28 พฤษภาคม 2562
26.57 K

Swatch เกิดขึ้นมาจากวิกฤตนาฬิกาครั้งใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์

จากประเทศที่มีสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งคือ นาฬิกา

ในวันที่โลกรู้จักนาฬิกาใส่ถ่าน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป การยึดติดอยู่กับชื่อเสียงของการเป็นชาติที่ผลิตนาฬิกาประกอบคุณภาพดีที่สุดในโลกทำให้ตลาดนาฬิกาสวิสน่าเป็นห่วง

ไม่เพียงกู้สถานการณ์ Swatch ยังฉีกทุกกรอบของนาฬิกา ตั้งแต่ทำไมนาฬิกาต้องเป็นเหล็ก หรือต้องใส่กับสูท ตัวเรือนที่ใช้ชิ้นส่วนน้อยทำให้นาฬิกาสวิสเป็นที่จับต้องได้ รวมทั้งผลิตเพียงพอกับความต้องการของตลาด

Swatch Head Quarter, Switzerland

Swatch ใช้เวลาเพียง 36 ปี เปลี่ยนจากนาฬิกาพลาสติกที่คนสวิสเคยไม่ยอมรับให้กลายเป็นแบรนด์หลักของ The Swatch Group บริษัทนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่ชิ้นส่วนกลไกนาฬิกา จนถึงมีแบรนด์ดังระดับโลกในเครือนับสิบแบรนด์

The Cloud ชวน จักรพันธ์ ญาณประสิทธิ์เวทย์ Brand Manager ของ Swatch ประเทศไทย ผู้ได้รับ Swatch เรือนแรกในชีวิตเป็นของฝากจากสวิตเซอร์แลนด์ มานั่งคุยเรื่องเบื้องหลังความเจ๋งของ Swatch

ตั้งแต่นโยบายเปลี่ยนถ่านฟรีตลอดชีพ ซึ่งต้นทุนค่าเปลี่ยนถ่านนาฬิกาของสวิส 3 ครั้ง รวมกันแล้วยังแพงกว่านาฬิกาตอนซื้อมาเสียอีก ทั้งยังให้เราเลือกเปลี่ยนถ่านที่ร้าน Swatch สาขาใดก็ได้ในโลก

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Swatch อาจจะคิดว่านี่คือแบรนด์นาฬิกาพลาสติกสำหรับวัยรุ่น แต่หากลองเดินเข้าไปร้าน Swatch ตอนนี้ คุณจะเจอนาฬิกาอย่างน้อย 500 แบบที่ตอบโจทย์ทุกคน ในทุกวัน และทุกไลฟ์สไตล์ ยิ่งได้ฟังแผนการตลาดที่ใช้ศิลปะและกีฬาในการทำแบรนด์ ก็ไม่แปลกใจว่าทำไม Swatch ดังมากขนาดนี้

ถึงเวลามาฟังเรื่องราวการสร้างแบรนด์ของ Swatch แล้ว ระหว่างบรรทัดถ้าใครจะขอตัวไปเลือกรุ่น ลาย หน้าปัด ตัวเรือน และสายนาฬิกา ก่อนกลับมาอ่านต่อก็ถือว่าไม่ผิดกติกา

เริ่มจับเวลา!

Swatch X You คอลเลกชันที่คุณออกแบบนาฬิกาเรือนโปรดได้เองตามต้องการ

1 Swatch เกิดขึ้นมากอบกู้สถานการณ์นาฬิกาสวิส

ชื่อเสียงที่มีมายาวนานของนาฬิกาสวิสถึงดินแดนผลิตนาฬิกาทำมือที่ไร้ผู้ใดเทียมทัด ทำให้นาฬิกาแบรนด์เก่าแบรนด์แก่ต่างติดอยู่กับความสำเร็จและความภาคภูมิใจที่เป็นชาติผู้ผลิตนาฬิกาประกอบมือมีคุณภาพที่สุดในโลก จนเมื่อโลกรู้จักกับควอตซ์ แร่ธาตุที่ใช้สัญญาณกะพริบบอกเวลาแทนกลไกจากเฟืองที่ขยับ

