เมื่อคิดถึงการเดินทาง ก็ต้องออกเดินทาง มันง่ายอย่างนั้นเลย, ปีนี้เราให้ของขวัญปีใหม่กับตัวเองด้วยการปักหมุดหมายแรกที่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง กะว่าจะตีตั๋วเดินทัวร์ Singapore Art Week 2022 ให้หนำใจ คนชอบศิลปะเหมือนเราคงเคยได้ยินงานนี้มาบ้าง หรืออาจจะเคยมาเยี่ยมเยียน แต่ถ้าเพิ่งรู้จักเป็นครั้งแรก เราขออาสาเป็นไกด์ ชวนทำความรู้จักงานนี้ด้วยกัน

ก่อนสาวเท้าเดินสำรวจรอบเกาะ มารู้จักเจ้าสัปดาห์ศิลปะกัน Singapore Art Week 2022 เกิดจากความร่วมมือของ National Arts Council และ Singapore Tourism Board ที่จับมือกันสนับสนุนชุมชนศิลปะ เพื่อให้ศิลปะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีจุดหมายปลายทางเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ แบ่งปันและเติมเต็มความสนใจ แถมเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม ตั้งแต่ศิลปินในประเทศสิงคโปร์ ศิลปินจากต่างประเทศ จนถึงนักเรียนจากสถาบันศิลปะ เป็นการร่วมแรง-ร่วมใจกันที่น่ารักดี ดูเป็นงานที่เต็มเปี่ยมด้วยความภูมิใจ

งานครั้งนี้เขาจัดกัน 10 วันรวด เรามาตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม มีให้เพลิดเพลินจนถึง 23 มกราคมนู่นเลย ส่วนธีมงานรอบนี้ฟังดูน่าสนุก ‘Art Takes Over’ บอกเป็นนัยว่า ศิลปะได้ยึดเกาะนี้ไปแล้ว! นำเสนอรูปแบบศิลปะที่หลากหลาย มีการเชื่อมต่อกันระหว่างศิลปินสมัยใหม่กับศิลปินร่วมสมัย และ Singapore Art Week 2022 กำลังชี้ให้เราเห็นว่า ความเป็นไปได้ทางศิลปะมันไม่มีที่สิ้นสุดนะ 

เช่น การใช้เทคโนโลยีมาจับคู่กับงานศิลปะ แล้วสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ออกมา ที่น่าสนใจคือศิลปะไม่ได้ครองแค่เกาะสิงคโปร์ แต่ยังโลดแล่นข้ามทวีป รวมศิลปินจากหลายประเทศทั่วโลกกว่า 3 ไทม์โซน มาจัดกิจกรรมในหลายหัวข้อ เป็นเวลาต่อเนื่องกว่า 24 ชั่วโมง และได้รับความร่วมมือจากศิลปิน ครีเอทีฟ ภัณฑารักษ์ และพันธมิตร รวมแล้วกว่า 600 รายจากหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ กรุงเทพฯ จีน ออสเตรเลีย ตุรกี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยการนำเสนอโครงการใหม่ที่น่าสนใจในสิงคโปร์อีก 35 โครงการ

ขนาดยังไม่เดินทัวร์ก็สัมผัสได้ถึงประสบการณ์ใหม่ที่จะได้รับ เพราะมีโปรแกรมเอาใจคอศิลปะมากกว่า 100 โปรแกรม ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ (ประสบการณ์เสมือน) อยู่ ๆ ก็มีความคิดแวบเข้ามาให้หัวว่า ‘ศิลปะไร้พรมแดน’ ถึงตัวไม่มาก็เอนจอยกับศิลปะได้ทุกที่จากทั่วทุกมุมโลก จากวลีที่เคยมีคนพูดว่า ‘ศิลปะเป็นเรื่องไกลตัว’ แต่ Singapore Art Week 2022 ทำให้เราคิดเห็นตรงข้าม

เดินเที่ยว Singapore Art Week 2022 งานที่สนับสนุนชุมชนศิลปะและทำให้ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว

จากที่รับบทนักเดินทางไปเดินเที่ยวรอบเกาะจนเหงื่อซก แต่ปาดเหงื่อด้วยความดีใจ ที่เห็นความคึกคักของผู้คนและงานศิลปะสุดบรรเจิด จนต้องขอหยิบยกอันที่ชอบมาแบ่งปันให้ฟัง อันแรกเราให้เป็นไฮท์ไลต์เลย นั่นก็คือ Light to Night 2022 ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 6 ด้วยคอนเซ็ปต์ New Ways of Seeing, Thinking and Being ตัวงานอยู่ในย่าน Civic District มาเดินตอนกลางคืนเหมาะมาก เพราะจุดเด่นของงานคือการฉาย Projector Mapping บนอาคาร National Gallery Singapore ที่ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของศาลฎีกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญและมีบทบาทมากในประวัติศาสตร์สิงคโปร์ ส่วนปัจจุบันปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์สุดเก๋ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม 

แอบกระซิบว่าด้านบนของ National Gallery Singapore มีบาร์และร้านอาหาร ชื่อ Smoke & Mirrors และ Aura Sky Lounge วิวสวยและอาหารอร่อยจนต้องยกนิ้ว น้อยคนจะรู้ว่ามีสิ่งนี้ซ่อนอยู่ด้านบนพิพิธภัณฑ์ด้วย (ถือว่ากระซิบบอกแล้วนะ)

เดินเที่ยว Singapore Art Week 2022 งานที่สนับสนุนชุมชนศิลปะและทำให้ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว

ส่วนอีกอันที่คนไทยอย่างเรา ๆ พอจะคุ้นชื่ออยู่บ้าง คือ Hawker วัฒนธรรมการกินอันเป็นที่เลื่องชื่อของสิงคโปร์ จนถึงขนาดถูกเลือกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) จาก UNESCO เมื่อปี 2020 ส่วนภายในงานก็มีนิทรรศการศิลปะ Hawker!Hawker! ชวนให้เราแวะชมและตั้งคำถามไปพร้อมกับเหล่าศิลปิน ความน่าสนใจคือ งานจัดในย่าน Lau Pa Sat ตลาดสดแห่งแรกของสิงคโปร์ที่แปลงโฉมเป็นศูนย์อาหาร Hawker ซึ่งนิทรรศการนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Yen Phang ศิลปินชาวสิงคโปร์ และ Oh Yam Chew ศิลปินชาวนิวยอร์ก เขาทั้งคู่รับบทเป็นภัณฑารักษ์ ชวนทั้งศิลปิน นักเขียน รวมทั้งสิ้น 13 คน มาล้อมวงสนทนาและตีความถึงอนาคตของวัฒนธรรมการกินแบบ Hawker ผ่านวัฒนธรรมการกินจุแบบเกาหลี (Mukbang) บทสนทนาระหว่างดื่ม Kopi ฯลฯ มีการนำเสนอผลงานผ่านรูปแบบศิลปะติดตั้ง ประติมากรรม ภาพถ่าย การแสดง งานเขียน และ Digital Art 

เดินเที่ยว Singapore Art Week 2022 งานที่สนับสนุนชุมชนศิลปะและทำให้ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว

จากศิลปินทั้งหมดใน Hawker!Hawker! เราถูกใจงานประติมากรรม PEGS ของ Cynthia Delaney Suwito ศิลปินชาวอินโดนีเซียที่สงสัยใคร่รู้กับเรื่องราวรอบตัวในชีวิตประจำวัน เธอเป็นที่รู้จักจากการแสดงนั่งถักนิตติ้งจากเส้นบะหมี่เมื่อปี 2014 และการสร้างประติมากรรมชิ้นนี้ เธอเลือกหยิบตัวหนีบผ้าพลาสติกสีสันสดใสที่ถูกใช้สารพัดประโยชน์ตามร้านรวงในศูนย์อาหาร Hawker มาเป็นสารตั้งต้น และสำรวจสิ่งรอบตัวภายในบ้านมาสร้างตัวหนีบผ้าที่ว่า ทั้งไส้ปืนกาวสีใสที่ถูกเชื่อมจนกลายเป็นตัวหนีบผ้าสีขาว กระดาษแข็ง กาว และยางรัดแกง เธอก็แปลงมันให้กลายเป็นตัวหนีบผ้า จนถึงเย็บผ้าสักหลาดยัดไส้นุ่ม ๆ ให้เป็นตัวหนีบผ้าอันป้อม

