ไม่แน่ใจว่าฮ่องกงในภาพจำของคนอื่นเป็นอย่างไร แต่สำหรับเราฮ่องกงเป็นเมืองที่มีความหลากหลายอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงเมืองช้อปปิ้งอย่างที่ถูกโปรโมตจนเป็นภาพจำ

ไม่ว่าคุณจะมีรสนิยมอย่างไร ชื่นชอบชื่นชมสิ่งใด คุณสามารถพบสถานที่ที่ทำให้สบายใจในฮ่องกง

ชอบศิลปะก็สามารถเดินเข้ามิวเซียม ชอบถ่ายรูปก็เดินถ่ายได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ชอบช้อปปิ้งก็มีห้างสรรพสินค้ารองรับ ชอบกินก็มีทั้งร้านอาหารริมทางยันภัตตาคารสุดหรู ชอบกาแฟและขนมก็มีคาเฟ่โคตรเท่ให้เลือก ชอบไหว้เจ้าก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นที่พักพิงทางใจ

และเป็นความหลากหลายนั้นเอง ที่ทำให้ฮ่องกงเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ มีชีวิตและชีวา แตกต่างจากบ้านเมืองที่มีความเจริญใกล้เคียงกัน

ในช่วงเวลาที่เทศกาลตรุษจีนกำลังจะเวียนมา เราเลยอยากลองลิสต์ 8 สิ่งน่าทำหลากหลายหมวดหากไปเยือนฮ่องกงในช่วงนั้น (เลข 8 คือเลขนำโชคของชาวฮ่องกง) ซึ่งหากใครได้ไปทำครบทั้ง 8 กิจกรรม สำหรับเรา นี่ถือเป็นเรื่องโชคดีโดยที่ไม่ต้องรอคำอวยพรใดๆ แล้ว

 

เดินดูงานดีไซน์ที่ PMQ และเดินเล่นย่าน Tai Ping Shan

 PMQ บันได

สำหรับคนชอบงานออกแบบคงเคยได้ยินชื่อของ PMQ กันอยู่แล้ว อาคารสีเขียวขาวสุดคลาสสิกแห่งนี้แต่เดิมเป็นแฟลตตำรวจเก่าที่สร้างเมื่อปี 1951 โดยหลังจากที่รัฐสร้างที่พักแห่งใหม่ให้ตำรวจ อาคารแห่งนี้จึงถูกทิ้งร้างจนกระทั่งปี 2010 รัฐบาลฮ่องกงตัดสินใจปรับพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งรวมคนในวงการสร้างสรรค์ได้มาปล่อยของ ทั้งศิลปิน ดีไซเนอร์ โดยห้องพักตำรวจแต่ละห้องถูกปรับเป็นสตูดิโอ แกลเลอรี่ ร้านขายสินค้าของนักออกแบบ ร้านหนังสือ คาเฟ่ ฯลฯ รวมทั้งมีอีเวนต์สนุกๆ เพื่อขับเคลื่อนวงการสร้างสรรค์ในฮ่องกง

Tai Ping Shan Street

Tai Ping Shan Street

ที่สนุกไม่แพ้ตัวอาคาร PMQ คือบริเวณย่านที่อยู่รายล้อม ซึ่งสามารถเดินเล่นได้เพลินๆ เช่น Tai Ping Shan Street ซึ่งเป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านรวงน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่บรรยากาศดีหรือแกลเลอรี่ของศิลปินท้องถิ่นแทรกตัวอยู่

 

ส่อง street art ย่าน Wong Chuk Hang

สตรีทอาร์ต Street Art

ใครชอบงานสตรีทอาร์ตน่าจะเพลิดเพลินกับการเดินในย่าน Sheung Wan และ Sham Shui Po ซึ่งเป็น 2 ย่านที่กำแพงและผนังอาคารมีงานศิลปะปรากฏให้เห็นกระจายอยู่ทั่วพื้นที่

