The Cloud x British Council

For English Version, Click Here

ตอนนี้คำที่กำลังเป็นที่ฮอตฮิตมากในวงการนักออกแบบสร้างสรรค์พักหลังๆ มานี้ คือคำว่า Hackathon บางท่านอาจยังไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน เราจึงขอเล่าให้ฟัง

Hackathon คือการนำกลุ่มคนมารวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหาบางสิ่งบางอย่างในระยะเวลาอันสั้นหรือภายในระยะเวลาประมาณ 24 ชั่วโมง เสมือนเป็นการระดมความคิดของเหล่านักสร้างสรรค์ จากนั้นก็เข้าสู่การนำเสนอโครงการกับเหล่าคณะกรรมการ และทีมที่ชนะก็จะได้รับเงิน Seed Funding เพื่อพัฒนาโครงการนั้นไป

กิจกรรม Hackathon ได้เกิดขึ้นแล้วในเมืองไทย ภายใต้ชื่อ Social Innovation Hackathon 2020 นำโดย British Council องค์กรที่ทำงานในการสนับสนุนทั้งด้านหัตถกรรมและเมืองสร้างสรรค์ในประเทศไทย ในส่วนของเมืองสร้างสรรค์ ผลงานชิ้นสำคัญคือการสนับสนุนเหล่า Creative Hubs หรือศูนย์รวมคนและความสร้างสรรค์ให้กล้าคิด กล้าทำอย่างเต็มความสามารถ

Hackathon รวมไอเดียแก้ไขปัญหาชุมชนนางเลิ้งด้วยการสร้างพื้นที่รีไซเคิลพลาสติกให้ชุมชน

เราจึงอยากนำทุกท่านไปทำความรู้จักงานนี้ให้มากขึ้นกับ เจ-ดร.พัชรวีร์ ตันประวัติ หัวหน้าฝ่ายศิลปะและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของ British Council และ จูเลี่ยน ฮวง Co-founder และตัวแทนจากทีม Creative Hubs ผู้ชนะจาก Weave Artisan Society จังหวัดเชียงใหม่ มาร่วมพูดคุยถึงแนวคิดในการสร้างสรรค์และแก้ปัญหาชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนผ่านกิจกรรม Hackathon 

01

Hackathon

กิจกรรม Hackathon ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้านการพัฒนา Creative Hubs ของ British Council เพื่อทำให้ฮับหรือศูนย์รวมความสร้างสรรค์ เป็นพื้นที่ของกลุ่มคนที่จะมาช่วยกันระดมความคิดแก้ปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง มากกว่าการเป็นเพียง Co-working Space อย่างที่ใครหลายคนอาจตีความกันไป ซึ่งกิจกรรม Social Innovation Hackathon นี้ก็เกิดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ฮับได้ทำงานกับชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนอย่างแท้จริง

“โดยปกติ กิจกรรม Hackathon ที่ต่างประเทศเขาจัดกันใช้เวลาประมาณสองวัน แต่สำหรับ British Council เราใช้เวลาลงมือกันเป็นเดือน เพราะเราให้เวลากับฮับที่เข้าร่วมไปทำความรู้จักกับพื้นที่ ไปเรียนรู้เรื่องปัญหา รวมถึงมีเวลาที่จะไปคิดว่าจะไปทำอะไรกับพื้นที่นั้น

Hackathon รวมไอเดียแก้ไขปัญหาชุมชนนางเลิ้งด้วยการสร้างพื้นที่รีไซเคิลพลาสติกให้ชุมชน

“จากนั้นแต่ละฮับก็จะนำไอเดียมาคุยกันกับเหล่าที่ปรึกษา จนถึงช่วงที่เป็น Hackathon จริงๆ คือการเข้าไปทำงานในพื้นที่จริง ก็มีเวลาอีก สามวัน แล้วเข้าสู่กระบวนการ Pitching หรือเสนอโครงการให้กับทางคณะกรรมการ เพราะฉะนั้น ไอเดียหลักๆ ของ Hackathon คือการระดมไอเดียกันเพื่อแก้ไขปัญหา” หัวหน้าฝ่ายศิลปะและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของ British Council เอ่ย 

“โครงการนี้เป็นเรื่อง Creative Placemaking ซึ่งเป็น Hackathon ด้านนวัตกรรมทางสังคมเพื่อใช้ความคิดสร้างสรรค์พัฒนาพื้นที่ให้น่าอยู่” 

และนี่จึงเป็นที่มาของกิจกรรม Social Innovation Hackathon ในครั้งนี้ โดยพื้นที่ที่แต่ละทีมจะต้องลงไปศึกษาและร่วมไปแก้ไขปัญหาก็คือชุมชนย่านนางเลิ้ง

02

นางเลิ้งสร้างสรรค์

มาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านหลายท่านอาจสงสัยเช่นเดียวกับเรา 

ว่าทำไมต้องเป็นชุมชนเก่าแก่ย่านนางเลิ้ง ที่ขึ้นชื่อเรื่องตลาดของอร่อย 

เธอบอกกับเราว่า “เริ่มต้นเลยย่านนางเลิ้งเป็นที่รู้จักอยู่แล้วในฐานะที่เป็นชุมชนเก่าแก่ของกรุงเทพฯ แล้วก็เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลาย เพราะมีการพัฒนาของเมืองใหม่เข้ามา แถมยังเป็นย่านสำคัญในเชิงวัฒนธรรมมาตั้งแต่อดีต 

Hackathon รวมไอเดียแก้ไขปัญหาชุมชนนางเลิ้งด้วยการสร้างพื้นที่รีไซเคิลพลาสติกให้ชุมชน

