The Cloud x Startup Thailand

ใครๆ ก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

นับวันความฝันนี้เริ่มกลายมาเป็นความฝันร่วมสมัยสำหรับคนยุคใหม่ หากแต่พอจะเริ่มทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ความเป็นไปได้ที่เจ้าของกิจการมือใหม่จะไม่ต้องวุ่นวายและใช้เวลายาวนานกับการทำความเข้าใจตัวเลข บัญชี และระบบหลังบ้านต่างๆ รวมไปถึงงานเดินเอกสาร วางบิล และใบแจ้งหนี้ นั้นเป็นไปได้แค่ไหน?

กฤษฎา ชุตินธร หนึ่งในผู้ก่อตั้ง FlowAccount ร่วมกับพี่และเพื่อนเข้าใจปัญหานี้ดี เมื่อเขาเริ่มทำธุรกิจของตัวเองแล้วพบว่า นอกจากจะต้องรู้ลึกรู้จริงในธุรกิจที่ตัวเองทำ เขายังต้องเจียดเวลาไม่น้อยมาทำความเข้าใจกับเรื่องบัญชี ไม่ว่าจะเป็นทำบัญชีด้วยมือ ออกแบบการบันทึกบัญชีด้วยตัวเอง หรือแม้แต่การซื้อโปรแกรมทำบัญชีสำเร็จรูปมาใช้งาน แต่ทุกทางล้วนมีปัญหา ไม่ยากเกินไป ก็ไม่สะดวกต่อการใช้งาน

“มันควรมีบัญชีเบื้องต้นที่ใครๆ ก็ทำเองได้ ที่เหลือส่งให้สำนักงานบัญชีทำ เมื่อบริษัทขยับขยายใหญ่ขึ้นค่อยหาโปรแกรมที่ซับซ้อนขึ้นมาใช้” กฤษฎาเล่าที่มาที่ไปของ FlowAccount สตาร์ทอัพที่พัฒนาเครื่องมือทางธุรกิจ ผู้เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจเจ้าของกิจการมือใหม่ทุกคน

นอกจาก FlowAccount จะออกแบบหน้าตาการใช้งานให้ง่ายและเป็นมิตรสมกับความตั้งใจแล้ว สตาร์ทอัพใจดีนี้ยังมีทีมงานนั่งคอยรับโทรศัพท์เป็นสายด่วน คอยให้คำปรึกษา สร้างความกระจ่าง ให้ทุกคนที่เคยมืดแปดด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัญชี ภาษี รวมไปถึงการทำธุรกิจ

“การมีทีมให้คำปรึกษาผู้ใช้บริการเป็นความตั้งใจแรกของเราอยู่แล้ว เพราะตอนเราทำกิจการเองเรามั่วมาก เราเลยเอาความรู้สึกตรงนั้นมาว่าถ้ามีคนตอบคำถามเราได้คงดีนะ

“เวลาจะทำเครื่องมือแก้ปัญหาอะไร ให้พัฒนามาจากประสบการณ์ของตัวเองในฐานะผู้ใช้มาก่อน ถ้าเราไม่ใช่ผู้ใช้ มันยากที่จะเข้าใจปัญหาจริงๆ” กฤษฎาแนะนำ

“เรามองว่า FlowAccount มีโอกาสขยายฐานผู้ใช้ไปได้อีกมาก เพราะแนวโน้มของคนที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวมีมากขึ้น หรือแม้แต่คนที่ทำงานฟรีแลนซ์ที่อาจจะผันเป็นเจ้าของบริษัทด้วยเหตุผลทางภาษี

“เราหวังว่าสตาร์ทอัพนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบกิจการหน้าใหม่มีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาทำ” กฤษฎาเล่าถึงความตั้งใจของเขา

FlowAccount เพื่อนคู่ใจเจ้าของกิจการมือใหม่

FinTech สตาร์ทอัพสายป๊อป

แม้สตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับบัญชีได้รับการจัดหมวดหมูให้อยู่ในสตาร์ทอัพ FinTech ที่กำลังมาแรง แต่สำหรับกฤษฎาแล้วเขาไม่ได้เลือกที่จะทำธุรกิจสายนี้เพราะกระแสนิยมนั้น

