โชคดีจัง ที่วันนี้ฝนไม่ตก

หลังจากพยายามเดาทิศเดาทางเมฆฝนบนฟ้าในระยะนี้ มองบนไปไกล ดูฟ้าว่าเมฆฝนจะสื่อสารบอกอะไรเราก่อนออกจากบ้าน

มองบนไปไกล ถึงใครที่อยู่ห่างออกไปจากตรงนี้ว่าเขามีวันที่ดีหรือเปล่า

และมองบนไปไกลถึงใครบนนั้นว่า ไม่ต้องเป็นห่วง

เช่นเดียวกับที่เราอยากจะชวนคุณมองบน บนอีก บนอีก บนไปถึงยอดตึกของอาคารห้างร้านต่างๆ

ใครหลายคนคงเคยเห็นตราครุฑที่อยู่บนยอดตึกสูงบนชื่ออาคารห้างร้านดัง ดูไม่เข้ากันสักเท่าไหร่กับรูปแบบอาคารทันสมัย สืบค้นจึงพบว่าเป็นเครื่องหมายที่บอกถึงการเป็นกิจการที่ดีแบบโบราณ ซึ่งริเริ่มมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่อยมาจนปัจจุบัน

ที่น่าสนใจคือ นอกจากเรื่องการส่งเสริมให้เกิดการจัดตั้งกิจการที่มีคุณประโยชน์ต่อประเทศแล้ว ตราตั้งห้างยังทำให้เรานึกถึงหลักการของธรรมภิบาล (Good Governance) หรือหลักการบริหารกิจการที่ดีระดับสากล ในแบบที่มาก่อนกาลร่วมร้อยปี

จากตัวอย่างห้างร้านที่ได้รับตราตั้งห้างอันรุ่งเรืองทั้งในอดีตและปัจจุบันจำนวนมาก ทำให้เราเห็นว่าภายใต้เครื่องหมายทางการอันน่าเกรงขามนั้นเต็มไปด้วยเกียรติยศและความตั้งใจของคนที่ประกอบกิจการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งต่อให้กิจการห้างร้านนั้นๆ อาจและไม่อาจฝืนทนต่อสายธารของยุคสมัยที่เชี่ยวกราก เราก็จะจดจำได้อยู่ดี

 

ตั้งตา

ตราครุฑที่เราเห็นประดับอยู่บนอาคารหรือสถานที่ที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ในตำแหน่งเหนือป้ายชื่ออาคาร บริษัท หรือห้างร้านเหล่านี้คือเป็นเครื่องหมายของการพระราชทาน ‘ตราตั้งห้าง’ มีความหมายว่า กิจการห้างร้านแห่งนั้นได้รับพระราชทานเกียรติยกย่องให้เป็นบริษัทห้างร้านที่ประกอบการค้ากับพระราชสำนักมาเป็นเวลานาน มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและไว้วางใจของประชาชน

เป็นธรรมเนียมที่เริ่มใช้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเจ้าเกล้าอยู่หัว และยังคงถือปฏิบัติมาตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ โดยได้รับอิทธิพลมาจากตราตั้งห้างของชาวตะวันตกที่เรียกว่า Royal Warrant of Appointment โดยเฉพาะประเทศในแถบทวีปยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก สวีเดน เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น ซึ่งพระมหากษัตริย์จะพระราชทานตราพระจำพระองค์หรือตราราชวงศ์สำหรับพ่อค้าและกิจการที่จัดหาสินค้าหรือบริการแก่ราชสำนักด้วยความเรียบร้อยและมีความสัมพันธ์อันมั่นคงมายาวนาน

ก่อตั้ง

สำหรับการพระราชทานตราตั้งห้างในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราแผ่นดินแบบอาร์ม (Coat of Arms) ซึ่งมีใช้เฉพาะในรัชกาลที่ 5 มีลักษณะการผูกตราแบบยุโรป เบื้องล่างระบุข้อความ “ตั้งโดยพระบรมราชานุญาต” พระราชทานแก่ผู้ประกอบกิจการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาใช้สอยให้ปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณ เช่น ช่างทองหลวง ช่างถ่ายรูปหลวง เพื่อเป็นเกียรติยศและพระราชทานไว้เพื่อเป็นตราเพื่อการค้า

