ธนาวุฒิเลือกใช้แอปพลิเคชันสื่อสารยอดนิยมมาเชื่อมวัยอิสระ ในวันที่โรคภัยบอกให้เราต้อง Social Distancing พูดไปจะหาว่าอวย เพราะคุณพี่ สว. (สูงวัย) ติดใจการเรียนการสอนออนไลน์กันยกใหญ่ ส่วนการซ้อมก็อาศัยการวิดีโอคอลพร้อมกัน แล้วตรวจเช็กการร้องแยกอีกเป็นรายบุคคล ซึ่ง 16 คน ไม่ได้เท่ากับ 16 ครั้ง คุณพี่บางท่านต้องตรวจการบ้านถึง 3 รอบ และมากสุดคือ 10 รอบขึ้นไป เพื่อให้ได้รอบที่ดีที่สุดของทุกคน ผู้สอนว่านี่คือโจทย์หิน

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“รูปแบบการส่งประกวดคือการอัดคลิปของแต่ละคนแล้วเอามาต่อกัน โดยผมเล่นไลน์เปียโนแจกทุกคน แล้วให้เขาใส่หูฟังฟังเสียงเปียโนแล้วร้องออกมาปากเปล่า หลังจากนั้นผมให้ซาวนด์เอ็นจิเนียช่วยซ้อนเสียงทั้งหมดให้

“ความยากคือทุกคนต้องร้องให้เป๊ะก่อน หายใจพร้อมกัน ปิดคำ เปิดคำพร้อมกัน ซึ่งพวกเขาต้องอัดมาจากที่บ้าน บางคนยังพักผ่อนอยู่ที่หัวหินอยู่เลย บางคนก็อยู่บ้านหลาน บ้านญาติ อุปกรณ์ก็ของญาติบ้าง หลานบ้าง”

เราแอบหยอกผู้สอนไปว่ากว่าจะถึงเส้นชัยก็อุปสรรคไม่น้อย วัยอิสระไม่โอดโอยกันบ้างหรือ

“ตอนหลังก็มาสารภาพว่าท้อ” อาจารย์ธนาวุฒิเว้นจังหวะก่อนจะอธิบาย

“ผมบอกเขาว่า คุณฟังเสียงตัวเองคนเดียวอย่าท้อเลย คนฟังสิบหกเสียงยังไม่ท้อเลย” ผู้สอนหัวเราะ

การปรับตัวไม่เพียงเฉพาะการฝึกซ้อมของวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม แต่คลาสร้องเพลงคาราโอเกะของเอนาวา สตูดิโอ ก็ถูกปรับมาเรียนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ด้วยเหมือนกัน มีสอนมากถึง 13 คลาสต่อสัปดาห์

การสอนร้องคาราโอเกะของที่นี่ จะสอนร้องอย่างปลอดภัย เข้าใจตัวเองและเข้าใจข้อจำกัด

“ผมทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ต้องปรับตัวกันหนักมาก ก่อนหน้าก็หลงทาง แต่ผมว่าข้อดีของคนที่มาเรียนกับผมคือ หัวใจเขาไม่แก่ ถ้าหัวใจแก่ไม่มาเรียนร้องเพลงหรอก อะไรที่เขาปรับได้ เขาจะปรับเร็วเลย กลายเป็นว่าติดใจ

“ผมเปิดสอนร้องเพลงออนไลน์สัปดาห์ละหนึ่งเพลง ตอนนี้ผมเปิดสิบสามห้องต่อสัปดาห์ มีคนสนใจเยอะมาก ห้องหนึ่งผมสอนสิบห้าคน สิบห้าคูณสิบสามคือจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เรียนออนไลน์ บางคนเข้าห้องน้ำก็เดินร้องเพลงไปด้วย แล้วก็มีการบอกต่อด้วยนะ ตัวลูกอายุหกสิบกว่าแล้ว ก็ชวนคุณแม่อายุเก้าสิบมาเรียนด้วยกัน”

สนทนากันสักพัก ต่อมสงสัยทำงาน การสอนสูงวัยร้องเพลงยากกว่าคนทั่วไปหรือเปล่า-เราถาม