“ตอนที่เราเริ่มทำ เราไม่ได้สนใจมาก่อนว่า FlowAccount เป็น FinTech เราเพียงแค่อยากทำในสิ่งที่เชื่อและสนใจ แต่โชคดีที่มีกระแสเข้ามาด้วยพอดี” กฤษฎาขยายความถึงสิ่งสำคัญอย่างความตั้งใจจริง เพราะหากไม่ได้มีแพสชันในสิ่งที่ทำก็อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงทางอุปสรรคต่างๆ และอาจจะพบกับความไม่ยั่งยืน “การทำสตาร์ทอัพต้องลงทุนทั้งเวลาและเงินถึงจะสำเร็จ ดังนั้นหากตั้งใจจะทำอะไรก็ควรเป็นสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ” กฤษฎากล่าว

ทั้งนี้ กฤษฎามองว่าการเริ่มทำสตาร์ทอัพในปัจจุบันนั้นค่อนข้างจะถูกที่ ถูกเวลา เนื่องจากมีเวทีให้พิสูจน์ตัวมาก เช่นเดียวกับเขาที่ได้รับทั้งโอกาส เงินทุนและการสนับสนุนผ่านการประกวดจากหลายสนาม

“สิ่งที่เราทำพิสูจน์ว่าไอเดียง่ายๆ ที่ไม่ได้พิสดาร และใครๆ ก็สามารถคิดได้ ก็มีโอกาสได้รับการสนับสนุน เพียงแค่ต้องลงมือทำ และถ้าเราพิสูจน์ได้ว่าเราทำจริงจังอย่างต่อเนื่องและทุ่มเท ทำด้วยความตั้งใจ ทำดีที่สุดเท่าที่ความสามารถเรามี เราก็มีโอกาสได้รับการสนับสนุนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากต้องลงทุนทำเองทั้งหมดเราอาจมาไม่ถึงวันนี้”

มาถึงตอนนี้ FlowAccount เดินทางมาถึงปีที่ 3 ซึ่งสิ่งที่คอยชุบชูใจให้เขามีความสุขกับสิ่งที่ทำคือเสียงตอบรับจากผู้ใช้งาน

FlowAccount เพื่อนคู่ใจเจ้าของกิจการมือใหม่

“เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำ ทำให้ผู้ประกอบการรู้สึกดี เขาโทรมาบอกว่า ‘ใช้งานง่าย แม้จะไม่เคยใช้งานมาก่อน’ หรือ ‘ทำธุรกิจมาแล้วสิบกว่าปีเพิ่งเริ่มใช้ FlowAccount ทำให้เห็นว่ามีรายได้เท่าไหร่ในแต่ละเดือน’ ผลตอบรับเหล่านี้ทำให้เรามีแรงตั้งใจทำต่อไปมากขึ้น”

แม้เรื่องราวของ FinTech จะได้รับการพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง เมื่อถามถึงโอกาสของสตาร์ทอัพหน้าใหม่ในสายนี้ กฤษฎาเห็นว่ายังมีโอกาสอยู่อีกมาก

“มีความเป็นไปได้อีกเยอะมาก ข้อดีที่สุดของ FinTech คือการที่ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงเครื่องมือทางการเงินเร็วขึ้น สะดวกขึ้น ด้วยต้นทุนที่ถูกลง เช่น สามารถกู้เงินได้โดยไม่ผ่านโครงสร้างเดิม” กฤษฎาขยายความต่อถึงวิธีหาไอเดียเริ่มต้นสตาร์ทอัพที่สามารถทำได้ง่ายๆ โดยมองหาช่องทางจากต่างประเทศว่าสิ่งใดที่เมืองนอกมีแล้วเมืองไทยไม่มี ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจต้องมองไปถึงบริบทของประเทศและความสนใจของตนเองด้วย

อย่างไรก็ตามแต่ละสตาร์ทอัพล้วนมีความเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน

สำหรับ FinTech นั้น กฤษฎามองว่าความท้าทายหลักอยู่ที่ผลงานต้องมีความน่าเชื่อถือเพียงพอ เนื่องจากเรื่องที่เกี่ยวกับการเงินเรื่องที่อ่อนไหวเป็นพิเศษ อีกทั้ง FinTech เป็นสายที่มีการควบคุมด้านนโยบายซึ่งต้องมีใบอนุญาตจึงจะดำเนินการได้

