ไม่แน่ใจว่าฮ่องกงในภาพจำของคนอื่นเป็นอย่างไร แต่สำหรับเราฮ่องกงเป็นเมืองที่มีความหลากหลายอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงเมืองช้อปปิ้งอย่างที่ถูกโปรโมตจนเป็นภาพจำ

ไม่ว่าคุณจะมีรสนิยมอย่างไร ชื่นชอบชื่นชมสิ่งใด คุณสามารถพบสถานที่ที่ทำให้สบายใจในฮ่องกง

ชอบศิลปะก็สามารถเดินเข้ามิวเซียม ชอบถ่ายรูปก็เดินถ่ายได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ชอบช้อปปิ้งก็มีห้างสรรพสินค้ารองรับ ชอบกินก็มีทั้งร้านอาหารริมทางยันภัตตาคารสุดหรู ชอบกาแฟและขนมก็มีคาเฟ่โคตรเท่ให้เลือก ชอบไหว้เจ้าก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นที่พักพิงทางใจ

และเป็นความหลากหลายนั้นเอง ที่ทำให้ฮ่องกงเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ มีชีวิตและชีวา แตกต่างจากบ้านเมืองที่มีความเจริญใกล้เคียงกัน

ในช่วงเวลาที่เทศกาลตรุษจีนกำลังจะเวียนมา เราเลยอยากลองลิสต์ 8 สิ่งน่าทำหลากหลายหมวดหากไปเยือนฮ่องกงในช่วงนั้น (เลข 8 คือเลขนำโชคของชาวฮ่องกง) ซึ่งหากใครได้ไปทำครบทั้ง 8 กิจกรรม สำหรับเรา นี่ถือเป็นเรื่องโชคดีโดยที่ไม่ต้องรอคำอวยพรใดๆ แล้ว

 

เดินดูงานดีไซน์ที่ PMQ และเดินเล่นย่าน Tai Ping Shan

 PMQ บันได

สำหรับคนชอบงานออกแบบคงเคยได้ยินชื่อของ PMQ กันอยู่แล้ว อาคารสีเขียวขาวสุดคลาสสิกแห่งนี้แต่เดิมเป็นแฟลตตำรวจเก่าที่สร้างเมื่อปี 1951 โดยหลังจากที่รัฐสร้างที่พักแห่งใหม่ให้ตำรวจ อาคารแห่งนี้จึงถูกทิ้งร้างจนกระทั่งปี 2010 รัฐบาลฮ่องกงตัดสินใจปรับพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งรวมคนในวงการสร้างสรรค์ได้มาปล่อยของ ทั้งศิลปิน ดีไซเนอร์ โดยห้องพักตำรวจแต่ละห้องถูกปรับเป็นสตูดิโอ แกลเลอรี่ ร้านขายสินค้าของนักออกแบบ ร้านหนังสือ คาเฟ่ ฯลฯ รวมทั้งมีอีเวนต์สนุกๆ เพื่อขับเคลื่อนวงการสร้างสรรค์ในฮ่องกง

Tai Ping Shan Street

Tai Ping Shan Street

ที่สนุกไม่แพ้ตัวอาคาร PMQ คือบริเวณย่านที่อยู่รายล้อม ซึ่งสามารถเดินเล่นได้เพลินๆ เช่น Tai Ping Shan Street ซึ่งเป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านรวงน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่บรรยากาศดีหรือแกลเลอรี่ของศิลปินท้องถิ่นแทรกตัวอยู่

 

ส่อง street art ย่าน Wong Chuk Hang

สตรีทอาร์ต Street Art

ใครชอบงานสตรีทอาร์ตน่าจะเพลิดเพลินกับการเดินในย่าน Sheung Wan และ Sham Shui Po ซึ่งเป็น 2 ย่านที่กำแพงและผนังอาคารมีงานศิลปะปรากฏให้เห็นกระจายอยู่ทั่วพื้นที่