การมาของเทคโนโลยีควอตซ์จากเอเชียและสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิด Quartz Crisis ที่ทำให้นาฬิกามีราคาถูกลงเพราะกลไกที่ทำให้การบอกเวลาเที่ยงตรงและแม่นยำกว่าเฟืองไขลาน ก่อนพัฒนาเป็นนาฬิการะบบไฟฟ้าใช้พลังงานจากถ่านซึ่งทำให้ต้นทุนนาฬิกาถูกลง และในวันที่โลกกำลังตื่นเต้นกับสิ่งนี้ กลับส่งผลกระทบครั้งใหญ่กับตลาดนาฬิกาสวิส ไม่เพียงส่วนแบ่งตลาดที่ลดลงไปกว่าครึ่ง ยังส่งผลโดยตรงกับระบบเศรษฐกิจของประเทศไปจนถึงการจ้างงานถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ

2 Swatch เกิดจากแนวคิดรวมกันเราอยู่ของที่ปรึกษาธุรกิจผู้ทำเรื่องควบรวมกิจการ

Swatch ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 1983 จากแนวคิดของ Nicolas George Hayek เมื่อครั้งยังเป็นที่ปรึกษาธุรกิจซึ่งมองเห็นโอกาสในการควบรวมธุรกิจนาฬิกาเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้วันนี้กลุ่มบริษัท Swatch ไม่ได้มีแค่นาฬิกา แต่ประกอบด้วยธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำที่ผลิตชิ้นส่วนกลไกส่งให้แบรนด์อื่นๆ ในตลาดด้วย ทั้งมีแบรนด์นาฬิกาดังในเครือนับสิบ ตั้งแต่ Breguet แบรนด์นาฬิกาเก่าแก่แบรนด์แรกๆ ของโลก ไปจนถึงแบรนด์หรูระดับโลก เช่น OMEGA, LONGINES สิ่งที่ Swatch ทำสร้างจุดเปลี่ยนให้ตลาดนาฬิกาสวิสกลับมาสดใสอีกครั้ง

Swatch Flymagic ที่พลิกโฉมวงการนาฬิกา กับเทคโนโลยี Nivachron

3 ชื่อของ Swatch มาจาก Second Watch

นอกจากนัยของการเป็น Swiss Watch ชื่อของ Swatch มาจากโจทย์เริ่มต้นของแบรนด์ ที่อยากเป็น Second Watch ของทุกคน ที่จะหยิบมาใช้ในวันสบายๆ ไม่ต้องการพิธีรีตรองใดๆ ซึ่งจะมีสักกี่แบรนด์ในโลกที่ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าขอเป็นลำดับที่สองชัดเจนขนาดนี้

Swatch SISTEM51

4 Swatch ทำทุกอย่างที่คนไม่คิดว่านาฬิกาจะทำ

คนยุคก่อนจะมองว่านาฬิกาคือเครื่องประดับที่ใส่กับสูทหรือชุดทางการเท่านั้น Swatch ตั้งใจเป็นนาฬิกาที่คนคาดไม่ถึง เริ่มตั้งแต่การเป็นนาฬิกาพลาสติกเพื่อลบภาพจำว่านาฬิกาต้องเป็นเรือนเหล็กหรือไขลานได้เท่านั้น หรือการเป็นแบรนด์ที่ขายนาฬิกาหลายร้อยแบบตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว โดยคอลเลกชันแรกๆ ของ Swatch เป็นนาฬิกาหน้าปัดสีขาว สายสีดำ แสนเรียบง่ายทั้งๆ ที่จิตวิญญาณของแบรนด์คือนาฬิกาที่เต็มไปด้วยสีสัน

โดย Swatch รุ่นแรกเป็นนาฬิกาแผงวงจรที่มีชิ้นส่วนเพียง 51 ชิ้น ยึดด้วยสกรูตัวเดียว ประกอบด้วยเครื่องจักรซึ่งรองรับการผลิตจำนวนมหาศาล จากเดิมที่ผลิตนาฬิกาส่งออกได้เพียงหลักหมื่นต่อปี กลายเป็นผลิตได้นับล้านเรือน

Swatch SISTEM51

5 ลายเซ็นที่ซ่อนอยู่ในข้อต่อเชื่อมสายนาฬิกา

เอกลักษณ์ความเป็น Swatch อยู่ที่ข้อต่อเชื่อมสายนาฬิกาที่ไม่เหมือนกับแบรนด์ไหน รวมถึงหน้าปัดนาฬิกาที่มีให้เลือกหลายร้อยแบบ

