โชคดีจัง ที่วันนี้ฝนไม่ตก

หลังจากพยายามเดาทิศเดาทางเมฆฝนบนฟ้าในระยะนี้ มองบนไปไกล ดูฟ้าว่าเมฆฝนจะสื่อสารบอกอะไรเราก่อนออกจากบ้าน

มองบนไปไกล ถึงใครที่อยู่ห่างออกไปจากตรงนี้ว่าเขามีวันที่ดีหรือเปล่า

และมองบนไปไกลถึงใครบนนั้นว่า ไม่ต้องเป็นห่วง

เช่นเดียวกับที่เราอยากจะชวนคุณมองบน บนอีก บนอีก บนไปถึงยอดตึกของอาคารห้างร้านต่างๆ

ใครหลายคนคงเคยเห็นตราครุฑที่อยู่บนยอดตึกสูงบนชื่ออาคารห้างร้านดัง ดูไม่เข้ากันสักเท่าไหร่กับรูปแบบอาคารทันสมัย สืบค้นจึงพบว่าเป็นเครื่องหมายที่บอกถึงการเป็นกิจการที่ดีแบบโบราณ ซึ่งริเริ่มมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่อยมาจนปัจจุบัน

ที่น่าสนใจคือ นอกจากเรื่องการส่งเสริมให้เกิดการจัดตั้งกิจการที่มีคุณประโยชน์ต่อประเทศแล้ว ตราตั้งห้างยังทำให้เรานึกถึงหลักการของธรรมภิบาล (Good Governance) หรือหลักการบริหารกิจการที่ดีระดับสากล ในแบบที่มาก่อนกาลร่วมร้อยปี

จากตัวอย่างห้างร้านที่ได้รับตราตั้งห้างอันรุ่งเรืองทั้งในอดีตและปัจจุบันจำนวนมาก ทำให้เราเห็นว่าภายใต้เครื่องหมายทางการอันน่าเกรงขามนั้นเต็มไปด้วยเกียรติยศและความตั้งใจของคนที่ประกอบกิจการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งต่อให้กิจการห้างร้านนั้นๆ อาจและไม่อาจฝืนทนต่อสายธารของยุคสมัยที่เชี่ยวกราก เราก็จะจดจำได้อยู่ดี

 

ตั้งตา

ตราครุฑที่เราเห็นประดับอยู่บนอาคารหรือสถานที่ที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ในตำแหน่งเหนือป้ายชื่ออาคาร บริษัท หรือห้างร้านเหล่านี้คือเป็นเครื่องหมายของการพระราชทาน ‘ตราตั้งห้าง’ มีความหมายว่า กิจการห้างร้านแห่งนั้นได้รับพระราชทานเกียรติยกย่องให้เป็นบริษัทห้างร้านที่ประกอบการค้ากับพระราชสำนักมาเป็นเวลานาน มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและไว้วางใจของประชาชน

เป็นธรรมเนียมที่เริ่มใช้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเจ้าเกล้าอยู่หัว และยังคงถือปฏิบัติมาตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ โดยได้รับอิทธิพลมาจากตราตั้งห้างของชาวตะวันตกที่เรียกว่า Royal Warrant of Appointment โดยเฉพาะประเทศในแถบทวีปยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก สวีเดน เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น ซึ่งพระมหากษัตริย์จะพระราชทานตราพระจำพระองค์หรือตราราชวงศ์สำหรับพ่อค้าและกิจการที่จัดหาสินค้าหรือบริการแก่ราชสำนักด้วยความเรียบร้อยและมีความสัมพันธ์อันมั่นคงมายาวนาน

ก่อตั้ง

สำหรับการพระราชทานตราตั้งห้างในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราแผ่นดินแบบอาร์ม (Coat of Arms) ซึ่งมีใช้เฉพาะในรัชกาลที่ 5 มีลักษณะการผูกตราแบบยุโรป เบื้องล่างระบุข้อความ “ตั้งโดยพระบรมราชานุญาต” พระราชทานแก่ผู้ประกอบกิจการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาใช้สอยให้ปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณ เช่น ช่างทองหลวง ช่างถ่ายรูปหลวง เพื่อเป็นเกียรติยศและพระราชทานไว้เพื่อเป็นตราเพื่อการค้า

นอกจากนี้ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ยังมีการแบ่งแยกตราตั้งพระราชทานที่เป็นของพระมหากษัตริย์ ของสมเด็จพระราชินี และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ตามราชสำนักของอังกฤษ

