14 กันยายน 2562
6 K

สงขลาเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีอะไรมากมายให้เที่ยวชม ทั้งเขตเมืองเก่าที่สวยงาม เดินถ่ายรูปได้ทุกซอกซอย มีทะเลที่สงบกว่าที่ไหนๆ มีขนมโบราณโฮมเมด ไหนจะมีทุเรียนรสชาติดีราคาถูกให้คุณได้กินจุใจ

แม้ฉันจะตาลุกวาวกับทุกสิ่งข้างต้นที่เล่ามา แต่เป้าหมายของการมาสงขลาครั้งนี้คือการไป ‘หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา สงขลา’ หรือ ‘หอดูดาวสองทะเล’ หอดูดาวแห่งแรกของภาคใต้ และเป็นหอดูดาวครบวงจรแห่งที่ 3 ของประเทศไทยถัดจากจากนครราชสีมาและฉะเชิงเทรา

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา
หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา
หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

เพียงก้าวแรกที่ไปถึง ฉันก็ตาลุกวาวกับภาพของหอดูดาวสุดโมเดิร์นตรงหน้า ทั้งเมื่อประกอบกับวิวที่มองเห็นทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทยแล้วยิ่งทำให้หอดูดาวตรงหน้าสวยจับใจขึ้นไปอีก

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

เมื่อมาหอดูดาว ภารกิจหลักจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากดูดวงดาว แม้การเป็นเด็กต่างจังหวัดของฉันจะทำให้ฉันตื่นตาตื่นใจกับการดูดาวน้อยกว่าเพื่อนจากเมืองกรุงเล็กน้อย เพราะหากคุณอยู่ในที่ไกลแสนไกล ตกดึกเพียงก้าวออกมาจากบริเวณบ้านก้าวสองก้าว คุณก็จะเจอดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้า 

แต่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนนี่นาว่าดาวที่เห็นคือดาวอะไร ทั้งไม่เคยเห็นวงแหวนดาวเสาร์เป็นวงๆ กับตา ฉันจึงขอหยุดตื่นตาตื่นใจกับภาพสองทะเลตรงหน้าสักนิด เพื่อไปศึกษาดาราศาสตร์จริงๆ จังๆ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

ดวงดาวกับชาวใต้

อาจารย์ต้อ-เฉลิมชนม์ วรรณทอง ผู้อำนวยการหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา สงขลา

อาจารย์ต้อ-เฉลิมชนม์ วรรณทอง ผู้อำนวยการหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา สงขลา และอาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เท้าความให้ฉันฟังว่า การดูดาวสัมพันธ์กับชีวิตคนใต้มาตั้งแต่ในอดีต ถึงขั้นมีคำกล่าวว่าหากดูดาวไม่เป็น ชาวประมงก็ออกทะเลไปหาปลาไม่ได้ ทั้งคนใต้ยังถือว่าทิศในการนอนเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อครั้นวิถีชีวิตยังผูกพันอยู่กับป่า คนใต้จะนอนหันหัวไปทางทิศใต้ เพื่อหากเกิดอะไรขึ้น เมื่อตื่นมาจะเจอทิศเหนือเสมอ และความคิดนี้ยังคงส่งผลมาถึงปัจจุบัน

แม้วิถีชีวิตคนใต้จะผูกพันกับดาวมาก แต่กลับไม่มีหอดูดาวในบริเวณภาคใต้เลย การศึกษาเรื่องดาราศาสตร์แต่ละครั้ง ชาวใต้ต้องเดินทางกว่า 1,000 กิโลเมตร สู่เมืองหลวง อาจารย์จึงอยากกระจายโอกาสให้ทั่วถึงทุกคน

อาจารย์ต้อ-เฉลิมชนม์ วรรณทอง ผู้อำนวยการหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา สงขลา

แล้วความหลงใหลด้านดาราศาสตร์ซึ่งนำมาสู่การสร้างหอดูดาวนี้เริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหน เราสงสัย

“ตอน ม.สาม ผมบังเอิญสอบได้ที่หนึ่งของจังหวัด แล้วได้โอกาสไปแข่งวิชาการต่อที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งมีบัตรกำนัลให้เลือกอยู่สองใบ คือสวนสยาม และท้องฟ้าจำลอง เอกมัย 

