วันสิ้นปีใกล้เข้ามาอีกครั้ง สำหรับหลายๆ คน นี่อาจเป็นโอกาสที่จะได้พักงาน หนีไปเที่ยวไกลๆ สักแห่ง แต่หากปีใหม่นี้ยังไม่มีแพลนไปเที่ยวที่ไหน เราขอชวนทุกคนมาตกในห้วงภวังค์ไปกับ ‘นิทรรศการดาวจรัสฟ้า’ (Starry Sky Illumination) นิทรรศการภาพถ่ายดาราศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Science and Technology Museum) ที่รวบรวมภาพถ่ายดาราศาสตร์จากช่างภาพมืออาชีพและมือสมัครเล่นทั่วโลก ภาพถ่ายจากอวกาศโดยศิลปินชาวจีน และภาพภ่ายดาราศาสตร์โดยศิลปินชาวไทย จากความร่วมมือของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) รวมทั้งหมด 110 ภาพ จัดแสดงในกล่องแสง (Light Box) ขนาดต่างกันในห้องนิทรรศการที่มืดสลัว ช่วยส่งให้ภาพถ่ายเหล่านั้นยิ่งโดดเด่นงดงามราวกับเห็นจริง

การนำนิทรรศการจากต่างประเทศเข้ามาจัดแสดงที่ไทยนั้นไม่ใช่แค่ยกมาก็จัดแสดงได้เลย พี่ต่าย หรือ คุณอุมาภรณ์ เครือคำวัง ผู้อำนวยการกองวิชาการ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เล่าให้เราฟังถึงเบื้องหลังการทำงานที่ต้องมีการพัฒนาเนื้อหาร่วมกัน เพื่อให้นิทรรศการสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นผู้ชมชาวไทยมากที่สุด

“โซนที่เราเพิ่มเข้ามาตั้งชื่อว่า โซนดวงดาราห่มฟ้าเมืองไทย ซึ่งเดิมทีทางจีนเขามีภาพของไทยแค่สามสี่ภาพ แต่เรามี MOU แลกเปลี่ยนทางวิชาการกับสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ทางนั้นเขามีช่างภาพทางดาราศาสตร์ที่เก่งมากๆ ชื่อ คุณศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ภาพในโซนไทยประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์เป็นภาพของคุณศุภฤกษ์ทั้งหมดเลย”

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

“นิทรรศการชุดนี้ก็จะมีภาพที่ถ่ายที่เมืองไทยแต่เกิดจากมุมมองของคนจีน เพราะว่าคนจีนเขามาเที่ยวประเทศไทยที่จังหวัดสุโขทัยแล้วเขาก็ถ่ายรูปพระพุทธรูปที่นั่น ซึ่งภาพคนจีนกับภาพคนไทยจะต่างกัน ลองสังเกตนะว่าภาพคนจีนถ่ายจะโฟกัสสิ่งปลูกสร้าง วัดก็จะเป็นพระปรางค์ใหญ่ๆ แต่ถ้าเป็นภาพที่คนไทยถ่ายจะเน้นท้องฟ้า สิ่งปลูกสร้างจะเล็กๆมืดๆ แต่ฟ้าจะกว้างใหญ่”

การจัดเรียงภาพถ่าย ถูกออกแบบให้มีความต่อเนื่องเพื่อสื่อสารความหมายบางอย่างและกำหนดอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชมให้สามารถเห็นความเชื่อมโยงของท้องฟ้ายามค่ำคืนจากทั่วโลก เมื่อดูภาพถ่ายต่อเนื่องกันมาจนถึงโซนหนึ่งโลกฟ้าเดียว (One World One Sky) ที่จัดแสดงภาพถ่ายท้องฟ้าในสถานที่สำคัญจากทั่วโลก จากลุ่มแม่น้ำไนล์ ไปจนถึงภูเขาไฟฟูจิ ก็ชวนให้สงสัยว่าการตีความหมายความงดงามของปรากฏการณ์บนท้องฟ้าของผู้คนต่างสถานที่ หลากอารยธรรม จะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

