อติล่าเป็นชื่อของกษัตริย์นักรบผู้ครองจักรวรรดิฮัน ผู้แผ่การปกครองจากเอเชียไปสู่ยุโรป

ชื่อที่ยิ่งใหญ่นี้กลายเป็นชื่อแรกของ อติล่า-อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-สวิสวัย 25 ปี ผู้จากยุโรปมาตามเส้นทางวงการบันเทิงบนแผ่นดินของแม่อยู่หลายปี ก่อนจะโด่งดังเป็นพลุแตกจากการประกวดและเข้ารอบสุดท้ายของ The Face Men Thailand ซีซั่นแรก

นายแบบหนุ่มผิวขาว ตัวสูงใหญ่ นอกจากผมสีเข้ม แทบไม่มีเค้าโครงเอเชียอยู่ในรูปร่างหน้าตา ความโดดเด่นทำให้เขาดูแปลกหน้า แต่เมื่อนั่งลงสนทนากันเพียง 5 นาทีแรก ฉันรู้ทันทีว่าเขามีความเป็นตะวันตกที่น่าค้นหา และมีความเป็นตะวันออกที่เราคุ้นเคยอยู่ในคนคนเดียว

เราพบกันที่หน้าโรงเรียนสอนกังฟู ประตูสู่โลกอีกใบของเขาเปิดออก ให้เราได้มองเห็นชีวิตนอกแสงไฟเจิดจ้าบนรันเวย์

มันไม่สวยหรูงดงาม แต่จริงใจและลึกซึ้ง เหมือนแววตาของเขานั่นแหละ

อติลา-อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์

แมวโดดเดี่ยว

“ผมไม่ได้บ้าแมวนะ”

เจ้าของฉายา ‘แมวยักษ์’ ยืนยันแข็งขัน แต่แววตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยงขนฟูขาว

“ผมมีแมวตัวหนึ่งชื่อหมิวหมิว มันเป็นแมวที่ไม่ต้อนรับแขก นิสัยไม่ดีเอาซะเลย มันไม่ต้องการใคร ทั้งที่เราให้อาหารมัน พอมันกินอิ่มก็จะเดินหนีไปไม่สนใจ แต่พอหิวก็จะเข้ามาแม้วๆ (ทำเสียงเลียนแบบแมว) มันน่าจะสะท้อนตัวเรา ผมเป็นคน independent ตั้งแต่ไหนแต่ไร ใช้ชีวิตคนเดียว ดูแลตัวเองตั้งแต่อายุ 14 ผมทำอาหารให้ตัวเอง ไปโรงเรียนเอง เงินค่าเลี้ยงดูก็ต้องบริหารเองหลังจากจ่ายค่าเช่าบ้าน

“พ่อกับแม่ทะเลาะกันแล้วแยกกันอยู่ ในความรู้สึกของผม ที่นี่สะท้อนชีวิตคู่ที่เขาเคยอยู่ด้วยกัน แม่มีความสุขมากกว่าเมื่อไปทำงานอยู่ร้านอาหารไทยกับเพื่อนๆ คนไทย และจะกลับมาแค่อาทิตย์ละครั้ง ผมเลยอยู่ที่บ้านนั้นกับแฟนสมัยเรียนจนอายุ 18”

เด็กหนุ่มลูกครึ่งพยายามดูแลตัวเองอย่างผู้ใหญ่ เขาเรียนหนังสือเก่ง ได้เกรดดีมาตลอด แต่เก็บซ่อนความน้อยใจ โกรธเกรี้ยว กังวลกับการใช้ชีวิตด้วยตัวเองไว้ข้างใน ทุกอย่างระเบิดออกมาหลังการสอบเลข ม.ปลาย ได้คะแนนน้อยเพียงครั้งเดียว

“ผมร้องไห้ออกไปจากห้องเรียนแล้วไม่ยอมกลับไป คนโทรตามก็ไม่รับ หายไปเลย มันทำให้เรารู้ว่าชีวิตไม่โอเค ผมไม่มีความสุข”

หลังจากนั้นหลายปี ความทุกข์จากการอยู่โดดเดี่ยวยังคงตามติดตัวเขา “ตอนนี้โตขึ้น ผมเข้าใจแม่แล้วว่าเขาให้เราทุกอย่างเท่าที่ทำได้ แต่ตอนนั้นเป็นเด็ก เด็กมันไม่เข้าใจหรอก”

เมื่อย้ายออกจากบ้านหลังเรียนจบ ความกดดันที่จะทำงานหาเลี้ยงตัวเองและเรียนมหาวิทยาลัยไปด้วยพร้อมกันเป็นเรื่องหนักเกินรับไหวสำหรับวัยรุ่นคนหนึ่ง ในที่สุดอติล่าตัดสินใจจากสวิตเซอร์แลนด์มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อีกฟากหนึ่งของโลก เมื่อมีคนแนะนำให้เขาไปลองทำงานที่เมืองไทย

“ไปเป็นดารามั้ย”

อติลา-อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ อติลา-อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์

นายแบบไทย

“ดาราคืออะไร ผมอยู่ที่นั่นก็เป็นคนธรรมดา ไม่ใช่คนพิเศษอะไร แต่มีคนบอกว่าทำได้นะ ผมถูกส่งมาอยู่โมเดลลิง ตอนนั้นผมเกลียดกล้องมากๆ ไม่เป็นเหมือนที่เห็นทุกวันนี้ ผมเห็นกล้องแล้วตัวแข็ง ถ้าดูรูปช่วงแรกๆ จะเห็นว่าสายตาผมเป็นศูนย์ ไม่มีอารมณ์อยู่ในนั้นเลย”

