20 พฤศจิกายน 2563
1 K

จิตใจสับสน กังวลกระวนกระวาย เครียดขึ้งจนสมองเหนื่อยล้า อาการเหล่านี้เป็นแรงขับชั้นดีให้เรามุ่งหน้าไปออนเซ็น หรือแวะไปสปานวดให้ Therapist รีดความเมื่อยขบด้วยสองมือ

หลังจากผูกสมัครรักใคร่การนวดเฟ้นกายเนื้อมาหลายปี เราได้ค้นพบศาสตร์อีกแขนงที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด วิธีนั้นคือ Shirodhara การหยดของเหลวอย่างน้ำมันอุ่นบนหน้าผากทีละน้อย ผสานกับการกดจุดบนใบหน้าและศีรษะ ชิโรดาราเป็นส่วนหนึ่งของอายุรเวท (Ayurveda) การแพทย์แผนโบราณอายุหลายพันปีที่เชื่อกันว่าเป็นความรู้ที่เทพเจ้าถ่ายทอดสู่มวลมนุษย์ โดยพระธันวันตริ เทพแห่งการแพทย์เป็นผู้เผยแพร่

ปัจจุบันชิโรดาราเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรมสปาหลากหลายที่ แต่เพื่อทำความเข้าใจศาสตร์จากชมพูทวีปอย่างลึกซึ้ง เราเข้าไปชมการสาธิต และพูดคุยกับบรรดาชาวอินเดียผู้ดูแลศูนย์โยคะและอายุรเวท Prem Yog and Prana Center ซึ่งช่วยกันอธิบายความสำคัญของอายุรเวทและข้อดีของชิโรดารา

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ธาตุประจำตัว

“อายุรเวทคือความรู้แห่งชีวิต ไม่ใช่แค่วิธีรักษาอาการป่วยแบบใดแบบหนึ่ง แต่เป็นวิธีการใช้ชีวิต ปรับการกิน การนอน การออกกำลังกาย การคิดอ่าน ให้สมดุลถูกต้องเพื่อให้อายุยืนยาว โดยใช้การนวดและสมุนไพรเข้าช่วย” Bita Sethi เจ้าของศูนย์ดูแลสุขภาพเอ่ย

ตามหลักอายุรเวท ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยพลังงานที่เรียกว่า ไตรโทษะ (Tri Dosha) ได้แก่ วาตะ (Vāta) ปิตตะ (Pitta) และ กผะ (Kapha) วาตะหรือธาตุลมคือพลังเคลื่อนไหว ปิตตะหรือธาตุไฟคือพลังการย่อยอาหารและระบบ metabolism กผะหรือธาตุดินและน้ำคือพลังของเหลวในร่างกายและโครงสร้างร่างกาย 

แต่ละคนมีร่างกายต่างกัน เพราะทุกคนมีพลังงานเหล่านี้ไม่เท่ากัน การดูแลร่างกายจึงต้องอิงจากประเภทธาตุหลักของตน เพราะถ้าหากธาตุเหล่านี้ไม่สมดุล อาการเจ็บป่วยจะเกิดขึ้น 

“เราต้องตรวจเช็กร่างกาย ทำแบบทดสอบ จับชีพจรก่อนว่าเป็นธาตุไหน แล้วร่างกายมีปัญหาอะไรบ้าง ถึงออกแบบการบำบัดที่เหมาะสมให้แต่ละคน” Baboo เทอราพิสต์ชาวอินเดียเอ่ย ขั้นตอนการออกแบบแนวทางดูแลร่างกายของที่นี่ครอบคลุมตั้งแต่ประเภทและปริมาณอาหารที่กิน เวลากินอาหาร ไปจนถึงการเล่นโยคะ การนวดสารพัด 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ชาววาตะหรือธาตุลม ชีพจรจะเต้นเร็วที่สุด ปิตตะหรือธาตุไฟรองลงมา และชาวกผะที่ผสมผสานระหว่างธาตุดินและธาตุน้ำ ชีพจรจะเต้นช้าที่สุด 