ฮ่องกงถือเป็นที่ที่มีซีนทางด้านสตรีทอาร์ตน่าสนใจเมื่อมีกลุ่มที่ชื่อ HKwalls คอยผลักดันและเปิดพื้นที่ให้ศิลปินสตรีทอาร์ตในฮ่องกงได้มีโอกาสแสดงผลงานโดยไม่ผิดกฎหมาย โดยตั้งแต่มี 2014 เป็นต้นมาได้จัดงาน Street Art Festival ตามย่านต่างๆ เริ่มต้นที่ย่าน Sheung Wan และ Stanley Market ปี 2016 ที่ย่าน Sham Shui Po และล่าสุดเมื่อปี 2017 ที่เพิ่งผ่านมาทางกลุ่มเลือกย่าน Wong Chuk Hang ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราถ้าสนใจสามารถเข้าไปดูแผนที่ในเว็บไซต์แล้วเดินตามชมผลงานได้เลย

แผนที่

 

เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านอาหารและการกิน

Poon Choi

ฮ่องกงมีอาหารขึ้นชื่อหลายอย่าง แต่ถ้าจะให้แนะนำอาหารที่ทำให้ได้อิ่มท้องและเรียนรู้วัฒนธรรมไปพร้อมกันในช่วงตรุษจีนอยากขอแนะนำ Poon Choi อาหารที่คนฮ่องกงกินเพื่อเป็นสิริมงคล โดยในหม้อขนาดใหญ่ประกอบด้วยวัตถุดิบที่ชื่อพ้องความหมายกับคำที่เป็นมงคล เช่น กุ้ง ที่เสียงพ้องความหมายกับเสียงหัวเราะที่มีความสุข หอยนางรมแห้ง ที่หมายถึงความสิริมงคลที่เกิดขึ้นในชีวิต หรือผักที่ในภาษาจีนกวางตุ้งออกเสียงคล้ายกับคำที่มีความหมายว่า โชคลาภ

อีกกิจกรรมการกินที่เราอยากแนะนำคือการไปหยำฉ่า ซึ่งแม้คำว่า ‘หยำ-ฉ่า’ จะแปลตรงตัวว่า ดื่มชา แต่สำหรับคนจีนการหยำฉ่ากินความหมายกว้างกว่านั้น อย่างที่รู้กันว่าเทศกาลตรุษจีนสำหรับคนจีนคืองานรวมญาติ โดยหนึ่งในสถานที่นัดพบกันพร้อมหน้าคือร้านน้ำชาที่มีเสิร์ฟติ่มซำยามเช้าจนถึงเที่ยง เพราะฉะนั้น ใครอยากสัมผัสบรรยากาศแสนคึกคักแบบ local แท้ๆ แนะนำให้ลองดูสักที

 

ไหว้เจ้าที่ Che Kung Temple

Che Kung Temple Che Kung Temple Che Kung Temple

วัฒธรรมความเชื่อกับชาวฮ่องกงนั้นแยกกันไม่ออก แม้จะได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกที่เข้ามาปกครองอย่างยาวนานก็ตาม โดยช่วงคืนก่อนเข้าสู่วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ศาลเจ้าต่างๆ ทั่วเมืองจะเต็มไปด้วยผู้คนที่แห่ไปไหว้เจ้าเพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเองและครอบครัว ใครนึกภาพไม่ออกให้นึกภาพวัดเล่งเน่ยยี่หรือศาลเจ้าพ่อเสือในไทยและคูณสองเข้าไปน่าจะใกล้เคียง

โดยหนึ่งในศาลเจ้าที่เป็นที่นิยมคือศาลเจ้าอายุกว่า 300 ปี อย่าง Che Kung Temple ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยอดฮิตของชาวไทย ช่วงตรุษจีนศาลเจ้าแห่งนี้จะถูกประดับประดาไปด้วยกังหันหลากสี โดยคนนิยมไปหมุนกังหันสีทองพร้อมขอพร

