11 พฤศจิกายน 2560
1.95 K

แหม่…ก็เป็นสาววัยค่อนไป 30 แล้วนะคุณขา หากคุณนั้นวัยเดียวกัน แน่นอนว่ากาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว (หรืออาจจะประมาณอาทิตย์ที่แล้ว) เราเคยนั่งบิดผ้าห่ม จิกหมอน กอดกระดาษทิชชู่ และดูหนังโรแมนติกที่มี Meg Ryan (เม็ก ไรอัน) เป็นนางเอก และด้วยหลากหลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มพิฆาตระดับ a girl like you สมัยนี้ยังต้องอาย ทรงผมที่จะฟูหรือจะสั้นอันนำเทรนด์ไปทั่วโลก หรือเอกลักษณ์ตัวละครสาวเปิ่นๆ แต่จริงใจ ก็ล้วนผลักดันให้หนังที่แสดงโดยเม็ก ไรอัน ในยุค 80 – 90 เข้าข่ายหนัง Romantic Comedy ที่ครองใจเราเรื่อยมาจนโต

แล้วก็เดชะบุญอีกแล้วค่ะคุณขา หากในกรณีที่คุณได้มีโอกาสไปเยือนนิวยอร์ก สายติ่งเจ้เม็กรับประกันความฟิน เนื่องจากนิวยอร์กครองแชมป์เป็นโลเคชันสำคัญในหนังสองเรื่องสุดคลาสสิกอย่าง When Harry Met Sally และ You’ve Got Mail ส่งผลให้ร้านอาหารที่อยู่ในหนังนั้นโด่งดังเป็นเป้าหมายสำหรับชาวติ่งช่างมโนอย่างเรา

เคลียร์พื้นที่ (พุง) ให้เกลี้ยง ตีผมฟู แล้วออกเดินทางตามรอยกินกับเจ้เม็ก ครบเครื่องเรื่องคาวหวานที่นิวยอร์กกัน!

ร้านที่ 1 : “I’ll have what she’s having.”
Meg Ryan Meg Ryan Meg Ryan

“Where Harry met Sally… Hope you have what she had!” คือประโยคโฆษณาของร้าน Katz’s Delicatessen มาแค่นี้ สายติ่งเม็ก ไรอัน ก็คงจะเดาได้ไม่ยากว่าต้องเกี่ยวดองกับภาพยนตร์เรื่อง When Harry Met Sally เป็นแน่แท้ และคุณก็คิดถูกแล้วล่ะ! (อ่าว.. นี่ไม่คิดจะหักมุมอะไรนิดหนึ่งเลยเรอะ!) เพราะร้านนี้เองก็เป็นที่โลเคชันของฉากสุด (เสียง) ดังของหนังเรื่องนี้ เมื่อ Sally (เม็ก ไรอัน) แกล้งออแกสซึมซะดังลั่นร้าน จนป้านั่งโต๊ะข้างๆ ถึงกับตาลุกวาว อยากสั่งจานเดียวกับที่ Sally ทานน่ะแหละ (ว่ากันว่า ฉากนี้เม็ก ไรอัน ต้องแสร้งมีออแกสซึมยาวนานหลายรอบ เข้าขั้น 8 – 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว)

When Harry Met Sally

จริงๆ แล้ว ร้าน Katz’s ถือว่ามีชื่อเสียงมากๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นร้านที่อยู่ในหนังเรื่องนี้หรือไม่ เพราะดูจากรูปถ่ายของเซเลบที่เคยมาเยือนแปะเรียงรายรอบร้าน ตั้งแต่ Mickey Rourke, Bill Clinton, John Depp และแน่นอน Billy Crystal รวมไปถึงระยะเวลาการเปิดของร้านที่มีมาตั้งแต่ปี 1888 แล้ว เชื่อว่ามันจะต้องมีดีในตัวของมันเองอย่างแน่อน (Katz’s มีแม้กระทั่งหนังสือประวัติร้านตัวเอง ขายอยู่ Barnes & Noble อ่ะคิดดู!)

