20 มิถุนายน 2561
8.93 K

เอกมัยเป็นย่านผู้น้องของทองหล่อ ไม่รุ่มรวยหรูหราเท่า แต่มีพื้นที่ให้ทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ความพิเศษของเอกมัยจึงอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงอันไม่หยุดหย่อน เมื่อร้านเก่าไปก็มีร้านใหม่มาแทนทันที ในแง่หนึ่ง ถนนสายนี้จึงเปรียบเหมือนเครื่องตรวจวัดให้ชาวกรุงเทพฯ ได้รู้ว่า ตอนนี้คนกำลังฮิตอะไรกันอยู่

ใน 7 ร้านที่เลือกมาแนะนำให้รู้จัก เราคิดว่าแต่ละร้านบ่งบอกถึงกระแสของเมือง (และกระแสของโลก) ได้อย่างดีว่ากำลังพัดไปในทิศทางใด บางกระแสอาจเป็นที่คุ้นเคย บางกระแสอาจดูแปลกใหม่ แต่ทุกอย่างล้วนสะท้อนภาพเมืองใหญ่ที่ชื่อกรุงเทพฯ ว่ากำลังเดินหน้าไปในทิศทางไหน ที่สำคัญ ที่เหล่านี้ไม่ใช่แค่บ่งบอกกระแสฮิต ร้านเหล่านี้ยังมีเสน่ห์ในตัวเองเต็มเปี่ยมที่รอให้คุณไปสัมผัส

หากพร้อมแล้ว เชิญสำรวจที่แห่งใหม่และคลื่นลูกใหม่ของกรุงเทพฯ กันเลย

 

01

นัดมาทำงานด้วยกันที่ Mashmellow

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

Startup และ Co-working Space คือเทรนด์สำคัญของไทยและโลกซึ่งสะท้อนอยู่ในที่ทำงานยุคใหม่ที่ชื่อ Mashmellow ในวิสัยทัศน์ของ โบ๊ท-ณดล ชัยปาณี ผู้ก่อตั้ง พื้นที่ซึ่งควรเกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุนเหล่าสตาร์ทอัพ คือ Service Office ห้องทำงานที่พร้อมสรรพด้วยเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ หากใครรวมทีมขึ้นมาได้และมีไอเดียแล้ว ก็ไม่ต้องเสียเวลาหาสถานที่ เพียงทำสัญญาเช่า 3 เดือนกับที่ Mashmellow ก็เริ่มทำงานได้ทันที หรือใครไม่อยากเช่าห้องทำงานเพราะแยกกันทำงาน ก็มาเช่าแค่ห้องประชุมได้เหมือนกัน อะไรแบบไหนก็ได้ที่จะช่วยให้การทำงานสะดวกสบายและลื่นไหลที่สุด

ณดลเปลี่ยนตึกเก่าในเวิ้งให้เหมือนใหม่ ด้วยแนวคิดที่จะสร้างศูนย์กลางให้บริษัทรุ่นใหม่มีที่มาพบปะสังสรรค์กัน เขาให้ความสำคัญกับบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง และบุคลากรที่คอยช่วยเหลือดูแลทุกอย่างตั้งแต่รับพัสดุยันสั่งอาหาร เขาหวังว่าการที่บริษัทหลายแห่งมารวมกันอยู่ในบริเวณใกล้กันเช่นนี้ อาจช่วยให้เกิดประกายไปสู่การร่วมมือข้ามบริษัทได้ง่ายขึ้น

พื้นที่ของ Mashmellow มีอยู่ทั่วตึก ชั้น 6 และ 7 เป็นห้องสำนักงาน ห้องประชุม และที่นั่งทำงาน (ถ้าใครอยู่ยาว มีห้องอาบน้ำให้ด้วยนะ!) ชั้น 8 เป็นส่วนให้กินข้าวและพักผ่อน หรือบริษัทไหนจะมาจัดปาร์ตี้ตอนเย็นก็ได้ นอกจากนี้ ณดลก็กำลังมีแผนจะขยายไปชั้น 2 เพื่อทำเป็นพื้นที่ให้เช่าจัดกิจกรรมและเสวนาอีกด้วย

Mashmellow

ที่อยู่: ตึกด้านในสุดของเวิ้ง Park Avenue ระหว่างซอยเอกมัย 12 กับเอกมัย 14 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 08.00 – 21.00 น.
ติดต่อ: 088-9879565
Website: mashmellow.co

