1 พฤศจิกายน 2560
3.70 K

ใครจะคิดว่ากลางเอกมัยมีโรงเรียนร้าง’

ฉันคิดในใจ เมื่อเดินทะลุ Acmen Complex เวิ้งคอมมูนิตี้มอลล์ระหว่างซอยเอกมัย 13 – 15 ที่ประกอบด้วยร้านเฟอร์นิเจอร์หรู ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านบิงซู และสารพัดร้านรวงที่เป็นสีสันย่านสุขุมวิท

เบื้องหลังหน้าฉากสดใส อาคารเรียน 3 ชั้นสีขาวล้อมสนามสี่เหลี่ยมผืนผ้ายืนนิ่งสงบ ชอล์กขาวบนกระดานดำยังบอกตารางสอบและข้อความอำลาเพื่อน แม้โรงเรียนโรจน์เสรีอนุสรณ์จะยุติการเรียนการสอนไปเกือบ 20 ปี กลิ่นอายของความทรงจำและทำเลงดงามทำให้ที่นี่น่าสนใจ น่าเสียดายเกินกว่าจะปล่อยให้ผุพังไปตามกาลเวลา

โรงเรียน โรงเรียนร้าง

“แวบแรกที่เข้ามาคือ เฮ้ย มีที่แบบนี้ในเอกมัยด้วยเหรอ เรารู้สึกว่าสเปซมันพอดีมาก มันไม่เล็กเกินไป ไม่ใหญ่เกินไป เราทำงานไหว แล้วก็สามารถรวมกลุ่มคนที่มีความคิดแบบเดียวกันได้แบบพอดี”

พี-รวมพร ถาวรอธิวาสน์ เจ้าของบริษัทครีเอทีฟเอเจนซี่เล่าจุดเริ่มต้นของการแปลงโฉมโรงเรียนร้างให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ผู้ก่อตั้งและ Managing Director ของบริษัทติโตติโต และ อู๋-ภฤศธร สกุลไทย Design Director บริษัท PIA interior ค้นพบสถานที่นี้ระหว่างมองหาสถานที่ใหม่ๆ นอกห้างสรรพสินค้าเพื่อจัดอีเวนต์ให้ลูกค้า แต่ความเหมาะเจาะของสถานที่ทำให้คนทั้งคู่ตัดสินใจใช้พื้นที่นี้จัดงานตามไอเดียของตัวเอง

Freeform Festival

“เราคิดถึงเรื่องนี้นานแล้ว เราเป็นแม่ เรามีลูก เราสงสัยมานานมากตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแล้วว่าทำไมการใช้เวลาของผู้ใหญ่ต้องแยกกับเด็ก ตอนเป็นเด็กเราไม่ได้รับเสรีในการเล่น ไม่ได้ดูงานสร้างสรรค์ต่างๆ แบบผู้ใหญ่ แล้วปัจจุบันก็ไม่ค่อยมีอะไรให้เด็กกับผู้ใหญ่เสพร่วมกันเท่าไหร่ เราไปคอนเสิร์ต Fuji Rock ที่ญี่ปุ่น งานดนตรียิ่งใหญ่ แต่มี kid zone ใหญ่มาก ลูกๆ ขี่คอพ่อแม่ดูคอนเสิร์ต เห็นแล้วรู้สึกว่าเด็กควรได้ใช้เวลากับพ่อแม่ ต้องมีที่ทางให้เขาอยู่ด้วยกัน แล้วเด็กกับผู้ใหญ่ก็เป็นเพื่อนกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ใช่ต้องเอาเด็กไปฝาก ไม่งั้นเด็กก็จะเบื่อเพื่อรอพ่อแม่ หรือพ่อแม่ต้องเบื่อที่ต้องรอลูก”

พีเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เราอยากทำพื้นที่ที่ทุกคน โดยเฉพาะครอบครัวได้มาสนุกร่วมกัน”

โมเดลในฝัน

“อาร์ตสเปซถูกกำหนดโดยกลุ่มหรือบุคคลที่เป็นเจ้าของ ทุกคนตั้งใจดีที่จะสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ ความแตกต่างอยู่ที่รสนิยมและโลเคชัน ซึ่งจะกำหนดกลุ่มคนที่มาด้วย ที่นี่พอมีศักยภาพเพราะมันอยู่ใจกลางเมือง คนอยู่คอนโดหรืออยู่ในพื้นที่จำกัดแถบเส้นรถไฟฟ้า โดยเฉพาะครอบครัวเจนวายที่ไม่มีพื้นที่ทำกิจกรรมด้วยกัน ถ้าอยากไปไหนก็ต้องเข้าห้าง ก็มาที่นี่ได้ง่ายๆ”