“เด็กบ้านนอกได้เข้ากรุงเทพฯ ครั้งแรก ก็เลือกท้องฟ้าจำลอง หลังจากนั้นมันคือเปลี่ยนชีวิตผมเลย มีแบบนี้ด้วยเหรอ ทำไมเด็กกรุงเทพฯ ถึงได้โอกาสแบบนั้น ทำไมผมถึงได้ไปแค่คนเดียว เพื่อนในห้องผม เด็กบ้านผม ไม่ได้รับโอกาสนี้” 

อาจารย์เล่าถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตที่ทำให้เลือกเรียนด้านดาราศาสตร์และพยายามจะให้คนใต้ได้มีโอกาสศึกษาด้านดาราศาสตร์เหมือนที่ครั้งหนึ่งเขาและเด็กในเมืองกรุงมากมายได้รับ 

ให้เด็กใต้ได้เห็นว่าวงแหวนดาวเสาร์สวยงามขนาดไหน และหลุมบนดวงจันทร์หน้าตาเป็นอย่างไร

ดาราศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์สร้างคน

กว่าจะเป็นหอดูดาวอย่างที่เห็นไม่ใช่เรื่องง่าย อาจารย์ต้องพยายามบุกบั่นปั้นโครงการนี้มากว่า 16 ปี รวมถึงใช้ที่ดินของตัวเองเพื่อสร้างความฝันนี้ให้กลายเป็นความจริง 

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

โครงการนี้ได้รับความช่วยเหลือหลักมาจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติและบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด

คุณคมสันต์ โอ๊ยนาสวน ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายกิจการสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด แอบมาดูแล้วเห็นผมอยู่เดินคุมงานก่อสร้างอยู่ ท่านเห็นผมครั้งแรกก็นึกว่าเป็นคนงาน เพราะผมตัวเกรียม ผมกระเซอะกระเซิง ไม่คิดว่าผมเป็นผู้อำนวยการด้วยซ้ำ

“เขามาเสนอตัวขอให้เชฟรอนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างแรงบันดาลใจด้วยกัน เพราะดาราศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์ที่สร้างคนได้” ไม่เพียงแต่ให้ทุนสร้างหอดูดาวเท่านั้น เชฟรอนยังให้ทุนสนับสนุนเรื่องการออกโร้ดโชว์ตามโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย

“เราเอาอุปกรณ์นิทรรศการบางส่วนไปจัดแสดงที่ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช เอากล้องออกไปตั้งเพื่อเด็กตามโรงเรียนต่างๆ ได้เห็นจุดดับบนดวงอาทิตย์ เชฟรอนกับหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา สงขลา จึงเป็นเสมือนครอบครัวเดียวกัน ไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อเด็กๆ ด้วยกัน”

อาจารย์ต้อเล่าถึงการลงพื้นที่อย่างขะมักเขม้น เพื่อกระจายโอกาสให้เท่าเทียมดังอุดมการณ์ที่มีตั้งแต่ต้น

ส่องดาวซีกโลกใต้

ความพิเศษที่ทำให้หอดูดาวแห่งนี้โดดเด่นกว่าที่ไหนๆ คือการที่สงขลาอยู่ใกล้เส้นละติจูดมาก โดยอยู่เหนือจากเส้นศูนย์สูตรมาแค่ 7 องศา ทำให้หอดูดาวแห่งนี้เป็นจุดที่สังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าในซีกฟ้าใต้ได้ดีที่สุดในประเทศไทย 

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

“ที่นี่เราจะเห็นวัตถุท้องฟ้าในซีกฟ้าใต้เกือบทั้งหมด กลุ่มกางเขนใต้ กระดูกงูเรือใต้ พวกนี้ ทางเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ไม่มีสิทธิ์เห็น หรือยากมากที่จะได้เห็น แต่ทางนี้เห็นได้ชัดเจน กึ่งกลางทางช้างเผือก เราก็สังเกตการณ์ได้” 

ณ วินาทีที่อาจารย์เล่าจบ ฉันอยากบอกอังศุมาลินเหลือเกินว่าหากเธอเกิดในยุคนี้ เธอจะมีโอกาสได้เฝ้ามองโกโบริชัดๆ เต็มตาเลยนะ

ศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์อิสลามแห่งแรกของไทย

นอกจากเหมาะแก่การชมกลุ่มดาวซีกโลกใต้แล้ว ที่นี่ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์อิสลามแห่งแรกของไทยอีกด้วย

