13 Sep 2017
4 PAGES
6 K

เขาว่ากันว่า Don’t judge a book by its cover. อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก แต่งาน 100 ANNUAL BOOK AND COVER DESIGN 2017 นี้เขาตัดสินหนังสือกันที่ปกล้วนๆ เนื้อหาไม่เกี่ยว สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ร่วมมือกับสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย (ThaiGa) จัดงานตัดสินร้อยปกหนังสือดีประจำปี เพื่อรวบรวมดีไซน์ยอดเยี่ยมในวงการหนังสือไทยไว้ในที่เดียว

จากผลงานปก 351 เล่ม และรูปเล่ม (layout) 32 ผลงานที่ส่งเข้ามา มีปกหนังสือ 80 เล่ม และรูปเล่ม 20 เล่มที่เข้าตาคณะกรรมการ

สิโรตม์ จิระประยูร เจ้าของร้านหนังสือ The Booksmith และกราฟิกดีไซเนอร์ วีร์ วีรพร เห็นตรงกันว่าภาพรวมของปกปีนี้ไม่หวือหวาหรือแตกต่างจากปีที่แล้วมากนัก ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มในท้องตลาดที่ดีไซน์สวยงาม แต่ไม่ได้ส่งเข้าประกวด อย่างไรก็ตาม พวกเขาคิดว่าเวทีนี้สามารถช่วยกระตุ้นวงการออกแบบปกหนังสือให้น่าสนใจขึ้น

“เราควรจะให้ความสำคัญกับทุกแง่มุมของการผลิตหนังสือ มันเป็นสื่อส่งต่อความรู้ได้ง่ายที่สุด หนังสือที่ดี เมื่อได้ปกที่น่าสนใจ ก็ยิ่งเพิ่มคุณค่าให้หนังสือ ทำให้คนอยากเสพข้อมูลนั้นมากขึ้น กราฟิกดีไซเนอร์ทำหน้าที่เหมือนคนปรุงอาหาร ถ้าเราหาวัตถุดิบที่มีโภชนาการดี แต่ปรุงไม่ดี ไม่สวย คนก็ไม่อยากกิน ดังนั้น การออกแบบหนังสือให้น่าอ่าน น่าเก็บ จะทำให้มันเข้าถึงคนจำนวนมาก”

วีร์อธิบายคุณค่าของปกในฐานะนักออกแบบ ส่วนสิโรตม์แสดงความเห็นในฐานะเจ้าของร้านหนังสือว่า หน้าปกที่ดีมีหน้าที่ดึงดูดใจ ขายเรื่องราวเนื้อใน และต้องทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อลงสนามชั้นวางในร้านหนังสือ

“ปกหนังสือมีเทรนด์ของมัน มีบางช่วงหนังสือท่องเที่ยวมินิมัลทุกปก ท้องฟ้ากว้างๆ มีก้อนเมฆ มีหญ้านิดนึง พอมีปกนึงที่จัดเต็ม มันกลายเป็นหนังสือที่เด่นที่สุดในหมวดไปเลย ใครเข้ามาต้องเดินไปจับหนังสือเล่มนี้ก่อน กลายเป็นหนังสือขายดี กินขาดหมดเลยทั้งชั้น เวลาผมมองหนังสือ ก็อยากได้มุมมองแบบนี้จากผู้ออกแบบ งานออกแบบอาจจะมีเทรนด์ แต่ต้องมีความสร้างสรรค์ของเขาที่ไม่ยึดติดกับยุคสมัย”

กราฟิกดีไซเนอร์แห่ง Conscious Studio เสริมว่า หนังสือที่ส่งเข้ามาปีนี้มีทั้งประเภท Fiction, Non-fiction และหนังสือเด็ก ซึ่งครั้งต่อๆ ไปควรจะแยกประเภทหนังสือเพื่อเปิดพื้นที่ให้ความหลากหลาย

