สงขลาเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีอะไรมากมายให้เที่ยวชม ทั้งเขตเมืองเก่าที่สวยงาม เดินถ่ายรูปได้ทุกซอกซอย มีทะเลที่สงบกว่าที่ไหนๆ มีขนมโบราณโฮมเมด ไหนจะมีทุเรียนรสชาติดีราคาถูกให้คุณได้กินจุใจ

แม้ฉันจะตาลุกวาวกับทุกสิ่งข้างต้นที่เล่ามา แต่เป้าหมายของการมาสงขลาครั้งนี้คือการไป ‘หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา สงขลา’ หรือ ‘หอดูดาวสองทะเล’ หอดูดาวแห่งแรกของภาคใต้ และเป็นหอดูดาวครบวงจรแห่งที่ 3 ของประเทศไทยถัดจากจากนครราชสีมาและฉะเชิงเทรา

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา
หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา
หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

เพียงก้าวแรกที่ไปถึง ฉันก็ตาลุกวาวกับภาพของหอดูดาวสุดโมเดิร์นตรงหน้า ทั้งเมื่อประกอบกับวิวที่มองเห็นทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทยแล้วยิ่งทำให้หอดูดาวตรงหน้าสวยจับใจขึ้นไปอีก

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

เมื่อมาหอดูดาว ภารกิจหลักจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากดูดวงดาว แม้การเป็นเด็กต่างจังหวัดของฉันจะทำให้ฉันตื่นตาตื่นใจกับการดูดาวน้อยกว่าเพื่อนจากเมืองกรุงเล็กน้อย เพราะหากคุณอยู่ในที่ไกลแสนไกล ตกดึกเพียงก้าวออกมาจากบริเวณบ้านก้าวสองก้าว คุณก็จะเจอดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้า 

แต่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนนี่นาว่าดาวที่เห็นคือดาวอะไร ทั้งไม่เคยเห็นวงแหวนดาวเสาร์เป็นวงๆ กับตา ฉันจึงขอหยุดตื่นตาตื่นใจกับภาพสองทะเลตรงหน้าสักนิด เพื่อไปศึกษาดาราศาสตร์จริงๆ จังๆ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

ดวงดาวกับชาวใต้

อาจารย์ต้อ-เฉลิมชนม์ วรรณทอง ผู้อำนวยการหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา สงขลา

อาจารย์ต้อ-เฉลิมชนม์ วรรณทอง ผู้อำนวยการหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา สงขลา และอาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เท้าความให้ฉันฟังว่า การดูดาวสัมพันธ์กับชีวิตคนใต้มาตั้งแต่ในอดีต ถึงขั้นมีคำกล่าวว่าหากดูดาวไม่เป็น ชาวประมงก็ออกทะเลไปหาปลาไม่ได้ ทั้งคนใต้ยังถือว่าทิศในการนอนเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อครั้นวิถีชีวิตยังผูกพันอยู่กับป่า คนใต้จะนอนหันหัวไปทางทิศใต้ เพื่อหากเกิดอะไรขึ้น เมื่อตื่นมาจะเจอทิศเหนือเสมอ และความคิดนี้ยังคงส่งผลมาถึงปัจจุบัน

แม้วิถีชีวิตคนใต้จะผูกพันกับดาวมาก แต่กลับไม่มีหอดูดาวในบริเวณภาคใต้เลย การศึกษาเรื่องดาราศาสตร์แต่ละครั้ง ชาวใต้ต้องเดินทางกว่า 1,000 กิโลเมตร สู่เมืองหลวง อาจารย์จึงอยากกระจายโอกาสให้ทั่วถึงทุกคน

อาจารย์ต้อ-เฉลิมชนม์ วรรณทอง ผู้อำนวยการหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา สงขลา

แล้วความหลงใหลด้านดาราศาสตร์ซึ่งนำมาสู่การสร้างหอดูดาวนี้เริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหน เราสงสัย

“ตอน ม.สาม ผมบังเอิญสอบได้ที่หนึ่งของจังหวัด แล้วได้โอกาสไปแข่งวิชาการต่อที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งมีบัตรกำนัลให้เลือกอยู่สองใบ คือสวนสยาม และท้องฟ้าจำลอง เอกมัย 

“เด็กบ้านนอกได้เข้ากรุงเทพฯ ครั้งแรก ก็เลือกท้องฟ้าจำลอง หลังจากนั้นมันคือเปลี่ยนชีวิตผมเลย มีแบบนี้ด้วยเหรอ ทำไมเด็กกรุงเทพฯ ถึงได้โอกาสแบบนั้น ทำไมผมถึงได้ไปแค่คนเดียว เพื่อนในห้องผม เด็กบ้านผม ไม่ได้รับโอกาสนี้” 

