ตอนแรกที่ ศุภชัย เพ็ชรี่ ตัดสินใจมาเช่าอพาร์ตเมนต์ที่นี่ ก็ด้วยเหตุผลประมาณนี้

1. กำลังจะเป็นฟรีแลนซ์ ห้องที่เคยเช่าอยู่เล็กเกินไปสำหรับจะใช้เป็นที่ทำงานด้วย

2. รูปแบบของอาคารที่เป็นอพาร์ตเมนต์ยุคเก่า (สร้างให้เจ้าหน้าที่ UN มาเช่า) ช่างถูกใจ

3. โลเคชันใกล้เมือง แต่ค่อนข้างมีความสงบ

และ 4. แฟนชวนมาแชร์ค่าห้องนี้ ซึ่งเขาก็ว่าดีเพราะได้จ่ายน้อยกว่า แต่อยู่มากกว่า และของเยอะกว่า 

ตอนนี้เหตุผลข้อ 1 – 3 ยังอยู่ ส่วนข้อ 4 ไม่มีแล้ว แต่เขาก็ยังอยู่ที่ห้องนี้

แม้จะต้องอยู่คนเดียวก็ตาม

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่

ลองอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่

ตอนย้ายมาใหม่ๆ พอมีเวลาเลยได้ทดลองทำนู่นทำนี่ภายในห้อง ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ทั้งแต่งห้อง ทำสวน จัดระเบียง แล้วพอดีได้ไปช่วยงานถ่ายภาพคอนโดฯ รู้สึกว่าการไปช่วยเซ็ตช่วยจัดมันสนุกดี ก็เริ่มมีงานเซ็ตมากขึ้น แล้วก็สนุกมาก เราไม่ต้องพยายามมากเกินไปเหมือนตอนเป็นช่างภาพกับสไตลิสต์ แม้ว่าตอนนั้นจะเป็นยุคของช่างภาพกับสไตลิสต์ 

ไม่ค่อยมีคนอยากทำเซ็ตเพราะไม่ค่อยได้เครดิต ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ตอนแรกก็รู้สึกน้อยใจว่าทำไมไม่ได้เครดิต แต่วันหนึ่งจำไม่ได้ว่างานไหนนะ มีนางแบบเดินมาบอกว่า “นี่เซ็ตของเธอน่ะทำให้ฉันทำงานง่ายขึ้นเยอะเลย ทำให้ฉันเก็ตมู้ด” เราก็เลยเริ่มรู้สึกว่า อ๋อ งานของเราจริงๆ ก็คือนี่แหละ อาชีพคือ Prop Stylist หรือ Set Designer ได้หมดเลย 

ถ้าสถานที่มีมาแล้วแต่เอาของไปเติมก็คือ Prop Stylist ถ้าสร้างขึ้นมาใหม่เลยคือ Set Designer ซึ่งพอมีงานมาเรื่อยๆ ของในห้องนี้ก็พัฒนาไปพร้อมกัน พัฒนาคือทั้งเยอะขึ้นและสไตล์ชัดขึ้น ชัดคือชอบอะไรที่มันเก่าๆ ไม่ถึงขนาดเก่ามาก ไม่ได้เก่าแบบแอนทีก ไม่ได้เก่าหรูหรา แต่มีความเป็นโฟล์กและฟังกี้หน่อยๆ เหมือนยายกับหลานอยู่ด้วยกัน 

เลือกอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่

ที่เห็นในนี้มาพร้อมทั้งอาชีพกับการเติบโตภายใน เติบโตภายในคือการไม่ต้องการให้ใครหรืออะไรมาเติมเต็มเราแล้ว มันเริ่มอยู่ตัวแล้วว่าอยากได้อะไรก็ทำเอา ไม่อยากออกไปข้างนอกก็ทำบ้านให้น่าอยู่ แล้วก็เลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่อยากเก็บ ซึ่งไม่ใช่แค่ของนะ แต่รวมถึงคนรู้จักคนที่เคยสนิทด้วย หรือความทรงจำใดๆ ก็ตาม ของที่ซื้อจะต้องเป็นของที่อยู่กับเราไปเรื่อยๆ เพราะทุกครั้งที่ซื้อไม่เคยคิดว่าเดี๋ยววันหนึ่งต้องขาย ตอนนี้ถ้าจะมีเพื่อนใหม่มีแฟนใหม่หรือมีใครใหม่ก็จะเป็นเหมือนตอนซื้อของ นั่นคือ ไม่ได้เอาเข้ามาเพื่อวันหนึ่งที่เราจะตัดเขาออกไป 

เยอะอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่

ทั้งหมดนี่คือเลือกแล้วจริงๆ ถ้าดูดีๆ จะมีของที่ซ้ำๆ กัน อย่างของสีแดงในบ้านก็จะเยอะมาก ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ชอบสีแดงเลย แต่พอสังเกตตัวเองก็ เฮ้ย จริงๆ ชอบสีแดงว่ะ ทุกจุดในบ้านจะมีสีแดง แล้วพอซื้อของก็จะมีสีแดง สีแดง สีแดง ของคล้ายๆ กัน ซ้ำๆ กันที่เยอะมากคือ หมอน กระเป๋าเดินทาง ตะกร้าปิกนิก รองเท้า หมวก ถุงผ้า ทุกอย่างเยอะหมดเลย ทั้งเกี่ยวกับงานและความชอบส่วนตัวนะ ของที่ไม่เยอะเลยคือเครื่องใช้ไฟฟ้า พวกของเทคโนโลยีไม่ค่อยมี ยกเว้นโคมไฟ 

ชอบอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่

การเอาของเยอะๆ มาอยู่ในห้องแบบที่เห็นนี้มีเรื่องบังคับอยู่คือ ถ้าเก็บทุกอย่างเพื่อให้บ้านไม่รก ก็จะไม่เห็นเลยว่าในบ้านมีอะไรอยู่ และจะเกิดปัญหาคือการซื้อของซ้ำ ซึ่งเปลืองเงิน เปลืองที่เก็บ และกลายเป็นของทิ้งที่จะเป็นขยะต่อไป ซึ่งช่วงหลังไม่พยายามสร้างขยะ จึงต้องเห็นว่ามีอะไรอยู่ในบ้านบ้าง เลยไม่เก็บใส่กล่อง พอไม่อยู่ในกล่อง ไม่อยู่ในห้องเก็บของ ไม่ได้ไปเช่าโกดังเก็บ จึงเป็นที่มาของเรื่องบังคับเรื่องที่สอง นั่นคือต้องจัดให้อยู่ด้วยกันได้ 

อย่างแรกต้องจับของมาทีละชิ้น ตอนนั้นมือกับสมองจะทำงานพร้อมกัน แบ่งง่ายๆ ก่อนด้วยสี แล้วตามด้วยวัสดุ ที่วิธีการเป็นอย่างนี้ได้เพราะมันชัดเจนแล้วว่าเราชอบอะไร ของที่เราไม่ชอบไม่ได้อยู่ในนี้ แล้วค่อยมากรุ๊ปปิ้งว่าควรอยู่ยังไงกัน

ฝึกอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

พวกนี้ต้องทำทุกวันๆ ถึงจะรู้ว่า มีสีคู่ตรงข้ามมาหยอดแค่ไหนแล้วจะพอดี ของอะไรวางใกล้กันแล้วดูดีขึ้น พอทำไปเรื่อยๆ มันไม่คิดแล้วไง จะออโต้ละ ซึ่งต้องเริ่มจากการทำ ทำ แล้วก็ทำน่ะ บ้านนี้เป็นเหมือนบ้านฝึกเซ็ตติ้งนะ เพราะว่าเวลาทำงานเซ็ตมันกดดันมาก ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่สวยแล้ว มีเรื่องเวลาเรื่องการบริหารจัดการ ต้องวางแผนแล้วอธิบายให้ลูกน้องฟังได้ด้วย เราก็ได้ฝึกกับของในบ้านนี่แหละ เอาของที่ดูไม่เข้ากันมาจัดให้อยู่ด้วยกันได้ แล้วก็ฝึกๆๆ ไปเรื่อยๆ เออ ยังงี้แหละ แล้วพอถึงเวลาทำงานจริงก็จะไม่คิดแล้ว จับนู่นจับนี่มาผสมกันได้เลย เพราะเป็นสิ่งที่ฝึกอยู่ทุกวัน 

แต่สำหรับคนเริ่มต้นและอาจไม่รู้ทฤษฎีอะไรเลย ก็ให้เลียนแบบไปก่อน หาข้อมูล หาภาพ ดูจากที่ไหนก็ได้ ทำไปก่อน เปิดดูเลย จัดวางเหมือนเลย และอย่าไปพอใจกับอะไรง่ายๆ ปรับจนรู้สึกว่ามันเป็นพื้นที่ของเรา เพราะเป็นบ้านของเรา ใครจะไม่ชอบก็เรื่องของเขาสิ ที่สำคัญคือ เราต้องชอบ แล้วพอแก้ไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มมีประสบการณ์ และรู้ว่าของอย่างนี้อยู่บ้านนี้ไม่ได้หรอก ไม่เหมาะกับบ้านเรา 

เริ่มอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของ ศุภชัย เพ็ชรี่

เปิดประตูเข้ามาจะเจอตรงนี้ก่อน สำหรับเรามันเป็นจุดที่เข้ามาเจออย่างแรก และเป็นจุดสุดท้ายก่อนออก ตรงนี้แทบจะไม่มีของเลยถ้าเทียบกับจุดอื่น ก็เลยเป็นแบบเปิดเข้ามาปุ๊บ ข้างนอกมันหนักแล้ว ตรงนี้ก็โล่งนิดหนึ่ง และตอนกลับมา หมาจะวิ่งเข้ามาหา เลยเป็นที่ที่นั่งเล่นกับหมาหรือนั่งพักก็ได้ให้หายเหนื่อย ข้าวของจากการทำงานก็จะมากองตรงนี้ก่อนแล้วกระจายเก็บเข้าที่ เป็นเหมือนจุดกระจายสินค้า 

