ตามคติของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งมีเทวะเทวีมากมายสุดจะประมาณได้ แต่ละสายงานย่อมต้องมีเทพเจ้าอย่างน้อยหนึ่งองค์ที่อุปถัมภ์ค้ำชูผู้ประกอบอาชีพนั้น ๆ

คนประกอบอาชีพครูอาจารย์ควรนับถือ ‘พระแม่สุรัสวดี’ ซึ่งเป็นเทวีแห่งศิลปะและการเรียนรู้ ส่วนผู้ที่ทำงานด้านการค้าและการเงินก็นิยมบูชา ‘พระแม่ลักษมี’ เทวีแห่งโชคลาภ หรือถ้าหากเป็นผู้บริหาร มีบริวารต้องปกครอง ก็ต้องเลื่อมใสในเทพผู้ประทานความกล้าหาญชาญชัยเยี่ยง ‘พระขันทกุมาร’

แต่หากเป็น ‘คน 4 อาชีพ’ อย่าง โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต แล้วไซร้ คงมีเทพไม่กี่องค์ที่จะประทานพรครอบคลุมทุกอาชีพของเขาได้เหมือนกับ ‘พระพิฆเนศ’ ผู้ทรงความสำเร็จทั้งปวง

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

คนส่วนใหญ่น่าจะได้รู้จักโน้ตในบทบาทนักร้องหนุ่มเสียงดีจากนครสวรรค์ ผู้ชนะเลิศรางวัลเคพีเอ็น จูเนียร์ อวอร์ด พ.ศ. 2534 ต่อด้วยรางวัลนักร้องดีเด่นแห่งประเทศไทยในอีก 10 ปีถัดมา

ทุกวันนี้ ‘โน้ต KPN’ ยังคงร้องเพลง พากย์เสียง และแสดงละครเวทีด้วยใจรัก แม้จะต้องห่างหน้าจากบรรดาแฟนเพลงบ่อยหน่อย เนื่องด้วยงานประจำที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาค่อนข้างรัดตัว แถมยังทำอาชีพเสริมเป็นคอลัมนิสต์กับอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยหลายสถาบันอีก

นอกจากงานทั้ง 4 ที่สาธยายมาข้างต้น โน้ตยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่เสริมเติมมาในรอบ 5 ปีหลัง คือการเป็นนักสะสมองค์พระพิฆเนศนานารูปแบบ ซึ่งมีเยอะเสียจนเจ้าตัวกะจำนวนไม่หวาดไม่ไหว

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน แล้วตามโน้ตไปเจาะลึกบทบาทที่ 5 ของเขาพร้อม ๆ กัน

รู้จัก

ทั้งที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพราหมณ์-ฮินดู ทว่าเราชาวไทยที่ในบัตรประชาชนระบุว่านับถือศาสนาพุทธร้อยทั้งร้อยก็ย่อมได้รู้จัก ได้เห็น ตลอดจนได้ขอพรต่อเทวดาผู้มีเศียรเป็นช้างมาแต่เล็กแต่น้อย เหตุเพราะวัฒนธรรมไทยได้ซึมซับความเชื่อทั้งพุทธและพราหมณ์มานานนม วงการศิลปะไทยที่รับเอาขนบประเพณีฝ่ายพราหมณ์มาใช้อย่างเต็มเปี่ยมก็บูชาพระพิฆเนศเป็นเทพประจำวงการ

“ผมเป็นคนสายดนตรี ก็ได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้วล่ะ เพราะร้องเพลงมาตั้งแต่ 8 ขวบ 9 ขวบ ก็เห็นผู้ใหญ่บางคนเขาบูชา ตอนนั้นผมยังเด็กมาก ๆ ก็งงว่าทำไมบูชาท่าน สิ่งที่รู้สึกว่าแปลกใจคือท่านมีรูปลักษณ์ที่พิเศษ คือเศียรเป็นช้าง แต่องค์เป็นคน บางองค์ก็มี 4 กร มีหลายกร”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