ชาววาตะเป็นคนว่องไว ความคิดโลดแล่น กระตือรือร้น มักมีรูปร่างผอมบาง ผิวและผมแห้ง ชาวธาตุลมมักมีปัญหาเกี่ยวกับภาวะเครียด จิตใจไม่สงบ วิตกกังวล ขี้หลงขี้ลืม ปวดหัวไมเกรน ไปจนถึงระบบทางเดินหายใจ

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ชาวปิตตะร่างกายร้อน รูปร่างสมส่วน ความคิดเป็นระบบระเบียบ ปัญหาของคนธาตุไฟมักเป็นระบบย่อยอาหารและโรคเกี่ยวกับท้อง ไปจนถึงการนอนไม่หลับ

ส่วนชาวกผะเป็นคนเยือกเย็น อดทน สงบนิ่ง นุ่มนวลที่สุดในบรรดาธาตุทั้งมวล อาจมีปัญหาเกี่ยวกับโรคอ้วน หรือการนอนหลับมากเกินไป 

นอกจากนี้ ยังมีคนที่มีสองธาตุโดดเด่นในคนเดียวกัน เช่นวาตะกับปิตตะ ปิตตะกับกผะ กผะกับวาตะ และคนที่มีทั้งสามธาตุพอๆ กันในตัวเลยก็มี

ชิโรดารา

ชิโรดารา ประกอบจากคำสันสกฤต 2 คำ คือ Shiro แปลว่าศีรษะ และ Dhara แปลว่าไหล หมายถึงการหยดของเหลวบนหน้าผาก บริเวณอาชณาจักระ (Agnya Chakra) หรือดวงตาที่สาม ซึ่งควบคุมการทำงานของกายและจิต ในแง่วิทยาศาสตร์ บริเวณนี้เชื่อมต่อกับต่อมไร้ท่อไพนีล หรือต่อมเหนือสมองที่ดูแลการหลั่งฮอร์โมนของร่างกาย 

การบำบัดนี้เหมาะกับคนธาตุลม และคนที่ทำงานหนัก มีปัญหาความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับหรือหลับไม่ลึก หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการ Jetlag ทั้งยังช่วยให้เลือดลมไหลเวียน เสริมความจำให้ดี และแถมด้วยการบำรุงเส้นผม เพราะการหยดน้ำ ไม่ว่าน้ำมัน นม บัตเตอร์มิลค์ น้ำมะพร้าว น้ำสมุนไพร ช่วยเพิ่มกผะให้ร่างกายผ่อนคลาย สงบ สดชื่น คล้ายการทำสมาธิ 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป
Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ประเภทของเหลวและอุณหภูมิที่เลือกใช้ขึ้นอยู่กับธาตุของแต่ละคน ที่ Prem Yog and Prana Center เทอราพิสต์เลือกใช้น้ำมันสมุนไพรที่นักผสมน้ำมันเบลนด์ไว้ให้บุคคลแต่ละประเภท เช่น ชาววาตะที่ตัวเย็น ใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมฤทธิ์ร้อนอย่างน้ำมันงา ชาวปิตตะใช้น้ำมันมะพร้าวหรือบัตเตอร์มิลก์ ส่วนชาวกผะใช้น้ำมันที่เบาบางหน่อย เช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันลาเวนเดอร์ 

เมื่อนอนหงายบนเตียง ปล่อยผมสยาย และปิดตา เทอราพิสต์จะค่อยๆ หยดน้ำมันอุ่นในชามอ่างเจาะรูที่อยู่เหนือศีรษะ ให้น้ำมันบนหน้าผากไหลออกไปทางปลายผม ซึ่งมีชามรับไว้อีกทอดหนึ่ง พิธีกรรมนี้จะยาวนานราว 30-40 นาที ก่อนเทอราพิสต์จะหยุด แล้วค่อยๆ นวด Marma Point จุดสำคัญต่างๆ บนใบหน้าและบนศรีษะ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อลมปราณ ทำให้รู้สึกสดชื่น ตื่นตัว และผ่อนคลายจากความตึงเครียดสะสม

แม้ไม่มีผลข้างเคียงตามมา แต่เทอราพิสต์ก็แนะนำว่าหลังจบชิโรดารา ควรจะพักผ่อนให้เต็มที่ ทำกิจกรรมเบาๆ ไม่ใช้งานร่างกายหนักเกินไป เข้านอนแล้วหลับให้สบาย 