“ถ้าเคยไปเดินย่านนางเลิ้ง เราจะเจอพวกตึกเก่าๆ เจอย่านธุรกิจด้วย เพราะมีทั้งโรงค้าไม้ แล้วก็โรงพิมพ์ ส่วนกลุ่มคนที่เขาอยู่กันดั้งเดิม ก็เป็นพ่อค้าแม่ค้ากันซะเป็นส่วนมาก พื้นที่ตรงนี้จึงมีความแตกต่างหลากหลายและน่าสนใจ” 

แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไปตามยุคตามสมัย ก็ทำให้ปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้น ซึ่งในจุดนี้เองที่เหล่า Creative Hubs จะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาด้วยการระดมความคิดได้ 

“อีกประเด็นหนึ่งที่เราเลือกพื้นที่ตรงนั้น ก็เพราะว่าเราทำงานร่วมกับ FREC หรือ Ford Resource and Engangement Center มาก่อนแล้ว รวมถึงเรายังทำงานกับทาง Urban Studies Labs ศูนย์การศึกษาชุมชนและเมือง ซึ่งมีทั้งนักวิชาการ สถาปนิก และนักเคลื่อนไหวที่สนใจการพัฒนาเมือง ทั้งสององค์กรนี้คลุกคลีและทำงานกับชุมชน ตั้งอยู่บนพื้นที่ของศูนย์อยู่ที่ย่านนางเลิ้งอยู่แล้ว เราก็เลยคิดว่าจะเริ่มโปรเจกต์นี้กันที่ย่านนางเลิ้ง” 

และก่อนการลงมือแก้ไขและพัฒนาชุมชน ก็เป็นการดีที่จะต้องเข้าใจพื้นที่และปัญหาที่มีก่อนถึงจะแก้ไขปัญหาได้ถูกต้อง 

“ตอนแรกที่เราประชุมกับทางกลุ่มพาร์ตเนอร์อย่าง FREC และ USL ที่ทำงานในพื้นที่นั้นมานานแล้ว เขามีการศึกษาและพบว่า ประเด็นหลักๆ คือมีผู้สูงอายุอยู่มาก คนรุ่นใหม่ในพื้นที่นางเลิ้งจะออกไปทำงานที่อื่น เลยเป็นประเด็นข้อต่อมาคือมีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในพื้นที่มากขึ้น รวมถึงประเด็นปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะมีทั้งรถติด มีขยะ แถมยังมีเรื่องการสูญหายของวัฒนธรรม ความเป็นชุมชนดั้งเดิมเริ่มหายไป”

Hackathon รวมไอเดียแก้ไขปัญหาชุมชนนางเลิ้งด้วยการสร้างพื้นที่รีไซเคิลพลาสติกให้ชุมชน

และเพราะมีประเด็นปัญหาที่หลากหลายมากมาย แต่ละฮับที่เข้าไปศึกษาปัญหาจึงต้องชูประเด็นที่กลุ่มตนเองสนใจ ผ่านการพูดคุยกับชุมชน การลงพื้นที่ และการอ่านงานวิจัย 

“เพราะฉะนั้น ประเด็นปัญหาที่แต่ละฮับชี้ชวนออกมาก็จะต่างกันไปตามความสนใจ บางคนเน้นไปที่ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมและขยะ บางกลุ่มมองเรื่องวัฒนธรรมเป็นหลัก บางคนมองเรื่องธุรกิจการค้าว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจแถวนั้นเติบโตได้ ซึ่งเราก็เปิดกว้างให้ทางฮับไปคิดกันมา” 

03

Social Innovation Hackathon

จากการรวบรวมฮับสร้างสรรค์ที่มีความน่าสนใจ ก็มีฮับเข้าร่วมทั้งหมด 4 ฮับด้วยกัน คือ ทีมที่ 1 Weave Artisan Society จากจังหวัดเชียงใหม่ ทีมที่ 2 Factopia จากจังหวัดนนทบุรี ทีมที่ 3 Prayoon for Art ประยูรเพื่อศิลปะ และทีมที่ 4 อีเลิ้ง จากกรุงเทพมหานคร ซึ่งทุกทีมล้วนแล้วเป็นเครือข่ายของคนรุ่นใหม่ที่อยากเข้ามาพัฒนานางเลิ้ง

แต่ละทีมมีวิธีการทำงานอย่างไร กว่าจะได้ออกมาเป็นทีมผู้ชนะ เจเล่าให้ฟังว่า

“ความตั้งใจของเราคือต้องการเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่เพราะติดปัญหา COVID-19 เลยต้องเลื่อนมาเป็นเดือนพฤศจิกายน แต่เราก็เริ่มลงพื้นที่กันตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว พอลงพื้นที่ได้ประมาณสองสัปดาห์ เราก็จะให้แต่ละทีมไปคิด นำเสนอ แล้วก็ปรับต่อในช่วงที่เราจัดเป็น Hackathon สามวัน จะมีฮับจากอังกฤษคอยเป็นที่ปรึกษา รวมถึงที่ปรึกษาคนไทยเข้ามาช่วยให้ไอเดียเพิ่มเติมด้วย  

Hackathon รวมไอเดียแก้ไขปัญหาชุมชนนางเลิ้งด้วยการสร้างพื้นที่รีไซเคิลพลาสติกให้ชุมชน