อาจารย์เล่าถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตที่ทำให้เลือกเรียนด้านดาราศาสตร์และพยายามจะให้คนใต้ได้มีโอกาสศึกษาด้านดาราศาสตร์เหมือนที่ครั้งหนึ่งเขาและเด็กในเมืองกรุงมากมายได้รับ 

ให้เด็กใต้ได้เห็นว่าวงแหวนดาวเสาร์สวยงามขนาดไหน และหลุมบนดวงจันทร์หน้าตาเป็นอย่างไร

ดาราศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์สร้างคน

กว่าจะเป็นหอดูดาวอย่างที่เห็นไม่ใช่เรื่องง่าย อาจารย์ต้องพยายามบุกบั่นปั้นโครงการนี้มากว่า 16 ปี รวมถึงใช้ที่ดินของตัวเองเพื่อสร้างความฝันนี้ให้กลายเป็นความจริง 

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

โครงการนี้ได้รับความช่วยเหลือหลักมาจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติและบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด

คุณคมสันต์ โอ๊ยนาสวน ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายกิจการสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด แอบมาดูแล้วเห็นผมอยู่เดินคุมงานก่อสร้างอยู่ ท่านเห็นผมครั้งแรกก็นึกว่าเป็นคนงาน เพราะผมตัวเกรียม ผมกระเซอะกระเซิง ไม่คิดว่าผมเป็นผู้อำนวยการด้วยซ้ำ

“เขามาเสนอตัวขอให้เชฟรอนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างแรงบันดาลใจด้วยกัน เพราะดาราศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์ที่สร้างคนได้” ไม่เพียงแต่ให้ทุนสร้างหอดูดาวเท่านั้น เชฟรอนยังให้ทุนสนับสนุนเรื่องการออกโร้ดโชว์ตามโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย

“เราเอาอุปกรณ์นิทรรศการบางส่วนไปจัดแสดงที่ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช เอากล้องออกไปตั้งเพื่อเด็กตามโรงเรียนต่างๆ ได้เห็นจุดดับบนดวงอาทิตย์ เชฟรอนกับหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา สงขลา จึงเป็นเสมือนครอบครัวเดียวกัน ไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อเด็กๆ ด้วยกัน”

อาจารย์ต้อเล่าถึงการลงพื้นที่อย่างขะมักเขม้น เพื่อกระจายโอกาสให้เท่าเทียมดังอุดมการณ์ที่มีตั้งแต่ต้น

ส่องดาวซีกโลกใต้

ความพิเศษที่ทำให้หอดูดาวแห่งนี้โดดเด่นกว่าที่ไหนๆ คือการที่สงขลาอยู่ใกล้เส้นละติจูดมาก โดยอยู่เหนือจากเส้นศูนย์สูตรมาแค่ 7 องศา ทำให้หอดูดาวแห่งนี้เป็นจุดที่สังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าในซีกฟ้าใต้ได้ดีที่สุดในประเทศไทย 

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

“ที่นี่เราจะเห็นวัตถุท้องฟ้าในซีกฟ้าใต้เกือบทั้งหมด กลุ่มกางเขนใต้ กระดูกงูเรือใต้ พวกนี้ ทางเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ไม่มีสิทธิ์เห็น หรือยากมากที่จะได้เห็น แต่ทางนี้เห็นได้ชัดเจน กึ่งกลางทางช้างเผือก เราก็สังเกตการณ์ได้” 

ณ วินาทีที่อาจารย์เล่าจบ ฉันอยากบอกอังศุมาลินเหลือเกินว่าหากเธอเกิดในยุคนี้ เธอจะมีโอกาสได้เฝ้ามองโกโบริชัดๆ เต็มตาเลยนะ

ศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์อิสลามแห่งแรกของไทย

นอกจากเหมาะแก่การชมกลุ่มดาวซีกโลกใต้แล้ว ที่นี่ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์อิสลามแห่งแรกของไทยอีกด้วย

“ดาราศาสตร์อิสลามคือศาสตร์ของเวลา หนึ่งวันชาวมุสลิมต้องละหมาดห้าครั้ง คือเวลาย่ำรุ่ง กลางวัน เย็น พลบค่ำ และกลางคืน ซึ่งเวลาทั้งห้านี้เกิดจากการสังเกตตำแหน่งของดวงอาทิตย์นั่นเอง       