ฮ่องกงถือเป็นที่ที่มีซีนทางด้านสตรีทอาร์ตน่าสนใจเมื่อมีกลุ่มที่ชื่อ HKwalls คอยผลักดันและเปิดพื้นที่ให้ศิลปินสตรีทอาร์ตในฮ่องกงได้มีโอกาสแสดงผลงานโดยไม่ผิดกฎหมาย โดยตั้งแต่มี 2014 เป็นต้นมาได้จัดงาน Street Art Festival ตามย่านต่างๆ เริ่มต้นที่ย่าน Sheung Wan และ Stanley Market ปี 2016 ที่ย่าน Sham Shui Po และล่าสุดเมื่อปี 2017 ที่เพิ่งผ่านมาทางกลุ่มเลือกย่าน Wong Chuk Hang ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราถ้าสนใจสามารถเข้าไปดูแผนที่ในเว็บไซต์แล้วเดินตามชมผลงานได้เลย

แผนที่

 

เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านอาหารและการกิน

Poon Choi

ฮ่องกงมีอาหารขึ้นชื่อหลายอย่าง แต่ถ้าจะให้แนะนำอาหารที่ทำให้ได้อิ่มท้องและเรียนรู้วัฒนธรรมไปพร้อมกันในช่วงตรุษจีนอยากขอแนะนำ Poon Choi อาหารที่คนฮ่องกงกินเพื่อเป็นสิริมงคล โดยในหม้อขนาดใหญ่ประกอบด้วยวัตถุดิบที่ชื่อพ้องความหมายกับคำที่เป็นมงคล เช่น กุ้ง ที่เสียงพ้องความหมายกับเสียงหัวเราะที่มีความสุข หอยนางรมแห้ง ที่หมายถึงความสิริมงคลที่เกิดขึ้นในชีวิต หรือผักที่ในภาษาจีนกวางตุ้งออกเสียงคล้ายกับคำที่มีความหมายว่า โชคลาภ

อีกกิจกรรมการกินที่เราอยากแนะนำคือการไปหยำฉ่า ซึ่งแม้คำว่า ‘หยำ-ฉ่า’ จะแปลตรงตัวว่า ดื่มชา แต่สำหรับคนจีนการหยำฉ่ากินความหมายกว้างกว่านั้น อย่างที่รู้กันว่าเทศกาลตรุษจีนสำหรับคนจีนคืองานรวมญาติ โดยหนึ่งในสถานที่นัดพบกันพร้อมหน้าคือร้านน้ำชาที่มีเสิร์ฟติ่มซำยามเช้าจนถึงเที่ยง เพราะฉะนั้น ใครอยากสัมผัสบรรยากาศแสนคึกคักแบบ local แท้ๆ แนะนำให้ลองดูสักที

 

ไหว้เจ้าที่ Che Kung Temple

Che Kung Temple Che Kung Temple Che Kung Temple

วัฒธรรมความเชื่อกับชาวฮ่องกงนั้นแยกกันไม่ออก แม้จะได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกที่เข้ามาปกครองอย่างยาวนานก็ตาม โดยช่วงคืนก่อนเข้าสู่วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ศาลเจ้าต่างๆ ทั่วเมืองจะเต็มไปด้วยผู้คนที่แห่ไปไหว้เจ้าเพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเองและครอบครัว ใครนึกภาพไม่ออกให้นึกภาพวัดเล่งเน่ยยี่หรือศาลเจ้าพ่อเสือในไทยและคูณสองเข้าไปน่าจะใกล้เคียง

โดยหนึ่งในศาลเจ้าที่เป็นที่นิยมคือศาลเจ้าอายุกว่า 300 ปี อย่าง Che Kung Temple ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยอดฮิตของชาวไทย ช่วงตรุษจีนศาลเจ้าแห่งนี้จะถูกประดับประดาไปด้วยกังหันหลากสี โดยคนนิยมไปหมุนกังหันสีทองพร้อมขอพร

ไม่เฉพาะคนทั่วไปที่หวังเปลี่ยนชีวิตเท่านั้นที่เดินทางไปศาลเจ้าแห่งนี้เพราะหากไล่รายชื่อดูเราจะเห็นว่ามีทั้งคนมีชื่อเสียง ผู้มีอำนาจ ผู้ว่าการรัฐ ซึ่งตอกย้ำถึงวัฒนธรรมความเชื่อของชาวฮ่องกงต่อศาลเจ้าที่ว่าไว้เป็นอย่างดี

 

