15 กรกฎาคม 2560
29 K

การถมคูคลองเพื่อสร้างอาคาร ตัดถนน และขยายตัวเมือง ทำให้ฉายาเวนิสตะวันออกของกรุงเทพฯ ค่อยๆ หายไปตามกาลเวลา เราลืมวันเวลาที่เคยผูกพันกับสายน้ำอย่างแน่นแฟ้น รู้ตัวอีกที วิถีชีวิตเร่งรีบของคนเมืองอาจทำให้เราคิดถึงสายน้ำเมื่อขึ้นเรือข้ามฟากหรือเรือด่วนเจ้าพระยาเท่านั้น เมื่อเราทดลองลัดเลาะหาสถานที่และกิจกรรมตามเส้นทางน้ำแทนถนน ก็พบว่าเสน่ห์ริมน้ำของเมืองหลวงที่เราคุ้นเคยแห่งนี้ไม่ได้จางหายไปเลย

ดูหุ่นละครเล็กและทำงานศิลปะของตัวเองที่บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

อาคารไม้โบราณริมคลองบางหลวงเคยเป็นของตระกูลช่างทองเก่าแก่ ‘รักสำรวจ’ ทายาทรุ่นสุดท้ายตัดสินใจขายบ้านหลังนี้ให้กับชุมพล อักพันธานนท์ เพื่อปรับปรุงเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศิลปินและผู้รักงานศิลปะ พื้นที่ชั้นบนเป็นแกลเลอรี่ที่ใช้จัดแสดงภาพเขียนและภาพถ่าย ชั้นล่างแบ่งเป็นมุมร้านกาแฟริมน้ำ มุมขายของที่ระลึกให้เลือกสร้างงานศิลป์ด้วยตนเอง อย่างการระบายสีหน้ากาก และไฮไลต์เด็ดคือการแสดงหุ่นละครเล็กคลองบางหลวงที่ลานกลางบ้านในเวลาบ่าย 2 ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ นั่งอ้อยอิ่งรับลมริมคลองบางหลวงพลาง ดูละครสนุกๆ พลาง ชีวิตรื่นรมย์สงบเย็นก็ทำให้เราอยากมีบ้านไม้ริมน้ำขึ้นมาทันที

ที่อยู่: 315 วัดทองศาลางาม ซอยเพชรเกษม 28 ถนนเพชรเกษม แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 02-868-5279

ลิ้มรสก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรเก่าแก่ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือหยุดบ่อย

ดูศิลปะเสร็จก็เดินเลาะตามทางเดินเล็กๆ ริมคลองบางหลวง เพียงไม่นานก็จะพบบ้านไม้เก่าที่มีควันขาวโขมงพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งจากน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวบนเตาถ่านอั้งโล่ บ้านหลังนี้คือร้านก๋วยเตี๋ยวเรือของกมล

ผู้สืบทอดสูตรก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาฉบับดั้งเดิมที่มีอายุกว่า 34 ปีจากพ่อ ด้วยรสชาติเข้มข้นของน้ำซุป กระเทียมเจียวกรุบกรอบขลุกขลิกกำลังดีกับน้ำมันหมู และความหอมมันของถั่วที่คั่วสดใหม่ทุกเช้า ทำให้ร้านนี้เป็นขวัญใจของคนในชุมชนวัดคูหาสวรรค์มานมนาน และตั้งฉายา ‘หยุดบ่อย’ ให้กับการปิดร้านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยจนแฟนคลับอดกินอยู่เป็นประจำ สาเหตุเกิดจากกมลชอบแบ่งเวลาไปทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ไทยโบราณมาเป็นของใช้และของตกแต่งร้าน โชคดีที่ตอนนี้ร้านหยุดแค่ทุกวันพุธ จึงควรหาโอกาสมาลิ้มรสก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ (แนะนำเมนูบะหมี่ต้มยำและไม่ต้องปรุงเพิ่ม) พร้อมสัมผัสบรรยากาศชุมชนเก่าแก่ขนานแท้และดั้งเดิมที่นี่

ที่อยู่: ซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 แยก 5 ถนนจรัญสนิทวงศ์ วัดท่าพระ บางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 09.00 – 15.00 น. (ปิดวันพุธ)
ติดต่อ: 081-742-3681