Swatch Transformation

6 แบรนด์ผู้ทำ Collaboration กับงานศิลปะก่อนกาล

มากกว่าการเป็นนาฬิกาพลาสติก Swatch จับกลุ่มผู้รักงานศิลปะด้วยการออกคอลเลกชันร่วมกับศิลปินตั้งแต่ปี 1985 ซึ่งคนแรกคือ Kiki Picasso ศิลปินและกราฟิกดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส กับงานแนวอาวองการ์ด Swatch ไม่เพียงแจ้งเกิดให้แก่ศิลปินรุ่นใหม่ ยังทำให้คนรักศิลปะทั่วโลกได้เก็บสะสมงานที่ตัวเองชอบมาตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมา และไม่ใช่แค่ศิลปินวาดภาพ แต่รวมถึงศิลปินทุกแขนง ประติมากร ศิลปินทำสื่อร่วมสมัย คนทำภาพยนตร์ ช่างภาพ เป็นต้น

งานของ Keith Haring ศิลปินกราฟิตี้ชาวอเมริกันก็ทำงานร่วมกับ Swatch ตั้งแต่ปี 1986 และปีที่แล้วมี Swatch Damien Hirst รุ่นมิกกี้เมาส์ ที่เกิดจากการใช้ภาพเรขาคณิตมาเรียงต่อกันซึ่งเป็นลายเซ็นของศิลปิน ก็ขายหมดทั่วโลกภายในเวลาสั้นๆ

 
Swatch Pigcasso
Swatch Damien Hirst รุ่นมิกกี้เมาส์
Swatch Biennale Art Venice 2019

7 แบรนด์นาฬิกาที่สร้าง Talking Piece เก่ง

โจทย์ของการออกแบบนาฬิกาทุกรุ่น คือ Talking Piece มีเรื่องราวให้พูดถึง เช่น นาฬิการุ่นที่หน้าปัดวิ้งๆ เพราะใช้วัสดุ Solar Spectrum บนหน้าปัด หรือเล่นใหญ่ด้วยการ Swatch เรือนใหญ่ที่สุดในโลกหลังเปิดตัวแบรนด์ได้เพียง 1 ปี เป็นนาฬิกาขนาดยาว 162 เมตร และมีน้ำหนัก 13 ตัน แขวนอยู่บนที่อาคารสำนักงานใหญ่ของธนาคาร Commerzbank ที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ก่อนย้ายไปแขวนบนตึกที่สูงที่สุดของญี่ปุ่น ณ เวลานั้น ในปีต่อมา

8 ทำ Art Marketing แบบเล่นใหญ่ เทกโอเวอร์เมืองมาดริด ประเทศสเปน เพื่อทำ Swatch City

Swatch เป็นแบรนด์นาฬิกาที่พูดเรื่องศิลปะและกีฬาเยอะมาก โดยเฉพาะในตลาดยุโรป เช่นปีที่ผ่านมามีโปรเจกต์ชื่อ Swatch City ที่เทกโอเวอร์ย่านหนึ่งในเมืองมาดริด ประเทศสเปน ทาสีตึกทั้งย่านเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่จัดงานสร้างสรรค์ตลอดเดือนมีทั้งเวิร์กช็อปและเสวนา คอนเสิร์ต พื้นที่แสดงงานของศิลปินรุ่นใหม่ของเมือง

9 มี The Swatch Art Peace Hotel ที่เซี่ยงไฮ้ให้ศิลปินพักฟรี

เช่าเมืองมาดริดยังทำมาแล้วนับประสาอะไรกับซื้อโรงแรมที่เซี่ยงไฮ้แล้วตั้งชื่อว่า The Swatch Art Peace Hotel เปิดให้บริการสาธารณชนครั้งแรกปี 2011 แบ่งพื้นที่จำนวน 2 ชั้นของโรงแรมทำเป็นที่พักฟรีแก่ศิลปินแลกกับทำงานผลงานศิลปะ มีศิลปินกว่า 150 คนจาก 39 ประเทศแวะเวียนมาพัก ก่อนจัดแสดงงานร่วมกันในปี 2014

