สำหรับใครที่ไม่ได้ติดตามผลการแข่งขันซีเกมส์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เราอยากกระซิบว่า ทีมแบดมินตันไทยคว้าเหรียญทองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยกวาดมาทั้งหมด 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง

โดย 2 เหรียญทองในนั้นเป็นการคว้าเหรียญทองครั้งแรกในรอบ 18 ปี จากประเภทชายคู่ และเหรียญทองเหรียญแรกในรอบ 14 ปี จากประเภทคู่ผสม

แบดมินตันไทย

เรานัดพบ 4 นักแบดบินตันทีมชาติไทยหลังจากคว้าเหรียญที่ซีเกมส์ 2017 ประเทศมาเลเซีย กลับมาครองได้สำเร็จ ประกอบด้วย บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์, สกาย-กิตตินุพงษ์ เกตุเรน, ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และ เอิร์ธ-พุธิตา สุภจิรกุล ที่ศูนย์ฝึกแบดมินตันและวิทยาศาสตร์การกีฬา สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หรือ SCG Badminton Academy ศูนย์ฝึกแบดมินตันควบคู่กับวิทยาศาสตร์การกีฬา ไล่ตั้งแต่ด้านสรีรวิทยาการออกกำลังกาย ด้านจิตวิทยาการกีฬา ด้านโภชนาการ และด้านเวชศาสตร์การกีฬา ซึ่งทุกด้านที่ว่ามาล้วนแล้วแต่เป็นเบื้องหลังสำคัญที่ทำให้ทีมชาติไทยเราสามารถสร้างประวัติศาสตร์สำคัญในครั้งนี้

แบดมินตันไทย แบดมินตันไทย

ศูนย์ฝึกแห่งนี้เปรียบเสมือนโรงเรียนประจำของนักแบดมินตันรุ่นเยาว์ไปจนถึงทีมชาติที่มีผลงานโดดเด่น หลายๆ คนเข้ารับการฝึกฝนและพัฒนาจนมีผลงานในระดับโลก

และต่อไปนี้คือเรื่องราวและบทบาทของ SCG Badminton Academy จากปากของฮีโร่ซีเกมส์ทั้ง 4 คน

แบดมินตันไทยแบดมินตันไทย

1.

เราพบกับ เอิร์ธ-พุธิตา สุภจิรกุล หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มวัย 21 ปี เจ้าของส่วนสูง 183 เซนติเมตร ในห้องฟิตเนส

เอิร์ธคือนักแบดมินตันประเภทหญิงคู่ทีมชาติไทยที่เข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 15 ปี และเป็นเจ้าของเหรียญเงินในกีฬาซีเกมส์ 2017 ร่วมกับ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

อิร์ธเติบโตในครอบครัวนักกีฬาซึ่งมีคุณพ่อและคุณแม่เป็นอดีตนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย แต่เธอเลือกเส้นทางเดินของตัวเองในกีฬาแบดมินตันและมุ่งมั่นฝึกซ้อมจนก้าวสู่ระดับโลกได้สำเร็จ เธอบอกกับเราว่า ด้วยส่วนสูงและช่วงตัวทำให้เธอได้เปรียบในเรื่องการใช้พื้นที่

แบดมินตันไทย

“แบดมินตันเป็นเกมที่ค่อนข้างใช้ร่างกายเยอะ เราจึงต้องรักษาร่างกายให้สมบูรณ์พร้อมและอยู่กับเราได้นานที่สุด โค้ชจะสอนเสมอว่ามันเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเราได้เลย ถ้าเปรียบเทียบชีวิตกับแบดมินตันเราก็เหมือนอยู่ในคอร์ตสี่เหลี่ยมนี่แหละ มีกฎ มีระเบียบ และมีขอบเขต และทุกอย่างคงไม่สบายหรือถูกใจเราไปทั้งหมด แต่เรายังมีเน็ตเป็นความยืดหยุ่นที่สามารถทำบางอย่างที่ข้ามเขตแดนไปได้ ซึ่งเราจะทำอะไรก็ได้ในส่วนความยืดหยุ่นนั้น”

คำสอนของ โค้ชโอมเทศนา พันธ์วิศวาส หัวหน้าผู้ฝึกสอนของศูนย์ฝึกแห่งนี้ ทำให้เอิร์ธมองแบดมินตันอย่างเข้าใจมากขึ้น และมองเห็นเป้าหมายของตัวเองชัดเจนอยู่เสมอ