นายแบบหนุ่มพูดตรงๆ ว่าในอดีตเขาไม่ได้ตั้งใจกับงานเดินแบบเท่าไหร่นัก ไปสายบ้าง ไม่ดูแลตัวเองเท่าที่ควรบ้าง การทำงานจำเป็นสำหรับการเอาตัวรอด แต่ไม่ได้หล่อเลี้ยงไฟฝันหรือจิตวิญญาณ

“มาถึงเมืองไทยแล้วผมก็ยังดื้อเหมือนเดิม ผมยังไม่ปล่อยวาง ไม่เข้าใจชีวิต ทำไมเราต้องดูแลตัวเองเร็วขนาดนี้ ทำไมชีวิตมันไม่ง่าย ผมคิดว่ามาเมืองนอกแล้วจะหนีปัญหา ได้เริ่มต้นใหม่ แต่มันไม่อยู่ที่สถานที่ มันอยู่ที่ตัวเราเอง ต่อให้ย้ายไปอีกฝั่งหนึ่งของโลก ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม คนที่ต้องเปลี่ยนคือเรา”

อติล่าชี้ที่หัวใจ เด็กหนุ่มที่โกรธชีวิตคนนั้นได้เติบโตและมุ่งมั่นกับเส้นทางนายแบบขนาดไหน คุณมองเห็นได้จากความพยายามของเขาใน The Face Men Thailand จากวันแรกถึง Final Walk

อติลา-อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์

นักบวชวัดป่า

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว อติล่าเลิกกับแฟนสาว คอนโดหมดสัญญาเช่า หลังจากใช้ชีวิตเป็นนายแบบอยู่ 3 ปีเต็มในกรุงเทพฯ ชีวิตเขากลับมาไม่มีใครและไม่มีบ้านอีกครั้ง

ความว่างเปล่าที่ถาโถมทำให้ชายหนุ่มเดินทางออกจากเมืองหลวง ไปเรียนรู้และค้นหาตัวเองที่วัดป่าสุวรรณโณ จังหวัดชัยภูมิ ตามที่ญาติทางแม่แนะนำมา

“ก่อนผมมาเมืองไทยผมได้อ่านเรื่องพระพุทธเจ้า แล้วศึกษาธรรมะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ผมอยากรู้จัก เข้าใจ ศาสตร์นี้มากขึ้น อยากบวชมาตลอด มันเป็นจังหวะพอดี ตอนนั้นใกล้เบญจเพส และต้องหาที่อยู่ใหม่ก็เลยเอาวะ ลองดู”

อีกเรื่องที่ทำให้หนุ่มลูกครึ่งตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์คือเหตุผลทางไสยศาสตร์ อติล่าสนใจเรื่องการถอดจิต เขาเล่าให้ฟังว่าถูกผีอำและเห็นภาพหลอนที่ไม่น่าเชื่อหลายครั้ง

“ผมแพนิกมาก กลัวมาก เป็นปรากฏการณ์ที่เด็กฝรั่งไม่เข้าใจ ทุกคนไม่เข้าใจ เราหลงไปกับมันมาก จนเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของจิต พอปิดหน้าต่างไม่สนิท เห็นเงาดำตลอด แล้วก็กลัว รู้สึกว่าต้องไปศึกษาเรื่องนี้แล้วต้องควบคุมมันให้ได้

“การบวชเหมือนมาเรียนบทที่สอง มันสมเหตุสมผลไปหมด ผมใส่ชุดขาวเป็นนาคประมาณเดือนครึ่ง แล้วบวชประมาณสี่เดือนครึ่ง ระหว่างอยู่ชัยภูมิผมก็แสวงหาคำตอบ ยังอยู่ไม่สุข เลยไปหาหลวงพ่อที่อุดรฯ อีกเดือนครึ่ง ที่นั่นเป็นวัดป่าที่ป่ากว่าชัยภูมิอีก บิณฑบาตรได้แต่ข้าวเหนียวกับแกงหน่อไม้ โมเมนต์นี้ทำให้ผมชอบหน่อไม้มาก (หัวเราะ) กินหน่อไม้ทุกอย่าง และส้มตำทุกวัน เป็นช่วงเวลาที่ดี ผมชอบมาก ได้อยู่กับตัวเองเยอะ”

เมื่อเดินออกจากการเป็นนักบวช สิ่งที่ได้รับจากโรงเรียนพุทธคือคำตอบว่าเขาทำสิ่งที่ทำอยู่เพื่ออะไร

“ผมไม่ชอบวงการมายา เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผมเคยไม่ค่อยตั้งใจกับงานนายแบบ ผมไม่เข้าใจ ไม่ชอบ ไม่ใช่เรา ไม่อยากทำ หลังจากบวชแล้วผมถึงเข้าใจว่าผมโชคดี มีคนอยากให้เราไปถ่ายแบบแล้วพรีเซนต์สินค้าให้เขา ทำไมเราไม่หยิบโอกาสตรงนี้มาเอาไปช่วยคนที่ไม่มีโอกาส ทำไมไม่สร้างอะไรสักอย่างให้คนที่เขาต้องการ ผมอยากใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือคนให้มากที่สุด มันไม่ยากเลย อย่างน้อยแค่พูดคุย ขอบคุณ ชมกัน กอดกัน มันเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เราทำได้ ข้างหลังความยิ้มแย้มแจ่มใสของเรามีคนที่ทุกข์อยู่ แย่กว่าเราอยู่เสมอ”