ชื่นใจด้วยหวานเย็นสไตล์ไหหลำเจ้าเก่า โบ๊กเกี๊ยกันทิมา

ดับร้อนด้วยขนมหวานโบ๊กเกี๊ยจากร้านเก่าแก่ที่อยู่เคียงข้างคลองบางลำพูมาเนิ่นนาน ร้านโบ๊กเกี๊ยกันทิมาได้สูตรเก่าแก่จากไหหลำ และเสิร์ฟความอร่อยแบบจีนให้ชาวบ้านใกล้เคียงมานานกว่า 30 ปี ความโดดเด่นอยู่ที่เส้นแป้งโบ๊กเกี๊ยขาวเหนียวนุ่มทำเองสดใหม่ทุกวัน ใส่เครื่องสารพันอย่างเม็ดบัวต้ม ถั่วแดง มันเชื่อม วุ้นมะพร้าว เม็ดบัวแปะก๊วย ถั่วแดงเม็ดเล็ก เฉาก๊วย ข้าวเหนียว และลอดช่องเย็นสีเหลืองที่เรียกว่า เลี่ยงฮุ้น ราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงสูตรโบราณ หรือราดน้ำเชื่อมลำไยตามชอบ โปะด้วยน้ำแข็งเกล็ด รวมเป็นของหวานเย็นชื่นใจคลายร้อนขณะเดินทอดน่องส่องคลองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่อยู่: ซอยสามเสน 2 บริเวณศาลเจ้าพ่อหนู ถนนสามเสน เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 10.30 – 16.00 น.
ติดต่อ: 089-696-4422

ชมศิลปะบนแกลเลอรี่ลอยน้ำ The Ferry Gallery

การขึ้นเรือข้ามฟาก 3.5 บาทธรรมดาอาจเป็นการเสพศิลปะไปในตัว เพราะ แพรว-กวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปินไทยเลือกใช้ระบบขนส่งมวลชนบนน้ำเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ดึงเอางานศิลปะเก๋ๆ ในแกลเลอรี่ เช่น วิดีโออาร์ต มาติดตั้งในเรือข้ามฟาก 4 ลำที่หมุนเวียนรับส่งคนระหว่างท่าเตียน-ท่าวัดอรุณฯ เพื่อให้คนทั่วไปได้มีปฏิสัมพันธ์กับศิลปะระหว่างล่องแม่น้ำ พร้อมชมวิวงดงามของเมืองเก่าไปพร้อมกัน ขอแนะนำให้ลองตีตั๋วขึ้นเรือข้ามฟากในสุดสัปดาห์ที่จะถึง เพราะกำลังจะมีนิทรรศการใหม่ล่าสุดของศิลปินสาวจากเมลเบิร์น Xanthe Dobbie กับผลงานดิจิทัลคอลลาจภายใต้คอนเซปต์ ‘DESKTOP HOLIDAY’ มาให้เราดูอย่างเต็มอิ่ม ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ถึง 31 กันยายนนี้

ที่อยู่: The Ferry Gallery ท่าเรือท่าเตียน ซอยท้ายวัง ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 082-491-4242

เต็มอิ่มกับอาหารหลักร้อยและวิวหลักล้านที่ River Vibe Restaurant & Bar

ถนนแคบๆ ที่แสนจะลึกลับ รายล้อมไปด้วยร้านขายอะไหล่รถยนต์เก่าและผู้อาศัยชาวจีนมากมาย

ในย่านตลาดน้อย ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นำเรามาสู่ River Vibe Restaurant & Bar ร้านอาหารไทยฟิวชันบนชั้นดาดฟ้าของ River View Guest House โรงแรมแห่งแรกในย่านนี้ ทำเลที่ตั้งอยู่ ณ ริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาสร้างความรู้สึกเหมือนแม่น้ำและสายลมกำลังโอบกอดเราไว้ยังไงยังงั้น หากมองไปด้านขวาจะได้ชมวิววัดอรุณฯ คู่กับพระอาทิตย์ที่กำลังละขอบฟ้า ส่วนด้านซ้ายจะเป็นวิวเมืองกรุงเทพฯ ที่ตึกสูงต่างๆ พากันเปิดไฟสวยในช่วงค่ำคืน มองอาหารตางามๆ ระหว่างนั่งทานอาหารไทยโบราณอย่างยำส้มโอ ชุดน้ำพริกอ่อง หรือจานฟิวชันแบบพาสต้าผัดซอสกุ้งกระเทียมและซีฟู้ดชุบแป้งกรอบ มื้อเย็นนี้ก็ทำให้อิ่มอกอิ่มใจอิ่มท้อง หลงรักทั้งร้านอาหารและความงามของโบราณสถานริมน้ำของกรุงเทพฯ

ที่อยู่: 768 ซอยภาณุรังษี ถนนทรงวาด ตลาดน้อย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 07.30 – 23.00 น.
ติดต่อ: 02-234-2078