เช่น หากห้างร้านติดต่อกิจการค้าโดยเฉพาะกับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ห้างนั้นจะได้รับพระราชทานเครื่องหมายตราพระราชเสาวนีย​์ หรือหากเป็นห้างร้านที่ติดต่อดำเนินกิจการการค้าโดยเฉพาะกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ห้างนั้นจะได้รับพระราชทานพระราชลัญจกรประจำพระองค์

ตั้งชื่อ

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนตราแผ่นดินใหม่เป็นรูปพระครุฑพ่าห์ ตราตั้งห้างที่พระราชทานจากพระมหากษัตริย์ไทยจึงเปลี่ยนมาเป็นรูปครุฑพ่าห์ หน้าอัดทรงเชิดตามแบบตัวอย่างของกระทรวงวัง มีข้อความประกอบเบื้องล่างว่า “โดยได้รับพระบรมราชานุญาต” หรือเป็นอักษรภาษาต่างประเทศว่า “By Appointment to His Majesty the King of Siam” แทนภาษาไทย

ตั้งตัว

ในรัชสมัยต่อๆ มา ได้ขยายขอบเขตการพระราชทานตราตั้งห้างแก่บริษัทห้างร้านและผู้ประกอบกิจการที่กว้างขวางมากขึ้น โดยจะพระราชทานตราตั้งห้างตามพระราชอัธยาศัยเป็นสำคัญ เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ประกอบการในรูปแบบต่างๆ และส่งเสริมให้เกิดการประกอบกิจการภายในประเทศ ประหนึ่งเป็นการรับรองห้างร้านที่ประกอบกิจการดี เป็นที่ยอมรับนับถือและฐานะมั่นคง

ทำให้คิดถึงหลักของการทำธรรมภิบาล (Good Governance) หลักการและแนวคิดที่ได้รับการยอมรับระดับสากล ระบบที่สะท้อนประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารจัดการองค์กรยุคใหม่ คำนึงถึงหน้าที่และความร่วมมือของผู้ส่วนร่วม เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญ คือความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นวิถีสำคัญที่จะสร้างความยั่งยืนในองค์กรห้างร้านใดๆ

 

ตั้งใจ

การดำเนินการขอพระราชทานตราตั้งห้างนั้น ตามระเบียบซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2482 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ. 2534 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 กำหนดคุณสมบัติของบุคคลหรือห้างร้านบริษัทที่จะขอพระราชทานตราตั้งห้างกล่าวโดยสรุป ดังนี้

เป็นผู้มีฐานะเป็นนิติบุคคลหรือจดทะเบียนแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย ได้ทำการติดต่อกับกรมกองต่างๆ ในพระราชสำนักมาก่อน มีฐานะการเงินดี เป็นที่เชื่อถือของประชาชนมานาน ประกอบการค้าโดยสุจริต ตั้งอยู่ในศีลธรรมและไม่เคยมีความผิดฐานทุจริตเป็นปฏิปักษ์ต่อความรู้สึกของมหาชน และไม่มีหนี้สินรุงรัง เว้นแต่หนี้อันเป็นปกติวิสัยธรรมดาเฉพาะกิจการค้าตามประเภท

การยื่นหนังสือขอพระราชทานต่อสำนักพระราชวัง ผู้ขอต้องแสดงชื่อ นามสกุล ที่อยู่อันเป็นหลักแหล่ง รวมถึงมีหน้าที่ใดในห้างร้านแห่งนี้ ระบุประเภทของประเภทการค้า ยื่นใบสำคัญแสดงหลักฐานการเงินและค้าขายของห้างร้านประกอบการวินิจฉัย และลงลายมือชื่อรับรองว่าจะปฏิบัติตามข้อบังคับของตราตั้งห้าง

 

ตั้งค่า

เมื่อสำนักพระราชวังตรวจสอบและพิจารณาแล้วเห็นว่า บุคคลหรือห้างร้านบริษัทมีคุณสมบัติสมควรได้รับพระราชทานตราตั้ง จะทำความขึ้นกราบบังคมทูลของพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากนั้นให้นายกรัฐมนตรีในฐานะบังคับบัญชาสำนักพระราชวังออกตราตั้งให้และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