“อย่างต่ายเป็นคนชอบดูกลุ่มดาว ต่ายก็อยากรู้ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร ความหมายมันคืออะไร ในแต่ละชาติ แต่ละวัฒนธรรมมันมีความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน มันมีกลุ่มดาวหลายๆกลุ่มที่คนอียิปต์เห็น คนไทยเห็น ฝรั่งเห็น เห็นกลุ่มเดียวกัน แต่ด้วยความเชื่อ วัฒนธรรมต่างๆ มันทำให้เขาตีความแตกต่างกันออกไป”

ความโดดเด่นของนิทรรศการนี้ไม่ใช่แค่การจัดแสดงภาพนิ่งเท่านั้น แต่ยังมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดแสดง เพื่อทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ร่วมชมดวงดาราในสถานที่จริงอีกด้วย

“คุณซูต้ายี่ คิวเรเตอร์ของนิทรรศการนี้ก็ไม่ได้เป็นคนที่จบทางด้านดาราศาสตร์โดยตรง แต่ว่าเขาก็มีความสนใจด้านนี้ จริงๆ เขาเป็นโปรแกรมเมอร์ มาทางสายไอที แต่เป็นสายไอทีที่ชอบทางด้านดาราศาสตร์ ชอบถ่ายภาพ เขาก็จะมีนำศิลปะการถ่ายภาพและการใช้เทคโนโลยีมาผสมผสานกัน”

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

หนึ่งในห้องที่สะกดเด็กๆ วัยกำลังซุกซนให้อยู่นิ่งได้ชะงัดราวกับโดนเสกคือห้อง Starry Night Time-Lapse จัดแสดงภาพเคลื่อนไหวของท้องฟ้าจากหอดูดาวขององค์กรวิจัยท้องฟ้าซีกโลกใต้แห่งยุโรป สถานีอวกาศนานาชาติ และนักถ่ายภาพดาราศาสตร์ทั่วโลก โดยใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบไทม์แลปส์ ซึ่งจะย่อระยะเวลาการเคลื่อนที่ของดวงดาวใน 1 คืนให้เหลือเพียง 7 นาที ฉายบนจอขนาดใหญ่จนเหมือนว่าดวงดาวที่เปล่งประกายเคลื่อนผ่านกาลเวลาไปอย่างรวดเร็ว แต่อันที่จริงแล้วพี่ต่ายได้เฉลยให้เราฟังว่า ดวงดาวที่ดูเหมือนจะเคลื่อนรอบโลก แท้จริงแล้วพวกมันไม่ได้ขยับไปไหน แต่เป็นเพราะโลกหมุนรอบตัวเองในหนึ่งคืนต่างหาก

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

อีกไฮไลต์สำคัญที่พลาดไม่ได้คือการท่องอวกาศเสมือนจริงในโซน Space Travel ที่เราจะได้ท่องไปในห้วงอวกาศ เรียนรู้ความเป็นมาของระบบสุริยะและสังเกตเนบิวลาและกาแลกซีด้วยตาเปล่าของเราเองด้วยความคมชัดระดับ 4K การออกแบบการเล่าเรื่องและการเคลื่อนไหวของดวงดาวที่วูบวาบน่าตื่นเต้นบนจอ 270 องศา ยิ่งเพิ่มความสมจริงจนสามารถเรียกเสียงฮือฮาจากเด็กๆได้ไม่ขาดสาย แต่สำหรับผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัยเราคงต้องขอเตือนไว้ก่อนว่าห้องนี้อาจทำให้คุณตาลายได้

“เขาไม่เรียกสิ่งที่อยู่ในนั้นว่าเป็นภาพยนตร์ เขาเรียกว่าเป็น Virtual Space Travel มันคือการใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์สร้างเป็นดิจิทัลคอนเทนต์ขึ้นมา คุณอาจจะไม่รู้ว่าในห้องควบคุมมีเซิร์ฟเวอร์ตัวใหญ่มากอยู่ในนั้น เป็นฐานข้อมูล LEDA (The Lyon-Meudon Extragalactic) ที่รวบรวมข้อมูลกาแลกซี่ล่าสุดที่สุดในเดือนเมษายน 2018 ดังนั้น ข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในห้อง Space Travel เป็นชุดฐานข้อมูลกาแลกซี่ทั้งหมดที่นักดาราศาสตร์เคยค้นพบ