แต่เนื่องจากเป็นคนชอบเห็นรองเท้าเยอะๆ และมักเกิดปัญหาบ่อยๆ กับการใส่รองเท้าคือใส่ออกมาแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ว่ะ ต้องเดินกลับเข้าห้อง ส่องกระจก เปลี่ยน ลองใหม่ๆๆๆ ทั้งที่สีดำเหมือนกันนะ แต่มีดีเทลนิดหนึ่งที่ต่างก็ไม่ได้ ก็เลยทำให้รองเท้าทั้งหลายต้องอยู่ตรงนี้ เพราะเปลี่ยนง่ายเปลี่ยนสะดวก 

ไม่ตั้งใจอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

ครัวนี่ใช้ทุกวัน ช่วงทำอาหารกินก็ทำกินทุกวัน จุดดีคือแสงที่มาจากระเบียงไม่สว่างและไม่มืดเกินไป ถ้าสว่างมากๆ แสงแรงๆ เวลาทำอาหารแล้วมันเครียด เมื่อก่อนครัวสว่างมากกว่านี้อีก เลยเริ่มมีของห้อยมีชั้นมาบังบ้าง แล้วก็อยากให้พื้นที่ในห้องค่อยๆ ไล่ความมืดลงมา จากระเบียง มาครัว มาตรงกลาง เป็นการไล่มู้ด 

นอกจากแสงดีแล้ว ที่ดีอีกอย่างคือโต๊ะตรงกลางที่ทำเอง ตอนย้ายมาแรกๆ ตกงานไม่มีเงิน ก็เอาไม้ลังมาต่อเป็นโต๊ะเอง ช่วยกันทำกับแฟนคนเก่า แล้วได้เป็นโต๊ะที่ความสูงกำลังดีกับการทำอาหารของเรา เป็นฟังก์ชันที่ลงตัวแบบไม่ตั้งใจ หรือแม้กระทั่งเก้าอี้สตูฯ ที่ได้มาก็ยังพอดีอีก 

ผ่อนอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

ตรงนี้เป็นที่นอนกลางวันในวันที่ไม่ได้ออกไปทำงาน เมื่อก่อนจะนอนตรงจุดทีมืดกว่านี้ พักหลังๆ อยากให้การนอนกลางวันอยู่ในจุดที่ยังมีแสงอยู่ แล้วก็มีสวนมีต้นไม้ให้ดู เมื่อก่อนเคยนอนเล่นตรงระเบียงแล้วไม่ค่อยรู้สึกผ่อนคลาย เสียงดังไปบ้าง ร้อนไปบ้าง สว่างไปบ้าง 

ปลูกอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

ระเบียงนี่หลักๆ ไว้กินข้าวเช้ากลางวันเย็น ไม่กินข้าวตรงครัวเลย ต้องแยกไปกินตรงนี้ มีคนหนึ่งพูดไว้แล้วโดนใจตัวเองมาก คือเขาบอกว่า “เวลามันหากันได้ แต่เราไม่แบ่งไปให้มันเอง” เช่น ไม่มีเวลากินข้าว ไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย แต่จริงๆ หาให้ได้ เพราะมัวแต่ห่วงทำนี่นั่นนู่น บางเดือนที่งานยุ่งมากแต่ตอนเช้ายังไงก็ต้องให้มีคุณภาพที่สุด ต้องกินอาหารเช้า ก็เลยตัดอย่างอื่น เช่น ไม่ดูทีวี แล้วจดจ่อกับสิ่งที่ต้องทำ คือกินกาแฟ กินอาหารเช้า 

สวนบนระเบียงนี่เพิ่งเคลียร์ต้นไม้ที่อยู่มาเกือบสิบปีออกไปเยอะมาก ที่เห็นนี่คือเคลียร์แล้ว จะมีช่วงหนึ่งที่นั่งได้แค่สองที่ ทั้งๆ ที่จริงๆ นั่งได้สี่ถึงห้าที่ เวลาเพื่อนมาก็จะเบียดๆ ขอทางกัน แต่ก็ไม่ได้อยากได้ระเบียงที่โล่งๆ นะ แล้ววันหนึ่งมีเรื่องภัยแล้ง เราก็ เฮ้ย… เราใช้น้ำในการรดน้ำไปเท่าไหร่ เลยเคลียร์ต้นไม้ที่ต้องรดน้ำทุกวันออกไป เคลียร์ไปสามวันนะเฉพาะตรงนี้ ตอนเคลียร์เสร็จเราก็หงุดหงิดไปอาทิตย์หนึ่ง เพราะต้นไม้ไม่สวยเหมือนก่อน ต้องเตือนตัวเองว่าดีแล้ว รอจนถึงหน้าฝนแล้วค่อยทำให้มันเยอะเหมือนเดิมก็ได้ 