พักผ่อนหัวใจกับร้านกาแฟชานอ๊อว์ด

รักหมดใจเป็นความรู้สึกยิ่งใหญ่ที่ในบางครั้งก็มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ จากสิ่งเล็กๆ ‘ชานอ๊อว์ด’ มาจากภาษามอญ มีความหมายว่า รักหมดใจ เป็นชื่อคุณปู่ของสามพี่น้องที่รวมตัวกันเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ในชุมชนริมคลองมอญที่เป็นแหล่งพบปะและพักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ บ้านไทยเก่านี้แฝงตัวอยู่ในต้นม่านบาหลีและพวงต้นอัญชันที่ถักทอเป็นซุ้ม ให้ความรู้สึกร่มรื่นเหมือนอยู่ในบ้านสวน ภายในร้านประดับไปด้วยของสะสมสไตล์วินเทจ ตั้งแต่ของกระจุกกระจิกชิ้นน้อยไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เมื่อเดินเพลิดเพลินกับเสียงเพลงยุคเก่าไปจนสุดทาง จะพบกับท่าน้ำที่มีเรือไม้เก่าให้ทดลองพายตามวิถีชีวิตคนที่นี่ หรือจะนั่งห้อยขาให้อาหารฝูงปลาสวายก็เพลิดเพลินไม่แพ้กัน ที่มุมหนึ่งของร้านเป็นชั้นหนังสือที่สามพี่น้องตั้งใจแบ่งปันหนังสือของตนให้ผู้คนได้นั่งอ่านพักผ่อนหรือจะยืมกลับไปอ่านที่บ้านก็ได้ ยิ่งเมื่อได้ลองชิมเครื่องดื่มสูตรเฉพาะและขนมโฮมเมดที่เหล่าพี่น้องคิดค้นสูตรกันเองอย่างอัญชันนมสดและวาฟเฟิลราดน้ำผึ้งแล้ว ยิ่งทำให้ตกหลุมรักที่นี่ได้ไม่ยาก

ที่อยู่: 1133 ซอยบ้านดัง ริมคลองมอญ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
เวลาทำการ: เสาร์-อาทิตย์ 09.00 – 19.00 น.
ติดต่อ: 093-619-2945

ฝึกสมาธิไปกับโยคะบนผืนน้ำกับ Thailand SUP Yoga

อยากเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่ริมน้ำกันบ้างมั้ย ตอนนี้โยคะบนบอร์ดยืนพายที่เรียกว่า Stand Up Paddle Board (SUP) หรือ SUP Yoga ทำให้การเล่นโยคะสนุกกว่าที่เคย การยืดเหยียดบนบอร์ดกลางน้ำช่วยฝึกพื้นฐานการทรงตัว บริหารกล้ามเนื้อ ระบบประสาท สมาธิ ปรับรูปร่างให้ดีขึ้น และสร้างมิตรภาพกับเพื่อนร่วมคลาสกลางสายน้ำ โยคะแห่งเจ้าพระยานี้จัดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง ที่ Sup Station จะลองไปเล่นสักครั้งหรือสมัครสมาชิกระยะยาวก็เลือกได้ ถึงตกน้ำตูมตามก็มันสะใจและปลอดภัยเพราะมีสตาฟฟ์ดูแลใกล้ชิด ผิวน้ำวูบไหวท้าทายดึงให้เราใกล้ชิดและสนุกกับแม่น้ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยในอนาคตอันใกล้ Thailand SUP Yoga จะขยายการออกกำลังกายกลางน้ำไปสู่สถานที่อื่นๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น เกาะช้าง เกาะสมุย เพื่อถ่ายทอดความสนุกจากแม่น้ำไปสู่ทะเล

ที่อยู่: SUP Station Thailand 23 หมู่ 3 ตำบลบางหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
เวลาทำการ: ติดตามได้ที่เพจ FB : Thailand SUP Yoga
ติดต่อ:  087-794-6543
เรื่อง: ฟ้าใหม่ พงศกรเสถียร, นครินทร์ ปัญญาวงค์
ภาพ: นพดล เลิศเอกสิริ, กมลชนก คัชมาตย์,  ดารัณ กิติตานนท์

Writers

นครินทร์ ปัญญาวงค์

นักศึกษาฝึกงาน เรียนเอกวิชาศิลปะ พยายามเรียนรู้วิชาโทงานนิตยสาร

ฟ้าใหม่ พงศกรเสถียร

อดีตสาวโฆษณาที่ตอนนี้รับงานอิสระอยู่บ้าน เพื่อทุ่มเทเวลาให้เต็มที่กับการแบ่งปันวิธีเป็น นักช้อปแฟชั่นที่ยั่งยืนเป็นมิตรต่อโลกผ่านเพจ Famai Disorder

