เมื่อคิดถึงการเดินทาง ก็ต้องออกเดินทาง มันง่ายอย่างนั้นเลย, ปีนี้เราให้ของขวัญปีใหม่กับตัวเองด้วยการปักหมุดหมายแรกที่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง กะว่าจะตีตั๋วเดินทัวร์ Singapore Art Week 2022 ให้หนำใจ คนชอบศิลปะเหมือนเราคงเคยได้ยินงานนี้มาบ้าง หรืออาจจะเคยมาเยี่ยมเยียน แต่ถ้าเพิ่งรู้จักเป็นครั้งแรก เราขออาสาเป็นไกด์ ชวนทำความรู้จักงานนี้ด้วยกัน

ก่อนสาวเท้าเดินสำรวจรอบเกาะ มารู้จักเจ้าสัปดาห์ศิลปะกัน Singapore Art Week 2022 เกิดจากความร่วมมือของ National Arts Council และ Singapore Tourism Board ที่จับมือกันสนับสนุนชุมชนศิลปะ เพื่อให้ศิลปะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีจุดหมายปลายทางเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ แบ่งปันและเติมเต็มความสนใจ แถมเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม ตั้งแต่ศิลปินในประเทศสิงคโปร์ ศิลปินจากต่างประเทศ จนถึงนักเรียนจากสถาบันศิลปะ เป็นการร่วมแรง-ร่วมใจกันที่น่ารักดี ดูเป็นงานที่เต็มเปี่ยมด้วยความภูมิใจ

งานครั้งนี้เขาจัดกัน 10 วันรวด เรามาตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม มีให้เพลิดเพลินจนถึง 23 มกราคมนู่นเลย ส่วนธีมงานรอบนี้ฟังดูน่าสนุก ‘Art Takes Over’ บอกเป็นนัยว่า ศิลปะได้ยึดเกาะนี้ไปแล้ว! นำเสนอรูปแบบศิลปะที่หลากหลาย มีการเชื่อมต่อกันระหว่างศิลปินสมัยใหม่กับศิลปินร่วมสมัย และ Singapore Art Week 2022 กำลังชี้ให้เราเห็นว่า ความเป็นไปได้ทางศิลปะมันไม่มีที่สิ้นสุดนะ 

เช่น การใช้เทคโนโลยีมาจับคู่กับงานศิลปะ แล้วสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ออกมา ที่น่าสนใจคือศิลปะไม่ได้ครองแค่เกาะสิงคโปร์ แต่ยังโลดแล่นข้ามทวีป รวมศิลปินจากหลายประเทศทั่วโลกกว่า 3 ไทม์โซน มาจัดกิจกรรมในหลายหัวข้อ เป็นเวลาต่อเนื่องกว่า 24 ชั่วโมง และได้รับความร่วมมือจากศิลปิน ครีเอทีฟ ภัณฑารักษ์ และพันธมิตร รวมแล้วกว่า 600 รายจากหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ กรุงเทพฯ จีน ออสเตรเลีย ตุรกี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยการนำเสนอโครงการใหม่ที่น่าสนใจในสิงคโปร์อีก 35 โครงการ

ขนาดยังไม่เดินทัวร์ก็สัมผัสได้ถึงประสบการณ์ใหม่ที่จะได้รับ เพราะมีโปรแกรมเอาใจคอศิลปะมากกว่า 100 โปรแกรม ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ (ประสบการณ์เสมือน) อยู่ ๆ ก็มีความคิดแวบเข้ามาให้หัวว่า ‘ศิลปะไร้พรมแดน’ ถึงตัวไม่มาก็เอนจอยกับศิลปะได้ทุกที่จากทั่วทุกมุมโลก จากวลีที่เคยมีคนพูดว่า ‘ศิลปะเป็นเรื่องไกลตัว’ แต่ Singapore Art Week 2022 ทำให้เราคิดเห็นตรงข้าม

เดินเที่ยว Singapore Art Week 2022 งานที่สนับสนุนชุมชนศิลปะและทำให้ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว

จากที่รับบทนักเดินทางไปเดินเที่ยวรอบเกาะจนเหงื่อซก แต่ปาดเหงื่อด้วยความดีใจ ที่เห็นความคึกคักของผู้คนและงานศิลปะสุดบรรเจิด จนต้องขอหยิบยกอันที่ชอบมาแบ่งปันให้ฟัง อันแรกเราให้เป็นไฮท์ไลต์เลย นั่นก็คือ Light to Night 2022 ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 6 ด้วยคอนเซ็ปต์ New Ways of Seeing, Thinking and Being ตัวงานอยู่ในย่าน Civic District มาเดินตอนกลางคืนเหมาะมาก เพราะจุดเด่นของงานคือการฉาย Projector Mapping บนอาคาร National Gallery Singapore ที่ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของศาลฎีกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญและมีบทบาทมากในประวัติศาสตร์สิงคโปร์ ส่วนปัจจุบันปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์สุดเก๋ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม 

แอบกระซิบว่าด้านบนของ National Gallery Singapore มีบาร์และร้านอาหาร ชื่อ Smoke & Mirrors และ Aura Sky Lounge วิวสวยและอาหารอร่อยจนต้องยกนิ้ว น้อยคนจะรู้ว่ามีสิ่งนี้ซ่อนอยู่ด้านบนพิพิธภัณฑ์ด้วย (ถือว่ากระซิบบอกแล้วนะ)

เดินเที่ยว Singapore Art Week 2022 งานที่สนับสนุนชุมชนศิลปะและทำให้ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว

ส่วนอีกอันที่คนไทยอย่างเรา ๆ พอจะคุ้นชื่ออยู่บ้าง คือ Hawker วัฒนธรรมการกินอันเป็นที่เลื่องชื่อของสิงคโปร์ จนถึงขนาดถูกเลือกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) จาก UNESCO เมื่อปี 2020 ส่วนภายในงานก็มีนิทรรศการศิลปะ Hawker!Hawker! ชวนให้เราแวะชมและตั้งคำถามไปพร้อมกับเหล่าศิลปิน ความน่าสนใจคือ งานจัดในย่าน Lau Pa Sat ตลาดสดแห่งแรกของสิงคโปร์ที่แปลงโฉมเป็นศูนย์อาหาร Hawker ซึ่งนิทรรศการนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Yen Phang ศิลปินชาวสิงคโปร์ และ Oh Yam Chew ศิลปินชาวนิวยอร์ก เขาทั้งคู่รับบทเป็นภัณฑารักษ์ ชวนทั้งศิลปิน นักเขียน รวมทั้งสิ้น 13 คน มาล้อมวงสนทนาและตีความถึงอนาคตของวัฒนธรรมการกินแบบ Hawker ผ่านวัฒนธรรมการกินจุแบบเกาหลี (Mukbang) บทสนทนาระหว่างดื่ม Kopi ฯลฯ มีการนำเสนอผลงานผ่านรูปแบบศิลปะติดตั้ง ประติมากรรม ภาพถ่าย การแสดง งานเขียน และ Digital Art 

เดินเที่ยว Singapore Art Week 2022 งานที่สนับสนุนชุมชนศิลปะและทำให้ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว

จากศิลปินทั้งหมดใน Hawker!Hawker! เราถูกใจงานประติมากรรม PEGS ของ Cynthia Delaney Suwito ศิลปินชาวอินโดนีเซียที่สงสัยใคร่รู้กับเรื่องราวรอบตัวในชีวิตประจำวัน เธอเป็นที่รู้จักจากการแสดงนั่งถักนิตติ้งจากเส้นบะหมี่เมื่อปี 2014 และการสร้างประติมากรรมชิ้นนี้ เธอเลือกหยิบตัวหนีบผ้าพลาสติกสีสันสดใสที่ถูกใช้สารพัดประโยชน์ตามร้านรวงในศูนย์อาหาร Hawker มาเป็นสารตั้งต้น และสำรวจสิ่งรอบตัวภายในบ้านมาสร้างตัวหนีบผ้าที่ว่า ทั้งไส้ปืนกาวสีใสที่ถูกเชื่อมจนกลายเป็นตัวหนีบผ้าสีขาว กระดาษแข็ง กาว และยางรัดแกง เธอก็แปลงมันให้กลายเป็นตัวหนีบผ้า จนถึงเย็บผ้าสักหลาดยัดไส้นุ่ม ๆ ให้เป็นตัวหนีบผ้าอันป้อม