นั่งรถรางถ่ายรูปเล่น

รถราง รถราง รถราง

หนึ่งในกิจกรรมที่ใช้เงินน้อยแต่เพลิดเพลินไม่น้อยคือการขึ้นรถรางแล้วถ่ายรูปเล่น โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่แสงไฟทั่วเมืองทำงานแทนแสงจากดวงอาทิตย์

ทุกวันนี้เหลือเพียงฮ่องกงที่ยังคงอนุรักษ์รถรางสองชั้นเอาไว้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว ทำให้ทางเลือกในการเดินทางในย่านธุรกิจฝั่งเกาะฮ่องกงมีทางเลือกหลากหลาย ทั้งรถประจำทาง รถไฟใต้ดิน และรถราง ซึ่งแม้รถรางจะเป็นระบบขนส่งสาธารณะบนบกที่เก่าแก่แต่สภาพของรถรางกลับใหม่เอี่ยมสวนทางกับอายุการใช้งาน

ราคาค่าเดินทางก็สุดถูก เพียง 2.30 ดอลลาร์ฮ่องกงตลอดสาย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือมันค่อนข้างช้า อย่างที่รู้กัน รถรางเคลื่อนตัวด้วยความเร็วจำกัดอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีป้ายค่อนข้างถี่ ระยะทาง 13 กิโลเมตร จากถนน Johnston ไปถึงย่าน Causeway Bay มีถึง 120 สถานี แต่ด้วยความช้าของมันก็ทำให้เหมาะกับคนที่ต้องการนั่งรถเล่น ถ่ายรูปเพลินๆ

 

อัพเดตเทรนด์สนีกเกอร์

NIKE

ฮ่องกงเป็นเมืองช้อปปิ้งสนุก มีหลายอย่างน่าซื้อหา แต่ถ้าจะให้แนะนำสักอย่างที่เป็นจุดเด่นของเมืองเมืองนี้ เราอยากเฉพาะเจาะจงลงไปที่รองเท้าผ้าใบ

ในเอเชีย ฮ่องกงถือเป็นที่ที่วัฒนธรรมสตรีทแฟชั่นแข็งแรงเป็นอันดับต้นๆ หลายคนอาจไม่รู้ว่า Hypebeast สื่อที่ทรงอิทธิพลในโลกสตรีทแฟชั่นที่สุดในโลกสื่อหนึ่งก่อตั้งโดยหนุ่มฮ่องกงที่ชื่อ Kevin Ma นอกจากนั้นยังมีแบรนด์ท้องถิ่นที่ขยับกลายเป็นแบรนด์ที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง CLOT ของพระเอก Edison Chen และ Kevin Poon

สำหรับใครที่สนใจอยากเดินอัพเดตเทรนด์วงการสตรีทแฟชั่น มี 2 ย่านที่น่าสนใจ ย่านแรกคือ Fa Yuen Street หรืออีกชื่อคือ Sneaker Street จะมีถนนสักกี่สายบนโลกที่มีร้านรองเท้าเรียงรายติดๆ กันคล้ายร้านทองบนถนนเยาวราช ถนนสายรองเท้าผ้าใบความยาวราว 150 เมตร มีร้านรองเท้าผ้าใบราว 50 ร้าน เรียกว่ามีรองเท้าหลากหลายรุ่นให้เดินเลือกกันจนตาลาย อีกย่านคือ Causeway Bay ซึ่งมีร้านที่น่าสนใจหลายๆ ร้านตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็น NIKE LAB ซึ่งเป็นร้านระดับเอ็กซ์คลูซีพที่มีสินค้าลิมิเต็ดของแบรนด์ไนกี้ให้เลือกซื้อ นอกจากนั้นยังมีมัลติแบรนด์ชื่อดังอย่าง I.T ด้วย

 

สัมผัสความสงบบนเกาะ Lamma

ชายหาด สตรีทอาร์ท เกาะ Lamma

ใครๆ ก็จดจำฮ่องกงว่าเป็นเมืองสุดโหวกเหวก ผู้คนเสียงดัง จึงไม่แปลกที่เหล่าแบ็กแพ็กเกอร์จำนวนไม่น้อยจะหลงใหลเกาะ Lamma เพราะเกาะเล็กๆ ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีจากท่าเรือเซ็นทรัลนั้นเงียบสงบ ไม่มีแม้กระทั่งรถยนต์ การเดินทางภายในเกาะใช้จักรยานและการเดินเท้าล้วนๆ แต่ถนนหนทางก็สะดวกสบายดีไม่ได้ลำบากอะไร