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

“มันคือการใช้เครื่องฉาย 4K สามตัวที่ต้องฉายภาพให้ซิงค์กันทั้งหมด ซึ่งต่ายเห็นช่างทำก็ดูเหมือนไม่ยากนะ แต่ตอนคุยนี่ปวดหัวน่าดู คือเราก็มีปัญหาเรื่องเพดานของเรา เราขอแค่ 3 เมตรได้ไหม เขาก็บอกไม่ได้ เขาอยากให้งานออกมาดูยิ่งใหญ่อลังการ เราต้องเอาพวกรางไฟออกหมดเลย ไม่เคยรื้ออะไรมากเท่านี้มาก่อน แต่มันก็จำเป็น เพราะไม่อย่างนั้นมันก็จะไม่ได้ภาพที่เราเห็น”

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

ก่อนจบนิทรรศการ มาทำใจให้สงบนิ่งลงอีกครั้งด้วยการสัมผัสประสบการณ์แสงออโรร่าในห้องฉายดาวหกเหลี่ยมในโซนห้วงลึกแห่งจักรวาลกับดาว 40 ล้านดวง (Inner Cosmo) ที่ใช้เครื่องฉายดาว Super Megastar IIB ฉายภาพดวงดาวจากแคตาล็อก Gaia DR2 ซึ่งอัพเดตล่าสุดและครบถ้วนที่สุดของโลก โดยเราจะได้เห็นดาวกว่า 40 ล้านดวงเป็นจุดเล็กๆ พาดผ่านท้องฟ้าพร้อมกับวัตถุอวกาศอื่นๆ อีก 140 ชิ้น เสมือนว่าเรานั่งมองท้องฟ้าจริงจากพื้นโลกโดยไม่มีแสงไฟหรือเมฆมาบดบัง หากใครมีเวลาหรือใครที่มาเป็นกลุ่ม จะแข่งกันหากลุ่มดาวหรือชวนกันมองหาดาวเทียมดวงเล็กๆ วิ่งผ่านท้องฟ้าไปด้วยก็น่าสนุกดี

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

การนำเสนอความรู้ทางดาราศาสตร์ผ่านศิลปะการถ่ายภาพถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้นิทรรศการดาวจรัสฟ้าเข้าถึงได้ง่าย เพียงแค่ผู้ชมได้เข้าไปดื่มด่ำกับภาพที่เห็นตรงหน้า หรือสนุกไปกับการจินตนาการประสบการณ์ในห้วงอวกาศ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะกระตุ้นความคิด สร้างแรงบันดาลใจที่อาจจะต่อยอดไปสู่การเรียนรู้และค้นพบสิ่งใหม่ที่น่าหลงใหลต่อไปได้ เหมือนเช่นที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกหลงใหลไม่ต่างกัน

“คุณอาจจะไม่รู้ว่านักวิจัยทางด้านดาราศาสตร์เขาทำอะไรกัน เขาพยายามค้นหาสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในจักรวาล พยายามค้นหาที่มาของแสงที่มันเป็นอดีตไปแล้ว การมองขึ้นไปบนท้องฟ้ามันคือการมองขึ้นบนอดีต เราไม่รู้หรอกว่าบางทีแสงที่เราเห็น ณ ปัจจุบันนี้ ต้นกำเนิดของมันอาจจะตายไปแล้ว เพราะว่าแสงมันใช้เวลาเดินทางนานมาก หลายล้านปีแสงกว่าจะมาถึงเรา แสงจากดวงอาทิตย์เดินทางมาถึงโลกใช้เวลา 8 นาที ดังนั้น แสงที่เราเห็นคืออดีตของดวงอาทิตย์เมื่อ 8 นาทีที่แล้ว แต่ดาวที่เราเห็นระยิบระยับบนฟ้ามันเดินทางนานกว่านั้นมาก หลายพันล้านปีแสงกว่าจะมาถึงเรา ดาวแต่ละดวงก็มีอายุของมัน ไม่ใช่ว่าจะอยู่ตลอดกัลปาวสาน บางดวงอาจจะระเบิดไปแล้ว ต่ายถึงพูดเสมอว่าการที่เรามองฟ้าคือการมองอดีตของสิ่งสิ่งหนึ่งนั่นเอง”

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

นิทรรศการ ‘ดาวจรัสฟ้า’ (STARRY SKY ILLUMINATION) เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562 ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  แล้วคุณจะได้รู้ว่าในเวลาที่นอนไม่หลับ นอกจากจะมีหน้าจอสมาร์ทโฟนเป็นเพื่อน มนุษย์ เรายังมีจอที่ใหญ่กว่านั้นมาก เพียงแค่แหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ก็จะพบกับดวงดาวให้พินิจพิเคราะห์ได้ไม่มีวันจบสิ้น

นิทรรศการดาวจรัสฟ้า

Writer & Photographer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Museum Minds

ความคิดใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ ที่กำลังขับเคลื...