เดินเที่ยว Singapore Art Week 2022 งานที่สนับสนุนชุมชนศิลปะและทำให้ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว
ภาพ : Cynthia Delaney Suwito

นอกจากกิจกรรมและนิทรรศการสนุก ๆ ที่เราเอามาเล่าสู่กันฟังเพื่อกระตุ้นต่อมนักเดินทางสายศิลปะ ยังมีงานแสดงและกิจกรรมอีกเพียบ ใน 3 ย่านหลักของ Singapore Art Week 2022 ได้แก่ Bras Basah.Bugis & Civic District และ Little India

นิทรรศการ A N T I N O D E S จัดที่ Tanjong Pagar Distripark

ถ้าพร้อมแล้วเราขอเริ่มที่ย่าน Bras Basah.Bugis & Civic District ย่านที่เยือนแล้วตลบอบอวลด้วยกลิ่นอายของชาติยุโรป สอดส่ายตาก็เห็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลทั่วย่าน ยิ่งซุ้มโค้งแบบโรมันนี่ใช่เลย! ที่สำคัญอุดมไปด้วยพิพิธภัณฑ์ ทั้ง National Museum (พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ อายุ 173 ปี) Singapore Art Museum และ National Gallery Singapore 

ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก
ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก

นิทรรศการ REFUSE จัดที่ Singapore Art Museum

เราเข้า-ออกพิพิภัณฑ์ พร้อมชมงานศิลปะจนเอมใจ ก็แวบไปต่อที่ Basheer Graphic Books ตั้งอยู่ใน Bras Basah Complex เป็นแหล่งรวมนิตยสารและหนังสือเกี่ยวกับงานออกแบบทุกแขนง เรายกให้เป็นขุมทรัพย์ของคนรักงานดีไซน์บนเกาะสิงคโปร์เลย ปัจจุบันเจ้าของร้านรับช่วงต่อกิจการมาจากคุณพ่ออีกที นับนิ้วรวมความเจ๋งก็เปิดมา 27 ปีแล้ว ถ้าใครมาตามรอยร้านหนังสือช่วงนี้ ในร้านเขามีนิทรรศการศิลปะด้วยนะ เป็นส่วนหนึ่งของ SAW 2022 นี่แหละ ชื่อนิทรรศการ DIASPORA เป็นการสำรวจเส้นแบ่งระหว่างความเป็นสาธารณะกับความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน ปัญหาส่วนตัว ฯลฯ ของศิลปิน ผ่านลายเส้นแบบ Comic งานเท่ดี

ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก

ขยับแข้งขยับขา มาท่องเที่ยวสิงคโปร์ในมุมมองใหม่ ๆ ฉบับ SingapoReimagine กันต่อที่ย่าน Little India ย่านวัฒนธรรมของชาวอินเดีย เดิมทีย่านนี้เคยเป็นสนามแข่งม้า ชาวยุโรปนิยมมาก เลยเกิดการจ้างงานชาวอินเดียจำนวนมากที่อพยพเข้ามาอยู่ในสิงคโปร์ จนกาลเวลาล่วงผ่านเริ่มมีวัดฮินดู มีมัสยิด จนกลายเป็นย่านเล็ก ๆ ของชาวอินเดียจวบจนทุกวันนี้ 

ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก

มา Little India ทั้งที นอกจากจะเสพวัฒนธรรมแล้ว ก็ขอชวนเสพงานศิลป์ให้สมกับที่ศิลปะเข้ามายึดเกาะตลอดสัปดาห์ มาเดินเพลิน ๆ กินบรรยากาศ กับ ARTWALK 2022 ปีนี้มาในธีม Looking Back, Going Forward ที่ฉลองการมีอยู่ของศิลปะ ชวนนักเดินเท้าและคนรักศิลปะเรียนรู้เรื่องราวของย่านผ่านศิลปะบนกำแพง คลอเสียงเพลง ชมการแสดง บรรยากาศอย่างกับดินแดนภารตะ ความรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่บนเกาะสิงคโปร์เลยสักนิด ตอนนี้ขาดแค่ชุดสาหรี่สีสันสดใสเท่านั้น (ใครจะมา พกมาด้วยนะ เพิ่มความอิน) 

ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก

ถ้านั่งอ่าน นอนอ่าน เนื้อความชวนเที่ยวแล้วรู้สึกว่าตัวอยู่ไกล แต่ใจอยากมา เรามีอีกทางเลือกในการเที่ยว Singapore Art Week 2022 ที่ทำให้รู้สึกว่าศิลปะอยู่ใกล้ตัวจัง ด้วยโปรแกรมกิจกรรม Virtual เหมาะกับสถานการณ์โลกและโรคในช่วงนี้มาก แถมยังแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ทันยุค ทันสมัย และเป็นการเชื่อมโยงชุมชนศิลปะจากเกาะสิงคโปร์กับนานาประเทศทั่วโลกด้วย

การท่องเที่ยวเสมือนจริงมีให้เราสัมผัสผ่านการดู การอ่าน การสร้างสรรค์ และเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนา มีให้เลือกสนุกทั้ง Virtual Exhibitions, Live Events และ Dialogues ที่น่าจับตามองคือ SAW Dialogues 2022 กิจกรรมทอล์กที่ชวนคนจากหลากหลายวงการมาจับเข่าคุยกัน ส่วน HORIZONS ก็เป็นกิจกรรมออนไลน์ที่จัดยิงยาวตลอด 24 ชั่วโมงให้เราเดินทางทั่วโลก โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านศิลปะ ธุรกิจ เทคโนโลยี สุขภาพ ฯลฯ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเยี่ยมชมสตูดิโออย่างใกล้ชิด เดินชมเมืองกับศิลปิน จนถึงการทำสมาธิ ไม่น่าเชื่อว่าเทคโนโลยีกับศิลปะจะเชื่อมโลกให้ใกล้ขึ้น นี่แหละงานศิลปะแห่งอนาคต!

ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สพล วงศ์อิศเรศ

อินทีเรียชาวไทย เสื่อผืนหมอนใบมาทำงานที่สิงค์โปร์ จนตอนนี้เหลือแต่เสื่อ หมอนหายไปแล้ว, ฟูลไทม์ดีไซเนอร์ พาร์ตไทม์ตากล้อง นักดนตรี เชฟ บาริสต้า คนเก็บแผ่นเสียง และไทยปาร์ตี้สิงคโปร์ ออแกไนเซอร์

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

12 พฤศจิกายน 2565
2 K

เครื่องบินใบพัดขนาดเล็กกำลังพาเราแทรกตัวผ่านเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ใกล้ราวกับเป็นผนังขนาดใหญ่ที่แทบจะสัมผัสได้ จุดมุ่งหมายของเราคือ ‘Gilgit-Baltistan’ ทางตอนเหนือของปากีสถาน ซึ่งกล่าวขานกันว่า ธรรมชาติที่น้อยคนจะได้สัมผัสแห่งนี้ สวยงามเป็นที่ปรารถนาของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร

ที่สนามบินเมือง Gilgit ลมพัดอากาศเย็นผ่านใบหน้า ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นจากความเหนื่อยล้าและความลุ้น เพราะเส้นทางนี้ขึ้นชื่อว่ามีการยกเลิกเที่ยวบินรัว ๆ หากอากาศแปรปรวนเล็กน้อย ก็มีความอันตรายจากการบินผ่านช่องเขาแคบและคดเคี้ยว

Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร

จากสนามบินเรานั่งรถผ่านเมือง Gilgit ซึ่งมีแม่น้ำสีเขียวน้ำเงินไหลเชี่ยวขนาบไปกับเมือง ที่น่าสนใจคือ ในแม่น้ำมีปลาเทราต์ ซึ่งเป็นปลาจากยุโรปและอเมริกาเหนืออยู่มากมาย ปลาพวกนี้ถูกนำมาปากีสถานโดยเจ้าหน้าที่ชาวยุโรปเมื่อร้อยปีก่อน และแพร่พันธ์ุอย่างรวดเร็วในแม่น้ำที่เย็นเฉียบ กลายเป็นแหล่งอาหารสำคัญอีกอย่างของคนแถบนี้ นอกจากเนื้อวัว แพะ แกะ และจามรี

Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร
Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร
Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร

Gilgit-Baltistan เป็นจุดตัดทางการค้าบนเส้นทางสายไหม เกิดแหล่งชุมนุมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งจากจีนที่มีพรมแดนติดกัน อินเดีย ทิเบต เปอร์เซีย นอกจากนั้น พุทธศาสนายังเคยรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้ มีศิลปะทางพุทธศาสนาจำนวนมาก ไม่ไกลจากกลางเมืองกิลกิตมีพระพุทธรูปคาร์กาห์ (Kargah) มีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 สูงตระหง่านสลักอยู่บนชะง่อนผา ต้องปีนบันไดชันหลายขั้นไปชม ต่อมาเราได้รู้ว่า การไปยังที่ต่าง ๆ แถบนี้คือ ‘การปีนและปีน’ ดังนั้น ขอให้บริหารข้อเข่าให้ดี นี่ถือว่าซ้อม

Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร

อากาศในช่วงเดือนตุลาคมที่เราไปเยือนเริ่มหนาวเย็น ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม เราปีนภูเขาหลายลูก ไปถึงธารน้ำแข็ง (Glacier) ที่ไหลจากภูเขา ยอดเขาที่นี่เป็นหินหยักคม ขอบภูเขาตัดชัดกับท้องฟ้า เกิดจากการไหลชนกันของแผ่นทวีประหว่างผืนแผ่นอินเดียกับยูเรเชียเมื่อกว่า 50 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นรอยต่อของภูเขาคาราโครัม ฮินดูกูช และหิมาลัย มาบรรจบกันในบริเวณนี้ บนยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะ 

ใช่ครับ หิมะ หลายคนคิดว่าปากีสถานเป็นทะเลทราย ตั้งอยู่ในตะวันออกกลาง ซึ่งตามจริงแล้วปากีสถานตั้งอยู่ในเอเชียใต้ มีภูมิประเทศหลากหลาย การเดินขึ้นภูเขานั้นไม่ง่าย เดินไม่ดีคงได้ไปชื่นชมแม่น้ำที่ก้นเหวแน่ ๆ

Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร
ภูเขายอดแหลมที่เกิดจากแผ่นทวีปชนกัน
Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร
ธารน้ำแข็ง

เมื่อทดสอบความแข็งแกร่งทางร่างกายแล้ว เราก็ทดสอบความแข็งแกร่งทางจิตด้วยการเดินข้ามสะพานฮุนซา เป็นสะพานเชือกยาวประมาณ 1 กิโลเมตร มีแผ่นไม้ห่าง ๆ กันให้เดิน เจ้าไม้ที่ห่าง ๆ นั้นบางแผ่นยังหลุดหายไปด้วย ทำให้ต้องก้าวยาวไปอีก ซึ่งนักเดินทางถือว่าเป็นสะพานที่อันตรายที่สุดในโลก เคยได้ขึ้นปกนิตยสาร National Geographic มาแล้ว 

นอกจากความสูงของสะพานและการแกว่งไกวเหนือแม่น้ำที่เชี่ยวกราก ในบางครั้งสะพานก็ขาด หลังจากที่เราไปไม่นานก็มีข่าวว่าสะพานขาดและต้องปิด แต่เมื่อเห็นวิวแล้ว ขอบอกว่าคุ้มจริง ๆ

Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร
สะพานแขวนฮุนซา

เส้นทางหลักที่เราใช้เดินทางบริเวณ Gilgit-Baltistan เรียกว่า Karakoram Highway สร้างโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลปากีสถานกับจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ CPEC (China-Pakistan Economic Corridor) เชื่อมท่าเรือทางใต้ของปากีสถานไปสู่จีนทางมณฑลซินเจียง

Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร

เส้นทางที่ยากลำบากสำหรับเรานั้น สำหรับคนท้องถิ่นทั้งหนุ่มสาวและผู้เฒ่าผู้แก่แล้ว พวกเขาเดินกันได้อย่างชิลล์ ๆ และพวกเขาดูแข็งแรงมาก การศึกษาหลายแห่งระบุว่า ชาวฮุนซา กิลกิต มีสุขภาพดี มีความสุข และมีชีวิตยืนยาว 

พูดถึงผู้คน ขอบอกว่าผู้คนที่นี่มีมิตรไมตรีดีมาก ๆ เห็นเรามาจากต่างถิ่นก็ถามว่ามาจากไหน บอกว่ามาจากไทย คนก็รู้จักกัน คนที่นี่หลายคนหน้าตาแนวฝรั่ง บางคนผมสีทอง ตาสีฟ้า กลุ่มคนที่อยู่บนภูเขาสูงแต่งกายสีสันสดใส บางคนเชื่อว่าตัวเองสืบเชื้อสายมาจากทหารมาซิโดเนียที่ติดตามอเล็กซานเดอร์มหาราชมาถึงดินแดนแถบนี้เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน

Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร

อาหารการกินที่นี่มาจากผลิตภัณฑ์เกษตรในพื้นที่ ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้สารเคมีหรือสารเร่งโตอื่น ๆ มากนักเพราะราคาสูง และไม่ได้ทำเพื่อส่งออกในลักษณะอุตสาหกรรมที่ต้องผลิตให้ได้มาก ๆ อากาศหนาว ๆ เราได้กินเนื้อแพะตุ๋นจากหม้อหินอายุ 200 ปี หัวหอม เครื่องเทศ ดอกไม้ มีมีรสหวาน อุ่นท้องอร่อยมาก แถมมีแพนเค้กราดน้ำมันแอปริคอตซึ่งมีชื่อของที่นี่ ยิ่งสุดยอดมาก 

อาหารอีกอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะได้กินคือจามรี (Yak) เป็นวัวป่าจากทิเบต ขนฟู แต่เดิมเราเห็นวิ่งไปมาน่ารักดี แต่พอได้ลองทานเบอร์เกอร์ยัคจากคนขายสุดหล่อแล้ว พอเห็นยัควิ่งมาอีก รู้สึกอยากไปขม้ำเสียนี่

Baltit Fort เป็นป้อมอายุกว่า 900 ปีตั้งอยู่บนภูเขาสูง เดิมเป็นที่อยู่ของผู้ครองนครฮุนซา ซึ่งแต่งงานกับเจ้าหญิงใน Baltistan ปัจจุบันได้รับการบูรณะและจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงถึงความเป็นอยู่ในอดีตที่น่าสนใจ สิ่งที่ Baltit Fort แตกต่างจากป้อมอื่น ๆ ในปากีสถาน คือที่นี่ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมจากลาดัก/ทิเบต ผ่านมาเส้นทางสายไหม

Gilgit-Baltistan ภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง จุดตัดของเส้นทางสายไหม ป้อมอายุเกือบพันปี และทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์
แป้งทอดอย่างอร่อยระหว่างทางเดินขึ้น Baltit Fort

เราได้ลงไปนั่งเรือชาวบ้านล่องในทะเลสาบ Attabad ขนาดใหญ่ มีน้ำใสสีเทอร์ควอยซ์ ทะเลสาบนี้เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดเมื่อราวสิบกว่าปีก่อน จากแผ่นดินถล่มในช่วงการเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีการปรับเส้นทางถนนให้อ้อมทะเลสาบ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวปากีสถาน

Gilgit-Baltistan ภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง จุดตัดของเส้นทางสายไหม ป้อมอายุเกือบพันปี และทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์
Gilgit-Baltistan ภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง จุดตัดของเส้นทางสายไหม ป้อมอายุเกือบพันปี และทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์