“วินัยของนักกีฬาไม่ได้มีแค่เรื่องการฝึกซ้อมอย่างเดียว แต่รวมถึงอาหารการกินของเราด้วยที่ช่วยทำให้ร่างกายของเราสมบูรณ์พร้อม ถ้าเราขาดตรงนี้ไปเราอาจจะเจ็บหรืออาจจะฟอร์มตกได้ แต่ถ้าทำได้และรักษาสภาพนี้ไว้ได้นานมันจะเป็นโมเมนต์ที่ดีที่สุดตั้งแต่เราเล่นแบดมินตันมาเลย เรามีโอกาสขึ้นไปอยู่ท็อปเท็น และถ้าเรายังฟอร์มดีแบบนี้ไปอีก 5 – 10 ปีเราก็สามารถไปได้ไกลมากขึ้น เราต้องซ้อมให้หนักกว่าเดิม พัฒนาตัวเองต่อไป แล้วเราจะไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้”

ซึ่งที่ศูนย์ฝึกแห่งนี้ก็มีนักโภชนาการที่เข้ามาช่วยออกแบบเมนูอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายของนักกีฬาแต่ละคนแตกต่างตามมวลของร่างกาย

แบดมินตันไทย

เมื่อชวนคุยถึงเส้นทางชีวิตนักกีฬาของ เธอว่าการได้ไปแข่งขันโอลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิลเมื่อปีที่ผ่านมาคือการต่อสู้ที่คุ้มค่ามากที่สุด เพราะกฎมีอยู่ว่านักกีฬาที่จะไปแข่งขันรายการนี้ได้ต้องเก็บคะแนนเพื่อไต่อันดับไปให้ถึงที่ 1 – 12 ของโลกภายในระยะเวลา 1 ปี

“ในช่วง 6 เดือนแรกเราตกรอบแรกหมดเลย แทบจะไม่เห็นโอกาสที่จะได้ไปโอลิมปิกด้วยซ้ำ แต่เรายังไม่ยอมแพ้ เราเชื่อมันในโค้ช เชื่อมันในแผนของเรา เราบอกตัวเองทุกวันว่าเชื่อมั่นนะว่าเราทำได้ ช่วงเวลา 6 เดือนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เรากดดันมาก ในช่วงนั้นทั้งเราและพี่ป้อกดดันมาก กว่าเราจะผ่านไปได้อุปสรรคมันเยอะมาก เราตั้งใจจะไปโอลิมปิก แต่ว่าคะแนนเราตามหลังคนอื่นตลอด จนมาแซงรายการสุดท้ายของการเก็บคะแนน ซึ่งมันเหมือนเราได้ปลดปล่อยทุกอย่าง”

เล่าถึงตรงนี้ เราเห็นรอยยิ้มภูมิใจปรากฏบนใบหน้าของเธอ

2.

นักหวดลูกขนไก่อีกคนที่ต่อสู้เคียงข้างเอิร์ธมาคือ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันประเภทหญิงคู่ และคู่ผสมทีมชาติไทย วัย 25 ปี

แบดมินตันไทย

ปอป้อเข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 15 ปี เธอคือนักแบดมินตันประเภทหญิงคู่มืออันดับ 11 ของโลก คู่กับเอิร์ธและนักแบดมินตันประเภทคู่ผสม มืออันดับ 7 ของโลก คู่กับบาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์อีกทั้งยังเป็นนักแบดมินตันคนแรกของโลกที่คว้าแชมป์แบดมินตันระดับ Grand Prix Gold ได้ครบทั้ง 3 ประเภท ทั้งหญิงเดี่ยว หญิงคู่ และคู่ผสม หากให้ไล่เรียงผลงานในชีวิตนักกีฬาพื้นที่ตรงนี้คงไม่เพียงพอสำหรับเส้นทางการต่อสู้ของเธอ

ดูเหมือนเส้นทางการเป็นนักกีฬาของปอป้อจะโรยด้วยกลีบกุหลาบและอยู่ในช่วงขาขึ้นจนถึงขีดสุด แต่เมื่อการแข่งขันซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซียที่ผ่านมา เธอประสบอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขันจนต้องกลับมาพักนานกว่าที่เคย