Katz’s Delicatessen

ที่ร้าน Katz’s Delicatessen นั้นจะขายอาหารในสไตล์ยิวเป็นหลัก โดยส่วนมากจะเป็นอาหารกินง่ายและหนัก เด่นๆ ก็คือแซนด์วิชไส้เนื้อต่างๆ Salami Pastrami และ Corned Beef ที่ขึ้นชื่อของร้าน แต่ที่ขึ้นชื่อกว่าไส้แซนด์วิช ก็คงต้องยกให้ความเนื้อทะลักล้นหนาเตอะราวกับเตารีด ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เจอแซนด์วิชที่มีเนื้อหนังโดนเด่นกว่าขนมปัง

แต่ก็ตามที่ขงจื้อ (ไม่) เคยกล่าวไว้ อะไรก็ตามที่มากไป เราก็จะไม่มีความสุข แซนด์วิชที่นี่ก็เช่นกัน ด้วยความที่เนื้อเยอะมากในก้อนเดียวนั้นสร้างความจุกได้สะท้านพุง หากสั่งเพื่อกินคนเดียวก็อาจจะจบวันด้วยยาระบายสักแผงให้ลดความพะอืดพะอม ดังนั้น…เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ใครจะไปร้าน Katz’s แนะนำให้ไปกับเพื่อน สั่งจานเดียว แล้วก็แบ่งกันกิน เพราะมันจะหั่นครึ่งให้อยู่แล้ว เพราะกินในปริมาณที่พอดี ก็คงจะอร่อยเลยทีเดียวล่ะ

 

Katz’s Delicatessen

Katz’s Delicatessen

Katz’s Delicatessen

ร้านที่ 2 : Well… if you don’t like Kathleen Kelly, I can tell you right now… you ain’t gonna like this girl.

You’ve Got Mail

 

สาวกของหวานและหนังหวานต้องมาทางนี้ๆ (กวักมือเรียกหย็อยๆ) กับหนึ่งโลเคชันจากภาพยนตร์เรื่อง You’ve Got Mail เอาใจคนที่ชอบขนมหวานจำพวกเค้กและขนมปังต่างๆ กับร้านที่มีชื่อน่ารักๆ ว่า Cafe Lalo โดยฉากในร้านนี้เป็นช่วงที่ Katherine (Meg Ryan) รอหนุ่มปริศนาอย่างใจจดใจจ่อ โดยที่ไม่รู้ว่าความจริงแล้วเป็น Joe (Tom Hanks) ผู้ชายที่เธอเกลียดที่สุดนั่นแหละ คือหนุ่มปริศนาที่รอ (จิกหมอนตามประหนึ่งมโนว่าตัวเองเป็นนางเอก)

Cafe Lalo นั้น เป็นร้านกาแฟในย่าน Upper West Side ซึ่งนอกจากจะมีชื่อเสียงในฐานะฉากสำคัญของเรื่อง You’ve Got Mail แล้ว ยังเป็นแหล่งแฮงเอาต์ยามดึกสำหรับคนที่อยากใช้เวลานอกบ้านแต่ไม่ใช่ตามผับบาร์ โดยเน้นขายเค้กที่เคลมใหญ่ไว้ว่ามีให้เลือกมากกว่า 100 ชนิด รวมไปถึงอาหารของกินเล่นนานาชนิดแล้วแต่จะสะดวกกระเป๋า หรือถ้ามาสายดึกก็ยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายให้เลือกสรร

Cafe Lalo

Cafe LaloYou've Got Mail

You've got mail

และด้วยความที่ตัวร้านตกแต่งโดยมีแรงบันดาลใจมาจากสไตล์ European ประกอบด้วยภาพประกอบแบบ Belle Epoque และหน้าต่างบานสูงโปร่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านนี้มักจะถูกใจคนหลายวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยสาวมานั่งเม้าท์กับเพื่อน คู่รักเดตหลังเลิกงานยามค่ำคืน หรือครอบครัวลูกเล็กเด็กแดง ที่หมุนเวียนกันเข้ามาทานอาหารและขนม พร้อมรูปสวยๆ ของบรรยากาศร้านติดไม้ติดมือกันไป

You’ve Got Mail

เพิ่มเติมสำหรับติ่งขั้นสุดของ You’ve Got Mail ขอแนะนำให้เดินอยู่ในช่วง Upper West Side ต่ออีกนิด ก็จะเจอหลากหลายโลเคชันจากหนังเรื่องนี้อีก เช่น ร้าน Starbucks ที่พระเอกนางเอกเข้าไปซื้อ และร้านขายของชำเก่าแก่ Zabar’s โดยทั้ง 2 ที่นี้ห่างจาก Cafe Lalo ไปเพียงไม่กี่ช่วงถนนเท่านั้น ถือว่าเป็นการเดินเล่นสูดบรรยากาศชวนให้เราเคลิ้มเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังเลยแหละ

Cafe Lalo

Writer & Photographer

ศิขรินทร์ ลางคุลเสน

นักเพ้อฝันมืออาชีพ งานประจำคือทาสแมว ส่วนยามว่างก็จัดทำกิจกรรมด้านภาพยนตร์กับเพื่อนๆ ในนาม "YOUNG จะทำ”