ล่าช้างที่ Fairy Meadows ถือว่าสุด ๆ ของความสวยงามดังเทพนิยาย ตามที่นักปีนเขาชาวเยอรมันตั้งชื่อไว้ การขึ้นไปยัง Fairy Meadows ต้องอาศัยความอึดแกร่งไม่น้อย เพราะต้องขึ้นรถจี๊ป 4X4 โขยกเขยกไปตามทางที่เป็นก้อนขึ้นกว่า 2 ชั่วโมง ต่อด้วยเดินเท้าหรือขี่ม้าไปอีก 2 ชั่วโมง ซึ่งน้องม้าทุกตัวชอบเดินชิดฝั่งเหวมากกว่าฝั่งหน้าผา ทราบจากคนในพื้นที่ว่า ที่เขาไม่อยากให้ปรับปรุงทางเพราะไม่อยากให้มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเยอะ และอยากให้คนพื้นที่ได้รายได้จากการบริการรถจี๊ปและม้า ซึ่งเป็นอีกมุมที่เราไม่ได้คิด

Gilgit-Baltistan ภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง จุดตัดของเส้นทางสายไหม ป้อมอายุเกือบพันปี และทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์
Gilgit-Baltistan ภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง จุดตัดของเส้นทางสายไหม ป้อมอายุเกือบพันปี และทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์

แต่ถ้าคุณฝ่าฟันอุปสรรคไปถึง Fairy Meadows ได้ ก็จะได้พบกับสวรรค์บนดินที่มีทุ่งหญ้าเขียวสดชื่น มีแอ่งน้ำใสราวกับกระจก สะท้อนวิวภูเขาหิมะที่อยู่เบื้องหน้า จนลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ข้างล่างไปได้เลย แต่ถึงไม่อยากลืมก็ต้องตัดใจลืม เพราะบนนั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ใครอยากเลิกส่องแฟนเก่าขอแนะนำ แถมมีวิวสวย ๆ ไม่ต่างจากในยุโรปให้ชมด้วย

Gilgit-Baltistan ภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง จุดตัดของเส้นทางสายไหม ป้อมอายุเกือบพันปี และทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์

ตกกลางคืนอากาศหนาว ต้องซุกตัวใต้ผ้าห่มเพราะไม่มีเครื่องทำความอุ่น แต่มีห้องผิงไฟรวมที่นักเดินทางจากหลายมุมโลกมานั่งพบปะแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกัน มองออกไปในท้องฟ้าท่ามกลางคืนที่มืดมิดจากแสงจันทร์ แต่กลับมีดาวระยิบระยับนับล้านดวงเต็มท้องฟ้า พร้อมกับทางช้างเผือกที่พาดผ่านท้องฟ้า เป็นเสมือนรางวัลให้กับชีวิตในคืนที่หนาวเหน็บ 

ท้องฟ้าเวิ้งว้างเบื้องหน้าเตือนให้รู้ว่า เราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล และภาพดวงดาวที่เห็นนั้นหาเป็นจริงในปัจจุบันไม่ แต่เป็นการสะท้อนเรื่องราวในอดีตของดวงดาวที่เดินทางผ่านเวลาหลายปีแสงกว่าจะปรากฏภาพในดวงตาของเรา นักเดินทางหลายคนจึงมีความอ่อนอ้อมถ่อมตนต่อธรรมชาติ เข้าใจถึงความไม่จีรังแห่งสรรพสิ่ง 

จุดหมายของการเดินทางนั้นบางครั้งไม่เพียงเป็นสถานที่ แต่เป็นการค้นพบมุมมองใหม่ ๆ ต่อสิ่งรอบตัว หรือเป็นการนำมาซึ่งการทำความเข้าใจต่อชีวิตของเรามากขึ้น

Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร
Gilgit-Baltistan สวรรค์ในปากีสถาน ธารน้ำแข็ง แม่น้ำสีฟ้า และสะพานเชือกยาว 1 กิโลเมตร

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

จักรกฤดิ กระจายวงศ์

เป็นนักการทูต ลูกครู (ที่เชื่อว่า) งานการทูตไม่ได้เหมือนในละคร แต่เป็นงานที่ต้องออกไปร่วมทุกสุขกับคน เข้าถึงใจคน จึงจะเข้าใจเขา เข้าใจความต้องการเขา จึงทำงานได้ถูกต้อง ผมชอบการเดินทาง และถ่ายภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load