หญิงสาวเล่าว่า เมื่อเอ่ยถึงโปรเจกต์นี้ให้ใครๆ ฟัง หลายคนบอกว่าโมเดลที่เธอสนใจคล้ายคลึงกับ PMQ พื้นที่สร้างสรรค์ที่ฮ่องกงซึ่งเคยเป็นโรงเรียนและที่พักตำรวจ (Police Married Quarters) ก่อนที่รัฐจะสนับสนุนให้เปลี่ยนอาคารเก่านี้เป็นพื้นที่สำหรับแวดวงออกแบบและศิลปะ ชั้นบนเป็นออฟฟิศนักออกแบบ ชั้นล่างเป็นร้านรวง ร้านอาหาร ร้านกาแฟเล็กๆ มาเปิดร่วมกัน และมีการจัดอีเวนต์ดีๆ อย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้เข้าร่วมใหม่ๆ ได้ตลอด

พี-รวมพร ถาวรอธิวาสน์

Freeform Festival

“พอค้นหาข้อมูลดูก็คิดว่า PMQ คล้ายคลึงกับสิ่งที่เราอยากทำมากที่สุด ตัวตึกเราแบ่งเป็นห้องๆ ง่ายที่จะเรียกกลุ่มก้อนคนที่เราชอบงานของเขามาลง เพราะเราไม่ได้ชอบงานใหญ่ๆ จุคนเป็นหมื่น แต่เป็นงานที่ศิลปินยินดีจะใช้พื้นที่เล็กๆ และมันเป็น courtyard ที่มองเห็นกันได้ ในหัวเราคิดว่ามันสวยแน่นอน

“ตอนไปหาเงิน เราเล่าเรื่องนี้ให้กลุ่มผู้สนับสนุนฟัง จะมีปฏิกิริยาแค่ 2 ประเภท คือ ไม่เข้าใจเลย งง จะมีคนมากี่คน กับแบบบอกเช้า ตอบเย็น โอเค ตาเป็นประกาย เข้าใจเลย เราเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ขาดอยู่และน่าจะเกิดขึ้นได้ในระยะยาว ซึ่งต้องใช้เงินอีกเยอะมาก เลยทดลองทำชั่วคราว 1 เดือนก่อนว่าคอมมูนิตี้แบบนี้จะอยู่ได้มั้ย”

ก่อร่างสร้างเทศกาล

ปัจจุบันพื้นที่โรงเรียนและสนามเปิดให้เช่า แต่ไม่มีการใช้งานถาวรในเชิงพาณิชย์ สภาพโรงเรียนค่อนข้างทรุดโทรมจึงต้องเดินระบบไฟใหม่ จัดการซ่อมแซมหรือกั้นจุดอันตราย เพื่อให้เด็กๆ สามารถเข้าใช้พื้นที่ได้อย่างปลอดภัย โดยอู๋รับหน้าที่หลักในการออกแบบเทศกาลชั่วคราว

“อู๋เป็นมัณฑนากรที่ีมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว ปกติงานเขาคือออกแบบให้โรงแรมใหญ่ๆ แต่งานนี้เขาอยากทดลอง ทำงานสนุกๆ ที่ลดอีโก้ เขาชอบไอเดียการรวมคนสร้างสรรค์อยู่ด้วยกัน  เราสองคนเลยคิวเรตศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์มาที่นี่ ตัวเราถนัดทำเนื้อหา การตลาด การจัดการ และชักชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานวงการแฟชั่น เพลง ละครเวที ส่วนเขาคลุกคลีอยู่ในแวดวงสถาปนิก เลยออกแบบพื้นที่และชวนเพื่อนๆ ที่ทำโปรดักดีไซน์ ประติมากร สถาปนิก มาช่วยกันทำงานโดยไม่จำกัดรูปแบบ”

