วงการออกแบบอสังหาริมทรัพย์ไม่มีใครไม่รู้จัก โทมัส ยูล-ฮันเซน (Thomas Juul-Hansen)

เขาคือดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก เจ้าของออฟฟิศออกแบบในนิวยอร์กชื่อเดียวกับชื่อจริงของเขาเอง Thomas Juul-Hansen, Llc ทำงานดีไซน์ครอบคลุมทุกประเภทของงานสถาปัตยกรรมและออกแบบภายใน และก่อนหน้านั้นเขาเคยร่วมงานกับ Richard Meier & Partners Architects สถาปนิกอเมริกันในตำนาน 

ความโดดเด่นในงานออกแบบของโทมัส คือการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อคุณภาพของผู้คนในการใช้งานพื้นที่ ผ่านแนวคิดอันเป็นสากลและสวยงามไร้กาลเวลา ซึ่งที่มาของพื้นที่เพื่อคุณภาพชีวิตเหล่านี้คิดมาจากบริบทที่รายล้อมทั้งเรื่องทางกายภาพอย่างภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม ประโยชน์ใช้สอย ควบคู่ไปกับเรื่องนามธรรมอย่างวัฒนธรรมหรือสถานการณ์

Thomas Juul-Hansen

ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของโทมัส เอเชียและกรุงเทพฯ​ คือจุดหมายที่เขามาทำงานสร้างสรรค์เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย และอีกส่วนหนึ่งโอกาสนี้เปิดประตูให้เขาได้ท้าทายกับตัวเองว่าจะสามารถเซ็ตมาตรฐานของคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของผู้คนได้ถึงระดับไหน

บนผืนที่ดินที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ​ ในย่านหลังสวน ซึ่งฟากหนึ่งคือความเป็นเมืองที่ครบครันเรื่องความสะดวก ทั้งห้างสรรพสินค้าและรถไฟฟ้า ส่วนอีกฟากคือความสงบร่มรื่นของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เป็นที่ตั้งของโครงการคอนโดมิเนียม ‘สโคป หลังสวน’ และโทมัส ดีไซเนอร์ที่ดีที่สุดในวงการออกแบบคอนโดมิเนียมระดับโลก ได้เข้ามาสร้างความท้าทายใหม่กับโครงการบนที่ดินผืนงามริมฝั่งถนนที่ได้ชื่อว่าร่มรื่นสวยงามที่สุดนี้

01

ดีไซน์คือภาพสะท้อนของชีวิต

ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของมุมโลก ‘คุณภาพชีวิตที่ดี’ คือความต้องการพื้นฐานด้านความเป็นอยู่ที่มนุษย์ทุกคนต้องการ

การจะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ต้องเริ่มต้นจากสร้างสิ่งแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่ดี ตั้งแต่สิ่งรอบตัวที่ใกล้ชิดในระดับสัมผัส ไปจนถึงทัศนแวดล้อมที่มองเห็นในขอบเขตระยะสายตา และเป็นหน้าที่ของนักออกแบบที่ต้องคิดหากลวิธีผ่านการใช้งานวัสดุอย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างพื้นที่ทางกายภาพที่มอบคุณค่าทางความรู้สึกให้กับผู้อยู่อาศัย

Thomas Juul-Hansen

นี่เป็นครั้งแรกของโทมัสกับการทำงานออกแบบโครงการคอนโดมิเนียมในเอเชีย จากการชักชวนของ คุณยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ CEO ของบริษัท​ สโคป จำกัด ที่ต้องการสร้างพื้นที่ที่ดีที่สุดจากฝีมือดีไซเนอร์ที่ดีที่สุดเท่านั้น

“ผมไม่เคยมาเมืองไทยมาก่อน นั่นทำให้ผมต้องทำการบ้านถึงสิ่งที่คนไทยต้องการ ซึ่งผมพบว่าความต้องการของคนไทยก็เป็นเรื่องเดียวกันกับที่คนนิวยอร์กหรือคนลอนดอนต้องการ ประกอบกับวิสัยทัศน์ของคุณยงยุทธที่กระตุ้นให้ผมและทีมงานทำสิ่งที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ต่างจากลูกค้าโครงการอื่นที่เน้นประหยัดงบ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ โครงการนี้สร้างมาตรฐานใหม่ซึ่งสูงสุดเท่าที่ผมเคยทำงานมา สูงกว่าหลายเจ้าที่เคยทำในนิวยอร์ก”