ไม่เฉพาะคนทั่วไปที่หวังเปลี่ยนชีวิตเท่านั้นที่เดินทางไปศาลเจ้าแห่งนี้เพราะหากไล่รายชื่อดูเราจะเห็นว่ามีทั้งคนมีชื่อเสียง ผู้มีอำนาจ ผู้ว่าการรัฐ ซึ่งตอกย้ำถึงวัฒนธรรมความเชื่อของชาวฮ่องกงต่อศาลเจ้าที่ว่าไว้เป็นอย่างดี

 

นั่งรถรางถ่ายรูปเล่น

รถราง รถราง รถราง

หนึ่งในกิจกรรมที่ใช้เงินน้อยแต่เพลิดเพลินไม่น้อยคือการขึ้นรถรางแล้วถ่ายรูปเล่น โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่แสงไฟทั่วเมืองทำงานแทนแสงจากดวงอาทิตย์

ทุกวันนี้เหลือเพียงฮ่องกงที่ยังคงอนุรักษ์รถรางสองชั้นเอาไว้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว ทำให้ทางเลือกในการเดินทางในย่านธุรกิจฝั่งเกาะฮ่องกงมีทางเลือกหลากหลาย ทั้งรถประจำทาง รถไฟใต้ดิน และรถราง ซึ่งแม้รถรางจะเป็นระบบขนส่งสาธารณะบนบกที่เก่าแก่แต่สภาพของรถรางกลับใหม่เอี่ยมสวนทางกับอายุการใช้งาน

ราคาค่าเดินทางก็สุดถูก เพียง 2.30 ดอลลาร์ฮ่องกงตลอดสาย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือมันค่อนข้างช้า อย่างที่รู้กัน รถรางเคลื่อนตัวด้วยความเร็วจำกัดอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีป้ายค่อนข้างถี่ ระยะทาง 13 กิโลเมตร จากถนน Johnston ไปถึงย่าน Causeway Bay มีถึง 120 สถานี แต่ด้วยความช้าของมันก็ทำให้เหมาะกับคนที่ต้องการนั่งรถเล่น ถ่ายรูปเพลินๆ

 

อัพเดตเทรนด์สนีกเกอร์

NIKE

ฮ่องกงเป็นเมืองช้อปปิ้งสนุก มีหลายอย่างน่าซื้อหา แต่ถ้าจะให้แนะนำสักอย่างที่เป็นจุดเด่นของเมืองเมืองนี้ เราอยากเฉพาะเจาะจงลงไปที่รองเท้าผ้าใบ

ในเอเชีย ฮ่องกงถือเป็นที่ที่วัฒนธรรมสตรีทแฟชั่นแข็งแรงเป็นอันดับต้นๆ หลายคนอาจไม่รู้ว่า Hypebeast สื่อที่ทรงอิทธิพลในโลกสตรีทแฟชั่นที่สุดในโลกสื่อหนึ่งก่อตั้งโดยหนุ่มฮ่องกงที่ชื่อ Kevin Ma นอกจากนั้นยังมีแบรนด์ท้องถิ่นที่ขยับกลายเป็นแบรนด์ที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง CLOT ของพระเอก Edison Chen และ Kevin Poon

สำหรับใครที่สนใจอยากเดินอัพเดตเทรนด์วงการสตรีทแฟชั่น มี 2 ย่านที่น่าสนใจ ย่านแรกคือ Fa Yuen Street หรืออีกชื่อคือ Sneaker Street จะมีถนนสักกี่สายบนโลกที่มีร้านรองเท้าเรียงรายติดๆ กันคล้ายร้านทองบนถนนเยาวราช ถนนสายรองเท้าผ้าใบความยาวราว 150 เมตร มีร้านรองเท้าผ้าใบราว 50 ร้าน เรียกว่ามีรองเท้าหลากหลายรุ่นให้เดินเลือกกันจนตาลาย อีกย่านคือ Causeway Bay ซึ่งมีร้านที่น่าสนใจหลายๆ ร้านตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็น NIKE LAB ซึ่งเป็นร้านระดับเอ็กซ์คลูซีพที่มีสินค้าลิมิเต็ดของแบรนด์ไนกี้ให้เลือกซื้อ นอกจากนั้นยังมีมัลติแบรนด์ชื่อดังอย่าง I.T ด้วย