อติลา-อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์

นักสู้กังฟู

บทบาทล่าสุดของ อติล่า-อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์ ไม่ใช่แค่นายแบบ แต่เป็นนักสู้กังฟูรุ่นที่ 5 ต่อจาก Patrick Gee อาจารย์สอนกังฟูที่เปิดโรงเรียนสอนศิลปะป้องกันตัว FMMA Bangkok ในซอยสุขุมวิท 61 นายแบบหนุ่มเดินนำฉันเข้าไปในห้องเรียนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยสาวๆ ผู้ศึกษาศาสตร์ที่มีต้นกำเนิดจากแม่ชีวัดเส้าหลิน อติล่าอุทิศช่วงเวลาตอนเย็นและค่ำให้กับการสอนมวยหย่งชุนผสมไทเก๊ก กีฬาที่ดึงพลังในร่างกายมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

“หลังจากบวช ผมคิดว่าตัวเองปลงแล้ว แต่ยังคิดมาก กังวลกับอนาคต ความกังวลทำให้เราไม่เคลื่อนไหว ไม่ไปข้างหน้า แล้วก็มาเจออาจารย์ตัวเล็กๆ ที่ซัดผมปลิวเลย

“ตอนแรกผมไม่รู้จักกังฟู เคยดูแต่ในหนังยิปมัน พอได้เรียนถึงพบว่ามันทำให้เราได้อยู่กับตัวเองเยอะ เหมือนการวิปัสนากรรมฐานที่เราไม่ต้องนั่งนิ่งๆ พุทโธๆ สำหรับบางคน การได้เคลื่อนไหวทำให้เราสบายใจขึ้น เจอสมาธิในการฝึกศิลปะป้องกันตัวอย่างสม่ำเสมอ ผมได้ใช้มันในชีวิตประจำวันเมื่อเจอปัญหา แล้วผมก็รู้สึกว่ายังมีคนอื่นที่เป็นแบบผม เจอปัญหาเล็กๆ น้อยๆ แล้วเครียดมากๆ เลยปัดมันออก ไม่เผชิญกับมัน ปัญหาก็ยังตามเรามาอยู่ จนถึงวันที่เราเครียดจนร้องไห้ ระเบิดใส่คนอื่น ทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เราลากปัญหามาเยอะมากเพราะเราไม่เคยเคลียร์กับมัน”

อติลา-อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์

“กังฟูสอนให้ผมมองปัญหาให้ชัดเจนเหมือนธรรมะ มองในสิ่งที่มันเป็น ปัญหาแก้ไขได้มั้ย ทางแก้ปัญหาไหนดีที่สุด ลองทำดู แก้ไขได้จบเรื่อง แก้ไม่ได้ ลองเปลี่ยนวิธี ปัญหาก็จบ ใจก็ว่างลง ในศิลปะป้องกันตัวมันมีแค่นี้ คนต่อยมา มันมีวิธีตั้งรับไม่กี่วิธี 1,2,3 จบ อันไหนเวิร์กกับเราก็เลือกอันนั้น ทุกวันนี้ผมดีลกับสิ่งที่เข้ามาในชีวิต อยู่กับมันได้เพราะผมแยกแยะว่ามันอยู่ตรงไหน ผมมาถึงตรงนี้แล้ว สเต็ปหน้าคืออะไร ต้องติดต่อใคร เราทำทุกอย่างไปพร้อมกันได้เพราะมองเห็นภาพรวม

“ความมุ่งมั่นที่ผมมีในรายการ The Face Men Thailand ผมได้จากกังฟูหมด มาถึงแคมเปญนี้แล้วผมต้องพัฒนาอะไร ทำเลย ไม่ขัดแย้ง กังฟูสอนผมว่าอย่าต่อต้านสถานการณ์ ไหลไปตามน้ำ เวลาเจอคำถามที่ไม่ชอบ ผมจะย้อนกลับไปคิดว่าทำไมไม่ชอบคำถามนั้น ผมยังไม่พร้อมจะยอมรับอะไรในตัวเอง ที่เราอึดอัดเพราะเราตีความเองแทนเขารึเปล่า”

อติลา-อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์

อติลา-อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์

ในห้องเรียนศิลปะป้องกันตัว ความเป็นนายแบบถูกทิ้งไว้ด้านนอก เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้การเป็นครู

“ผมอยากแชร์ประสบการณ์ที่ผมได้จากกังฟูให้คนอื่น ทั้งสมาธิและการเผชิญหน้า มันสอนความมุ่งมั่นและวินัย ผมเคยเป็นคนที่ทำอะไรสำเร็จจริงๆ ในชีวิตน้อยมาก เอาแต่วิ่งหนีปัญหา ท้อ และโทษคนอื่น แต่ความสำเร็จมากับคนที่ทำวันละเล็กละน้อยโดยไม่หยุด ผมได้เปิดคลาสนี้แล้วภูมิใจมากๆ กับการสอน”