สำหรับโอกาสในการขยายธุรกิจต่อไปของ FlowAccount กฤษฎาเล่าให้ฟังว่า “เราต้องประเมินศักยภาพของตัวเองว่าเราทำได้แค่ไหน ส่วนใหญ่สตาร์ทอัพมักเริ่มในกลุ่มเป้าหมายเล็กๆ ของตัวเองแล้วค่อยขยาย ซึ่งสำหรับเรา เรายังคงเชื่อว่าเป้าหมายหลักเป็นการช่วยเหลือคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ การช่วยเหลือเจ้าของกิจการมือใหม่คือสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข เราจึงอยากสนับสนุนลูกค้ากลุ่มนี้ที่เข้ามาใหม่ในตลาดเรื่อยๆ” แม้กลุ่มเป้าหมายยังคงเป็นกลุ่มเดิม แต่ FlowAaccount ก็ยังมีภารกิจมองหาโซลูชันใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานลดเวลาในการทำบัญชีได้ไม่รู้จบ

FlowAccount เพื่อนคู่ใจเจ้าของกิจการมือใหม่

Startup Thailand Entrepreneurs Under 35
สาขาการเงิน (FinTech)

กฤษฎา ชุตินธร, Co-founder of FlowAccount

Website: FlowAccount.com

Writer

ภัทรมน สุขประเสริฐ

เคยทำงานข่าว ยังขีดเขียนบ้างบางคราว ชอบสำรวจบ้านเมืองสังเกตผู้คน กินง่ายมาก อยากเล่นบอร์ดเกมทุกอาทิตย์

Photographer

กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

เป็นช่างภาพ เป็นผู้ชาย เป็นลูกคนเดียว เป็นคนหลับง่าย เป็นคนใจเย็น เป็นคนพูดไม่สุภาพ เป็นคนขี้เซา เป็นคนเดินเร็ว เป็นคนไม่ฉลาด เป็นคนธรรมดา เป็นคนไทย

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

มาตั้งสติจากแนวคิดและบทเรียนน่ารู้ของสตาร์ทอัพที่น่าจับตา

“ขอให้หายป่วยไวๆ นะครับ พวกเราจะช่วยมาส่งอาหารให้พี่ทุกวันเอง”

ประโยคจากไรเดอร์ของบริษัทหนึ่งที่กล่าวกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่กักตัวอยู่บ้าน

ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจเดลิเวอรี่ที่ดุเดือด บางบริษัทต้องถอนตัวออกจากตลาด ในวงการการส่งอาหาร บริษัทใหญ่ๆ ยังคงขาดทุนอยู่ 

‘SKOOTAR’ สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดยคนไทย เพื่อคนไทย ก่อตั้งใน ค.ศ. 2014 สามารถทำกำไรได้ 

ปัจจุบันอยู่มา 6 ปีแล้ว ล่าสุดแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่ Robinhood ตกลงเป็นพาร์ตเนอร์กับ SKOOTAR และให้ไรเดอร์ของบริษัทช่วยส่งอาหารให้ 

ในธุรกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างมาก และการเผชิญกับบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ SKOOTAR อยู่รอดและเติบโตได้อย่างไร

SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’

จุดเริ่มต้น

“ผมไม่ได้ชนะใครเลย” เป็นคำตอบของ ม.ล.กมลพฤทธิ์ ชุมพล หรือ คุณโก้ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สกู๊ตตาร์ บียอนด์ จำกัด เมื่อเราถามว่า สิ่งที่ทำให้ SKOOTAR เอาชนะเจ้าอื่นได้คืออะไร 

“เราอยู่รอดได้ เพราะเราโฟกัสว่า ลูกค้าคือใคร แก้ปัญหาอะไรให้เขา”

SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’

ตอนเริ่มตั้งธุรกิจ คุณโก้และทีมผู้บริหารตั้งเป้าหมายไว้ว่า SKOOTAR จะแก้ปัญหาให้ธุรกิจไทยและเมสเซนเจอร์

ทีม SKOOTAR เริ่มตั้งแต่การเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของ SMEs ที่ต้องใช้บริการเมสเซนเจอร์ และคุยกับตัวเมสเซนเจอร์เอง 

“ผมไปที่ศูนย์รับเช็ค พี่ๆ เมสเซนเจอร์เขาต้องนั่งรอคิวกันสองสามชั่วโมงอยู่แล้ว ผมก็ไปชวนเขาคุยเรื่องชีวิต ถาม A day in a life ไปนั่งข้างเขาเลย ชวนคุย รอนานไหม หาลูกค้าอย่างไร” คุณโก้เล่าถึงช่วงเริ่มต้นทำแอปพลิเคชันนี้ 