3 กุมภาพันธ์ 2565
2 K

1. Architect to Artist

“ผมรู้สึกกังวลมากที่จะเปิดตัวงานศิลปะของผมสู่โลกใบนี้ เพราะผมรู้สึกว่าศิลปะเป็นการเอาจิตวิญญาณออกมาจัดแสดง” บิล เบนสลีย์ (Bill Bensley) กล่าวตรงทางเข้านิทรรศการ LOVE CAMP EXPLORE DREAMS ของเขา “ผมกังวลว่าจะถูกเรียกว่าเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ… แต่คุณรู้ไหม ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า” 

แน่นอนว่าในห้องจัดแสดงขนาดใหญ่ 4 ห้องของบิล ปราศจากผ้าใบว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง ตรงกันข้าม มันอัดแน่นไปด้วยสรรพสีสันความสนุกสนานตระการตา งานกว่า 150 ชิ้นในหลากหลายเทคนิค ตั้งแต่จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ ไปจนถึงประติมากรรมรูปตัวละครหมุนได้ขนาดยักษ์ ล้วนเล่าเรื่องผู้คนและสถานการณ์จากมุมมองและอารมณ์ขันของบิล ประหนึ่งว่าผู้ชมกำลังเดินเล่นอยู่ในหัวสมองของเขา อีกทั้งเขามีสไตล์ที่ชัดเจนมาก (ชวนให้คิดถึงลัทธิ Fauvism) จนหลาย ๆ ครั้งเราเกือบลืมไปว่า ผู้ชายอายุ 60 กว่าที่กำลังนำชมแต่ละภาพบนฝนังอย่างกระตือรือร้นคนนี้ ที่จริงแล้วเป็นสถาปนิกชื่อดังระดับโลก และเพิ่งหันมาจับพู่กันวาดรูปอย่างจริงจังมาเพียง 3 ปีเท่านั้น!

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า
LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

2. Imagination

ถ้าเราจะทำความเข้าใจโลกของบิล ก็ต้องย้อนกลับไปดูพื้นหลังเขาสักนิด บิล เบนสลีย์ เป็นชาวอเมริกันโดยกำเนิด เกิดวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งตามโหราศาสตร์จะบอกว่าได้รับอิทธิพลจากทั้ง 2 ราศี คือมีความมุมานะแบบชาวราศีมังกร และช่างฝันแบบชาวราศีกุมภ์ ซึ่งก็ไม่ผิดนัก เขาเติบโตท่ามกลางสวนส้มในรัฐแคลิฟอร์เนียกับคุณพ่อผู้เป็นนักวิจัยวิศวกรรมให้นาซ่า 

หลังจบการศึกษาที่ฮาร์วาร์ด บิลได้ย้ายมาทำงานที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ซึ่งเขาตกหลุมรักกับผู้คน วัฒนธรรม และภูมิประเทศ จนตัดสินใจตั้งรกราก เปิดบริษัท Bensley Design สาขาแรกที่กรุงเทพฯ ในปี 1989 และที่บาหลีปี 1990 โปรเจกต์แรก ๆ ของสตูดิโอเขาเป็นงานภูมิสถาปัตย์และออกแบบสวนต่าง ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายไปทำตกแต่งภายใน จนได้ออกแบบทั้งโรงแรมเลยในที่สุด 

“คำขวัญของผมคือ Lebig gila, Lebih Baik” บิลชิ้นให้เราดูป้ายภาษาอินโดนีเซียที่ห้อยอยู่เยื้อง ๆ กับงานของเขา “มันแปลว่า ยิ่งแปลกยิ่งดี… เราไม่ควรจะหยุดอยู่กับสิ่งดาษดื่น ถ้าเราทำสิ่งที่ต่างไปจากคนอื่น ๆ ได้ ยิ่งถ้ามันเป็นสิ่งที่คนไม่เคยเห็นมาก่อนยิ่งดี” 