นอกจากนี้ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ยังมีการแบ่งแยกตราตั้งพระราชทานที่เป็นของพระมหากษัตริย์ ของสมเด็จพระราชินี และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ตามราชสำนักของอังกฤษ

เช่น หากห้างร้านติดต่อกิจการค้าโดยเฉพาะกับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ห้างนั้นจะได้รับพระราชทานเครื่องหมายตราพระราชเสาวนีย​์ หรือหากเป็นห้างร้านที่ติดต่อดำเนินกิจการการค้าโดยเฉพาะกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ห้างนั้นจะได้รับพระราชทานพระราชลัญจกรประจำพระองค์

ตั้งชื่อ

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนตราแผ่นดินใหม่เป็นรูปพระครุฑพ่าห์ ตราตั้งห้างที่พระราชทานจากพระมหากษัตริย์ไทยจึงเปลี่ยนมาเป็นรูปครุฑพ่าห์ หน้าอัดทรงเชิดตามแบบตัวอย่างของกระทรวงวัง มีข้อความประกอบเบื้องล่างว่า “โดยได้รับพระบรมราชานุญาต” หรือเป็นอักษรภาษาต่างประเทศว่า “By Appointment to His Majesty the King of Siam” แทนภาษาไทย

ตั้งตัว

ในรัชสมัยต่อๆ มา ได้ขยายขอบเขตการพระราชทานตราตั้งห้างแก่บริษัทห้างร้านและผู้ประกอบกิจการที่กว้างขวางมากขึ้น โดยจะพระราชทานตราตั้งห้างตามพระราชอัธยาศัยเป็นสำคัญ เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ประกอบการในรูปแบบต่างๆ และส่งเสริมให้เกิดการประกอบกิจการภายในประเทศ ประหนึ่งเป็นการรับรองห้างร้านที่ประกอบกิจการดี เป็นที่ยอมรับนับถือและฐานะมั่นคง

ทำให้คิดถึงหลักของการทำธรรมภิบาล (Good Governance) หลักการและแนวคิดที่ได้รับการยอมรับระดับสากล ระบบที่สะท้อนประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารจัดการองค์กรยุคใหม่ คำนึงถึงหน้าที่และความร่วมมือของผู้ส่วนร่วม เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญ คือความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นวิถีสำคัญที่จะสร้างความยั่งยืนในองค์กรห้างร้านใดๆ

 

ตั้งใจ

การดำเนินการขอพระราชทานตราตั้งห้างนั้น ตามระเบียบซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2482 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ. 2534 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 กำหนดคุณสมบัติของบุคคลหรือห้างร้านบริษัทที่จะขอพระราชทานตราตั้งห้างกล่าวโดยสรุป ดังนี้

เป็นผู้มีฐานะเป็นนิติบุคคลหรือจดทะเบียนแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย ได้ทำการติดต่อกับกรมกองต่างๆ ในพระราชสำนักมาก่อน มีฐานะการเงินดี เป็นที่เชื่อถือของประชาชนมานาน ประกอบการค้าโดยสุจริต ตั้งอยู่ในศีลธรรมและไม่เคยมีความผิดฐานทุจริตเป็นปฏิปักษ์ต่อความรู้สึกของมหาชน และไม่มีหนี้สินรุงรัง เว้นแต่หนี้อันเป็นปกติวิสัยธรรมดาเฉพาะกิจการค้าตามประเภท

การยื่นหนังสือขอพระราชทานต่อสำนักพระราชวัง ผู้ขอต้องแสดงชื่อ นามสกุล ที่อยู่อันเป็นหลักแหล่ง รวมถึงมีหน้าที่ใดในห้างร้านแห่งนี้ ระบุประเภทของประเภทการค้า ยื่นใบสำคัญแสดงหลักฐานการเงินและค้าขายของห้างร้านประกอบการวินิจฉัย และลงลายมือชื่อรับรองว่าจะปฏิบัติตามข้อบังคับของตราตั้งห้าง