ในสมัยนั้น เมืองไทยยังไม่มีแอปพลิเคชันเรียกเมสเซนเจอร์หรือสั่งอาหารอย่างแพร่หลายนัก เจ้าของธุรกิจ SMEs ที่ต้องส่งเอกสาร วางบิล หรือรับเช็ค ก็ต้องวิ่งไปเองบ้าง หรือจ้างวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยให้ช่วย บางครั้งก็ประสบปัญหาเมสเซนเจอร์หลงทางบ้าง หรือทำเอกสารตกหล่นบ้าง ฝั่งเมสเซนเจอร์ก็มีปัญหาเรื่องการหาลูกค้า ตลอดจนการคิดคำนวณราคา

แอปฯ ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวทั้งหมด ผู้ใช้งานกดเรียกเมสเซนเจอร์จากโทรศัพท์ได้ มีระบบติดตามว่าเมสเซนเจอร์วิ่งไปถึงไหนแล้ว ราคาเป็นมาตรฐาน และออกใบเสร็จให้กับลูกค้าที่เป็นองค์กรได้ ส่วนเมสเซนเจอร์ก็ได้ค่าจ้างที่ดี และมีลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ 

ด้วยบริการที่ยังไม่มีในเมืองไทย ทำให้ SKOOTAR ระดมทุนได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถระดมทุนจากโครงการ DTAC Accelerate สำหรับทุนก้อนแรก ระดมทุนจากกองทุน 500 Startups และกองทุน Galaxy Ventures รวมไปถึงได้รับเงินทุนจากนักลงทุนอิสระ (Angel Investors) ด้วย

ช่วยแก้ปัญหาที่คาดไม่ถึง

ในช่วงต้นนั้น ทางบริษัทมองว่าลูกค้าคือกลุ่มองค์กร และ SKOOTAR จะมาช่วยส่งเอกสารต่างๆ ในขณะนั้นยังไม่มีบริการ Food Delivery แพร่หลายอย่างทุกวันนี้ ครั้งหนึ่ง มีคุณแม่ลูกเล็กท่านหนึ่งติดต่อเข้ามา ลูกเธอป่วย แต่เธออยู่คนเดียวกับลูก ออกไปซื้ออาหารและยาไม่ได้ ตอนนั้นเป็นเวลาค่อนข้างดึกแล้ว จึงลองเรียก SKOOTAR ดู 

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณโก้และทีมเห็นว่า ธุรกิจได้ช่วยเหลือผู้คนในแบบที่คาดคิดไม่ถึง

รูปแบบธุรกิจของ SKOOTAR เองจึงค่อยๆ เปลี่ยนไป จากเดิมที่นิยามตนเองว่าเป็น ‘เมสเซนเจอร์ออนไลน์มือโปร’ ก็ปรับเป็น ‘บริการขนส่งด่วนออนไลน์มือโปร’ เนื่องจากบริษัทมิได้จัดส่งแค่เอกสารเพียงอย่างเดียว แต่ส่งสิ่งของ (สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์) และอาหาร ช่วงโควิด-19 มีการช่วยโรงพยาบาลให้ส่งอาหารถึงผู้ป่วยและผู้ที่ต้องกักตัวในราคาย่อมเยา และวางแผนขยายไปให้บริการในจังหวัดอื่นต่อ

SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’
SKOOTAR สตาร์ทอัพให้บริการด้วยหัวใจ และมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร’

‘มือโปร’ 

คุณโก้ใช้คำว่า ‘มือโปร’ อยู่บ่อยครั้งเมื่อกล่าวถึงนิยามธุรกิจนี้

ทาง SKOOTAR ฝึกเมสเซนเจอร์ให้เป็นมือโปรอย่างแท้จริง บริษัทอื่นอาจสอนไรเดอร์ให้ใช้แอปพลิเคชันเป็น แต่ที่นี่เริ่มตั้งแต่สอนมารยาทการบริการ เอกสารมีกี่ประเภท เมื่อรับเอกสารมา ลองสังเกตและแจ้งผู้รับว่า เซ็นเอกสารตรงไหน เอกสารฉบับไหนคือสำเนา แผ่นไหนคือต้นฉบับ ต้องแยกให้ออก

