15 กรกฎาคม 2560
11.99 K

การถมคูคลองเพื่อสร้างอาคาร ตัดถนน และขยายตัวเมือง ทำให้ฉายาเวนิสตะวันออกของกรุงเทพฯ ค่อยๆ หายไปตามกาลเวลา เราลืมวันเวลาที่เคยผูกพันกับสายน้ำอย่างแน่นแฟ้น รู้ตัวอีกที วิถีชีวิตเร่งรีบของคนเมืองอาจทำให้เราคิดถึงสายน้ำเมื่อขึ้นเรือข้ามฟากหรือเรือด่วนเจ้าพระยาเท่านั้น เมื่อเราทดลองลัดเลาะหาสถานที่และกิจกรรมตามเส้นทางน้ำแทนถนน ก็พบว่าเสน่ห์ริมน้ำของเมืองหลวงที่เราคุ้นเคยแห่งนี้ไม่ได้จางหายไปเลย

ดูหุ่นละครเล็กและทำงานศิลปะของตัวเองที่บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

อาคารไม้โบราณริมคลองบางหลวงเคยเป็นของตระกูลช่างทองเก่าแก่ ‘รักสำรวจ’ ทายาทรุ่นสุดท้ายตัดสินใจขายบ้านหลังนี้ให้กับชุมพล อักพันธานนท์ เพื่อปรับปรุงเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศิลปินและผู้รักงานศิลปะ พื้นที่ชั้นบนเป็นแกลเลอรี่ที่ใช้จัดแสดงภาพเขียนและภาพถ่าย ชั้นล่างแบ่งเป็นมุมร้านกาแฟริมน้ำ มุมขายของที่ระลึกให้เลือกสร้างงานศิลป์ด้วยตนเอง อย่างการระบายสีหน้ากาก และไฮไลต์เด็ดคือการแสดงหุ่นละครเล็กคลองบางหลวงที่ลานกลางบ้านในเวลาบ่าย 2 ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ นั่งอ้อยอิ่งรับลมริมคลองบางหลวงพลาง ดูละครสนุกๆ พลาง ชีวิตรื่นรมย์สงบเย็นก็ทำให้เราอยากมีบ้านไม้ริมน้ำขึ้นมาทันที

ที่อยู่: 315 วัดทองศาลางาม ซอยเพชรเกษม 28 ถนนเพชรเกษม แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 02-868-5279

ลิ้มรสก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรเก่าแก่ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือหยุดบ่อย

ดูศิลปะเสร็จก็เดินเลาะตามทางเดินเล็กๆ ริมคลองบางหลวง เพียงไม่นานก็จะพบบ้านไม้เก่าที่มีควันขาวโขมงพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งจากน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวบนเตาถ่านอั้งโล่ บ้านหลังนี้คือร้านก๋วยเตี๋ยวเรือของกมล

ผู้สืบทอดสูตรก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาฉบับดั้งเดิมที่มีอายุกว่า 34 ปีจากพ่อ ด้วยรสชาติเข้มข้นของน้ำซุป กระเทียมเจียวกรุบกรอบขลุกขลิกกำลังดีกับน้ำมันหมู และความหอมมันของถั่วที่คั่วสดใหม่ทุกเช้า ทำให้ร้านนี้เป็นขวัญใจของคนในชุมชนวัดคูหาสวรรค์มานมนาน และตั้งฉายา ‘หยุดบ่อย’ ให้กับการปิดร้านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยจนแฟนคลับอดกินอยู่เป็นประจำ สาเหตุเกิดจากกมลชอบแบ่งเวลาไปทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ไทยโบราณมาเป็นของใช้และของตกแต่งร้าน โชคดีที่ตอนนี้ร้านหยุดแค่ทุกวันพุธ จึงควรหาโอกาสมาลิ้มรสก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ (แนะนำเมนูบะหมี่ต้มยำและไม่ต้องปรุงเพิ่ม) พร้อมสัมผัสบรรยากาศชุมชนเก่าแก่ขนานแท้และดั้งเดิมที่นี่

ที่อยู่: ซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 แยก 5 ถนนจรัญสนิทวงศ์ วัดท่าพระ บางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 09.00 – 15.00 น. (ปิดวันพุธ)
ติดต่อ: 081-742-3681

