ก่อนที่สี่แยกเพลินจิตจะเต็มไปด้วยตึกระฟ้าอย่างเช่นทุกวันนี้ ผมเคยยืนอยู่บนชานชาลาสถานีรถไฟฟ้ามองอาคารรูปร่างแปลกประหลาดหลังหนึ่งเป็นเวลานาน ทัศนียภาพจากมุมสูงสามารถมองเห็นพื้นที่โล่งที่เคยเป็นอาคารพาณิชย์ธรรมดา 4 – 5 ชั้นซึ่งตอนนั้นเพิ่งถูกทุบทิ้งรื้อถอนออกไป กลายเป็นลานโล่งกว้าง มีแคมป์คนงานก่อสร้างเตรียมปรับที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารสูงขนาดใหญ่ที่ต่อมาใช้ชื่อว่า ปาร์คเวนเจอร์

เวลานั้นผมมองเห็นอาคารคอนกรีตรูปทรงกระบอกสีน้ำตาลขาว ดูไม่เข้าพวกกับตึกกระจกวิบวับแบบสมัยนิยม รูปร่างของมันมีหน้าต่างกลมเต็มอาคารไปหมด ทำให้ดูหลงยุคหลงสมัย หลุดโลก เหมือนยานอวกาศจากหนังไซไฟ บางทีก็ดูคล้ายปลาหมึกยักษ์โบราณ อยู่ท่ามกลางดงต้นไม้ครึ้มๆ ที่เรามองจากระดับถนนปกติได้ยาก

สิริ อพาร์ตเมนต์

ผมยืนประทับอาคารนี้อยู่นาน ทำได้เพียงเก็บภาพตึกประหลาดนั้นไว้ เดาไม่ออกว่านี่คืออาคารสำนักงาน บ้าน หรืออะไรกันแน่ คิดในใจว่าถ้ามีโอกาสสักครั้งก็อยากจะเข้าไปเดินดูความงดงามใกล้ๆ เสียหน่อยแต่ก็นานจนลืมคิดถึงอาคารนี้ไปแล้ว

ผ่านไป 9 ปี โชคชะตาก็เข้าข้างด้วยคำเชิญชวนของสถาปนิกต่างชาติผู้เช่าห้องในอาคารแห่งนี้เป็นที่พักอาศัย ได้พาเราเข้าไปเยี่ยมชมตึกลึกลับที่ประทับใจมานานแสนนาน

สิริ อพาร์ตเมนต์

 

ผลงานสถาปนิกนักเรียนนอก ลูกศิษย์ Louis Kahn

เดิมทีอาคารหลังนี้มีชื่อว่า ‘เกษมสานต์แมนชั่น’ ออกแบบโดยสถาปนิก แดน วงศ์ประศาธน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) แดน วงศ์ประศาธน์ เรียนจบสถาปัตย์จาก Cornell University และต่อมาก็ได้ปริญญาโทจาก University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเรียนจบแล้วแดนได้เข้าทำงานกับ หลุยส์ คาห์น (Louis Kahn) ผู้เป็นทั้งอาจารย์และเจ้านายในโครงการออกแบบเมืองหลวงใหม่ที่ธากา (Dhaka) บังกลาเทศ และกลับมายังเมืองไทยเมื่อ พ.ศ. 2510

สิริ อพาร์ตเมนต์ สิริ อพาร์ตเมนต์

ผลงานออกแบบหลายๆ ชิ้นของแดน วงศ์ประศาธน์ มักจะปรากฏองค์ประกอบรูปวงกลมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ สีลม หรือโรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท

เกษมสานต์แมนชั่นมีผังเป็นรูปวงกลมใหญ่แล้วรายล้อมด้วยแท่งทรงกระบอกเล็กอีก 12 แท่ง แต่ละแท่งทำหน้าที่ต่างกัน เช่น เป็นปล่องลิฟต์ ปล่องบันได เพื่อเป็นทางสัญจรหลักของผู้อยู่อาศัย บางแท่งที่แบ่งไปตามยูนิตต่างๆ ก็ทำเป็นห้องครัวหรือห้องน้ำ เพื่อให้งานระบบวางท่อทำได้ง่าย นอกจากนี้ผังอาคารยังเจาะศูนย์กลางวงเป็นคอร์ตภายในเชื่อมต่อกันตลอด 6 ชั้น ทำให้อากาศถ่ายเทและได้รับแสงสว่างทั่วถึงทุกยูนิต

สิริ อพาร์ตเมนต์ สิริ อพาร์ตเมนต์ สิริ อพาร์ตเมนต์

ถ้าศึกษางานออกแบบของหลุยส์ คาห์น หลายๆ ชิ้นนิยมรูปทรงเรขาคณิตเรียบง่าย หรือเป็นคอนกรีตทึบตัน แต่ให้ความสำคัญกับแสงสว่างภายใน วิธีคิดเช่นนี้คงส่งอิทธิพลต่อมายังแดนไม่มากก็น้อย

ปัจจุบันเกษมสานต์แมนชั่นเปลี่ยนชื่อเป็น สิริ อพาร์ตเมนต์ กลายเป็นอาคารยุคโมเดิร์นซ่อนตัวหลบอยู่หลังตึกระฟ้าขนาดใหญ่

Writer & Photographer

วีระพล สิงห์น้อย

ช่างภาพสถาปัตยกรรม และเจ้าของเพจภาพถ่ายอาคารเปี่ยมเสน่ห์ชื่อ FOTO_MOMO

ได้ยินมาหลายครั้งว่า ‘สกาลา’ คือโรงภาพยนตร์ stand alone ที่สวยที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ ผมยังไม่กล้าฟันธงว่าสวยที่สุดในเอเชียอาคเนย์หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ในสายตาของตัวเอง ที่นี่คือโรงภาพยนตร์ที่สวยที่สุดในประเทศและยังมีชีวิตอยู่

นอกจากนั้นผมเคยได้ยินชื่อของ ‘สกาลา’ ว่าไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทย โรงภาพยนตร์ชื่อซ้ำกันนี้มีมากกว่าหนึ่งแห่งในโลก

แล้วทำไมชื่อ ‘สกาลา’ ถึงได้รับความนิยม

พอไปค้นความหมายของคำว่า La scala ในภาษาอิตาเลียนนั้นแปลว่า บันได (staircase) ทำให้ยิ่งเกิดคำถามน่าคิดว่า บันไดเกี่ยวข้องกับโรงภาพยนตร์ได้อย่างไร

บันไดอันศักดิ์สิทธิ์

ย้อนกลับไปในประเทศอิตาลี ราวปี ค.ศ. 1778 ยุคสมัยที่สังคมชนชั้นสูงนิยมดูมหรสพ การแสดงโอเปร่าและบัลเล่ต์ ทำให้ก่อกำเนิดโรงอุปรากรขนาดใหญ่ขึ้นมาในเมืองมิลาน ชื่อว่า Teatro alla Scala เป็นโรงอุปรากรสถาปัตยกรรมรูปแบบ Neoclassic ที่มีชื่อเสียงและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ภายในประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงตามสถานะกิจกรรมของชนชั้นสูง

และย้อนกลับไปไกลกว่านั้นอีกนิด ก่อนที่โรงอุปรากรแห่งนี้จะสร้างขึ้น เดิมที่ตรงนี้คือโบสถ์ Santa Maria della Scala อันหมายถึงบันไดสู่พระแม่มาเรีย เป็นหนทางศักดิ์สิทธิ์สู่สรวงสวรรค์นั่นเอง และจากนั้นความนิยมของคำว่า La Scala หรือชื่อแบบสั้นๆ ของ Teatro alla Scala ก็ติดปากผู้ชมมหรสพทั้งหลายทั่วโลก