“ขั้นตอนสุดท้ายของการนำเสนอโครงการ เราได้เชิญผู้ตัดสินทั้งหมด ห้าคน ทั้งผู้อำนวยการของ British Council ผู้อำนวยการของ FREC ตัวแทนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ตัวแทนของชุมชน และอาจารย์ที่มีความรู้ทางสถาปัตยกรรมและผังเมือง เข้ามาดูความเหมาะสม” 

เกณฑ์การให้คะแนนพิจารณาจากทั้งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นไปได้ แผนทางธุรกิจที่ดีในแง่ของการพัฒนาเป็น Business Model รวมถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม 

“ขั้นตอนที่แต่ละทีมพัฒนามาแต่ละโครงการดีหมดเลย เพราะตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ทั้งหมด อย่างโครงการของอีเลิ้ง เขาเสนอเป็น Urban Farming ทำพื้นที่ปลูกผักในพื้นที่รกร้างแห่งหนึ่งของนางเลิ้ง และยังเป็น Co-working Space สำหรับคนในชุมชนที่ตั้งต้นจากปัญหาเรื่องความมั่นคงทางอาหาร เพราะชาวบ้านไม่มีพื้นที่สีเขียวที่จะใช้ทำการเพาะปลูก รวมถึงไม่มีพื้นที่กิจกรรม 

“ส่วนกลุ่ม Factopia มองภาพรวมในเชิงธุรกิจ คือคนที่มาไม่ค่อยรู้ว่ามานางเลิ้งแล้วมีอะไร เขาเลยเสนอแนวคิดการปรับปรุงทั้งระบบ ทำเป็นเว็บไซต์บอกเวลาเปิด-ปิด ทำ Local Currency เพื่อให้เงินหมุนเวียนอยู่ในชุมชน 

“หรืออย่างทีมประยูรเพื่อศิลปะ เขาสนใจในเรื่องเชิงวัฒนธรรมและสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เขามองว่านางเลิ้งยังมีเรื่องราวที่เอามาเล่าต่อได้ เลยเสนอให้ทำเป็นเกม Augmented Reality เวลาเข้าไปในพื้นที่ก็จะเห็นตัวละครขึ้นมาเล่าเรื่อง เพื่อกระตุ้นให้คนเข้ามาในพื้นที่และมาเรียนรู้เรื่องราวของนางเลิ้ง 

และทีมผู้ชนะอย่าง Weave Artisan Society มองในแง่เรื่องสิ่งแวดล้อม “Weave แตกต่างกันออกไป อาจไม่ได้มองภาพกว้างเท่าทีมอื่น แต่ประเด็นสำคัญเลยคือเรื่องถุงพลาสติก เพราะตอนที่เราออกไปทานข้าวกัน เราเห็นเลยว่าไม่ว่าจะซื้ออะไรก็ตาม แค่ซื้อของหนึ่งอย่าง เขาก็ใส่ถุงพลาสติกแล้ว” 

จูเลี่ยน ตัวแทนจาก Weave Artisan Society ถึงกับพยักหน้าและบอกเราว่า แรงบันดาลใจของโครงการที่เขาทำก็มาจากวันนั้น วันที่เข้าไปทานข้าวแล้วได้รับถุงพลาสติก 

04

Weave Artisan Society

แต่ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้ถึงสิ่งที่ทีมสร้างสรรค์ทีมนี้คิดค้นจนได้รับรางวัล เราควรไปทำความรู้จักกับพวกเขาให้ดียิ่งขึ้นกันก่อน

Weave Artisan Society คือ คือ Creative Hub จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีแนวความคิดคือการทำงานร่วมกับชุมชน ตัวแทนอย่างจูเลี่ยนจึงเริ่มเล่าที่มาให้เราได้ฟังกัน 

“เราทำหลายอย่างมาก เราดูทั้งเรื่อง Design and Research หรือแม้กระทั่งการใช้ชีวิตก็เป็นจุดมุ่งหมายในการออกแบบของเราด้วย เรามี Design Studio ที่ร่วมมือกับดีไซเนอร์ท้องถิ่นและช่างฝีมือ ซึ่งดูการออกแบบทั้งโครงการขนาดเล็ก ระดับเมือง ถึงโครงการระดับใหญ่

Hackathon รวมไอเดียแก้ไขปัญหาชุมชนนางเลิ้งด้วยการสร้างพื้นที่รีไซเคิลพลาสติกให้ชุมชน

“และการที่เราเชื่อมโยงโครงการเหล่านี้เข้าด้วยกัน คือการดึงเหล่า Artisan หรือช่างฝีมือในเชียงใหม่ให้มาพูดคุยกัน ซึ่ง Weave จะอยู่ไม่ได้เลยหากขาดความร่วมมือของชุมชนที่กว้างขึ้น ซึ่งชุมชนในความหมายของเราไม่ใช่แค่คนที่อยู่รอบๆ ตัว แต่เป็นรอบๆ เมือง”

“ที่เราสนใจจะเข้าร่วมโปรเจกต์นี้ เพราะเราเห็นความเป็นไปได้ที่จะทำโครงการในกรุงเทพฯ และเมื่อเราลงไปวิจัยกับชุมชนนางเลิ้ง เราเห็นความคล้ายคลึงทางบริบทสังคมระหว่างชุมชนวัวลาย จังหวัดเชียงใหม่ กับชุมชนนางเลิ้งที่กรุงเทพฯ แล้วเราก็มีความสงสัยว่าการทำงานที่วัวลายจะมีผลลัพธ์ที่สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับที่กรุงเทพฯ ไหม”