 

ตั้งค่า

เมื่อสำนักพระราชวังตรวจสอบและพิจารณาแล้วเห็นว่า บุคคลหรือห้างร้านบริษัทมีคุณสมบัติสมควรได้รับพระราชทานตราตั้ง จะทำความขึ้นกราบบังคมทูลของพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากนั้นให้นายกรัฐมนตรีในฐานะบังคับบัญชาสำนักพระราชวังออกตราตั้งให้และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

จากนั้นบริษัทห้างร้านจะทำเครื่องหมายตราตั้งขึ้นเอง โดยจัดทำให้ถูกต้องตามแบบกระทรวงวัง และจะใช้เครื่องหมายตราตั้งประดับ ณ ที่ทำการค้าขาย พิมพ์รูปจำลองเครื่องตราตั้งลงในกระดาษ ซอง ใบเก็บเงิน ใบเสร็จ ฉลากของ พาณิชยบัตร แผงยานพาหนะส่งของได้ ที่สำคัญ บริษัทห้างร้านนั้นๆ ต้องบำเพ็ญตนให้อยู่ในฐานะอันดีหรือดีขึ้นไป

ตั้ง…แต่

สำหรับข้อบังคับใช้ตราตั้งห้างนั้น สำนักพระราชวังระบุไว้ตามระเบียบดังนี้

ห้ามไม่ให้ใช้เครื่องหมายตราตั้งเป็นยี่ห้อสินค้าของห้าง ห้ามไม่ให้ใช้ธงอันมีรูปเครื่องหมายตราตั้ง ห้ามไม่ให้ใช้คำว่า ‘หลวง’ เช่น ช่างทองหลวง เป็นต้น ห้ามไม่ให้ใช้ตราตั้งหรือรูปจำลองเครื่องหมายตราตั้งในการอันไม่เกี่ยวกับการค้าขาย ห้ามประกาศหรือแจ้งความโฆษณาว่าตนเป็นผู้ทำการติดต่อกับราชการในพระราชสำนัก และห้ามไม่ให้ทำรูปจำลองหรือสำเนาตราตั้งแม้ส่วนใดส่วนหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ตัวตั้ง

บริษัท โอสถสภา (เต๊กเฮงหยู) จากร้านขายของเบ็ดเตล็ดเล็กๆ ย่านสำเพ็ง ก่อตั้งใน พ.ศ. 2434 โดยนายแป๊ะ โอสถานุเคราะห์ ที่ได้นำสูตรยาจีนโบราณที่ชื่อว่า ยากฤษณากลั่น มีสรรพคุณบรรเทาโรคปวดท้องเป็นอย่างดี ก่อนจะทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้ในการซ้อมรบของกิจการเสือป่าที่นครปฐม ด้วยประสิทธิผลของยาต้นตำรับ รัชกาลที่ 6 จึงทรงพระราชทานเข็มเสือป่าและประทานนามสกุลแก่นายแป๊ะ ใน พ.ศ. 2456 นำความภาคภูมิใจสู่ร้านเต๊กเฮงหยู ก่อนจะย้ายไปยังถนนเจริญกรุงและเปลี่ยนชื่อร้านเป็นโอสถสถานเต๊กเฮงหยู ผลิตและจำหน่ายยาสามัญประจำบ้าน รุ่งเรืองตามลำดับมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 126 ปี และได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2502 

ที่มา: osotspa.com

ห้องทองตั้งโต๊ะกัง ร้านทองเก่าแก่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อตั้งโดยนายโต๊ะกัง แซ่ตั้ง ต่อมาดำเนินการสืบทอดโดยทายาทรุ่นที่สองก่อนจะจดทะเบียนการค้าใน พ.ศ. 2457 และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2464 หรือในสมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบัน อาคารห้างร้านทองตั้งโต๊ะกังที่สูงกว่า 7 ชั้นได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร โดยทายาทครอบครัวตันติกาญจน์เห็นชอบให้จัดทำพื้นที่ชั้น 3 และ 6 เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติห้างและให้ความรู้เรื่องการทำทอง