แน่นอนว่าสิ่งที่เธอต้องเผชิญมากกว่าอาการบาดเจ็บคือความผิดหวัง แต่เธอยังยืนยันว่าไม่ยอมหมดหวังในตัวเอง

แบดมินตันไทย

“ตั้งแต่เคยบาดเจ็บมาครั้งนี้เจ็บมากที่สุดและค่อนข้างสำคัญกับเรามาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ต้องหยุดสักพักและเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน ตอนแรกก็เครียดเพราะเราไม่เคยต้องหยุดนานขนาดนี้มาก่อน อย่างมากก็พัก 2 สัปดาห์ก่อนปีใหม่ หลังจากนั้นเราก็กลับมาซ้อมต่อ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราก็จะได้รู้ว่าเราพลาดตรงไหน มันทำให้เรารู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ มันเป็นบทเรียนให้เราไม่ประมาทกับร่างกายของตัวเอง”

โชคดีที่ศูนย์ฝึกที่เรามาเยือนมีความพร้อมในการดูแลด้านเวชศาสตร์การกีฬา ทำให้ปอป้อคลายกังวลเรื่องอาการบาดเจ็บได้มาก แม้กายจะยังไม่กลับมาสมบูรณ์พร้อมเต็มร้อย แต่หัวใจของเธอยังพร้อมรับมือกับความผิดหวังเสมอ และเธอไม่เคยคิดจะหยุดพัฒนาตัวเองเลยสักครั้ง

“ทุกแมตช์มันให้บทเรียนกับเราหมดเลย ถึงเราชนะแล้ว เป็นแชมป์แล้ว เราอาจจะคิดว่าเราไม่มีข้อบกพร่อง แต่ในเกมส์นั้นยังไงเราก็มีจุดบกพร่องและมีจุดด้อยที่ต้องเอามาพัฒนาต่อ ถ้าแพ้เราก็ต้องมาดูว่าเราแพ้ในเรื่องอะไร เราแพ้เขาตรงไหน แล้วเราก็ต้องกลับมาศึกษาคู่แข่งคนนั้น”

3.

ที่มุมหนึ่งในศูนย์ฝึก เราพบ บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันประเภทชายคู่ และคู่ผสมทีมชาติไทย วัย 20 ปี

แบดมินตันไทย

บาสเริ่มต้นเล่นแบดมินตันอย่างจริงจังตั้งแต่ 7 ขวบและทำผลงานเข้าตาจนได้เข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 14 ปี แม้ว่าในการแข่งขันซีเกมส์ 2017 ที่ผ่านมาจะเป็นซีเกมส์ครั้งแรกที่เขาได้ลงแข่ง แต่ด้วยความแข็งแกร่ง วินัยในการฝึกซ้อม และความมุ่งมั่นของเขา ทำให้บาสสามารถทำผลงานได้ถึง 2 เหรียญทอง

เหรียญแรกในการแข่งขันประเภทคู่ผสมกับ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และเหรียญที่สองประเภทชายคู่กับ สกาย-กิตตินุพงษ์ เกตุเรน

แต่เบื้องหน้าความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงบาสคนเดียวเท่านั้น ซีเกมส์ทำให้บาสมองเห็นอีกหลายชีวิตที่อยู่นอกสนามและคอยผลักดันให้เขาไปถึงจุดหมาย นอกจากครอบครัวที่เป็นผู้สนับสนุนในความฝันของบาสตั้งแต่เด็กจนโตแล้ว แต่ยังมีผู้คนในศูนย์ฝึกที่เปรียบเสมือนอีกครอบครัวหนึ่งที่ทำให้บาสพร้อมรับมือกับการแข่งขันทุกรูปแบบ

เพื่อน โค้ช และทุกคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังในศูนย์ฝึกแห่งนี้ คือส่วนสำคัญที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ

แบดมินตันไทย

“ในช่วงที่ไปแข่งซีเกมส์จะมีคนที่แข่งประเภททีมเสร็จแล้วไม่ได้ลงแข่งต่อ แต่เขาก็ยังมานั่งเป็นกองเชียร์ให้เพื่อน คอยซัพพอร์ตเพื่อน คอยออกมายืดให้เวลาเพื่อนตีเสร็จ เวลาแข่งเสร็จก็หาข้าวมาให้กิน คนเหล่านี้คือคนที่อยู่ทีมเดียวกันกับเราทั้งนั้น การแข่งขันครั้งนี้มันเลยไม่ได้มีแค่ตัวเรา แต่ทำให้เราเห็นคนอื่นๆ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเราด้วย”