เดินเที่ยว Singapore Art Week 2022 งานที่สนับสนุนชุมชนศิลปะและทำให้ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัว
ภาพ : Cynthia Delaney Suwito

นอกจากกิจกรรมและนิทรรศการสนุก ๆ ที่เราเอามาเล่าสู่กันฟังเพื่อกระตุ้นต่อมนักเดินทางสายศิลปะ ยังมีงานแสดงและกิจกรรมอีกเพียบ ใน 3 ย่านหลักของ Singapore Art Week 2022 ได้แก่ Bras Basah.Bugis & Civic District และ Little India

นิทรรศการ A N T I N O D E S จัดที่ Tanjong Pagar Distripark

ถ้าพร้อมแล้วเราขอเริ่มที่ย่าน Bras Basah.Bugis & Civic District ย่านที่เยือนแล้วตลบอบอวลด้วยกลิ่นอายของชาติยุโรป สอดส่ายตาก็เห็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลทั่วย่าน ยิ่งซุ้มโค้งแบบโรมันนี่ใช่เลย! ที่สำคัญอุดมไปด้วยพิพิธภัณฑ์ ทั้ง National Museum (พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ อายุ 173 ปี) Singapore Art Museum และ National Gallery Singapore 

ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก
ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก

นิทรรศการ REFUSE จัดที่ Singapore Art Museum

เราเข้า-ออกพิพิภัณฑ์ พร้อมชมงานศิลปะจนเอมใจ ก็แวบไปต่อที่ Basheer Graphic Books ตั้งอยู่ใน Bras Basah Complex เป็นแหล่งรวมนิตยสารและหนังสือเกี่ยวกับงานออกแบบทุกแขนง เรายกให้เป็นขุมทรัพย์ของคนรักงานดีไซน์บนเกาะสิงคโปร์เลย ปัจจุบันเจ้าของร้านรับช่วงต่อกิจการมาจากคุณพ่ออีกที นับนิ้วรวมความเจ๋งก็เปิดมา 27 ปีแล้ว ถ้าใครมาตามรอยร้านหนังสือช่วงนี้ ในร้านเขามีนิทรรศการศิลปะด้วยนะ เป็นส่วนหนึ่งของ SAW 2022 นี่แหละ ชื่อนิทรรศการ DIASPORA เป็นการสำรวจเส้นแบ่งระหว่างความเป็นสาธารณะกับความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน ปัญหาส่วนตัว ฯลฯ ของศิลปิน ผ่านลายเส้นแบบ Comic งานเท่ดี

ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก

ขยับแข้งขยับขา มาท่องเที่ยวสิงคโปร์ในมุมมองใหม่ ๆ ฉบับ SingapoReimagine กันต่อที่ย่าน Little India ย่านวัฒนธรรมของชาวอินเดีย เดิมทีย่านนี้เคยเป็นสนามแข่งม้า ชาวยุโรปนิยมมาก เลยเกิดการจ้างงานชาวอินเดียจำนวนมากที่อพยพเข้ามาอยู่ในสิงคโปร์ จนกาลเวลาล่วงผ่านเริ่มมีวัดฮินดู มีมัสยิด จนกลายเป็นย่านเล็ก ๆ ของชาวอินเดียจวบจนทุกวันนี้ 

ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก

มา Little India ทั้งที นอกจากจะเสพวัฒนธรรมแล้ว ก็ขอชวนเสพงานศิลป์ให้สมกับที่ศิลปะเข้ามายึดเกาะตลอดสัปดาห์ มาเดินเพลิน ๆ กินบรรยากาศ กับ ARTWALK 2022 ปีนี้มาในธีม Looking Back, Going Forward ที่ฉลองการมีอยู่ของศิลปะ ชวนนักเดินเท้าและคนรักศิลปะเรียนรู้เรื่องราวของย่านผ่านศิลปะบนกำแพง คลอเสียงเพลง ชมการแสดง บรรยากาศอย่างกับดินแดนภารตะ ความรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่บนเกาะสิงคโปร์เลยสักนิด ตอนนี้ขาดแค่ชุดสาหรี่สีสันสดใสเท่านั้น (ใครจะมา พกมาด้วยนะ เพิ่มความอิน) 

ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก

ถ้านั่งอ่าน นอนอ่าน เนื้อความชวนเที่ยวแล้วรู้สึกว่าตัวอยู่ไกล แต่ใจอยากมา เรามีอีกทางเลือกในการเที่ยว Singapore Art Week 2022 ที่ทำให้รู้สึกว่าศิลปะอยู่ใกล้ตัวจัง ด้วยโปรแกรมกิจกรรม Virtual เหมาะกับสถานการณ์โลกและโรคในช่วงนี้มาก แถมยังแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ทันยุค ทันสมัย และเป็นการเชื่อมโยงชุมชนศิลปะจากเกาะสิงคโปร์กับนานาประเทศทั่วโลกด้วย

การท่องเที่ยวเสมือนจริงมีให้เราสัมผัสผ่านการดู การอ่าน การสร้างสรรค์ และเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนา มีให้เลือกสนุกทั้ง Virtual Exhibitions, Live Events และ Dialogues ที่น่าจับตามองคือ SAW Dialogues 2022 กิจกรรมทอล์กที่ชวนคนจากหลากหลายวงการมาจับเข่าคุยกัน ส่วน HORIZONS ก็เป็นกิจกรรมออนไลน์ที่จัดยิงยาวตลอด 24 ชั่วโมงให้เราเดินทางทั่วโลก โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านศิลปะ ธุรกิจ เทคโนโลยี สุขภาพ ฯลฯ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเยี่ยมชมสตูดิโออย่างใกล้ชิด เดินชมเมืองกับศิลปิน จนถึงการทำสมาธิ ไม่น่าเชื่อว่าเทคโนโลยีกับศิลปะจะเชื่อมโลกให้ใกล้ขึ้น นี่แหละงานศิลปะแห่งอนาคต!

ตีตั๋วเที่ยวรอบเกาะสิงคโปร์ที่ถูกยึดครองด้วยงานศิลปะตลอดสัปดาห์ มีทั้งนิทรรศการ เวิร์กชอป เดินทัวร์ ยันเสวนาข้ามโลก

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สพล วงศ์อิศเรศ

อินทีเรียชาวไทย เสื่อผืนหมอนใบมาทำงานที่สิงค์โปร์ จนตอนนี้เหลือแต่เสื่อ หมอนหายไปแล้ว, ฟูลไทม์ดีไซเนอร์ พาร์ตไทม์ตากล้อง นักดนตรี เชฟ บาริสต้า คนเก็บแผ่นเสียง และไทยปาร์ตี้สิงคโปร์ ออแกไนเซอร์

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

28 พฤษภาคม 2565
156

ถ้าพูดถึง New York City หนึ่งในสิ่งที่ควรทำย่อมหนีไม่พ้นการชมการแสดงในโรงละครย่าน Broadway ใจกลางเมือง โรงละครและการแสดงเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญและเป็นเวทีสำคัญสำหรับเหล่านักแสดงทั้งหลาย ทั้งที่กำลังเริ่มต้นอาชีพ กำลังประสบความสำเร็จในอาชีพ หรือแม้กระทั่งประสบความสำเร็จมาก ๆ ในโลกโทรทัศน์-ภาพยนตร์ แต่ต้องการกลับมาแสดงสดบนเวที

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้โอกาสเดินทางเข้านิวยอร์กเป็นครั้งแรกในรอบน่าจะเกือบ 3 ปี โรงละครบรอดเวย์เหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการระบาดของโควิด-19 ถ้าใครเคยไปดู จะเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าทำไม เพราะส่วนใหญ่เป็นโรงละครในแบบเก่า ที่นั่งติดกันเป็นแถว ช่องว่างระหว่างแถวแคบยิ่งกว่าที่นั่งชั้น Economy ของสายการบิน Low Cost 