เคลียร์อยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

การเคลียร์บ้านในบางจุดนี่ถ้าได้เริ่มมันจะไม่มีวันจบสิ้น ตอนคุยกับพี่ที่สนิทกันก็จะบอกว่า เคลียร์บ้านนี่เริ่มไม่ได้ ถ้าเริ่มแล้วจะไม่มีวันจบ เราก็เลยบอกว่าต้องเคลียร์ในวันที่มีนัด จะได้รีบๆ ทำให้เสร็จ และถ้าไม่เสร็จแต่พอถึงเวลานัดก็ทิ้งไว้แบบนั้นเลย ทิ้งไว้งั้นแหละ แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยทำใหม่ แต่อย่างน้อยได้โครงแล้วละ คือถ้าเคลียร์วันที่ว่างก็จะทำทั้งวัน ซึ่งเหนื่อยและเกินลิมิต ควรทำวันที่มีนัด จะมีประสิทธิภาพมากกว่า จะคิดจะวางแผนมีวินัย มีสมาธิ ไม่งั้นจะอีเรื่อยเฉื่อยแฉะไปเรื่อยๆ โอย… เหนื่อย พักกินกาแฟกินข้าวก่อนดีกว่า แล้วมันก็ไม่เสร็จ 

นอนอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

เมื่อส่วนอื่นๆ ของเยอะแล้ว ห้องนอนจึงต้องโล่งๆ แต่สุดท้ายก็ไม่น้อยขนาดนั้น เพราะพออยู่คนเดียวเราก็ไม่ประนีประนอม บนเตียงหมอนเยอะมาก เพื่อนก็ด่าว่าทำไมต้องเยอะขนาดนี้ สุดท้ายก็นอนหมอนใบเดียวและนอนขอบเตียงด้วย บางวันหมาหรือแมวมานอนด้วยก็ต้องเผื่อที่ไว้ให้ 

ชอบภาพหมอนบนเตียงเยอะๆ รู้สึกอบอุ่น และพออยู่คนเดียว ถ้าวันไหนนอนฝันไม่ดีแล้วตื่นมาตอนดึกมันเลวร้ายมากเลยนะ ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง ไม่มีใครมาถามว่าเป็นไร เกิดอะไรขึ้น จะโทรไปหาเพื่อนก็ตีสามแล้ว ก็เลยหมอนนี่แหละช่วยได้ ก็เพราะมันมีกลิ่น มีกลิ่นเรา กลิ่นหมา กลิ่นแมว หรือช่วงไหนพ่อแม่มานอนก็จะมีกลิ่นนั้น ก็เอามาล้อมๆๆๆ ตัว ก็โอเค กลับไปนอนได้ใหม่แล้ว 

ก็เพราะต้องนอนอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

ห้องนอนจะเปลี่ยนตามซีซั่น แต่ไม่ได้เปลี่ยนตามเทรนด์นะ ตอนหน้าร้อนก็ทำห้องนอนให้เป็นหน้าร้อน หน้าหนาวก็ทำให้เป็นหน้าหนาว เปลี่ยนผ้าปู เปลี่ยนของตกแต่ง เปลี่ยนแค่เล็กๆ น้อยๆ ให้รู้สึกว่าเปลี่ยน และพอมีหมามีแมวไปเที่ยวไหนลำบาก แต่ยังคิดถึงบรรยากาศการไปนอนโรงแรมดีๆ ที่พักดีๆ 

มีอยู่วันหนึ่งไปช้อปปิ้งกับพี่สาว ก็สงสัยว่าทำไมผ้านวมนี่แพงจังเลย ทำไมผ้าปูแพงจังล่ะ แต่เอ๊ะ! ทำไมเวลาไปนอนโรงแรมคืนละห้าพันถึงยอมจ่าย คุยไปคุยมาก็… ถ้างั้นซื้อมาทำที่บ้านเลยสิ คืนละห้าพัน ถ้านอนสองคืนก็หมื่นหนึ่ง แล้วหมื่นหนึ่งซื้ออะไรได้บ้าง เปรียบเทียบเงินเอาแล้วตั้งงบจากตรงนั้น ก็เลยทำห้องนอนของให้เหมือนที่ที่เราอยากไปพัก จะได้ไม่รู้สึกโหยหาการไปนอนโรงแรมดีๆ ขนาดนั้น และยังนอนได้ทุกคืนด้วย

มืดอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

ตรงนี้คือจุดอับแสงที่สุด ตอนแรกไม่ชอบเลย จะไม่อยู่ที่นี่ก็เพราะตรงนี้ เมื่อก่อนชอบบ้านสว่าง ชอบมาก หาวิธีทำให้สว่างที่สุด แล้วได้อ่านสัมภาษณ์ของสถาปนิกเรื่องบ้านไทย เขาพูดว่าบ้านเมืองไทยดีไซน์มาให้มืด บ้านไม้ส่วนใหญ่จะมืด หน้าต่างก็เล็ก เพราะข้างนอกแสงมันเยอะ การเข้ามาในบ้านแล้วมืดทำให้ผ่อนคลาย เราก็แบบจริงเปล่าวะ ยังไม่ได้เชื่อนะ ก็เลยลองปรับวิธีคิดใหม่ ปรับไลท์ติ้งให้รู้ว่ากลางวันคือกลางวัน กลางคืนคือกลางคืน เพื่อที่ชีวิตจะไม่ได้สับสนกับเวลาจนเกินไป เออ มืดบ้างก็ดีว่ะ แล้วก็เริ่มให้ตรงนี้มาเป็นที่ดูหนัง เซ็ตไลท์ติ้งได้ตามใจ ถ้าอยากให้สว่างมากก็ทำได้ อยากให้สว่างน้อยก็ทำได้ ที่อื่นในบ้านทำไม่ได้