What I’ve Scene

เที่ยวตามรอยหนังเรื่องโปรดไปทั่วโลก

สำหรับเราแล้วเซี่ยงไฮ้น่าจะเป็นเมืองใหญ่ที่เอะอะมะเทิ่งมากที่สุดตั้งแต่เคยเดินทางมา ทั้งเสียงคนพูดกันดังข้ามฝั่งไปมา หรือเสียงแตรมอเตอร์ไซค์ที่ปี๊ดป๊าดกันตลอดไม่เว้นหายใจ ไม่นับเสียงขากเสลดวัดใจว่าจะปิ๊วมาองศาใด ไหนจะรวมกับสีสันฉูดฉาดและตึกรามบ้านช่องที่ผุดกันมาสูงต่ำอย่างแปลกตา ทุกอณูล้วนแน่นด้วยความน่าประหลาดฉงนสนเท่ห์  

และด้วยองค์ประกอบแห่งความวุ่นวายนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเซี่ยงไฮ้นี่แหละเป็นโลเคชันหลักของภาพยนตร์ตัวแทนคนเหงาอย่าง Her ที่เข้าฉายเมื่อปี 2013 จากเนื้อหาที่เล่าเรื่องของชายโดดเดี่ยว Theodore Twombly (Joaquin Phoenix) กับความสัมพันธ์ระบบ OS สาวนาม Samantha (Scarlett Johansson) ที่เขาตกหลุมรักทั้งๆ ที่ไม่เคยได้สัมผัสหรือแม้กระทั่งเห็นหน้า และความสัมพันธ์ของเขากับคนรอบข้าง ประกอบเข้ากับบรรยากาศเวิ้งว้างแห่งโลกอนาคต

ด้วยประชากรกว่า 26 ล้านคนในพื้นที่ 6,500 ตางรางกิโลเมตร (เยอะและใหญ่ประมาณ 4 เท่าของกรุงเทพฯ) เซี่ยงไฮ้ถือว่าเป็นเมืองหนาแน่นระดับโลก แน่นอนว่าด้วยเหตุนี้ การก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ จึงล้วนเน้นไปที่ใหญ่และเยอะเพื่อสร้างความสะดวกให้กับประชากรและนักท่องเที่ยว เซี่ยงไฮ้ได้รวบรวมความเป็นที่สุดของจีนไว้อยู่ในเมืองนี้ ความพัฒนาหมุนเร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก กับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น

และด้วยความล้ำสมัยก่อนใครเขาแบบนี้นี่เอง ที่ทำให้ Spike Jonze ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ยึดเซี่ยงไฮ้เป็นต้นแบบหลักของลอสแอนเจลิสในโลกอนาคต ผสมแสงและองค์ประกอบจริงของลอสแอนเจลิสบางส่วน จนออกมาเป็นแสงสีนวลๆ แบบเมืองร้อน กลายเป็นเมืองใหญ่ทันสมัยแต่ปลอดโปร่งโล่งสบาย ล้ำสมัยด้วยตึกเสียดฟ้าและแสงสียามค่ำคืนดั่งที่เราได้เห็นในภาพยนตร์  

ออกตามค้นหาความเหงาในเมืองเสียงดัง และร่วมศึกษาสถาปัตยกรรมแสดงวิสัยทัศน์ของจีนที่ซ่อนอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Her

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

 

Lujiazui

อะไรจะบ่งบอกถึงโลกอนาคตได้ดีกว่าตึกสูงดีไซน์ล้ำ สะพานวงแหวนคนเดิน Lujiazui (ลู่เจียจุ่ย) คืออีกหนึ่งตัวอย่างย่านแห่งความทันสมัยที่ Theodore พระเอกของเรื่องจะต้องเดินเหงาๆ ผ่านอยู่เป็นประจำ

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

สะพานวงแหวนนี้ถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ของภาพยนตร์เรื่อง Her เลยก็ว่าได้ หากลองสังเกตดีๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้เราแทบไม่ได้เห็นรถยนต์เลย ซึ่งนั่นก็เป็นความตั้งใจของทีมงาน เพื่อให้เนื้อเรื่องไม่ถูกรบกวนดึงดูดความสนใจไปที่สไตล์ของรถในโลกอนาคต