“ถัดมาคือการกำหนดเดือนใหม่ คือการนับจากการที่ดวงจันทร์เสี้ยวแรกปรากฏขึ้นบนฟากฟ้าซึ่งเป็นสิ่งที่สังเกตด้วยตาได้ยากมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าดวงจันทร์ทำมุมเท่าไหร่ กี่องศาจากขอบฟ้า

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

“หน้าที่ของเราจึงเป็นการรวบรวมข้อมูลที่แม่นยำที่สุดเพื่อสนับสนุนการประกาศต่างๆ ของจุฬาราชมนตรีซึ่งมี คุณลอญารี มามะ ลูกศิษย์ของผมและบุคลากรของหอดูดาวแห่งนี้ร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย” 

อาจารย์กล่าวถึงอีกภารกิจหลักของหอดูดาวแห่งสงขลา ดินแดนที่วัฒนธรรมไทย จีน และอิสลาม สอดประสานกันอย่างแน่นแฟ้นกลมเกลียว

สัมผัสดารา

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการที่ถูกออกแบบมาให้ทุกอาคารเชื่อมกันหมดแห่งนี้ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก หนึ่งคือ ท้องฟ้าจำลองที่เป็นโรงภาพยนตร์จอโค้งครึ่งทรงกลม 25 พิกเซล แสดงภาพเกือบสามมิติ ผู้ที่มาที่นี่ไม่ต้องใส่แว่นตาแดงน้ำเงินแต่อย่างใดก็สามารถเห็นอุกกาบาตเหมือนจะพุ่งเข้ามาหาได้ 

สองคือ โซนนิทรรศการเชิงโต้ตอบที่มีอยู่มากกว่า 14 โซน 

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

มีก้อนอุกกาบาตของจริงจากอาร์เจนตินาให้เด็กได้สัมผัสได้จริงว่านี่คืออุกกาบาตเหล็กจากนอกโลกที่มีค่าความหนาแน่นมากทำให้ยกขึ้นไม่ได้

มีเครื่องชั่งน้ำหนักแบบจำลองให้เล่นสนุกว่าคุณชั่งบนดาวดวงไหน คุณน้ำหนักเท่าไหร่ เรียกว่าขึ้นตาชั่งครั้งเดียวคุณชั่งน้ำหนักได้ทุกดวง ทั้งดาวเคราะห์และดวงจันทร์ 

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

มีเครื่องจำลองน้ำขึ้น น้ำลง ให้เด็กชมและทดลองสัมผัสได้ เรียนรู้จริงได้ ซึ่งฉันต้องขอบคุณอาจารย์มา ณ ที่นี้ เรียนวิทยาศาสตร์มาสิบกว่าปี เพิ่งเข้าใจหลักการน้ำขึ้นน้ำลงจริงๆ ก็วันนี้

สามคือ โซนดูดาวจริงๆ ด้วยกล้องโทรทรรศน์หุ่นยนต์ 0.7 เมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่ และทันสมัยเบอร์สองของอาเซียน ด้วยกล้องตัวนี้นี่เองที่ทำให้ฉันได้เห็นดาวเสาร์สมใจ ไม่ต้องเปิดรูปจากอินเทอร์เน็ตเพื่อดูวงแหวนของมันอีกต่อไป

เรียนรู้ดวงดาว เข้าใจโลกดวงนี้

หลังจากจ้องมองวงแหวนของดาวเสาร์จนภาพนั้นเข้าไปประทับอยู่ในใจแล้ว ฉันถามชายผู้อุทิศตนให้ดาราศาสตร์มาทั้งชีวิตว่า เมื่อดาราศาสตร์ไม่ส่งผลถึงปากท้อง ทำไมดาราศาสตร์จึงยังสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ตัวเล็กๆ อยู่

“เพราะดาราศาสตร์สอนให้เข้าใจความเป็นเหตุและผล ทำไมดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ทำไมหนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง ทำไมหนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวัน ทำไมหนึ่งปีมีสิบสองเดือน ทำไมไปหมด แต่มันมีเหตุและผลในตัวของมันเอง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้าคุณเข้าใจเหตุและผล คุณจะเรียนรู้ได้ทุกอย่างที่มีอยู่ในโลกใบนี้” ชายผู้หลงใหลดาราศาสตร์ตั้งแต่ ม.3 กล่าว

อาจารย์ต้อ-เฉลิมชนม์ วรรณทอง ผู้อำนวยการหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา สงขลา