นอกจากเพื่อนร่วมทีมแล้ว บาสบอกว่าระบบของ SCG Badminton Academy คือส่วนสำคัญที่ทำให้เขาพัฒนาได้เร็วกว่าเดิม

“การจะลงแข่งในแมตช์ระดับโลกได้ อันดับแรก คือการเตรียมความพร้อมให้นักกีฬา ความโชคดีของเราคือเรามีที่นี่ซัพพอร์ตให้ทุกอย่าง ไม่ว่านักกีฬาขาดเหลืออะไรเขาจะหามาให้เพื่อให้เราเล่นได้อย่างเต็มที่ อย่างเพื่อนบางคนเท้าไม่ดี ใส่รองเท้าไม่ค่อยได้ ทีมที่ดูแลเขาก็ไปตัดพื้นรองเท้าให้ บางคนอาจจะมองข้ามเรื่องเล็กๆ แบบนี้ แต่จริงๆ แล้วมันก็สำคัญมาก หรืออย่างอาการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการเล่นก็สำคัญเช่นกัน คนที่บาดเจ็บจะได้รับการดูแลที่ถูกต้องโดยนักเวชศาสตร์การกีฬา มีการต้องลงบ่อน้ำร้อนน้ำเย็นเพื่อทำกายภาพเพื่อฟื้นตัวให้กลับมาเล่นได้ การเตรียมความพร้อมให้นักกีฬาในทุกๆ ด้านจึงทำให้ความกังวลในการแข่งขันน้อยลง”

4.

ผู้ต่อสู้เคียงข้างบาสในการแข่งขันประเภทชายคู่คือ สกาย-กิตตินุพงษ์ เกตุเรน นักแบดมินตันวัย 21 ปี ที่เข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 14 ปี

แบดมินตันไทย

ด้วยความรักและผูกพันกับแบดมินตันมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวเปิดคอร์ตแบดมินตันของตัวเอง ทำให้สกายหันมาเอาดีด้านแบดมินตันตั้งแต่ 7 ขวบและมุ่งสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพมาตลอด

สกายเล่าว่า ในขณะแข่งขันมักจะมีสิ่งเร้ารายล้อมอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเสียงของกองเชียร์ ความยากในการแข่งขัน กรรมการ และความคาดหวังในตัวเอง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่นักกีฬาจะไม่รู้สึกกดดันกับการแข่งขันแมตช์สำคัญระดับชาติ

โดยเฉพาะในการแข่งขันซีเกมส์ 2017 ที่เป็นซีเกมส์ครั้งแรกของสกายเช่นกัน กว่าจะมีพลังใจที่แข็งแกร่งได้เขาต้องผ่านการเรียนรู้จากนักจิตวิทยาจนนับครั้งไม่ถ้วน

“ก่อนลงสนามเราจะหาที่เงียบๆ เพื่อรวบรวมสติก่อน พอลงไปแล้วก็ต้องโฟกัสอยู่กับตัวเอง ไม่ต้องสนใจกรรมการ ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง โดยเฉพาะกรรมการที่เราไม่สามารถบังคับการตัดสินของเขาได้ ลูกไหนจะฟาวล์หรือได้คะแนนมันอยู่ที่ดุลพินิจของเขา เรามีหน้าที่แค่เล่นให้ดีที่สุดตามเกมที่เราซ้อมมา”

หนึ่งในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของนักกีฬาของศูนย์ฝึกแห่งนี้คือการมีทีมนักจิตวิทยาที่เข้ามาช่วยสอนกระบวนการคิดและแก้ปัญหาให้นักกีฬาอย่างตรงจุด