 

สัมผัสความสงบบนเกาะ Lamma

ชายหาด สตรีทอาร์ท เกาะ Lamma

ใครๆ ก็จดจำฮ่องกงว่าเป็นเมืองสุดโหวกเหวก ผู้คนเสียงดัง จึงไม่แปลกที่เหล่าแบ็กแพ็กเกอร์จำนวนไม่น้อยจะหลงใหลเกาะ Lamma เพราะเกาะเล็กๆ ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีจากท่าเรือเซ็นทรัลนั้นเงียบสงบ ไม่มีแม้กระทั่งรถยนต์ การเดินทางภายในเกาะใช้จักรยานและการเดินเท้าล้วนๆ แต่ถนนหนทางก็สะดวกสบายดีไม่ได้ลำบากอะไร

สิ่งที่ขึ้นชื่อของเกาะแห่งนี้คืออาหารทะเล (ก็แน่อยู่แล้ว ตั้งอยู่กลางทะเลขนาดนั้น) เมื่อก้าวเท้าจากเรือขึ้นฝั่งเราจะเห็นร้านอาหารเรียงรายต้อนรับ แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีแค่นั้น เพราะเมื่อเดินลึกเข้าไปเราจะพบร้านรวงน่ารัก คาเฟ่น่านั่ง และมีชายหาด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากฮ่องกงที่เราคุ้นชิน

 

รอดู International Chinese New Year Night Parade

ดอกไม้ไฟ เชิดมังกร พาเหรด พาเหรด

แต่ละปีหนึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยวและคนฮ่องกงรอคอยคือการได้ชมขบวนพาเหรดใน งาน International Chinese New Year Night Parade ซึ่งเป็นหนึ่งในงานพาเหรดบนท้องถนนที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งปีนี้จะจัดในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ในธีม ‘Best Fortune. World Party.’ โดยขบวนพาเหรดสุดอลังการจะเคลื่อนไปบนถนน Canton Road, Haiphong Road และ Nathan Road ในย่าน Tsim Tha Tsui

นอกจากนั้นในค่ำคืนวันที่ 17 บริเวณอ่าววิกตอเรียยังมีการแสดงพลุดอกไม้ไฟฉลองวันขึ้นปีใหม่จีนอีกด้วย ใครที่ไปฮ่องกงช่วงนั้นแนะนำว่าไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเพราะแต่ละปีจะมีเพียงครั้งเดียว

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

8 กันยายน 2560
81.73 K

ร้านหนังสือเก่า อาจไม่ใช่ตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับนักอ่าน ในยุคที่เราสามารถคลิกสั่งซื้อหนังสือทั้งเก่าและใหม่ออนไลน์ ยุคที่เรามีงานแฟร์หนังสือเป็นหมุดหมาย หรือยุคที่เราสะดวกสบายเพราะมีร้านหนังสือเชนสโตร์ใกล้บ้าน   

เมื่อเราได้แลกเปลี่ยนเรื่องหนังสือและการซื้อหนังสือกับคนรุ่นเก่าก่อน ได้ฟังความผูกพันของพวกเขาที่มีต่อร้าน ต่อเจ้าของร้าน และต่อเพื่อนนักอ่านในร้าน เราก็ได้เห็นความพิเศษอีกหลายอย่างนอกเหนือจากการได้หนังสือมือสองที่ตามหากลับบ้าน  