 

02

จิบกาแฟในร้านบรรยากาศเกาหลีที่ Spotlight

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

Lifestyle Shop คืออีกหนึ่งเทรนด์มาแรงในวันนี้ ที่ Spotlight ร้านของ Jay หรือฮวางวอนจอง ดีไซเนอร์หนุ่มชาวเกาหลีที่ย้ายมาอยู่ไทยด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าชอบอากาศร้อนที่กรุงเทพฯ และเกลียดฤดูหนาวของเกาหลีใต้ เป็นก้าวแรกของความฝันที่จะทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกเสื้อผ้าเกาหลีมาที่ไทย เจย์บอกว่าตอนนี้ร้านมีพื้นที่ให้นั่งกินอาหารและจิบกาแฟกันก่อน หากอดใจรออีกไม่นานจะมีเสื้อผ้าเก๋ไก๋สไตล์เกาหลีให้ช้อปกันได้ที่นี่

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เช้ายันดึก มีอาหารและเครื่องดื่มรองรับทุกสภาพอารมณ์ ตั้งแต่กาแฟในยามเช้า ไล่ไปจนถึงโซจูในยามค่ำคืน รวมถึงมีเมนูอาหารเกาหลีอีกด้วย ส่วนตัวได้ลิ้มลองแล้วพบว่าข้าวผัดกิมจิกับซุปกิมจิอร่อยมาก ส่วนสองเครื่องดื่มที่ทางร้านแนะนำคือ Green Espresso เอสเพรสโซผสมชาเขียว และ Shakerato ซึ่งอ่านออกเสียงแบบไทยๆ ได้ว่า เชก-ลาเต้ คือการนำกาแฟลาเต้มาเชก ทำให้ได้สัมผัสคล้ายฟองเบียร์ผสมเข้าไปด้วยนั่นเอง

Spotlight

ที่อยู่: ริมถนนเอกมัย ติดปากซอยเอกมัย 12 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดทุกวันตั้งแต่เช้า (ประมาณ 08.00 น.) ถึงดึกดื่น (ประมาณ 02.00 น.)
ติดต่อ: 097-2452630
Facebook: Spotlight

 

03

เสพงานภาพถ่ายสวยๆ ที่ House of Lucie

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

ยุคนี้ใครๆ ก็ชอบการถ่ายรูป และอุปกรณ์ถ่ายภาพดีๆ ก็ไม่ใช่ของหายากอีกต่อไป แต่ใช่ว่าทุกคนจะถ่ายภาพได้ดี นี่คือจุดเริ่มต้นของ House of Lucie หนึ่งในแกลเลอรี่ของ Hossein Farmani ประธานผู้ก่อตั้ง Lucie Foundation มูลนิธิซึ่งคอยให้รางวัลเชิดชูช่างถ่ายภาพฝีมือเอก และสนับสนุนช่างถ่ายภาพรุ่นใหม่ทั่วโลก เมื่อแรกมากรุงเทพฯ เขาตั้งใจจะตั้งแค่เพียง Rooftop Gallery สำหรับจัดแสดงงานเท่านั้น แต่เมื่อพบว่ามีคนไทยที่สนใจงานศิลปะมาก แกลเลอรี่จึงขยายมาเป็น House of Lucie ที่ไม่ได้ให้เพียงสุนทรียะเมื่อเสพงานศิลป์ แต่ให้ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพด้วย

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

เมื่อเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้น 2 ของตึก จะพบนิทรรศการแบ่งเป็น 2 ส่วน กำแพงรอบนอกจัดนิทรรศการถาวร แสดงผลงานภาพถ่ายอันมีชื่อเสียงของศิลปินรุ่นใหญ่ เช่นภาพ Afghan Girl หญิงสาวตาสีเขียวผู้โด่งดังบนหน้าปก National Geographic และภาพของดารานักแสดงคนดังอีกมากมาย ส่วนตรงกลางห้องจะมีกำแพงอีกชั้นหนึ่งสำหรับจัดนิทรรศการหมุนเวียน เปิดพื้นที่ให้ศิลปินหน้าใหม่ได้แสดงฝีมือด้วย หากดูแค่นี้ยังไม่จุใจ บนชั้น 3 ก็มีนิทรรศการอีก 2 ห้องนะ