แบดมินตันไทย

“วิธีสอนของเขาคือเขาจะชี้ให้ดูเหตุผลว่า ถ้าเราไปหงุดหงิดหัวเสียตามกรรมการหรือคนอื่นๆ ถ้าเสียก็เสียเพราะการควบคุมไม่ได้ของเราเอง ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้อะไรเลย แถมเรายังต้องหงุดหงิดเพราะกรรมการและทำให้เล่นไม่ได้ตามแผนที่ซ้อมมา แต่ถ้าเราจัดการกับอารมณ์นี้ได้ และคิดแค่ว่าแต้มนี้ตีเสียไปก็ช่างมัน เราก็แข่งต่อไปได้”

ในยามที่การแข่งขันดุเดือด ปฏิเสธไม่ได้ว่าความกดดันคือสิ่งที่ก่อตัวขึ้นมาได้เร็วที่สุด แต่วิธีการที่นักจิตวิทยาแนะนำ ทำให้สกายมองสิ่งรอบกายที่เข้ามาปะทะอารมณ์เป็นสิ่งเล็กน้อยในชีวิต

“นักจิตวิทยาจะแนะนำวิธีลดความกดดันในการแข่งขันว่าให้เล่นทีละแต้ม เล่นเหมือนแต้มศูนย์เท่า สมมติว่าตอนนี้แต้ม 18-20 เมื่อเทียบกับ 2-0 แล้วจริงๆ คะแนนมันก็ห่างเท่ากัน แต่ในสถานการณ์มันต่างกัน ซึ่งความกดดันมันก็ต่างกันด้วย แต่เขาสอนให้เรามองอีกมุม ให้เราลองคิดว่าเราเล่นเหมือนไม่รู้แต้ม และเล่นเหมือนทุกๆ แต้มที่ผ่านมา เล่นแบบสบายใจ และเล่นให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดเหมือนที่เราซ้อมมา”

หลังจากพูดคุยกับเหล่าฮีโร่เรียบร้อย เราออกมายังทางที่เราเข้า และเมื่อมองจากด้านนอก เราสังเกตเห็นประตูห้องซ้อมของศูนย์ฝึกยังเปิดกว้าง และมีนักแบดมินตันเดินเข้าไปทำตามความฝันอยู่ตลอดเวลา

แบดมินตันไทย

แบดมินตันไทย

Writer

Avatar

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

Avatar

ลักษิกา จิรดารากุล

ช่างภาพที่ชอบกินบะหมี่ ถูกชะตากับอาหารสีส้ม และรักกะเพราไก่ใส่แครอท

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

20 ธันวาคม 2561
19 K
The Cloud x  Tetra Pak

ขวดน้ำดื่ม ถุงขนม กระป๋องน้ำอัดลม ซองอาหารแช่แข็ง กล่องนม และอีกสารพัดบรรจุภัณฑ์ คือสิ่งที่เราคุ้นเคยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พวกมันมีประโยชน์มหาศาลในการห่อหุ้มอุ้มชูของกินหลากหลายรูปแบบ จากแหล่งผลิตมาสู่ผู้บริโภคอย่างเราๆ

คุณเคยนับไหมว่าในแต่ละวันคุณแกะถุงขนมไปกี่ถุง เปิดฝาขวดน้ำดื่มไปกี่ขวด หรือดื่มนมไปกี่กล่อง บรรจุภัณฑ์จำนวนมหาศาลผ่านมือผู้คนนับล้านในแต่ละวัน เราดื่มกินอาหารและเครื่องดื่มที่ถูกบรรจุอย่างมิดชิดมาจากแหล่งผลิตแสนไกล

ทันทีที่อาหารและเครื่องดื่มเข้าปาก บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยประคองของกินมาตั้งไกลก็ไร้ประโยชน์ หมดคุณค่าและถูกทิ้งไป ภารกิจของบรรจุภัณฑ์เหล่านี้สิ้นสุดลงเมื่อเดินทางมาถึงมือพวกเราเท่านี้จริงๆ หรือเปล่านะ

โชคดีที่โลกมีการ รีไซเคิล หรือการนำเอาวัตถุสิ่งของมาผ่านกระบวนการปรับแต่งเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง การเดินทางและประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์จึงขยายยืดยาวออกไปได้ไม่สิ้นสุด

เราจึงอยากชวนคุณไปดูการเดินทางของ ‘กล่องเครื่องดื่ม’ บรรจุภัณฑ์หน้าตาเป็นมิตร เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่ามันสร้างมาจากกระดาษ จึงย่อมย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอยู่แล้ว แม้จะมีส่วนประกอบหลักเป็นกระดาษ แต่กล่องนี้มีเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก

รีไซเคิล, หลังคาเขียว

ซับซ้อนยังไง แกะกล่องดูไปพร้อมกัน

1

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่ากล่องเครื่องดื่มไม่ได้ทำมาจากกระดาษ 100% แต่มีส่วนประกอบอื่นเคลือบแนบสนิทไปกับกระดาษด้วย นั่นคืออะลูมิเนียมฟอยล์และพลาสติก ส่วนประกอบทั้งสามชนิดทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป

กระดาษมีเพื่อตั้งโครง ไม่ทำให้กล่องบุบสลาย หยิบจับง่าย ในขณะที่พลาสติกช่วยป้องกันความชื้นและสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ถ้าไม่มีชั้นพลาสติกเคลือบไว้ เมื่อกระดาษสัมผัสกับนมโดยตรง แน่นอนว่ากระดาษจะยุ่ยเปื่อย และสุดท้ายคืออะลูมิเนียมฟอยล์ ทำหน้าที่ป้องกันแสงที่จะทำให้เครื่องดื่มในกล่องเกิดปฏิกิริยาเน่าเสีย

แล้วกระดาษที่นำมาใช้ผลิตกล่องเหล่านี้มาจากไหน แน่นอนว่ากระดาษผลิตมาจากต้นไม้ในผืนป่า ซึ่งเป็นป่าปลูกเชิงพาณิชย์ที่มีการควบคุม

ถ้าคุณเคยสังเกต บนบรรจุภัณฑ์หลายๆ ชนิด เช่น ถุงกระดาษแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง IKEA หรือพลิกดูข้างกล่องเครื่องดื่มของ Tetra Pak จะมีสัญลักษณ์ FSC™ แปะอยู่ นั่นหมายถึงบรรจุภัณฑ์นั้นได้ผ่านกระบวนการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบจากองค์การจัดการด้านป่าไม้ หรือ The Forest Stewardship Council™ โดยที่วัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ได้จากป่าที่ปลูกเชิงพาณิชย์ที่มีการจัดการอย่างมีความรับผิดชอบ

รีไซเคิล, หลังคาเขียว

รีไซเคิล, หลังคาเขียว

2

จากส่วนประกอบทั้งสามชนิด คือกระดาษ อะลูมิเนียมฟอยล์ และพลาสติก ที่รวมกันเป็นกล่องนม 1 กล่อง สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 2 แบบด้วยกัน คือแบบแยกเยื่อและแบบตัดย่อย

การรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มแบบแยกเยื่อเริ่มจากการนำกล่องไปเข้าเครื่องตีเยื่อ เพื่อแยกวัสดุที่ถูกซีลทับซ้อนกันอย่างแนบสนิทถึง 6 ชั้นออกจากกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือเยื่อกระดาษและโพลีแอล ซึ่งก็คืออะลูมิเนียมฟอยล์ผสมพลาสติก

รีไซเคิล, หลังคาเขียว

เยื่อกระดาษสามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์กระดาษได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นถุง กระดาษลัง กระดาษทิชชู

รีไซเคิล, หลังคาเขียว

ส่วนโพลีแอลนำไปเข้าเพลตเพื่อเกลี่ยเป็นแผ่นขนาดเท่ากัน จากนั้นอัดร้อนที่อุณหภูมิ 150 – 180 องศาเซลเซียส ออกมาเป็นแผ่น Eco-Board แปรรูปได้สารพัดรวมถึงเป็นแผ่นหลังคา Green Roof หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘หลังคาเขียว’

ในราคาที่ใกล้เคียงกับกระเบื้องลอนคู่ หลังคาเขียวช่วยสะท้อนแสงแดด ไม่ดูดซับความร้อน และทนไฟ เพราะผลิตจากฟอยล์ผสมพลาสติก เวลารั่วหรือถูกเจาะเป็นรูสามารถซ่อมแซมด้วยการเอาความร้อนมาประสานวัสดุเข้าหากัน

รีไซเคิล, หลังคาเขียว

การทำหลังคาเขียวเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ ‘หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก’ ที่มีแนวคิดการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครตั้งจุดรับกล่องเครื่องดื่ม จัดเก็บกล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว ผ่านทางอาสาหลังคาเขียว มารีไซเคิลเป็นแผ่นหลังคา มอบให้กับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อนำไปใช้สร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยพิบัติและผู้ด้อยโอกาส