นอกจากนี้ การอบรมยังละเอียดถึงขั้นสอนเมสเซนเจอร์ให้รู้จักวิธีเข้าเช็ค เมสเซนเจอร์รู้จักคำว่า ใบ D/O ใบ B/L (เอกสาร 2 ชนิดนี้คืออะไร อ่านเฉลยได้ตอนท้ายบทความ) 

หากเป็นไรเดอร์ที่มีหน้าที่ส่งอาหาร ก็จะสอนวิธีจัดวางอาหาร วางแบบใดอาหารจะไม่หก และส่งถึงมือลูกค้าได้โดยสวัสดิภาพ 

ในช่วโควิด-19 นี้ เมสเซนเจอร์ของ SKOOTAR บางคนก็สร้างความประทับใจให้ลูกค้าด้วยความใส่ใจเช่นนี้ บ้านหนึ่งครอบครัวเดินทางและลืมให้อาหารสุนัขที่บ้าน จึงให้ไรเดอร์ไปซื้ออาหารและฝากเทให้สุนัขกิน เมื่อเจ้าของดูจากกล้องวงจรปิด ก็เห็นไรเดอร์ค่อยๆ จัดถาดอาหาร และเปิดกล่องอาหาร เอาฝาพัดให้อาหารหายร้อน และเรียกให้น้องหมามากิน 

‘คน’ สำคัญ

อะไรคือคำแนะนำที่อยากฝากให้กับน้องๆ ที่สนใจทำสตาร์ทอัพ

คำตอบแรกที่คุณโก้ตอบทันทีคือ เลือกเพื่อนร่วมอุดมการณ์ดีๆ ยิ่งตำแหน่งสำคัญ ยิ่งต้องใช้เวลา 

ในอดีต SKOOTAR เลือกทีมงานอย่างรวดเร็ว แม้บางคนมีทักษะดี แต่ Mindset ไม่ตรงกับทีมงานคนอื่น จึงทำให้เกิดปัญหากันในทีมค่อนข้างมาก หรือบางครั้ง พนักงาน 2 คนทำตำแหน่งเดียวกัน มีทักษะพอๆ กัน แต่คนหนึ่งมี Mindset ที่ดี ทำให้ผลงานแตกต่างจากพนักงานอีกคนเป็นอย่างมาก

ตัวอย่างของ Mindset ที่สตาร์ทอัพนี้มองหาในผู้สมัคร คือ ‘Be the Solution’ กล้าริเริ่มเสนอแนะ ลงมือทำ ‘Be Adaptive’ ลองปรับตัว ลองใช้เครื่องมือใหม่ๆ ในการทำงาน ลองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ‘Be Kind’ เห็นอก เห็นใจ รับฟังกัน 

ครั้งหนึ่ง ในออฟฟิศมีพนักงานคนหนึ่งกำลังเร่งเตรียมงานแต่งงาน รุ่นพี่อีกคนหนึ่งก็อาสาช่วยทำงานบางส่วนให้ เพราะไม่อยากให้น้องทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว นี่คือลักษณะของ Be Kind ในแบบของ SKOOTAR 

คำถามสัมภาษณ์งานในอดีต จะเน้นไปที่การดูว่าผู้สมัครทำอะไรได้บ้าง เคยทำงานลักษณะไหนมา แต่ปัจจุบัน รูปแบบของคำถามเปลี่ยนไป คำถามส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การเข้าใจ Mindset ของคนคนนั้น เช่น เป้าหมายชีวิตคืออะไร มีโปรเจกต์ไหนที่ทำแล้วรู้สึกภูมิใจที่สุด หรือให้ลองจัดลำดับดูว่าตนเองต้องการแบบไหน A. ความสำเร็จ B. เพื่อนร่วมงานที่ทำงานเข้ากันได้ดี ไม่มีปัญหา C. คำยกย่อง คำชื่นชม คำถามเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจวิธีคิดและทัศนคติของผู้สมัครได้ดี

SKOOTAR ยังให้ความสำคัญกับไรเดอร์ คุณโก้บอกกับทีมงานเสมอว่า คนขับก็คือลูกค้าของเรา หากคนขับไม่มีความสุข ก็จะไม่มีคนไปดูแลลูกค้าต่อ มีการสำรวจความพึงพอใจของไรเดอร์อย่างต่อเนื่อง มี Line Group ของทีมงานกรุ๊ปหนึ่ง ชื่อ ‘Driver Marketing’ เป็นทีมเฉพาะกิจช่วยดูแลความสุขของเมสเซนเจอร์โดยเฉพาะ 