ขนาดว่าถ้ามีคนมาใหม่ ต้องการเข้าไปนั่งที่นั่งตรงกลางแถว คนด้านนอกเกือบทุกคนต้องลุกขึ้นและบางครั้งอาจจะต้องเดินออกมาจากแถวที่นั่ง เพื่อให้คนมาใหม่เข้าไปยังที่นั่งของตัวเองด้านในได้ ดังนั้นมาตรการป้องกันโควิด-19 เช่นการเว้นระยะห่างจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับการแสดงเหล่านี้ 

ถ้าถามว่าจะให้จัดที่นั่งแบบเว้นห่างกัน ถึงแม้ว่าจะทำได้ในทางทฤษฎี แต่ทางธุรกิจและความเป็นจริงแล้วทำได้ยากมาก ๆ เพราะการแสดงแต่ละโชว์นั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมากต่อสัปดาห์ และรายได้จากแต่ละที่นั่งในโรงละครจะทำให้การแสดงนั้นเปิดต่อไปได้ หลายโชว์แม้ว่าจะได้รีวิวดีเพียงใด แต่ถ้ายอดขายไม่ดี ก็มีโอกาสต้องปิดตัวก่อนกำหนดได้ง่าย ๆ 

ติ่ง Hugh Jackman ดูวูล์ฟเวอร์รีนหนุ่มร้อง-เต้น The Music Man ณ Broadway นิวยอร์ก

โชว์ในบรอดเวย์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ Musical หรือละครเพลงที่หลายคนคุ้นเคย กับ Play คือเป็นละครเวทีเฉย ๆ ไม่มีเพลง 

มิวสิคัลชื่อดังที่ยังคงมีเล่นอยู่เรื่อย ๆ เช่น The Phantom of the Opera, Chicago, Wicked, The Lion King หรือเรื่องยอดฮิตในช่วง 5 ปีหลัง เช่น Hamilton ในขณะที่ละครเวทีส่วนใหญ่มักเปิดการแสดงระยะสั้นไม่กี่เดือน Play ที่ดังมาก ๆ และยังเปิดการแสดงต่อเนื่องอยู่ตอนนี้คงหนีไม่พ้น Harry Potter and The Cursed Child 

นอกเหนือจากนักแสดงบรอดเวย์ขาประจำแล้ว บางครั้งก็มีนักแสดงโทรทัศน์-ภาพยนตร์หลาย ๆ คนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาแสดงสด ไม่มีการตัดต่อ ส่วนใหญ่มักเล่นละครพูด เช่น Tom Hiddleston, Daniel Radcliffe หรือ Andrew Garfield แต่หลายคนก็มาเล่นมิวสิคัล แน่นอนว่าทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งแสดง ต่อเนื่องกัน 2 ชั่วโมงครึ่ง 8 ครั้งต่อสัปดาห์

นักแสดงคนล่าสุดที่ตอนนี้กำลังทำการแสดงอยู่คือ Hugh Jackman หรือ The Wolverine จาก The X-Men สำหรับเราที่ไม่ได้ชื่นชอบหนังสไตล์ซูเปอร์ฮีโร่เท่าไหร่ เราประทับใจฮิวจ์จากบท P.T. Barnum ในเรื่อง The Greatest Showman มากกว่า ฮิวจ์เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวงมิวสิคัลและเคยเล่นละครเพลงมาก่อน เราจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ โดยเฉพาะจากที่เห็นใน The Greatest Showman ตอนที่ฮิวจ์ แจ็กแมน ประกาศว่าจะกลับมาบรอดเวย์ใน The Music Man 

จริง ๆ The Music Man เป็นหนึ่งในละครเพลงยอดนิยมและคลาสสิกในช่วงยุค 60 มีการกลับมาทำซ้ำแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2000 ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเหมือนกัน ดังนั้นทั้งการประกาศสร้างโชว์และประกาศตัวนักแสดงทำให้เรื่องนี้เป็นที่จับตามองพอสมควร เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ โชว์ 