นอกจากนิทรรศการภาพถ่าย ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีกิจกรรมสอนและฝึกถ่ายภาพที่จัดอยู่เรื่อยๆ งานหนึ่งที่จัดประจำและเราอยากแนะนำให้มาลองแจมกันดู คือ One Shot One Minute กิจกรรมเวิร์กช็อปที่ให้ผู้เข้าร่วมนำภาพถ่ายมากันคนละภาพ แล้วพูดคุยเกี่ยวกับภาพนั้นเป็นเวลา 1 นาที งานจะจัดเป็นภาษาอังกฤษในทุกจันทร์แรกของเดือน และจัดเป็นภาษาไทยในทุกเสาร์ที่ 3 ของเดือน หากใครอยากรู้จักโลกแห่งการถ่ายภาพให้ดีขึ้น ก็สมัครเข้าร่วมได้เลย ไม่เสียค่าใช้จ่ายจ้า

House of Lucie

ที่อยู่: ซอยเอกมัย 8 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดวันอังคาร-ศุกร์ 11.00 – 18.00 น. และวันเสาร์ 12.00 – 17.00 น. ปิดวันอาทิตย์และจันทร์
ติดต่อ: 095-4789987
Facebook: House of Lucie

 

04

เล่นกับกองทัพน้องหมาที่ Dog in Town

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

เพราะวิถีคนกรุงมักไม่เอื้ออำนวยให้เลี้ยงสัตว์ คาเฟ่สัตว์เลี้ยงจึงถือกำเนิดมาเพื่อเติมเต็มช่องว่าง แต่คงไม่มีที่ไหนใส่ใจเท่าร้าน Dog in Town ของ แม็กซ์-ชัยวัฒน์ ศิริศักดิ์ธนากุล ผู้ตั้งใจเลี้ยงสุนัขทั้ง 14 ตัวของร้านให้ทำหน้าที่เป็น ‘พนักงานร้าน’ โดยเฉพาะ เขานำพวกมันมาฝึกให้ชินกับการพบเจอผู้คนตั้งแต่เด็ก ผลก็คือสุนัขทั้งน้อยและใหญ่ต่างก็เป็นมิตร ไม่ตื่นคน และปฏิบัติตัวสุภาพเรียบร้อยเป็นระเบียบ ชัยวัฒน์มองว่าการทำคาเฟ่แบบนี้เป็นเรื่องดีกับทั้งคนและสุนัข คนเองก็ได้ผ่อนคลายโดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องเลี้ยงดู ส่วนสุนัขก็ไม่ต้องถูกทิ้งขว้างบนถนนเมื่อคนเลี้ยงไม่ไหว

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

ภายในร้านมีพื้นที่ไม่ใหญ่ ทำให้ไม่ว่าจะนั่งอยู่ตรงไหนก็หันไปเล่นกับน้องๆ ได้ ส่วนพื้นที่หน้าร้านเป็นสนามหญ้า หากวันไหนฝนไม่ตก ทางร้านจะปล่อยเจ้าสุนัขออกมาวิ่งเล่นทุกชั่วโมง สุนัขที่นี่มีหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่ไซบีเรียน อลาสกัน และซามอยด์ตัวใหญ่เบิ้ม ไปจนถึงคอร์กีและบูลด็อก ไม่ว่าพันธุ์ไหนก็น่ารักและพร้อมให้เข้าไปทักทายทำความรู้จักได้ แต่ละตัวมีชื่อเป็นสถานีรถไฟฟ้า เช่น อโศก พร้อมพงษ์ เพลินจิต ฯลฯ ทำให้จำง่าย เพียงนั่งเล่นและจิบกาแฟยังไม่ทันหมดแก้ว ก็จำน้องๆ ได้ครบทุกตัวแล้ว

Dog in Town

ที่อยู่: 16/1 ซอยเอกมัย 6 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดวันอาทิตย์-พฤหัสบดี 11.00 – 20.00 น. วันศุกร์และเสาร์เปิดถึง 21.00 น.
ติดต่อ: 082-4029175
Facebook: Dog In Town

 