อาคาร ศิลปะ นิทรรศการ งานศิลปะ

“กลุ่มคนที่รวมตัวกันครั้งนี้หลากหลายมาก เราชวนทุกคนมาสนุกกัน ขอให้มาลองผิดลองถูก มาแสดงออกฟรี ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องกลัวว่ามันจะหล่อไม่หล่อ และงานนี้มีเด็กๆ มาร่วม มาลองดูว่าเด็กจะเข้าใจไหม งานของทุกคนต้องโดนเด็กบอมบ์ได้ เด็กจับได้ทุกอย่าง ละครที่เล่นก็เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ได้สารคนละอย่าง มีความยาวพอเหมาะที่เด็กจะทนไหวไม่ลุกออก คนที่เข้ามาจะไม่ใช่แค่กลุ่มคนสร้างสรรค์ เรารวม expat และครอบครัวที่ิอยากใช้เวลาร่วมกันด้วย ดังนั้นจะไม่ทำอะไรที่เขาจะไม่กล้าเข้ามาที่นี่”

ชื่อของเทศกาลนี้จึงเป็น Freeform Festival เทศกาลอิสระที่มีโลโก้เป็นรูปนกแบบง่ายๆ ที่เด็กทุกคน รวมถึงผู้ใหญ่ในวันนี้เคยวาดมาก่อน ภายในเทศกาลศิลปะมีละคร หนังสั้น เต้นสวิง เวิร์กช็อป งานดีไซน์ ร้านอาหารเครื่องดื่ม และกิจกรรมหมุนเวียนตลอด 4 สัปดาห์

เติบโตไปด้วยกัน

“Celebrate mistake คำนี้ได้มาจากครูฝรั่งที่โรงเรียนลูก เขาบอกว่าถ้าเด็กๆ ก้าวผ่านความผิดพลาดแล้วสมองจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ล้มก็ฉลองแล้วลุกใหม่ คนโตๆ ที่ทำงานแล้วก็เจออุปสรรคทั้งนั้น ดังนั้น งานนี้มาฉลองกันดีกว่า”

พีตั้งใจว่าระหว่างการจัดงานทั้งสี่สัปดาห์ เธอคาดหวังว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงและเติบโตของกิจกรรมและผู้เข้าร่วม ถ้ามีเด็กมาละเลงสีงานของศิลปินสักคน ก็ถือว่าเป็นเรื่องระหว่างทาง อาจจะเอางานนั้นมาจัดแสดงหรือทำนิทรรศการใหม่ หรือเอาลายเส้นนั้นมาทำเสื้อขายเพื่อบริจาค และมีความหวังเหมือนนักจัดงานคนอื่นๆ ว่าทุกคนจะรักเทศกาลนี้จนไม่ยอมปล่อยให้มันเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย

ศิลปะ นิทรรศการ ปั้นดิน

“เราอยากให้เดเวลอปเปอร์มากมายได้เห็นว่าคอมมูนิตี้เกิดจากกลุ่มคน ไม่ใช่เกิดจากการสร้างสิ่งใหญ่โตมหึมาสวยงาม แล้วคิดว่าจะดึงคนไปที่นั่นทีหลัง กลุ่มคนจะกำหนดคาแรกเตอร์และแอททิจูดของสถานที่ เราต้องคำนึงถึงครอบครัว คำนึงถึงเด็กมากกว่านี้ ที่ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เขามีสเปซที่เอื้อให้เด็กและคนแก่ใช้พื้นที่ิอยู่ร่วมกันได้ แต่เมืองไทยยังไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้”

คุณแม่ที่มีลูกสาวทิ้งท้าย ฉันกวาดตามองรอบๆ อาคารร้างที่กลิ่นอายโรงเรียนยังไม่จางหาย นึกดีใจว่าในที่สุดพื้นที่นี้จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการเรียนรู้ของเด็กๆ อย่างที่มันเคยเป็น

โรงเรียน โรงเรียนร้าง

ภาพ: Freeform Festival

Freeform Festival จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2017 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ Acmen Complex เอกมัย (ระหว่างซอยเอกมัย 13 และ 15) บัตรเข้างาน Freeform Festival ราคา 100 บาท/สัปดาห์ เข้าไปดูตารางจัดงานและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Freeform Festival

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

9 มิถุนายน 2565
112

The Cloud x British Council

During this time of hope following the election of Bangkok’s governor, allow me to share with you the story of a project that makes me optimistic about plastic waste management within the community.

Nang Loeng Plastic Bank was initiated by Julien Huang and Nok-Sunadda Huang, founders of a creative hub called Weave Artisan Society, based in Chiang Mai. Tempted by the opportunity to explore and solve social issues in a different context, the creators joined the Social Innovation Hackathon hosted by the British Council (Urban Studies Lab, and FREC Bangkok) in 2020, inviting people to work with the Nang Loeng community. This award-winning idea is now being implemented.