เจ้าของศิลปะพระพิฆเนศนับร้อยองค์ระลึกถึงวันที่เขาเพิ่งได้รู้จักโอรสแห่งพระศิวะและพระแม่อุมาเทวีใหม่ ๆ พร้อมทั้งย้ำว่าเขาคงไม่ได้บูชาพระองค์ หากมิได้ก้าวเท้ามาอยู่ในวงการเสียงเพลง

“ในวงการนี้เขานับถือ ‘พระพิฆเนศ’ เพราะถือว่าท่านเป็นเทพแห่งความสำเร็จ เทพแห่งศิลปะ แต่ก็แล้วแต่ความเชื่อกันไป เพราะแต่ละองค์ แต่ละคนจะเชื่อในทิศทางที่ไม่เหมือนกัน ส่วนมากแล้วใจความสำคัญเป็นเรื่องศิลปะกับความสำเร็จเป็นหลัก ก็จะขอพรในเรื่องเหล่านี้เป็นหลัก

“ตั้งแต่เด็กมาผมก็ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้มาบูชาหรือนับถือ แต่การที่เราเป็นนักร้องก็มีคนมาให้ ‘พระพิฆเนศ’ มีคนให้มาตลอดแหละครับ ตอนนั้นก็ไม่เก็ต จนเมื่อไม่นานมานี้ สัก 5 – 6 ปีหลัง ก็มีคนมาทักอีกว่า ไหน ๆ เราก็ทำงานด้านนี้อยู่แล้ว ทำไมไม่ลองไหว้ท่านดู”

บูชา

“ตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจ เพราะผมก็เป็นคนศาสนาพุทธ รู้สึกว่ามันจะขัดแย้งกันไหม ก็ลองมาคิดดู แล้วก็คิดได้ว่าไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะพุทธเราก็ไม่ได้ปิดกั้น ห้ามนู่นห้ามนี่ ก็เลยลองไหว้”

คิดสะระตะเสร็จพลัน โน้ตจึงบ่ายหน้าไปยังวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม) แล้วตัดสินใจเช่าพระพิฆเนศองค์แรกมาบูชาด้วยตัวเอง เป็นพระพิฆเนศสัมฤทธิ์สีดำ ปางลีลา ซึ่งในเวลานั้นเขายังไม่เข้าใจกระทั่งความหมายของชื่อปาง รวมทั้งคำทายทักของคนรู้จักที่ว่า “ถ้าได้องค์แรกมาปุ๊บ เดี๋ยวองค์ที่เหลือตามมาเพียบ”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

“ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะตามมายังไง เพราะองค์หนึ่งก็ไม่ได้ถูก มีราคา ยิ่งถ้าเป็นวัสดุอย่างสัมฤทธิ์ก็แพงใช่มั้ย เราก็ไหว้แค่องค์เดียวนี่แหละ ไหว้ไปตามศรัทธาก็ตัวเรามี ตอนนั้นไม่รู้ว่ามีศรัทธาหรือยัง เพราะมีคนบอกเราก็ลองทำ”

เขากล่าวด้วยสีหน้างุนงงประกอบวาจา

“แล้วคนก็เริ่มพูดว่าเดี๋ยวจะได้เจออภินิหารของท่าน ท่านจะมาให้รู้ว่าท่านมีจริง แต่ผ่านมา 3 – 4 เดือนแล้วก็ยังไม่เห็นเจอเลย…” สีหน้าโน้ตยังไม่คลายความตื่นเต้นเมื่อเล่าถึง ‘อภินิหาร’ ที่พบมากับตัว

คลังสะสมพระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ ที่มีทั้งองค์เศียร เหรียญจิ๋ว จนถึงหุ่นแนวการ์ตูน