ฉันนั่งฟังและนึกดีใจแทนคนใต้ที่มีโอกาสได้เข้าใจดาราศาสตร์ได้ง่ายๆ ไม่ต้องเดินทางกว่า 1,000 กิโลเมตร เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับฟากฟ้าอันน่าพิศวงอีกต่อไป

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

เทวรักษ์ รุ่งเรืองวิรัชกิจ

สาวอวบระยะสุดท้ายผู้หลงรักคาปูชิโน่เย็น สิ่งของจุกจิก เสื้อผ้าวินเทจ เเละเสียงเพลงในวันฝนพรำ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 พฤศจิกายน 2565

ทริปนี้เริ่มต้นแบบง่าย ๆ คิดแค่ว่าเงินเยนกำลังตก ไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในญี่ปุ่นน่าจะเป็นการเที่ยวที่ประหยัดดี พอไม่มีแผนการละเอียด ก็เลยคิดว่าเอารถแบบค่ำไหนนอนนั่นไปก็สะดวกกว่าพยายามจองโรงแรมล่วงหน้า และนี่ไม่ใช่หนแรกที่เราเช่ารถที่เป็นบ้านในประเทศญี่ปุ่น 

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเกิดสภาวะผู้คนหยุดเดินทาง เราเคยเช่ารถ RV ขับเที่ยวมาแล้วรอบหนึ่ง และพบว่าการท่องเที่ยวแบบนี้จุดหมายไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับคนที่อยู่ร่วมกันบนรถ

ญี่ปุ่นมีบริการเช่ารถแคมปิ้งและ RV หลายรูปแบบ รอบนี้เราเลือกแบบมีเต็นท์อยู่บนหลังคา ด้วยเหตุผลใหญ่ ๆ 3 ข้อ ข้อแรก รถ RV นั้นถึงมีพื้นที่ใช้งานสะดวกสบาย แต่ว่าขนาดรถที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ขับเข้าตรอกซอกซอยหรือขึ้นเขาลำบาก อีกข้อคืออยากลองนอนเต็นท์บนหลังคารถ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับการปรับแต่งรถของตัวเองที่เมืองไทยทีหลัง และข้อสุดท้ายคือบริษัทรถเช่ามีอุปกรณ์เครื่องนอนและแคมปิ้งให้พร้อมทุกอย่าง ขนมาแต่เสื้อผ้าและใบขับขี่ก็พร้อมเดินทางได้เลย

สิ่งสำคัญพื้นฐาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
และประหยัดสุดสำหรับการขับรถเที่ยว

เพื่อความประหยัดขั้นสุด เราวางแผนนอนตามที่พักริมถนนซึ่งไม่ต้องเสียเงินค่านอน ในญี่ปุ่นที่จอดรถพักริมทางเหล่านี้เรียกว่า มิจิ โนะ เอกิ (Michi-no-Eki) เรียกสั้นๆ ว่า ‘มิจิ’ ในเวลากลางวัน ตามมิจิจะมีร้านขายอาหารและของที่ระลึกพื้นถิ่น บางแห่งใหญ่โตเหมือนห้าง บางแห่งก็เล็ก ๆ เงียบสงบ แต่สิ่งที่ทุกแห่งมีเหมือนกันคือห้องน้ำสะอาด 24 ชั่วโมง ญี่ปุ่นมีห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดเกินมาตรฐานอยู่เกือบทุกแห่ง ขนาดจุดที่ในรีวิวเขียนว่าห้องน้ำไม่สะอาดก็ยังเรียกว่าไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก

ข้อดีของการขับรถแคมปิ้งคือ ถ้ามีห้องน้ำสาธารณะตรงไหน เราก็จอดนอนตรงนั้นได้เลย คนเข้าป่าบ่อย ๆ อาจจะเถียงค้านในใจนิดหนึ่งว่า ถึงไม่มีห้องน้ำก็ทำธุระได้ แต่ญี่ปุ่นนั้นการทำธุระในป่าเป็นเรื่องไม่ปกติ เลี่ยงได้ควรเลี่ยงให้ถึงที่สุด ด้วยเหตุผลของมารยาทในการใช้พื้นที่ส่วนรวม จึงควรไปทำธุระเฉพาะตามพื้นที่ที่จัดให้เท่านั้น

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เต็นท์ด้านบนรถเปิดออกรับวิวฤดูใบไม้ร่วงยามเช้า