Nang Loeng Plastic Bank : Grass-root drive to create a potential plastic recycling system for the community.
Nang Loeng Plastic Bank : Grass-root drive to create a potential plastic recycling system for the community.

The idea is simple. Based on the real issues uncovered by Nok and Julien during the development stage, they invite people to drop used or unwanted plastic at the designated location and receive loyalty points. These can be turned into special rewards, such as homemade dishwashing liquid made by the local people in the community.

However, it is never easy to implement a social innovation or movement. It requires significant engagement, especially in a highly diverse and complex community like Nang Loeng, which is often reluctant to integrate with new faces. Let us hear from the team about how they overcame all the challenges that emerged.

Collaboration

A small chamber on the second floor of Ford Resource & Engagement Center was reserved for the interview, and various people attended. Apart from Julien and Nok, other attendees included Mae Daeng (Suwan Waoeployngam), Namo (Kornkamon Waoeployngam) and Nammon (Nawarat Waoeployngam), representatives of E-Loeng Creative Hub, and several members of the British Council.

Nang Loeng Plastic Bank : Grass-root drive to create a potential plastic recycling system for the community.

The presence of those who live in the Nang Loeng area signifies the engaging, democratic, and inclusive working principles of the two project owners and their commitment to making the social innovation project a success. 

“We would like to thank Mae Daeng, Namo, Nammon, and Palm (Tharinee Rattanasathian). Without them, it would be impossible to continue with our idea,” Julien stated, humbly mentioning the significant role local people play in this project.

“Nang Loeng is a complex community, and it is not easy for outsiders like us to blend in. But Mae Daeng and E-Loeng and their crews helped to open the door, connect us to the local people, and communicate with them, so they can see the value of what we are trying to do here.” 

“We never knew if our design would be pragmatic or useful to the local community,” Nok added, explaining further their intentions. “Julien and I do not want to see our six months spent working on this project go to waste. We are committed to ensuring that the community here will gain the benefits.”

Although E-Loeng crews are locally based in the Nang Loeng area, and former competitors to Julien and Nok during the hackathon, Mae Daeng and her two daughters have been willing to help bring the idea to life. They support the newcomers in many ways, such as recruiting workers, offering workspace, and producing dishwashing liquid to use as rewards.

Nang Loeng Plastic Bank : Grass-root drive to create a potential plastic recycling system for the community.

Why do they offer help when they can simply ignore the other team?

“These two are very sweet,” Mae Daeng explained simply. “I like their personalities which are different from other people who have come to our area. Many people tend to order us around or look down at us, but Nok and Julien are very humble. That is why we want to help.”

Having E-Loeng as a part of the project makes it much easier for Julien and Nok, who usually work in Chiang Mai and come round once or twice a month.

“A physical workspace plays an important role in driving the project forward,” Nok shared her opinion. “People who live in Nang Loeng have been involved in many similar projects to ours, but most of the time, they ended after a short period. Some were almost like propaganda. However, having a physical space within the market helps to remind people where to go to drop off their plastic waste or search for environmental information.”

Hence, with the kind collaboration of local people like the E-Loeng team, Nok and Julien have made it safely through the first barrier to the community.

Implementation

Now that the Avengers have been assembled, it is time to deal with reality.

According to the local team, one of the most challenging aspects of any social intervention is the bureaucratic system.

“Working with the top-down bureaucracy is a real challenge. Our voices are sometimes not heard.” Mae Daeng stated, “We rarely get to do what we want. Therefore, local people often see projects like this as a waste of time.”

“People always ask, what do they get from this? They do not care about the environment or understand why they should clean plastic waste before throwing it away.” Mae Daeng continued, “It took us some time to communicate with them. If we were to invite them to join a workshop, I could not imagine anyone showing up, so I invited them for a meal (like a party) instead. Then I showed them some of the upcycled plastic bags we made. This made people feel more relaxed, and they became interested. That was how they began thinking about what to make out of plastic waste.”

Nang Loeng Plastic Bank : Grass-root drive to create a potential plastic recycling system for the community.
Nang Loeng Plastic Bank : Grass-root drive to create a potential plastic recycling system for the community.

“The reward scheme also helps,” Julien added. “Everyone wants the dishwasher liquid that Mae Daeng makes. We designed this project based on user behaviour. They want something useful in their daily lives. So, we offer one shot of the liquid for one plastic bag, a bottle for thirty bags, and a bottle containing the special formula for fifty bags.”