ในมุมมองของนักออกแบบชุมชนนางเลิ้งเป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์เหมือนกับวัวลาย เพราะเป็นชุมชนที่ถูกถักทออย่างพิถีพิถัน เสมือนเป็นจุดกำเนิดของบางสิ่ง เช่นเดียวกับความเป็นล้านนาที่กำลังจะถูกเปลี่ยนผันไปตามกาลเวลา 

“พอได้มาทำงาน Hackathon ก็รู้สึกสนุกมาก เพราะว่าปกติเวิร์กช็อป ทั่วไปจะโฟกัสที่การออกแบบเป็นส่วนใหญ่ Hackathon จริงๆ ไม่ได้โฟกัสแค่การดีไซน์ แต่เป็น Implementation มากกว่า ว่าจะทำออกมาใช้งานได้จริงได้อย่างไร เพราะว่าผลลัพธ์สุดท้าย ชุมชนต้องใช้ได้ เลยเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผมและ Weave ด้วย  

“เราไม่ได้มาจากกรุงเทพฯ เราไม่ได้มาจากนางเลิ้ง เรามาทำตรงนี้ด้วยมุมมองของคนอื่น และผมก็คิดว่านี่คือสิ่งที่ทำให้ Weave พิเศษและน่าสนใจ เพราะถ้าเรามาจากกรุงเทพฯ หรือว่าเรามาจากนางเลิ้ง เราอาจจะไม่ได้คิดที่จะทำแบบนี้ก็ได้ ตอนที่เราไปนางเลิ้ง เราไม่มีอะไรในหัวเลย ไม่มีไอเดีย เราแค่เปิดกว้างกับทุกอย่าง เพราะทุกอย่างคือโอกาสและมันมีความเป็นไปได้ 

“หลังจากเข้าร่วม ผมว่าความงามของ Hackathon คือการเปิดโอกาสให้เราได้พูดคุยกัน หลังจากที่เราเข้าไปคุยกับชุมชนจริงๆ เราก็รู้ว่าพวกเขามีปัญหาเรื่องขยะพลาสติก แล้วเราไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมตั้งแต่หัวจรดท้ายปลายทางในการเก็บและจัดการขยะพลาสติก เราเลยเห็นโอกาสที่จะเปลี่ยนขยะให้เป็นแหล่งทรัพยากรที่มีคุณค่าได้”

แต่งานนี้ต้องขอบอกเลยว่าไม่ง่าย เพราะปัญหาแรกที่พวกเขาพบก็คือทำอย่างไรให้คนในชุมชนเก็บขยะถุงพลาสติกมาให้พวกเขาเพื่อนำมาต่อยอด 

Hackathon รวมไอเดียแก้ไขปัญหาชุมชนนางเลิ้งด้วยการสร้างพื้นที่รีไซเคิลพลาสติกให้ชุมชน

“สุดท้ายเราก็ได้มาสองวิธี วิธีการแรก คือการสร้าง Recycling Station ขนาด 1×1 เมตร รอบตลาด เพื่อให้คนหรือลูกค้าที่มาตลาด ช่วยเราแยกขยะตามถังต่างๆ ส่วนวิธีการที่สองจะยากขึ้นมาหน่อย เป็นการเวิร์กช็อปร่วมกันกับชุมชนสอนให้เขาแยกขยะ แล้วเราก็สร้าง Recycling Station ขนาดใหญ่ขึ้น ให้ชุมชนเอาขยะมาแล้วขายให้กับเรา เหมือนเป็นแรงกระตุ้นให้เขาอยากแยก อยากนำขยะมาให้ ไม่ช้าเราก็จะทำให้ชุมชนได้เห็นว่าถุงพลาสติกก็มีค่า จากนั้นเราก็จะสร้างเวิร์กช็อปอีกครั้งในการเปลี่ยนถุงพลาสติกให้เป็นวัตถุดิบและเปลี่ยนให้เป็นวัสดุอื่นๆ ได้ เช่น ผ้าใบกันสาด”

ซึ่งการแปรสภาพขยะถุงพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าใบที่ชุมชนใช้ประโยชน์ได้ก็มีวิธีการทำที่แสนง่ายดาย เพียงแค่ใช้เตารีดเท่านั้นเอง   

“พอได้ถุงพลาสติกมาแล้วก็ใช้เตารีดรีด เพราะตอนที่เราพูดคุยกับทีมงาน เราต้องการทำอะไรที่ชุมชนทำเองได้ ไม่ว่าจะมีดีไซน์ยังไงก็ตาม ต้องง่ายไว้ก่อน จะซับซ้อนหรือยากไม่ได้ เพราะพอเริ่มมีเทคนิคเยอะ คนจะไม่ค่อยสนใจ แค่นำพลาสติกสามสี่ชั้นมาซ้อนกันแล้วรีดก็ เรียบร้อยแล้ว 

“ซึ่งไอเดียการรีดพลาสติกมาจากการร่วมมือกับ Design Local Studio ของ เป่าเป้ (อี้เหิน หวัง) เขาทำงานกับ Precious Plastic ตอนนั้นเราใช้พลาสติกไปสร้าง Pavilion งาน Music Festival ที่สิงคโปร์  เลยมีองค์ความรู้เกี่ยวกับพลาสติกมาก่อน แต่คราวนี้เราใช้วิธีการที่ต่างออกไป และต้องใช้ความร่วมมือของชุมชน เพราะจุดประสงค์ของเรา คือการส่งต่อความรู้ที่ชุมชนนำไปใช้ได้ในอนาคต เพื่อทำให้เกิดผลกระทบวงกว้างสำหรับชุมชนนางเลิ้งเอง”