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป
Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

ข้อจำกัดของกิจกรรมนี้คือไม่เหมาะกับผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี หญิงมีประจำเดือนและตั้งครรภ์ ผู้ถือศีลอดหรืออดอาหารผู้มีความดันต่ำ ผู้ป่วยโรคลมชัก หรือถ้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เป็นไข้ วิงเวียน ท้องเสีย มีแผลบนศีรษะ หรือมีความเสี่ยงด้านสุขภาพอื่นๆ ก็ควรหลีกเลี่ยง โดยสอบถามรายละเอียดกับทางศูนย์อายุรเวทได้

“นาฬิกาของจักรวาลและนาฬิกาชีวิตคนสอดคล้องกันเสมอ ช่วงเวลาเช้าที่อากาศชื้นหรือช่วงฝนตก มีกผะมาก ก็ไม่ควรทำชิโรดารา ส่วนช่วงเวลาสิบโมงถึงบ่ายสองอากาศร้อน ร่างกายก็มีพลังเผาผลาญได้ดี จึงควรทานอาหารหนักช่วงนี้ ขณะที่ตอนเย็นพระอาทิตย์ตก ก็ควรทานอาหารเบาๆ เพราะร่างกายก็เผาผลาญได้น้อยลง”

เจ้าของศูนย์ดูแลสุขภาพชาวอินเดียย้ำว่าชิโรดาราเป็นการบำบัดแขนงหนึ่งที่ปลอดภัยและดีต่อผู้ทดลองมาก อย่างไรก็ดี หลักการแก้ไขปัญหาสุขภาพระยะยาวคือการปรับวิถีชีวิตกินอยู่ให้สมดุล การเรียนรู้อายุรเวทและปฏิบัติตนตามแนวทางสุขภาพ จะทำให้ชีวิตยั่งยืนและอ่อนเยาว์อย่างแท้จริง

Shirodhara หยดน้ำมันอุ่นบนหน้าผาก บำบัดความเครียดตามศาสตร์เก่าแก่แห่งชมพูทวีป

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชิโรดาราและอายุรเวทเพิ่มเติมได้ที่นี่ 


ข้อมูลอ้างอิง

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อโศก

กิจกรรมและสถานที่บำบัดใจและกายให้แข็งแรง

ในขณะที่เราหลับตา และเข้าไปรับรู้ถึงจักรวาลภายในร่างกาย ด้วยตาด้านในที่ทำให้เห็นได้ถึงรอยต่อ การสัมผัสและการเชื่อมโยงของอวัยวะต่างๆ กระดูกที่เชื่อมต่อกัน เลือดที่ไหลเวียน อากาศที่วิ่งผ่านภายใน ลมหายใจเข้าและออก

เรายังคงหลับตาอยู่ แล้วค่อยๆ เชื่อมต่อกับจักรวาลภายนอก รับรู้ได้ถึงเท้าที่สัมผัสพื้น รับรู้ถึงอากาศที่ไหลผ่านผิวหนัง และตอนนั้นเมื่อเราเอื้อมมือออกไป พื้นที่ของจักรวาลภายนอกของเราก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เราอาจจะเอื้อมมือจนสุด เหยียดขาจนสุด งอเข่า งอแขน ย้ายสะโพกไปด้านหนึ่ง ค่อยๆ สำรวจจักรวาลภายนอก ด้านการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างช้าๆ ไปตามสัญชาตญาณภายใน

เรายังคงหลับตาอยู่ และร่างกายกำลังสำรวจจักรวาลภายนอก ทันใดนั้น มือของเราก็ได้สัมผัสอีกมือหนึ่ง รับรู้ได้ถึงนิ้ว ความอุ่น ข้อต่อนิ้ว ฝ่ามือ ณ จุดนี้จักรวาลภายนอกของเรากว้างขึ้น หลังของเราอาจได้สัมผัสท่อนแขนขอใครบางคน ใช้ร่างกายและประสาทสัมผัสเดินทางสำรวจไปเรื่อยๆ 

Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ
Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ

เราอาจจะได้เจอมืออีกมือหนึ่ง แขนอีกแขนหนึ่ง บนแพลตฟอร์มนี้ ต่างคนต่างเคลื่อนไหว ต่างคนต่างสำรวจจักรวาลภายนอก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสัมผัสได้ถึงจักรวาลภายในของตัวเอง ต่างคนต่างเต้นในท่วงท่าของตัวเอง แต่ต่างคนก็ต่างสัมผัสกันในทุกส่วนของอวัยวะภายนอกร่างกาย ปล่อยร่างกายและจิตใจให้รับรู้ถึงประสบการณ์การสัมผัสในปัจจุบันขณะนั้น

และนี่คือประสบการณ์ส่วนตัวที่ฉันรับรู้ได้ จากการเข้าร่วม Contact Improvisation กับ อ๋อง-นิธิพัฒน์ พลชัย นักวิจัยทางด้านฟิสิกส์ประยุกต์ ซึ่งมีอีกหนึ่งบทบาทที่น่าทึ่ง คือศิลปินนักเต้นภายใต้กลุ่ม Spine Party Movement หรือพรรคสันหลัง ตอนนี้อ๋องเป็นทั้งครูสอนเต้นและครูสอนฟิสิกส์ในมหาวิทยาลัย ปัจจุบันเขาสนใจมิติการดูแลตัวเอง การพัฒนามนุษย์ และการอยู่ร่วมกัน ผ่านการฟังและการตระหนักรู้ด้วยร่างกาย เขาชื่นชอบการเรียนรู้และผลิตความรู้ใหม่ๆ สนุกกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ ให้คนได้รู้สึกเชื่อมโยงกับตัวเอง กับคนอื่น และกับโลก

Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ
Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ

“จริงๆ แล้วการสัมผัสเป็นสภาวะบริสุทธิ์ของเด็กทารก เป็นการเรียนรู้ภายในตัวเองตั้งแต่แรกเกิด แต่พอเราโตเป็นผู้ใหญ่ มันกลับเข้าสู่ความบริสุทธิ์ยากขึ้น เพราะเราเริ่มสั่งสมนิสัย เรามีความเป็นตัวเอง ไปจนถึง Social Condition ต่างๆ การเต้น Contact Dance จึงพาเราเข้าสู่ห้วงเวลาปัจจุบันของการสัมผัส เหมือนเป็นการภาวนาผ่านร่างกายในรูปแบบหนึ่ง

“ปัจจุบันนี้ผู้คนในเมืองต่างถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ ยิ่งในสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ไม่สามารถออกไปไหนได้ สิ่งเดียวที่ทำให้เราเชื่อมโยงกับโลกภายนอกคือโซเชียลมีเดีย ที่รับรู้ด้วยประสาทสัมผัสตาจากการมองเห็น แล้วเข้าสู่ระบบความคิด เราใช้สมองหนักมาก ทั้งภาพจำ ภาพความเคยชิน สุดท้ายแล้วมันก็อาจกลายเป็นขยะทางสมอง เกิดเป็นความเครียดและปัญหาสุขภาพตามมา 

“ดังนั้น ประโยชน์ของ Contact Dance ที่ถึงแม้เราจะเต้นคนเดียวในห้อง แต่มันก็เป็นการเปิดพื้นที่ภายในร่างกาย เป็นการสร้างพื้นที่ใหม่ให้ตัวเอง หลับตาภายนอกเพื่อช่วยลดปริมาณความคิด และเปิดตาภายใน ให้เห็นถึงการเชื่อมต่อการสัมผัสต่างๆ ของอวัยวะภายในร่างกาย”

Contact Improvisation คือการเต้นหรือเคลื่อนไหวร่างกายในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเน้นการสำรวจและค้นหาความสัมพันธ์ของร่างกายกับสิ่งรอบตัว เริ่มตั้งแต่ร่างกายเราเอง ร่างกายผู้อื่น บรรยากาศโดยรอบ และสิ่งของรอบตัว ถูกคิดค้นโดยนักเต้นและนักออกแบบการเคลื่อนไหวชาวอเมริกันชื่อ Steve Paxton ที่ผสมผสานกฏทางกายภาพของแรงเสียดทาน โมเมนตัม แรงโน้มถ่วงและแรงเฉื่อย 

Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ
Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ

“เราเริ่มเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันมาก เบสิกเลยเริ่มต้นให้เราเริ่มสัมผัสแต่ละส่วนของร่างกาย เช่นเริ่มนวดหัว ลูบแขน จับที่ใบหน้า เข้าเป็นเช็คอินกับส่วนต่างๆ ว่าเขาเป็นยังไง พอเราสัมผัสแล้วเรารู้สึกยังไง”

สเต็ปที่สอง ให้ลองยืนสมาธิดู ค่อยๆ พิจารณาการเรียงตัวตั้งแต่ศีรษะ ลงไป ผ่อนข้อต่อ ผ่อนเข่า ดูการสัมพันธ์และการเรียงตัวของกระดูกและอวัยวะต่างๆ สักพักปล่อยตัวเอง ขยับไปอย่างที่อยากขยับ ลองขยับครึ่งบนของตัวเองในแต่ละส่วน ลองขยับครึ่งล่างของตัวเอง ลองสำรวจพื้นที่รอบๆ ถ้าเอื้อมมือไปจนสุด หรือเหยียดขาไปจนสุด เราสามารถจินตนาการได้ถึงวงกลมที่ครอบคลุมเราอยู่ เราลองใช้ร่างกายสำรวจสเปซวงกลมอันนี้ ผ่านการขยับอวัยวะส่วนต่างๆ อาจจะลองลงไปที่พื้น สัมผัสกับพื้น นอน เหยียด กลิ้ง แล้วเราจะเข้าใจคำว่าขยายการรับรู้ของพื้นที่ เราอาจจะกลับมุมมอง เอาขาขึ้นข้างบน เอาหัวลงข้างล่าง 

“ตอนนี้เรารู้จักวงกลมของตัวเองแล้ว ให้ค่อยๆ เอามันไปอยู่กับพื้นที่ ไปอยู่บนโต๊ะเป็นยังไง ไปอยู่บนกำแพงเป็นยังไง แล้วมันรู้สึกต่างกันยังไง ให้เราขยับ เข้าไปจับ ไปสัมผัส เราจะเห็นความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นกับพื้นที่โดยรอบ ไปจนถึงเมื่อมีคนเต้นข้างๆ เรา เราจะเห็นการซ้อนทับของวงกลมสองวง แค่วงกลมสองวงซ้อนทับกัน มันก็คือการสัมผัสกันแล้ว ซึ่งการสัมผัสมันไม่ได้หมายถึงการจับแน่นๆ เท่านั้น มันคือค่าความเข้มข้นของการสัมผัสมากกว่า เพราะจริงๆ แล้วคนเราก็สัมผัสกันผ่านสายตา ผ่านพลังงาน ผ่านอากาศ ผ่านสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา”

Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ

ตอนที่ลองฝึกตามที่อ๋องบอก เราลองเปิดเพลงเบาๆ คลอไปด้วย ฉันรู้สึกได้ถึงความรู้สึกอันสดใหม่ที่ไม่ต้องมีแบบแผนการเต้นใดๆ เราไม่ต้องคิดว่าอยากจะขยับมือ ขยับขา ขยับสะโพก แบบนั้น แบบนี้ เพื่อให้การเต้นเป็นอย่างนั้นและต้องสวยอย่างนี้ เราแค่ขยับร่างกายตามที่ร่างกายอยากจะขยับ เพื่อสำรวจพื้นที่ในตัวเองและพื้นที่โดยรอบ ค่อยๆ ไป ไปอย่างธรรมชาติ เบา พลิ้วไหว และผ่อนคลาย ตัดความคิดออกไป เอาความรู้สึกไปอยู่กับประสาทสัมผัสที่ร่างกาย เป็นการสร้าง Body Awareness ที่เข้มข้น เสมือนการทำภาวนาอีกรูปแบบหนึ่งเลยทีเดียว 