ตอนแรกเรื่องนี้มีกำหนดเปิดการแสดงในปี 2020 แต่ก็ต้องเลื่อนเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 และเพิ่งได้เริ่มเปิดการแสดงเป็นทางการ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง

ด้วยความที่ชอบมิวสิคัลและฮิวจ์ แจ็กแมน อยู่แล้วเป็นทุนเดิม เราจึงไม่อยากพลาดโชว์นี้ แต่ถ้าใครเคยดูละครเพลงเหล่านี้ จะทราบดีว่าตั๋วแต่ละใบนั้นราคาเรียกว่าแพงกระเป๋าฉีก และเราไม่ได้วางแผนซื้อบัตรล่วงหน้ามาก่อน เลยตัดสินใจไปซื้อตั๋วหน้าโรงละครก่อนการแสดงเปิด เพราะโชว์นี้มีโควตา Rush Ticket ราคาย่อมเยาเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์ แต่เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าแต่ละรอบจะมีโควต้ากี่ใบ และที่นั่งที่ได้จะอยู่ตรงไหน

ติ่ง Hugh Jackman ดูวูล์ฟเวอร์รีนหนุ่มร้อง-เต้น The Music Man ณ Broadway นิวยอร์ก

วันที่เราไปเป็นเช้าวันเสาร์ที่น่าหดหู่วันหนึ่ง เพราะฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่วันศุกร์ อากาศไม่ค่อยน่าพิศมัย ทำให้เราคิดว่าคงไม่ค่อยมีคนอยากมาต่อแถวซื้อบัตรในวันที่อากาศแบบนี้ เรามาถึงตอน 8.30 น.ก่อน Box Office เปิด 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ก็เจอคนมาก่อนหน้าเราประมาณ 40 คนได้ ความรู้สึกตอนนั้นคือแทบทรุด ตั๋วจะเหลือมาถึงเรามั้ยเนี่ย แต่ก็ตัดใจยืนรอท่ามกลางฝนที่ตกหนักขึ้นและอากาศที่เย็นขึ้นเรื่อย ๆ เราที่โชคดีมี Rain Jacket หนึ่งตัว แต่นอกนั้นดูจะไม่พร้อมกับอากาศระดับนี้เลยแม้แต่น้อย

ความรู้สึกตอนที่ Box Office เปิด แล้วคนข้างหน้าเริ่มทยอยได้ตั๋วนี่บรรยายได้ยากมาก คือดีใจกับทุกคน แต่ในขณะเดียวกันก็แสนจะกังวลว่าตั๋วจะเหลือถึงเรามั้ย โชคดีอย่างหนึ่งคือวันเสาร์เป็นวันที่มีโชว์ 2 รอบ ตอนบ่ายกับตอนเย็น ทุกคนในแถวที่ยังไม่ถึงคิวตัวเองก็ปลอบใจกันไปเรื่อย ๆ ว่ามันน่าจะเหลือมาถึงบ้างละน่า วินาทีที่ถึงคิวเราแล้วเจ้าหน้าที่บอกยังเหลือบัตรนี่คือดีใจมาก ๆ แบบสุด ๆ พูดไม่ออก ได้แต่กระโดดโลดเต้นอยู่ตรงหน้าห้องขายตั๋ว 

ตั๋วที่เราได้เป็นที่นั่งในโซน Orchestra แถวที่ 4 จากหน้าสุด แต่ริมสุด ซึ่งเป็นที่นั่งที่เรียกว่า Partial View เพราะมองไม่เห็นการแสดงในบางมุม แต่ที่นั่งตรงนี้ก็ทำให้เห็นฮิวจ์ แจ็กแมน แบบใกล้มาก ๆ ใกล้มากแบบมาก ๆ โดยเฉพาะฉากหนึ่งที่เขาออกมาจากฝั่งที่เรานั่ง วินาทีนั้นคือบรรยายไม่ถูก 