สิ่งนั้นคืออะไร ร้านหนังสือเหล่านี้รอให้คำตอบอยู่

คลังวิทยา

ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ

ร้านหนังสือเก่าแก่ย่านวังบูรพา ศูนย์รวมความโก้เก๋ในอดีต เริ่มต้นจากการเป็นสำนักพิมพ์ที่รับซื้อต้นฉบับจากนักเขียนนวนิยาย ก่อนจะขยับขยายมาเปิดหน้าร้านจำหน่ายหนังสือหลากหลายที่ครอบคลุมถึงสารคดีและพงศาวดารเป็นเวลายาวนานกว่า 50 ปี

หนังสือที่ปกสีจางตามกาลเวลาแต่ยังคงคุณค่า วางเด่นในตู้กระจกสุดคลาสสิกหน้าร้าน จัดวางเรียงรายบนโต๊ะ และโชว์อย่างสวยงามในตู้ข้างผนังทั้งสองฝั่งให้ได้เลือกสรร หากมองหาวรรณกรรมฮอตฮิตปกแข็ง รูปเล่มประณีตของนักเขียนรุ่นๆ ใกล้เคียงกับ โสภี พรรณราย, โสภาค สุวรรณ, จามรี พรรณชมพู และชลาลัย ร้านนี้ยังคงมีให้เห็นและให้ซื้อหา หรือหากอยากพูดคุยคุ้ยอดีตถึงยุคที่นวนิยายผลิบานกับอาแปะ อาอึ้ม เจ้าของร้านก็ย่อมได้  

ที่อยู่: ซอยภาณุรังษี ถนนมหาไชย แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ:  08.00 – 16.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
ติดต่อ: 02-2224546

ศึกษิตสยาม

ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ

อดีตแหล่งระดมความคิดของปัญญาชนสยาม ปัจจุบันเป็นร้านหนังสือที่จำหน่ายหนังสือทั้งเก่าและใหม่ในเครือสายส่งเคล็ดไทย สายส่งที่คัดสรรและกระจายหนังสือให้ร้านหนังสืออิสระดังๆ ทั่วกรุงเทพฯ

ฝั่งซ้ายของตึกมีหนังสือเก่าแนวสังคมศาสตร์ ปรัชญาและการเมืองเข้มข้น ให้เราได้พลิกอ่าน หากเราอยากย้อนดูอดีตจากหนังสือราคาย่อมเยาเล่มไหน ก็หยิบเล่มนั้นไปคิดตังค์ที่ฝั่งขวาของตึกซึ่งเป็นร้านจำหน่ายหนังสือใหม่ที่คัดเลือกหนังสือประเภทวรรณกรรณ บทสัมภาษณ์ เรื่องสั้น และงานออกแบบหลากหลาย ให้มาอยู่ในบรรยากาศที่ค้นหาง่ายคล้ายห้องสมุด และสุดน่าอ่านด้วยการบริการโต๊ะเก้าอี้ให้ได้นั่งใช้เวลากับหนังสือแต่ละเล่ม ซึ่งไม่เพียงแต่ให้เราได้เลือกหาอาหารสมอง ร้านหนังสือแห่งนี้ยังทำให้เราได้อิ่มท้องด้วยการพร้อมเสิร์ฟอาหารและกำลังจะเปิดคาเฟ่ย่อมๆ ในร้าน ให้เหล่านักอ่านได้จิบเครื่องดื่มเคล้าบทสนทนา

ที่อยู่: 115  ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ
เวลาทำการ:  08.00 – 18.00 น. (ปิดเสาร์-อาทิตย์)
Facebook: Suksit Siam

Bookshop

ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ

ร้านหนังสือต่างประเทศที่ชื่อตรงไปตรงมาว่าร้านหนังสือ ซ่อนตัวอยู่ในซอยรามบุตรี ย่านข้าวสาร ซึ่งเป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยว นักเดินทาง หลากหลายชาติเป็นเวลายาวนานกว่า 10 ปี แม้ร้านจะมีขนาดจิ๋วเมื่อเทียบกับร้านอาหารและร้านค้าข้างเคียง แต่ทั้งสองชั้นอัดแน่นไปด้วยหนังสือหลากประเภท ทั้งนวนิยาย สารคดี  ไกด์บุ๊ก ไปจนถึงปรัชญาและศาสนา