“เขาประสบการณ์เยอะ บางทีเม็มฯ เต็ม อาจจะเข้าใจช้ากว่าคนทั่วไป ผมต้องใจเย็น ค่อยเป็นค่อยไปก็จะเข้าใจเขา สิ่งที่ผมชอบคือวัฒนธรรมเก่าๆ ที่เขาให้ความเคารพคุณครู แม้ผมจะเป็นรุ่นหลานของเขา แต่บางคนไม่ได้มองว่าผมเป็นเด็ก เขามองว่าผมเป็นอาจารย์ ถ้าพวกเขามองข้ามอายุ ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา คุณค่าความเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้อยู่ที่อายุ มันอยู่ที่ภาวะความเป็นผู้นำ และอีกฝ่ายต้องยอมรับในสิ่งที่ผมเป็น ส่วนผมก็ต้องแอคทีฟและพัฒนาอยู่เสมอ”

เพียงเข้าใจและยอมรับก็พิชิตระยะห่างระหว่างวัยได้ นี่สิ ความหมายของวลี อายุเป็นเพียงตัวเลข!

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Live and Learn

การทำงานกับผู้สูงอายุมาหลายขวบปี ทำให้อาจารย์ธนาวุฒิมีไกด์บุ๊กในการดำเนินชีวิต เป็นตำราและบทเรียนชีวิตนับสิบ นับร้อย ของเหล่าพี่ๆ วัยอิสระ เขาเรียกมันว่า ‘สูตรสำเร็จ’ ที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นพร้อมกับภาวะผู้นำ

“ต้องค่อยๆ เรียนรู้ผู้สูงอายุ หลายคนมีความสามารถหลากหลาย และหลายคนทำให้ผมมีความสามารถมากขึ้นด้วยซ้ำ เขาผ่านอะไรมาเยอะ ผมเอาตรงนั้นมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง ซึ่งสิ่งที่ผมเรียนรู้จากนักเรียนมีสามสเต็ป

“หนึ่ง ผมเรียนรู้ที่จะเป็นหรือไม่เป็นเหมือนกับเขา สอง ผมเรียนรู้วิธีการจะใช้ความสุขเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด สาม การต่อสู้กับความแก่ ซึ่งผมพยายามศึกษาทุกเรื่องใหม่หมดทุกครั้ง เพราะการเรียนรู้จะทำให้คุณเติบโต แล้วคุณก็ต้องกลับไปเรียนรู้อะไรบางอย่างเพื่อที่จะเป็นเด็ก แล้วเติบโต ถ้าคุณเรียนรู้ทุกๆ ปี คุณก็จะไม่มีความแก่

“ผมใช้วิธีนี้กับตัวเองเสมอ หนึ่งปีต้องมีหนึ่งเรื่องเล่า ปีก่อนผมสนใจเรื่องแฟชั่น กีฬา เครื่องดื่ม การลงทุน ส่วนปีนี้ผมกำลังศึกษาเรื่องไวน์และพันธุ์องุ่น พอสนใจแล้วผมเอาจริง อย่างตอนสนใจเรื่องอาหาร ผมไปเรียน ไปลองขาย เพื่อให้อยู่ในจุดที่ผมเข้าใจมันจริงๆ แม้กระทั่งปีที่สนใจเรื่องการลงทุน เล่นหุ้น ก็กลายเป็นนิสัยติดตัวผม ทำให้ผมใช้เงินเป็น ที่สำคัญ ต้องดูด้วยว่าเราได้อะไรจากความรู้นั้น และมันทำให้เราอยู่รอดได้ยังไง ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งดี” 

คุณพี่วัยอิสระและอาจารย์ธนาวุฒิพิสูจน์ให้เห็นแจ้งแล้วว่า อายุไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

ใช่-ไม่มีใครแก่เกินเรียน

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Passion & Impact

ชายผู้มอบชีวิตให้กับดนตรีตั้งเป้าหมายใหญ่ที่จะพาวงประสานเสียงผู้สูงอายุไปถึงคือการโลดแล่นทั่วโลก และเป็นที่พูดถึงในนาม ‘วงประสานเสียงผู้สูงอายุ’ ไม่ใช่เพียงแค่วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม แต่หมายรวมถึงวงประสานเสียงผู้สูงอายุทั่วประเทศไทย ต้องได้รับการยอมรับจากสากลว่ามีความสามารถ ถ้าพูดถึงเมื่อไหร่ต้องที่ไทยเท่านั้น

“สิ่งหนึ่งที่ผมทำสำเร็จแล้วคือ ความสุขที่มากพอจนผู้เห็น ผู้ฟังต้องยิ้มตาม ผมไม่ต้องการให้คนฟังฟังแล้วรู้สึกว่าเจ๋ง เก่งที่สุด หรือเทียบกับใคร แต่ขอเป็นความสุขที่ไม่มีใครเทียบดีกว่า และทับทิมสยามก็เป็นตัวแทนประเทศไทย ไม่น้อยหน้าไปกว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหรือพาราลิมปิก เพราะเราคือผู้สูงอายุไทยที่สร้างชื่อเสียงให้ก้องโลก”