สยามกลการ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2495 ดำเนินธุรกิจค้ารถยนต์ใหม่และเก่า และเป็นผู้แทนจำหน่ายในต่างประเทศเจ้าแรกของนิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาใน พ.ศ. 2505 ก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกในประเทศไทยด้วยกำลังผลิตเพียงวันละ 4 คัน และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2515 ปัจจุบันยังคงดำเนินธุรกิจหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์และเป็นสินค้าชั้นนำในตลาดโลก

ที่มา: www.siammotors.com

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล มีจุดเริ่มต้นจากความสำเร็จของกิจการขายหนังสือของคุณสัมฤทธิ์ คุณเตียงผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจร่วมทุนกับลูกชาย เปิดร้านค้านามบริษัทเซ็นทรัลเทรดดิ้งใน พ.ศ. 2490 จำหน่ายหนังสือนานาชนิดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุกเบิกการนำเข้าสินค้าหลากหลายจากต่างประเทศ เป็นแหล่งรวมนักเรียนนอกในสังคมไทย ก่อกำเนิดห้างสรรพสินค้าสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งยุค ก่อนจะเรียนรู้ผ่านเส้นทางทั้งขรุขระและราบรื่น เป็นธุรกิจห้างร้านที่ผูกพันมาตลอด 70 ปี โดยได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2549 

ร้านยูไลย เทเลอร์ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2484 โดยนุ้ย แซ่หลุ่ย ยูไลย มาจากภาษาจีนแปลว่า ความประณีตและพิถีพิถัน ด้วยชื่อเสียงของร้านที่เป็นไปตามชื่อ จึงเป็นที่รู้จักในวงการว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการตัดเย็บเสื้อสูท  เสื้อราชประแตน ที่ทั้งประณีต พิถีพิถัน และตรงต่อเวลา ทั้งเป็นที่ได้รับความไว้วางใจจากพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการชั้นสูง นักการเมือง นักธุรกิจ และลูกค้าจากต่างประเทศ และรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2550

วิวิธภูษาคาร ร้านตัดเย็บเครื่องแบบเสือป่าและลูกเสือในสมัยรัชกาลที่ 6 ก่อนจะขยายกิจการเป็นร้านเครื่องแบบข้าราชการและเครื่องแบบนักเรียนใน พ.ศ. 2455 เป็นห้างร้านเดียวในประเทศที่ได้รับตราตั้งห้างแบบพิเศษ เป็นตราที่รัชกาลที่ 6 พระราชทานเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมข้อความเบื้องล่างตราสัญลักษณ์ว่า “ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตพิเศษ” (ไม่ทราบปีที่ได้รับตราตั้งห้าง) ปัจจุบันร้านวิวิธภูษาคารเปลี่ยนเป็นโรงแรมชื่อ Vivit Hostel โดยที่มุมเล็กๆ มุมหนึ่งของโรงแรมยังรับตัดเสื้อด้วยช่างฝีมือรุ่นสุดท้าย และจัดโชว์ข้าวของเครื่องแบบสมัยก่อน

ที่มา: www.vivithostel.com

โรงงานวิเศษนิยม โรงงานผลิตและจำหน่ายยาสีฟันตำรับโบราณรายแรกของประเทศไทย จากตำรับวิชายาสีฟันที่นางผิน แจ่มวิชาสอน ผู้ก่อตั้งได้รับมาจากท่านจมื่นสิทธิแสนยารักษ์ แพทย์แผนโบราณประจำโรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก่อนทำยาสีฟันแจกลูกเสือในงามชุมนุมลูกเสื้อทั่วประเทศสมัยรัชกาลที่ 7 จนมีผู้คนเรียกร้องให้ผลิตออกจำหน่าย กลายเป็นยาสีฟันที่แพร่หลายเรื่อยมาจนถึงในปัจจุบัน ก่อนจะได้รับพระราชทานตราตั้งห้างใน พ.ศ. 2509

