สำหรับใครที่ไม่ได้ติดตามผลการแข่งขันซีเกมส์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เราอยากกระซิบว่า ทีมแบดมินตันไทยคว้าเหรียญทองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยกวาดมาทั้งหมด 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง

โดย 2 เหรียญทองในนั้นเป็นการคว้าเหรียญทองครั้งแรกในรอบ 18 ปี จากประเภทชายคู่ และเหรียญทองเหรียญแรกในรอบ 14 ปี จากประเภทคู่ผสม

แบดมินตันไทย

เรานัดพบ 4 นักแบดบินตันทีมชาติไทยหลังจากคว้าเหรียญที่ซีเกมส์ 2017 ประเทศมาเลเซีย กลับมาครองได้สำเร็จ ประกอบด้วย บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์, สกาย-กิตตินุพงษ์ เกตุเรน, ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และ เอิร์ธ-พุธิตา สุภจิรกุล ที่ศูนย์ฝึกแบดมินตันและวิทยาศาสตร์การกีฬา สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หรือ SCG Badminton Academy ศูนย์ฝึกแบดมินตันควบคู่กับวิทยาศาสตร์การกีฬา ไล่ตั้งแต่ด้านสรีรวิทยาการออกกำลังกาย ด้านจิตวิทยาการกีฬา ด้านโภชนาการ และด้านเวชศาสตร์การกีฬา ซึ่งทุกด้านที่ว่ามาล้วนแล้วแต่เป็นเบื้องหลังสำคัญที่ทำให้ทีมชาติไทยเราสามารถสร้างประวัติศาสตร์สำคัญในครั้งนี้

แบดมินตันไทย แบดมินตันไทย

ศูนย์ฝึกแห่งนี้เปรียบเสมือนโรงเรียนประจำของนักแบดมินตันรุ่นเยาว์ไปจนถึงทีมชาติที่มีผลงานโดดเด่น หลายๆ คนเข้ารับการฝึกฝนและพัฒนาจนมีผลงานในระดับโลก

และต่อไปนี้คือเรื่องราวและบทบาทของ SCG Badminton Academy จากปากของฮีโร่ซีเกมส์ทั้ง 4 คน

แบดมินตันไทยแบดมินตันไทย

1.

เราพบกับ เอิร์ธ-พุธิตา สุภจิรกุล หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มวัย 21 ปี เจ้าของส่วนสูง 183 เซนติเมตร ในห้องฟิตเนส

เอิร์ธคือนักแบดมินตันประเภทหญิงคู่ทีมชาติไทยที่เข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 15 ปี และเป็นเจ้าของเหรียญเงินในกีฬาซีเกมส์ 2017 ร่วมกับ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

อิร์ธเติบโตในครอบครัวนักกีฬาซึ่งมีคุณพ่อและคุณแม่เป็นอดีตนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย แต่เธอเลือกเส้นทางเดินของตัวเองในกีฬาแบดมินตันและมุ่งมั่นฝึกซ้อมจนก้าวสู่ระดับโลกได้สำเร็จ เธอบอกกับเราว่า ด้วยส่วนสูงและช่วงตัวทำให้เธอได้เปรียบในเรื่องการใช้พื้นที่

แบดมินตันไทย

“แบดมินตันเป็นเกมที่ค่อนข้างใช้ร่างกายเยอะ เราจึงต้องรักษาร่างกายให้สมบูรณ์พร้อมและอยู่กับเราได้นานที่สุด โค้ชจะสอนเสมอว่ามันเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเราได้เลย ถ้าเปรียบเทียบชีวิตกับแบดมินตันเราก็เหมือนอยู่ในคอร์ตสี่เหลี่ยมนี่แหละ มีกฎ มีระเบียบ และมีขอบเขต และทุกอย่างคงไม่สบายหรือถูกใจเราไปทั้งหมด แต่เรายังมีเน็ตเป็นความยืดหยุ่นที่สามารถทำบางอย่างที่ข้ามเขตแดนไปได้ ซึ่งเราจะทำอะไรก็ได้ในส่วนความยืดหยุ่นนั้น”