Photographers

กมลชนก คัชมาตย์

นักศึกษาฝึกงานเอกภาพยนตร์ มนุษย์ 24 บุคลิก รักการอ่านมาก แต่รักแมวมากกว่า

นพดล เลิศเอกสิริ

นักศึกษาฝึกงานที่เรียนภาพยนตร์และภาพถ่าย ชอบฟัง ชอบอ่าน ชอบเขียน และกำลังพยายามชอบพูด

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

หากพูดถึงสกลนคร หลายคนก็คงนึกถึงวัดพระธาตุเชิงชุมฯ ผ้าคราม สาวภูไท เนื้อย่างโพนยางคำ หรืองานแห่ดาวช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่บ้านท่าแร่ ในยุคการแพร่ระบาดของโควิด-19 สกลนครเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งเล็กและใหญ่ แต่ยังคงรักษาสิ่งน่ารักแบบเดิมที่เคยเป็นมาได้อย่างแข็งแรง เพราะใช้วิถีชีวิตและความเป็นสกลนครในการทำกิจการ รวมทั้งเกิดกิจการใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่ที่กลับบ้าน ไปจนถึงอีกหลายกิจการที่เราอยากเอาใจช่วย 

สกลนครยังคงเป็นเมืองที่น่าค้นหา ชวนให้อยากกลับไปเที่ยวเสมอ เมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนสกลนคร เราอยากแนะนำกิจการ ทั้งที่พัก อาหาร กาแฟ รวมทั้งของที่ระลึกให้ได้แวะไปอุดหนุนเมื่อได้ไปสกลนครอีกครั้ง

01

คำหอม 

คาเฟ่ที่เป็นห้องรับแขกของสกลนคร

คำหอม
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

สกลนครถือว่าเป็นเมืองที่มีคาเฟ่เยอะมาก แต่ละร้านมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ร้านกาแฟที่เป็นสไตล์คาเฟ่ส่วนใหญ่จะเปิดช่วงสายๆ แต่ถ้าตามหาคาเฟ่ที่เปิดเช้าที่สุดก็คงมีแต่ร้าน ‘คำหอม’ ที่นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นของกาแฟตอนเช้าของสกลนคร 

คาเฟ่อยู่ในซอยเล็ก ถ้าหากไม่ไช่คนสกลนครคงไม่สะดุดตา ตึกกึ่งอิฐกึ่งไม้ดูแล้วดูมีมนต์ขลัง ก้าวแรกที่เปิดประตูเข้าไป มีพนักงานหน้าตาที่ยิ้มแย้มทักทายด้วยสำเนียงเหน่อสกลนครอันเป็นเอกลักษณ์ หลายคนคงงงว่า เหน่อสกลนครมันเป็นยังไง ต้องลองมาฟังเองแล้วล่ะ

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ร้านคำหอมแบ่งออกเป็น 3 ส่วนตามความชอบของครอบครัว อ้อ-จิติภรณ์ ณ ลำเลียง เจ้าของร้านที่รักการทำคาเฟ่ และน้องสาวที่ทำเกษตรอินทรีย์ในชื่อ นาคำหอม เลยมีส่วนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรที่ปลูกเอง เช่น ผักปลอดสารพิษ สมุนไพรสกลนคร น้ำเม่า และไวน์เม่า ส่วนสุดท้ายคือส่วนที่จัดแสดงและจำหน่ายผ้าครามทอมือ ย้อมสีธรรมชาติตามความชอบของคุณแม่ ตกแต่งร้านด้วยของสะสมของคุณพ่อ

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

“ตั้งใจให้คำหอมเป็นห้องรับแขกของสกลนคร อยากจะให้คนมาเยี่ยมได้เจออะไรที่มันเป็นสกลนคร ชอบที่เวลาทุกคนมาสกลแล้วก็พามาที่นี่ จะได้รู้ว่าเรามีอะไรบ้าง” เจ้าของห้องรับแขกบอก

ที่ตั้ง : 2 ถนนรัฐพัฒนา ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 10.00 น. 