จากนั้นบริษัทห้างร้านจะทำเครื่องหมายตราตั้งขึ้นเอง โดยจัดทำให้ถูกต้องตามแบบกระทรวงวัง และจะใช้เครื่องหมายตราตั้งประดับ ณ ที่ทำการค้าขาย พิมพ์รูปจำลองเครื่องตราตั้งลงในกระดาษ ซอง ใบเก็บเงิน ใบเสร็จ ฉลากของ พาณิชยบัตร แผงยานพาหนะส่งของได้ ที่สำคัญ บริษัทห้างร้านนั้นๆ ต้องบำเพ็ญตนให้อยู่ในฐานะอันดีหรือดีขึ้นไป

ตั้ง…แต่

สำหรับข้อบังคับใช้ตราตั้งห้างนั้น สำนักพระราชวังระบุไว้ตามระเบียบดังนี้

ห้ามไม่ให้ใช้เครื่องหมายตราตั้งเป็นยี่ห้อสินค้าของห้าง ห้ามไม่ให้ใช้ธงอันมีรูปเครื่องหมายตราตั้ง ห้ามไม่ให้ใช้คำว่า ‘หลวง’ เช่น ช่างทองหลวง เป็นต้น ห้ามไม่ให้ใช้ตราตั้งหรือรูปจำลองเครื่องหมายตราตั้งในการอันไม่เกี่ยวกับการค้าขาย ห้ามประกาศหรือแจ้งความโฆษณาว่าตนเป็นผู้ทำการติดต่อกับราชการในพระราชสำนัก และห้ามไม่ให้ทำรูปจำลองหรือสำเนาตราตั้งแม้ส่วนใดส่วนหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ตัวตั้ง

บริษัท โอสถสภา (เต๊กเฮงหยู) จากร้านขายของเบ็ดเตล็ดเล็กๆ ย่านสำเพ็ง ก่อตั้งใน พ.ศ. 2434 โดยนายแป๊ะ โอสถานุเคราะห์ ที่ได้นำสูตรยาจีนโบราณที่ชื่อว่า ยากฤษณากลั่น มีสรรพคุณบรรเทาโรคปวดท้องเป็นอย่างดี ก่อนจะทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้ในการซ้อมรบของกิจการเสือป่าที่นครปฐม ด้วยประสิทธิผลของยาต้นตำรับ รัชกาลที่ 6 จึงทรงพระราชทานเข็มเสือป่าและประทานนามสกุลแก่นายแป๊ะ ใน พ.ศ. 2456 นำความภาคภูมิใจสู่ร้านเต๊กเฮงหยู ก่อนจะย้ายไปยังถนนเจริญกรุงและเปลี่ยนชื่อร้านเป็นโอสถสถานเต๊กเฮงหยู ผลิตและจำหน่ายยาสามัญประจำบ้าน รุ่งเรืองตามลำดับมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 126 ปี และได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2502 

ที่มา: osotspa.com

ห้องทองตั้งโต๊ะกัง ร้านทองเก่าแก่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อตั้งโดยนายโต๊ะกัง แซ่ตั้ง ต่อมาดำเนินการสืบทอดโดยทายาทรุ่นที่สองก่อนจะจดทะเบียนการค้าใน พ.ศ. 2457 และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2464 หรือในสมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบัน อาคารห้างร้านทองตั้งโต๊ะกังที่สูงกว่า 7 ชั้นได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร โดยทายาทครอบครัวตันติกาญจน์เห็นชอบให้จัดทำพื้นที่ชั้น 3 และ 6 เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติห้างและให้ความรู้เรื่องการทำทอง

สยามกลการ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2495 ดำเนินธุรกิจค้ารถยนต์ใหม่และเก่า และเป็นผู้แทนจำหน่ายในต่างประเทศเจ้าแรกของนิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาใน พ.ศ. 2505 ก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกในประเทศไทยด้วยกำลังผลิตเพียงวันละ 4 คัน และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2515 ปัจจุบันยังคงดำเนินธุรกิจหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์และเป็นสินค้าชั้นนำในตลาดโลก