คำสอนของ โค้ชโอมเทศนา พันธ์วิศวาส หัวหน้าผู้ฝึกสอนของศูนย์ฝึกแห่งนี้ ทำให้เอิร์ธมองแบดมินตันอย่างเข้าใจมากขึ้น และมองเห็นเป้าหมายของตัวเองชัดเจนอยู่เสมอ

“วินัยของนักกีฬาไม่ได้มีแค่เรื่องการฝึกซ้อมอย่างเดียว แต่รวมถึงอาหารการกินของเราด้วยที่ช่วยทำให้ร่างกายของเราสมบูรณ์พร้อม ถ้าเราขาดตรงนี้ไปเราอาจจะเจ็บหรืออาจจะฟอร์มตกได้ แต่ถ้าทำได้และรักษาสภาพนี้ไว้ได้นานมันจะเป็นโมเมนต์ที่ดีที่สุดตั้งแต่เราเล่นแบดมินตันมาเลย เรามีโอกาสขึ้นไปอยู่ท็อปเท็น และถ้าเรายังฟอร์มดีแบบนี้ไปอีก 5 – 10 ปีเราก็สามารถไปได้ไกลมากขึ้น เราต้องซ้อมให้หนักกว่าเดิม พัฒนาตัวเองต่อไป แล้วเราจะไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้”

ซึ่งที่ศูนย์ฝึกแห่งนี้ก็มีนักโภชนาการที่เข้ามาช่วยออกแบบเมนูอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายของนักกีฬาแต่ละคนแตกต่างตามมวลของร่างกาย

แบดมินตันไทย

เมื่อชวนคุยถึงเส้นทางชีวิตนักกีฬาของ เธอว่าการได้ไปแข่งขันโอลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิลเมื่อปีที่ผ่านมาคือการต่อสู้ที่คุ้มค่ามากที่สุด เพราะกฎมีอยู่ว่านักกีฬาที่จะไปแข่งขันรายการนี้ได้ต้องเก็บคะแนนเพื่อไต่อันดับไปให้ถึงที่ 1 – 12 ของโลกภายในระยะเวลา 1 ปี

“ในช่วง 6 เดือนแรกเราตกรอบแรกหมดเลย แทบจะไม่เห็นโอกาสที่จะได้ไปโอลิมปิกด้วยซ้ำ แต่เรายังไม่ยอมแพ้ เราเชื่อมันในโค้ช เชื่อมันในแผนของเรา เราบอกตัวเองทุกวันว่าเชื่อมั่นนะว่าเราทำได้ ช่วงเวลา 6 เดือนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เรากดดันมาก ในช่วงนั้นทั้งเราและพี่ป้อกดดันมาก กว่าเราจะผ่านไปได้อุปสรรคมันเยอะมาก เราตั้งใจจะไปโอลิมปิก แต่ว่าคะแนนเราตามหลังคนอื่นตลอด จนมาแซงรายการสุดท้ายของการเก็บคะแนน ซึ่งมันเหมือนเราได้ปลดปล่อยทุกอย่าง”

เล่าถึงตรงนี้ เราเห็นรอยยิ้มภูมิใจปรากฏบนใบหน้าของเธอ

2.

นักหวดลูกขนไก่อีกคนที่ต่อสู้เคียงข้างเอิร์ธมาคือ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันประเภทหญิงคู่ และคู่ผสมทีมชาติไทย วัย 25 ปี

แบดมินตันไทย

ปอป้อเข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 15 ปี เธอคือนักแบดมินตันประเภทหญิงคู่มืออันดับ 11 ของโลก คู่กับเอิร์ธและนักแบดมินตันประเภทคู่ผสม มืออันดับ 7 ของโลก คู่กับบาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์อีกทั้งยังเป็นนักแบดมินตันคนแรกของโลกที่คว้าแชมป์แบดมินตันระดับ Grand Prix Gold ได้ครบทั้ง 3 ประเภท ทั้งหญิงเดี่ยว หญิงคู่ และคู่ผสม หากให้ไล่เรียงผลงานในชีวิตนักกีฬาพื้นที่ตรงนี้คงไม่เพียงพอสำหรับเส้นทางการต่อสู้ของเธอ