Facebook : คำหอม สกลนคร

โทรศัพท์ : 08 1873 7564 

02

นาไคคาเฟ่ 

คาเฟ่และฟาร์มผักปลอดสารพิษของคนรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว

นาไคคาเฟ่
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนหันมาสนใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจึงเป็นที่ต้องการของคนกลุ่มนี้ สกลนครเองก็มีคาเฟ่โดยกลุ่มวัยรุ่นที่สนใจการเกษตร 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ป๊อป-ธัชฏาพร ล้อวงศ์งาม คนสกลนครรุ่นใหม่เจ้าของนาไคฟาร์มและคาเฟ่เล่าให้ฟังว่า ความตั้งใจแรกเมื่อ 2 ปีก่อนคือ อยากปลูกผักที่ไม่มีสารพิษจริงๆ ให้ครอบครัวและคนสกลนครได้กินด้วย เลยทำฟาร์มผักออร์แกนิกขึ้นมาก่อน พอเริ่มทำกิจการสักพักก็ได้รับการตอบรับดีเกินคาด เลยอยากทำคาเฟ่ให้คนที่มาเยี่ยมชมฟาร์มได้มีน้ำหวานกินและมีที่นั่งพัก นอกจากนี้ ทางร้านมีกิจกรรมให้ลูกค้ามีส่วนร่วม ทั้งปลูกผัก ตัดผัก และเปิดจำหน่ายผักที่ปลูกจากฟาร์ม เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส บัตเตอร์เฮด แถมที่ฟาร์มยังมีดอกทานตะวันไว้ให้ลูกค้าได้เดินชมและถ่ายรูปอีกด้วย 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ป๊อปบอกว่าพยายามคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า แม้กระทั่งเมล็ดกาแฟก็เลือกเองถึงแหล่งปลูก เพื่อการันตีว่าเป็นกาแฟที่ปลอดสารพิษจริงๆ ทางร้านยังมีเมนูเครื่องดื่มสมุนไพรไร้น้ำตาล แคลอรี่ 0 เปอร์เซ็นต์ เช่น น้ำกระเจี๊ยบพุทราจีน น้ำอัญชันมะนาวน้ำผึ้ง น้ำมะตูมเก๋ากี้ และที่ลูกค้าถามหามากที่สุดคือแยมมัลเบอร์รี่ ทางร้านการันตีเลยว่าทำจากลูกหม่อน 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ผสมน้ำตาล และเป็นลูกหม่อนที่ปลูกเองที่ฟาร์มด้วย นานๆ มีทีต้องรีบสั่งจองให้ทัน

อนาคตป๊อปมีแผนจะพัฒนานาไคฟาร์มให้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้น รวมถึงจะทำเป็นร้านอาหารแบบ Farm to Table อีกด้วย

ที่ตั้ง : ทางหลวงชนบท 3137 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ 08.00 -18.30 น. 

Facebook : นาไค ฟาร์ม

โทรศัพท์ : 08 8549 9980

03

TorKram 

ร้านเสื้อผ้าย้อมครามที่ตอบโจทย์ทั้งข้าราชการและวัยรุ่นชาย

TorKram

TorKram  มีสโลแกนว่า หยิบผ้าครามมาทำเท่ เป็นแบรนด์ที่ได้นำผ้าครามมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย โดยการนำมาทำเป็นสูท เสื้อเชิ้ต แจ็กเก็ต ซึ่งตอนนี้เป็นที่นิยมของกลุ่มวัยทำงานที่ชื่นชอบผ้าคราม รวมถึงกลุ่มข้าราชการรุ่นใหม่ที่ต้องใส่ผ้าครามอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสกลนคร  

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ต่อศักดิ์ เกษมสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ชาวนครพนม แต่ย้ายมาทำงานที่สกลนคร เคยเห็นผ้าครามมานานแต่ไม่กล้าหยิบมาใส่ เพราะคิดว่าเป็นผ้าของคนมีอายุ แบบเสื้อผ้าที่เคยมี เช่น เสื้อซาฟารี หรือชุดที่ใส่แล้วดูมีอายุ วัยรุ่นใส่ยาก   

จนเมื่อ 2 ปีก่อน ต่อศักดิ์มีโอกาสลงพื้นที่ชุมชน ได้เห็นกรรมวิธีทำผ้าครามและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากคราม เลยเกิดแนวคิดนำผ้าครามที่แม่ๆ ทอมาประยุกต์ให้เข้ากับวัยรุ่น ด้วยความที่ตัวเองชอบใส่เสื้อเชิ้ตไปทำงาน และชอบใส่แจ็กเก็ตอยู่แล้ว เลยลองเอาผ้าครามมาปรับให้ใส่ได้ง่ายขึ้น ในช่วงแรกทำเพื่อใส่เอง แต่พอมีคนถามหา ก็เลยเลือกผ้าครามแบบลดทอนลวดลาย มีทั้งผ้าที่ชาวบ้านทำและลายผ้าที่ออกแบบเอง แล้วสั่งให้ชาวบ้านทอมาทำเป็นเสื้อผ้าให้เข้ากับวัยรุ่น เน้นการออกแบบให้เข้ากับผู้ชาย เพราะเสื้อสำหรับผู้หญิงมีค่อนข้างเยอะแล้ว

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ต่อคราม มีหน้าร้านอยู่ที่ถนนผ้าครามสกลนคร เปิดขายเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ช่วงเย็น แต่ก็สามารถสั่งซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์ได้

ที่ตั้ง : ถนนคนเดินผ้าย้อมคราม หน้าวัดพระธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-อาทิตย์ 16.00 – 20.00 น. 