อติล่าจับข้อมือฉันแน่น บทเรียนแรกของการฝึกกังฟูคือการสะบัดให้หลุดจากการจับกุม

“พลิกมือมาจับข้อมือผม แล้วทิ้งน้ำหนักแขนไปข้างหลังพร้อมๆ กับก้าวถอยหลัง”

ฉันทำตามที่บอกอย่างสิ้นหวัง ตามประสาคนเล่นกีฬาไม่เป็น ความพยายามไร้ผล เขาพยายามอธิบายอีกครั้งอย่างใจเย็น

“คุณต้องเข้าใจการทำงานของร่างกาย เมื่อคุณพลิกข้อมือแบบนี้ แขนผมจะถูกบิดจนล็อก จากนั้นค่อยดึงตัวไปข้างหลังโดยไม่ขยับข้อศอก”

ฉันลองอีกครั้ง น่าประหลาดใจที่คราวนี้เขาเสียการทรงตัวจนต้องปล่อยมือ ครูฝึกกังฟูยิ้มกว้าง

“ผมมีนักเรียนที่สูงแค่ 150 – 160 เซนติเมตร แต่ทำผมล้มได้ ฝึกการวางตัว ทิ้งน้ำหนักให้เกิดประโยชน์ เราพยายามสอนทีละก้าวให้เหมาะกับร่างกายเขา ยิ่งฝึกก็ยิ่งพัฒนา ใครอยากลดน้ำหนักแนะนำให้มาอย่างน้อย 3 ครั้งต่ออาทิตย์ ส่วนคนผอมก็แนะนำให้กินข้าวมันไก่เยอะๆ จะได้มีแรง”

อติล่าหัวเราะ วินาทีนั้นฉันคิดว่าตัวตนที่น่ารู้จักที่สุดของเขาอยู่ที่นี่

อติลา-อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

แม้นางงามที่ชื่อ แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส จะไปไม่ถึงฝันในเวทีประกวดระดับจักรวาล แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงที่ชื่อ แอนชิลี สก็อต-เคมมิส มอบบางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่ามากกว่าความสวยให้กับประเทศไทย

ก่อนที่แฮชแท็ก #RealSizeBeauty จะโลดแล่นอยู่บนหน้าจอมือถือ พร้อมกับรูปภาพผู้คนที่อวดโฉมเรือนร่างของตนด้วยความมั่นใจ 

สำหรับแอนชิลี แสงไฟบนเวทีอาจมีไว้ให้ใครบางคนเฉิดฉาย มงกุฎหรือสายสะพายก็อาจมีไว้แค่เป็นสัญลักษณ์ เธอตั้งใจมาที่นี่เพื่อบอกว่าความสวยไม่เคยมีมาตรฐาน

แอนก้าวขาขึ้นมาบนเวทีนางงามพร้อมกับค่านิยมใหม่สุดกล้าหาญ ด้วยโครงร่างสูงใหญ่ 183 เซนติเมตรของสาวลูกครึ่งออสเตรเลีย-ไทย และร่างกายแข็งแรงแบบฉบับกัปตันทีมวอลเลย์บอล 2 ปีซ้อน แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังฉีกยิ้มกว้าง ทำลายทุกข้อครหา ตอบคำถามอย่างชาญฉลาด ปิดท้ายด้วยการสร้างตำนาน คว้ารางวัลชนะเลิศจากความแตกต่างที่เธอมี 

บอกตามตรงว่าเราเข้าใจได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็น ว่านางงามผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดเป็นเช่นไร จากละอองไอแห่งความมั่นใจที่ปกคลุมรอบตัวเธอ และจากทุกคำตอบที่ชัดถ้อยชัดคำ แม้จะมีบางคำถามที่เข้าใจยาก แต่สาวลูกครึ่งก็พยายามอย่างสุดฝีมือ อาจเพราะรู้ว่าทุกการกระทำของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนอีกมากมาย ต่อให้แสงไฟบนเวทีจะดับลงแล้วก็ตาม

พบกันคราวนี้ เราขออนุญาตชวนแอนกลับไปออดิชันรอบ Keyword อีกครั้งโดยไม่จับเวลา และถามเธอถึงเรื่องราวสำคัญที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มกว้าง

คอลเกตอ๊อพติคไวท์โอทู,Smile Out Loud,ยิ้มมั่นสวยมั่น,Colgate,แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส,

Keyword No.1 ผู้หญิง

ผู้หญิงเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุด เราทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้หญิงคิดในมุมมองที่แตกต่าง ผู้หญิงไม่อยากทำเหมือนใคร ไม่มีอะไรจะให้พลังผู้หญิงมากไปกว่าการที่ผู้หญิงให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้เราได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ เมื่อไรที่คุณยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น เมื่อนั้นคุณจะสู้สุดกำลัง และจะไม่มีใครหยุดยั้งคุณได้”

ชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้างหลังจบการประกวด

เปลี่ยนมาก จากคนที่มีชีวิตสนุกมาก เที่ยวทะเล อาบแดด อิสระ ไม่มีข้อจำกัด หลังได้มงกุฎ เรารู้ว่าเราเป็นต้นแบบให้กับใครหลายคน เรามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ 