02

ความหรูหราที่มาพร้อมฟังก์ชัน

“ผมคิดว่าความหรูหราคือส่วนผสมระหว่างฟังก์ชัน ขนาด และวัสดุ” โทมัสเล่า 

“ยกตัวอย่างห้องน้ำซึ่งเป็นหนึ่งในห้องที่คนใช้เวลาอยู่กับมันมาก ขนาดต้องใหญ่พอที่จะใช้ห้องนี้ได้อย่างสบาย บรรจุอ่างอาบน้ำพร้อมฟังก์ชันที่ทุกคนต้องการ และผนังกรุแผ่นหินอ่อนเต็มผืน ทั้งหมดร่วมกันสร้างบรรยากาศอยู่สบายให้กับบ้าน หรือห้องครัวที่เป็นห้องครัวจริงๆ ที่มีขนาดใหญ่และสามารถทำอาหารได้จริงๆ ความหรูหราไม่ใช่แค่นิยามของวัสดุ แต่ยังเป็นเรื่องของสัดส่วนที่แตกต่างกัน”

“สำคัญคือการทำบ้านให้รู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านจริงๆ สถานที่ที่คุณต้องอยู่สบาย สงบ และอบอุ่น”

คำสำคัญเหล่านี้ปรากฏให้เห็นในงานออกแบบทุกโครงการของเขา นั่นทำให้วงการอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยของบุคคลมีชื่อเสียงในวงการต่างๆ ต้องการตัวเขามาเป็นดีไซเนอร์เพื่อสร้างโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่โดดเด่นฉีกออกมาจากอาคารอื่นๆ ในแวดวงเดียวกัน

อาคาร ONE57 หรือชื่อเล่นที่เรียกกันว่า The Billionaire Building

ตัวอย่าง อาคาร ONE57 หรือชื่อเล่นที่เรียกกันว่า The Billionaire Building อาคารชุดพักอาศัยที่ราคาสูงที่สุดในนิวยอร์ก ความใส่ใจในคุณภาพการอยู่อาศัยจากฝีมือของโทมัสสะท้อนให้เห็นผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่อุปกรณ์ประกอบบานประตูที่ออกแบบและสั่งทำพิเศษเฉพาะโปรเจกต์นี้ ไปจนถึงวัสดุกรุพื้นและผนังที่สร้างให้ห้องพักแห่งนี้เป็นเหมือนแกลเลอรี่เล็กๆ ที่เปิดมุมมองแบบพาโนรามาของแมนฮัตตันทั้งเมืองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศห้อง

อีกโครงการหนึ่งในลอนดอน Project Falcon ทาวน์เฮาส์จากยุคก่อนสงครามที่สะท้อนภาพของวัฒนธรรมของอังกฤษได้อย่างร่วมสมัย ผ่านการใช้วัสดุที่เข้ากับรสนิยมและไลฟ์สไตล์แบบโมเดิร์น โดยยังคงเคารพบริบทดั้งเดิมของพื้นที่ภายในอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

Project Falcon

300 Collins เป็นอพาร์ตเมนต์อีกแห่งในฟลอริดา ที่แต่ละยูนิตเป็นห้องดูเพล็กซ์ที่มีสวนส่วนตัว เปิดหน้าระเบียงออกสู่มุมมองภายนอกอาคารอย่างไร้ขอบเขต ผ่านงานออกแบบภายในที่คิดแบบ Interior Out หรือคิดจากการใช้พื้นที่ภายในเป็นสำคัญ

300 Collins

03

ประสบการณ์สร้างรายละเอียด

สำหรับโทมัส เทรนด์คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและผันผ่านไปตามกาลเวลา หากแต่​ ‘คุณภาพ’ คือสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกให้การยอมรับ 