สิ่งที่ขึ้นชื่อของเกาะแห่งนี้คืออาหารทะเล (ก็แน่อยู่แล้ว ตั้งอยู่กลางทะเลขนาดนั้น) เมื่อก้าวเท้าจากเรือขึ้นฝั่งเราจะเห็นร้านอาหารเรียงรายต้อนรับ แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีแค่นั้น เพราะเมื่อเดินลึกเข้าไปเราจะพบร้านรวงน่ารัก คาเฟ่น่านั่ง และมีชายหาด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากฮ่องกงที่เราคุ้นชิน

 

รอดู International Chinese New Year Night Parade

ดอกไม้ไฟ เชิดมังกร พาเหรด พาเหรด

แต่ละปีหนึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยวและคนฮ่องกงรอคอยคือการได้ชมขบวนพาเหรดใน งาน International Chinese New Year Night Parade ซึ่งเป็นหนึ่งในงานพาเหรดบนท้องถนนที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งปีนี้จะจัดในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ในธีม ‘Best Fortune. World Party.’ โดยขบวนพาเหรดสุดอลังการจะเคลื่อนไปบนถนน Canton Road, Haiphong Road และ Nathan Road ในย่าน Tsim Tha Tsui

นอกจากนั้นในค่ำคืนวันที่ 17 บริเวณอ่าววิกตอเรียยังมีการแสดงพลุดอกไม้ไฟฉลองวันขึ้นปีใหม่จีนอีกด้วย ใครที่ไปฮ่องกงช่วงนั้นแนะนำว่าไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเพราะแต่ละปีจะมีเพียงครั้งเดียว

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ณ ตรอก ซอก ซอย แห่งย่านเมืองเก่าบางลำพู ร่องรอยบนกำแพงล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่เคยรุ่งโรจน์ แม้วันนี้หลายอย่างจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่การเดินย่ำเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายภาพก็เป็นการเรียนรู้อดีตที่น่าสนใจและสนุกสนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเราได้เดินเลาะเสาะหาสถานที่ลับไปกับ ‘ไกด์เด็กบางลำพู

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ กลุ่มไกด์ตัวน้อยพาเราเดินลัดไปตามถนนสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ทัศนา 7 สถานที่ลับพร้อมประวัติที่น้อยคนจะรู้ โดยเราได้เดินชมเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพจ เสน่ห์บางลำพู เพิ่งเปิดต้อนรับฤดูร้อน พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่างการรับประทาน 4 อาหารคาว-หวาน จาก 4 ร้านท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เหมาะจะทานลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กชอปที่จะเปลี่ยนช่วงเย็นของวันอันคุ้นเคย เป็นคลาสเรียนวิถีชีวิตเก่าก่อน แต่ไม่เก่าเก็บของชาวบางลำพู

01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

โรงเรียนพิมานวิทย์

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก
01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

ไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกของสถานบันเทิง จะมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แถมยังตั้งมานานกว่า 102 ปีแล้ว โรงเรียนนั้นก็คือโรงเรียนพิมานวิทย์ 

ในช่วงเย็นหลังเด็กเลิกเรียนและถนนข้าวสารยังหลับใหล พันธกานต์ เกตุแก้วเจริญ ไกด์เด็กบางลำพูและศิษย์เก่าโรงเรียนพิมานวิทย์ พาเราเดินทางไปพบกับ คุณครูวชิรปราณี อำพล เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาในอาคารเรียน 3 ชั้น ที่ก่อตั้งราว พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โรงเรียนพิมานวิทย์ก่อตั้งโดย นายฮัจยียอ พิมานแมน คฤหบดีผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อเดิมคือ โรงเรียนอนุเคราะห์อิสลาม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนาหลักสูตรสอนภาษาไทย รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา กระทั่งนายฮัจยียอถึงแก่อนิจกรรม นายมาโนช พิมานแมน บุตรชายจึงดูแลโรงเรียนต่อ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งแต่นั้น

ภายในโรงเรียนไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังมีนักเรียนศึกษาอยู่ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ในบางโอกาส เหล่าไกด์เด็กก็พาผู้มาเยือนเข้าชมได้ โดยโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งอยู่ริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด

02
ป้ายสมาคมสหายสงครามโลกครั้งที่ 1 ป้ายโบราณที่หลับใหลอยู่ในข้าวสาร

สมาคมสหายสงคราม

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู
สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

อีกหนึ่งไฮไลต์บนถนนข้าวสาร ที่หลายคนเดินผ่านอาจคิดว่าเป็นเพียงของประดับตกแต่งธรรมดา แต่ป้ายสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ มีประวัติเก่าแก่กว่านั้น 

หลังฝ่ายสัมพันธมิตรชนะฝ่ายอักษะ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่วนหนึ่งคือที่ตั้งของตึก Buddy Group ให้กับทหารอาสาไทยที่ออกไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ พร้อมให้สัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย กล่าวคือ ใครที่ต้องการตัดไม้ในประเทศ จะต้องขออนุญาตกับทางสมาคมฯ และรายได้เหล่านั้นจะถูกมอบให้กับทหารอาสาเป็นการตอบแทน

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เล่าให้ฟังว่า ป้ายนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แต่หลังจากนั้นได้ถูกขโมยไปขาย ทางเจ้าของ Buddy Lodge จึงนำเงินไปไถ่คืนและนำมาตั้งไว้ที่ตึกเช่นเดิม

หากใครแวะไปข้าวสาร ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าร้าน Mulligans Irish Bar ก็เงยหน้าชมป้ายสมาคมสหายสงครามกันได้

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

ปัยย์สปา

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

เดินต่อไปเกือบสุดซอยรามบุตรี ไกด์เด็กพาเราหยุดชมร้านนวดแห่งหนึ่งที่มีเรือนไทยทรงคหบดีตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ที่แห่งนี้คือ ปัยย์สปา ร้านนวดแผนไทยในเรือนไทยไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 4 มีอายุมากกว่า 150 ปี 

ขณะที่เรือนไทยหลังอื่นในละแวกข้าวสารถูกรื้อออกไป เรือนไทยแห่งนี้ถือเป็นหลังสุดท้ายที่ไม่ยอมให้ใครมาชิงพื้นที่ กระทั่งเจ้าของคนปัจจุบันเข้ามาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้เรือนไทยกลายเป็นร้านนวดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านปัยย์สปาจึงกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนที่เมื่อยล้า ให้พวกเขาได้มาผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

ตั้งฮั่วเส็ง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ
04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

เดินจากถนนข้าวสารมาหลบร้อนกันในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ไกด์เด็กยังไม่หยุดบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งขายวัสดุและอุปกรณ์งานฝีมือที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเส้นด้ายและไหมพรมที่มีสีให้เลือกเยอะกว่าแหล่งอื่น แถมยังเน้นคุณภาพเป็นหลัก

ห้างตั้งฮั่วเส็งก่อตั้งใน พ.ศ. 2505 บนทำเลทองในย่านการค้าบางลำพู ถือเป็นตั้งฮั่วเส็งสาขาแรกของประเทศไทยที่อยู่คู่ย่านเก่ามากว่า 60 ปี โดยคำว่า ตั้ง เป็นชื่อแซ่ของตระกูลจุนประทีปทอง ผู้ก่อตั้ง, ฮั่ว คือ ชื่อของนายอุดม พี่ชายคนโตของตระกูล และผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งรุ่นที่ 1 ส่วนคำว่า เส็ง เป็นอักษรมงคลที่หมายถึง ความเจริญงอกงาม นิยมนำมาตั้งชื่อธุรกิจการค้า 

ปัจจุบันห้างแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน และมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แต่ขณะที่การตลาดต้องพัฒนา ทางตั้งฮั่วเส็งก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนชุมชน ในฐานะห้างเก่าและความภูมิใจของคนพื้นที่ด้วย 

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

มัสยิดจักรพงษ์ – ตรอกสุเหร่า

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู
05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