จูเลี่ยนมองว่า ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะทำโปรเจกต์เช่นนี้ เพื่อดูว่าชุมชนจะเปลี่ยนไปในทิศทางใดได้บ้าง เพราะในอีก 2 – 3 ปีอันใกล้ หากชุมชนพัฒนาไปทิศทางอื่น พวกเขาจะเสียโอกาสและความสามารถที่จะทำงานกับชุมชน 

ในฐานะของผู้ที่คลุกคลีกับพื้นที่ เจก็บอกกับเราว่า “ชุมชนเองเขาก็อยากได้โครงการที่มันเกิดประโยชน์กับพื้นที่จริงๆ บางครั้งคนลงไปทำวิจัยแล้วก็ไป คือเหมือนมาเอาไปจากนางเลิ้ง แต่ไม่เคยเอาอะไรมาคืน เขาก็จะรู้สึกว่าถ้าจะเข้ามาทำอะไร ก็ขอให้เกิดประโยชน์กับนางเลิ้งจริงๆ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้นด้วย เพราะเราเห็นความสำคัญว่าทำไมชุมชนนางเลิ้งถึงต้องถูกอนุรักษ์ไว้” 

Hackathon รวมไอเดียแก้ไขปัญหาชุมชนนางเลิ้งด้วยการสร้างพื้นที่รีไซเคิลพลาสติกให้ชุมชน

ด้วยความคิดตั้งต้นที่อยากแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือปัญหาขยะที่พบในชุมชนนางเลิ้ง ทำให้ทีม Weave Artisan Society คิดพัฒนาที่จะทำให้นำเอาขยะมาใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงพัฒนาพื้นที่และสร้างรายได้ให้กับชุมชน

“โครงการนี้มันตอบโจทย์หมดทุกองค์ประกอบ ทั้งสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน ความเป็นไปได้ รวมถึงแผนธุรกิจที่ต่อยอดได้ คือการนำขยะพลาสติกมา Upcycle ให้เป็นวัสดุผ้าใบที่กันน้ำได้ เก๋ตรงที่ใส่ดีไซน์ลงไปได้แล้วแต่จะออกแบบในแง่ศิลปะ แล้วก็ยั่งยืนในแง่ที่ชุมชนทำเองได้ด้วย และจะเป็นประโยชน์ในการใช้เป็นผ้าใบกันสาดตามบ้าน และตามตลาดได้ 

Hackathon รวมไอเดียแก้ไขปัญหาชุมชนนางเลิ้งด้วยการสร้างพื้นที่รีไซเคิลพลาสติกให้ชุมชน

“รวมถึงเราสามาถสร้างความน่าสนใจให้กับพื้นที่ โดยการให้คนมาใช้งาน สร้างร่มเงา และสร้างพื้นที่ให้กับเด็ก แล้วชุมชนเองก็เรียนรู้เกิดการสร้างรายได้ และพัฒนาเป็นอาชีพต่อได้ด้วย” เจบอกกับเรา

หลังจากได้รับชัยชนะแล้ว งานต่อไปที่ทีม Weave ต้องทำ คือการลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือชุมชนในอีก 1 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะใช้เวลาอีก 6 เดือนพร้อมกับเงินลงทุนที่ได้รับไปทั้งสิ้น 600,000 บาทเพื่อทำให้โปรเจกต์เป็นรูปเป็นร่างและเป็นจริง

แม้โครงการ Hackhathon ที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาชุมชนนางเลิ้งจะเป็นเพียงโครงการเริ่มต้นบนพื้นที่ชุมชนเมือง แต่ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาชุมชนอื่นๆ ในประเทศไทย เพราะนอกจากเป็นประโยชน์กับคน ชุมชน ยังเป็นการเปิดขยายความคิดสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมนักคิด นักออกแบบ ในบ้านเราอีกด้วย นี่จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาทั้งคน ทั้งเมือง ให้สร้างสรรค์ได้ไปพร้อมๆ กัน

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ในย่านเขตสถานทูต (Diplomatic Enclave) กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ท่ามกลางกำแพงสูงและรั้วลวดหนาม ปรากฏกำแพงหนึ่งที่มีสีสันสดใสโดดเด่นสะดุดตา จนหลายคนยกมือถือเข้ามาถ่ายรูป ลวดลายนั้นคล้ายคลึงกับลวดลายบนรถบรรทุกที่วิ่งไปมาในปากีสถาน ที่เรียกว่า Truck Art แต่ก็มีลวดลายของไทยด้วย เบื้องหลังกำแพงคือ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด 

อะไรคือ Truck Art แล้วทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้

แบทเทิลแห่งสีสัน

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

จุดเริ่มของศิลปะบนรถบรรทุกเข้ามาในเอเชียใต้เมื่อมีการนำเข้ารถบรรทุก Bedford จากอังกฤษตั้งแต่ พ.ศ. 2463 Bedford เป็นบริษัทลูกของบริษัท GM ตอนแรกรถบรรทุกพวกนี้ไม่ได้ประดับประดาอะไรมากมายนัก จนเมื่อ พ.ศ. 2483 ที่มีการใช้รถบรรทุกขนส่งทางไกล บริษัทต่าง ๆ ก็เริ่มเอาตราบริษัทติดที่รถบรรทุก เพื่อให้ผู้พบเห็นรู้ว่าเป็นของบริษัทอะไร และยังเป็นการโฆษณาไปในตัว 