นั่นคือช่วงที่เขาพักอยู่ที่คอนโดมิเนียมห้องหัวมุมเพียงลำพัง คืนหนึ่งขณะที่โน้ตหลับใหลอยู่ในห้วงนิทรา มีเสียงผู้ชายร่างใหญ่ตะโกนเรียกชื่อ “โน้ต” ดังเสียจนตัวเขาสะดุ้งตื่น ครั้นตั้งสติหลับตาลงนอนอีกครั้ง นิมิตแรกที่เห็นในภวังค์คือพระพิฆเนศองค์มหึมา มีสรรพางค์กายสีชมพู อยู่ห่างจากใบหน้าของเขาแค่คืบ ฉวีวรรณระยิบพริบพรายล้วนชมพูพริ้ง ประทับยืนตระมื่นอยู่เบื้องหน้า

“นี่ขนลุกนะ เล่าแล้วยังขนลุกอยู่เลย” หนุ่ม 4 อาชีพเอ่ยพลางลูบแขนตัวเองไปพลาง “มันกึ่งฝันกึ่งจริง ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือความฝัน ผมเหลือบขึ้นไปมอง เห็นเป็นเศียรช้างเลย แล้วงวงท่านก็สะบัด ผมจะลืมตาขึ้นมาพิสูจน์ก็ลืมได้ แต่พอหลับตาใหม่ท่านก็ยังอยู่อย่างนั้น แต่ไม่ได้ใส่ใจผม ไม่ได้พูดกับผมเลยสักคำเดียว เหมือนแค่มาปรากฏให้เห็นว่าท่านมีอยู่จริง”

ศรัทธา

ประสบการณ์ลี้ลับในคอนโดมิเนียมเมื่อหลายปีก่อน ช่วยยกระดับความผูกพันที่โน้ตมีต่อองค์คณปติ จากเคยรับมาบูชาในฐานะเทพประจำวงการ มาบัดนี้เขารู้แล้วว่าพระพิฆเนศทรงอยู่กับเขา โน้ตเลยขยับสถานะทางความเชื่อของตนเองจากผู้บูชาเป็นผู้ศรัทธาองค์พระพิฆเนศในที่สุด

“หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนมาให้บ้าง เช่าเองบ้าง ทั้งให้ทั้งเช่า จนกระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไปประกวดร้องเพลงที่สหรัฐอเมริการายการ World Championship of Performing Arts 2017 ที่ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ กับ แนน-สาธิดา พรหมพิริยะ ไปประกวดแล้วได้รับรางวัลกลับมา”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

ก่อนออกเดินทาง โน้ตไหว้ขอกำลังใจจากพระพิฆเนศที่บ้าน โดยวอนขอให้ท่านติดตามไปด้วย แล้วเรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเป็นลำดับ เริ่มด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อกลางดึกระหว่างค้างแรมที่บ้านเพื่อน พอรุ่งสาง เพื่อนคนหนึ่งผู้มีวิชาการพยากรณ์ไพ่ได้อาสาดูดวงชะตาให้เขา โน้ตสุ่มไพ่ได้ไพ่ลายพระพิฆเนศ ซึ่งเพื่อนเกลอตีความหมายของไพ่ใบนั้นได้ว่า

“พระพิฆเนศอยู่กับแก”

เหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นกับตัวบ่อยเข้า ยิ่งเสริมความมั่นใจแก่โน้ตว่า พระพิฆเนศทรงปกป้องคุ้มครองเขามาตลอด แม้มองไม่เห็นด้วยตา แต่ส่งมาด้วยใจ

สะสม

“นี่แค่บางส่วนนะครับ ยังมีที่บ้านนครสวรรค์กับที่ทำงานอีกเยอะ ขนมาไม่ไหว”

โน้ตออกตัวขณะเปิดบ้านหลังงามในหมู่บ้านจัดสรร อันแลลานตาด้วยงานศิลปะพระพิฆเนศทั้งที่มีไว้สำหรับบูชาและตกแต่งห้อง เรียกได้ว่าปราดตาไปทางใดก็พบเศียรช้างที่มีงาหักข้างหนึ่งได้ทั้งสิ้น