ตรอกมีความกว้างเล็กกว่าซอย และในตรอกสุเหร่า ทางเข้ามัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ ก็แคบจนแทบจะเดินพร้อมกัน 2 คนไม่ได้ ถึงอย่างนั้น เมริกา พลังเดช หนึ่งในไกด์เด็กบางลำพูก็ยังเชิญชวนให้เรามาในช่วงเช้า เพื่อชิมอาหารจากร้านค้าข้างทางที่ขายอาหารมุสลิมแสนอร่อย (เสียดายว่าตอนที่เราไป ร้านปิดกันหมดแล้ว)

หลังจากเดินผ่านตรอกเข้าไปในชุมชน เราได้ยินเสียงสวดดังมาจากมัสยิดสีเหลืองนวลตรงหน้า นี่คือมัสยิดจักรพงษ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม เดิมทีคนในชุมชนเป็นชาวมุสลิมผู้ประกอบอาชีพช่างทองจากจังหวัดปัตตานี เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างสิบหมู่ทำเครื่องประดับจากทองส่งเข้าวัง หลังจากนั้นครอบครัวช่างฝีมือก็เดินทางมาเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชน ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันจะมีมัสยิดอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง คือ มัสยิดจักรพงษ์และมัสยิดบ้านตึกดิน (ตั้งอยู่แถวโรงเรียนสตรีวิทยา)

สุพิน หนองบัว ผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพูเล่าว่า หากไม่ใช่ช่วงที่มีกิจกรรมทางศาสนา พวกเขาจะพาแขกผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมด้านบนของมัสยิด ซึ่งด้านในมีการตกแต่งสวยงาม ทั้งยังมีนาฬิกาแบบจันทรคติที่ชาวมุสลิมใช้ดูเวลาตั้งอยู่ด้วย

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

ตรอกต.เง๊กชวน

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา
06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

คำเตือนแรกคือระหวังหลงทาง หากไม่ได้มากับผู้ช่ำชองพื้นที่อย่างไกด์เด็กบางลำพู แต่อย่างไรก็ตาม ปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพู บอกกับเราว่า ทางออกจากมัสยิดจักรพงษ์มีทั้งหมด 4 ทาง ซึ่งชื่อของตรอกจะตั้งตามสถานที่หน้าซอย ได้แก่ ตรอกต.เง๊กชวน ตรอกฟาโรห์ ตรอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด และตรอกสุเหร่า

ส่วนที่หน้าตรอกต.เง๊กชวน คือที่ตั้งของร้านขนมเบื้องแม่ประภา ซึ่งแม่ประภาคือสะใภ้ของนายเตีย เง๊กชวน หรือ ต.เง๊กชวน เจ้าของห้างจำหน่ายเครื่องหีบเสียงและจานเสียงตรากระต่าย แต่ในปัจจุบัน ต.เง๊กชวน ปิดกิจการไปแล้ว เหลือเพียงขนมเบื้องแม่ประภาเท่านั้น

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ศาลเจ้าพ่อเขาตก

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อเขาตกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับศาลเจ้าจีนของเจ้าพ่อเขาตกที่ตั้งอยู่บนถนนไกรสีห์ ขนาบข้างด้วยตึกปูนและอาคารจอดยานยนต์ของกรุงเทพมหานคร 

เดิมทีศาลเจ้าพ่อเขาตกเป็นศาลเจ้าประจำตลาดยอด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ใน พ.ศ. 2510 ศาลเจ้าก็ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่กระนั้นความศรัทธาของชาวจีนในย่านบางลำพูก็ไม่ได้มอดหมดไปพร้อมเถ้าถ่าน พวกเขาสร้างศาลเจ้าพ่อเขาตกขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ลานจอดรถของตลาดยอดเดิม ก่อนจะมีการย้ายอีกครั้ง และมาตั้งอยู่บนพื้นที่ปัจจุบันเป็น ศาลเจ้าพ่อเขาตก-เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ 

08
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

08 
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

เนื่องจากนี่คือทริปสุดพิเศษในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ที่จัดขึ้นโดยไกด์เด็กในย่าน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์กันมาเหนื่อย ๆ เจ้าบ้านตัวน้อยจึงได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารคาว-หวานขึ้นชื่อประจำย่านมาให้เราได้ทานทั้งหมด 4 เมนู พร้อมผักและผลไม้แกะสลักประดับจานโดย พรชิตา บัวประดิษฐ หนึ่งในเหล่ามัคคุเทศก์ ซึ่งเซ็ตอาหารดังกล่าวสามารถหาทานได้ตลอดปี แต่จะเหมาะที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยทุกท่านสามารถเดินทางไปที่ร้านเอง หรือให้ไกด์เด็กคัดเลือกสำรับมาให้ในช่วงท้ายของวันก็ได้