เพราะแอนเชื่อว่าเด็ก ๆ ที่กำลังมองอยู่เขาจะเลียนแบบหลายอย่างที่แอนทำ ซึ่งเด็กเหล่านี้เขาต้องการ Role Model ที่ดี ที่ไม่ได้สอนอะไรผิด ๆ ให้เขา แอนเลยตั้งใจย้อนกลับมาดูตัวเองว่าแอนเป็นคนยังไง เราจะพัฒนาตัวเองยังไงให้เด็กพวกนี้เติบโตมาในโลกที่ไม่วัดคุณค่าของเขาจากรูปร่าง ที่ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเคารพ กล้าที่จะพูด แต่ขณะเดียวกันก็ให้เกียรติคนอื่นด้วย 

ถ้า Role Model ของเด็ก ๆ คือแอน แล้ว Role Model ของแอนคือใคร

คุณพ่อค่ะ เขาเป็นคนที่ฉลาดมาก ไม่เคยหยุดเรียนรู้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองรู้เยอะเกินไป ถ้าไม่รู้อะไรเขาจะยอมรับว่าไม่รู้ เขาเลือกด้วยว่าอะไรที่ควรใช้เวลา อะไรไม่ควร แล้วเขาก็เชื่อว่าทุกคนมีข้อดีในตัวเอง 

คุณหยิบอะไรจากพ่อมาปรับใช้กับตัวเองบ้าง

My curiosity ความอยากรู้ แอนชอบการเรียนรู้มาก (ลากเสียง) อยากรู้อะไรก็จะอ่าน แล้วก็การฟัง พ่อเป็นคนที่ตั้งใจฟังมาก พ่อฟังโดยไม่ได้คิดว่าจะตอบอะไร แต่คิดว่าจะช่วยเขาได้ยังไง

คอลเกตอ๊อพติคไวท์โอทู,Smile Out Loud,ยิ้มมั่นสวยมั่น,Colgate,แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส,

รู้ไหมว่าหลายคนไม่ได้ชื่นชอบคุณแค่เพราะหุ่นหรือหน้าตา แต่ชอบเพราะสิ่งที่คุณทำ 

เวลาคนมาพูดว่าชอบทัศนคติ ชอบความคิดของแอน แอนภูมิใจมาก เพราะคนเห็นคุณค่าของแอนที่ไม่ได้มาจากภายนอก แอนขอบคุณพ่อแม่ที่สอนแอนมาอย่างดี แล้วก็ทำให้แอนเป็นคนที่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แอนคิดว่าการเลี้ยงลูกเป็นสิ่งที่ยากมาก ๆ อยากขอบคุณที่เขาใช้เวลากับแอน 

สงสัยว่าครอบครัวเลี้ยงดูคุณแบบไหน

การที่แอนเป็นผู้หญิงแบบทุกวันนี้ แอนต้องยกความดีความชอบให้คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย เพราะเขาจะถามตลอดว่าเรียนเป็นยังไงบ้าง เรียนหนังสือเพิ่มไหม ถามว่าแอนปฏิบัติต่อเพื่อนที่โรงเรียนยังไง เขาสอนให้แอนเคารพความเป็นมนุษย์ของคนอื่น และทุกคนมีศักดิ์ศรีในตัวเอง 

ความมั่นใจเลยมาจากข้างใน จากจิตใจของแอนเอง สะท้อนออกมาว่าแอนเป็นคนแบบไหน แอนให้ของขวัญคนไหม ทำกับข้าวให้คนกินรึเปล่า ไม่เคยมีอะไรมาจากรูปลักษณ์ภายนอกของแอนเลย

ฟังดูเหมือนคุณเป็นเด็กที่เติบโตมาอย่างดี แล้วเริ่มรู้ตัวตอนไหนว่า Beauty Standard ส่งผลกับชีวิต

แอนเคยไปแคสงานตอนอายุ 13 ปี แล้วโดนบอกให้ไปลดน้ำหนัก 10 กิโล ตอนนั้นแอนยังไม่รู้เลยว่า Beauty Standard คืออะไร เพราะยังเด็กมาก จำได้แค่เราโกรธ แต่ไม่รู้ว่าโกรธอะไร แล้วแอนก็กลับไปคิด ว่าทำไมเราต้องลดน้ำหนักด้วย เราก็ยังเรียนดี เพื่อนก็ยังรักเรา เล่นกีฬาก็ได้ มันเกี่ยวอะไรกับน้ำหนัก 

แอนโดนล้อเรื่องปากเยอะมากด้วย เพราะแอนเป็นคนปากใหญ่ เคยกลับไปบ้านแล้วร้องไห้ถามคุณแม่ว่า ‘Mom, Can I make my lips smaller?’ ให้เขาตัดปากออกให้เล็กลงได้ไหม แต่สังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว 

เช่น เรื่องหุ่น เมื่อก่อน Muscular Body หุ่นแบบนักกีฬา มีกล้ามเนื้อ เขาไม่ค่อยชอบกัน ทุกวันนี้คือแสดงถึงความแข็งแรง สวยมาก 

ทำไมเราต้องมาเป็นเหยื่อของมาตรฐานสังคมที่ไม่เหมือนเดิมตลอดเวลา แค่ฉลองให้ตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง ถามตัวเองให้มั่นใจว่าฉันชอบตัวเองแล้วหรือยัง แอนคิดว่าชีวิตจะสบายขึ้น เป็นอิสระ ไม่ต้องคอยต่อสู้กับตัวเอง