ยิ่งเมื่อจิตอยู่กับปัจจุบันขณะ เข้าสู่สภาวะสมาธิผ่านร่างกาย ทำให้เกิดความผ่อนคลายภายในจิตใจ และในขณะเดียวกัน การสำรวจผ่านร่างกายตัวเอง ทำให้ฉันรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น รักมันมากขึ้น รู้สึกมั่นคงและปลอดภัยในสเปซของตัวเองอย่างแท้จริง

ทำความรู้จัก Contact Dance การเต้นนเดียวเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ภายในใจตัวเองกับสิ่งรอบข้าง เพื่อเพิ่มปัญญาญาณ

“นอกจากสมาธิและความผ่อนคลายในจิตใจแล้ว สิ่งที่ได้อีกอย่างหนึ่งคือ Intuition หรือปัญญาญาณ ซึ่งเรื่องของปัญญาญาณนี้ไม่ได้มาจากแบบแผนที่บอกว่าทำแบบนี้ หนึ่ง สอง สาม สี่ แล้วจะได้มันออกมา มันไม่มีรูปแบบตายตัวเลยจริงๆ แต่จะได้จากการรับรู้เนื้อตัว การฟังผ่านร่างกาย มาจากการศิโรราบ ไม่คาดหวัง กะเกณฑ์ แล้วก็มากับความเงียบ ที่เชื้อเชิญ ชักชวน เราจะเกิด Wisdom ซึ่งเป็นศักยภาพให้เราเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น สิ่งใหม่ๆ สิ่งที่นอกเหนือจากการรับรู้

“ฟังแบบนี้แล้วอาจจะดูจับต้องยาก แต่อยากจะยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัว อย่างเรื่องความสัมพันธ์กับครอบครัว เราถูกเลี้ยงมาแบบถูกสัมผัสน้อยมาก ทำให้เรามีข้อจำกัดในการสื่อสารกับเขา ยิ่งเราเรียนต่างประเทศ ทำให้พื้นฐานการศึกษาต่างกัน พูดด้วยภาษาเดียวกันไม่ได้ และด้วยการเต้น ปัญญาญาณ และ Wisdom ทำให้เราค้นพบว่า เราไม่จำเป็นต้องสื่อสารผ่านการพูด แต่ใช้ร่างกายในการสื่อสารแทน แค่นั่งใกล้กัน รับรู้พลังงานกันและกัน แสดงความรักผ่านการอยู่ด้วยกัน หลังๆ พบว่าแม่ชอบกอดเรามาก รู้สึกเชื่อมโยงกันมากขึ้น รู้สึกถึงอากาศที่อยู่ระหว่างกันมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เราฟังเขาในแบบที่เขาเป็น ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นแม่ในอุดมคติ แต่เรายอมรับกันและกัน”

ในขณะที่พื้นที่ภายนอกถูกจำกัดเหลือเกินในสถานการณ์โควิด-19 ออกไปไหนไม่ได้ การสำรวจพื้นที่ภายในใจ ภายในกาย อาจเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเยียวยา เปิดให้โลกกว้างขึ้นโดยไม่ต้องก้าวขาออกไปไหน อาจมองได้ว่าการเต้นหรือเคลื่อนไหวคนเดียวในห้อง ไม่ได้เกิดการสัมผัสกับใครเลย แต่แท้จริงแล้ว การมองเห็นและรู้สึกถึงการเชื่อมต่อของอวัยวะภายใน หรือการสัมผัสถูกสิ่งของต่างๆ ภายในห้อง ก็เป็น Contact Dance ได้แล้ว 

ก็ได้แต่หวังว่าสักวัน เมื่อสถานการณ์เป็นใจ เราจะได้เต้นแบบที่สัมผัส และสานสัมพันธ์กับความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ผ่านผิวหนัง หัวใจ และจิตวิญญาณ

ทำความรู้จัก Contact Dance การเต้นนเดียวเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ภายในใจตัวเองกับสิ่งรอบข้าง เพื่อเพิ่มปัญญาญาณ

Writer

นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

เกิดและเติบโตในเมือง จนวันหนึ่งรู้สึกว่า Disconnect กับธรรมชาติ เลยเลือกมาใช้ชีวิตบนเกาะกับสายน้ำและภูเขาแทน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load