เมนูแรกคือ ข้าวแช่แม่ศิริ ถือเป็นข้าวแช่ร้านดังในย่านนี้ ตั้งอยู่หลังนิวเวิลด์ ในตรอกไกรสีห์ ถนนพระสุเมรุ ชุมชนบ้านพานถม ซึ่งเป็นร้านที่เริ่มต้นกิจการมานานกว่า 50 ปี เรียกได้ว่าใครมาถึงก็ต้องกิน แต่นอกเหนือจากร้านแม่ศิริแล้วยังมีอีก 4 ร้าน ซึ่งเด็ก ๆ บอกกับเราว่า รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งหมดถือเป็นของดีที่ชาวบางลำพูแนะนำให้ทานในช่วงฤดูร้อนนี้

ส่วนอาหารคาวอีกอย่างคือ ขนมจีนซาวน้ำ ร้านสมทรงโภชนา ซึ่งมี 2 ร้านได้แก่ เจ้าเก่าวัดสังเวช และเจ้าใหม่ที่ถนนสามเสน แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนระหว่างซอย 3 กับซอย 5 ให้เรา ซึ่งนอกจากคนจะเข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอันขึ้นชื่อแล้ว เมนูขนมจีนซาวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านด้วย

10
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

10 
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

แตงโมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะให้ทั้งความหวานและความสดชื่น ยิ่งนำไปจิ้มกับปลาแห้งทำเองจาก ร้านลุงโอ่ง ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยร้านลุงโอ่งตั้งอยู่ที่ตลาดเช้าบางลำพู ขายตั้งแต่ประมาณ 6.00 – 8.00 น. นอกจากปลาแห้งยังมีขายข้าวเหนียวมูนสังขยาด้วย สำหรับการตกแต่งภายในจาน รูปทรงแตงโมถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อสื่อถึงกำแพงเมืองเก่าและอาคารโบราณในย่านนี้

อีกหนึ่งของหวานที่นำมาเสิร์ฟคือ โบ๊กเกี้ย ขนมหวานเย็นมาพร้อมขนมสามเหลี่ยมอย่างข้าวต้มน้ำวุ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยา ทานคู่กันสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

12
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์
12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

ตกเย็นปิดท้ายกันด้วยเวิร์กชอปสุดพิเศษจาก แก้วใจ เนตรรางกูร เจ้าของสูตรขนมเกสรลำพู และ สายสุนีย์ แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ตรอกบ้านพานถม เจ้าของเวิร์กชอปดอกไม้ประดิษฐ์

แก้วใจเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ขนมเกสรลำพูจะเป็นขนมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่เธอได้ใส่ความเป็นบางลำพูลงไปจนเต็มเนื้อแป้ง ด้วยแป้นพิมพ์ 9 ลายที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่าน โดยลำพูต้นสุดท้ายได้ยืนต้นตายไปแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

เวิร์กชอปที่ 2 เป็นกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหรือเข็มกลัด ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงวัยในชุมชนบางลำพู หากใครคิดว่าการทำดอกไม้ประดิษฐ์ยาก เราบอกเลยว่าผู้สอนจะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นถนัดตา แถมเรายังได้ดอกไม้สวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึก

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

ปิดวันกันเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งสองเวิร์กชอปรวมถึงอาหารเย็น 2 สำรับ เป็นกิจกรรมพิเศษที่ทางเพจเสน่ห์บางลำพู นำโดยไกด์เด็กจัดขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป 

หากใครสนใจเดินชมสถานที่ลับ (ที่แท้จริงแล้วมีมากกว่านี้) รวมถึงดับร้อนด้วยอาหารและกิจกรรมสุดสนุก หรือต้องการชมเส้นทางทัวร์อื่น ๆ สามารถติดต่อไปได้ที่เพจเสน่ห์บางลำพู 

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load