“ดาราศาสตร์อิสลามคือศาสตร์ของเวลา หนึ่งวันชาวมุสลิมต้องละหมาดห้าครั้ง คือเวลาย่ำรุ่ง กลางวัน เย็น พลบค่ำ และกลางคืน ซึ่งเวลาทั้งห้านี้เกิดจากการสังเกตตำแหน่งของดวงอาทิตย์นั่นเอง       

“ถัดมาคือการกำหนดเดือนใหม่ คือการนับจากการที่ดวงจันทร์เสี้ยวแรกปรากฏขึ้นบนฟากฟ้าซึ่งเป็นสิ่งที่สังเกตด้วยตาได้ยากมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าดวงจันทร์ทำมุมเท่าไหร่ กี่องศาจากขอบฟ้า

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

“หน้าที่ของเราจึงเป็นการรวบรวมข้อมูลที่แม่นยำที่สุดเพื่อสนับสนุนการประกาศต่างๆ ของจุฬาราชมนตรีซึ่งมี คุณลอญารี มามะ ลูกศิษย์ของผมและบุคลากรของหอดูดาวแห่งนี้ร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย” 

อาจารย์กล่าวถึงอีกภารกิจหลักของหอดูดาวแห่งสงขลา ดินแดนที่วัฒนธรรมไทย จีน และอิสลาม สอดประสานกันอย่างแน่นแฟ้นกลมเกลียว

สัมผัสดารา

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการที่ถูกออกแบบมาให้ทุกอาคารเชื่อมกันหมดแห่งนี้ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก หนึ่งคือ ท้องฟ้าจำลองที่เป็นโรงภาพยนตร์จอโค้งครึ่งทรงกลม 25 พิกเซล แสดงภาพเกือบสามมิติ ผู้ที่มาที่นี่ไม่ต้องใส่แว่นตาแดงน้ำเงินแต่อย่างใดก็สามารถเห็นอุกกาบาตเหมือนจะพุ่งเข้ามาหาได้ 

สองคือ โซนนิทรรศการเชิงโต้ตอบที่มีอยู่มากกว่า 14 โซน 

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

มีก้อนอุกกาบาตของจริงจากอาร์เจนตินาให้เด็กได้สัมผัสได้จริงว่านี่คืออุกกาบาตเหล็กจากนอกโลกที่มีค่าความหนาแน่นมากทำให้ยกขึ้นไม่ได้

มีเครื่องชั่งน้ำหนักแบบจำลองให้เล่นสนุกว่าคุณชั่งบนดาวดวงไหน คุณน้ำหนักเท่าไหร่ เรียกว่าขึ้นตาชั่งครั้งเดียวคุณชั่งน้ำหนักได้ทุกดวง ทั้งดาวเคราะห์และดวงจันทร์ 

หอดูดาวสองทะเล : ส่องดาวซีกโลกใต้และวงแหวนดาวพฤหัสที่สงขลา

มีเครื่องจำลองน้ำขึ้น น้ำลง ให้เด็กชมและทดลองสัมผัสได้ เรียนรู้จริงได้ ซึ่งฉันต้องขอบคุณอาจารย์มา ณ ที่นี้ เรียนวิทยาศาสตร์มาสิบกว่าปี เพิ่งเข้าใจหลักการน้ำขึ้นน้ำลงจริงๆ ก็วันนี้

สามคือ โซนดูดาวจริงๆ ด้วยกล้องโทรทรรศน์หุ่นยนต์ 0.7 เมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่ และทันสมัยเบอร์สองของอาเซียน ด้วยกล้องตัวนี้นี่เองที่ทำให้ฉันได้เห็นดาวเสาร์สมใจ ไม่ต้องเปิดรูปจากอินเทอร์เน็ตเพื่อดูวงแหวนของมันอีกต่อไป

เรียนรู้ดวงดาว เข้าใจโลกดวงนี้

หลังจากจ้องมองวงแหวนของดาวเสาร์จนภาพนั้นเข้าไปประทับอยู่ในใจแล้ว ฉันถามชายผู้อุทิศตนให้ดาราศาสตร์มาทั้งชีวิตว่า เมื่อดาราศาสตร์ไม่ส่งผลถึงปากท้อง ทำไมดาราศาสตร์จึงยังสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ตัวเล็กๆ อยู่