“ไม่ว่าคุณจะมีรสนิยมแบบไหน ชอบสไตล์อะไร แต่ถ้าเป็นสิ่งที่มีคุณภาพแล้ว ทุกคนก็พร้อมที่จะชื่นชอบและให้คุณค่ากับมัน ผมจึงอยากออกแบบสิ่งที่คงอยู่ได้อย่างอมตะ อยู่ร่วมด้วยได้กับทุกยุคสมัย”

โครงการ สโคป หลังสวน Thomas Juul-Hansen

จากประสบการณ์ทำงานกับผู้คนต่างวัฒนธรรมทั่วโลกอย่าง Project Falcon ในลอนดอน ที่บอกเล่ารายละเอียดความต้องการทางความรู้สึกผ่านทางวัสดุที่ใช้ อย่างหินอ่อนกรุผนัง ความแวววาวของเมทัลลิก หินแกะสลัก และวัสดุไม้จริง ซึ่งแสดงคุณค่าอย่างเป็นอมตะ ครอบคลุมความงามของอาคารยุคก่อนสงครามโลกมาจนถึงรูปแบบไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้

จากการทำงานกับโครงการคอนโดมิเนียมทั่วโลก โทมัสเก็บเอาข้อดีของไลฟ์สไตล์ผู้คนในแต่ละประเทศ มาสร้างสรรค์เป็นรายละเอียดในการออกแบบภายในสำหรับโครงการ สโคป หลังสวน

Thomas Juul-Hansen

“อย่างในเมืองไทยที่อาจไม่คุ้นกับการแยกห้องน้ำและห้องอาบน้ำ แต่ผมคิดว่านี่เป็นการจัดสรรพื้นที่ที่ดีเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน เช่นเดียวกันกับที่คนไทยถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องซึ่งเป็นเรื่องที่ผมชอบมาก เรื่องสำคัญจึงเป็นการจัดสรรพื้นที่เก็บของ ไม่ว่าห้องของคุณจะเล็กหรือใหญ่ พื้นที่เก็บของย่อมเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ทุกคนอยากได้ โครงการนี้ผมจึงออกแบบตู้เก็บรองเท้าที่เก็บได้ถึง 80 คู่ต่อตู้ หรือทั้งหมดก็ 160 คู่ต่อห้อง”

04

สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการอยู่อาศัยคอนโดมิเนียม

งานออกแบบที่ดีไม่ได้หยุดเพียงแค่ที่กระบวนการคิดงาน แต่ยังหมายถึงขั้นตอนการลงมือทำ ให้ผลของงานออกแบบปรากฏตรงตามที่คิดให้มากที่สุด การทำงานในประเทศไทยครั้งแรกเปิดโอกาสให้โทมัสในฐานะอินทีเรียดีไซเนอร์ได้ทำงานอย่างเต็มที่มากที่สุด บนจุดประสงค์หลักคือ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้กับโครงการ เขาจึงไม่ปล่อยผ่านแม้แต่ในจุดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างผลงานออกแบบที่ดีที่สุดอีกโปรเจกต์หนึ่งในชีวิต

โครงการ สโคป หลังสวน Thomas Juul-Hansen

“เพราะการทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นความฝันของผมเช่นกัน และเมื่อได้มาทำงานกับลูกค้าที่มีความต้องการเหมือนกัน นั่นทำให้ผมใช้เวลามาก เพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นในทุกรายละเอียดของการทำงาน ตั้งแต่เรื่องการจัดการพื้นที่ส่วนกลางไปจนถึงห้องพักแต่ละห้อง ทุกครอบครัวที่นี่จะได้รับห้องที่ผ่านการคิด จัดสรร ตกแต่งมาเรียบร้อย และนั่นจะเป็นประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุดซึ่งได้รับจากโครงการนี้”

ไม่เพียงแต่ผู้อยู่อาศัยที่จะได้รับประสบการณ์พิเศษจากการออกแบบของดีไซเนอร์ แต่ตัวโทมัสเองก็ได้ยกระดับมาตรฐานงานดีไซน์คอนโดมิเนียมขึ้นมาอีกขั้น 