10 ทำ Sport Marketing โดยสนับสนุนการแข่งขันของกีฬาที่ไม่มียูนิฟอร์ม

สำหรับการสนับสนุนเรื่องกีฬา Swatch ในทางหนึ่งถือเป็นมิติใหม่ของนาฬิกาพลาสติกที่นาฬิกาเหล็กสู้ไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องความสู้ทนในทุกสภาพอากาศและสถานการณ์ เช่น กีฬาสโนว์บอร์ด วอลเลย์บอลชายหาด ล่าสุด Swatch เป็นพาร์ตเนอร์สนับสนุนการแข่งขันบังคับโดรน รวมถึงกีฬาเซิร์ฟบอร์ดในอเมริกา

“Swatch เป็นแบรนด์ที่สนับสนุนเรื่องตัวตนผู้สวมใส่เสมอมา เรื่องกีฬาก็เล่นกันจะเห็นว่า Swatch จะสนับสนุนการแข่งขันของกีฬาที่ไม่มียูนิฟอร์ม” ตัวแทนแบรนด์จากประเทศไทยเล่าเหตุผลสนับสนุน

11 แบรนด์นาฬิกาที่มีทีมสร้างสรรค์เป็นใหญ่

ที่มาของคอนเซปต์และงานออกแบบสนุกๆ มาจาก creative center ซึ่งมีออฟฟิศอยู่ที่เมืองซูริก ที่เดียวกับ Swatch Museum และภายในปีนี้ทั้งหมดก็จะย้ายมาอยู่สำนักงานใหญ่ที่บีล เมืองเล็กๆ ในรัฐเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ล่าสุดกับ BIG BOLD นาฬิกา 6 ดีไซน์ที่แฝงกลิ่นอายสตรีทแวร์

12 นโยบายเปลี่ยนถ่านนาฬิกาจากสวิสฟรีตลอดชีพ และจะเลือกเปลี่ยนที่ร้าน Swatch สาขาไหนในโลกก็ได้

เป็นนโยบายที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ปีมานี้ จากโจทย์ที่อยากให้ลูกค้าแวะเวียนกลับมาที่ร้าน

“ตอนมาก็ตั้งใจแค่เอาถ่านมาเปลี่ยน เมื่อเห็นนาฬิกานับร้อยแบบที่เรียงรายในร้าน เป็นใครก็ยากจะห้ามใจไม่ให้รับนาฬิกาเรือนอื่นกลับบ้านไปด้วยกัน” ตัวแทนจาก Swatch ประเทศไทยเล่า ก่อนจะเสริมว่านโยบายนี้นำมาซึ่งต้นทุนมหาศาลมากเพราะเป็นถ่านแท้จากสวิตเซอร์แลนด์ หากเป็น 3 – 4 ครั้งก็มีมูลค่าเกินกว่าราคานาฬิกาตอนที่ซื้อมาอีก

สำหรับบริการอื่นๆ เช่น ขัดหน้าปัด เปลี่ยนสาย ก็สามารถทำได้เลยที่ Dr.Swatch ในร้าน Swatch ทุกสาขาในโลก ในราคาไม่แพง

13 Swatch กับ Smart Watch ในอนาคต  

แฟนคลับจะรู้ว่า Swatch เคยทำนาฬิกาดิจิทัลมาแล้วหลายรุ่น แต่เพราะเชื่อมั่นในจิตวิญญาณของนาฬิกาที่เดินด้วยเข็มเป็นเหตุผลว่าทำไม Swatch ไม่ทำ Smart Watch

Swatch Skin Irony

14 Swatch มีนาฬิกาสำหรับทุกคน ทุกความสนใจ

มีแบรนด์นาฬิกาสำหรับพัฒนาการเด็กชื่อ Flik Flak ที่ไม่เพียงสอนเด็กๆ เรื่องบอกเวลา วัสดุที่ใช้ยังคำนึงถึงความปลอดภัยเด็กๆ เป็นหลัก มีนาฬิกาหรูรุ่น Flymagic ที่พลิกโฉมวงการนาฬิกา ด้วยเทคโนโลยี Nivachron ทั้งแม่นยำและไม่มีผลต่อสนามแม่เหล็ก ใช้วัสดุเกรดเดียวกับนาฬิกาประกอบที่มีราคาหลักล้าน สิ่งที่ท้าทายคือยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่แน่ใจว่าชิ้นส่วนพลาสติกในเครื่องวงจรจะทำลายกรอบความเป็นนาฬิกาคล้ายใส่ข้อเทียม แต่ในความเป็นจริงเป็นนวัตกรรมใหม่มากในโลก

