20 พฤศจิกายน 2563
2,079

จิตใจสับสน กังวลกระวนกระวาย เครียดขึ้งจนสมองเหนื่อยล้า อาการเหล่านี้เป็นแรงขับชั้นดีให้เรามุ่งหน้าไปออนเซ็น หรือแวะไปสปานวดให้ Therapist รีดความเมื่อยขบด้วยสองมือ

หลังจากผูกสมัครรักใคร่การนวดเฟ้นกายเนื้อมาหลายปี เราได้ค้นพบศาสตร์อีกแขนงที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด วิธีนั้นคือ Shirodhara การหยดของเหลวอย่างน้ำมันอุ่นบนหน้าผากทีละน้อย ผสานกับการกดจุดบนใบหน้าและศีรษะ ชิโรดาราเป็นส่วนหนึ่งของอายุรเวท (Ayurveda) การแพทย์แผนโบราณอายุหลายพันปีที่เชื่อกันว่าเป็นความรู้ที่เทพเจ้าถ่ายทอดสู่มวลมนุษย์ โดยพระธันวันตริ เทพแห่งการแพทย์เป็นผู้เผยแพร่

ปัจจุบันชิโรดาราเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรมสปาหลากหลายที่ แต่เพื่อทำความเข้าใจศาสตร์จากชมพูทวีปอย่างลึกซึ้ง เราเข้าไปชมการสาธิต และพูดคุยกับบรรดาชาวอินเดียผู้ดูแลศูนย์โยคะและอายุรเวท Prem Yog and Prana Center ซึ่งช่วยกันอธิบายความสำคัญของอายุรเวทและข้อดีของชิโรดารา

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ธาตุประจำตัว

“อายุรเวทคือความรู้แห่งชีวิต ไม่ใช่แค่วิธีรักษาอาการป่วยแบบใดแบบหนึ่ง แต่เป็นวิธีการใช้ชีวิต ปรับการกิน การนอน การออกกำลังกาย การคิดอ่าน ให้สมดุลถูกต้องเพื่อให้อายุยืนยาว โดยใช้การนวดและสมุนไพรเข้าช่วย” Bita Sethi เจ้าของศูนย์ดูแลสุขภาพเอ่ย

ตามหลักอายุรเวท ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยพลังงานที่เรียกว่า ไตรโทษะ (Tri Dosha) ได้แก่ วาตะ (Vāta) ปิตตะ (Pitta) และ กผะ (Kapha) วาตะหรือธาตุลมคือพลังเคลื่อนไหว ปิตตะหรือธาตุไฟคือพลังการย่อยอาหารและระบบ metabolism กผะหรือธาตุดินและน้ำคือพลังของเหลวในร่างกายและโครงสร้างร่างกาย 

แต่ละคนมีร่างกายต่างกัน เพราะทุกคนมีพลังงานเหล่านี้ไม่เท่ากัน การดูแลร่างกายจึงต้องอิงจากประเภทธาตุหลักของตน เพราะถ้าหากธาตุเหล่านี้ไม่สมดุล อาการเจ็บป่วยจะเกิดขึ้น 

“เราต้องตรวจเช็กร่างกาย ทำแบบทดสอบ จับชีพจรก่อนว่าเป็นธาตุไหน แล้วร่างกายมีปัญหาอะไรบ้าง ถึงออกแบบการบำบัดที่เหมาะสมให้แต่ละคน” Baboo เทอราพิสต์ชาวอินเดียเอ่ย ขั้นตอนการออกแบบแนวทางดูแลร่างกายของที่นี่ครอบคลุมตั้งแต่ประเภทและปริมาณอาหารที่กิน เวลากินอาหาร ไปจนถึงการเล่นโยคะ การนวดสารพัด 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ชาววาตะหรือธาตุลม ชีพจรจะเต้นเร็วที่สุด ปิตตะหรือธาตุไฟรองลงมา และชาวกผะที่ผสมผสานระหว่างธาตุดินและธาตุน้ำ ชีพจรจะเต้นช้าที่สุด 