โครงการ สโคป หลังสวน Thomas Juul-Hansen

“ผมคิดว่า งานออกแบบโครงการสโคป หลังสวน แห่งนี้ เป็นประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับผม และผมคาดว่าเมื่ออาคารแห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ มันจะกลายเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ ไม่เพียงแค่ในกรุงเทพฯ แต่กับวงการคอนโดมิเนียมทั่วโลก ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ สู่การตระหนักในการสร้างคุณภาพชีวิตผ่านดีไซน์ และแนวความคิดนี้จะถูกกระจายออกไปทั่วโลก จนกลายเป็นมาตรฐานระดับสากลในที่สุด”

Writer

ณัฐนิช ชัยดี

อดีตนักเรียนสัตวแพทย์ผู้ หลงใหลในเส้นสายสถาปัตยกรรม ก่อนผันตัวเองมาเรียน'ถาปัตย์ และเลือกเดินบนถนนสายนักเขียนหลังเรียนจบ สามสิ่งในชีวิตที่ชอบตอนนี้คือ การได้ติ่ง BNK48 ไปญี่ปุ่น และทำสีผม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

หันซ้ายแลขวา เห็นคนใกล้ตัวต่างก็มีสัตว์เลี้ยงข้างกายกันทั้งนั้น เป็นเทรนด์ก็ว่าใช่ เพราะบางคู่ที่ไม่อยากมีลูก ก็เปลี่ยนมาเลี้ยงเจ้าหมาสี่ขา แล้วยกให้เป็นโซ่ทองคล้องใจแทน หลายคนอยู่บ้าน Work from Home มาแรมปีก็เปลี่ยวเหงา เลยรับแมวตัวจ้อย กระต่ายตัวจิ๊ดมาอยู่ด้วย ส่วนบางคนต่อให้อยากเลี้ยงใจจะขาด แต่ที่อยู่ดันไม่เอื้ออำนวยก็มี 

คอลัมน์หมู่บ้านเข้าใจปัญหานี้ เลยอาสาหาทางออกให้ พาไปเปิดที่อยู่อาศัยเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียมที่ยอมให้เพื่อนแสนรักไปอยู่ได้เท่านั้น แต่ที่นี่เรียกได้ว่าออกแบบทุกชิ้นส่วน ทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่เข้าประตูจนถึงเข้านอน ให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้รับความสะดวกสบาย รวมถึงคำนึงถึงหลักสุขอนามัย ซึ่งผ่านการวิจัยและคิดมาอย่างดีในทุกรายละเอียด เพื่อการใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข คิดดูเถอะว่าขนาดคนไม่มีสัตว์เลี้ยงแบบเราแอบไปทำความรู้จักมา ยังอยากย้ายเข้าไปอยู่ แล้วหาเพื่อนสี่ขารู้ใจสักตัวไปอยู่เป็นเพื่อนเลยล่ะ 

ถ้าพร้อมแล้ว เราขอพาคุณไปทำความรู้จักโครงการ Whizdom The Forestias โดย MQDC กันได้เลย

เมืองแห่งสัตว์เลี้ยง

ใครที่เป็นสายการ์ตูนแล้วจินตนาการอยากให้มีโลกของเหล่าสัตว์เลี้ยงแบบใน The Secret Life of Pets ที่เหล่าทาสและเจ้านายหลากหลายได้มาอยู่ร่วมกันที่ตึก Petopia ใน Whizdom The Forestias คือโครงการที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ 

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโครงการที่อยู่อาศัยบนพื้นที่ขนาด 398 ไร่ของ ‘The Forestias’ หรือเมืองขนาดย่อมที่รวมเอาผืนป่าไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นโปรเจกต์ยักษ์น่าจับตา ล่าสุด Whizdom The Forestias เป็นอีกหนึ่งโครงการน้องใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยคอนเซปต์บ้านแนวตั้งเน้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ทั้งความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมรอบๆ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นคอนโดมิเนียม High Rise ในชื่อ Petopia ขนาด 43 ชั้นท่ามกลางป่า 30 ไร่ ที่พร้อมพาพลพรรคคนรักสัตว์และเหล่าสัตว์เลี้ยงให้มาอยู่ร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ให้การใช้ชีวิตของคนในยุคนี้ ที่อยากดูแลสัตว์เลี้ยงข้างกายให้มีชีวิตที่ดีด้วยเช่นกัน 