ดูเหมือนเส้นทางการเป็นนักกีฬาของปอป้อจะโรยด้วยกลีบกุหลาบและอยู่ในช่วงขาขึ้นจนถึงขีดสุด แต่เมื่อการแข่งขันซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซียที่ผ่านมา เธอประสบอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขันจนต้องกลับมาพักนานกว่าที่เคย

แน่นอนว่าสิ่งที่เธอต้องเผชิญมากกว่าอาการบาดเจ็บคือความผิดหวัง แต่เธอยังยืนยันว่าไม่ยอมหมดหวังในตัวเอง

แบดมินตันไทย

“ตั้งแต่เคยบาดเจ็บมาครั้งนี้เจ็บมากที่สุดและค่อนข้างสำคัญกับเรามาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ต้องหยุดสักพักและเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน ตอนแรกก็เครียดเพราะเราไม่เคยต้องหยุดนานขนาดนี้มาก่อน อย่างมากก็พัก 2 สัปดาห์ก่อนปีใหม่ หลังจากนั้นเราก็กลับมาซ้อมต่อ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราก็จะได้รู้ว่าเราพลาดตรงไหน มันทำให้เรารู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ มันเป็นบทเรียนให้เราไม่ประมาทกับร่างกายของตัวเอง”

โชคดีที่ศูนย์ฝึกที่เรามาเยือนมีความพร้อมในการดูแลด้านเวชศาสตร์การกีฬา ทำให้ปอป้อคลายกังวลเรื่องอาการบาดเจ็บได้มาก แม้กายจะยังไม่กลับมาสมบูรณ์พร้อมเต็มร้อย แต่หัวใจของเธอยังพร้อมรับมือกับความผิดหวังเสมอ และเธอไม่เคยคิดจะหยุดพัฒนาตัวเองเลยสักครั้ง

“ทุกแมตช์มันให้บทเรียนกับเราหมดเลย ถึงเราชนะแล้ว เป็นแชมป์แล้ว เราอาจจะคิดว่าเราไม่มีข้อบกพร่อง แต่ในเกมส์นั้นยังไงเราก็มีจุดบกพร่องและมีจุดด้อยที่ต้องเอามาพัฒนาต่อ ถ้าแพ้เราก็ต้องมาดูว่าเราแพ้ในเรื่องอะไร เราแพ้เขาตรงไหน แล้วเราก็ต้องกลับมาศึกษาคู่แข่งคนนั้น”

3.

ที่มุมหนึ่งในศูนย์ฝึก เราพบ บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันประเภทชายคู่ และคู่ผสมทีมชาติไทย วัย 20 ปี

แบดมินตันไทย

บาสเริ่มต้นเล่นแบดมินตันอย่างจริงจังตั้งแต่ 7 ขวบและทำผลงานเข้าตาจนได้เข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 14 ปี แม้ว่าในการแข่งขันซีเกมส์ 2017 ที่ผ่านมาจะเป็นซีเกมส์ครั้งแรกที่เขาได้ลงแข่ง แต่ด้วยความแข็งแกร่ง วินัยในการฝึกซ้อม และความมุ่งมั่นของเขา ทำให้บาสสามารถทำผลงานได้ถึง 2 เหรียญทอง

เหรียญแรกในการแข่งขันประเภทคู่ผสมกับ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และเหรียญที่สองประเภทชายคู่กับ สกาย-กิตตินุพงษ์ เกตุเรน