05

เล่นบอร์ดเกมกลางดึกที่ Sheldon Ekamai

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกที่เวลาไม่ถูกตีกรอบอีกต่อไป! เมื่อใครๆ ก็ปรับเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างอิสระทั้งในแง่สถานที่และเวลาทำงาน เราขอแนะนำ Sheldon อีกหนึ่ง Co-working Space ครบวงจรที่แสนจะเหมาะกับชีวิตยุคใหม่นี้ เพราะทุกส่วนของร้านให้บริการอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง จะอยากทำงาน เล่นเกม หรือนัดเจอกันเวลาไหน ก็มาได้เลยแบบไม่ต้องห่วงเวลาเปิด-ปิด

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

พื้นที่ในร้านมีหลายส่วน ด้านหน้าสุดเป็นตู้ติดผนังที่อัดแน่นไปด้วยบอร์ดเกมนานาชนิด ริมหน้าต่างมีโต๊ะเก้าอี้วางเรียงรายให้เลือกที่นั่งทำงานและพักสายตาด้วยการมองต้นจามจุรีสีเขียวใหญ่ด้านนอก อีกฝั่งเป็นบาร์สำหรับสั่งขนมและเครื่องดื่มไว้แก้หิวกระหาย เดินเข้าไปข้างในจะพบชั้นปลูกผักวางเรียงราย เมื่อผักโตได้ที่ ทางร้านก็จะนำมาขาย ข้างกันนั้นมีโซฟาและจอโทรทัศน์สำหรับเล่นเกมคอนโซล ส่วนพื้นที่ในสุดของร้านเป็นห้องที่ให้เช่าทำอะไรก็ได้ ตั้งแต่ประชุมยันแสดงละคร หากห่วงว่าอยู่ในร้านจนลืมวันลืมคืนแล้วจะกลับบ้านไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ด้านล่างมีที่จอดรถให้เพียบเลย

Sheldon Ekamai

ที่อยู่: ชั้นบนสุดของตึก Acmen Ekamai เลขที่ 267/16 ซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อ: 082-5865170
Facebook: Sheldon Ekamai

 

06

แวะเข้าร้านทำผมสีสันสดใสที่ Smile Club Hair Diner

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

สีชมพูสดใสและของแต่งร้านสไตล์เรโทร ทำให้เมื่อมองผ่านๆ แล้วร้านนี้ดูไม่เหมือนร้านทำผมเลยสักนิด แต่ดูเหมือนร้านอาหารแบบอเมริกันไดเนอร์มากกว่า นี่คือความตั้งใจของผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Smile Club Hair Diner ที่อยากสร้างบรรยากาศซึ่งแปลกและมีเอกลักษณ์ เพื่อสื่อสารถึงความเฉพาะตัวของร้าน เป็นเหมือนการส่งข้อความให้ลูกค้าทราบว่า เราไม่เหมือนใคร เพราะเราเลือกที่จะเป็นเรา

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

“เราเป็นร้านของนักออกแบบทรงผมรุ่นบุกเบิกแห่งประเทศไทย” นี่คือสิ่งที่ ซัน-เมธัส เทพนวล หนึ่งในช่างทำผม บอกเรา เขากับเพื่อนอีก 2 คน คือ บุตร-สุริยะ อัศวนิก และ โทนี่ รากแก่น ซึ่งต่างก็เป็นผู้คร่ำหวอดในวงการช่างทำผมยุคใหม่ของไทย ช่วงเวลาสิบกว่าปีในวงการ ทำให้พวกเขาพบว่าแท้จริงแล้ว การจะเป็นช่างทำผมต้องใช้ทั้งความรู้และฝีมือสูง จึงตัดสินใจเปิดร้านร่วมกันเพื่อยกระดับวงการทำผมในประเทศ ให้คนหันมาเห็นคุณค่าของวิชาชีพนี้มากขึ้น

แล้วยุคใหม่ที่ว่านี้ต่างจากยุคดั้งเดิมอย่างไร? เมธัสบอกว่าตำแหน่งงานของพวกเขาไม่ใช่แค่ช่างทำผม แต่เป็น Hair Stylist ที่จะต้องช่วยลูกค้าคิดและออกแบบทรงผม เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาคือการดึงธรรมชาติของคนคนนั้นออกมาให้โดดเด่น และทำทรงผมให้เหมาะกับนิสัยของลูกค้าแต่ละรายอีกด้วย เช่น ถ้าไม่มีเวลาเซ็ตผม ก็จะทำทรงที่แม้ไม่เซ็ตก็ดูดีได้ให้ เป็นต้น หากอยากรู้ว่าเขาจะทำผมทรงไหนให้คุณ ก็ต้องไปลองใช้บริการดู