ด้วยความสูง 5.5 เมตร และกว้างขนาด 15 คน สะพานคนเดินนี้มีขนาดใหญ่พอที่จะบังสิ่งรบกวนจากด้านล่างทั้งรถและมอเตอร์ไซค์ เหมาะสมที่สุดสำหรับการสร้างบรรยากาศเมืองใหญ่สุดทันสมัย เพราะนอกจากจะเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างตึกแล้ว ยังเปิดให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้เห็นวิวความสวยงามสมัยใหม่ของเซี่ยงไฮ้ได้อย่างชัดเจน จึงไม่แปลกที่บริเวณนี้จะมีคนเดินไปมาเป็นจำนวนและแวะถ่ายรูปกันตลอดทาง

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

นอกจากจะได้ติ่งภาพยนตร์ Her แล้ว สะพานวงแหวนที่ Lujiazui ยังเป็นจุดชมวิวยอดนิยมต้องมาเช็กอินของนักท่องเที่ยวอีกด้วย ห้อมล้อมด้วยตึกใหญ่โตอันเป็นเอกลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ อยู่ในย่านธุรกิจ Pudong (ผู่ตง) ย่านเศรษฐกิจเมืองใหม่ที่เต็มไปด้วยอาคารใหม่ทันสมัย พระเอกหลักนำโดย Oriental Pearl Tower สัญลักษณ์เด่นแห่งเมืองเซี่ยงไฮ้ ด้วยรูปทรงเหมือนไข่มุก (หรือจะลูกชิ้นเสียบไม้ก็ได้ แล้วแต่ความหิว) และ Shanghai Tower ตึกสูงเสียดฟ้า 127 ชั้นที่เคยครองแชมป์สูงสุดของโลก (กระทั่งโดนโค่นแชมป์โดย Burj Dubai)

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

จะมากลางวันก็สวยจากวิวทิวทัศน์ หรือจะกลางคืนก็ท่วมท้นด้วยแสงสีวิบวับจากตัวสะพานและอาคารล้อมรอบที่แข่งกันเปิดไฟแย่งซีนกัน ตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งของเมืองใหญ่แสนสะดวก ทั้งสวยงาม สะอาด และสะดวกปลอดภัย ต่อคนสัญจรไปมาอีกด้วย (แถมห้องน้ำสะอาดละแวกนี้ก็สะอาดมาก เพราะเชื่อมต่อเข้ากับห้างระดับไฮเอนด์ ลบคำสบประมาทกลบชื่อเสียห้องน้ำสกปรกไปได้โดยสิ้นเชิง)

 

Himalayas Center

ถอยห่างออกมาจากใจกลางเมืองอีกสักหน่อยเพื่อมาเจอกับสถาปัตยกรรมแปลกตารูปทรงสุดล้ำ จนเตะตาทีมภาพยนตร์ Her เข้าอย่างจัง กับ Himalayas Center ในเขตผู่ตง

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

ในเรื่อง Her นั้น ส่วนของ Himalayas Center เล่นบทเป็นส่วนหนึ่งของห้างสรรพสินค้าที่ Theodore ได้พบกับโฆษณาระบบ OS รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาของนางเอก Samantha ส่วนในชีวิตจริง Himalayas Center นั้นเรียกว่าเป็นอาคาร Multicomplex ที่มีทั้งโรงแรม ห้าง โรงละคร สำนักงาน และพิพิธภัณฑ์ ตั้งตระหง่านอวดรูปทรงประหลาดตรงข้าม International Expo Center ดูแลบริหารโดย Zendai Group พร้อมทุนสร้าง 2.4 พันล้านหยวน ด้วยเป้าหมายการสร้างอาคารแบบ ‘Archisculptural Masterpiece’ สำหรับจีนแห่งศตวรรษที่ 21

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น Arata Isozaki ด้วยแนวคิดการออกแบบเหมือนป่าใหญ่ เน้นรูปทรงโค้งเว้าชวนนึกถึงภูเขาหิมาลัย จากภายนอกนั้นเหมือนโครงสร้างใหม่ได้ครอบคลุมอาคารหลักจนเหมือนกาฝากที่งอกมานานปีไร้ทิศทางเจาะจง หากได้เข้าไปข้างในแล้วจะพบว่าเหมือนอยู่ในถ้ำเชื่อมต่อกันด้วยผนังรูปร่างเหมือนกล้ามเนื้อ โพรงตรงกลางเป็นทางเช่ื่อมและบันไดเลื่อนลงไปสู่โซนร้านอาหารชั้นใต้ดิน

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

หากมีเวลาว่าง Himalayas Museum ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายควรมาสำหรับคนรักศิลปะ โดยมีงานศิลปะนานาชาติชื่อดังระดับโลกหมุนเวียนมาจัดแสดงอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น ก่อนการเดินทางลองเช็กตารางของ Himalayas Museum ไว้กันเหนียว จะได้ไม่พลาดนิทรรศการดีๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ที่นี่  