แต่เบื้องหน้าความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงบาสคนเดียวเท่านั้น ซีเกมส์ทำให้บาสมองเห็นอีกหลายชีวิตที่อยู่นอกสนามและคอยผลักดันให้เขาไปถึงจุดหมาย นอกจากครอบครัวที่เป็นผู้สนับสนุนในความฝันของบาสตั้งแต่เด็กจนโตแล้ว แต่ยังมีผู้คนในศูนย์ฝึกที่เปรียบเสมือนอีกครอบครัวหนึ่งที่ทำให้บาสพร้อมรับมือกับการแข่งขันทุกรูปแบบ

เพื่อน โค้ช และทุกคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังในศูนย์ฝึกแห่งนี้ คือส่วนสำคัญที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ

แบดมินตันไทย

“ในช่วงที่ไปแข่งซีเกมส์จะมีคนที่แข่งประเภททีมเสร็จแล้วไม่ได้ลงแข่งต่อ แต่เขาก็ยังมานั่งเป็นกองเชียร์ให้เพื่อน คอยซัพพอร์ตเพื่อน คอยออกมายืดให้เวลาเพื่อนตีเสร็จ เวลาแข่งเสร็จก็หาข้าวมาให้กิน คนเหล่านี้คือคนที่อยู่ทีมเดียวกันกับเราทั้งนั้น การแข่งขันครั้งนี้มันเลยไม่ได้มีแค่ตัวเรา แต่ทำให้เราเห็นคนอื่นๆ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเราด้วย”

นอกจากเพื่อนร่วมทีมแล้ว บาสบอกว่าระบบของ SCG Badminton Academy คือส่วนสำคัญที่ทำให้เขาพัฒนาได้เร็วกว่าเดิม

“การจะลงแข่งในแมตช์ระดับโลกได้ อันดับแรก คือการเตรียมความพร้อมให้นักกีฬา ความโชคดีของเราคือเรามีที่นี่ซัพพอร์ตให้ทุกอย่าง ไม่ว่านักกีฬาขาดเหลืออะไรเขาจะหามาให้เพื่อให้เราเล่นได้อย่างเต็มที่ อย่างเพื่อนบางคนเท้าไม่ดี ใส่รองเท้าไม่ค่อยได้ ทีมที่ดูแลเขาก็ไปตัดพื้นรองเท้าให้ บางคนอาจจะมองข้ามเรื่องเล็กๆ แบบนี้ แต่จริงๆ แล้วมันก็สำคัญมาก หรืออย่างอาการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการเล่นก็สำคัญเช่นกัน คนที่บาดเจ็บจะได้รับการดูแลที่ถูกต้องโดยนักเวชศาสตร์การกีฬา มีการต้องลงบ่อน้ำร้อนน้ำเย็นเพื่อทำกายภาพเพื่อฟื้นตัวให้กลับมาเล่นได้ การเตรียมความพร้อมให้นักกีฬาในทุกๆ ด้านจึงทำให้ความกังวลในการแข่งขันน้อยลง”

4.

ผู้ต่อสู้เคียงข้างบาสในการแข่งขันประเภทชายคู่คือ สกาย-กิตตินุพงษ์ เกตุเรน นักแบดมินตันวัย 21 ปี ที่เข้าร่วม SCG Badminton Academy ตั้งแต่อายุ 14 ปี

แบดมินตันไทย

ด้วยความรักและผูกพันกับแบดมินตันมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวเปิดคอร์ตแบดมินตันของตัวเอง ทำให้สกายหันมาเอาดีด้านแบดมินตันตั้งแต่ 7 ขวบและมุ่งสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพมาตลอด

สกายเล่าว่า ในขณะแข่งขันมักจะมีสิ่งเร้ารายล้อมอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเสียงของกองเชียร์ ความยากในการแข่งขัน กรรมการ และความคาดหวังในตัวเอง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่นักกีฬาจะไม่รู้สึกกดดันกับการแข่งขันแมตช์สำคัญระดับชาติ

โดยเฉพาะในการแข่งขันซีเกมส์ 2017 ที่เป็นซีเกมส์ครั้งแรกของสกายเช่นกัน กว่าจะมีพลังใจที่แข็งแกร่งได้เขาต้องผ่านการเรียนรู้จากนักจิตวิทยาจนนับครั้งไม่ถ้วน