(เคย) มืดอยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

ตอนต้องอยู่คนเดียวใหม่ๆ ห้องนี้อยู่ไม่ค่อยได้นะ ต้องขึ้นไปใช้เวลาบนดาดฟ้า แล้วก็มีต้นไม้บางต้นที่ต้องการแดดร้อยเปอร์เซ็นต์เราก็เอาขึ้นไป ทำงานบางงานมีต้นไม้เหลือกลับมาเยอะมากก็เอาขึ้นไป ทยอยๆ ขนขึ้นไป ทำไปเรื่อยๆ ก็มีคนมาใช้ จากเคยเป็นแค่ที่ตากผ้า ก็เริ่มสนุกและเลยเถิด พอทำแล้วสวย มีความสุข มีพื้นที่โล่ง มองออกไปไกลๆ มีเสียงนก ก็สนุก 

เราไม่ได้ลงทุนให้ใคร เราลงทุนให้ตัวเอง ไปซื้อต้นไม้สบายใจ รดน้ำต้นไม้สบายดี แค่นี้ ได้ปลูกอัญชันแล้วเก็บมาทำแห้งส่งให้แม่ด้วย และบนนี้ยังเป็นเหมือนวัด คือตอนนี้เราไม่ได้เลือกศาสนาอะไรเลย แต่ก็ยังค่อนไปทางพุทธอยู่ ยังต้องชำระล้างจิตใจ ตอนเช้าขึ้นไปก็จะกวาดใบไม้ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทบทวน เพราะไม่ใช่ที่เรา ถ้าภาษาพุทธก็คือยึดติดน้อยกว่า และทำให้หมาเรามีที่วิ่งด้วย อย่างหมาที่อยู่ข้างล่างอพาร์ตเมนต์ก็จ้องจะวิ่งออกไปข้างนอก ทั้งที่ที่ข้างล่างก็เยอะอยู่แล้ว หมาเราก็เหมือนกัน

เหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่
อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

ไม่ได้อยู่คนเดียว

ทำไมไม่ซื้อบ้านหรือคอนโดฯ คือถ้าเป็นคอนโดฯ ก็ต้องใหญ่เพราะต้องมีที่เก็บของ ส่วนบ้านถ้ามีนี่จะกลายเป็นเรื่องหลักในชีวิตที่ต้องหาเงินเยอะมาก แล้วไม่ใช่แค่เรื่องบ้าน พ่อแม่ก็แก่แล้ว เราเองตอนแก่ไปต้องอยู่คนเดียวอีก กว่าจะผ่อนบ้านหมด บ้านพังอีก ก็ตั้งคำถามไปเรื่อยๆ เพราะคนในวัยเดียวกันซื้อบ้านกันไปหมดแล้ว ผ่อนหมดไปแล้ว 

บ้านเก่า คอนโดฯ เก่า อพาร์ตเมนต์เก่ามีเยอะมาก แต่คนไม่อยู่ แต่เราชอบทำให้ที่เก่าๆ แบบนี้มันน่าอยู่ขึ้นมาได้ แล้วพอเป็นอพาร์ตเมนต์ที่ไม่ได้มีรั้วมีพื้นที่ขอบเขตของใครของมันขนาดนั้น ก็ทำให้เรารู้สึกไม่เหงาตายคนเดียวอยู่ในบ้าน บางวันที่เปิดประตูเข้ามาแล้วห้องนั้นเปิดไฟ ห้องนี้มีเสียงลอดมาเบาๆ มันอุ่นใจเหมือนกันนะ

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

ก็บอกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

อยู่อพาร์ตเมนต์กับข้าวของมากมายก็รู้สึกผูกพัน ถึงขนาดสร้างเรื่องราวและพูดคุยกับข้าวของก็มีนะ วันไหนหาของไม่เจอก็จะดุแล้วบอกว่า หยุด หยุดได้แล้ว เหนื่อยแล้วนะ ออกมาเดี๋ยวนี้ เลิกแกล้งได้แล้ว คือมันผูกพันน่ะ และก็เป็นสิ่งที่เราเลือก 

ในชีวิตมีสิ่งที่เลือกได้น้อยมาก แต่อย่างน้อยพวกนี้คือสิ่งที่เราเลือก และอีกมุมเขาก็คงเลือกเราแหละ เดินๆ อยู่ก็เหมือนมีอะไรมากระซิบ มาทางซ้ายนี่สิ เดินเข้ามาอีกนิดหนึ่ง มองทางขวาหน่อย นี่ไงเจอกันแล้ว เราชอบทำให้มันเกินจริงเพื่อให้เข้ามาแล้วอบอุ่น อยู่คนเดียวได้ 