ที่มา: visetniyom.com

ห้าง ต.เง๊กชวน ก่อตั้งโดย นายชวน ธันวารชน อดีตผู้จัดการโรงภาพยนตร์บางลำพู ผู้บุกเบิกหนังสือและสื่อเกี่ยวกับภาพยนตร์ ก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นเสียงตรากระต่าย แผ่นเสียงบันทึกเพลงยุคแรกๆ และสินค้าทุกชนิดที่เกี่ยวกับแผ่นเสียงใน พ.ศ.2468 เป็นห้างร้านที่มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะดนตรีนาฏศิลป์ไทยและเพลงพื้นบ้านไทย ได้รับพระราชทานตราตั้งห้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปัจจุบัน ห้าง ต.เง๊กชวน ยังคงเปิดกิจการอยู่เพียงแต่เปลี่ยนจากแผ่นเสียงมาเป็นขนมเบื้องแม่ประภาเจ้าอร่อยแห่งย่านบางลำพู ด้วยความเชื่อของตระกูลว่าให้ดำเนินกิจการใดๆ ก็ตามที่มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมแล้วจะเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเมื่อเห็นจำนวนลูกค้าที่รอคอยขนมเบื้องหอมๆ ที่หน้าร้านเราก็ไม่ขอปฏิเสธความเชื่อนี้แต่อย่างไร

ที่มา: อะหนึ่ง OKnation

ที่มา

ชนาภา ดิษฐปัญญา. (2559). ห้างทองตั้งโต๊ะกัง. สืบค้นจาก http://asaconservationaward.com/index.php/2016-06-13-15-23-31/commercial2543/347-governor-tangtohkanggoldshop-bkk-province (23 ตุลาคม 2560)

ชัชพล ไชยพร. (ไม่ทราบปี). ตราตั้งห้าง. สืบค้นจาก http://digi.library.tu.ac.th/index/0167/28-1-Jan-2552/12PAGE96-PAGE100.pdf (24 ตุลาคม 2560)

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการพระราชทานตราตั้งห้าง. (6 พฤษภาคม 2482). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 56 หน้า 422 วันที่ 15พฤษภาคม 2482. สืบค้นจาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2482/D/418.PDF (24 ตุลาคม 2560)

Writer & Photographer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ระยะหลังๆ มานี้ ปกหนังสือในไทยมีการต่อสู้ด้านดีไซน์อย่างต่อเนื่อง จากตัวอย่างหนังสือ 100 เล่มที่ได้รางวัลปกยอดเยี่ยมในปี 2017 เราจะเห็นได้ว่าลูกเล่นคราฟต์สนุกๆ ถูกใส่เข้ามาให้หนังสือบนแผงดูเย้ายวน น่าซื้อเก็บมากขึ้น ต้นปี 2018 นี้ สำนักพิมพ์ผีเสื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำหนังสือสวยงามประณีตมาแต่ไหนแต่ไรกำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการ ด้วยการเปลี่ยนปกวรรณกรรมเรื่อง ครูไหวใจร้าย ฉบับครบ 50 ปี ให้เป็นปกผ้าปักมือทุกเล่ม ปกหญิงชราผมขาวหน้าบูดบึ้งที่เราคุ้นตา ได้รับการแปลงโฉมให้เป็นครูหญิงผู้เคร่งขรึมอ่อนหวาน ซึ่งมีรายละเอียดหน้าตาไม่ซ้ำกันสักเล่มเดียว

โครงการเปลี่ยนปกที่บ้าพลังมากๆ นี้เพิ่งเริ่มต้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เมื่อมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการแห่งสำนักพิมพ์ผีเสื้อและครูสอนการทำหนังสือ กับ อ๋าย-นพเก้า เนตรบุตร ครูสอนปักผ้าสไตล์อิสระ ตัดสินใจร่วมมือทำสิ่งที่คนอื่นส่ายหน้า บอกว่าทำไม่ได้