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

บิลบอกว่าเขาต้องการเปลี่ยนนิยามของความ ‘หรูหรา’ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จากวัตถุที่สิ้นเปลืองมาเป็นประสบการณ์ที่รักษ์โลก เขายึดมั่นในปรัชญานี้ในการเนรมิตรีสอร์ตกว่า 200 แห่ง ใน 30 ประเทศทั่วโลกตลอด 30 ปีที่ผ่านมา แต่ละโปรเจกต์ของเขาล้วนไม่ธรรมดา อาทิ Four Seasons Tented Camp Golden Triangle ในจังหวัดเชียงราย ที่นอกจากเป็นโรงแรมสไตล์แคมป์ปิ้งระดับหรูหราแห่งแรกของบิลแล้ว ยังเป็นพื้นที่อนุรักษ์ช้างป่าด้วย

ที่โรงแรม Four Seasons เกาะสมุย เขาใช้แนวคิด Minimal Intervention คือออกแบบรอบ ๆ ต้นไม้และภูมิทัศน์เดิมทั้งหมด เพื่อคงเส้นทางการไหลของน้ำตามธรรมชาติไว้

ที่ประเทศกัมพูชา เขากว้านซื้อที่ดินในแทบเถือกเขาคาร์ดามอน เพื่อสร้าง Shinta Mani Wild โรงแรมที่แขกต้องโหนตัวจากเส้นสลิง Zipline 380 เมตร ผ่านยอดไม้และน้ำตกเพื่อเข้าไปที่พัก (พร้อมรับจินโทนิกเป็น Welcome Drink) แต่สิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ รายได้ทั้งหมดจากโรงแรมบริจาคให้มูลนิธิเพื่อป้องกันการลักลอบตัดไม้และฆ่าสัตว์ อีกทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอีกด้วย 

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

 3. Outsider

“ในทุก ๆ วันตลอด 40 ปีที่ผ่านมา กุญแจสำคัญในการทำงานของผม คือการรายล้อมตัวเองด้วยคนที่เก่งกว่าผม” พวกเขาเหล่านั้นเป็นแรงบันดาลใจบิลพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ 

หนึ่งในคนเก่งที่บิลพูดถึงนี้คือ ศิลปินชื่อ เคท เสปนเซอร์ (Kate Spencer) โดยบิลเลือกภาพของเธอมาตกแต่งห้องแต่ละห้องในโปรเจกต์ที่ Kittitian Hill “งานของเธอมหัศจรรย์มาก” เธอเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้เขาจับพู่กันและวาดภาพอย่างจริงจัง “เมื่อผมได้เริ่มแล้วผมก็หยุดไม่ได้ ทำให้ทุกครั้งที่ผมเดินทางไปไซต์งานสถานที่ต่าง ๆ ต้องติดเหล่าดินสอและพู่กันไปด้วย” 

 และถึงแม้ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบิลจะเดินทางน้อยลงเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่การวาดรูปของเขายังดำเนินอย่างต่อเนื่อง (แถมมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ!) บิลเล่าว่าพอตื่นนอนปุ๊บ เขาจะวาดรูปก่อนไปออฟฟิศ หลังเลิกงานเขาก็จะพาเจ้าสุนัขทั้ง 6 ของเขาไปวิ่ง จากนั้นกลับบ้านมาก็จะวาดรูปก่อนนอนเป็นกิจวัตรทุกวันไม่มีเว้น โดยแนวศิลปะที่บิลสนใจคือภาพเขียนที่ทำโดยชาติพันธุ์ท้องถิ่น หรือ Primitive Art เพราะมันทำให้เขารู้สึกว่าเขาเองก็ทำได้ และเป็นศิลปะที่เข้าถึงง่าย มีอารมณ์ขัน 

“ผมเรียกตัวเองว่าศิลปินคนนอก (Outsider Artist) เพราะผมเป็นคนนอกจริง ๆ สำหรับวงการวิจิตรศิลป์ และผมไม่เสแสร้งที่จะเป็นอย่างอื่น” 

4. Solo Exhibition

หลังจากที่เขาได้จัดการประมูลผลงานไปเมื่อปีที่แล้ว โชว์นี้เป็นงานนิทรรศการเต็มรูปแบบครั้งแรกที่ River City Bangkok ของบิล โดยงานของเขาถูกนำมาร้อยเรียงเป็น 4 ช่วงตามชื่ออย่างตรงไปตรงมา 