โครงการหลังคาเขียวดำเนินการมาทั้งสิ้น 9 ปี ผลิต ‘หลังคาเขียว’ ไปแล้วกว่า 60,000 แผ่น อาจฟังดูเหมือนไม่เยอะ แต่แผ่นหลังคาเขียวขนาดมาตรฐาน 1.2×2.4 เมตร ใช้กล่องเครื่องดื่มถึง 2,000 กล่องหรือประมาณ 20 กิโลกรัมในการรีไซเคิล คิดง่ายๆ ว่าโครงการนี้ช่วยขยายการเดินทางของเจ้ากล่องนี้ ไม่ให้จบอยู่แค่ที่กองขยะไปแล้วถึง 12 ล้านกล่อง

รีไซเคิล, หลังคาเขียว

ต่อมาคือการรีไซเคิลกล่องแบบตัดย่อย ซึ่งซับซ้อนน้อยกว่าการรีไซเคิลแบบแยกเยื่อ เพราะไม่ต้องแยกองค์ประกอบทั้งสามชนิดของกล่องเครื่องดื่มออกจากกัน เพียงแค่ล้างทำความสะอาด สับย่อย นำไปเข้าเพลตและอัดร้อน ออกมาเป็น Green Board

รีไซเคิล, หลังคาเขียว

เราเชื่อว่าหลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาและเคยเห็นกรีนบอร์ดที่ถูกนำไปแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ ทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ชิ้นเล็กอย่างเครื่องเขียน ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่อย่างท็อปโต๊ะ ตู้ และเก้าอี้ และแน่นอนว่าขนาดมาตรฐาน 1×2.4 เมตร ของกรีนบอร์ด 1 แผ่นก็ใช้กล่องเครื่องดื่มจำนวนนับพันในการรีไซเคิลเช่นเดียวกัน

รีไซเคิล, หลังคาเขียว รีไซเคิล, หลังคาเขียว

จริงๆ แล้วกล่องหรือขวดกระดาษที่บรรจุเครื่องดื่มบางประเภทยังมีชิ้นส่วนอื่นอีก อย่างเช่น ฝาขวดที่ทำจากพลาสติก ซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลด้วยกระบวนการหลอมและขึ้นรูปใหม่เป็นของใช้พลาสติกรูปแบบอื่นได้ด้วย

รีไซเคิล, หลังคาเขียว

อย่างขวดกระดาษ Tetra Top ที่เป็นบรรจุภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดของ Tetra Pak ที่ mMilk ใช้บรรจุผลิตภัณฑ์นมสดพาสเจอร์ไรซ์ส่งออกสู่ท้องตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรกพร้อมแคมเปญ TOP OF THE FEELINGS โดยมีแนวคิดหลัก 3 ข้อคือ

Top of Trust ความสะอาดและสดใหม่ของนม เพราะบรรจุภัณฑ์จะคงคุณค่าของสารอาหารที่มีได้ครบถ้วน

Top of Coolness ฟังก์ชันใช้งานที่ถือดื่มง่าย ดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย แต่แฝงสีสันที่ดูน่าค้นหา เนื่องจากกระดาษสร้างสีสันและลวดลายได้ชัดเจน

Top of Caring เมื่อดื่มหมดสามารถแยกส่วนด้านบนที่เป็นพลาสติกออก ก็จะเหลือด้านล่างที่เป็นกระดาษ ซึ่งได้มาจากป่าปลูกเชิงพาณิชย์ที่ผ่านการจัดการอย่างรับผิดชอบ แถมหากจัดเก็บอย่างถูกวิธีก็สามารถนำไปรีไซเคิลได้ทั้งหมดตามขั้นตอนที่เราบอกไว้ข้างต้น ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกด้วย

แม้ว่าส่วนประกอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวกล่องหรือฝาพลาสติกสามารถนำไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด แต่การรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพเหล่านั้นจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากการจัดเก็บกล่องเครื่องดื่มหรือขวดกระดาษอย่างถูกวิธี หากเราดื่มนมหรือเครื่องดื่มแล้วโยนกล่องทิ้งปะปนกับเศษอาหารและขยะประเภทอื่น การเดินทางของบรรจุภัณฑ์จะสิ้นสุดลงเพียงแค่นั้น

รีไซเคิล, หลังคาเขียว

3.