ชาววาตะเป็นคนว่องไว ความคิดโลดแล่น กระตือรือร้น มักมีรูปร่างผอมบาง ผิวและผมแห้ง ชาวธาตุลมมักมีปัญหาเกี่ยวกับภาวะเครียด จิตใจไม่สงบ วิตกกังวล ขี้หลงขี้ลืม ปวดหัวไมเกรน ไปจนถึงระบบทางเดินหายใจ

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ชาวปิตตะร่างกายร้อน รูปร่างสมส่วน ความคิดเป็นระบบระเบียบ ปัญหาของคนธาตุไฟมักเป็นระบบย่อยอาหารและโรคเกี่ยวกับท้อง ไปจนถึงการนอนไม่หลับ

ส่วนชาวกผะเป็นคนเยือกเย็น อดทน สงบนิ่ง นุ่มนวลที่สุดในบรรดาธาตุทั้งมวล อาจมีปัญหาเกี่ยวกับโรคอ้วน หรือการนอนหลับมากเกินไป 

นอกจากนี้ ยังมีคนที่มีสองธาตุโดดเด่นในคนเดียวกัน เช่นวาตะกับปิตตะ ปิตตะกับกผะ กผะกับวาตะ และคนที่มีทั้งสามธาตุพอๆ กันในตัวเลยก็มี

ชิโรดารา

ชิโรดารา ประกอบจากคำสันสกฤต 2 คำ คือ Shiro แปลว่าศีรษะ และ Dhara แปลว่าไหล หมายถึงการหยดของเหลวบนหน้าผาก บริเวณอาชณาจักระ (Agnya Chakra) หรือดวงตาที่สาม ซึ่งควบคุมการทำงานของกายและจิต ในแง่วิทยาศาสตร์ บริเวณนี้เชื่อมต่อกับต่อมไร้ท่อไพนีล หรือต่อมเหนือสมองที่ดูแลการหลั่งฮอร์โมนของร่างกาย 

การบำบัดนี้เหมาะกับคนธาตุลม และคนที่ทำงานหนัก มีปัญหาความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับหรือหลับไม่ลึก หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการ Jetlag ทั้งยังช่วยให้เลือดลมไหลเวียน เสริมความจำให้ดี และแถมด้วยการบำรุงเส้นผม เพราะการหยดน้ำ ไม่ว่าน้ำมัน นม บัตเตอร์มิลค์ น้ำมะพร้าว น้ำสมุนไพร ช่วยเพิ่มกผะให้ร่างกายผ่อนคลาย สงบ สดชื่น คล้ายการทำสมาธิ 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป
Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ประเภทของเหลวและอุณหภูมิที่เลือกใช้ขึ้นอยู่กับธาตุของแต่ละคน ที่ Prem Yog and Prana Center เทอราพิสต์เลือกใช้น้ำมันสมุนไพรที่นักผสมน้ำมันเบลนด์ไว้ให้บุคคลแต่ละประเภท เช่น ชาววาตะที่ตัวเย็น ใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมฤทธิ์ร้อนอย่างน้ำมันงา ชาวปิตตะใช้น้ำมันมะพร้าวหรือบัตเตอร์มิลก์ ส่วนชาวกผะใช้น้ำมันที่เบาบางหน่อย เช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันลาเวนเดอร์ 

เมื่อนอนหงายบนเตียง ปล่อยผมสยาย และปิดตา เทอราพิสต์จะค่อยๆ หยดน้ำมันอุ่นในชามอ่างเจาะรูที่อยู่เหนือศีรษะ ให้น้ำมันบนหน้าผากไหลออกไปทางปลายผม ซึ่งมีชามรับไว้อีกทอดหนึ่ง พิธีกรรมนี้จะยาวนานราว 30-40 นาที ก่อนเทอราพิสต์จะหยุด แล้วค่อยๆ นวด Marma Point จุดสำคัญต่างๆ บนใบหน้าและบนศรีษะ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อลมปราณ ทำให้รู้สึกสดชื่น ตื่นตัว และผ่อนคลายจากความตึงเครียดสะสม