คนขับรถตอนนั้นเห็นว่า ไหน ๆ จะพ่นสีโฆษณาบริษัทแล้ว ก็เลยขอแต่งแต้ม เติมนั่นเติมนี่นิดหน่อย มาถึงจุดที่เริ่มหยุดไม่อยู่ มีการแข่งขันกันแบบสนุก ๆ แฝงความจริงจังระหว่างคนขับว่า รถใครจะมีสีสันและการตกแต่งที่กิ๊บเก๋กว่ากัน จนกลายเป็นว่ารถบรรทุกทุกคันต้องมีการตกแต่งประดับประดาไม่มากก็น้อย แต่ที่เห็นส่วนใหญ่จะมากไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวเจอเจ้าที่จัดเต็ม ของเราจะดูดร็อปไป 

การตกแต่งนอกจากลงสีเป็นลวดลายต่าง ๆ แล้ว ยังมีการใช้ผ้า ใช้โซ่ห้อยเป็นสาย ติดกระดิ่งเล็ก ๆ กรุ๊งกริ๊ง ๆ อีกด้วย จุดที่ต้องทำให้โดดเด่นคือ ส่วนหัว ด้านหน้าของรถที่ยื่นสูงขึ้นไปหรือเรียกว่า มงกุฎ (Crown) กลายเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ไปเยือนปากีสถาน โดยเฉพาะฝรั่งซึ่งอาจคุ้นกับแนวสีพาสเทล มาเจอการตกแต่งแบบแม่สีจัด ๆ ก็เกิดอาการตื่นตะลึง ถ่ายภาพไปโชว์เพื่อน ๆ จน Truck Art ปากีสถานเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก ในสมัยที่ทหารอเมริกันเข้าไปในอัฟกานิสถาน ก็เห็นรถพวกนี้สีสันสวยงามวิ่งส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งมาแต่ไกล เลยเรียกว่า รถบรรทุกกรุ๊งกริ๊ง (Jingle Truck)

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
รถบรรทุกกรุ๊งกริ๊ง (Jingle Truck)

เรื่องราวผ่านลวดลาย

เพื่อเจาะลึกถึงศิลปะแขนงนี้ เราไปดูวิธีการทำ Truck Art ถึงอู่ในเมืองราวัลปินดี เขาบอกว่าวิธีการทำมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ลงรองพื้น จากนั้นก็ลงสีเป็นลวดลายต่าง ๆ ซึ่งคุณลุงคาลิดที่กำลังลงสีอยู่บนนั่งร้านสูงบอกว่า ทำมานาน 40 ปีแล้ว ถึงตอนนี้อายุ 70 แต่ลุงยังแข็งแรง ว่าแล้วก็โชว์พลังโดยการปีนลงมาอย่างคล่องแคล่ว ลุงบอกจะทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่ไหว ดีใจที่คนต่างชาติชอบผลงานของคนปากีฯ ความปลื้มปีติของลุงฉายผ่านแววตามากประสบการณ์

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
ลุงคาลิด

ลวดลายบนรถบรรทุกนี้น่าสนใจ มีตั้งแต่ลายอักษร พืช สัตว์ท้องถิ่น และสัตว์ในจินตนาการ เช่น นกยูง นกอินทรีย์ ม้าบิน ดอกไม้ต่าง ๆ รวมถึงไอดอลจากวงการบันเทิง ทั้งนักร้อง นักแสดงที่มีชื่อเสียง ตลอดจนนักการเมือง นักปราชญ์ กวี บางคนให้วาดรูปลูกตัวเองไว้บนรถด้วย ทำให้มีกำลังใจทำงาน เพราะรู้ว่าหยาดเหงื่อของเขานั้นทำเพื่อครอบครัว เราได้คุยกับคนขับรถบรรทุกจากเมืองเปชาวา เชื้อสายพัชตุน หรือที่ไทยเรียกว่า ปาทาน เขาบอกว่ารถบรรทุกมีรูปบ้านในชนบทของเขาด้วย “เวลาขับรถไปส่งสินค้าไกล ๆ หันมาดูรถ เห็นวิวบ้านเกิด จะได้หายคิดถึงบ้านไปได้บ้าง”

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

เมื่อลงสีแล้วก็จะส่งไปยังแผนกประดับเพิ่มเติม เพื่อติดแผ่นอะลูมิเนียมเพิ่มความเงางามโดดเด้ง สะท้อนแสงแดดระยิบระยับยามกลางวัน มองเห็นได้แต่ไกล หากต้องการแอดวานซ์ไปอีกก็จะส่งต่อไปยังแผนกติดไฟ ประดับไฟในจุดต่าง ๆ เพิ่มอีกด้วย ทำให้การตกแต่งใช้เวลาราว 1 – 2 เดือน หากทำแบบจัดเต็ม ค่าใช้จ่ายอาจจะเกือบ ๆ แสนบาทเลยทีเดียว 

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

ถ้าใช้งานไปแล้วอยากตกแต่งเพิ่ม ก็มีร้านขายชุดแต่งเพิ่มเติม น้องที่ขายชุดแต่งบอกว่า ขายได้ดีมาก รวม ๆ แล้วค่าตกแต่งรถทั้งหมดอาจจะแพงว่าบ้านของคนขับรถเสียอีก แต่เขาถือว่าเป็นการลงทุนเชิงธุรกิจ เพราะลูกค้ามักจ้างรถบรรทุกที่ตกแต่งเยอะ มากกว่ารถที่ตกแต่งน้อย