มีนาฬิกาวัยรุ่นที่เหมาะกับสายสตรีท อย่างรุ่นใหม่ล่าสุด Big Bold หน้าปัด 47 มม. ตัวเรือนใหญ่แทนความขบถเล็กๆ หรือรุ่น Skin Irony ที่ตัวเรือนบางเรียบเหมาะกับสไตล์มินิมอลในราคาไม่แพง

15 นาฬิกา Swatch กับทิศทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ปีหน้าเราจะได้เห็นนาฬิกาใหม่ๆ จาก Swatch โดยใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  รวมถึงการใช้พลังของนาฬิกาที่มีความยั่งยืน  และการลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ที่ยังเปิดเผยตอนนี้ไม่ได้แต่คนรัก Swatch ที่รักโลกรู้แล้วจะต้องรักแน่นอน

Line : @swatch_th
Facebook : swatchthailand
Instagram : swatch_th

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

ยาอมแก้ไอสมุนไพรลูกกลม เม็ดเล็ก รสชาติแรกลองเฝื่อนหน่อย ๆ อมไปแล้วหวานนิด ๆ ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเมื่อเห็นตะขาบเลื้อยอยู่บนซอง

ตราตะขาบ 5 ตัวอยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกวันนี้มียอดขายหลายร้อยล้านบาท ส่งออกไปยังอาเซียนและหลากหลายประเทศ โดยยังคงโลโก้ตะขาบขนาบข้างในซองดังเดิม มีสรรพคุณแก้ไอได้ชะงักงัน เป็นดั่งฮีโร่ยาสมุนไพรไทยคู่บ้านที่สืบทอดรุ่นต่อรุ่นมาตลอด ความท้าทายใหม่ของแบรนด์ในยุคนี้ คือทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่สนใจแบรนด์สินค้าจากสมุนไพรไทย ไม่มองว่าเชย ตกยุค แต่เก๋าจนอยากรู้จัก จำสรรพคุณของตะขาบ 5 ตัวได้แบบไม่กลัวความขม

ถ้าเคยตัดสินยาอมแก้ไอจากรูปลักษณ์ วันนี้ขอชวนมาทำความรู้จักตะขาบ 5 ตัวให้ลึกลงอีกสักหน่อย จากวันแรกที่ผู้ก่อตั้งรุ่นหนึ่งแบกกระเป๋าเดินขายยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ จนถึงวันนี้ที่คลิปหนังโฆษณาเกิดไวรัล คนดูหลายล้านวิว ฮีโร่คนเดิมคนนี้เข้าไปนั่งในใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร

The Cloud ชวนมาพูดคุยกับ คุณอรมณส์ แก่นศักดิ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และ คุณไพบูลย์ สิมะวรา ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ ของบริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวในทุกวันนี้

1. ชายลึกลับบนซองตะขาบ 5 ตัว คือ จุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้ปรุงยาสมุนไพรเป็นงานพาร์ตไทม์จนได้ดี

ย้อนกลับไปในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้เคยเป็นเด็กช่วยปรุงยาในร้านหมอจีน ได้ย้ายถิ่นฐานจากเมืองจีนมาตั้งรกรากที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำสวน เลี้ยงเป็ดไก่ไปเพื่อยังชีพ พอเริ่มมีเงินทุนจึงนำไปเปิดร้านขายของชำในตลาด

ราว พ.ศ. 2478 จึงย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ย่านตลาดเก่า เยาวราช เขายังคงรับจ้างแบกหามในตอนกลางวันและปรุงยาตอนกลางคืน แต่ด้วยความรู้ติดตัวด้านยาสมุนไพร เป็นอย่างดี พอมีเวลาว่างจากงานจึงริเริ่มคิดสูตรยาสมุนไพรและทดลองปรุงยาอื่น ๆ อีกหลากหลายชนิดตามแบบฉบับของตนเอง เพื่อใช้กันเองในหมู่ญาติและคนใกล้ชิด ยาแก้ไอเป็นยาที่คนละแวกนั้นเริ่มชอบมากสุด จึงเริ่มนำไปฝากขายตามร้านยาภายใต้ชื่อ ‘ยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ’

หากเป็นสมัยนี้คงเรียกงานปรุงยาของนายจุ้ยไซว่างานพาร์ตไทม์ ใช้วิธีทำเป็นงานเสริมปั้นแบรนด์ไปเรื่อย ๆ สลับกับงานประจำเพื่อหาเลี้ยงชีพ