ชีวิตที่เปลี่ยนอดีตให้เป็นพลังของ แอนชิลี ผู้หญิงที่เชื่อว่าความสวยไม่ต้องมีมาตรฐาน

Keyword No.2 ความสวย

ความสวยจะออกมาจากตัวตนที่แท้จริงข้างใน สะท้อนให้เห็นว่าคุณเป็นใครในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง คุณมีวิธีปฏิบัติหรือโต้ตอบกับเพื่อนมนุษย์อย่างไร สิ่งที่งดงามที่สุดคือการที่คุณอนุญาตให้ตัวเองเปล่งประกาย มอบทุกความจริงใจ มอบทุกความสุขให้คนอื่นได้สัมผัส 

เราจะสวยได้มากกว่าถ้าเราทุกคนแตกต่างกัน เพราะความสวยนั้นหลากหลาย เป็นเอกลักษณ์ เป็นตัวคุณ แอนหวังว่าคุณจะเฉลิมฉลองและภาคภูมิใจกับการเป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

โตมาแบบฝรั่ง มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม สนุกกับการเล่นกีฬา ทำไมคุณถึงต้องมาประกวดนางงาม

เราเป็นลูกครึ่ง มีคุณยายคนไทยที่การดูนางงามคือความสุขของเขา อยากให้หลานเป็นตั้งแต่เด็ก คุณแม่ก็ชอบแซวให้เราเป็น แอนก็ไม่เคยคิดว่าจะไปเป็นนะ แค่เก็บไว้ในใจตัวเองว่า โอเค อาจจะไปก็ได้ แต่แอนรู้ว่าถ้าแอนจะไปประกวดหรือไปทำอะไร แอนต้องมีจุดประสงค์ 

ตอนย้ายกลับไปออสเตรเลีย แอนเห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมาก โดยเฉพาะเรื่อง Beauty Standard ที่ออสเตรเลียมันก้าวผ่านไปได้แล้ว ถึงเวลาที่ประเทศไทยของเราควรสนับสนุนเรื่องนี้ แอนเลยมาประกวดด้วยจุดประสงค์ที่อยากช่วยเหลือสังคม

คิดยังไงถึงกล้าทำเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีนางงามที่มีมาตรฐานกำหนดชัดเจน

แอนเห็นว่ามันจำเป็น สิ่งที่แอนกำลังทำคือสิ่งที่สังคมต้องการ 

ถ้าเราอยากทำเพื่อสังคมจริง ๆ เราจะไม่กลัวว่าใครจะว่าอะไรไหม ความกล้าหาญมันจะมาเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าทีมที่ส่งแอนไป ครอบครัวแอน สนับสนุนทุกอย่าง นี่เป็นจุดแข็งของแอน มีพวกเขาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ทำให้แอนหยัดยืนได้ตลอด แอนก็เลยมีความกล้า เพราะแอนรู้ว่าถ้าไม่ประสบความสำเร็จ เรายังมีคนอยู่ข้าง ๆ

คุณเป็นคนมั่นใจแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร

แอนมั่นใจตั้งแต่เด็ก เพราะแอนไม่เคยมองคุณค่าของตัวเองหรือคนอื่นจากภายนอก คุณค่าของแอนไม่ได้มาจากภาพลักษณ์ เสื้อผ้าที่แอนใส่ จากสิว กระบนใบหน้า หรือแผลเป็น 

แอนเห็นคุณค่าของตัวเองจากการคิดว่า ฉันปฏิบัติต่อคนอื่นดีไหม ฉันพัฒนาตัวเองตลอดไหม ฉันช่วยเหลือเพื่อนหรือเปล่า แอนมองแบบนั้นแทน แอนไม่เคยไม่มั่นใจเรื่องรูปร่าง มันไม่ใช่เรื่องที่แอนคิดในชีวิตประจำวัน 

พอเรากลับมาไทย แล้วเรามีหุ่นฝรั่ง ชอบมีคนบอกว่าเราอ้วน เราตัวใหญ่ คือปฏิเสธไม่ได้ว่าบางทีก็เจ็บ แต่กลับมาคิดดูแล้ว แอนว่ามันเป็นโอกาสมากกว่าที่เราจะพูดเรื่องนี้ 

ทุกวันนี้เวลาโดนว่าเรื่องหุ่น ความมั่นใจของแอนมาจากแคมเปญ #RealSizeBeauty แอนเชื่อว่ามันไม่ได้เป็นแคมเปญที่แอนสร้างมาเอง แต่มันเป็นของทุกคนที่ร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจ

ชีวิตที่เปลี่ยนอดีตให้เป็นพลังของ แอนชิลี ผู้หญิงที่เชื่อว่าความสวยไม่ต้องมีมาตรฐาน

คิดว่าแคมเปญของคุณวันนี้ ประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง

ประสบความสำเร็จมาก (เสียงหนักแน่น) แต่ว่ายังไม่พอ 

แอนยังรณรงค์เรื่องนี้ต่อ เพราะมันสำคัญ คุณค่าของคนไม่ควรวัดโดยรูปร่างภายนอก เพราะมนุษย์ทุกคนมีรูปร่างแตกต่างกัน และมันเป็นสิ่งที่สวยงามมาก ๆ 