แต่จากไป…

อพาร์ตเมนต์ยุคเก่า บ้านที่มีของเยอะ มีของซ้ำ และมีแต่ของสีแดง ของศุภชัย เพ็ชรี่

ถ้าตายไป แล้วเลือกเอาอะไรไปได้ชิ้นหนึ่ง ก็จะไม่เอาอะไรไปเลย ไปเฉยๆ ไปคนเดียว มันไม่ควรเลือกน่ะ ถ้าเลือกอันนี้ก็จะมีคำถามต่อมาว่า ทำไมชิ้นนั้นไม่เอามา และถ้ามีชีวิตหลังความตายจริงๆ สิ่งที่เลือกมาก็อาจจะไม่จำเป็น งั้นก็ไม่เอาไปสักอย่างเลยดีกว่า

Writer & Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

LIVE LOVE LAUGH

เรื่องราวของคนน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่

ถึงจะทำงานทางสายสร้างสรรค์ หรือที่แม่และคนรอบๆ บ้านที่ขอนแก่นเรียกว่า ติสต์ แต่ จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์ กราฟิกดีไซเนอร์และนักดนตรี กลับชอบบ้านที่มีลักษณะคล้ายบ้านราชการหน่อยๆ มีรูปแบบเป็นทางการนิดๆ มีสัดส่วนและองค์ประกอบนิ่งๆ 

และบ้านเดียวที่ถูกใจหลังนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจกลับมาอยู่แขนก่อน เอ้ย! ขอนแก่น 

กำไว้ในความทรงเจ็บ เอ้ย! เก็บไว้ในความทรงจำ

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

พ่อแม่ผมเบื่อกรุงเทพฯ ตั้งแต่หนุ่มสาว เลยย้ายมาขอนแก่น มาทำโรงเรียน พี่ชายกับน้องสาวช่วยกันดูแล ผมไม่ได้สนใจทางนี้เลย ผมมาทางศิลปะ เป็นคนเดียวที่ไปทำงานกรุงเทพฯ ทำไปได้ 16 ปี ชักไม่สนุกแล้ว มันไม่ใช่ชีวิตแล้ว ทำๆ ไป เฉลี่ยงานที่เราชอบในปีหนึ่งมีชิ้นเดียว 

ก็เกิดคำถามว่ากลับขอนแก่นดีกว่ามั้ย ตั้งแต่เริ่มตั้งคำถามก็เป็นสิบปีนะ กลับมาทำอะไร? เพราะยังหาทางไปไม่ได้ อยากปลูกต้นไม้ อยากเลี้ยงหมา แต่กลับมาทำอะไร? ก็เลยต้องกลับไปทำงานเพราะต้องจ่ายค่าเช่าบ้านที่กรุงเทพฯ 

ก็ถามตัวเองนะ กลับขอนแก่นทำอะไร ก็ถามอยู่อย่างเนี้ย พอเงินเดือนออก เงินนั้นก็จะมาอุดปากให้เงียบไป

ช่วงนั้นวุ่นวายอยู่กับหมากับต้นไม้ในอพาร์ตเมนต์ที่เช่าอยู่ ไม่ค่อยไปไหน อยู่ในวัยที่ไม่ค่อยเที่ยวแล้ว 

ผมชอบไม้ใบ ชอบแคคตัส ชอบอะไรที่ปลูกอยู่ตรงระเบียงแล้วรอด ไม่ได้รู้จักพันธุ์ไม้อะไรมาก คนอื่นเขาใช้ระเบียงตากผ้ากัน เราใช้ปลูกต้นไม้ คำถามเก่าๆ ที่ว่ากลับไปทำอะไรก็มาอีกนะ แต่ครั้งนี้เราไม่หาคำตอบแล้ว กลับก่อน กลับไปเดี๋ยวก็คงรู้เอง กลับมาไม่ใช่แค่เพราะงาน เพราะชีวิตรวมๆ จุดเปลี่ยนอยู่ตรงนั้นด้วย เบื่องาน ค่าเช่าบ้าน เลิกกับแฟนด้วย ตอนแรกก็คิดว่ากลับมาพักมั้ง แต่ขนของกลับมาหมดเลยนะ เครื่องดนตรี ต้นไม้ ส่วนหมานั้นแฟนเก่าก็เอาไปเลี้ยง เวลาทั้งหมดที่ไปอยู่กรุงเทพฯ ก็ 16 ปี

พับกบ เอ้ย! พบกับ

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

กลับมาก็ชอบปั่นจักรยาน ปั่นเข้าไปที่คณะที่เคยเรียน (คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ไปเจอเพื่อนสนิทที่เป็นครูสอนเซรามิก ก็เลยไปปั้นดินเล่นกับเขา พอเล่นไปสักพักก็ เฮ้ย สนุก ทำได้ และมันใกล้ตัวมากเลยนี่หว่า วัตถุดิบในขอนแก่นก็มี ที่ปรึกษาที่เป็นหัวหน้าภาคก็เป็นเพื่อนเรา ที่สำคัญที่สุด ไปเจอเตาเผาเซรามิกอยู่ในโรงเรียนของแม่ เป็นของเพื่อนแม่ซื้อมา 20 กว่าปีแล้ว เตาจากเยอรมันอย่างดี ผมเลยว่าคงต้องทำแล้วล่ะ ก็ขนเตากลับบ้าน