จำนวนหนังสือและความหลากหลายไม่ได้แน่นิ่งอยู่เพียงแค่นั้น แต่เพิ่มขึ้นเป็นประจำทุกวัน จากการ ‘เทรด’ หรือรับแลกหนังสือจากชาวต่างชาติที่แวะเวียนมาไม่ขาด จึงทำให้หนังสือหายากเช่นหนังสือภาษาดัตช์ ฝรั่งเศส อาหรับ เยอรมัน มีให้เห็นอยู่บนชั้นอย่างเป็นระเบียบ

ที่อยู่: 59 ซอยรามบุตรี ถนนจักพงษ์ แขวงชนะสงคราม
เวลาทำการ:  12.00 – 22.30 น.

ร้านหนังสือเก่าเยาวราช

ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ

หนังสือคือขุมทรัพย์นับอนันต์ ประโยคนี้คงไม่เกินจริงไปนักเมื่อได้ลัดเลาะซอกซอยมาสัมผัสร้านหนังสือมือสองใจกลางเยาวราชที่มีหนังสือหลายแสนเล่มกองสูงท่วมศีรษะและแน่นเอียดจนเกือบเต็มตึกแถวขนาด 1 คูหา 2 ชั้น เว้นไว้เพียงทางเดินขนาดหนึ่งช่วงตัวให้เหล่านักอ่านที่รักการล่าหนังสือเก่าได้แทรกตัวเข้าไป

หนังสือที่นี่แบ่งอย่างคร่าวๆ ตามประเภท พ็อกเก็ตบุ๊ก นิตยสาร หนังสือจีน หนังสือการ์ตูน และ Textbook ทั้งเก่ามากไปจนถึงหนังสือใหม่แต่ผ่านมาหลายมือ เราอาจจะต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวไล่สายตาหาเล่มที่ต้องการ หรือเล่มที่เราไปสบตากับสันหนังสือโดยบังเอิญแล้วอยากอ่าน ซึ่งหากไม่พบก็สามารถขอตัวช่วยเป็นอาเฮียเจ้าของร้านที่มีประสบการณ์ในการค้าขายหนังสือมามากว่า 40 ปีได้ เพราะเขาจะช่วยชี้พิกัดและแนะนำหนังสือน่าสนใจในราคาที่อาเฮียบอกว่าพออยู่ไหวให้กับเรา

ที่อยู่: ซอยมะขาม 2 ถนนมิตรพันธ์ แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย
เวลาทำการ: 13.00 – 19.30 น. (ปิดวันพุธ)
Facebook:  หนังสือเก่าเยาวราช

55 Bookstall

ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ

พูดถึงแหล่งรวมหนังสือมือสอง จะมองข้ามสวนจตุจักรไปไม่ได้ เราเลยเลือกพุ่งไปที่ 55 Bookstall  ร้านหนังสือเก่าจากสนามหลวงที่ย้ายมาลงหลักปักฐาน ณ ทางเข้าแผงหนังสือเก่า แผงหนังสือแห่งนี้เป็นคลังหนังสือมือหนึ่งและมือสองเปิดมานานกว่า 30 ปี ที่ให้นักเขียนนำหนังสือมาฝากขาย และให้หนอนหนังสือนวนิยายมาเลือกสรร พบปะกัน

หนังสือกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของร้านเป็นนวนิยายทั้งไทยและอังกฤษ เพิ่มเติมด้วยหนังสือเล่มหนาหมวดดีไซน์ กราฟิกและอาร์คิเทคที่นอกจากจะตอบโจทย์การอ่านแล้ว 55 Bookstall ยังรับจัดหนังสือเหล่านี้เป็นพร็อพให้ลูกค้าด้วย ซึ่งหากยังไม่หนำใจ พี่นุ้ย เจ้าของร้าน ก็ยินดีพาเราเดินไปเลือกหาหนังสือและนิตยสารเก่าจำนวนมหาศาลในราคาที่ต่อรองกันได้อย่างคนกันเอง