ในยุคโซเชียล เรื่อง Cyberbullying เข้ามาเกี่ยวข้อง คนใช้แฮชแท็กของแอนในมุมมองที่ผิด ซึ่งมันไม่ใช่คำที่เอาไว้ใช้ด่าคนอื่น เราควรคิดและทำความเข้าใจว่าแคมเปญนี้แปลว่าอะไร มันคือการภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ถ้าทำให้ทุกคนเข้าใจแบบที่แอนเข้าใจได้ มันจะประสบความสำเร็จ แอนยังมีสิ่งที่ต้องทำ หนทางยังอีกยาวไกลค่ะ 

คุณช่วยอธิบายแคมเปญของคุณให้ทุกคนเข้าใจตรงกันหน่อย

#RealSizeBeauty คือการสรรเสริญ เฉลิมฉลองให้กับตัวเอง เพราะทุกคนแตกต่างกัน และความแตกต่างทำให้โลกนี้มีพัฒนาการ มีความคิดใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้

แอนย้ำเสมอว่าสุขภาพเราต้องมาก่อน แต่ถ้าทุกคนอยากให้แอนมีหุ่นตรงตามมาตรฐาน ให้เอว 22 – 23 นิ้ว มันเป็นไปไม่ได้สำหรับแอน เพราะร่างกายแอนไม่ใช่ สุขภาพแอนจะไม่โอเค โครงสร้างของทุกคนไม่เหมือนกัน 

มาตรฐานของความสวยเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราเป็นใครถึงไปบังคับให้ใครเป็นแบบไหน เราต้องภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น ทั้งรูปร่าง สีผิว ความสูง ฯลฯ

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส นางงามที่กล้าพูดเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีประกวด และคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยทรวดทรงอันแท้จริง

Keyword No.3 รอยยิ้ม

“เวลาที่ใครสักคนยิ้มออกมา เหมือนเขามอบทั้งความสดใส ความสุข ความจริงใจ โลกใบนี้งดงามขึ้นได้จากทุกรอยยิ้มที่ส่งต่อถึงกัน ถ้าสามารถบอกอะไรกับทุกคนได้หนึ่งอย่าง แอนอยากจะบอกให้ทุกคนยิ้มต่อไป และขอให้ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจค่ะ”

คุณมีประสบการณ์ถูกพูดใส่ว่า สวยแต่อ้วน หลายคนก็เคยถูกพูดใส่ว่าสวยนะถ้าหุบยิ้ม หรือสวยแค่ตอนทำหน้านิ่ง คุณคิดเห็นยังไง

ยิ้มไปเลยค่ะ รอยยิ้มของเราเป็นความสดใสของโลก ถ้าเราเห็นคนยิ้มกว้าง Smile out Loud คนที่เดินผ่านก็จะยิ้มตาม เพราะเรากำลังส่งความรัก ความสดใสให้กับผู้คน

คุณเป็นนางแบบมาก่อนนางงาม ทราบไหมว่าทำไมวงการนางแบบถึงต้องทำหน้านิ่ง ขึงขัง เวลาถ่ายภาพ 

แอนว่าแล้วแต่สไตล์นะ เราไม่ยิ้มเพราะเรากำลังขายเสื้อผ้า ซึ่งหน้าเฟียส (Fierce) ก็กลายเป็นงานอีกแบบหนึ่งไปแล้ว 

เข้าใจว่าการทำหน้าเฟียสคือความมั่นใจ ความเท่ ความเก่ง เหมือนเป็นลุคของผู้หญิงทำงาน 

หรือมันเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ที่ผู้หญิงไม่เคยเป็นผู้นำ ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อสิทธิ เพื่อสวัสดิการ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่ร่าเริงตลอดเวลา การไม่ยิ้มคงทำให้รู้สึกเหมือน ฉันไม่ได้มาเล่น ๆ ฉันมาสู้กลับ แต่แอนว่าถ้ายิ้มมันจะคอนเนกกับคนได้มากกว่านะ

แล้วกับบางคนที่คิดว่า การยิ้มนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เสียความมั่นใจ เพราะมีฟันไม่สวย

แอนเชื่อว่าไม่มีใครฟันไม่สวย มันคือเอกลักษณ์ของเขา เหมือนฟันกระต่ายของแอน คือโดนล้อเยอะมากนะ แต่มันก็ทำให้แอนเป็นแอน สำหรับคนที่ต้องการกำลังใจ เวลาที่คุณยิ้ม ไม่ว่ารอยยิ้มของคุณจะเป็นแบบไหน คุณกำลังเติมความสดใสให้กับโลก ไม่ต้องกังวลค่ะ

ย้อนกลับไปวัยเด็กที่คุณบอกว่าโดนล้อเยอะมาก ตอนนั้นคุณผ่านมาได้ยังไง

เราหัวเราะกลับ เพื่อนเรียกเราว่า Bugs Bunny แอนก็ตอบกลับว่า Yes, I am. มันเป็นสัญลักษณ์ของแอน แอนเป็นคนปากใหญ่ ยิ้มก็ต้องใหญ่ แอนเลือกไม่ให้คำพูดของคนอื่นมีผลกระทบกับชีวิต 

ความมั่นใจของคุณส่งผลอะไรกับคนรอบตัวบ้าง

ความมั่นใจคือทีมเวิร์กนะ เพราะเวลาที่แอนยิ้มให้ ทุกคนก็ยิ้มกลับ มันช่วยดึงความมั่นใจออกมาจากข้างในได้จริง