ชื่นใจด้วยหวานเย็นสไตล์ไหหลำเจ้าเก่า โบ๊กเกี๊ยกันทิมา

ดับร้อนด้วยขนมหวานโบ๊กเกี๊ยจากร้านเก่าแก่ที่อยู่เคียงข้างคลองบางลำพูมาเนิ่นนาน ร้านโบ๊กเกี๊ยกันทิมาได้สูตรเก่าแก่จากไหหลำ และเสิร์ฟความอร่อยแบบจีนให้ชาวบ้านใกล้เคียงมานานกว่า 30 ปี ความโดดเด่นอยู่ที่เส้นแป้งโบ๊กเกี๊ยขาวเหนียวนุ่มทำเองสดใหม่ทุกวัน ใส่เครื่องสารพันอย่างเม็ดบัวต้ม ถั่วแดง มันเชื่อม วุ้นมะพร้าว เม็ดบัวแปะก๊วย ถั่วแดงเม็ดเล็ก เฉาก๊วย ข้าวเหนียว และลอดช่องเย็นสีเหลืองที่เรียกว่า เลี่ยงฮุ้น ราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงสูตรโบราณ หรือราดน้ำเชื่อมลำไยตามชอบ โปะด้วยน้ำแข็งเกล็ด รวมเป็นของหวานเย็นชื่นใจคลายร้อนขณะเดินทอดน่องส่องคลองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่อยู่: ซอยสามเสน 2 บริเวณศาลเจ้าพ่อหนู ถนนสามเสน เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 10.30 – 16.00 น.
ติดต่อ: 089-696-4422

ชมศิลปะบนแกลเลอรี่ลอยน้ำ The Ferry Gallery

การขึ้นเรือข้ามฟาก 3.5 บาทธรรมดาอาจเป็นการเสพศิลปะไปในตัว เพราะ แพรว-กวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปินไทยเลือกใช้ระบบขนส่งมวลชนบนน้ำเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ดึงเอางานศิลปะเก๋ๆ ในแกลเลอรี่ เช่น วิดีโออาร์ต มาติดตั้งในเรือข้ามฟาก 4 ลำที่หมุนเวียนรับส่งคนระหว่างท่าเตียน-ท่าวัดอรุณฯ เพื่อให้คนทั่วไปได้มีปฏิสัมพันธ์กับศิลปะระหว่างล่องแม่น้ำ พร้อมชมวิวงดงามของเมืองเก่าไปพร้อมกัน ขอแนะนำให้ลองตีตั๋วขึ้นเรือข้ามฟากในสุดสัปดาห์ที่จะถึง เพราะกำลังจะมีนิทรรศการใหม่ล่าสุดของศิลปินสาวจากเมลเบิร์น Xanthe Dobbie กับผลงานดิจิทัลคอลลาจภายใต้คอนเซปต์ ‘DESKTOP HOLIDAY’ มาให้เราดูอย่างเต็มอิ่ม ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ถึง 31 กันยายนนี้

ที่อยู่: The Ferry Gallery ท่าเรือท่าเตียน ซอยท้ายวัง ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 082-491-4242

เต็มอิ่มกับอาหารหลักร้อยและวิวหลักล้านที่ River Vibe Restaurant & Bar

ถนนแคบๆ ที่แสนจะลึกลับ รายล้อมไปด้วยร้านขายอะไหล่รถยนต์เก่าและผู้อาศัยชาวจีนมากมาย

ในย่านตลาดน้อย ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นำเรามาสู่ River Vibe Restaurant & Bar ร้านอาหารไทยฟิวชันบนชั้นดาดฟ้าของ River View Guest House โรงแรมแห่งแรกในย่านนี้ ทำเลที่ตั้งอยู่ ณ ริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาสร้างความรู้สึกเหมือนแม่น้ำและสายลมกำลังโอบกอดเราไว้ยังไงยังงั้น หากมองไปด้านขวาจะได้ชมวิววัดอรุณฯ คู่กับพระอาทิตย์ที่กำลังละขอบฟ้า ส่วนด้านซ้ายจะเป็นวิวเมืองกรุงเทพฯ ที่ตึกสูงต่างๆ พากันเปิดไฟสวยในช่วงค่ำคืน มองอาหารตางามๆ ระหว่างนั่งทานอาหารไทยโบราณอย่างยำส้มโอ ชุดน้ำพริกอ่อง หรือจานฟิวชันแบบพาสต้าผัดซอสกุ้งกระเทียมและซีฟู้ดชุบแป้งกรอบ มื้อเย็นนี้ก็ทำให้อิ่มอกอิ่มใจอิ่มท้อง หลงรักทั้งร้านอาหารและความงามของโบราณสถานริมน้ำของกรุงเทพฯ

ที่อยู่: 768 ซอยภาณุรังษี ถนนทรงวาด ตลาดน้อย สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 07.30 – 23.00 น.
ติดต่อ: 02-234-2078