แม้ไม่มีผลข้างเคียงตามมา แต่เทอราพิสต์ก็แนะนำว่าหลังจบชิโรดารา ควรจะพักผ่อนให้เต็มที่ ทำกิจกรรมเบาๆ ไม่ใช้งานร่างกายหนักเกินไป เข้านอนแล้วหลับให้สบาย 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป
Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ข้อจำกัดของกิจกรรมนี้คือไม่เหมาะกับผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี หญิงมีประจำเดือนและตั้งครรภ์ ผู้ถือศีลอดหรืออดอาหารผู้มีความดันต่ำ ผู้ป่วยโรคลมชัก หรือถ้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เป็นไข้ วิงเวียน ท้องเสีย มีแผลบนศีรษะ หรือมีความเสี่ยงด้านสุขภาพอื่นๆ ก็ควรหลีกเลี่ยง โดยสอบถามรายละเอียดกับทางศูนย์อายุรเวทได้

“นาฬิกาของจักรวาลและนาฬิกาชีวิตคนสอดคล้องกันเสมอ ช่วงเวลาเช้าที่อากาศชื้นหรือช่วงฝนตก มีกผะมาก ก็ไม่ควรทำชิโรดารา ส่วนช่วงเวลาสิบโมงถึงบ่ายสองอากาศร้อน ร่างกายก็มีพลังเผาผลาญได้ดี จึงควรทานอาหารหนักช่วงนี้ ขณะที่ตอนเย็นพระอาทิตย์ตก ก็ควรทานอาหารเบาๆ เพราะร่างกายก็เผาผลาญได้น้อยลง”

เจ้าของศูนย์ดูแลสุขภาพชาวอินเดียย้ำว่าชิโรดาราเป็นการบำบัดแขนงหนึ่งที่ปลอดภัยและดีต่อผู้ทดลองมาก อย่างไรก็ดี หลักการแก้ไขปัญหาสุขภาพระยะยาวคือการปรับวิถีชีวิตกินอยู่ให้สมดุล การเรียนรู้อายุรเวทและปฏิบัติตนตามแนวทางสุขภาพ จะทำให้ชีวิตยั่งยืนและอ่อนเยาว์อย่างแท้จริง

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชิโรดาราและอายุรเวทเพิ่มเติมได้ที่นี่ 


ข้อมูลอ้างอิง

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อโศก

กิจกรรมและสถานที่บำบัดใจและกายให้แข็งแรง

12 มิถุนายน 2560
6,277

เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยจังหวะดนตรีอาหรับที่ครึกครื้นเกินกว่าจะนั่งมองเฉยๆ ปลายเท้าฉันกระดุกกระดิกตามเสียงเพลง ระหว่างที่ กิ๊ฟ-รงรอง วลัญช์เสถียร ส่ายสะโพกนำสาวๆ ในห้องกระจก แผงลูกปัดและเลื่อมแวววาวรอบลำตัวทุกคนสั่นกระเพื่อมดังกรุกกริก ซ้าย-ขวา ซ้าย-ขวา หมุนตัวสับเท้าไปมา ลำตัวที่สะบัดพลิ้วอ่อนช้อยและแข็งแรงไปในที