2. หิ้วกระเป๋าขายยาตามร้านกว่า 20 ปี จนเกิด Word of Mouth ชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวติดหูลูกค้า

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซพาครอบครัวอพยพหนีสงครามไปอยู่ที่อำเภอพระประแดงชั่วคราว ครั้งนั้นเจอน้ำท่วมใหญ่ สังเกตเห็นตะขาบหนีน้ำมาเกาะตามฝาบ้าน เห็นสัตว์มีพิษแล้วนึกถึงความเชื่อของศาสตร์การรักษาอาการป่วยแบบจีนสมัยโบราณที่เชื่อว่าพิษล้างพิษ ตะขาบถือเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์มีพิษจึงมีสรรพคุณช่วยล้างพิษได้

นายจุ้ยไซจึงเกิดไอเดียนำตะขาบมาทำเป็นเครื่องหมายการค้า ส่วนเลข 5 คือเลขมงคลของชาวจีน หากสังเกตชื่อแบรนด์สินค้าที่คุ้นหูในอดีต จะพบว่าหลายแบรนด์นิยมนำเลข 5 มาตั้งชื่อ ไม่ว่าจะเป็น 5 เจดีย์ หรือ 5 มังกร รวมทั้งครอบครัวของนายจุ้ยไซยังมีลูกถึง 10 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 5 คน เลข 5 จึงเป็นเลขที่ทั้งมีความมงคลและผูกพัน เกิดเป็นชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัว พร้อมซองยาที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปตะขาบขนาบทั้งสองข้างและรูปนายจุ้ยไซอยู่ตรงกลาง

ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อและเชื่อมั่นในสรรพคุณยาของตนเอง เขายังคงหิ้วกระเป๋าเดินทางไปฝากขายตามร้านขายยาต่าง ๆ เป็นเวลา 20 กว่าปีจนสินค้าเริ่มติดหู ลูกค้าจดจำได้ ลูกค้าบอกปากต่อปากจนสามารถขยายกิจการ เช่าตึกแถวเปิดร้านขายยาซิมเทียนฮ้อที่ศาลเจ้าแซ่ซิ้ม ตากสิน ซ.8 ฝั่งธนบุรี ใน พ.ศ. 2496 ทั้งขายยาสำเร็จรูป จัดยาสมุนไพร และตรวจผู้ป่วย

3. ตะขาบ 5 ตัวไม่ได้ขายแค่ยาแก้ไอ แต่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศด้วยเพื่อความหลากหลาย

จากร้านขายยาเติบโตเป็นบริษัทผลิตยาอย่างเดียวแบบเต็มตัว ในยุคของทายาทรุ่นสองภายใต้ชื่อ บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ในเวลาต่อมา โดยสร้างโรงงานใหม่ที่เขตบางขุนเทียนนี้ สามารถพัฒนากระบวนการผลิตยาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ร่วมกับแรงงานคน และเพิ่มบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทาง เพื่อร่วมทำการวิจัยกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานและทันสมัยเรื่อยมา

น้อยคนจะรู้ว่านอกจากยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวแล้ว บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ยังมีบริษัทในเครือคือ บริษัท ห้าตะขาบ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าสินค้ายาจากต่างประเทศหลากหลายชนิด อย่างแผ่นแปะพริก ปอราส แคพซิคัม พลาสเตอร์ แผ่นแปะบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ยาน้ำมันสมุนไพร ยู่ยี่ออยล์ที่มีประวัติกว่า 150 ปีในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยคัดเลือกยาที่เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่น มีประวัติขึ้นชื่ออย่างยาวนานในประเทศนั้น ๆ เหมือนยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มความหลากหลายของสินค้า รวบรวมของดีให้คนไทยได้ใช้ โดยไม่ทอดทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตราตะขาบ ปัจจุบันอยู่ในช่วงข้อต่อเพื่อที่จะมารับช่วงของทายาทรุ่นสองและรุ่นสามของตระกูลที่ทำงานร่วมกันเพื่อขยับขยายกิจการ

7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก
7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก

4. ยาสมุนไพรไทยลุคบ้าน ๆ ที่พร้อมคิดค้นสูตรใหม่ให้อมง่าย และปรับแพ็กเกจให้เข้ากับยุคสมัย