พักผ่อนหัวใจกับร้านกาแฟชานอ๊อว์ด

รักหมดใจเป็นความรู้สึกยิ่งใหญ่ที่ในบางครั้งก็มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ จากสิ่งเล็กๆ ‘ชานอ๊อว์ด’ มาจากภาษามอญ มีความหมายว่า รักหมดใจ เป็นชื่อคุณปู่ของสามพี่น้องที่รวมตัวกันเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ในชุมชนริมคลองมอญที่เป็นแหล่งพบปะและพักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ บ้านไทยเก่านี้แฝงตัวอยู่ในต้นม่านบาหลีและพวงต้นอัญชันที่ถักทอเป็นซุ้ม ให้ความรู้สึกร่มรื่นเหมือนอยู่ในบ้านสวน ภายในร้านประดับไปด้วยของสะสมสไตล์วินเทจ ตั้งแต่ของกระจุกกระจิกชิ้นน้อยไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เมื่อเดินเพลิดเพลินกับเสียงเพลงยุคเก่าไปจนสุดทาง จะพบกับท่าน้ำที่มีเรือไม้เก่าให้ทดลองพายตามวิถีชีวิตคนที่นี่ หรือจะนั่งห้อยขาให้อาหารฝูงปลาสวายก็เพลิดเพลินไม่แพ้กัน ที่มุมหนึ่งของร้านเป็นชั้นหนังสือที่สามพี่น้องตั้งใจแบ่งปันหนังสือของตนให้ผู้คนได้นั่งอ่านพักผ่อนหรือจะยืมกลับไปอ่านที่บ้านก็ได้ ยิ่งเมื่อได้ลองชิมเครื่องดื่มสูตรเฉพาะและขนมโฮมเมดที่เหล่าพี่น้องคิดค้นสูตรกันเองอย่างอัญชันนมสดและวาฟเฟิลราดน้ำผึ้งแล้ว ยิ่งทำให้ตกหลุมรักที่นี่ได้ไม่ยาก

ที่อยู่: 1133 ซอยบ้านดัง ริมคลองมอญ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
เวลาทำการ: เสาร์-อาทิตย์ 09.00 – 19.00 น.
ติดต่อ: 093-619-2945

ฝึกสมาธิไปกับโยคะบนผืนน้ำกับ Thailand SUP Yoga

อยากเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่ริมน้ำกันบ้างมั้ย ตอนนี้โยคะบนบอร์ดยืนพายที่เรียกว่า Stand Up Paddle Board (SUP) หรือ SUP Yoga ทำให้การเล่นโยคะสนุกกว่าที่เคย การยืดเหยียดบนบอร์ดกลางน้ำช่วยฝึกพื้นฐานการทรงตัว บริหารกล้ามเนื้อ ระบบประสาท สมาธิ ปรับรูปร่างให้ดีขึ้น และสร้างมิตรภาพกับเพื่อนร่วมคลาสกลางสายน้ำ โยคะแห่งเจ้าพระยานี้จัดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง ที่ Sup Station จะลองไปเล่นสักครั้งหรือสมัครสมาชิกระยะยาวก็เลือกได้ ถึงตกน้ำตูมตามก็มันสะใจและปลอดภัยเพราะมีสตาฟฟ์ดูแลใกล้ชิด ผิวน้ำวูบไหวท้าทายดึงให้เราใกล้ชิดและสนุกกับแม่น้ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยในอนาคตอันใกล้ Thailand SUP Yoga จะขยายการออกกำลังกายกลางน้ำไปสู่สถานที่อื่นๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น เกาะช้าง เกาะสมุย เพื่อถ่ายทอดความสนุกจากแม่น้ำไปสู่ทะเล

ที่อยู่: SUP Station Thailand 23 หมู่ 3 ตำบลบางหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
เวลาทำการ: ติดตามได้ที่เพจ FB : Thailand SUP Yoga
ติดต่อ:  087-794-6543
เรื่อง: ฟ้าใหม่ พงศกรเสถียร, นครินทร์ ปัญญาวงค์
ภาพ: นพดล เลิศเอกสิริ, กมลชนก คัชมาตย์,  ดารัณ กิติตานนท์

Writers

นครินทร์ ปัญญาวงค์

นักศึกษาฝึกงาน เรียนเอกวิชาศิลปะ พยายามเรียนรู้วิชาโทงานนิตยสาร

ฟ้าใหม่ พงศกรเสถียร

อดีตสาวโฆษณาที่ตอนนี้รับงานอิสระอยู่บ้าน เพื่อทุ่มเทเวลาให้เต็มที่กับการแบ่งปันวิธีเป็น นักช้อปแฟชั่นที่ยั่งยืนเป็นมิตรต่อโลกผ่านเพจ Famai Disorder

Photographers

กมลชนก คัชมาตย์

นักศึกษาฝึกงานเอกภาพยนตร์ มนุษย์ 24 บุคลิก รักการอ่านมาก แต่รักแมวมากกว่า

นพดล เลิศเอกสิริ

นักศึกษาฝึกงานที่เรียนภาพยนตร์และภาพถ่าย ชอบฟัง ชอบอ่าน ชอบเขียน และกำลังพยายามชอบพูด

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
13.69 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load