“ผมคิดเรื่องนี้มา 33 ปีแล้ว อยากทำหนังสือปกผ้าที่ปักจริงทุกเล่ม ไอ้ความคิดนี้ไม่มีใครอาสาทำกับเราหรอก เพราะต้องใช้เวลามากและใช้คนมาก เหตุที่คิดเรื่องนี้เพราะ 33 ปีที่แล้วเราได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง คือ ต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในสมองว่าถ้าปกเป็นผ้าปักคงสวยน่าดู ก็เลยอยากทำ แต่ได้แต่คิดในใจอยู่เรื่อยมา ต่อมาผมเห็นสำนักพิมพ์เพนกวินเขาทำหนังสือปกปักลายผ้า คือปักผ้าจริงๆ แล้วถ่ายมาพิมพ์เป็นปกกระดาษ แบบนั้นก็ยังไม่ตรงใจเสียทีเดียว เพราะผมอยากเห็นหนังสือที่ปกไม่เหมือนกันสักเล่ม มีฝีปักและสีด้ายที่ไม่เหมือนกันเลย”

มกุฏหยิบตัวอย่างหนังสือ ครูไหวใจร้าย กองใหญ่มาวางบนโต๊ะ ความปรารถนาของเจ้าสำนักพิมพ์ผีเสื้อเป็นจริง เมื่อบังเอิญเห็นผลงานปักและทราบว่านพเก้าเป็นอาสาสมัครสอนปักผ้าให้ชาวบ้านแถบชายแดน จึงติดต่อเรื่องการทำปกหนังสือใหม่ ตอนแรกตั้งใจเพียงถ่ายภาพปกลายปักมาใช้เท่านั้น แต่เมื่อได้นั่งลงคุยกัน เขาตัดสินใจบอกนักปักผ้าตรงๆ ว่าอยากได้ปกลายปักหลักร้อยเล่ม

“เขาบอกว่า โอ้โห ยาก ผ้า 100 ผืนอาจใช้เวลาร้อยสัปดาห์ เท่ากับเวลา 2 ปี ผมถามเขาว่ามีลูกศิษย์กี่คน สอนได้มั้ย แบ่งหรือชวนลูกศิษย์มาทำได้มั้ย เขาก็กลับไปคิดแล้วตอบว่าทำได้ ผมเลยบอกว่าจริงๆ แล้วอยากได้ 500 เล่ม (หัวเราะ) เขาบอกว่ายากนะ แต่จะลองดู ครูอ๋ายเขาเคยทำงานบริษัทโฆษณา เคยทำงานกับผู้คน ไปประกาศแป๊บเดียว เพียง 2 – 3 วันเท่านั้น ก็มีคนสมัครเต็มไปหมดหลายร้อยคน”

ผลตอบรับดีเกินคาดทำให้พวกเขาวางแผนทำหนังสือผ้าปักถึง 3 เรื่อง ได้แก่ ครูไหวใจร้าย ครบ 50 ปี, ผีเสื้อและดอกไม้ ครบ 43 ปี และ โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ครบ 33 ปี ทั้งหมดเป็นหนังสือสำหรับเด็ก

“คนทั้งหลายเข้าใจว่าหนังสือปกผ้าเป็นของผู้ใหญ่ แต่ทำไมเราไม่สอนให้เด็กๆ ดูแลหนังสือดีๆ ล่ะ ที่สำคัญคือเรากำลังสอนให้เด็กเห็นศิลปะอย่างหนึ่งบนศิลปะอีกอย่างหนึ่ง ศิลปะปักผ้า ศิลปะการใช้สีบนหนังสือ สัมผัสจับต้องที่นุ่มมือทำให้เด็กเรียนรู้ความละเอียดอ่อน ความประณีตที่ต้องทะนุถนอม จะกินขนมแล้วมาทำเลอะเทอะไม่ได้ ถ้าหนังสือบางเล่มในบ้านเป็นแบบนี้บ้างก็ดี และเรากำลังดึงกลุ่มคนใหม่ๆ มาสนใจหนังสือ คนที่สนใจการปักผ้ามีเป็นแสนๆ คนทั่วประเทศ หรืออาจมีเป็นล้านคน ทั้งคนทำงานและคนที่สนใจการปัก ถ้าเราดึงคนเหล่านี้ให้สนใจหนังสือได้ ก็ดีกว่าไม่ดึงผู้อ่านใหม่เลย”