คนรุ่นพ่อรุ่นแม่จดจำตะขาบ 5 ตัวเป็นยาอมแก้ไอสมุนไพรที่แก้เจ็บคอได้อย่างชะงักงัน ด้านรสชาตินั้นว่ากันว่า แรก ๆ มันขม แต่อมไปมันจะหวาน โดยความหวานมาจากสมุนไพรล้วน ไม่ใส่น้ำตาล เด็ดขาดแต่ละมุนละม่อม ทำให้ชุ่มคอ เมื่อดื่มน้ำหรือชาร้อนตาม ความชุ่มคอนั้นจะยิ่งทวีคูณ

สิ่งที่ตะขาบ 5 ตัวอยากบอกคือ อย่าตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอก เพราะแม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ เป็นยาสมุนไพรไทย แต่อมแล้วหายได้จริง พิสูจน์แล้วทั้งจากการบอกต่อกันปากต่อปากมาเป็นเวลากว่า 80 ปี และผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์จาก สวทช. พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้มากกว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ภายใน 5 นาที ข้อดีของสมุนไพรไทย คือ ไม่ดื้อยา อมได้บ่อยตามต้องการ ต่างจากยาสมัยใหม่ที่อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย

นอกจากรสสมุนไพรแบบดั้งเดิมแล้ว แบรนด์ยังพัฒนาสูตรยาอมให้หลากหลาย เคลือบรสมิ้นท์ บ๊วย ตะไคร้ เพื่อตอบโจทย์คนที่กลัวความขม และยังพัฒนาจากบรรจุภัณฑ์แบบซองดั้งเดิม เพิ่มแบบตลับและสเปรย์แก้ไอเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาของลูกค้า สำหรับคนที่ชอบภาพลักษณ์ทันสมัย การพกตลับยาอมแก้ไอจะสะดวกกว่า ส่วนคนที่ไม่อยากอมยานาน ไม่อยากอมสมุนไพรแล้วลิ้นดำ แบบสเปรย์ก็เข้ามาตอบโจทย์เป็นทางเลือกใหม่ที่ละลายเสมหะ ทำให้ชุ่มคอได้เหมือนกัน

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

5. บทสนทนาระหว่าง 2 เจเนอเรชันที่อยากให้คนรุ่นใหม่เปิดใจให้ตะขาบในหนังโฆษณาฝีมือ ต่อ ธนญชัย

ด้วยเป็นยาอมสมุนไพรแผนโบราณที่โด่งดังมานานร่วมศตวรรษ ความท้าทายของตราตะขาบ 5 ตัว คือ ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่อยากเปิดใจลอง เพราะแบรนด์มั่นใจว่าถ้ารู้จักแล้วจะรัก ลองแล้วชอบในประสิทธิภาพแน่นอน

ความตั้งใจของแบรนด์ คือสื่อสารภาพลักษณ์ให้มีความคลาสสิกแต่เท่ เป็นแบรนด์จากภูมิปัญญาไทยที่ถูกใจคนรุ่นใหม่แต่ก็ไม่ทิ้งลูกค้าเก่า หนังโฆษณาล่าสุดของตะขาบโดย ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย แห่งฟีโนมีนา เล่าเรื่องการคุยกันของพ่อกับลูก เปรียบสมุนไพรไทยเป็นญาติผู้ใหญ่ที่อบอุ่น เป็นมิตร แก้ปัญหาเก่ง สอดแทรกมุกโดนใจวัยรุ่น ให้ปรับภาพลักษณ์สมุนไพรไทยที่ดูล้าสมัยให้เป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย เล่าเรื่องความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันผ่านการสอดแทรกภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าและการตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ที่แม้แตกต่างกัน แต่ด้วยความรักก็ทำให้เข้าใจกันได้

หากแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวที่อายุกว่า 80 ปีเป็นคน คงเป็นแด๊ดดี้สายวินเทจที่ไม่เคยเชยตามกาลเวลา ยังแต่งตัวด้วยชุดเดิมแต่พร้อมเล่นโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ TikTok เป็นตะขาบที่พร้อมปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนไปเร็ว ใช้ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ ปรับตามไลฟ์สไตล์ลูกค้าเสมอ พร้อมก้าวเข้าหาคนรุ่นใหม่ โดยยังคงความเป็นตัวเองไปด้วย