ฉันนึกถึงหนังแขกอินเดียที่นางเอกเต้นระบำได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ครูสอน Belly Dance เล่าว่าระบำนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศแถบตะวันออกกลาง เกิดจากการเต้นรำสังสรรค์ที่เรียกว่า Baladi (บาลาดี) ของสาวๆ ชาวอาหรับ ต่อมาเมื่อปรับการเต้นนี้ให้เป็นการแสดง จึงผสม Ballet และ Jazz เข้าไปในลีลา ใช้อุปกรณ์เสริมอย่างผ้าต่างๆ พร้อมเปลี่ยนชุดให้โชว์หน้าท้อง ขับสรีระนักเต้นมากยิ่งขึ้น และปัจจุบันระบำนี้ยังได้รับความนิยมในหลายประเทศ เช่น อียิปต์ เลบานอน และตุรกี

ในประเทศไทยมีการสอน Belly Dance แค่ 2 ที่เท่านั้น คือที่รำปุรี สตูดิโอสอนการเต้นจากทั่วโลก และที่ BellySister โรงเรียนสอนระบำหน้าท้องโดยเฉพาะ โดยที่นี่มีทั้งคลาส Belly Dance ระบำหน้าท้องแบบอาหรับ, Bollywood ระบำหน้าท้องสไตล์อินเดีย และ Bellyrobics ระบำเพื่อการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ แม้ไม่มีพื้นฐานการเต้นมาก่อนก็เรียนได้

BellySister : ทำความรู้จักและรักร่างกายผ่านการเต้นระบำหน้าท้อง

BellySister : ทำความรู้จักและรักร่างกายผ่านการเต้นระบำหน้าท้อง

“ตอนแรกกิ๊ฟก็เริ่มจากไม่มีเบสิกการเต้นอะไรเลย แต่ลองเรียนเพราะชอบ Shakira เห็นเขาเอา Belly Dance มาผสมกับท่าเต้น ปรากฏว่าพอเรียนแล้วไม่ใช่ชากีร่าเลย (หัวเราะ) เขามีความโมเดิร์น เขาใส่ฮิปฮอปเข้าไป แต่ Belly Dance ของจริงมีความสวย ความสง่า ความนิ่ง อยู่ในตัว การเต้นนี้ทำให้เราได้ใช้อวัยวะที่เราไม่เคยใช้มาก่อน สมมติฮิปฮอปเราก็จะใช้แขน ใช้ขา ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ แต่ Belly Dance จะใช้กล้ามเนื้อที่อยู่ข้างใน

“เราต้องทำความรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เช่น หน้าท้อง ใครจะไปรู้ว่ามันมี 3 ส่วน เราต้องคุยกับตัวเองว่าหน้าท้องตรงนี้ต้องขยับแบบนี้ สะโพกด้านขวา กล้ามเนื้อตรงสีข้าง ก้นด้านใน ด้านนอก ตรงกลาง มันอยู่ตรงไหน พอเราใช้เวลาฝึกกับมันเยอะขึ้น ก็ทำให้เข้าใจและเห็นคุณค่าของตัวเอง พอ Belly Dance ทำให้เรารักตัวเองมากขึ้น เราเลยหลงรักมันไปโดยปริยาย”

กิ๊ฟเล่าว่า สมัยก่อนเธอเป็นคนขี้อายมาก ไม่กล้าคุยกับใคร ขนาดมองตัวเองในกระจกยังไม่กล้ามอง แต่การเต้นทำให้เธอได้สำรวจและทำความรู้จักข้อดีของตัวเอง ช่วยให้จิตใจแข็งแรงและมั่นใจมากขึ้น ส่วนในแง่สุขภาพร่างกาย ครูสอนระบำหน้าท้องบอกตรงๆ ว่าการเต้นประเภทนี้ไม่ใช่วิธีลดความอ้วน