ที่มา: www.siammotors.com

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล มีจุดเริ่มต้นจากความสำเร็จของกิจการขายหนังสือของคุณสัมฤทธิ์ คุณเตียงผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจร่วมทุนกับลูกชาย เปิดร้านค้านามบริษัทเซ็นทรัลเทรดดิ้งใน พ.ศ. 2490 จำหน่ายหนังสือนานาชนิดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุกเบิกการนำเข้าสินค้าหลากหลายจากต่างประเทศ เป็นแหล่งรวมนักเรียนนอกในสังคมไทย ก่อกำเนิดห้างสรรพสินค้าสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งยุค ก่อนจะเรียนรู้ผ่านเส้นทางทั้งขรุขระและราบรื่น เป็นธุรกิจห้างร้านที่ผูกพันมาตลอด 70 ปี โดยได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2549 

ร้านยูไลย เทเลอร์ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2484 โดยนุ้ย แซ่หลุ่ย ยูไลย มาจากภาษาจีนแปลว่า ความประณีตและพิถีพิถัน ด้วยชื่อเสียงของร้านที่เป็นไปตามชื่อ จึงเป็นที่รู้จักในวงการว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการตัดเย็บเสื้อสูท  เสื้อราชประแตน ที่ทั้งประณีต พิถีพิถัน และตรงต่อเวลา ทั้งเป็นที่ได้รับความไว้วางใจจากพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการชั้นสูง นักการเมือง นักธุรกิจ และลูกค้าจากต่างประเทศ และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2550

วิวิธภูษาคาร ร้านตัดเย็บเครื่องแบบเสือป่าและลูกเสือในสมัยรัชกาลที่ 6 ก่อนจะขยายกิจการเป็นร้านเครื่องแบบข้าราชการและเครื่องแบบนักเรียนใน พ.ศ. 2455 เป็นห้างร้านเดียวในประเทศที่ได้รับตราตั้งห้างแบบพิเศษ เป็นตราที่รัชกาลที่ 6 พระราชทานเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมข้อความเบื้องล่างตราสัญลักษณ์ว่า “ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตพิเศษ” (ไม่ทราบปีที่ได้รับตราตั้งห้าง) ปัจจุบันร้านวิวิธภูษาคารเปลี่ยนเป็นโรงแรมชื่อ Vivit Hostel โดยที่มุมเล็กๆ มุมหนึ่งของโรงแรมยังรับตัดเสื้อด้วยช่างฝีมือรุ่นสุดท้าย และจัดโชว์ข้าวของเครื่องแบบสมัยก่อน

ที่มา: www.vivithostel.com

โรงงานวิเศษนิยม โรงงานผลิตและจำหน่ายยาสีฟันตำรับโบราณรายแรกของประเทศไทย จากตำรับวิชายาสีฟันที่นางผิน แจ่มวิชาสอน ผู้ก่อตั้งได้รับมาจากท่านจมื่นสิทธิแสนยารักษ์ แพทย์แผนโบราณประจำโรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก่อนทำยาสีฟันแจกลูกเสือในงามชุมนุมลูกเสื้อทั่วประเทศสมัยรัชกาลที่ 7 จนมีผู้คนเรียกร้องให้ผลิตออกจำหน่าย กลายเป็นยาสีฟันที่แพร่หลายเรื่อยมาจนถึงในปัจจุบัน ก่อนจะได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2509

ที่มา: visetniyom.com

ห้าง ต.เง๊กชวน ก่อตั้งโดย นายชวน ธันวารชน อดีตผู้จัดการโรงภาพยนตร์บางลำพู ผู้บุกเบิกหนังสือและสื่อเกี่ยวกับภาพยนตร์ ก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นเสียงตรากระต่าย แผ่นเสียงบันทึกเพลงยุคแรกๆ และสินค้าทุกชนิดที่เกี่ยวกับแผ่นเสียงใน พ.ศ.2468 เป็นห้างร้านที่มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะดนตรีนาฏศิลป์ไทยและเพลงพื้นบ้านไทย ได้รับพระราชทานตราตั้งห้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปัจจุบัน ห้าง ต.เง๊กชวน ยังคงเปิดกิจการอยู่เพียงแต่เปลี่ยนจากแผ่นเสียงมาเป็นขนมเบื้องแม่ประภาเจ้าอร่อยแห่งย่านบางลำพู ด้วยความเชื่อของตระกูลว่าให้ดำเนินกิจการใดๆ ก็ตามที่มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมแล้วจะเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเมื่อเห็นจำนวนลูกค้าที่รอคอยขนมเบื้องหอมๆ ที่หน้าร้านเราก็ไม่ขอปฏิเสธความเชื่อนี้แต่อย่างไร