ไตหาหัวจาม เอ้ย! ตามหาหัวใจ

บ้านสไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น
บ้านสไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ไอ้สิ่งที่เราปั้นขึ้นมาก็ไม่เหมือนชาวบ้าน คือผมปั้นแล้วเอามาบวกกับต้นไม้ พอเอามาบวกแล้วมันสนุก เราเอาความเป็นกราฟิกที่เราชอบมาใส่คาแรกเตอร์เข้าไป มันอิสระมาก ทำอะไรก็ได้ เลยไปกันใหญ่ แล้วก็ไม่ได้คิดว่าจะมีใครมาชอบเหมือนเรา ก็ทำไปเรื่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ดันมีคนมาชอบ ก็พวกพี่ที่ออฟฟิศนี่แหละ เฮ้ย ทำอันนี้ให้หน่อย จะเอาไปตั้งที่โต๊ะ มีปัญหาก็ไปถามเขาว่าปั้นยังไง ทีแรกก็เละๆ 

ตั้งใจจะทำกระถางหรือภาชนะใส่ต้นไม้แบบที่เราอยากใช้ และเราไม่อยากให้คนมองแค่ความสวยงามของต้นไม้ เราอยากให้มองเป็นภาพรวม ผมมองทั้งหมดไง ทีแรกเราก็ชอบพวกถ้วยกาแฟเซรามิก แต่มันไม่มีรู ไปซื้อมาเจาะรูก็ยาก แตกอีก ก็เลยปั้นเอง เออ สนุก ก็เลยกลายเป็นว่าไปเดินดูต้นไม้ก่อนว่าฟอร์มแบบนี้น่าจะอยู่ในกระถางแบบไหน ก็เลยเพลิน เอาต้นไม้เป็นตัวนำ ซึ่งต้นไม้ก็มีความแปลกประหลาดเยอะมาก ก็เลยรู้สึกว่านี่คือการทำงานที่มันไม่จบเลยนะ คิดได้ทุกวัน เกิดอะไรใหม่ได้ทุกวัน ก็พยายามทำให้เป็นอาชีพ

แมวก็ชอบร้อง เอ้ย! มองก็ชอบแล้ว

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ก็ปั้นอยู่ที่บ้านเลย ผมชอบบ้านที่มีลักษณะเหมือนบ้านข้าราชการเก่าๆ เคยไปเห็นบ้านสไตล์นี้ ก็คิดในใจว่า แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน มองเข้าไปก็ชอบทุกอย่าง 

คือสอบที่ชิ่ง เอ้ย! คือสิ่งที่ชอบ

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ประเตียมบานฟู้ เอ้ย! ประตูบานเฟี้ยม

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

น่านหน้าบั้ง เอ้ย! นั่งหน้าบ้าน

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ดูลายต้นแม้ เอ้ย! ดูแลต้นไม้

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ไข่ไม่เหลือช้อง เอ้ย! ของไม่เหลือใช้

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

มีดนตรุม เอ้ย! มุมดนตรี

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น
บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

สานหลังบ้วน เอ้ย! สวนหลังบ้าน

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

เร้าทุกชด เอ้ย! รดทุกเช้า

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น
บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

น้างที่ค้ำ เอ้ย! น้ำที่ค้าง

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

รถแก่ยังไม่เก่า เอ้ย! รถเก่ายังไม่แก่

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

ขี่แถวนับ เอ้ย! ขับแถวนี้

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

ไปข้างนั่น เอ้ย! ปั้นข้างใน

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

ป้านั่น เอ้ย! ปั้นหน้า

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

ปาดประลั่น เอ้ย! ปั้นประหลาด

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

เป็กลั่นๆ เอ้ย! ปั้นเล็กๆ

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

ยืนตาก เอ้ย! อยากตื่น

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์
จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

เป็นอะไรที่อยากตื่นแต่เช้ามาทำ ก่อนนอนคิดอะไรได้ เช้ามาก็ปั้นเลย พอไม่มีโจทย์ มันอิสระ ก็คิดได้เรื่อยๆ บางครั้งถ้าคิดไม่ออกก็ไปเดินแปลงเกษตร เห็นต้นไม้แปลกๆ ก็อยากจะปั้นอะไรไปใส่ หรือไม่ก็ไปเดินหาโจทย์ แล้วซื้อโจทย์นั้นกลับมา สเก็ตช์ฟอร์มที่จะอยู่กับมัน บางครั้งก็ปั้นเลียนแบบฟอร์มมันเลย เอาฟอร์มมาซ้อนกับฟอร์มเข้าไปอีกที เผื่อราก เผื่อโต ปลูกไปปั้นไปเรื่อยๆ เราจะรู้เพิ่มอีก ต้นนี้แยกต้นเล็กออกมาได้ ก็เอาต้นเล็กมาใส่ที่เราปั้นไว้เล็กๆ พอเริ่มโตเราก็ย้ายไปใส่กระถางที่ใหญ่ขึ้น บางต้นไม่ต้องใส่ดินเลยก็ได้ อย่างทิลแลนเซียที่มีรากอากาศ ที่ปั้นมานี่ไม่ซ้ำกันเลย เพราะเราไม่เคยมีการทำบล็อก ทำให้เหมือนเดิมไม่ได้ ที่จริงปั้นแล้วออกมาชอบมากๆ ก็อยากปั้นให้ได้สวยเหมือนเดิมนะ แต่ทำไม่ได้ (หัวเราะ)