แถมความพิเศษของอาคารเพื่อเหล่าสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ ไม่เหมือนกับคอนโดมิเนียมทั่วไปที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ เพราะพวกเขายังค้นคว้า ทำวิจัยกันแบบจริงจัง และร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย เพื่อออกแบบอาคารนี้ให้ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงในทุกด้าน นับว่าเป็นแห่งแรกๆ เลยที่เราเห็นว่าดีไซน์กันทุกฟังก์ชันอย่างแท้จริง

เจ้าของไม่อยู่ เจ้านายร่าเริง

เริ่มกันตั้งแต่เดินเข้ามายังด้านในตัวอาคาร เราจะได้พบประตูแบบ Double Gate เป็นด่านแรกที่ Main Lobby ซึ่งกั้นไว้ถึง 2 ชั้น เพื่อไม่ให้น้องๆ วิ่งเตลิดออกไปได้ พร้อมที่นั่งพักข้างๆ เจ้าของ ขณะที่เรากำลังนั่งเม้าหรือพักผ่อน

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

ที่สำคัญ ทุกสถานที่และส่วนกลางในตึก Petopia สามารถจูงน้องๆ เข้านอกออกในได้เกือบทั้งหมด ส่วนสวนบนดาดฟ้า ก็ปลูกพืชพันธุ์ปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยงเดินชมวิวไปและกินไปได้ มีเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Pet play ground ลานให้สุนัขได้ออกกำลังกาย วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ระหว่างเจ้าของนั่งทำงานหรือพักผ่อน พร้อมเครื่องกดอาหารอัตโนมัติ จนถึง Relaxation Room และ Co-living Room ส่วนทำงานพร้อมพื้นที่ให้น้องแมววิ่งเล่น ที่ตั้งใจแยกฝั่งสำหรับน้องหมาและน้องแมวก็เพื่อป้องกันอันตรายหากน้องๆ ต้องเผชิญหน้ากัน ทางโครงการร่วมมือกับทาง Petology ผู้นำด้าน Pet Technology ในการออกแบบและจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงด้วย

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร
Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

เพราะคิดถึงสุขอนามัยของทั้งคนและสัตว์ โครงการยังจัดห้องซักล้างที่มีเครื่องซักผ้า แยกสำหรับของสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะให้ด้วย และเรายังผูกสายจูงหรืออุ้มน้องๆ ที่รักขึ้นลิฟต์ได้เลยและด้านในมีระบบไอออนที่ช่วยฆ่าเชื้อ เรียกได้ว่าปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนเป็นคนในครอบครัวจริงๆ

และถ้าวันใดเจ้าของเกิดไม่ว่างดูแลพวกเขา ในอนาคตก็จะมี Pet Day Care รับฝากเลี้ยงน้องเมื่อเจ้าของไม่อยู่ โดยเป็นบริการเสริมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

ก๊อกๆๆ เปิดห้องเลี้ยงสัตว์

หากทึ่งกับความใส่ใจของพื้นที่ส่วนกลางแล้ว ในห้องพักอาจทำให้ประหลาดใจได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะ Petopia เป็นโครงการที่ดูแลคนและสัตว์กันอย่างรอบด้าน เต็มไปด้วยแนวคิดอันแยบคายตั้งแต่ก้าวแรก

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

หลังประตูปิดลง สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้คือความเงียบ จากปัญหามากมายที่ทีมงานทำการบ้านรวบรวมมา หนึ่งในนั้นคือเรื่องปัญหาเสียงดังรบกวนกัน นำมาสู่ออกแบบสิ่งที่ดูเล็กน้อยแต่สำคัญอย่าง Door Seal & Drop Seal ซึ่งอยู่ด้านในของขอบประตู ช่วยกันเสียงทั้งด้านในและนอกไม่ให้เล็ดลอดเข้า-ออกได้ 