ทำไมคุณถึงคิดว่ารอยยิ้มเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นใจ

Because It’s you เพราะมันเป็นตัวคุณไง เหมือนกับประโยคที่บอกว่า Eyes don’t lie ดวงตาไม่เคยโกหก เวลาเรายิ้ม ตาเราก็จะยิ้มไปด้วย มันเห็นเลยว่าคุณกำลังมีความสุขหรือกำลังมั่นใจจริง ๆ รึเปล่า 

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส นางงามที่กล้าพูดเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีประกวด และคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยทรวดทรงอันแท้จริง

มีวันไหนที่คุณยิ้มไม่ออกบ้างไหม จัดการตัวเองยังไง

มีค่ะ (หยุดคิด) คือเราเลือกได้ว่าจะให้สิ่งนั้นเข้ามามีผลกับชีวิตหรือปล่อยวาง แล้วเราเลือกที่จะปล่อยวาง เวลามีคนบอกให้เราไปทำฟันให้เท่ากัน บางทีเราก็ไม่ยิ้มดีกว่า ทำหน้านิ่งไปเลย เพราะจิตใจเราไม่พร้อมรับความคิดเห็นแย่ ๆ แล้วแอนเป็นคนยิ้มปลอม ๆ ไม่ได้ จะเห็นเลยว่า แอนยิ้มพร้อมกับตา 

นอกจากเรื่องรูปร่าง รอยยิ้ม มีเรื่องอะไรที่คุณอยากรณรงค์อีก

Cyberbullying แอนคิดว่าเราควรรณรงค์เรื่องนี้ด้วยกันถ้าอยากให้สังคมพัฒนา ควรพูดถึงเยอะ ๆ ไม่ควรทำเป็นมองไม่เห็นอีกต่อไปแล้ว 

สำหรับแอน มันคือการไม่ให้เกียรติ เรามีหน้าที่สอนเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังใช้โซเชียลว่า คำบางคำสร้างความเจ็บปวดได้ มนุษย์คนหนึ่งไม่มีสิทธิ์มาทำให้มนุษย์อีกคนเจ็บปวดขนาดนั้นโดยไม่มีเหตุผล และถ้าจะแชร์ความคิดเห็น แอนว่าอย่างน้อยต้องติเพื่อก่อ สมมติมีคนไม่ชอบชุดที่แอนใส่ ก็บอกว่าชุดนี้ไม่ค่อยสวย อยากให้ใส่อีกชุดหนึ่ง แทนที่จะบอกว่าไม่สวยเพราะแอนใส่แล้วหน้าอกห้อย มันมีวิธีที่เราจะช่วยให้เขาสวยขึ้นได้ โดยไม่ด้อยค่าเขา

คุณจะผลักดันประเด็นนี้ยังไง ในฐานะที่ตอนนี้คุณเป็นคนของสังคม 

อย่างแรกที่ทำคือแอนต้องใช้แพลตฟอร์มที่มีให้เป็นประโยชน์ แชร์ประสบการณ์ ของแอนเองด้วย ว่ามนุษย์ทุกคนเขาก็มีความรู้สึกเหมือนกัน พูดถึงผลกระทบของการบูลลี่ต่อสุขภาพจิต โชว์ให้เห็นว่ามันเกิดขึ้นจริง พูดเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าคนจะย้อนกลับมาคิด 

แล้วกับคนธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง เขาจะร่วมรณรงค์ยังไง

Educate yourself เราควรให้ความรู้แก่ตัวเอง เรียนรู้ว่าการบูลลี่มีผลกระทบรุนแรงขนาดไหน ทุกคนควรรู้ว่าการบูลลี่คืออะไร มีแบบไหนบ้าง ไม่ว่าจะในอินเทอร์เน็ต ในโรงเรียน ในชีวิตจริง เราทุกคนมีหน้าที่ เพราะเราอยู่ในสังคมเดียวกัน แล้วก็อย่าทำเป็นมองไม่เห็น เรียกร้องเลย กล้าที่จะพูดออกมาว่ามันผิด ถ้าเราทำจนสิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดา สังคมมันจะเปลี่ยนแปลงได้

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส นางงามที่กล้าพูดเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีประกวด และคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยทรวดทรงอันแท้จริง

ตอกย้ำความเชื่อของแบรนด์ Colgate ที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้ทุกคนผ่าน Smile Out Loud ที่ร่วมกับ แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส, ซูซี่-ณัฐวดี ไวกาโล และผู้หญิงอีกหลายคนทั่วเอเชีย ที่อยากเปลี่ยนนิยามและสนับสนุนให้คนอื่น ๆ มั่นใจในความเป็นตัวเอง เราจึงมี #คอลเกตอ๊อพติคไวท์โอทู ยาสีฟันที่ช่วยเสริมความมั่นใจสำหรับกิจวัตร Beauty Oral Care ที่มี O2 Technology จะช่วยให้ทุกคนมั่นใจที่จะยิ้มแสดงออกความเป็นตัวของตัวเอง พร้อมที่จะ Smile Out Loud กันทั้งประเทศ

และติดตามอ่านเรื่องราวของ ซูซี่-ณัฐวดี ไวกาโล ได้ในวันพรุ่งนี้

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load