Facebook : TorKram หยิบผ้าครามมาทำเท่ 

โทรศัพท์ : 08 1263 9293

04

 Susuru ramen

ร้านราเมนเส้นสดร้านแรกของสกลนคร

 Susuru ramen
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ได้ยินคำบอกเล่าจากคนสกลว่าอย่าลืมไปแวะชิมราเมนเจ้าเด็ด คิดในใจว่าทำไมอยู่สกลนคร ยังให้มากินราเมน แต่ถ้าหากเจ้าบ้านนำเสนอมาขนาดนี้ ยังไงก็ต้องลอง 

หลังจากที่ได้ไปดูพระอาทิตย์ตกที่หนองหาร ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์แล้ว ขับรถเลียบเลาะถนนมาไกลมากจะเจอกับร้าน Susuru ramen ที่มีโต๊ะเพียงไม่กี่โต๊ะ และจองเต็มหมดเกือบทุกวัน

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

เอ-วีรภัทร์ สุขนิ่ม เจ้าของร้านและช่างภาพนิตยสาร และ ตุ๋ย-ไพสิฐ พัฒนบวร หุ้นส่วนและเป็นผู้ทำราเมน อยากเปิดเป็นร้านอาหารจีนในตอนแรก แต่สุดท้ายก็เลือกทำเป็นร้านราเมน เพราะในสกลนครยังไม่มีและอยากให้คนสกลได้ชิม

ราเมนทำเป็นเส้นสด ทำวันต่อวัน และเสิร์ฟได้สูงสุดเพียง 37 เสิร์ฟต่อวันเท่านั้น มีเพียงแค่ 3 เมนู คือ ทงคัตสึราเมน โชยุราเมน และข้าวชาชูด้ง แต่ละเมนูคุณตุ๋ยใช้วิธีการทำทั้งหมดเหมือนแบบญี่ปุ่น แต่วัตถุดิบเป็นของที่หาได้ในท้องถิ่นแทบทั้งหมด ยกเว้นเครื่องปรุงบางอย่างที่ต้องนำเข้าเท่านั้น

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

จุดเด่นของราเมนที่นี่ผมว่าอยู่ที่น้ำซุปและหมูชาชูที่รสชาติกลมกล่อม ไม่เลี่ยนและไม่เค็ม ทำให้รสชาติทุกอย่างค่อนข้างลงตัว

มีโอกาสมาที่สกลนครเมื่อไหร่ อยากให้แวะมาชิมราเมนแบบที่คนสกลแนะนำจริงๆ 

ที่ตั้ง : 1636, 32 ถนนรอบเมือง ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ 17.00 – 21.00 น. 

Facebook : Susuru ramen

โทรศัพท์ : 09 4426 7542 

05

นอนนา สตูดิโอ

คาเฟ่ของหนุ่มเต่างอยที่กลับบ้านไปสโลว์ไลฟ์กลางนา

นอนนา สตูดิโอ
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

นอนนา สตูดิโอ ร้านกาแฟที่มีบรรยากาศอยู่กลางทุ่งนาจริงๆ ตกแต่งร้านด้วยวัสดุที่หาได้ในบ้านของ ทรงฤทธ์ มาภูธร เจ้าของร้านวัย 30 ทรงฤทธ์เป็นคนอำเภอเต่างอย ก่อนเปิดร้านกาแฟก็ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ พอได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เขาเลยกลับมาอยู่บ้าน  

เพราะชอบดื่มกาแฟและคิดอยากจะเปิดร้าน เลยช่วยกันตกแต่งร้านกับพ่อสองคน ใช้สิ่งของที่มีอยู่สร้างเป็นร้านกาแฟแบบสโลว์บาร์ที่มีกาแฟดริป ซึ่งทรงฤทธิ์สั่งเมล็ดกาแฟผาฮี้และคั่วเองด้วยมือ ได้กาแฟที่รสชาติพอดี ร้านนี้ไม่มีไฟฟ้า จึงใช้ไฟจากถ่านต้มน้ำ ใช้เครื่องบดมือบดเมล็ดกาแฟ เป็นกาแฟแบบไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ไฟฟ้าของจริง 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

สิ่งที่มีมูลค่ามากอีกอย่างหนึ่ง กลายเป็นจุดดึงดูดในการท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ใหม่ให้กับคนสกลนคร คือความเขียวขจีของธรรมชาติ ชมทุ่งนา สูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมหอมกลิ่นกาแฟดริป ในบางวันยังมีเพื่อนๆ นำพิณ แคน กีตาร์ มาบรรเลงเคล้าคลอกับธรรมชาติและกลิ่นอายของความเป็นอีสาน เป็นเสน่ห์ของร้านนี้แบบหาที่ไหนเหมือนได้ยาก

ที่ตั้ง : ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร 47260 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 18.00 น. 