การจัดเก็บกล่องเครื่องดื่มหรือขวดกระดาษอย่างถูกวิธี เพื่อประสิทธิภาพในการนำมารีไซเคิลมีด้วยกัน 3 วิธี

วิธีแรก คือการแกะ ล้าง เก็บ เริ่มจากตัดด้านล่างของขวดกระดาษและด้านข้าง แยกส่วนกระดาษและพลาสติกออกจากนั้นล้างทำความสะอาดและเอาไปผึ่งแห้ง เพื่อป้องกันนมหรือเครื่องดื่มตกค้างส่งกลิ่นเหม็น วิธีนี้ใช้น้ำล้างจานก็ได้ ประหยัดดี ทำที่บ้านได้ไม่ยุ่งยาก

วิธีที่สอง คือการพับเล็ก วิธีนี้ไม่ต้องใช้น้ำ ทำได้ทันทีหลังดื่มเสร็จ เมื่อพับเสร็จเราจะได้กล่องขนาดกะทัดรัด ไม่มีออกซิเจนอยู่ข้างในกล่อง

และวิธีที่สาม คือการดึงหูบนหูล่าง วิธีนี้ไม่ต้องใช้สกิลล์การพับแบบวิธีที่สอง แค่ดึงหูและรีดกล่องกระดาษให้แบนเพื่อไล่ออกซิเจนในกล่อง

การจัดการกับกล่องทั้งสามวิธีจะช่วยลดกลิ่น ลดแมลงตอม และทำให้การขนส่งมาที่โรงงานรีไซเคิลมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเทียบกับกล่องฟูๆ ซึ่งเปลืองพื้นที่และสิ้นเปลืองพลังงานในการขนส่ง

รีไซเคิล, หลังคาเขียว รีไซเคิล, หลังคาเขียว

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าทุกวันนี้มีจุดจัดเก็บกล่องเครื่องดื่มและขวดกระดาษที่ห้างสรรพสินค้า Big C ทั้ง 130 สาขาทั่วประเทศ หลังดื่มนมหรือเครื่องดื่มเสร็จ จัดเก็บด้วยวิธีการใดก็ได้ใน 3 วิธีข้างต้น แล้วนำไปหย่อนที่ Big C ซึ่งจะลำเลียงต่อไปยังโรงงานรีไซเคิล

เพื่อขยายการเดินทางและประโยชน์ของกล่องเครื่องดื่มและขวดกระดาษออกไป ให้กว้างและไกลมากขึ้นต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

Tetra Pak เป็นแบรนด์ที่ใส่ใจในการปกป้องอาหาร ผู้คน และอนาคต รวมถึงโลกของเรา ซึ่งก็คือธรรมชาติรายรอบตัว ความใส่ใจเหล่านี้นำไปสู่ความยั่งยืนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การใช้จากทรัพยากรทดแทนได้เป็นหลัก การเลือกวัสดุที่รักษาคุณค่าอาหาร การรีไซเคิลวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงโครงการ CSR ที่ทำเพื่อดูแลกระบวนการเหล่านั้นอย่างถูกต้องและมอบประโยชน์คืนสู่สังคมให้มากที่สุด

รีไซเคิล, หลังคาเขียว

‘โครงการหลังคาเขียว’ เป็นหนึ่งในโครงการรีไซเคิลหลักของบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทชั้นนำด้านกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้ร่วมมือกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ศูนย์รีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม โดย บริษัท ไฟเบอร์พัฒน์ จำกัด และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นในการดำเนินโครงการรณรงค์เพื่อสนับสนุนการคัดแยก จัดเก็บ และรีไซเคิล กล่องเครื่องดื่มใช้แล้วให้ประสบความสำเร็จสูงสุด

โดยร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายชุมชน โรงเรียน องค์กรต่างๆในการให้ความรู้ สร้างจิตสำนึกแก่ผู้บริโภคเรื่องการแยกจัดเก็บกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วมารีไซเคิล รวมถึงดูแล พัฒนาระบบจัดเก็บ และรีไซเคิลให้มีประสิทธิภาพ

Writer

Avatar

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load