La scala
en.wikipedia.org/wiki/La_Scala

จากมิลานสู่เกาะอังกฤษ

ในช่วงศตวรรษที่ 19 กระแสความนิยมดูมหรสพกระจายออกไปไกล ทำให้เกิดสถาปัตยกรรมต่างๆ ขึ้นมารองรับกิจกรรมประเภทนี้ และที่เกาะอังกฤษก็เช่นกัน หัวมุมถนน Charlotte ในลอนดอน มีอาคารเก่าแก่ที่เปิดแสดงละครมาอย่างยาวนาน แต่ถูกไฟไหม้ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 เสียหายอย่างมาก จนเมื่อปี ค.ศ. 1903 – 1905 หมอชาวอังกฤษ Edmund Distin Maddick ได้เข้ามาซื้อตึกหัวมุมถนนนี้ แล้วให้ Frank Verity สถาปนิกผู้คร่ำหวอดการออกแบบโรงมหรสพสมัยนั้น ดัดแปลงอาคารกลายมาเป็นโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1911 และตั้งชื่อว่า ‘Scala Theatre’ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีโถงบันไดอันโอ่อ่าสมกับความหมายเดิมเลยก็ตาม

Scala Theatre
scala.co.uk

โปรตุเกส สกาลา และแอฟริกา

ในช่วงศตวรรษที่ 19 ยุคสมัยอาณานิคมของโปรตุเกสมาถึงชายฝั่งแอฟริกาเช่นกัน มาพร้อมๆ กับความเจริญเติบโตของเมืองในอาณานิคมอย่างเมืองมาปูโต ประเทศโมซัมบิก เกิดสถาปัตยกรรมสไตล์ Art Deco ที่กำลังเป็นที่นิยมสมัยนั้นเต็มบ้านเต็มเมือง ทั้งอาคารบ้านเรือน และสถานที่ราชการต่างๆ ก็ออกแบบไปในทิศทางนี้ รวมไปถึงโรงภาพยนตร์ ‘Scala’ ที่สร้างในปี ค.ศ. 1931 โดยบริษัทภาพยนตร์ของแอฟริกาใต้ และยังคงเป็นโรงภาพยนตร์ stand alone ที่เปิดให้บริการอยู่

แม้ภายในโรงจะไม่มีบันไดที่โออ่านัก แต่ก็คงเสน่ห์ด้วยเก้าอี้ไม้หุ้มเบาะหนัง ยึดขาเก้าอี้ด้วยเหล็กหล่อแบบโบราณ และมีตัวอักษรโลหะ A, B, C, D, … ติดไว้กับพื้นไม้เพื่อบอกแถวที่นั่ง

Scala
Scala
Scala
Scala
Scala

สกาลาในสยาม

กลับมาที่เมืองไทย ถ้าจะนับตามลำดับโรงภาพยนตร์ในย่านสยามสแควร์นี้ ก็ต้องเรียงตามลำดับพี่น้อง คือ สยาม, ลิโด และสกาลา ทั้งสามแห่งเคยอยู่ภายใต้การดูแลของ คุณพิสิฐ ตันสัจจา ประธานโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ ผู้บุกเบิกพัฒนาพื้นที่อันห่างไกลความเจริญย่านปทุมวัน จนกลายเป็นแหล่งความเจริญหน้าหนึ่งของสังคมไทย จากโรงภาพยนตร์ทั้งสามโรง จะเห็นว่าสกาลานั้นเป็นผลงานออกแบบอย่างวิจิตรบรรจงที่สุด