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
ร้านขายชุดแต่งเพิ่ม

นอกจากประดับประดารถบรรทุกแล้ว บางรายยังตกแต่งรถบัสโดยสารด้วย เราโชคดีที่ได้ขับมาเจอรถบัสที่คนปากีสถานเรียกว่า รถบัสแคชเมียร์ เป็นรถบัสโดยสารขับไปตามภูเขาสูงชัน คันที่เราเจอตกแต่งอย่างสวยงาม จังหวะเขาจอดรับผู้โดยสาร เลยรีบลงไปถ่ายรูปมาให้ดูกัน ขนาดคนปากีฯ เองยังบอกว่า คันนี้สวยมาก ไม่ค่อยได้เห็นวิ่งในเมือง

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
รถบัสแคชเมียร์

สะท้อนรากลึกวัฒนธรรม

งานศิลปะบนรถบรรทุกของชาวปากีสถานสะท้อนวัฒนธรรมหลายอย่างของชาวปากีสถาน ซึ่งบางทีคนไทยอาจจะไม่คิดมาก่อน เพราะบางทีเห็นหน้าเขาเข้ม ๆ ไว้หนวดไว้เครา เราก็จะเกรง ๆ แต่จากประสบการณ์ที่ได้พบปะพูดคุยกับคนปากีฯ เห็นได้เลยว่าเขาเป็นคนชัดเจน จริงใจ แค่ขอไปถ่ายรูปรถบรรทุก เขาก็ยิ้มรับ เชื้อเชิญอย่างเต็มที่ อย่างคนขับรถคนหนึ่ง เข้าไปขอถ่ายรูป เขาหันหลังกลับ คิดว่าวิ่งหนี ปรากฎว่าวิ่งไปที่รถแล้วโผล่หน้ามาตรงหน้าต่างยิ้มแป้น บอกให้ถ่ายมุมนี้ มุมเด็ดของผม แถมยังบอกว่า ดีใจที่รถเขาแต่งแค่เบสิก ๆ หน้าสด เรายังสนใจ (ขณะที่เราหันมองไปที่รถ มันเบสิกตรงไหนหว่า จัดเต็มขนาดนั้น) ทุกคนที่ได้พบนอกจากชวนคุยสนุกสนานแล้ว ยังชวนไปดื่มชาปากีอีกด้วย (Chai – ชาใส่นม โรยเครื่องเทศ หอมมัน อร่อยมาก)

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

สีสันบนรถบรรทุกเหล่านั้นยังสะท้อนถึงอุปนิสัยที่ร่าเริงของคนปากีฯ ซึ่งนอกจากคุยสนุกแล้ว ยังชอบเสียงเพลงที่เร้าใจและการเต้นรำ ผมเคยนั่งรถไปต่างจังหวัด เจอเขาทำถนน ต้องจอดรถรอนาน ขณะที่เราก็อาจจะร้อนใจตามประสา แต่กลับเห็นว่ามีกลุ่มวัยรุ่นใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการเปิดเพลง แล้วลงมาเต้นกันอย่างสนุกสนานเฮฮา คนแถวนั้นได้ยินเสียงเพลงเร้าใจก็ออกมาร่วมด้วย จนถนนเปิด รถเคลื่อนได้ คนก็หัวเราะวิ่งขึ้นรถไปต่อ ทำให้คิดได้ว่าเวลาเจออุปสรรคที่นอกเหนือการควบคุม บางคนเลือกร้อนใจ แต่บางคนก็เลือกจะทำสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนั้น แล้วผ่านมันไปในเวลาที่เท่า ๆ กัน แต่ด้วยความรู้สึกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

สีสันของปากีสถานยังสะท้อนในอาหารการกินของคนพื้นเมืองที่มีสีสันและรสชาติจัดจ้านน่าทานจากเครื่องเทศต่าง ๆ ที่จัดเต็ม ตั้งแต่ข้าวบริยานี ไก่ย่างติกกา แกงต่าง ๆ อย่างเช่น Chicken Achari Handi จนไปถึงของหวานอย่าง Gajrela ซึ่งอาหารในภูมิภาคต่าง ๆ ก็แตกต่างกันไป

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

ศิลปะดั้งเดิมในกระแสดิจิทัล

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
ไซเยอร์ ข่าน

ไซเยอร์ ข่าน ศิลปินที่เราชวนให้มาวาดภาพศิลปะแนวรถบรรทุกบนกำแพงสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด มาจากเมืองเปชาวา ห่างจากกรุงอิสลามาบัดไปเกือบ 200 กิโลเมตร เป็นศิลปินดาวรุ่งรุ่นใหม่ มีผลงานทั้งในและต่างประเทศ แต่โชคไม่ดีที่ธุรกิจของเขาซบเซาลงอย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19 เขาบอกว่างานทำสีรถบรรทุกหายไปแทบจะหมดสิ้น แต่เขาก็ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา หันมาลงสีสิ่งของเล็ก ๆ เช่น กาน้ำชา ถ้วย ถาด รองเท้า แล้วลงรูปในโซเชียล ปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดี 

สถานทูตเราก็เห็นข่าวนี้ จึงติดต่อให้เขามารับงาน เขาดีใจมากเพราะถือเป็นงานใหญ่ เขาบอกอย่างภูมิใจว่า งานนี้จะสร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก และเป็นเกียรติในฐานะศิลปินที่ได้เผยแพร่ศิลปะของปากีสถาน ทั้งยังมีส่วนเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนไทยกับคนปากีสถาน และเราเองก็เชื่อว่า ชื่อเสียงของเขาจะได้รับการยอมรับในหมู่ชาวต่างประเทศและคณะทูตในกรุงอิสลามาบัด