“เพราะดาราศาสตร์สอนให้เข้าใจความเป็นเหตุและผล ทำไมดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ทำไมหนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง ทำไมหนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวัน ทำไมหนึ่งปีมีสิบสองเดือน ทำไมไปหมด แต่มันมีเหตุและผลในตัวของมันเอง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้าคุณเข้าใจเหตุและผล คุณจะเรียนรู้ได้ทุกอย่างที่มีอยู่ในโลกใบนี้” ชายผู้หลงใหลดาราศาสตร์ตั้งแต่ ม.3 กล่าว

อาจารย์ต้อ-เฉลิมชนม์ วรรณทอง ผู้อำนวยการหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา สงขลา

ฉันนั่งฟังและนึกดีใจแทนคนใต้ที่มีโอกาสได้เข้าใจดาราศาสตร์ได้ง่ายๆ ไม่ต้องเดินทางกว่า 1,000 กิโลเมตร เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับฟากฟ้าอันน่าพิศวงอีกต่อไป

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

เทวรักษ์ รุ่งเรืองวิรัชกิจ

สาวอวบระยะสุดท้ายผู้หลงรักคาปูชิโน่เย็น สิ่งของจุกจิก เสื้อผ้าวินเทจ เเละเสียงเพลงในวันฝนพรำ

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

จากตัวเมืองเชียงใหม่-อำเภอเชียงดาว จากถนนคอนกรีตเริ่มกลายเป็นถนนลูกรัง ภูเขาน้อยใหญ่สองข้างทาง กับฝนที่โปรยลงมาพอให้ชื่นใจ และ ‘ดอยหลวงเชียงดาว’ สูงตระหง่านอยู่สุดสายตาหลังจากยานพาหนะพาเรามาถึงจุดหมาย ชายวัยกลางคนผมยาวดกดำเดินออกมาต้อนรับ พร้อมเชื้อเชิญเราเข้าไปยังที่พัก

“สำหรับเรา พระอาทิตย์ขึ้น เหมือนการเริ่มต้นวันใหม่ในชีวิตของคนและธรรมชาติ เป็นการตื่นนอนและเดินทางในทุกวันเหมือนดวงอาทิตย์” เนย์-สุริยาวุธ อภิวงค์ เล่าถึงที่มาและการเดินทางของเขา จากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็น ‘ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์’

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

พบตะวัน

ตะวันตื่น เริ่มขึ้นจากการเดินทางจากเชียงใหม่ มาดูที่ดินตรงนี้ครั้งแรกกับเพื่อน เราเห็นภูเขาและพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก จากจุดนี้ทำให้เรานึกถึงภาพวาดสมัยเป็นเด็ก” เจ้าบ้านเล่าพร้อมพาเดินชมโดยรอบ

เนย์ตัดสินใจเข้ามาลองใช้ชีวิตอยู่บนที่ดินผืนนี้รวมทั้งหมด 31 ไร่ ที่มีต้นน้ำ (แม่น้ำปิง) ขนาบข้าง พร้อมกับป่าไผ่และป่าเบญจพรรณโอบล้อม ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

“เราเริ่มเข้ามาใช้ชีวิตที่นี่ เรียนรู้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนก่อน เราคิดว่าต้องเป็นคนที่นี่ให้ได้ก่อนเพื่อที่จะเข้าใจว่าสิ่งไหนควรทำ ไม่ควรทำ”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เพราะเราใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวบ้าน เลยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในชุมชน จากคนแปลกหน้าเริ่มกลายเป็นครอบครัว พออยู่ที่นี่ครบสามฤดูกาล เราตัดสินใจกับเพื่อนๆ ว่า ควรทำแคมป์กราวนด์ที่มีฟาร์มไก่และร้านกาแฟเล็กๆ” เนย์เล่าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ระหว่างบทสนทนา เสียงลมเอื่อยๆ กระทบต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ ประกอบกับฝนที่โปรยลงมาเป็นระยะราวกับเสียงดนตรีจากธรรมชาติ และฝนสงบลงตอนเที่ยงวันพอดิบพอดี หลังจากเรากางเต็นท์และเก็บสัมภาระเรียบร้อย เนย์ตะโกนมาจากในครัวที่ทำมาจากไม้ไผ่ทั้งหลัง 

“มื้อเที่ยงวันนี้ผมจะทำ ‘คั่วแฮ่มไก่’ ให้กินนะ” 

หลังพูดจบประโยค เนย์ชักชวนเราเข้ามาในครัว ซึ่งเขากำลังเตรียมวัตถุดิบเพื่อปรุงอาหาร