บรรณาธิการผู้สนับสนุนระบบหนังสือมาตลอดชีวิตเอ่ยอย่างมีความหวัง โครงการปักผ้านี้เริ่มลงเข็มบนปก ครูไหวใจร้าย เป็นเล่มแรก เนื่องจากเป็นหนังสือที่อายุมากที่สุด และเป็นที่ระลึกถึงผกาวดี อุตตโมทย์ ผู้เขียนซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ผีเสื้อด้วย

“อาจารย์ผกาวดีได้ดูหนังเรื่อง Good Morning, Miss Dove (1955) เกี่ยวกับครูคนหนึ่งที่อุทิศตนเพื่อการสอนอย่างจริงจัง อบรมนักเรียนให้เป็นระเบียบ เข้มงวดแต่รักเด็ก เลยได้แรงบันดาลใจมาแต่งเรื่องนี้ลงเป็นตอนๆ ลงนิตยสาร ชัยพฤกษ์ สมัยก่อน ฉบับแรกยาวกว่าปัจจุบัน แต่ตั้งแต่รวมเล่มพิมพ์ครั้งที่ 2 เป็นต้นมาก็เรียบเรียงให้สั้นลง”

มกุฏเล่าที่มาหนังสือให้ฟัง ปกแรกๆ ของ ครูไหวใจร้าย เป็นรูปหญิงชราผมขาวตัวเล็กๆ ใส่แว่นตาโต มวยผมเรียบตึงและหน้าตาถมึงทึง

“ครูไหวกลายเป็นอย่างนี้เพราะครูอ๋ายเขาอยากเปลี่ยนบุคลิกครูไหวเดิมที่หน้าดุ ให้ไม่ถึงกับดุและไม่ถึงกับยิ้ม คืออมยิ้มหน้าตาย แต่บางคนก็อดไม่ได้ที่จะปักให้ครูไหวยิ้มบ้างนิดหน่อย กลายเป็นเสน่ห์ของแต่ละปก”

อาจารย์นักปักผ้าออกแบบภาพครูไหวเป็นโครง ให้นักปักผ้าทุกคนเติมรายละเอียดและเลือกใช้สีได้สนุกสนานเต็มที่ และแบ่งกลุ่มสอนนักเรียนทางไกลเป็นกลุ่มๆ คนที่ไม่เคยจับเข็มจับไหมมาก่อนก็ต้องลองซ้อมมือให้คล่องแคล่วก่อนปักจริง โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อจัดเตรียมกล่องวัตถุดิบ ส่งผ้าแคนวาสเนื้อแน่น เข็ม ไหมสารพัดสี และอุปกรณ์ครบครันไปที่บ้านอาสาสมัครนักปักผ้า ซึ่งมีทั้งหมด 263 คน มีทั้งหญิงและชาย อาศัยอยู่ทั่วประเทศไทย และบางคนก็พำนักอยู่ต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย เยอรมนี คนเหล่านี้สมัครโดยรู้ตัวว่าจะไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรเลย และยังต้องเสียเวลา เสียแรง และต้องเสียสตางค์อีกด้วยซ้ำ หากปรารถนาจะได้หนังสือเป็นของตัวเอง

“ตอนนี้ทุกคนกำลังปักอยู่ เราส่งอุปกรณ์ไปตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ เขาต้องส่งกลับมาให้เราภายในสิ้นเดือนมีนาคม เราจะเอามาแช่น้ำให้ผ้าหดเท่ากัน ลบความสกปรกที่เกาะอยู่ หลังจากนั้นก็รีดและส่งให้ร้านทำปกไปหุ้มกระดาษแข็ง ขนาด 16 หน้ายกพิเศษ ทากาวหุ้มแล้วทิ้งไว้ให้แห้งสนิทดี แล้วค่อยเอาเนื้อหนังสือมาประกบ ภาพประกอบในหนังสือก็ใช้ภาพถ่ายลายปักทั้งหมด และตัวเล่มเราจะทำริมชมพูด้วย

“งานเหล่านี้ทำให้การทำหนังสือยากขึ้นหลายเท่า แต่ความสนุกคือเราจะได้เห็นปกหนังสือเป็นงานศิลปะที่ไม่ซ้ำกันเลย” เจ้าสำนักพิมพ์ผีเสื้อเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย

ครูไหวใจร้าย ปกแข็งทั้ง 500 เล่มจะเสร็จสมบูรณ์เพื่อแสดงในหอสมุดแห่งชาติ ในวันที่ 15 กันยายน 2561 และอาจจะมีหนังสือชุดผีเสื้อและดอกไม้ด้วยถ้าเสร็จทัน ปกผ้าปักชุดที่ 2 ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อจะสนุกขึ้นอีกเพราะคราวนี้ครูอ๋ายจะไม่ร่างแบบให้แล้ว นักปักผ้าทุกคนเลือกปักผีเสื้อ ดอกไม้ หรือลวดลายที่ตัวเองตีความจากหนังสือได้อย่างอิสระ ส่วนหน้าปก โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ยังอยู่ระหว่างการตกลงกับทางประเทศญี่ปุ่น

สำหรับคนที่อยากสั่งซื้อ ครูไหวใจร้าย ฉบับพิเศษ วิธีการที่จะได้หนังสือเหล่านี้ก็พิเศษและแปลกประหลาดไม่แพ้วิธีการปัก ครูไหวใจร้าย ฉบับผ้าปักจะเปิดให้สั่งจองได้คนละ 1 เล่มเท่านั้น ผู้ซื้อจะไม่เห็นลายปกที่ตัวเองจะได้รับล่วงหน้า หลังจากจัดแสดงที่หอสมุดแห่งชาติ สำนักพิมพ์จะนำทุกปกมาห่อเป็นของขวัญ แล้วสุ่มส่งให้ผู้จองหนังสือ

“เราจะเปิดให้จองตั้งแต่ 15 มีนาคม 2561 15 วันแรกขาย 2,991 บาท และจะแพงขึ้นเรื่อยๆ เดือนละ 500 บาท จนถึง 4,991 บาทในเดือนกรกฎาคม เราหวังว่าหนังสือจะหมดก่อนหน้านั้น ที่ตั้งราคาสูงเพราะนี่คืองานฝีมือ เป็นงานศิลปะที่คนทั้งหลายต้องลงแรงลงพลังมาก และเราต้องการเงินไปตั้งเป็นกองทุนห้องเรียนหนังสือที่พระราชวังมฤคทายวันในอนาคต”

นอกจากหนังสือปกผ้าปัก 500 เล่มสุดคราฟต์ หลังจากนี้สำนักพิมพ์ผีเสื้อจะจัดพิมพ์หนังสือ ครูไหวใจร้าย ปกแข็ง โดยเลือกปกหนังสือจากนักปักผ้าจำนวน 8 คนมาถ่ายภาพและพิมพ์เป็นหนังสือปกแข็ง 4 แบบ (เล่มละ 2 รูป ปกหน้า-ปกหลัง) เพื่อให้ได้หนังสือราคาย่อมเยาลงสำหรับผู้สนใจสะสม และเลือกภาพจากนักปักผ้าอีก 8 คนมาทำเป็นหนังสือปกอ่อนราคาทั่วไปอีก 4 แบบ ลายไม่ซ้ำกัน แถมตอนนี้ยังจัดพิมพ์หนังสือ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ และ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ กลับมาแล้ว เวอร์ชันปกแข็งลายปักนุ่มนวลฝีมือครูอ๋ายอีกด้วย

ท่ามกลางความผันผวนของวงการหนังสือ มั่นใจได้ว่าพลังความประณีตของสำนักพิมพ์ผีเสื้อจะทำให้เราได้เห็นดีไซน์งดงามละเอียดน่าชื่นใจไปตลอดทั้งปี

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2561 เวลาบ่าย 2 โมง – บ่าย 4 โมง มกุฎ อรฤดี และ นพเก้า เนตรบุตร จะล้อมวงพูดคุยเรื่องเบื้องหลังโครงการทำปกผ้าปักมือที่หอสมุดแห่งชาติ ติดตามรายละเอียดการพูดคุยครั้งนี้ และความเคลื่อนไหวของหนังสือปกผ้าปักของผีเสื้อได้ที่ Facebook | ผีเสื้อกับผ้าปัก

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load