เรื่องต่อมาจากห้องน้ำคือการอาบน้ำ การมาเที่ยวญี่ปุ่นของเรา ไม่ว่ากิจกรรมหลักจะเป็นอะไร ก็ต้องจัดเวลาไปแวะออนเซ็นทุกครั้ง หลังจากวันยาวนานหรือวันที่อากาศหนาวเย็น พอได้แช่น้ำอุ่นตอนจบวัน ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายเกลี้ยง การแช่น้ำแร่ช่วยรีเซ็ตร่างกายให้พร้อมกับวันพรุ่งนี้ได้ดีมาก ๆ

ออนเซ็นแบบ Stand Alone ส่วนใหญ่ปิดประมาณ 1 ทุ่ม เรามักวางแผนแวะไปก่อนอาหารมื้อเย็น กิจวัตรประจำวันหลัง 4 โมงเย็นคือ เราจะเปิดแอปฯ รวบรวมที่ตั้งมิจิ ออนเซ็น และแคมป์ไซต์ เพื่อหาว่าจะไปอาบน้ำที่ไหน แล้วขับต่อไปนอนที่ไหนโดยไม่ออกนอกเส้นทาง ซึ่งมุ่งสู่จุดท่องเที่ยวของวันต่อไป

โพรงกระต่ายของอลิซ

คุณลุค เจ้าของบริษัทรถเช่าถามเราว่า เจอบริษัทเขาได้อย่างไร เพราะเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน และไม่ได้ทำการตลาดเท่าไหร่ เราตอบเขาไปอย่างติดตลกว่า พวกเรา Google เก่ง แต่มันเป็นเรื่องจริง 

จุดท่องเที่ยวที่อยากไปผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ จากการเสิร์ชกูเกิลดูอะไรต่อมิอะไรต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ พอหาข้อมูลต่อก็พบสถานที่ใหม่ ๆ ที่อยากไปเห็นด้วยตาเพิ่มอีก เรียกว่าตกลงไปในโพรงกระต่ายของอลิซอย่างเต็มตัว

คืนแรกพวกเรากะว่าจะไปหาที่นอนใกล้ออนเซ็นลิงขึ้นชื่อ แต่จะแวะเที่ยวบ่อน้ำร้อนแช่เท้าที่คุซัตสึ (Kusatsu) ก่อนสักนิด ด้วยความโอ้เอ้ของวันแรกและฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง กว่าจะถึงคุซัตสึก็เย็นแล้ว เลยต้องปรับแผนใหม่ หาออนเซ็นดี ๆ หาข้าวอร่อย ๆ กิน แล้วขับรถออกไปหามิจิที่ไม่ไกลนอนแทน

เช้าวันต่อมาเส้นทางขึ้นเขาชิงะโคเก็น (Shiga Kogen) เป็นเส้นถนนที่เรากะว่าจะวิ่งผ่านชมวิวสวยไปเฉย ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องจอดรถทุกจุดชมวิวข้างทาง ภูเขาลูกนี้เป็นจุดสูงสุดในเส้นทางที่วางแผนไว้ หญ้าสีเขียวสลับกับหินทรงแปลก ความสูงเหนือเมฆที่ปกคลุมเมืองด้านล่างจนมิดตลอดเส้นทางเหมือนเราอยู่คนละโลกกับพื้นที่เมื่อวาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เส้นทางข้ามเขา Shiga Kogen เป็น Scenic Route ที่พวกเราต้องจอดแวะทุกจุดที่จอดได้

ในระหว่างแวะเข้าห้องน้ำและดื่มกาแฟที่คาเฟ่บนเขา เราหันไปเห็นโปสเตอร์การท่องเที่ยว Shiga Kogen เป็นรูปเสาโทริอิ (Torii) สีแดงริมทะเลสาบสีฟ้าสด เราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะหาว่าสถานที่ในภาพอยู่ที่ไหน พร้อมจะเปลี่ยนแผนทันทีถ้าไม่ลำบากจนเกินไป เจ้ากูเกิลพาเราไหลลงโพรงกระต่ายอีกครั้งเพื่อพบว่า บนเขา Shiga Kogen มีเส้นทางเดินเขาสั้น ๆ น่าสนใจอยู่หลายเส้น และหนึ่งในนั้นอยู่ห่างจากเราไปไม่กี่นาที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
ทางเดินเขาเส้นสั้น ๆ ของ Shiga Kogen เลยจุดสวยที่สุดของใบไม้แดงไปแล้ว