“ก่อนลงสนามเราจะหาที่เงียบๆ เพื่อรวบรวมสติก่อน พอลงไปแล้วก็ต้องโฟกัสอยู่กับตัวเอง ไม่ต้องสนใจกรรมการ ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง โดยเฉพาะกรรมการที่เราไม่สามารถบังคับการตัดสินของเขาได้ ลูกไหนจะฟาวล์หรือได้คะแนนมันอยู่ที่ดุลพินิจของเขา เรามีหน้าที่แค่เล่นให้ดีที่สุดตามเกมที่เราซ้อมมา”

หนึ่งในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของนักกีฬาของศูนย์ฝึกแห่งนี้คือการมีทีมนักจิตวิทยาที่เข้ามาช่วยสอนกระบวนการคิดและแก้ปัญหาให้นักกีฬาอย่างตรงจุด

แบดมินตันไทย

“วิธีสอนของเขาคือเขาจะชี้ให้ดูเหตุผลว่า ถ้าเราไปหงุดหงิดหัวเสียตามกรรมการหรือคนอื่นๆ ถ้าเสียก็เสียเพราะการควบคุมไม่ได้ของเราเอง ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้อะไรเลย แถมเรายังต้องหงุดหงิดเพราะกรรมการและทำให้เล่นไม่ได้ตามแผนที่ซ้อมมา แต่ถ้าเราจัดการกับอารมณ์นี้ได้ และคิดแค่ว่าแต้มนี้ตีเสียไปก็ช่างมัน เราก็แข่งต่อไปได้”

ในยามที่การแข่งขันดุเดือด ปฏิเสธไม่ได้ว่าความกดดันคือสิ่งที่ก่อตัวขึ้นมาได้เร็วที่สุด แต่วิธีการที่นักจิตวิทยาแนะนำ ทำให้สกายมองสิ่งรอบกายที่เข้ามาปะทะอารมณ์เป็นสิ่งเล็กน้อยในชีวิต

“นักจิตวิทยาจะแนะนำวิธีลดความกดดันในการแข่งขันว่าให้เล่นทีละแต้ม เล่นเหมือนแต้มศูนย์เท่า สมมติว่าตอนนี้แต้ม 18-20 เมื่อเทียบกับ 2-0 แล้วจริงๆ คะแนนมันก็ห่างเท่ากัน แต่ในสถานการณ์มันต่างกัน ซึ่งความกดดันมันก็ต่างกันด้วย แต่เขาสอนให้เรามองอีกมุม ให้เราลองคิดว่าเราเล่นเหมือนไม่รู้แต้ม และเล่นเหมือนทุกๆ แต้มที่ผ่านมา เล่นแบบสบายใจ และเล่นให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดเหมือนที่เราซ้อมมา”

หลังจากพูดคุยกับเหล่าฮีโร่เรียบร้อย เราออกมายังทางที่เราเข้า และเมื่อมองจากด้านนอก เราสังเกตเห็นประตูห้องซ้อมของศูนย์ฝึกยังเปิดกว้าง และมีนักแบดมินตันเดินเข้าไปทำตามความฝันอยู่ตลอดเวลา

แบดมินตันไทย

แบดมินตันไทย

Writer

ธนาวดี แทนเพชร

ครีเอทีฟประจำ The Cloud ชอบใช้หลายทักษะในเวลาเดียวกัน จึงพ่วงตำแหน่งนักเขียนมาด้วยเป็นบางครั้ง ออกกองตามฤดูกาล จัดทริปและเดินทางเป็นงานอดิเรก

Photographer

ลักษิกา จิรดารากุล

ช่างภาพที่ชอบกินบะหมี่ ถูกชะตากับอาหารสีส้ม และรักกะเพราไก่ใส่แครอท

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

พลาสติกคือขยะ ต้องลดการใช้ให้สิ้น

พลาสติกคือองค์ประกอบสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยต่อชีวิตผู้คน