“หนังสือเด็กของไทยมักออกแบบให้น่ารัก เรียบง่าย สีสันสดใส ชั้นเชิงออกแบบไม่ค่อยวิจิตรเท่าหนังสือเด็กของต่างชาติ และเสียเปรียบหน้าปกหนังสือผู้ใหญ่ที่ออกแบบลึกซึ้งไม่ได้ ผมคิดว่าปีหน้าควรจะแยกประเภท แบ่งหนังสือเด็ก หนังสือซีรีส์ ออกไป ปกคล้ายๆ กันจะได้แค่รางวัลเดียว ไม่เบียดที่คนอื่น

“ผมให้น้ำหนักกับหนังสือ Non-fiction เพราะบางทีเนื้อหาหนัก จริงจัง หรือนามธรรมมากๆ แต่ยังอุตส่าห์ทำให้มันน่าสนใจได้ ถัดมาก็เรื่องการเอาเนื้อหามาตีความเป็นปกได้น่าสนใจ คิดต่อ หรือปล่อยให้จินตนาการต่อ เช่น ปกที่ผมชอบมากคือการเมืองในพระพุทธรูป พูดเรื่องพระพุทธรูปแต่ไม่มีรูปพระพุทธรูป มีแต่แท่นแล้วเว้นที่ตรงกลางไว้ใส่หนังสือ อย่างนี้มันเกิดการเล่นระหว่างตัวหนังสือกับภาพ วิชวลสามารถเล่นกับเนื้อหาให้ไปในทางเดียวกันหรือขัดแย้งกัน เพื่อก่อให้เกิดความสงสัย

“ผมค่อนข้างชอบปกหรือเลย์เอาต์ที่มีความเฉพาะแบบไทยๆ ไม่ใช่สูตรที่ฝรั่งเคยทำมาแล้ว เช่น ถ้าเป็นหนังสือสวยๆ ใส่ลวดลายทองๆ จัดเสมอหน้าหลังเรียบร้อยในกรอบ ก็เป็นสูตรสำเร็จที่ทำให้หนังสือมีคุณค่า เป็นทางการ แต่ถ้าใช้กราฟิกทำให้มันน่าสนใจขึ้น มันก็น่าสนใจมากกว่า หรือถ้ามีอารมณ์ขันแทรกไปด้วยก็อาจจะดี”

กรรมการทั้งสองยังเห็นพ้องกันว่านักออกแบบปกหนังสือยังเป็นอาชีพที่ได้ค่าตอบแทนน้อย การแข่งขันไม่สูง การออกแบบที่น่าจดจำอาจทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น เพราะหลังจบงานนี้ หนังสือที่ได้รางวัลจะนำไปจัดนิทรรศการหนังสือที่ต่างประเทศ เป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้ผลงานผู้ออกแบบได้ถูกพบเห็นมากขึ้น น่าจะได้ประโยชน์กับทั้งผู้จัดพิมพ์และออกแบบ ทั้งยังเป็นมาตรฐานให้วงการรู้ว่าภาพรวมของดีไซน์ที่ดีในแต่ละปีอยู่ที่ไหน และเป็นการเก็บประวัติศาสตร์ที่ดี ยิ่งตัดสินและบันทึก เราก็จะรู้ว่าเทรนด์การออกแบบหนังสือในไทยเป็นแบบไหน นิยมใช้ตัวอักษร ภาพประกอบ หรือเทคนิคใหม่ๆ อย่างไร


ติดตามรายชื่อหนังสือที่ได้รับรางวัลทั้ง 100 เล่ม ได้ที่ Facebook:
100 ANNUAL BOOK AND COVER DESIGN 2017  

ภาพ: ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

CONTRIBUTORS

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการหมวดท่องเที่ยวประจำ The Cloud นอกจากสนใจการเดินทาง ยังชอบละครเวที งานฝีมือ ของมือสอง และเครื่องหอมต่างๆ

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

อดีตนักศึกษาสถาปัตย์ที่หันเหเปลี่ยนอาชีพมาเป็นช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก และนักหัดเขียน โดยพึ่งมีหนังสือของตัวเองเล่มแรกชื่อ 'ราชาสถาน นิทานตื่นนอน'