แผนเปลี่ยนอีกครั้ง ยังไม่มีใครหิว ไม่มีใครรีบไปไหน พวกเราจอดรถหยุดลงไปเดินสัมผัสธรรมชาติด้วยเท้าของเราเอง ด้านบนเขาอากาศเย็นมาถึงก่อนพื้นล่าง ต้นไม้ส่วนใหญ่เหลือแต่กิ่ง ไม่ค่อยเห็นใบสีเหลืองสีแดงเยอะเท่าไหร่แล้ว แต่ทุกมุมที่มองไปก็ยังดูสวยอยู่ดี

รู้ตัวอีกทีก็เลยเที่ยงมาพักใหญ่ แผนร่างของวันนี้มีหมุดท่องเที่ยวปักไว้ที่น้ำตกนะเอะนะ (Naena Waterfall) พวกเราตัดสินใจดิ่งไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย ร้านอาหารมีอยู่ร้านเดียว อาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือเส้นหมี่ขาวที่ปล่อยไหลมากับสายน้ำ แต่เวลาของเราไหลไปหมดแล้ว เลยสั่งข้าวคนละชุด รีบกินแล้วรีบเดินไปน้ำตกทันที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

เส้นทางเดินในป่าปกคลุมด้วยไอหมอกละอองน้ำจากน้ำตกใหญ่ด้านใน ตรงจุดนี้ต่ำกว่าเส้นทางเขาด้านบน เป็นความสูงที่พอดีให้เราเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่แท้จริง ทันทีที่มุมมองของต้นไม้เปิดออกให้เห็นน้ำตกอลังการ เราหยุดยืนตะลึง – นี่เราทะลุมาสู่โลกแห่งจินตนาการแล้วอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ตลาดฤดูใบไม้ร่วง

  เช้านี้เสียงหัวเราะและพูดคุยของกลุ่มแม่บ้านสูงอายุด้านนอกตัวรถปลุกให้เราตื่น กลุ่มคุณป้ากำลังเตรียมตั้งโต๊ะขายขนมแป้งทอด ห่างออกไปอีกนิดมีเต็นท์ขายแอปเปิ้ลผลใหญ่เกือบ 2 กำปั้น ใต้เต็นท์เดียวกันมีองุ่นสีสวยดูหวานฉ่ำวางขายด้วย สุดทางเดินเป็นร้านขายผัก คุณลุงหลายคนทยอยขับรถเข้ามาจอดส่งผัก ในร้านมีต้นหอมญี่ปุ่นอวบหนาและสูงเกือบเท่าตัวเรา มะเขือเทศสดน่ากิน ลูกพลับสุกวางเรียงราย และเห็ดหลากหลายชนิด

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
รสชาติแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

สิ่งที่ขึ้นชื่อของฤดูใบไม้ร่วงนอกจากสีส้ม แดง เหลือง ที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ก็เป็นฤดูที่มีผลไม้อร่อยให้กินมากมาย พวกเราแวะซื้อผักผลไม้หลายชนิด แวะซื้อเนื้อสดและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเพิ่มจากซูเปอร์มาร์เก็ต คืนนี้พวกเราจะทำอาหารกินเอง เพื่อเข้าถึงรสชาติของฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

 เข้าแคมป์ของจริง

รถ FJ Cruiser คันนี้ถูกปรับพื้นที่ให้เหมาะกับการเข้าแคมป์เต็มที่ นอกจากเต็นท์ที่ติดอยู่ด้านบน ข้างขวากางกันสาดออกมาได้ ทางซ้ายกางออกมาเป็นห้องน้ำจำเป็น ท้ายรถมีตู้ลิ้นชัก 2 อัน เต็มไปด้วยเครื่องครัวสำหรับแคมปิ้ง จาน ชาม หม้อ กระทะ ไปจนเครื่องปรุงอาหารและหม้อต้มกาแฟ ตรงประตูหลังก็มีโต๊ะที่พับเก็บและเปิดออกได้ 

หลังจากนอนมิจิมาหลายคืน พวกเราตัดสินใจกันว่าต้องไปนอนแคมป์จริง ๆ เสียที ไม่ให้เสียคุณค่าของอุปกรณ์ท้ายรถ วันนี้เราตัดกิจกรรมท่องเที่ยวให้จบเร็วขึ้นเพื่อไปถึงแคมป์กราวนด์ก่อนมืดจะได้มีเวลาตั้งแคมป์

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แสงแดดยามเย็นขับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงให้สวยขึ้นไปอีก