Smile Club Hair Diner

ที่อยู่: ชั้น 2 ของเวิ้งโบราณ 5/1 ซอยเอกมัย 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 11.30 – 20.00 น.
ติดต่อ: 095-5154526
Facebook: Smile Club

 

07

ฝึกมวยไทยที่ Cheeks Thai Boxing Club

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

เพราะเทรนด์สุขภาพกำลังมาแรงในยุคนี้ เราจึงเห็นคนออกวิ่ง ปั่นจักรยานกันคึกคัก แต่นอกจากการออกกำลังทั่วไป เรายังเห็นเทรนด์การออกกำลังกายทางเลือกผุดขึ้นมาด้วย วันนี้เราจึงขอแนะนำสถานที่ฝึกมวยไทยอย่าง Cheeks Thai Boxing Club ของ สไปรท์-ตรีรัตน์ รัตนรอด นักกีฬาเทควันโดเก่าผู้หันมาเปิดโรงเรียนสอนมวยไทย เขาเห็นว่าแม้จะมีค่ายมวยไทยอยู่ทั่วกรุงเทพฯ แต่ค่ายเหล่านั้นไม่ตอบโจทย์คนทั่วไปที่อยากออกกำลังกายเท่าไรนัก ด้วยความตั้งใจว่าจะสร้างสถานที่สอนมวยไทยซึ่งเป็นวิธีออกกำลังกายสำหรับคนเมือง เขาจึงไปฝังตัวฝึกมวยและเรียนรู้วิธีทำค่ายมวยก่อนจะมาเปิดโรงเรียนแห่งนี้ จากวันนั้นผ่านมาเกือบ 3 ปี ที่โรงเรียนมีครูมวยหลายคน และหากอยากเรียนเทควันโดหรือมวยสากลก็บอกได้เช่นกัน

ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย ลายแทง 7 สถานที่สะท้อนเทรนด์เมืองของเอกมัย

มวยไทยเป็นกีฬาที่ฝึกไม่ยาก ใครๆ ก็เรียนได้ ท่าทางเตะต่อยเบื้องต้น เพียงแค่มาสัก 5 – 6 ครั้งก็พอจะทำเป็นแล้ว ตรีรัตน์จึงนำมวยไทยออกมาให้คนนอกวงการอย่างพวกเราได้ลิ้มลอง การมาใช้บริการที่นี่ ชาวไทยก็สนุก ชาวต่างชาติก็ตื่นเต้น หากมาเป็นครอบครัว ก็ไม่ต้องมีใครนั่งรอใคร พ่อแม่ลูกเรียนพร้อมกันได้เลย

โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีค่าแรกเข้า ไม่มีสัญญาระยะยาว ค่าเรียนครั้งหนึ่งก็คิดง่ายๆ 500 บาทต่อ 1 ชั่วโมง มาลองแล้วจะติดใจจนอยากสมัครเป็นสมาชิกแน่นอน แม้จะเปิดบริการทุกวันให้วอล์กอินได้ แต่เสาร์-อาทิตย์คนจะเยอะมาก แนะนำให้โทรเข้ามาแจ้งทางร้านไว้ก่อนจ้า

Cheeks Thai Boxing Club

ที่อยู่: ชั้น 3 ของเวิ้งโบราณ 5/1 ซอยเอกมัย 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 09.30 – 21.00 น.
ติดต่อ: 097-2969287
Website: www.cheeksthaiboxing.com
ภาพ: ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

เอกมัยคือย่านที่มีรถไฟฟ้าช่วยให้การเดินทางแสนสะดวก นอกจากนั้นยังมีสถานที่หลากหลายประเภทไว้ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ไม่น่าแปลกที่ย่านนี้ฮอตฮิตอยู่เสมอ และไม่ใช่แค่มีร้านรวงไว้ให้แวะเวียนไป ที่นี่ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมของคนเมืองด้วย  สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านที่เหมาะใจ เราขอแนะนำ คอนโด MARU (มารุ) โครงการใหม่ล่าสุดของบริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย รับรองว่าตอบโจทย์ชีวิตครบถ้วนแน่นอน

ป.ล. สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ MJD Call Center 1266 นะ

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
13.86 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load