นี่คงเรียกว่าวิถีติ่งที่สมบูรณ์ ฮิวจ์ทั้งโชว์ ทั้งร้อง ทั้งเต้น เต็มที่มากตลอดโชว์ ประหนึ่งเห็น The Greatest Showman เล่นสด นอกจากฮิวจ์แล้ว นักแสดงหลักหญิงคือ Sutton Foster ก็เล่นดีมาก ๆ เหมือนกัน เพลงเพราะมาก ชอบมาก ๆ นักแสดง Ensemble ทุกคนก็เก่งมาก ๆ กันทุกคน เต้นกันแบบไม่รู้เหนื่อย เสื้อผ้า ฉาก ทุกอย่างถือว่าดี โดยรวมถือว่าเป็น 2 ชั่วโมงครึ่งที่เต็มอิ่ม และคุ้มค่ากับการยืนรอท่ามกลางฝนเมื่อเช้า 1 ชั่วโมงครึ่งเป็นที่สุด

แฟนคลับ Hugh Jackman สู้ฝนซื้อตั๋วดูบอร์ดเวย์ เรื่อง The Music Man ที่ Winter Garden Theatre, นิวยอร์ก

โดยปกติแล้วหลังจบการแสดง ก่อนหน้าโควิด-19 นักแสดงหลายคนจะออกมาที่ Stage Door ซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลังเวทีสำหรับนักแสดงเพื่อพบปะแฟน ๆ ถ่ายรูป แจกลายเซ็น ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ดูดีขึ้น แต่ก็มีข่าวประกาศออกมาก่อนหน้านี้ว่าอาจจะไม่มี Stage Door 

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ยังมีแฟน ๆ อีกหลายคนที่ตัดสินใจไปรอ และในที่สุดฮิวจ์ก็ออกมา ถึงแม้ว่าจะไม่มีการแจกลายเซ็น ถ่ายเซลฟี่ เหมือนสมัยก่อนโควิด-19 ระบาด แต่เขาก็ยังออกมาทักทาย โบกมือ ยิ้มให้กล้องตามคำเรียกร้องของเหล่าแฟน ๆ อยู่ประมาณ 5 – 10 นาที เป็นการปิดท้ายการตามติ่งดาราด้วยความรู้สึกเต็มอิ่มและมีความสุขมาก ๆ 

สำหรับเราแล้ว มิวสิคัลและบรอดเวย์ให้อะไรมากมาย แม้ว่าตั๋วแพงแสนแพง แต่การแสดงสดพวกนี้มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เราหาไม่ได้จากการนั่งดูทีวีหรือหนังในโรงภาพยนตร์ ไม่ใช่ว่าทั้งสองอย่างไม่ดี แต่ว่าแต่ละมีเดียก็มีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันออกไป 

เราชอบบรรยากาศการแสดงสด ไม่มีการตัดต่อ การที่โชว์และนักแสดงมีปฏิสัมพันธ์กับคนดู เพราะมันทำให้เรารู้สึกถึงความมีชีวิต ซึ่งขาดหายไปเหลือเกินตั้งแต่ช่วงเข้าวัยผู้ใหญ่ และยิ่งขาดมากเข้าไปอีกจากโรคระบาดและมาตรการ Social Distancing การได้กลับมาเยือนบรอดเวย์สั้น ๆ ในรอบนี้ของเรา ช่วยดึงบรรยากาศเก่า ๆ และความรู้สึกเหล่านั้นกลับมาอีกครั้ง 

สุดท้าย ขอขอบคุณคนแปลกหน้าผู้ร่วมชะตากรรมยืนต่อแถวกลางสายฝนที่คอยชวนคุย ให้ยืมร่ม หรือแม้กระทั่งจองที่ให้ระหว่างที่ขอไปห้องน้ำ ขอบคุณนักแสดงทุกคนสำหรับประสบการณ์ดี ๆ และขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจจัดทริปนี้ หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับประสบการณ์วิถีติ่งของเรา ณ The Great White Way แห่งนี้นะคะ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

กรกนก ศฤงคารีเศรษฐ์

ว่าที่กุมารแพทย์ที่ชื่นชอบละครเพลงและดนตรีหลากหลายประเภทเป็นชีวิตจิตใจ และคิดว่ายังคงอยู่ในระยะฝึกหัดของการใช้ชีวิต

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load