ช่วงฤดูนี้แสงอาทิตย์หมดวันเร็วกว่าบ้านเรา เวลา 4 โมงเย็น แสงอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นสีทองแล้ว สองข้างทางของเส้นทางที่มุ่งไปแคมป์นั้นสวยเกินจริงมาก ๆ ใบไม้กำลังแดงเต็มที่ แสงแดดสีอุ่นขับสีของใบไม้ให้สดขึ้นไปอีก ตลอดเส้นถนนที่วิ่งลัดเลาะผ่านหุบเขา พวกเราผลัดกันส่งเสียงแทนคำว่า ’สวย’ จนกระทั่งหมดคำพูดและเงียบลง เพราะรู้ดีว่าพวกเรากำลังเคลื่อนที่ผ่านช่วงเวลามหัศจรรย์นี้ไปด้วยกัน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แคมปิ้งกราวนด์ที่เอารถเข้ามาจอดได้ มีพื้นที่กว้างขวาง

  สตาฟของแคมป์กราวนด์ดูกังวลเมื่อเรามาถึง เพราะไม่แน่ใจว่าเราจะเข้าใจกฎต่าง ๆ ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นได้มากน้อยแค่ไหน แคมป์กราวนด์ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า และมีกฎการใช้พื้นที่ละเอียดยิบ เช่น ช่วงเวลาห้ามส่งเสียงดัง การแยกทิ้งขยะ การจุดไฟ ฯลฯ แต่พอพวกเราสื่อสารกันจนรู้เรื่อง จ่ายเงินค่าใช้พื้นที่เรียบร้อย คุณสตาฟก็ปล่อยให้เราขับรถเข้าไปในพื้นที่ที่ระบุไว้ พร้อมกับให้แอปเปิ้ลท้องถิ่นเป็นของฝาก 1 ลูก

แคมป์ที่เราเลือกมานอนเป็นจุดที่อยู่ติดริมน้ำเขื่อน คนส่วนหนึ่งที่มาตั้งแคมป์เอาเรือคายัคมาด้วยเพื่อไปพายเรือในตอนเช้า สิ่งอำนวยความสะดวกในแคมป์มีพื้นฐานทั่วไป อาคารซักล้างแยกออกจากพื้นที่แคมป์กราวนด์ ห้องน้ำสะดวกสบาย มีโถส้วมอุ่นและสายฉีดไฟฟ้า ที่แคมป์นี้มีน้ำอุ่นและห้องอาบน้ำให้ด้วย แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในราคา 5 นาที 300 เยน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

พฤศจิกายนเป็นช่วงปลายของการตั้งแคมป์ เพราะอากาศเริ่มเย็นมาก แคมเปอร์ข้าง ๆ เราส่วนใหญ่หายเข้าไปจุดไฟทำอาหารในเต็นท์ที่มีผนังบังลม ส่วนพวกเรานั่งสู้อากาศหนาวด้านนอกด้วยการจุดไฟกองใหญ่ ฟืนไม้มีขายพร้อมให้ใช้งานในราคามัดละ 800 เยน จุดติดไม่ยากเท่าไหร่ แต่ควันค่อนข้างเยอะ ไม่เหมือนไฟจากถ่านที่คุ้นเคยเวลาตั้งแคมป์ในไทย อาหารที่เราเตรียมมาเยอะกว่าที่จะกินได้หมด เลยเก็บส่วนที่เหลือไว้ในรถ ที่นี่ห้ามวางอาหารทิ้งไว้นอกเต็นท์โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะมีสัตว์ป่ามาบุกแคมป์ได้ อุณหภูมิสุดท้ายที่เรากดดูก่อนปีนเข้าเต็นท์อยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส คืนนี้อากาศค่อย ๆ เย็นลงเรื่อย ๆ เป็นคืนที่หนาวที่สุดของทริป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
อาหารชาวแคมป์ อุด้งแกงกะหรี่หมู เต้าหู้ย่าง และมันญี่ปุ่นเผา

เส้นทางที่ซ่อนอยู่

พวกเรามาญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้แดงหลายหน แต่ไม่เคยได้พบกับจังหวะพีกที่สุดของฤดูกาลแบบที่เมืองนี้ ณ เวลานี้เลย ก่อนหน้านี้เคยเห็นแบบที่เริ่มร่วงไปแล้วบ้าง หรือไม่ก็ยังไม่แดงพีกบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาในการท่องเที่ยวที่ขึ้นกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งเรากะเกณฑ์ล่วงหน้าไม่ได้

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

เช้านี้พวกเราเปลี่ยนใจตัดจุดท่องเที่ยวที่หามาตั้งแต่เมืองไทยทิ้ง เพราะอยากมองดูใบไม้สีแดงส้มในจังหวะที่สวยที่สุด ให้นานที่สุด