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

ส่วนแรกคือ ‘LOVE’ ที่บิลบอกว่า “พูดถึงความรักที่เรามีให้กันและกันระหว่างมนุษย์ ไปจนถึงความรักที่มีให้โลกใบนี้” ภาพแรกที่เราจะเห็นเมื่อเข้าไปด้านในเป็นภาพวาดลายเส้นขนาดใหญ่ “จริง ๆ แล้วมันเป็นกระดาษขนาด A3 จำนวน 44 แผ่นต่อกัน” บิลชี้ให้เราดู “มันเป็นขนาดที่ผมวางบนตักแล้ววาดได้ตอนที่อยู่บนรถตู้ บนเครื่องบิน หรือที่ไหนก็ได้ รวม ๆ แล้วใช้เวลาประมาณปีครึ่ง ภาพนี้เกี่ยวกับบ้านของเราในกรุงเทพฯ” 

ตรงกลางภาพมีผู้ชายเปลือยนอนนวยนาดอยู่ ล้อมรอบไปด้วยรายละเอียดยิบยับที่สื่อถึงตัวตนและความสนใจของผู้วาด เขาชี้ให้เราดูโซนที่เป็นรูปงานเลี้ยงดินเนอร์ในฝันของเขา รอบโต๊ะนั้นมีแขกเป็นคนดังมากมายอย่าง Basquiat, Andy Warhol, Picasso, Albert Einstein, Frank Lloyd Wright ฯลฯ ส่วนตรงหัวโต๊ะคือรูปตัวบิลเอง และที่ขาดไม่ได้ด้านขวามือติดกันคือ คุณหนึ่ง-จิระชัย เร่งทอง คู่รักคู่ชีวิตของคุณบิลที่รู้จักกันมากว่า 30 ปี 

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

“จิระชัยชอบปลูกสับปะรดสีมาก” บิลบุ้ยใบ้ไปที่ภาพที่เต็มไปด้วยพันธุ์พฤกษาสีสดทรงแปลกตาที่อยู่เยื้อง ๆ กัน “ที่สวนของเรานั้นแน่นเอี้ยดไปด้วยต้นไม้ อย่างรูปนี้จะเห็นคนสวนทูนต้นไม้ไว้เหนือหัว เหมือนจะถามว่า ให้ผมวางมันตรงไหนครับ จิระชัย” เราตั้งข้อสังเกตกับบิลว่าเขาสามารถนำหลากหลายสีสันมาผสมกันในภาพได้อย่างลงตัว 

“ผมชอบใช้สีเยอะ ๆ ในงานของผมนะ ผมเชื่อว่าสิ่งเดียวในโลกที่ควรถูกแยกสีคือการซักผ้า!” 

ในโซนที่สอง ‘CAMP’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเข้าค่าย แต่เป็นการ ‘เล่นใหญ่’ เป็นคำที่มักใช้พูดถึงลักษณะเฉพาะของชาวเพศสภาพที่หลากหลาย “จากการได้มาอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน ผมรักประเทศไทยด้วยหลาย ๆ เหตุผล โดยเฉพาะการเปิดกว้างของผู้คน” บิลค่อย ๆ เล่าเบื้องหลังของแต่ละภาพให้เราฟัง

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า
LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

 ไม่ว่าจะเป็น ‘Eva and Eve’ ภาพที่เขาวาดคู่หญิงรักหญิงในสวนสวรรค์ ‘Hasan just loves his new pair of Guccis’ รูปชาวมุสลิมที่คงความเปรี้ยวด้วยแว่นตาแฟนชั่นสุดเก๋ ‘Isan Diva’ เกย์อีสานสุดเลิศเชิด ภาพลูกครึ่งผิวสีผู้เป็นที่รักของทุกคนในตลาดปากคลองตลาด ‘Bangkok loves Me’, ‘It’s not who you marry that matter, it’s who you divorce’ ภาพนายแบบใส่บูทคาวบอยคู่โปรดของบิล ไปจนถึงภาพแอบสแตร็กต์ที่ได้แรงบันดาลใจจากแดร็กควีนชื่อดังอย่าง Rupaul ฯลฯ 

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า
LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า
LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