Facebook : นอนนา studio 

โทรศัพท์ : 09 1009 0759 

06

อีหลีน่า คาเฟ่ 

คาเฟ่และสนามฟุตบอลตีนเปล่าของ ก้อง ห้วยไร่

อีหลีน่า คาเฟ่ คาเฟ่และสนามฟุตบอลตีนเปล่าของก้อง ห้วยไร่
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

อีหลีน่า คาเฟ่ เกิดขึ้นจาก ก้อง ห้วยไร่ นักร้องลูกทุ่งอีสานชื่อดังสร้างสนามฟุตบอลที่มีเอกลักษณ์ โดยใช้ก้อนฟางอัดมาสร้างเป็นอัฒจันทร์ และออกแบบให้เป็นสนามแข่งขันฟุตบอลที่มีกฎกติกาเข้ากับความเป็นท้องถิ่น คือ ห้ามใส่รองเท้า ต้องใช้เท้าเปล่าเท่านั้น โดยใช้ชื่อว่า สนามห้วยไร่ อีหลีน่า ซึ่งอาจจะใกล้เคียงหรือพ้องเสียงกับว่า อารีน่า และจัดการแข่งขันฟุตบอล ห้วยไร่คัพ ครั้งที่ 1 ในปีนั้นเอง ซึ่งการแข่งขันครั้งนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมาก 

ตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ยังจัดห้วยไร่คัพครั้งต่อไปไม่ได้ เลยปรับเปลี่ยนสนามแข่งฟุตบอลเท้าเปล่ามาเป็นคาเฟ่ 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

อีหลีน่า คาเฟ่ เป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในอำเภอวานรนิวาส ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณก้อง ด้วยความคิดที่อยากพัฒนาบ้านเกิดให้มีแหล่งท่องเที่ยว อีหลีน่า คาเฟ่ ใช้พื้นที่รอบๆ สนามฟุตบอลที่เคยเป็นสถานที่แข่งขัน ออกแบบให้เป็นคาเฟ่กลางแจ้ง มีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านลูกชิ้น ร้านยำ ลูกค้าจะซื้อกลับหรือนั่งทานบริเวณที่จัดให้ก็ได้

อีหลีน่า คาเฟ่ มีจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมมาก ทั้งสนามฟุตบอลและสะพานไม้ที่ทอดผ่านทุ่งนา ที่นี่จึงเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน 

ที่ตั้ง : สนามห้วยไร่อีหลีน่า ตำบลธาตุ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร 47120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 18.00 น. 

Facebook : อีหลีน่า คาเฟ่

07

เตาถ่านโคขุนโพนยางคำ

สูตรย่างเนื้อ 8 วินาทีของร้านเนื้อย่างชื่อดังเมืองสกล 

เตาถ่านโคขุนโพนยางคำ
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ถ้ามาสกลนคร ของกินอีกอย่างที่ต้องนึกถึงคือเนื้อโพนยางคำหรือเนื้อไทย-ฝรั่งเศส หลายคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่าโคขุนโพนยางคำแตกต่างจากโคขุนที่อื่นยังไง 

โคขุนโพนยางคำมีการพัฒนาสายพันธุ์และได้ความร่วมมือจากรัฐบาลฝรั่งเศส ผสมจากโคเนื้อ 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ชาโรเลย์สจากฝรั่งเศส พันธุ์ซิมเมนทอลจากสวิตเซอร์แลนด์ และพันธุ์ลิมูซีนจากฝรั่งเศส มาขุนเปิดเพลงให้ฟังเพื่อกระตุ้นการกินอาหารของวัว โคขุนที่นี่จะให้กินอาหารข้นและกากน้ำตาลเป็นหลัก ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เนื้อนุ่มและหอม 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

‘เตาถ่านโพนยางคำ’ เป็นร้านขายเนื้อย่างโพนยางคำที่นิยมของคนสกลนครและจังหวัดใกล้เคียง มีเมนูสำหรับเนื้อที่เป็นเมนูเตาถ่านสุดฮอต วิธีการรับประทานคือ จะต้องเอาเนยที่ทางร้านให้มาด้วยทาลงบนกระทะร้อนก่อน จากนั้นให้นำตะเกียบคีบเนื้อมาดาดลงบนกระทะร้อนประมาณ 8 วินาที จากนั้นให้นำมาจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วขมหรือน้ำจิ้มหวานตามชอบ 