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

ไซเยอร์เล่าว่า งานของเขาใช้เทคนิคแบบดั้งเดิม โดยใช้พู่กันผสมสีเฉดต่าง ๆ และลงสีด้วยมือ ซึ่งเขาเรียนมาจากลุงตั้งแต่อยู่ ม.1 เทคนิคนี้เริ่มสูญหายไปจากการเข้ามาของศิลปะแบบดิจิทัล ที่ออกแบบลวดลายได้คมชัด ผลิตได้จำนวนมากในรูปแบบของสติกเกอร์แล้วเอาไปพ่นสี ทำให้ผลิตงานได้รวดเร็ว ลูกค้าไม่ต้องรอนาน รวมถึงราคาอาจถูกลง เขาจึงพยายามรักษาศิลปะแบบดั้งเดิมนี้ไว้ โดยพยายามฝึกลูกศิษย์อยู่หลายคน แต่งานศิลปะเหล่านี้ต้องใช้ความอดทนฝึกฝน รวมทั้งต้องอยู่กับกลิ่นสีและทินเนอร์ตลอดทั้งวัน เด็กรุ่นใหม่ ๆ ส่วนใหญ่มาทำงานได้ไม่นานก็หายไป ตอนนี้เหลือเพียง 2 คน แต่ก็พยายามจะสานต่องานที่ทรงคุณค่านี้ต่อไป

เราคุยกันถึงลวดลายที่วาดบนกำแพง เป็นสิ่งของ สถานที่ ผู้คนทั้งไทยและปากีสถาน ซึ่งในปากีสถานมีสิ่งของที่ทั้งเราและเขาคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตุ๊ก ปิ่นโต เขามีเมืองตักศิลา ซึ่งทำครกเหมือนกับที่อ่างศิลาบ้านเราเลย แม้กระทั่งรถสิบล้อไทยในสมัยก่อน ลักษณะและการวาดลวดลายต่าง ๆ คล้ายกัน รวมไปถึงเรือกอและของทางใต้ ลวดลายสดใสก็คล้ายคลึงกับแนว Truck Art ของปากีสถาน

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

เมื่อถึงเวลาต้องปรับปรุงทาสี เพราะสีเดิมเริ่มแสดงร่องรอยความเก่า ทั้งจากระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 10 ปี ลาย Truck Art บนกำแพงของสถานทูตไทยจึงเป็นคำตอบของพวกเราที่สถานทูต เพื่อเป็นการลดทอนความแข็งกร้าวของกำแพงลง แสดงถึงการน้อมรับศิลปะประเทศเจ้าภาพ สร้างความรู้สึกดีให้คนที่พบเห็น ลวดลายสดใสสะท้อนความเป็นมิตรร่าเริงของทั้งผู้คนทั้งสองประเทศ 

ภาพทิวทัศน์ของปากีสถานและไทยทำให้คนที่ผ่านไปมานึกถึงบ้าน รวมทั้งคนไทยที่ไปสถานทูต หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยเองที่นาน ๆ ได้กลับบ้านกันสักที กำแพงนี้เปรียบเป็นผืนผ้าใบขนาดใหญ่ยาวกว่า 220 ฟุต สำหรับศิลปินท้องถิ่นได้แสดงผลงาน เราดีใจที่เป็นส่วนเล็ก ๆ สนับสนุนการสืบสานศิลปะ Truck Art แนวดั้งเดิมของปากีสถานให้ได้รับการยอมรับต่อไป สถานทูตไทยอีกแห่งที่ได้ริเริ่มทำสิ่งนี้คือสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต ที่ใช้ศิลปะโมเสกพื้นเมืองประดับประดาหน้าสถานทูตอย่างสวยงาม

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

เมื่อมีคนพูดต่อ ๆ กันไป ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ของปากีสถานก็ให้ความสนใจออกข่าวกันใหญ่โต คนผ่านไปมาก็มักจะหยุดถ่ายรูป มีคนปากีฯ บอกว่า ได้ยินผู้บริหารระดับสูงของปากีสถานคุยกันถึงกำแพงสถานทูตไทยอย่างชื่นชม และบอกว่าเป็นสิ่งที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ของสองประเทศได้ดี 

ไซเยอร์บอกว่า ตอนนี้เขาได้รับการติดต่อจากหลายที่ รวมทั้งสถานทูตหลายแห่ง เพราะมีคนเห็นผลงานของเขาบนกำแพงสถานเอกอัครราชทูตไทย ตอนนี้ไซเยอร์กำลังเดินทางไปนิวซีแลนด์เพื่อแสดงงานศิลปะของเขา เราก็หวังจะเห็นเขารวมทั้งศิลปินอื่น ๆ ประสบความสำเร็จ เพราะเราเชื่อว่าศิลปะเป็นสิ่งจรรโลงใจ ไร้ซึ่งพรมแดน เป็นภาษาที่ไม่ต้องเข้าใจหลักไวยากรณ์แบบภาษาเขียน แต่กลับทำให้รู้สึกได้ ทำให้ผู้คนต่างวัฒนธรรมสื่อสารกันได้ เป็นมิตรกันได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษยชาติที่อยู่ร่วมกันในโลกใบนี้

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

Writer & Photographer

จักรกฤดิ กระจายวงศ์

เป็นนักการทูต ลูกครู (ที่เชื่อว่า) งานการทูตไม่ได้เหมือนในละคร แต่เป็นงานที่ต้องออกไปร่วมทุกสุขกับคน เข้าถึงใจคน จึงจะเข้าใจเขา เข้าใจความต้องการเขา จึงทำงานได้ถูกต้อง ผมชอบการเดินทาง และถ่ายภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load