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้
นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เมนูคั่วแฮ่มไก่ (คั่วแห้งไก่) เป็นอาหารท้องถิ่นของภาคเหนือ แต่ความพิเศษของคั่วแห้งไก่ที่เรากำลังจะทำคือ วัตถุดิบทั้งหมดหามาจากธรรมชาติ พืชผักท้องถิ่นที่ขึ้นเองริมน้ำ เก็บมาปลูกในแปลงที่ทำไว้ในฟาร์มสเตย์ ส่วนไก่ เป็นไก่พื้นเมืองที่เราเลี้ยงไว้เอง” เนย์เล่าปนยิ้มพร้อมทำอาหารต่ออย่างสนุกมือ

“บริเวณรอบๆ ไม่ได้มีแค่พืชผักอย่างเดียว แม่น้ำปิงที่นี่ใสมาก ในฤดูร้อนกับฤดูหนาวใสจนเห็นปลาเลย อยู่ที่นี่ได้กินปลาจนเบื่อ มันว่ายทวนน้ำขึ้นมาตลอด บางทีมันมากันเป็นโขยง ในแต่ละฤดูกาลจะมีปลาแตกต่างกัน อย่างช่วงนี้จะเป็นปลากด เพราะปลากดมากับน้ำขุ่น” เขาเล่าพร้อมตักอาหารใส่จาน และกินอาหารร่วมกันกับพวกเรา

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

หากสังเกตจะพบว่าสิ่งปลูกสร้างที่นี่ล้วนทำมาจากวัสดุธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเอกลักณ์เฉพาะ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านของชนพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องน้ำ ลานกางเต็นท์ และ แปลงผัก ล้วนทำมาจากไม้หลากหลายชนิดที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป

“เราไม่ใช่นายทุนที่มีเงินมากมาย ก่อนที่จะมาทำฟาร์มสเตย์ เราเรียนจบทางด้านศิลปะ สาขาจิตรกรรมมาก่อน เลยมีความรัก ความชอบงานศิลปะอยู่แล้ว เลยเริ่มสร้างจากสิ่งเล็กๆ ตอนนั้นในความคิดของเรา คิดแต่ว่าจะทำยังไงให้ชาวบ้านได้ผลประโยชน์ มีรายได้ และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ เลยเก็บวัสดุรอบตัวมาสร้างที่นี่เองทั้งหมด อย่างพวกกิ่งไม้ ต้นไม้ เป็นกิ่งไม้ที่ชาวบ้านตัดทิ้งบ้าง เก็บที่ไหลมาตามแม่น้ำบ้าง เก็บจากต้นไม้ที่โค้นล้มในป่าบ้าง

“มันอยู่ที่มุมมองและอยู่ที่คนที่จะไปจับ แล้วเอามาคิด เอามาทำ เราเคยคิดว่าต้องมีเงินเท่านั้น เท่านี้ ถึงจะสร้างบางสิ่งได้ แต่พอคิดดูดีๆ ขอแค่มีความคิด มีแรงกาย มีแรงใจ บางทีสร้างผลงานที่เรียกว่า Nature Art ขึ้นมาได้ จนหลังๆ เริ่มลดต้นทุนอะไรหลายๆ อย่าง เริ่มมีไอเดียใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งได้อยู่กับธรรมชาติ ยิ่งทำให้ความคิดแล่น”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

แล้วชาวบ้านได้รับการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง-เราถาม

“ตอนนี้เราเริ่มจากจุดเล็กๆ ชุมชนเรามีต้นน้ำกับป่าไผ่ ชาวบ้านเลยคิดกันว่าอยากทำล่องแพ เลยลองตัดไม้ไผ่มาทำแพกับชาวบ้าน พานักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักไปล่องแพเป็นกิจกรรม แล้วรายได้จากล่องแพก็ให้ชาวบ้าน

“ตอนนี้ก็กำลังเริ่มทำอีกโครงการ เป็นโครงการปลูกไผ่ซางหม่น กำลังเริ่มเพาะกันอยู่เลย ปกติชุมชนแถวนี้จะตัดไม่ไผ่ขาย แต่ถ้าเราตัดมันไปเรื่อยๆ มันก็จะออกไม่ทัน ด้วยความที่เขตป่าของชุมชนนี้มีเกือบ สองพันไร่ ถ้าเราแบ่งออกเป็นสี่โซน ถ้าตัดโซนที่หนึ่ง ปีหน้าก็ตักโซนที่สอง หมุนเวียนกันไป ก็จะมีผลผลิตให้เราตลอดทุกปี และพอที่จะส่งออกได้เลยนะ ยิ่งผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ตอนนี้กำลังมาแรง ชาวบ้านเขาก็จะมีรายได้ตลอด” เจ้าบ้านเล่าอย่างภูมิใจ