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

 

Wujiaochang

ต่อจากผู่ตง คราวนี้นั่งรถไฟยาวๆ ห่างจากใจกลางเมืองขึ้นไปทางเหนือ เดินเหงาๆ กันต่อที่เขต Yangpu กับ Wujiaochang (อู๋เจียวฉาง) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นย่านธุรกิจที่คึกคักที่สุดแห่งเซี่ยงไฮ้เหนือ

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

ถึงแม้ว่าใน Her นั้น Wujiaochang จะเป็นแค่ตัวละครประกอบมาไวเคลมไว และอาจจะดูออกจากเส้นทางการท่องเที่ยวหลักของเซี่ยงไฮ้ แต่ในส่วนของความสวยงามก็ควรค่าแก่การแวะขึ้นมาดูสักเล็กน้อย ซึมซับความยิ่งใหญ่และความสะดวกสบายที่ทางรัฐบาลจีนได้ตั้งใจสร้างไว้ให้ประชาชนได้สัญจรไปมาอย่างปลอดภัย รวบรวมความยุ่งเหยิงของการเดินทาง 3 ระบบไว้ในจุดเดียวกัน โดยมิได้ละทิ้งแนวคิดล้ำสมัยและความสวยงาม

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย HerHer, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

วงเวียน Wujiaochang นั้นเป็นมากกว่าทางรถทั่วๆ ไป ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดที่ยุ่งเหยิงลำดับต้นๆ ของเซี่ยงไฮ้แล้ว ที่นี่คือจุดศูนย์รวมของถนนสายหลัก 5 ถนน (ภาษาจีนจึงแปลตรงตัวเป็น Wujiaochang นั่นแล) สถานีรถไฟใต้ดิน และสะพานทางด่วน

Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her Her, เซี่ยงไฮ้, ตามรอย Her

จากระบบการเดินทางด้วยเครื่องยนต์ที่ซับซ้อนถึง 3 ชั้นด้วยกันแล้ว สิ่งที่ลืมไม่ได้คือการออกเพื่อรองรับให้คนทั่วไปได้สามารถเดินทางเท้าอย่างปลอดภัยในทุกทิศทาง และนั่นจึงเกิดเป็นการก่อสร้าง Sunken Plaza พื้นที่เดินชั้นใต้ดินแลนด์มาร์กสำคัญของ Wujiaochang และทางเดินเชื่อมเข้าห้างใหญ่ที่อยู่ตามมุมถนน มีไฮไลต์เป็นท่ออะลูมิเนียมห่อสะพานทางด่วนเหมือนไข่ม้วน เป็นแสง LED เปลี่ยนไปเล่นรูปร่างต่างๆ สร้างชีวิตชีวาให้ย่ามค่ำคืนที่มองจากถนนก็สวย มองจากทางเดินชั้นใต้ดินก็อลังการชวนให้นั่งเล่นมองสะพานข้ามได้ไม่รู้เบื่อ

หากมองข้ามความวุ่นวายแล้ว เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่น่าทึ่งและมีเสน่ห์อย่างประหลาด ด้วยความเยอะ-ยิ่ง-ใหญ่ ในหลายๆ องค์ประกอบเมือง ความโกลาหลของที่นี่ชวนให้เราหลงค้นหามันเรื่อยๆ อดไม่ได้ที่จะจินตนาการคล้อยตาม Spike Jonze และชื่นชมทีมงานภาพยนตร์ที่จินตนาการลอสแอนเจลิสในอนาคตได้อย่างแหวกแนวแต่ลงตัว

ปิดท้ายด้วยความรู้สึกอิจฉาในความหลากหลายและความใส่ใจที่ชาวจีนมีต่อการพัฒนาประเทศ แต่ไม่ลืมการสร้างความสะดวกสบายปลอดภัยให้กับประชาชน เบื้องหลังความอลังการทั้งหลายไม่ใช่สร้างเพื่อประกาศศักดาความสามารถ แต่แฝงด้วยความคิดเป้าหมายที่จะพัฒนาพื้นฐานชีวิตให้คนเมือง ทุกครั้งที่เดินออกมาจากแต่ละสถานที่ก็จะเต็มไปด้วยความคิดที่ชื่นชมเคารพนับถือ เห็นภาพในฝันถึงเมืองเราในอนาคต

Writer & Photographer

ศิขรินทร์ ลางคุลเสน

นักเพ้อฝันมืออาชีพ งานประจำคือทาสแมว ส่วนยามว่างก็จัดทำกิจกรรมด้านภาพยนตร์กับเพื่อนๆ ในนาม "YOUNG จะทำ”

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load