ที่มา: อะหนึ่ง OKnation

ที่มา

ชนาภา ดิษฐปัญญา. (2559). ห้างทองตั้งโต๊ะกัง. สืบค้นจาก http://asaconservationaward.com/index.php/2016-06-13-15-23-31/commercial2543/347-governor-tangtohkanggoldshop-bkk-province (23 ตุลาคม 2560)

ชัชพล ไชยพร. (ไม่ทราบปี). ตราตั้งห้าง. สืบค้นจาก http://digi.library.tu.ac.th/index/0167/28-1-Jan-2552/12PAGE96-PAGE100.pdf (24 ตุลาคม 2560)

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการพระราชทานตราตั้งห้าง. (6 พฤษภาคม 2482). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 56 หน้า 422 วันที่ 15พฤษภาคม 2482. สืบค้นจาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2482/D/418.PDF (24 ตุลาคม 2560)

Writer & Photographer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

รถตู้เทียบจอดบริเวณทางเข้าของโรงแรม The Standard, Huahin ในวันเสาร์สัปดาห์หยุดยาว จำนวนคนรอเช็กอินในล็อบบี้จึงมีมากเป็นพิเศษ 

เรามีนัดกับ อ๋อง-วีกฤษฏิ์ และ ปุ๊ก-จงกล พลาฤทธิ์ สองผู้ก่อตั้ง NORSE Republics ผู้นำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียอย่าง HAY พวกเขาพักอยู่ที่นี่ตั้งแต่หลายวันก่อน เพื่อเตรียมตัวเปิดนิทรรศการงานดีไซน์ครั้งแรกของแบรนด์ ที่มีชื่อว่า ‘HAY x The Standard, Huahin’ 

The Standard Hotels คือเครือโรงแรมสัญชาติอเมริกันที่ทำทุกอย่างสวนกับมาตรฐาน เปิดตัวครั้งแรกในปี 1999 โดยให้ความสำคัญกับศิลปะและวัฒนธรรมผ่านการออกแบบสนุก ๆ ชนิดที่เห็นได้ตั้งแต่โลโก้กลับหัวที่โด่งดังไปทั่วโลก

HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่

ส่วน HAY คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เกิดขึ้นโดย Mette และ Rolf Hay ในปี 2002 3 ปีให้หลังจากที่ The Standard เปิดให้บริการโรงแรมแห่งแรก ด้วยเป้าหมายอยากสร้างเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ดี ในราคาที่ผู้คนจับต้องได้

ทั้งสองแบรนด์กลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของตัวเอง The Standard Hotel เปิดตัวในหลายเมืองทั่วโลก ไม่ว่าจะที่นิวยอร์ก ลอนดอน มัลดีฟส์ กรุงเทพฯ และหัวหิน ด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์และล้ำหน้าไปจากโรงแรมในระดับเดียวกัน ขณะที่ HAY เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของหลายครอบครัว เป็นทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเขียน และข้าวของเครื่องใช้ จนเป็นที่รู้จักของคนทั้งในและนอกวงการออกแบบ

อ่านดูแล้วสองแบรนด์นี้น่าจะมาทำงานร่วมกัน…

HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่

01

“ประเทศแถบสแกนดิเนเวียจะมีวัฒนธรรมเรียกว่า The Great Outdoors” อ๋องเริ่มเท้าความพร้อมออกเท้าเดินเข้าไปในโรงแรม “เขาต้องออกมาทำกิจกรรมข้างนอก พบปะสังสรรค์ ซึ่งในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ผู้คนไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนั้น”

จากล็อบบี้มาสวนเล็ก ๆ ที่ติดกันก็ได้พบกับเฟอร์นิเจอร์ HAY ชิ้นแรกในนิทรรศการนี้ ซึ่งออกแบบมาให้วางเรียงกันในรูปทรงต่าง ๆ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่เป็นจุดเด่นของโรงแรม

“ประเทศเขาใช้การออกแบบมาพัฒนาคุณภาพชีวิต ตั้งแต่สาธารณูปโภคอย่างถนนหนทาง มาจนถึงบริษัทเฟอร์นิเจอร์ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาคนแทบจะไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เขาเลยพัฒนาเฟอร์นิเจอร์รุ่น Palissade ที่เคยเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่ง ทวิสต์ดีไซน์ของมันใหม่ โดยดัดโค้งให้เชื่อมต่อกันไปได้ไม่รู้จบ ปรับเปลี่ยนทรงให้เป็นแบบไหนก็ได้ เลยไม่ใช่เก้าอี้สำหรับคนเดียวหรือครอบครัวเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเก้าอี้สำหรับทุกคน”

HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่
HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่
HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่
HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่

คอลเลกชัน ‘Palissade Park’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรั้ว และคำว่า Palissade ก็แปลว่ารั้วในภาษาฝรั่งเศส โดยเฉพาะเวลามีแสงส่องลงมาเป็นเงาทอดยาวไปบนพื้น ถ้าไม่เห็นเก้าอี้ ใคร ๆ ก็คงคิดว่าเป็นเงารั้วแน่ ๆ 

02

ม้านั่ง Palissade ส่วนหนึ่งแสดงไว้ด้านหน้าใกล้กับล็อบบี้ จัดเรียงเป็นตัวเอสลื่นไหลให้สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมของโรงแรม The Standard Huahin บางส่วนอยู่ในสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ของโรงแรมที่เดินลึกเข้ามาอีก แต่ที่นี่วางเป็นวงกลมให้คนแปลกหน้ามาแบ่งปันพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนบทสนทนา

“พื้นที่สวนตรงนี้เขามักจัดกิจกรรมอยู่แล้ว มีเล่นดนตรี มีงานทอล์ก พอเราวางเก้าอี้ HAY ให้เป็นวงกลมแบบนี้ ผมเชื่อว่าถ้าคนหนึ่งนั่งฝั่งนี้ แล้วมีอีกคนมานั่งอีกฝั่ง ยังไงเขาก็ต้องคุยกัน ผมว่าคนที่มาโรงแรมนี้ เขาไม่ได้อยากมาสวีทกันสองคนแน่ ๆ เขาอยากมาใช้ชีวิต มาทำกิจกรรม”

ปุ๊กเสริมว่า “งานออกแบบทำให้ผู้คนคอนเน็กกันได้นะ และจริง ๆ แล้ว เฟอร์นิเจอร์ก็สร้างขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อคน ไม่ว่าจะในบ้าน โซฟานั่งดูทีวี หรือโต๊ะกินข้าวเองก็ตาม” 

HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่

03

‘To Connect People’ คือหัวใจหลักในการออกแบบของ HAY เช่นเดียวกับ The Standard Hotel ที่ตั้งใจเชื่อมต่อผู้คนผ่านสถาปัตยกรรม พื้นที่ และกิจกรรมในโรงแรม ทันทีที่อ๋องเห็นพรีเซนเทชันเก้าอี้รุ่นใหม่ของแบรนด์ ภาพเก้าอี้รุ่นนี้ วางอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ ก็ปรากฏขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน

และก็เป็นอย่างที่เขาคิด ทางโรมแรมตอบรับทันที

นิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นการร่วมมือระหว่างสองแบรนด์ สองสัญชาติ สองคาแรกเตอร์ HAY เป็นชาวสแกนดิเนเวียนที่ชอบความเรียบง่าย ไม่ฉูดฉาด คิดอะไรลึกซึ้ง The Standard Hotel คือคนอเมริกันที่กระตือรือร้น ชอบทำสิ่งใหม่ ๆ และให้ความสำคัญกับภาพรวม เมื่อมาเจอกันจึงกลายเป็นความสัมพันธ์ที่แข็งแรง และที่สำคัญ ทั้งสนุกและตอบโจทย์ชีวิตหลังวิกฤตโควิด-19 ที่ชักชวนให้คนออกว่าใช้ชีวิตร่วมกันมากขึ้น

04

เราเดินผ่านโซนวิลล่าของโรมแรม เดินลึกเข้าไปทางชายหาดที่กั้นกลางด้วยสระว่ายน้ำ รายล้อมด้วยเก้าอี้ชายหาดและร่มคันใหญ่สีเหลือง สวนข้างชายหาดมีมานั่ง Palissade อีกหนึ่งชุด พร้อมโต๊ะเก้าอี้จากคอลเลกชัน ‘Balcony’ ที่ไม่เน้นเส้นสาย แต่มีจุดเด่นที่รูวงกลม 

HAY x The Standard, Huahin นิทรรศการเล่าความสัมพันธ์ของคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่
HAY และโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน ร่วมมือเล่าความสัมพันธ์คน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ ให้คนใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้น
HAY และโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน ร่วมมือเล่าความสัมพันธ์คน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ ให้คนใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้น
HAY และโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน ร่วมมือเล่าความสัมพันธ์คน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ ให้คนใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้น