ตักระเบียบพาม เอ้ย! ตามระเบียบพัก

บ้านสไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น
บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

อยู่กรุงเทพฯ เหมือนโดนบังคับให้ต้องตื่น อยู่นี่คืออยากตื่น สนุกกว่า ความสุขมากกว่าเยอะ แต่ก็ต้องอย่าไปมองที่รายได้มากนัก พยายามใช้ให้น้อย อะไรที่พอก็คือพอ อยู่ได้ก็พอแล้ว มีกิน ไม่ฟุ่มเฟือย ความสุขมันทวีคูณแบบคาดไม่ถึง ตอนแรกเคว้งมาก ช่วงแรกก็ไปหาแม่บ่อย พอมาปั้นพวกนี้แม่ต้องมาหาแทน พอมาทำอะไรที่มัน Undo ไม่ได้ เราก็ใจเย็นขึ้น วางแผนกับมันหน่อย กลับมาก็พบอะไรรอบๆ บ้าน ไปเจอร้านส้มตำร้านหนึ่ง มีคนมากินแล้วไม่มีตังค์ เขาก็ขอไปเด็ดมะละกอที่บ้านมาแลก เราก็ เฮ้ย มันยังมีอย่างนี้อยู่เว้ย โคตรใสเลย ขายก็ถูกอยู่แล้ว ถ้าคุณเอาถุงผ้ามาใส่ลดให้ 5 บาท เขาใช้ชีวิตกันอย่างนี้จริงๆ หมู่บ้านข้างหลังนี่เป็นหมู่บ้านแยกขยะ เขาก็ช่วยกันดี ดูภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ

ต้านบิด เอ้ย! ติดบ้าน

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

อยู่บ้านนี่เคยไม่ออกจากแถวนี้นานเดือนหนึ่ง คือออกจากบ้านก็ไปกินข้าวบ้านป้าตรงนี้ แต่ไม่ได้ออกจากซอยเลย แม่ก็อยู่แค่ตรงข้าม บางทีผมก็ไปกินข้าวโรงเรียน อยากรู้ว่าเดือนหนึ่งจะใช้ตังค์เท่าไหร่วะ ก็ไม่ได้ใช้เลย เพราะไปกินข้าวบ้านแม่ บางคนบอกอะไรโตแล้วกลับมาอยู่บ้านแม่ ผมกลับมองว่า แม่อายุเยอะแล้วไง ในช่วงเวลาที่ผมไม่อยู่นี่เกือบ 20 ปี เป็นคนเดียวที่ห่างครอบครัว เขาไม่ได้บ่นหรืออะไรทั้งสิ้นเลยนะ เราคิดได้เองว่าควรจะกลับมาอยู่ใกล้กันได้แล้ว เป็นเวลาที่น่าจะใช่ เมื่อก่อนนี้อยู่ไม่ได้ เพราะคุยกันคนละเรื่อง คุยงานดีไซน์กับแม่ไม่รู้เรื่อง แม่บอกอะไรวะ ก็อึดอัดมาก ตอนนี้เราเหมือนมีเครดิตอะไรบางอย่าง แม่ก็จะขอให้ช่วยแต่งโรงเรียนบ้าง เขาก็จะเริ่มเชื่อ เป็นที่ปรึกษาเรื่องอาร์ตให้กับโรงเรียน 

ดินตามเดิน เอ้ย! เดินตามดิน

จั๊ก-ปรีดิ์ จินดาโรจน์

ตอนนี้แทบจะไม่ตั้งเป้าอะไร แทบจะไม่คาดหวังกับสิ่งที่ทำทั้งหมดเลย คิดทำอะไรง่ายๆ อ้าว มันก็ง่ายได้จริงๆ นี่หว่า ชีวิตจะเอาอะไรนักหนา เอาให้แบบมีความสุขทุกวันพอ ซึ่งไม่ได้ไกลเลย แค่ลงมือทำน่ะ ไม่รู้มันจะพาเราไปไหน ก็ตามมันไป ห้ามขี้เกียจแล้วกัน ผมก็เคยบอกน้องๆ ที่ถามผมว่าจะปั้นมันยังไงดี ผมก็บอกให้ดินมันพาไปเลย 

จบละ เอ้ย! จะหลบ เอ้ย! ถูกแล้ว

บ้าน สไตล์บ้านข้าราชการที่ทำให้ จั๊ก ปรีดิ์ อยากกลับขอนแก่นไปทำงานปั้น

*กราบขออภัยครูปริศนา ครูภาษาไทยสมัยมัธยมด้วยนะครับ 

*จะสบายขึ้นถ้าอ่านเฉพาะหลัง เอ้ย!

Writer & Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load