เรียกได้ว่าเป็นโซนที่เราได้เห็นคารมคมคาย การจิกกัด และอารมณ์ขันของศิลปินผ่านการใช้คำและข้อเขียน ทั้งที่อยู่บนผืนผ้าใบเอง ไปจนถึงการตั้งชื่องานด้วย “ภาพเหล่านี้เล่าเรื่องชุมชน LGBTQ ในประเทศไทยผ่านสายตาของผม โดยเฉพาะกลุ่มที่มักจะมาปาร์ตี้กันตอนสุดสัปดาห์ที่บ้านของผม”

นอกจากนี้บนผนังห้องโซนนี้ยังมีชุดงานเชิงทดลองที่น่าสนใจ โดยบิลบอกเราว่ามีช่วงหนึ่งเขาเลือกศิลปินที่เขาชอบวันละหนึ่งคน เพื่อเป็นโจทย์ในการสร้างภาพของวันนั้น ๆ ผลที่ได้คือภาพบางภาพก็มีการเล่นสีแบบโกแกง บางภาพมีทรงเรขาคณิตแบบปิกัสโซ่ และบางภาพมีการวาดรายละเอียดระยิบระยับแบบคลิมต์ 

“เวลาเป็นมัณฑกร ผมมักจะเปลี่ยนสไตล์ไปเสมอ ๆ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาจ้างเราอีก การวาดภาพผมก็ทดลองหาสไตล์ใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน” 

“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”

พูดถึงการค้นหา ห้องถัดไปมีธีมคือ ‘EXPLORE’ มีศิลปะที่เล่าถึงการเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ของเขา ซึ่งบิลบอกว่าการเดินทางถือเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจหลักของเขา เราได้เห็นภาพสถาปัตยกรรมที่คุ้นตาจากหลายเมืองหลายประเทศ ทั้งโบสถ์จากโปรตุเกส ตึกจากหลวงพระบาง ตัวมอมและเจดีย์อย่างล้านนา เมืองในอเมริกาใต้ ฯลฯ แต่มีงานจำนวนไม่น้อยที่พูดถึงพูดคนหมู่เกาะปาปัว ที่บิลพบเจอในช่วงปี 2019 

“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”
“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”
“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”

“ผมนั่งเรือที่ชื่อว่า Kudanil Explorer ไปสำรวจหมู่เกาะที่มีวิถีชีวิตอย่างดั้งเดิม ไร้การรบกวนจากโลกสมัยใหม่ เนื่องจากผมพูดภาษาอินโดนีเซีย นอกจากผมจะได้เรียนรู้เรื่องราวท้องถิ่นแล้ว พวกเขายังให้ผมสเก็ตซ์รูปของพวกเขาด้วย!” 

ส่วนห้องสุดท้ายชื่อว่า ‘DREAMS’ แปลตรงตัวว่า ‘ความฝัน’ ซึ่งเป็นห้องที่เราชอบที่สุดด้วยหลาย ๆ เหตุผล เริ่มจากชุดภาพในห้องนี้มีจินตนาการที่โลดโผนกว่าห้องอื่น แถมมีชุดภาพหนึ่งที่บิลบอกว่าอยากจะต่อยอดเป็นหนังสือนิทานเด็ก (เราคิดว่าเหมาะมาก ๆ) “ภาพเหล่านี้ผมเริ่มวาดกับหลาน ๆ ของผม พวกเขาอายุ 3 ขวบ 5 ขวบ และ 7 ขวบ การได้ฟังพวกเขาคุยกันเกี่ยวกับศิลปะ ช่วยปรับความคิดของผมให้ไม่ยึดติดกับสัดส่วนที่ถูกต้อง”

เยื้อง ๆ กันยังมีประติมากรรมหน้าคน 2 คนที่ห้อยลงมาจากเพดาน เราประทับใจแบกกราวนด์ของมัน เป็นภาพเขียนห้องนอนลายเส้นสีฟ้าที่สวยมาก ๆ ผนังนี้เหมือนเป็นการผสานทักษะทางมัณฑนศิลป์ของบิล เข้ากับวิจิตรศิลป์อย่างตัว นอกจากนั้นงานในห้องนี้ยังมีการลดทอนกว่าห้องอื่น ๆ บางชิ้นเป็นเส้นรูปดอกบัวซ้อนกัน บางชิ้นเป็นทรงธรรมดาแต่ชูเทคนิคที่บิลใช้ขี้ผึ้งและไฟ (!) ในการเผามันขึ้นมา อีกทั้งยังมีประติมากรรมลอยตัวทรงประหลาดกลางห้องอีกหลายชิ้น เมื่อมาอยู่รวมกันแล้วสร้างบรรยากาศของจักรวาลมหัศจรรย์ในหัวของบิลได้อย่างน่าสนใจ 