รูปแบบสถาปัตยกรรมของสกาลานับเป็นเพชรน้ำงามของสถาปัตยกรรม Art Deco ในประเทศไทยจริงๆ ฝีมือของสถาปนิกอย่างคุณจิระ ศิลป์กนก นั้นการันตีความทันสมัยไว้กับอาคารหลายแห่งในกรุงเทพฯ เช่น โรงแรมอินทราที่ประตูน้ำ ธนาคารแห่งประเทศไทยที่ถนนสุรวงศ์ โรงภาพยนตร์เอเธนส์ โรงภาพยนตร์วงเวียนใหญ่รามา รวมไปถึงรูปแบบของธนาคารกสิกรอีกหลายๆ สาขา

แม้จะเป็นช่วงปลายของความนิยมกระแสโมเดิร์น แต่สถาปนิกกลับเลือกใช้ศิลปะแบบ Art Deco คือการใช้เส้นโค้งและเส้นตรงเรียบง่ายแต่แข็งแรง มีการใช้เส้นที่คมชัด เหลี่ยมมุมชัดเจน มักได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ รวมไปถึงรูปทรงเรขาคณิต ในยุคนั้นคนทั่วไปจะมีทัศนคติต่อศิลปะ Art Deco ว่าเป็นศิลปะแห่งความหรูหรา

ฉะนั้น สิ่งที่โรงภาพยนตร์สกาลาแห่งนี้แสดงความหรูหราให้เราเห็นได้ชัดเจน คือ บริเวณโถงบันไดทั้งหมดนั้น ถูกออกแบบอย่างประณีต ทั้งฝ้าเพดานและเสาคอนกรีตโค้ง ลวดลายประดับอื่นๆ ล้วนมีความหมาย เช่น ฝ้าลวดลายม้วนฟิล์ม ลายด้านหลังเคาน์เตอร์ขายตั๋ว รวมไปถึงโคมไฟระย้าจากอิตาลี ทั้งหมดนี้ส่งเสริมให้คำว่า Scala มีโถงบันไดที่อลังการสมความหมาย

สกาลา
Scala
Scala
สกาลา

บันไดที่ถูกทิ้งร้าง

แต่ถ้ายังรู้สึกเฉยๆ กับ ‘บันได’ ของสกาลาในเมืองหลวง ยังมีพี่น้องของสกาลาอีกแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในต่างจังหวัด ผมว่าบันไดของที่นี่ดูอลังการกว่าสกาลากรุงเทพฯ จุดหมายสุดท้ายของเราคือ โรงภาพยนตร์เมืองทองรามา เป็นโรงภาพยนตร์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดสิงห์บุรี

จะว่าไปรูปร่างหน้าตาของโรงหนังแห่งนี้แทบจะถอดแบบกันมา เพียงแต่โถงตรงกลางนั้นไม่ได้วิจิตรอะไรมากมายนัก ฝ้าเพดานและเสาคอนกรีตก็เรียบๆ แต่สิ่งที่ทำให้โรงหนังแห่งนี้มีเสน่ห์ก็คือ บันไดทางขึ้นชั้นสองที่ออกแบบไว้งดงาม แม้จะไม่ได้แบ่งเป็น 2 ฝั่งเหมือนในกรุงเทพฯ แถมยังมีป้ายตัวอักษรอันเก่าของสกาลามาติดไว้ที่ชั้นสองเนื่องจากอยู่ในเครือเดียวกัน

ปัจจุบันแม้ถูกปล่อยรกร้างไม่ได้ใช้งาน แต่หากลองจินตนาการย้อนอดีตในสมัยรุ่งเรืองก็พอจะนึกออกว่าบรรยากาศของการชมภาพยนตร์ ณ โรงหนังริมน้ำแห่งนี้ก็คงตระการตาไม่แพ้ในเมืองเช่นกัน

โรงหนัง
เมืองทองรามา
สกาลา
โรงหนัง

Writer & Photographer

วีระพล สิงห์น้อย

ช่างภาพสถาปัตยกรรม และเจ้าของเพจภาพถ่ายอาคารเปี่ยมเสน่ห์ชื่อ FOTO_MOMO

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load