That was how they kicked off the project and engaged with the community. However, not all the plastic waste people drop off at the station can be recycled-another challenge for the two creators to solve.

Nang Loeng Plastic Bank : Grass-root drive to create a potential plastic recycling system for the community.

“The station is full of plastic waste every day,” Julien told us contentedly. “People are starting to recognise that the plastic bank is a good idea. However, the shops located in Nang Loeng market are super diverse, hence the varying types of plastic waste. We separate them into bottles, bags, and caps, then pass them to our relevant partners. For example, the plastic bottle caps are passed to Precious Plastic, which operates within the area. We cannot handle all types of waste by ourselves-it is too costly.”

The cleanliness of the waste is another issue which needs to be managed. Demanding everyone to cleanse the waste before dropping it off at the station represents a significant behavioural change. Hence, the team has turned this challenge into an opportunity to create more value for the community. 

“The three of us thought about finding someone to help Julien clean the plastic bags and then separating and storing them on the shelf,” Mae Daeng narrated. “We asked one of the teenage girls from the area to help. She was pregnant and addicted to drugs at the time.”

“The girl also wanted to stop using drugs and make some good friends. She tried her best to get to work early every day, and it made her feel valued. Julien and Nok talked to her until she recovered. Other teenagers in the community then wanted to work for us. Now we have several people helping us out, with Namo overseeing the station.” Mae Daeng elaborated. 

Although they cannot place as many waste-collecting stations as planned due to the legal regulations, members of the local community are fully involved, both with labour and activities. Their hard work has now been rewarded.

Continuation

Bring a hackathon idea to life for the local community, create beauty from people power
Bring a hackathon idea to life for the local community, create beauty from people power
Bring a hackathon idea to life for the local community, create beauty from people power

Once the plastic waste has been cleaned, it is time to turn them into something valuable (upcycle). Nok and Julien’s first idea was to create at least one Instagrammable colourful canopy to attract tourists and add some life to the area. In addition, they developed designs for handbags and accessories using upcycled plastic waste, providing the locals with an opportunity to generate income while also inspiring them to be more creative.

Julien explained why the most crucial aspect of the design is that the production method must be simple and repeatable. “Everything we design must be easy-to-make, so the local people can learn to make it themselves. None of our products require the use of heavy-duty machines. A simple iron will do. While other projects need complicated tools for upcycling plastic waste, and although I am not blaming them, the cost burden would be too much for the community. We need something attainable.”

“Designers can dream about a certain design, but the locals will decide whether it is likely to work. There is always a gap between expectation and reality,” Nok added. “At the end of the day, designers are not the ones using the products, but the locals. We need to focus on the needs of the people.”

Bring a hackathon idea to life for the local community, create beauty from people power

Despite their different backgrounds, both Weave and E-Loeng focus on the value they deliver to the community, not merely the profit.

“In attempting to solve the real problem, the aim is not to make money from these products, but to establish a waste management system,” Julien indicated. “So, we focus on building plastic waste drop-off points, not just building a canopy or bag. This is what the community needs.”

On the other hand, E-Loeng saw more value in the project from the locals’ perspective.

“In the beginning, I thought making a canopy was a piece of cake,” Namo laughed. “The canopy turned out to be bigger than I thought, but the process was fun. We did everything ourselves, from washing to patching the plastic bag into a canopy. After seeing the result, I wanted to do more.”

“If we established the project as a proper organisation, we could make more. Local people now recognise us as the plastic waste centre of the community,” Mae Daeng commented.

“Through this project, the locals have learned how to separate plastic waste correctly. They also became inspired and more creative, producing plastic bag designs with the potential to create beautiful upcycled products. This learner-centered education is relatable to the local people.”

Finally, E-Loeng is also developing its own project to deal with organic waste. Nammon shared that she wants to make fertiliser from the food waste in the community and grow their first urban farm, another project supported by the British Council. Hence, we can expect full-loop waste management, potentially leading to a small-scale circular economy.

It is not an exaggeration to say that people power is helping to improve the whole area. 

“We want to inspire young people by making things happen through this small project, enabling them to see that they can do something too,” Julien concluded. “So, they feel empowered to start doing something, perhaps selling items online and shifting their mindset to seeing plastic as a resource rather than waste.”

“The biggest learning curve for me is that design can change society and create lifelong friendships. As mentioned earlier, we would not be able to do anything without our local friends. This Nang Loeng Plastic Bank is just the beginning.”

Bring a hackathon idea to life for the local community, create beauty from people power

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load