2 ประโยคนี้อาจฟังดูขัดแย้งกัน แต่เป็นคำนิยามคู่พลาสติกช่วงปีที่ผ่านมาในสังคม

ในฟากหนึ่ง การผลิต ใช้งาน และกำจัดพลาสติกที่ย่อยสลายเองไม่ได้แบบผิดๆ ย่อมส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และกระทบสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงในระดับที่มนุษย์ไม่ควรรีรอนิ่งเฉยอีกต่อไป

อีกด้านหนึ่ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพลาสติกกลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้มนุษย์ในชีวิตประจำวันและการทำงาน โดยเฉพาะในช่วงโควิด 19 ที่การใช้งานพลาสติกพุ่งสูงขึ้น จากความจำเป็นในการสั่งเดลิเวอรี่ การใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์และความปลอดภัย

เมื่อยังมีการใช้งานอยู่ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ การหาวิธีผลิตและบริหารจัดการพลาสติกเหล่านั้นอย่างรับผิดชอบร่วมกันของผู้คนในสังคมและองค์กรต่างๆ เพื่อให้เกิดคุณค่าในการใช้งานสูงสุด

หนึ่งในบริษัทที่ตื่นตัวเรื่องนี้เป็นอย่างดี พยายามปรับเปลี่ยนกระบวนการมาอย่างต่อเนื่องคือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้ดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลเพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต รวมทั้งอยู่ร่วมกับสรรพสิ่งรอบข้างได้อย่างลงตัว

ช่วงปีที่ผ่านมา GC ผลักดันนวัตกรรมพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคม หนึ่งในโครงการที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้คือ ‘Greater Care Charity by GC & Customers’ ที่ร่วมมือกับบริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ GCM ผู้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ และ 84 องค์กรพันธมิตร ผลิตและส่งมอบนวัตกรรมจากพลาสติกให้แก่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด 19 เสริมกำลังให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ในวันที่ต้องเผชิญความเสี่ยงสูง โดยคำนึงถึงวิธีการจัดการพลาสติกให้เกิดคุณค่าสูงสุดอย่างปลอดภัย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

เมื่อพลาสติกสามารถสร้างประโยชน์ในสถานการณ์วิกฤต The Cloud นัดหมายคุยกับ คุณปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ของ GC เพื่อสอบถามถึงการทำงานเบื้องหลังของโครงการนี้ และแนวทางการพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกับการสนับสนุนสังคม ผ่านความเชี่ยวชาญขององค์กรชั้นนำระดับประเทศ

เพราะไม่มีใครอยู่รอดได้ด้วยตัวเองเพียงตัวคนเดียวอีกต่อไป วินาทีนี้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อรักษาชีวิตผู้คนและโลกใบนี้ให้คงอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

พลาสติกเพื่อการแพทย์

“GC ให้ความสนใจและพัฒนาเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์มานาน” คุณปฏิภาณกล่าว จากทิศทางของบริษัทที่ไม่ต้องการเป็นเพียงผู้ผลิตเม็ดพลาสติกเกรดทั่วไปเท่านั้น แต่สร้างโซลูชันที่มีความคงทนและคุณค่ามากขึ้น ยกระดับการผลิตพลาสติก เพื่อช่วยตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม โดยอุปกรณ์การแพทย์ถือเป็นแวดวงหนึ่งที่พลาสติกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง 

เพราะพลาสติกมีคุณสมบัติเรื่องความยืดหยุ่น เบา ทนทาน ขึ้นรูปง่าย ผลิตปริมาณมากได้ในเวลาอันสั้น ป้องกันสารคัดหลั่งซึมผ่าน นำไปฆ่าเชื้อทำความสะอาดต่อได้ จึงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ เช่น ชุดกาวน์ หน้ากากอนามัย ชุด PPE ฯลฯ