หลังอาหารเช้าและเก็บของออกจากแคมป์ เราขับรถไปทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างแคบ ถนนเลาะเลียบแม่น้ำสายเล็ก เส้นทางนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น Scenic Route ที่ดีเส้นหนึ่ง ในสมุดคู่มือแคมป์ที่ได้มาเมื่อวานเขียนบอกไว้ว่า ถ้าหาจุดจอดรถข้างถนนได้ให้จอดเลย แล้วเดินชมวิวข้างทางด้วยขาของเราเอง

ที่จอดรถอยู่ตรงข้ามกับสะพานข้ามแม่น้ำ สีแดงของใบไม้ริมน้ำกวักมือเรียกให้เราจอดรถลงไปเดิน จากที่จะเดินเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วไปดูอีกจุดหนึ่ง กลายเป็นการเดินปีนป่ายหินริมน้ำกินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งสนุกและสวยงามทุกนาทีที่ผ่านไป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

ถึงเวลาสิ้นสุดเส้นทาง

คืนสุดท้ายเราจอดนอนที่มิจิอีกครั้ง หลังจากขับรถวนหาจุดที่เหมาะสมสักพัก จุดจอดรถที่ดีต้องไม่ใกล้กับคันอื่น ๆ เนื่องจากเราต้องกางบันไดขึ้นลงเต็นท์หลังคา จึงควรเลือกจุดริมสุดของช่องจอด เพื่อไม่ให้กินที่เข้าไปในช่องข้าง ๆ

มิจิสุดท้ายของคืนนี้อยู่หน้าสวนสาธารณะ เป็นมิจิที่เงียบสงบมาก มีรถจอดนอนก่อนหน้าเราเพียงคันเดียว มีกลิ่นมูลสัตว์ลอยมาจาง ๆ คุยกันว่าน่าจะเป็นกลิ่นขี้วัว เมื่อตื่นตอนเช้าจึงพบว่าที่นี่มีคอกแพะ ยามเช้าของวันสุดท้ายจึงเป็นการเดินเล่นกับแพะและแมวจรที่มีอยู่เต็มสวน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เจ้าถิ่นเฝ้ามิจิเล็ก ๆ ที่เราใช้เป็นที่นอนในคืนสุดท้าย

เรามีนัดกับคุณลุคเพื่อคืนรถตอนค่ำที่โตเกียว เส้นทางวกกลับเข้าสู่เมืองใหญ่อีกครั้ง แถวนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ใบไม้จะเปลี่ยนสี ถึงแม้ว่าเราอยู่เที่ยวต่อหลังคืนรถอีก 3 วันก็ตาม แต่ไฮไลต์ของทริปผ่านไปแล้ว บรรยากาศในรถก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกที่เข้าใกล้ตอนจบก่อตัวเกาะกินเป็นความเหงาแปลก ๆ

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เมื่อกลับเข้าสู่พื้นราบใกล้เมืองที่อากาศอุ่นกว่า ใบไม้แถวนี้ยังไม่ถึงจังหวะเปลี่ยนสี

พวกเราอ้อยอิ่งเก็บของออกจากรถ เอากระเป๋าลงทั้งหมดเพื่อให้พร้อมส่งรถคืน ในระหว่างเดินทางกลับเข้าเมืองก็เปิดไล่ดูรูปในโทรศัพท์มือถือ ฤดูกาลของที่นี่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากสีเขียวกลายเป็นสีแดง น้ำตาล แล้วหิมะก็มาทำให้ทุกอย่างขาวโพลน เมื่อหิมะละลายทุกอย่างก็เริ่มใหม่อีกครั้ง 

ความเปลี่ยนแปลงที่มีให้เห็นในธรรมชาติตลอดเวลา สอนให้เราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่มีอยู่รอบตัว และรู้จักอดทนรอช่วงเวลาที่ดี ซึ่งจะผ่านเข้ามาอีกครั้งอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Photographers

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

พลพิชญ์ คมสัน

เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นสถาปนิกแต่ชอบหนีงานไปเข้าป่าลงทะเล ผสมกับความอินโทรเวิร์ตเล็กๆ เลยเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นช่างภาพใต้น้ำและคนทำสารคดี เคยทำนิตยสารดำน้ำระดับอินเตอร์ ผลิตงานสารคดีใต้น้ำ และงานโฆษณาหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นแอดมินเพจ Digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load