“ในแง่ดีไซน์ การออกแบบของคอลเลกชันนี้จะบางเฉียบ ปกติเก้าอี้เอาต์ดอร์ถ้าบางขนาดนี้จะไม่มั่นคง ไม่แข็งแรง แต่ HAY ใช้ดีไซน์และวัสดุที่เหมาะสมเข้าช่วย มันเลยออกมาไม่แข็ง ไม่ดุดัน แต่ดูสบาย ๆ ด้วยการผสมผสานรูปทรงเรขาคณิตเข้าด้วยกัน มีสี่เหลี่ยม มีวงกลม ยิ่งพอมีแสงและเงายิ่งสวย ยิ่งสนุก”

HAY และโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน ร่วมมือเล่าความสัมพันธ์คน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ ให้คนใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้น

ตกเย็น พนักงานโรงแรมจะนำโคมไฟทรงเห็ดของ HAY มาตั้งบนโต๊ะเพื่อเพิ่มบรรยากาศ ความสนุกของนิทรรศการนี้จึงไม่ใช่แค่ตัวเฟอร์นิเจอร์อย่างเดียว แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างคน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ เราเห็นกลุ่มเพื่อนมานั่งล้อมวงคุยกัน เห็นเด็กเล็กพยายามปีนขึ้นม้านั่ง เล่นกับช่องว่างของดีไซน์ เห็นคนพาน้องหมานั่งถ่ายเซลฟี่บนเก้าอี้ เห็นเพื่อนสาวสองคนผลัดถ่ายรูปให้กันและกัน เห็นคุณยายวัยเกษียณนั่งดูยูทูบพร้อมรับลมใต้ต้นไม้ใหญ่

นิทรรศการนี้จึงเปิดพื้นที่ให้คนมาสร้างประสบการณ์ ในเวลาเดียวกันก็อยู่ในประสบการณ์ของคนอื่นไปด้วย

05

“เราไม่อยากเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ที่คนต้องซื้อเพื่อให้ได้ประสบการณ์เท่านั้น” อ๋องบอกกับเราก่อนแยกย้าย เขากำลังจะกลับกรุงเทพฯ ส่วนเรากำลังรอเช็กอินเข้าที่พัก

“เราอยากให้คนได้สัมผัสการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่พิถีพิถัน เราทำธุรกิจในแบบของเรา อ๋องจบออกแบบ ปุ๊กเรียนฟิล์ม การทำธุรกิจของเราจึงไม่ได้ตามตำราทั่วไป”

ทั้งคู่รู้ดีว่าในประเทศไทย ด้วยภาษีและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าทำให้เฟอร์นิเจอร์ของ HAY ยังไม่ได้อยู่ในราคาที่คนส่วนมากจับต้องได้ตามความตั้งใจแรกของผู้ก่อตั้ง จึงหวังว่านิทรรศการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ และจะมีโอกาสไปจัดแสดงในที่สาธารณะอื่น ๆ เพื่อเข้าถึงคนมากขึ้น

ผู้ก่อตั้งทั้งสองกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว ส่วนเราใช้เวลาตลอดช่วงเช้าของอีกวันบนเก้าอี้ Palissade ในสวนใหญ่ ใต้เงาร่มไม้ที่ดูแล้วน่าจะอายุหลายสิบปี ล้อมรอบด้วยตึกฟาซาดทันสมัยโดดเด่น แบบที่มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นโรงแรมไหน

ดื่มกาแฟ อ่านหนังสือเล่มบางจบไปหนึ่งเล่ม นั่งคุยกับเพื่อนที่ไม่ได้มีบทสนทนายาว ๆ ด้วยกันมานาน พร้อมสังเกตการณ์คนอื่น ๆ เพลิดเพลินกับเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ไปด้วย

HAY และโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน ร่วมมือเล่าความสัมพันธ์คน เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ ให้คนใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้น

นิทรรศการงานดีไซน์ HAY X The Standard, Hua Hin โดย NORSE Republics จะมีขึ้นจนถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 และติดตามกิจกรรมต่อไปของทั้งสองแบรนด์ได้ที่ www.facebook.com/norserepublics และ www.facebook.com/thestandardhuahin

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load