แม้จะดูไม่ซับซ้อน แต่การผลิตให้ใช้งานได้ในทางการแพทย์ ต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่และความใส่ใจในรายละเอียดขั้นสูง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อชีวิตของมนุษย์ ซึ่ง GC เคยผ่านการร่วมมือและร่วมผลิตอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาผู้ป่วย รวมถึงอำนวยความสะดวกให้บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศมาแล้ว

เมื่อวิกฤตจากโควิด 19 ยืดเยื้อนานขึ้น GC เห็นช่องว่างที่มีอยู่ในสังคม และร่วมเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ เพิ่มเติมจากหลายโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่การแพร่ระบาดในระลอกแรก

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

“GC เห็นว่าอัตราการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาที่ศูนย์พักคอยและโรงพยาบาลสนาม แต่อุปกรณ์ภายในอาจยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด เช่น อายุการใช้งานค่อนข้างสั้น ไม่ทนทานต่อสารคัดหลั่ง ทำความสะอาดยาก ซึ่งจริงๆ การช่วยเหลือตรงนี้เป็นเรื่องดีและทำได้เร็ว สิ่งที่มองเห็นว่าทำได้เพิ่ม คือการเข้าไปเสริมสิ่งที่ยังขาดอยู่”

“ปกติเราจัดกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับลูกค้าทุกปี เช่น การจัดงานสัมมนา แต่ปีนี้ไม่เหมาะจะจัดอยู่แล้ว เราจึงคุยกันว่า เอางบประมาณตรงส่วนนี้มาร่วมทำประโยชน์ให้กับสังคมดีกว่า”

เนื่องจาก GC ร่วมงานกับกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตพลาสติกที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ทำงานสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal หรือ SDGs) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การผนึกกำลังจาก 84 องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลากหลายจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พันธมิตรเราต่างมีปรัชญาการทำธุรกิจแบบเดียวกัน คือเข้าใจเรื่องความยั่งยืน ให้ความสำคัญกับสมดุลของ 2E1S คือ Economic, Environment และ Social พอเกิดวิกฤตแบบนี้ขึ้น ทุกคนพูดภาษาเดียวกันและเข้าใจทันที” คุณปฏิภาณกล่าว

ผลลัพธ์จากโครงการนี้คือ ผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบให้โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย 4 แห่งใน 3 จังหวัด คือ สมุทรสาคร สมุทรปราการ และระยอง โดยมีตั้งแต่เตียงสนาม 1,000 เตียง ผลิตจากพลาสติก HDPE (High Density Polyethylene) แบรนด์ InnoPlus ที่ถอดประกอบง่าย ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที รับน้ำหนักได้มากถึง 200 กิโลกรัม ฆ่าเชื้อได้ง่ายด้วยน้ำยาและความร้อน ใช้ซ้ำเพื่อรองรับผู้ป่วยใหม่และนำกลับมารีไซเคิลได้ ดูแลการผลิตโดยบริษัท AEROKLAS

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร
Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

ชุดกาวน์กันน้ำ 10,500 ชุด จากเม็ดพลาสติก PE ผลิตโดย Thai Hospital Products และชุดคลุมปฏิบัติการ 3,600 ชุดสำหรับพื้นที่ที่ความเสี่ยงไม่สูง ผลิตจากเส้นใย PET สามารถนำไปทำความสะอาดและกลับมาใช้ซ้ำได้ร่วม 20 ครั้ง

ล็อกเกอร์เก็บของขนาดกะทัดรัดจากเม็ดพลาสติก LLDPE ที่แข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา 

ถังและถุงขยะป้องกันการติดเชื้อที่มีสีแดงเด่นชัดเจน เพื่อให้คนระมัดระวัง รวมถึงมอบข้าวของเครื่องใช้และขนมที่ผลิตจากข้าวในชุมชนจังหวัดระยองที่ GC ให้การสนับสนุน เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้ ผ่านการคิดอย่างครอบคลุมโดยคำนึงถึงอนาคตระยะยาวไว้ด้วย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