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

ทิศตะวันตก

หลังตะวันค่อยๆ ลับฟ้าไปไม่นาน เจ้าบ้านเริ่มก่อกองไฟริมลานไม้ไผ่ให้พวกเรา ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็น อาหารมื้อนี้เป็นอีกมื้อที่เรียบง่าย หลังจากทานอาหารร่วมกันกับเจ้าบ้าน บทสนทนายามดึกของเรายังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับแสงของกองไฟดวงเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเป็นกอง

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว
ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ท้องฟ้าตรงที่พวกเรานั่งคุยกันอยู่ ถ้ามองขึ้นไปในฤดูล่าทางช้างเผือก ที่นี่มองเห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่าได้

เลย ปกติทางช้างเผือกจะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วลับของฟ้าในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ” เจ้าบ้านชี้มือไปบนท้องฟ้าประกอบกับเปิดโทรศัพท์มือถือ และอวดรูปภาพทางช้างเผือกที่เขาเคยถ่ายไว้

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จดี แต่คนตามกันเข้ามาเยอะพอสมควร จนเราประหลาดใจอยู่เหมือนกัน น่าจะบอกปากต่อปากกันไปเรื่อยๆ จนธุรกิจแถวนี้เข้ามาถามตลอดว่า ทำการตลาดยังไง ฐานลูกค้า กลุ่มเป้าหมายเป็นแบบไหน เราให้คำตอบเขาไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย แต่นักท่องเที่ยวมาเข้าพักอยู่ตลอด 

“เลยตอบเขาไปว่าเราไม่ได้ขายการบริการ เราขายเรื่องราวกับวิถีชีวิต อยู่ที่นี่เราเป็นตัวเอง คนสมัยนี้จะเสาะหาอะไรที่มันมีเรื่องราวและเรียบง่าย คนที่เข้ามาพักมักถามเราเสมอว่า คิดค่าบริการยังไง เพราะเราไม่ได้แจ้งไว้ในช่องทางไหนเลย เราตอบลูกค้าไปว่า ‘แล้วแต่จะให้’ เราเป็นศิลปิน เราคิดว่าในเมื่อเราสร้างผลงานชิ้นหนึ่ง แล้วมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เราไม่สามารถประเมินค่ามันได้ เลยบอกลูกค้าไปแบบนั้น” เขาเว้นจังหวะก่อนอธิบายเสริม

“ลูกค้าที่มาเข้าพักที่นี่จะให้มากให้น้อย เราไม่เคยคิดว่าขาดทุนสักครั้ง มันเป็นกำไรชีวิตทั้งนั้น เราคิดซะว่าได้รู้จักผู้คนมากขึ้น มาแบ่งปันเรื่องราว แบ่งปันประสบการณ์กันที่นี่ เราคิดว่านั้นเป็นกำไรของเราแล้วล่ะ” 

เนย์พูดทิ้งท้าย ก่อนพวกเราจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน และเดินทางกลับเชียงใหม่ในตอนเช้าตรู่

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

เดินทางตามตะวันกันต่อที่ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์

ที่ตั้ง : ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170 (แผนที่

โทรศัพท์ : 09 1810 5009

Facebook : Tawan Tune Farm Stay ตะวันตื่น ฟาร์มสเตย์

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

นภัสรพี ศรีบุญปวน

นักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีความฝันอยากท่องโลกกว้าง รักการเดินทาง กาแฟอเมริกาโน่ และการพบเจอเรื่องดีๆ ระหว่างการผจญภัยของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ผู้คน สถานที่ หรือความรู้สึก

Photographer

จารุเดช ไชยเลิศ

นักศึกษาวิจิตรศิลป์ สาขาถ่ายภาพ หนุ่มเชียงใหม่ ผู้หลงรัก ต้นไม้ กาแฟ และเสียงดนตรี ใช้กล้องเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และเป็นข้ออ้างให้ตัวเองออกไปเจอโลก ผู้คน และธรรมชาติ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load