อ้อ อีกอย่างที่เราประทับใจมาก ๆ คือ ตลอดพื้นที่นิทรรศการนี้มีมุมเก้าอี้สวย ๆ ให้ผู้ชมนั่งดูงานอย่างชิลล์ ๆ ไม่เกร็งเหมือนหอศิลป์ทั่วไป สมแล้วกับการเป็นนักออกแบบพื้นที่มือหนึ่งจริง ๆ 

5. Conservationist Dream

ในห้องนี้บิลบอกเล่าถึง ‘ความฝัน’ อันสูงสุดของเขากับเราด้วย “โฟกัสหลักของผมตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือการได้ช่วยคนที่กัมพูชา และได้เป็นนักอนุรักษ์ที่แท้จริง (Real Conservationist) งานผมที่กัมพูชาเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง มันทำให้ชีวิตผมมีจุดหมาย” รายได้ทั้งหมดจากการขายงานในนิทรรศการนี้ บิลจะมอบให้กับการดำเนินงานของมูลนิธิ ShintaMani Foundation ที่กัมพูชาเพื่อพัฒนาและเลี้ยงชีพคนยากไร้ที่นั้น 

“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”

ควบคู่ไปกับอีกโจทย์ที่บิลให้ความสำคัญมาก ๆ คือการป้องกันการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ ในป่าคาร์ดามอม ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดารใหญ่แห่งสุดท้ายของเอเชีย โดยบิลบอกว่าเงินบริจาค 1,000 ดอลลาร์ สามารถจ้างงานหน่วยลาดตระเวนโดย The Wildlife Alliance ได้ 20 วัน ในเวลานั้นพวกเขายึดเลื่อยไฟฟ้าได้กว่า 3,000 ชิ้น และปกป้องรักษาพื้นที่ป่าได้หลายร้อยเฮกเตอร์ 

“น่าเศร้าที่ในช่วงการระบาดของโควิด เราต้องทำงานหนักขึ้น เนื่องจากกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้เพิ่มขึ้นสูงมาก” เงินจำนวนนี้ยังสามารถเป็นทุกการศึกษาที่โรงเรียน ShintaMani Hospitality Training School ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เปิดขึ้นพร้อมกับโรงแรมของเขาตั้งแต่ปี 2014 เพื่อสร้างโอกาสและหารายได้ให้กับคนด้อยโอกาสในท้องถิ่น ซึ่งตอนนี้มีนักเรียนที่จบไปแล้วเกือบ 300 คน ทุกคนหาอาชีพและเลี้ยงคนในครอบครัวตัวเองได้ ทำให้ต่อมามีการตั้งกองทุนและสหกรณ์เพื่อพัฒนาการกินอยู่ของคนในชุมชนด้วย

“ผมหวังว่าอนาคตจะได้ทำงานเกี่ยวกับการ Recycling, Upcycling และการสร้างโรงแรมที่ช่วยผู้คน ช่วยสังคม และช่วยการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน”

สุดท้ายการชมนิทรรศการนี้ทำให้เรารู้ว่า แม้เขาจะเปลี่ยนสื่อไป แต่แก่นสารหัวใจความเป็นนักอนุรักษ์ในงานของ บิล เบนสลีย์ ยังคงเดิมชัดเจน

“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”

นิทรรศการ LOVE CAMP EXPLORE DREAMS โดย Bill Bensley

เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันที่ RCB Galleria 1 ชั้น 2 

ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/RiverCityBangkok
โทรศัพท์ 02 237 007

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

สิปปกร วงศ์ธนาภา

ช่างภาพที่หลงรักชุมชนต่าง ๆ ทั่วไทย จนอยากบอกเลิกกับกรุงเทพฯ รักตัวหนังสือที่ทำเห็นภาพ จนอยากบอกเลิกกับกล้องตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load