“เรานึกถึงการใช้งานในภายหลัง เช่น เตียงที่ผลิตออกมาเป็นพันเตียง ถ้าเกิดโควิด 19 หายไป เราเอาไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อได้ง่าย ต่อเป็นโต๊ะไว้ทำอย่างอื่นหรือเอาไปรีไซเคิลอีกทีก็ได้ เพราะเป็นพลาสติกประเภทเดียวกันทั้งหมด เก็บรวบรวมไปรีไซเคิลได้โดยตรงเลย”
เมื่อนับรวมการบริจาคทั้งหมด GC และพันธมิตรได้ส่งมอบชุดกาวน์ PE กว่า 4 ล้านชุด เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ให้ปลอดภัยอีกมากมาย เข้าถึงมากกว่า 6,181 สถานพยาบาลและหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ และยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมในสิ่งที่ทำได้ ร่วมกับพันธมิตรที่เห็นพ้องต้องกัน

“GC ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เรื่อยๆ โดยดูความต้องการที่เร่งด่วนและสิ่งที่เรามีในปัจจุบัน หากบริษัทใดอยากช่วยเหลือร่วมกัน เราพร้อมเป็นผู้ประสานงานและสนับสนุน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนให้ได้เร็วที่สุด”

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

Chemistry for Better Living

โครงการนี้เป็นเพียงหนึ่งในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม GC ยังมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการและวางแผนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาวไว้อย่างครอบคลุม

เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์ม YOUเทิร์น เปิดรับพลาสติกประเภท HDPE และ PET ที่ใช้แล้วให้กลับเข้าสู่กระบวนการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาต้นทางเรื่องการทิ้งขยะอย่างกระจัดกระจาย ซึ่งในช่วงโควิด 19 YOUเทิร์น ได้ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อระดมขวดพลาสติกมาผลิตชุด PPE ในโครงการ ‘แยกขวดช่วยหมอ’ อีกด้วย

อีกทั้งอยู่ในช่วงศึกษาเทคโนโลยีสำหรับ Chemical Recycling เพื่อแปรรูปขยะปนเปื้อนที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแบบปกติ โดยการทำให้พลาสติกกลับไปเป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบตั้งต้นของเคมีภัณฑ์และนำไปผลิตต่อเป็นอย่างอื่นได้ ตามแนวคิด Circular Economy ที่ทำให้ทรัพยากรมีการหมุนเวียนและสร้างคุณค่าสูงสุด

รวมถึงการสร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) แบบครบวงจร ใช้วัตถุดิบเป็นน้ำตาลจากอ้อยจากเกษตรกรไทย เพื่อผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดการแตกตัวเป็นไมโครพลาสติก แม้จะต้องใช้ต้นทุนสูงในตอนแรกและมีกระบวนการที่ยาวนานกว่า ไม่อาจทดแทนพลาสติกดั้งเดิมได้ทั้งหมด แต่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต ควบคู่ไปกับการผลิตพลาสติกที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นหนทางช่วยลดการปลดปล่อยมลภาวะและก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เตรียมพร้อมเพื่อรับมือในวันที่สถานการณ์โควิด 19 กลับมาเป็นปกติ และการใช้งานพลาสติกอาจมีปริมาณมากขึ้น

แต่เท่านี้ คงไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อโลกใบนี้

“ทุกคนมีส่วนสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ตั้งแต่การคัดแยกขยะต้นทางเพื่อให้รีไซเคิลได้ง่าย ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ปลายทางที่ผลิตขึ้นมาใหม่ราคาไม่สูงสำหรับผู้ใช้งาน และควรมีหน่วยงานที่กำกับดูแล ออกนโยบายกระตุ้นให้ภาคส่วนต่างๆ เห็นข้อดีของการปรับเปลี่ยนเชิงธุรกิจ และดำเนินการให้ถูกต้องได้ง่ายขึ้น”

เพื่อให้พลาสติกกลายเป็นที่สิ่งมีคุณค่าต่อมนุษย์ โดยไม่ทำร้ายชีวิตและสิ่งแวดล้อม และเราผ่านพ้นวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นไปได้ด้วยกัน

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load