และถ้าเหลือบมองต่อไปอีกไม่ไกลในห้องนอน บานกระจก IGU ก็ช่วยป้องกันเสียงได้อีกทาง เพราะติดตั้งด้วยกระจก 2 ชั้น และออกแบบให้มีช่องว่างตรงกลาง แถมยังช่วยช่วยกรองแสง และป้องกันความร้อนได้อีกด้วย

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

ความจริงจังเรื่องเสียงยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะทางโครงการมีการสร้างห้องทดสอบ หรือ Lab Room จำลองห้องเสมือนจริง โดยให้ Acoustic Designer มาช่วยกันออกแบบเสียงในห้องพัก ทั้งพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน ประตู จนถึง หน้าต่าง ผ่านการเห่าแข่งกันของน้องหมา 2 ตัว ดูความดังของเสียง แล้วหาทางพัฒนาต่อเพื่อลดเสียงรบกวนให้ได้มากที่สุด 

Safety First ปลอดภัยไว้ก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ห่วงเรื่องความปลอดภัยของเหล่าสัตว์ตัวเล็ก-ใหญ่ เป็นสำคัญ

เคยได้ยินประสบการณ์จากเหล่าทาสน้องหมาในคอนโดฯ มาบ้าง ว่าเวลาต้องต้อนรับแขกที่มาเยือน หรือพอประตูเปิดปุ๊บ เจ้าสี่ขาแสนซนที่จ้องอยู่นั้น ก็พร้อมกระโจนออกไปได้ทุกเมื่อ ตะขอเกี่ยวรูปร่างแปลกตาจึงเกิดมาเพื่อการนี้ โดยขอเกี่ยวเช่นนี้ออกแบบร่วมกับสัตวแพทย์ ช่วยนั่งเลือก นั่งคิด และทดลอง จนได้ขอเกี่ยวลักษณะดวงกลม ช่วยให้ไม่รั้งหรือกระชากคอน้องจนบาดเจ็บเวลากระโดด รวมถึงป้องกันสายจูงที่ล็อกเอาไว้ไม่ให้หลุด เวลาน้องหมาพยายามวิ่งออกไป

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

แถมยังมีอีก 2 จุดคือในห้องน้ำฝั่งเปียกและแห้งเพื่อง่ายต่อการอาบน้ำและไดร์ขน แถมโซน Shower Area ก็ไม่ต้องห่วงหากน้องมีปัญหาซุกซน เพราะออกแบบกันตั้งแต่ค่า R10 ของพื้นให้มีความลื่นพอดี สุขภัณฑ์ต่างๆ อย่างฝักบัวแยก สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ออกแบบให้ควบคุมด้วยมือเดียวได้ หากอีกมือจับเจ้าสัตว์เลี้ยงเอาไว้ ที่นั่งอาบน้ำก็ออกแบบให้รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม และยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมให้น้องๆ นั่ง มีตะแกรงกันกลิ่น 3 ชั้น ช่วยกรองไม่ให้ขนอุดตัน หรือถึงแม้มีปัญหาเกี่ยวกับท่อน้ำ ก็ไม่ต้องขึ้นไปเคาะประตูรบกวนห้องด้านล่างอีกต่อไป เพราะทุกห้องในโครงการของ Whizdom The Forestias ใช้ระบบท่อระบายออกทางด้านหลังไว้ การซ่อมแซมจึงจะไม่ก่อให้เกิดปัญหากวนใจใคร

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

พื้นด้านนอกออกแบบมาให้มีค่าความลื่นต่างจากพื้นห้องปกติเช่นกัน เหตุผลคือเพื่อช่วยเซฟขาและเข่าของสัตว์เวลาเดินในห้อง ซึ่งตัวพื้นเองผ่านการทดสอบรอยขูดขีดของพื้น รวมทั้งยังเป็นวัสดุที่ทนความชื้นและทำความสะอาดง่าย หากเจ้าสัตว์เลี้ยงเล่นปัดถ้วยน้ำหกหรือขับถ่ายไม่เป็นที่ ก็จะไม่เกิดปัญหาในภายหลัง ไปจนถึงการยกปลั๊กไฟให้อยู่สูง 1 เมตร ซึ่งมากกว่าห้องทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ส่วนการดีไซน์ห้องครัวแบบปิดนั้น เพื่อช่วยเรื่องกลิ่นและความสะอาดขณะทำอาหาร