BellySister : ทำความรู้จักและรักร่างกายผ่านการเต้นระบำหน้าท้อง

BellySister : ทำความรู้จักและรักร่างกายผ่านการเต้นระบำหน้าท้อง

“การลดน้ำหนักไม่เกี่ยวกับ Belly Dance ถ้าหากคุณอยากได้หุ่นผอม หน้าท้องแบนราบมีซิกซ์แพ็ก กิ๊ฟแนะนำให้ไปฟิตเนสมากกว่า แต่ถ้าคุณอยากได้หุ่นที่มีส่วนเว้าส่วนโค้ง หุ่นที่เป็นผู้หญิง แนะนำที่นี่ เพราะการเต้นระบำหน้าท้องจะช่วยกระชับเอวให้คอดขึ้น มีสะโพกมากขึ้น posture ดีขึ้น และการออกกำลังช่วงท้องจะทำให้ระบบภายในดีขึ้น ทั้งระบบเผาผลาญ ระบบการขับถ่าย หรือช่วยเรื่องระบบฮอร์โมน ลดการปวดท้องประจำเดือน”

ผู้เชี่ยวชาญระบำอาหรับเอ่ยต่อว่านักเรียน Belly Dance ของเธอมีตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จนถึง 75 ปี เพราะเป็นการออกกำลังที่ไม่หักโหม ไม่มีการกระโดดหรือใช้ร่างกายอย่างรุนแรง จึงไม่ส่งผลเสียต่อหลังหรือหัวเข่านักเต้นในภายหลัง แม้นักเรียนแทบทั้งหมดจะเป็นผู้หญิง แต่สตูดิโอก็พร้อมเปิดรับคนทุกเพศทุกวัยที่สนใจศิลปะการเต้นรูปแบบนี้ เพียงแค่เตรียมเสื้อผ้าทะมัดทะแมงอย่างชุดฟิตเนสหรือโยคะมาก็เข้าร่วมได้ แถมที่นี่ยังมีเสื้อผ้าสนุกๆ แถบเลื่อมระยิบระยับผูกเอว และอุปกรณ์ให้ยืมใช้ฟรีอีกต่างหาก

BellySister : ทำความรู้จักและรักร่างกายผ่านการเต้นระบำหน้าท้อง

BellySister : ทำความรู้จักและรักร่างกายผ่านการเต้นระบำหน้าท้อง

คลาส Belly Dance จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามความยากง่าย Level 1 คือสอนแยกส่วนร่างกายและใช้งานกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ Level 2 จะเริ่มสอนการควบคุมร่างกายและท่วงท่าทั้งหมดอย่างละเอียด ส่วนระดับสุดท้ายจะโฟกัสที่การเคลื่อนไหวไปพร้อมกับดนตรี เพราะเมโลดี้อาหรับแตกต่างจากจังหวะนับ 8 แบบตะวันตก เลเวลนี้จึงยากที่สุดและสนุกที่สุด เพราะนักเต้นจะได้แสดงฝีมือและตัวตนออกมาอย่างชัดเจนที่สุด

“ความสวยของ Belly Dance ไม่ได้อยู่ที่หุ่นนักเต้นนะ Belly Dance คือการเป็นตัวของตัวเอง คุณจะมีหุ่นแบบไหน หน้าท้องแบบไหน เสน่ห์คือสิ่งที่คุณส่งออกมาจากใจ นั่นแหละที่ดึงดูดใจผู้ชม กิ๊ฟว่าหุ่นธรรมชาติของผู้หญิงสวยที่สุดแหละ มาเต้นกันเถอะ”

เสียงเพลงอาหรับสนุกเชิญชวนขณะที่นักเรียนยักย้ายส่ายสะโพกโดยไม่พะวงเรื่องไซส์ ฉันพยักหน้าหงึกหงัก รู้สึกอยากทำความรู้จักกล้ามเนื้อพุงตัวเองบ้างเหมือนกัน

BellySister : ทำความรู้จักและรักร่างกายผ่านการเต้นระบำหน้าท้อง

BellySister

ที่อยู่: สถาบันปรีดี พนมยงค์ ชั้น 3, ระหว่างซอยทองหล่อ 1 และทองหล่อ 3
ราคา: 4 ครั้ง / 2,000 บาท
www.facebook.com/Bellysister  
www.bellysister.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load