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

6. ตะขาบไม่ทิ้งลาย Takabb x Greyhound x SAPPE เพิ่มสินค้าที่เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ 

ความเป็นผู้ใหญ่ที่ทันยุคสมัยของตะขาบ 5 ตัว คือการพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่กับแบรนด์รุ่นใหม่อยู่เสมอโดยไม่ละทิ้งความเป็นตัวเอง ตราตะขาบเคยคิดอยากทำแบรนด์ให้โมเดิร์นขึ้น มินิมอลขึ้นตามกระแส แต่พบว่าหากขาดภาพตะขาบและอากงไป ก็จะขาดตัวตนของแบรนด์ที่เป็นภาพจำของยาสมุนไพรคู่คนไทยไป จึงยังคงโลโก้เดิม แล้วหาทางทำให้ภาพลักษณ์ของตะขาบเป็นแบรนด์ที่วัยรุ่นอยากรู้จักและอยู่ในไลฟ์สไตล์ให้ได้

เพราะเป็นแด๊ดดี้ก็เก๋าได้ ‘ตะขาบ’ ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยอายุ 40 ปีอย่าง Greyhound ที่มีประสบการณ์ในการทำสินค้าไลฟ์สไตล์มากมาย และมีจุดเด่นในการคิดนอกกรอบและทดลองสิ่งใหม่ ๆ สร้างสรรค์ลายวินเทจอย่างตะขาบ 5 ตัวให้เป็นลายคลาสสิกสุดเท่บนสินค้าของที่ระลึกอย่างเสื้อผ้าและกระเป๋า สร้างความผูกพันและติดตากับลายตะขาบในชีวิตประจำวัน

กลางปีที่ผ่านมา Takabb ยังร่วมกับ SAPPE แบรนด์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพของคนรุ่นใหม่ เช่น บิวตี้ดริงก์ที่เน้นฟังก์ชันสุขภาพหลากหลาย ปรับตามเทรนด์ไลฟ์สไตลรักสุขภาพของคนรุ่นใหม่ ออกสินค้าเครื่องดื่มสมุนไพรไทย Functional Herbal Drink แบบช็อต สำหรับเสริมความมั่นใจในการใช้เสียง ดึงจุดเด่นของสมุนไพรไทยให้เด่นขึ้น เพิ่มทางเลือกให้คนเจเนอเรชั่น Y และ Z ที่พร้อมอยากลองของใหม่

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

7. แบรนด์ตะขาบไทยอยากเติบโตไปไกลทั่วโลก มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและไม่หยุดพัฒนา

ความตั้งใจของตะขาบ 5 ตัว ไปอยากเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลก อยากนำตราตะขาบสินค้าภูมิปัญญาไทยให้คนต่างชาติได้รู้จัก

ตราตะขาบเริ่มส่งออกไปยังหลากหลายประเทศ เริ่มจากฮ่องกงเป็นที่แรกใน พ.ศ. 2548 ตั้งแต่สมัยที่ไม่มียาแผนโบราณออกจำหน่ายมากนัก เมื่อเริ่มขยายไปยังประเทศที่มีอิทธิพลอย่างสิงคโปร์ได้แล้ว ก็ขยายต่อไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย จนขยายครอบคลุมในแถบอาเซียน ทั้งบรูไน กัมพูชา ลาว พม่า พร้อมมีแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั้งรัสเซียและแถบอินเดียอีกในอนาคต

สมัยก่อนภาพลักษณ์ยาสมุนไพรไทยที่ Made in Thailand ยังคล้ายสินค้าจากจีนอยู่ เมื่อสะสมการสร้างชื่อมาอย่างยาวนาน พิสูจน์สรรพคุณได้จริงทำให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในต่างประเทศ โดยทุกครั้งที่แบรนด์ตีตลาดใหม่ จะต้องศึกษาวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ เช่น คนรัสเซียไม่ชอบความหวาน ประเทศมุสลิมมีข้อกำหนดด้านฮาลาล เป็นต้น

ความท้าทายของการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงเป็นการไม่หยุดพัฒนาสินค้าและระบบการทำงาน คงตำราสมุนไพรดั้งเดิมแต่ก็ไม่ Out พร้อมสร้างความแปลกใหม่ให้เข้าถึงง่ายอยู่เสมอ

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load