เจ้าของไม่อยู่ หนูร่าเริง

เชื่อว่าหลายคนที่โอ๋สัตว์เลี้ยงเหมือนกับลูกคนเล็ก แทบไม่อยากห่างจากอก แต่ถ้าเกิดจำเป็นต้องออกไปข้างนอกจริงๆ เหล่าสัตว์เลี้ยงก็อยู่ได้ เพราะข้อแรก มีน้องไข่ต้ม Home Automation อัจฉริยะทำหน้าที่สอดส่องภายในบ้าน ให้เราดูน้องไลฟ์สดผ่านโทรศัพท์ได้ 24 ชั่วโมง รวมถึงสั่งการทุกอย่างในบ้านได้ด้วยเสียงภาษาไทย หรือจะดูดวง ฟังพยากรณ์อากาศก็ทำได้เช่นกัน 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

และอีกข้อคือที่นี่มีประตูลับบานเล็ก หรือ Wicket Door เชื่อมห้องนั่งเล่นไปยังกรงด้านนอก ให้น้องแมวออกไปนั่งส่องนก หรือน้องหมาออกไปทำธุระส่วนตัว ช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นกวนใจ

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร


ก่อนจะมาเป็น Wicket Door แบบ Manual เช่นนี้ ก็พัฒนามาหลายขั้นตอนแล้วเช่นกัน ทั้งประตูใส่แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า แต่เมื่อสัตวแพทย์เข้ามาดูร่วมด้วย ก็พบว่าแม้จะสะดวกแต่หากเกิดเหตุแบตเตอรี่หมด สัตว์เลี้ยงติดอยู่ภายนอก ก็อาจเกิดอาการ Heatstroke ขึ้นได้ เลยพัฒนาต่อให้ง่ายและพร้อมใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ ไปจนถึงซี่กรงด้านนอกที่วัดและคำนวณขนาดซี่กรงแล้วว่า แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงตัวจิ๋วก็ผ่านออกไปไม่ได้ 

Love me, Love my pet

นอกจากสัตว์เลี้ยงแล้ว ภายในห้องยังคำนึงถึง Health and Wellbeing ให้คนเลี้ยงรู้สึกเหมือนอยู่บ้านอย่างแท้จริง ทั้งตู้เก็บของขนาดความลึกถึง 70 เซนติเมตร ให้ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าไปได้และมีพื้นที่เก็บของมากขึ้น 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

แม้กระทั่งแสงและสีในห้อง พวกเขาก็ให้ความสำคัญ ทั้งไฟที่เลือกค่าความสว่างใกล้ความจริงมากที่สุด ในตำแหน่งที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือบนเตียงที่สุด และสีที่เลือกมาแล้วว่าปลอดภัย ไม่ปล่อยสารระเหยหรือสารเคมีอันตรายใดๆ ออกมา

มีเครื่อง Fresh Air Fan เพื่อดึงอากาศบริสุทธิ์และออกซิเจนเข้ามาภายในห้อง ทำให้เรานอนหลับได้ลึกและดีขึ้น ส่วนอีกเครื่องที่คล้ายกันแต่อยู่ในห้องนั่งเล่น คือ ERV เครื่องแลกเปลี่ยนอากาศ ที่จะช่วยให้อากาศในห้องที่มีสัตว์เลี้ยงถ่ายเทอยู่เสมอ และช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 ให้ทั้งคนและสัตว์อยู่ในสภาวะสบายที่สุดแบบไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยให้ทาสอย่างเราๆ ประหยัดค่าไฟได้เพราะเครื่อง ERV ช่วยลดอุณหภูมิจากภายนอกได้ประมาณ 3 องศา และใช้แอร์แบบฝังฝ้าที่เป็นระบบน้ำเย็น จึงทำให้ไม่มีคอมเพรซเซอร์แอร์อยู่ตรงระเบียง จึงทำให้ไม่มีลมร้อนมารบกวน ก็ช่วยให้มีพื้นที่มากขึ้น ทำให้ใช้ระเบียงได้อย่างเต็มที่ 