เตาถ่านโพนยางคำมีมุมเนื้อสด และผลิตภัณฑ์เนื้อโพนยางคำหั่นชิ้นขายเป็นแพ็ก รวมถึงเนื้อสไลด์พร้อมทาน เหมาะสำหรับซื้อกลับไปรับประทานที่บ้าน และยังมีน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้านจำหน่ายด้วย 

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ที่ตั้ง : ถนนสกลนคร-กาฬสินธุ์ ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ 11.00 – 22.00 น. (ช่วงโควิด-19) ปกติเปิดทุกวัน 11.00 – 23.00 น. 

Facebook : เตาถ่านโคขุนโพนยางคำ สกลนคร

โทรศัพท์ : 0 4209 2337 

08

บ้านเสงี่ยม-มณี

ที่พักน่ารักเล่าเรื่องสกลนครผ่านห้องพักในบ้านไม้เก่ารุ่นทวด

บ้านเสงี่ยม-มณี
8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

บ้านเสงี่ยม-มณี ที่พักขนาด 4 ห้องนอนที่ปรับปรุงจากบ้านไม้ขนาดเล็กของปู่เสงี่ยมและย่ามณี บรรพบุรุษตระกูลสมพงษ์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2497 สืบทอดมาจนรุ่นหลานและเหลน ฟ้า-อัชฌา สมพงษ์ และ พิณ-วีริสา สมพงษ์ แปลงโฉมบ้านไม้ตะเคียนเป็นที่พักบูทีคกึ่งคาเฟ่ที่ไม่ได้มุ่งเน้นกำไร แต่เป็นการอนุรักษ์บ้านไม้แบบเก่าของสกลนครของครอบครัวเอาไว้

ชั้นล่างเป็นห้องสมุดกึ่งคาเฟ่ มีหนังสือให้นั่งอ่านเล่นระหว่างจิบกาแฟหรือน้ำผลไม้ พร้อมขายของที่ระลึกจากสกลนคร เช่น ผ้าพันคอย้อมคราม เครื่องประดับผ้าทอ ข้าวฮาง มีพื้นที่ด้านข้างยังจัดแสดงภาพถ่าย ของใช้ และสิ่งตกแต่งบ้านเก่าที่เล่าเรื่องประวัติความเป็นมาของบ้าน

8 กิจการน่ารักน่าอุดหนุนของชาวสกล ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวสกลนคร

ชั้นสองและชั้นสามกลายเป็นที่พัก 4 ห้อง โดยชื่อห้องและการตกแต่งได้แรงบันดาลใจมาจากจังหวัดสกลนคร ได้แก่ 1) ห้องยลสกล ตกแต่งด้วยผ้าครามและมีวิวนอกหน้าต่างเป็นเมืองเก่า พูดถึงตัวเมืองแสนคลาสสิก 2) ห้องมนต์หนองหาร ห้องกว้างที่สุดที่ได้แรงบันดาลใจจากหนองหาร หนองน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ประมงซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่เห็นได้ในหนองหาร 3) ห้องละลานนา เคยเป็นห้องเก็บข้าวสารอาหารแห้งของบ้าน ตกแต่งด้วยกระด้ง นอกจากจะสื่อถึงเรื่องราวเดิมของบ้าน ยังสื่อถึงข้าวที่เป็นของดีของสกลนครได้อีกด้วย และห้องสุดท้ายคือห้องเล็กแต่ส่วนตัว อยู่ชั้นบนสุดชื่อ เทิงภูพาน ห้องตกแต่งสีเขียวที่ได้แรงบันดาลใจจากเทือกเขาภูพานที่ผูกพันกับคนสกลนครมานาน 

เป็นที่พักที่อยากแนะนำเมื่อได้มาเยือน เพื่อจะได้เห็นความเป็นสกลนครที่น่ารักในอีกมุมหนึ่ง 

ที่ตั้ง : ถนนเจริญเมือง ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 2727 7126

Facebook : บ้านเสงี่ยม-มณี Baan Sa ngiam-Manee

Writer

วิศิษย์ศักดิ์ อุดมมาลา

อาจารย์ด้านการท่องเที่ยวที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร สนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและ Gastronomy Tourism รวมถึงศิลปวัฒนธรรมดนตรีอีสาน

Photographer

จิราภรณ์ ล้อมหามงคล

ช่างภาพฟรีแลนซ์ตัวไม่เล็กจากแดนอีสาน ผู้ชื่นชอบในประวัติศาสตร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load