ที่อยู่: โซนหนังสือเก่าจตุจักร
เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น.
Facebook:  55 Bookstall

Dasa Book Cafe

ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ

Dasa มาจากภาษาบาลีที่เแปลว่า ‘ทาส’ เพราะร้านหนังสือมือสองเก่าแก่นี้ปวารณาตัวเป็นสถานที่พักพิงทางใจของทาสหนังสืออย่างแท้จริง ร้านดาสะยืนหยัดเคียงคู่ชาวสุขุมวิทมากว่า 13 ปี ณ ริมถนนใกล้สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ แม้หน้าร้านจะดูเล็ก แต่ภายในร้าน 3 ชั้นอัดแน่นด้วยหนังสือภาษาอังกฤษและภาษายุโรปอื่นๆ เช่น เยอรมัน อิตาเลียน สเปน ฝรั่งเศส จุดเด่นของร้านคือหนังสือนิยายทั่วไป หนังสือแนวสืบสวน และหนังสือเด็ก ที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี แม้จะมีหนังสือมหาศาล แต่ร้านหนังสือนี้จัดวางหนังสือได้มีระเบียบเรียบร้อยและน่าอ่านสุดๆ ที่สำคัญคือยังมีมุม blowout sale ที่ราคาหนังสือเริ่มต้นที่ 19 บาทเท่านั้น! แถมยังมีโซน CD เพลงมือสอง โซนคาเฟ่เล็กๆ ด้านหน้า ให้เสพความรื่นรมย์ทางหูและลิ้นเพิ่มเติมอีกต่างหาก     

นอกจากนี้ดาสะรับซื้อและแลกหนังสือภาษาตะวันตกกับลูกค้า และยังมีบริการสั่งหนังสือออนไลน์ที่สะดวกมากๆ แค่เข้าไปสั่งหนังสือมือสองในเว็บไซต์ ก็นอนรอรับหนังสือที่บ้านได้เลย

ที่อยู่: 714/4 ถนนสุขุมวิท ระหว่างซอยสุขุมวิท 26 – 28 ( BTS พร้อมพงษ์ )
เวลาทำการ: 10.00 – 20.00 น. เปิดทุกวัน
ติดต่อ: 02-661-2993

เขษมบรรณกิจ

ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ ลายแทงร้านหนังสือเก่าทั่วกรุงเทพฯ

ขอตบท้ายด้วยอภิมหาคลังตำราโหรที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องแถวขนาดหนึ่งคูหาใกล้สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ ในตอนแรกเราตั้งใจไปร้านเขษมบรรณกิจย่านเวิ้งนาครเขษมที่มีหนังสือทั่วไปให้เลือกหา แต่พบว่าร้านย้ายที่ไปแล้ว แถมเขษมบรรณกิจตัดสินใจพลิกโฉมครั้งใหญ่เป็นร้านที่รวบรวมหนังสือทางการพยากรณ์ทั้งหลักโหราศาสตร์และฮวงจุ้ยจีนไว้มากที่สุดในประเทศ

ผู้ที่สนใจตำราโหร เมื่อมุ่งตรงไปที่นี่นอกจากจะได้รับคำแนะนำจากร้านหนังสือเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 80 ปีแล้ว ยังได้ทำความรู้จักกับอุปกรณ์การหาลัคนาที่ครบครันที่สุดอีกด้วย

ที่อยู่: 25 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน เขตธนบุรี
เวลาทำการ: 08.00 – 16.30 น. (ปิดวันอาทิตย์)
ติดต่อ: 02-439-2339

Writer

นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ

เด็กฝึกงานที่กำลังรอรับปริญญา ใช้ชีวิตไปมาๆระหว่างกรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ รักการอยู่บ้าน พอๆกับการอยู่นอกบ้าน ยังไม่ชัดว่าจะได้ประกอบอาชีพอะไร แต่ตั้งใจจะหัดขีดเขียนให้ดี

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load