วันไหนไฟดับก็ไม่ต้องห่วง เพราะจะมีไฟสำรองใช้ได้นานถึง 8 ชั่วโมง 

ทั้งหมดนี้ ทีมออกแบบเล่าให้ฟังว่าแต่ละห้องของ Petopia ถูกคิดอย่างถี่ถ้วนมาตั้งแต่ต้น รวมถึงพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ อย่างจริงจัง และตั้งใจแก้สารพัดข้อกังวลใจของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

กติกาการอยู่ร่วมกัน 

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากลากกระเป๋าพาเหล่าสัตว์เลี้ยงมาอยู่ ก็อาจต้องหมายเหตุกฎกติกาการอยู่ร่วมกันเอาไว้สักนิด ว่าถึงแม้จะเข้านอกออกในได้ทั่วทั้งตึก แต่สระว่ายน้ำและฟิตเนสอาจต้องงดเว้นเอาไว้เพื่อสุขอนามัย

แล้วเราจะพาสัตว์อะไรมาเลี้ยงได้บ้าง สัตว์แปลกๆ เข้าอยู่ได้ไหม ทางทีมงานก็รีบคลายข้อสงสัยให้ว่า อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ทำร้ายคน หรือเป็นอันตรายต่อสัตว์อื่นและเพื่อนบ้าน นำมาเลี้ยงได้ น้องสุนัขบางพันธุ์ที่ดุร้ายหรือสัตว์มีพิษอาจไม่ได้รับอนุญาต หากเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ ก็ต้องมาคุยกับทางทีมงานเป็นกรณีไป และอาจมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักตัวและจำนวนของสัตว์เลี้ยงเพิ่มด้วย ว่าต้องไม่เกิน 25 กิโลกรัมต่อตัวเมื่อโตเต็มวัย ในห้องขนาดไม่เกิน 50 ตารางเมตรเลี้ยงสัตว์ได้ 2 ตัว ขนาด 50 – 90 ตารางเมตรได้ไม่เกิน 3 ตัว และ 90 ตารางเมตรขึ้นไปเลี้ยงได้สูงสุด 4 ตัว รวมถึงเจ้าตูบ เจ้าเหมียว และบรรดาสัตว์เลี้ยง ต้องผ่านการฝึกกับผู้เชี่ยวชาญของโครงการประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้คุ้นชินกับสถานที่และอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ได้ 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

นอกจากนี้ ยังมีอาคารเพื่อนบ้านอีก 2 อาคาร อย่าง Destinia & Mytopia สำหรับคนโสด คู่รัก หรือครอบครัวเล็กๆ ที่อยากได้พื้นที่ส่วนตัว ซึ่งทางทีมออกแบบก็คิดมาอย่างดีว่า ทำยังไงให้ตึกที่มีเหล่าน้องๆ แสนรักก็จะไม่มารบกวนตึกข้างเคียง

ในโครงการยังมีความพิเศษอีกมากมาย ที่เหล่าคนรักสัตว์เลี้ยงคงต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง แต่ทั้งหมดนี้ก็อาจพอทำให้เราเข้าใจแล้ว ว่ายังมีที่อยู่อาศัยที่เห็นถึงความสำคัญของคุณภาพทุกชีวิต แถมยังเป็นแห่งแรกๆ ที่เราพบว่าทุ่มเทและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อทั้งคน สัตว์เลี้ยง และเพื่อนบ้านคนรักสัตว์ด้วยกัน อยู่ร่วมกันอย่างดีและมีความสุข จนอยากชวนเข้าไปสัมผัสความตั้งใจของพวกเขา

โครงการ WHIZDOM THE FORESTIAS PETOPIA ที่อยู่อาศัย Pet Friendly เปิดให้เข้าไปเยี่ยมชมแบบส่วนตัวพร้อมเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวโปรดแล้วตั้งแต่วันนี้ นัดหมายเข้าชมล่วงหน้าได้ที่ bit.ly/2Uwif6q โทร. 1265 หรือผ่านช่องทาง LINE OA : MQDC ที่ bit.ly/3xUA8KVt

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load