และนับเป็นการคว้าเหรียญทองครั้งแรกของประวัติศาสตร์ไทยสำหรับวงประสานเสียงผู้สูงอายุด้วย

“นี่คือยาที่ดีที่สุด” วาทยกรพูดถึงการเกิดขึ้นของวงประสานเสียงผู้สูงอายุ

“เพราะการร้องเพลงช่วยพัฒนาสมองซีกขวา ส่วนการร้องประสานเสียงช่วยพัฒนาสมองซีกซ้าย สมองทั้งสองซีกจะไม่ฝ่อ และการยืนร้องเพลง ร่างกาย สรีระสง่างดงามมากขึ้น อีกเรื่องคือการฝึกหายใจ ยิ่งเก็บออกซิเจนได้เยอะ การเผาผลาญยิ่งดี และที่สำคัญได้สังคม มิตรภาพ เพื่อนๆ ให้การยอมรับ ทำให้คนสูงวัยรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าต่อสังคม ช่วยสร้างความรับผิดชอบ เพราะมีส่งการบ้าน ต้องฝึกซ้อม และข้อสุดท้ายทำให้สูงวัยเป็นนักพิชิตเป้าหมาย เป้าหมายคือมีคอนเสิร์ตหนึ่งครั้งทำให้ประทับใจที่สุด นี่คือการทำให้ฮอร์โมนความสุขและความสำเร็จพลุ่งพล่าน”

ผู้คลุกคลีกับบรรดาวัยอิสระบอกว่าการตั้งเป้าหมายนั่นสำคัญ ยิ่งพิชิตได้ยิ่งเพิ่มพลังใจ

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“อาจจะเป็นการร้องเพลงจบหนึ่งเพลง การร้องเพลงไม่ให้เพี้ยน การร้องเพลงให้ตรงจังหวะ มันเป็นการชนะใจตัวเองทั้งนั้น ลูกหลานต้องพยายามถามสูงวัยว่าความสุขของเขาคืออะไร ให้มุ่งเน้นไปทางนั้น เพราะกิจกรรมทำให้คุณภาพของคนสูงวัยดีขึ้น และต้องไม่ลืมหาเป้าหมายระยะสั้นให้ได้ เพื่อให้เขากระโจนสู้เป้าหมายนั้นอย่างภาคภูมิใจ”

สิ่งที่ทำให้เด็กชายที่ผูกพันกับดนตรีตั้งแต่ 4 ขวบ จวบจน อายุ 30 ปี คือ ‘แพสชันและอิมแพค’

“แพสชันคือสิ่งแรกที่คุณต้องมี ต้องมีความอยาก ความรัก ความคลั่งไคล้ ส่วนอิมแพค มันต้องมีประโยชน์หรือเข้ากับสถานปัจจุบัน ตัวผมก็ไม่ได้ทำธุรกิจสำเร็จในปีแรกหรือสองปีแรก แต่สิ่งที่ทำให้ผมมีความอดทนอยู่ได้คือ ‘แพสชัน’ จงเชื่อในแพสชันของคุณ แล้วจงคิดอย่างถี่ถ้วนว่ามันอิมแพคต่อคนทั้งประเทศหรือคนทั้งโลกยังไงบ้าง

“บั้นปลายผมวางแผนกับภรรยาว่าจะเก็บเงินแล้วทำเพื่อสังคม ไปตระเวนแนะนำชาวบ้านเรื่องการเก็บเงิน ส่วนตัวผมจะทำให้ชุมชนมีศักยภาพ มีทักษะ มีความรู้มากขึ้น ผ่านดนตรีและการร้องประสานเสียง 

“ทุกวันนี้ดนตรีให้ทุกอย่างกับผม ผมคงจะอยู่กับดนตรีต่อไป พัฒนาวงการดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการประสานเสียง ส่งเสริมดนตรีไทย ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงวัยกับดนตรี เพราะผมอยากทำให้ตัวเองมีประโยชน์ต่อสังคม”

เราเชื่อว่าแพสชันที่มีต่อเสียงเพลงและผู้สูงอายุของชายคนนี้กำลังสร้างอิมแพคในใจพวกคุณ

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

ภาพ : วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม Siam Ruby Women’s Choir

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load