คนขับบางคนต้องรับภารกิจไปส่งอาหารให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่กักตัว ทางทีมก็จะสื่อสารกับคนขับว่า พวกเราเป็นไรเดอร์มือโปรฯ มีภารกิจที่สำคัญอย่างไร นั่นทำให้ไรเดอร์ไปส่งอาหารพร้อมบอกลูกค้าว่า “ขอให้หายป่วยไวๆ นะครับ พวกเราจะช่วยมาส่งอาหารให้พี่ทุกวันเอง”

สตาร์ทอัพขนส่งด่วนออนไลน์มือโปรสัญชาติไทยที่บริการด้วยใจ และตั้งใจจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่างมืออาชีพ

การเลือกและการเติบโต

ที่ผ่านมา SKOOTAR ประสบความสำเร็จในการระดมทุนจากกองทุนและนักลงทุนอิสระอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อถึงจุดที่เงินทุนเพียงพอ ทางบริษัทตัดสินใจที่จะยังไม่ระดมทุนเพิ่มอีก

“เราดูแลธุรกิจไทย” คุณโก้กล่าวอย่างชัดเจน

SKOOTAR ‘เลือก’ โฟกัสว่า ลูกค้าหลักคือลูกค้าองค์กร ไม่ได้จะขยายใหญ่เพื่อไปแข่งกับบริษัทรายใหญ่รายอื่น แทนที่จะเอาเงินทุนมาขยายธุรกิจให้ใหญ่โต แต่กลับใช้เงินทุนและกำไรที่มี ลงทุนกับการรับฟังลูกค้าและช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

ลูกค้ารีวิวคนขับว่าอย่างไรบ้าง มีไรเดอร์คนไหนมีปัญหาหรือไม่ 

มีการทำแบบสำรวจ และ Net Promoter Score (การวัดความพึงพอใจลูกค้า และสำรวจว่าลูกค้ายินดีแนะนำบริษัทต่อให้ผู้อื่นหรือไม่) 

มีเคสหนึ่ง ลูกค้าต้องการส่งเค้กหน้านิ่ม ซึ่งเป็นขนมที่บอบบางและเสี่ยงต่อการขนส่งเป็นอย่างยิ่ง ทีมงานก็ประชุมกันเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาให้กับลูกค้า โดยเสนอวิธีการแพ็กและให้คำแนะนำเพิ่มเติมกับไรเดอร์เพื่อให้การส่งปลอดภัยยิ่งขึ้น

การมุ่งแก้ปัญหาให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ทำให้ได้พบกับโอกาสในการขยายธุรกิจ จากการรับส่งเอกสารเพียงอย่างเดียว ก็เริ่มขยายมาส่งพัสดุ สินค้า ตลอดจนการส่งอาหาร ล่าสุด ยังมีบริการพัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการระบบขนส่งให้กับองค์กรใหญ่ๆ อีกด้วย และในปลายปีนี้ จะเปิดให้บริการขนส่งด้วยรถขนาดใหญ่ รองรับกับความต้องการลูกค้าที่สูงขึ้นในช่วงโควิดนี้ 

เรื่องราวของธุรกิจนี้ทำให้เห็นวิถีสตาร์ทอัพโดยคนไทย เพื่อคนไทย ที่มองเห็นลูกค้าและความต้องการของพวกเขาชัดตั้งแต่วันแรก แม้รูปแบบธุรกิจจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่สิ่งที่ SKOOTAR ยังตั้งใจรักษาอยู่ คือการมุ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่าง ‘มือโปร

สตาร์ทอัพขนส่งด่วนออนไลน์มือโปรสัญชาติไทยที่บริการด้วยใจ และตั้งใจจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าอย่างมืออาชีพ

หมายเหตุ : 

  • ใบ D/O หรือ Delivery Order คือ ใบปล่อยสินค้า ผู้นำเข้าจำเป็นต้องใช้สำหรับนำไปปล่อยตู้สินค้าที่ท่าเรือหรือท่าอากาศยาน
  • ใบ B/L มาจากคำว่า Bill of Lading หมายถึง ใบตราส่งสินค้าทางเรือ ใช้แจ้งว่าใครคือเจ้าของสินค้า ตลอดจนรายละเอียดสินค้า

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load