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

“มาด้วยหลากหลายสาเหตุ ทั้งคนให้ เช่าเอง สมมติไปแสดง คนเขาก็จะให้มา บางคนให้มาเพราะรู้ว่าเราชอบ บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าเราชอบแต่ก็ให้ ส่วนใหญ่ก็จะมาจากการให้มากกว่า ซึ่งก็เป็นไปตามคนที่เคยพูดแหละว่า พอองค์แรกมา องค์ที่เหลือมาแน่ แล้วมาเยอะด้วย ลองสังเกตดูแล้วกัน (หัวเราะ)”

แล้วถ้าต้องเลือกเอง ผู้สะสมพระพิฆเนศมีวิธีการเลือกอย่างไร ประเด็นนี้โน้ตมีคำตอบ

“อย่างแรกคือถูกชะตาก่อน เห็นแล้วรู้สึกว่าใช่ก็จะเลือก ต้องบอกว่าไม่ใช่ทุกองค์ที่เราเห็นแล้วจะรู้สึกว่าใช่เลยนะ ต่อให้บางองค์คนนิยมกัน แต่เราไม่ถูกชะตาก็ไม่อิงตามกระแส

“อย่างที่สองคือเลือกด้วยปาง แต่ละปางมีความหมายอย่างไร บางปางเขาก็บูชาเฉพาะในบางเหตุการณ์ เช่น ปางออกศึกก็ต้องบูชาในเหตุการณ์ต่อสู้แข่งขัน คือเราก็คงไม่ได้พึ่งบารมีท่านทุกปาง บูชาทุกเวลาก็คงไม่ใช่

“แล้วสังเกตว่าถ้าผมเป็นคนเลือก จะเลือกองค์ที่ไม่ซ้ำกัน ไม่มีแบบแผนว่าต้องเลือกองค์ที่ดูไทยจ๋าอะไรแบบนี้ ผมรู้สึกว่าพวกนี้เป็นงานศิลปะ เรามองแล้วเราสบายใจด้วย เราชื่นชมศิลปะชิ้นนี้ด้วย เราก็มีความสุข แต่ขณะเดียวกันเราก็มีศรัทธา สามารถผูกใจไว้กับท่านได้ด้วย มันเลยมี 2 มิติที่ต้องสมดุลกัน ระหว่างความเชื่อและศิลปะ มองแล้วมีความสุข เป็นงานศิลป์ที่สวยอย่างนี้ครับ”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

ในโอกาสที่พระพิฆเนศหลายสิบองค์ของโน้ตได้รับการอัญเชิญมาไว้ในห้องรับแขกเป็นกรณีพิเศษ อดีตผู้ชนะรางวัลนักร้องดีเด่นแห่งประเทศไทยขอหยิบยกพระพิฆเนศ 8 องค์ที่เขาประทับใจที่สุดมาเล่าขานชีวิต 5 ปีหลังบนเส้นทางของผู้ศรัทธา ซึ่งโน้ตยังไม่วายแบ่งรับแบ่งสู้อีกว่า

“จริง ๆ ทุกองค์ดีหมดเลยนะ เพราะว่าตอนจะเช่า เราเลือกอย่างมาก”

1. สัมฤทธิ์สีดำ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง สัมฤทธิ์สีดำ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี

“แน่นอน องค์แรกก็ต้องเป็นองค์นี้ คือองค์ปฐมฤกษ์ของผม ได้มาจากวัดแขกสีลม คนเขาบอกว่าควรจะบูชาและควรจะเป็นปางลีลา เพราะว่าด้วยอาชีพของผมก็เป็นนักร้องและแสดงละครเวทีด้วย ดังนั้นปางนี้เลยค่อนข้างตรงกับจริตอาชีพ พอไปถึงวัดแขกก็เลือก เป็นองค์ที่แทบจะเป็นองค์สุดท้ายแล้วมั้ง ก็เช่ามาเลย แล้วให้ทางพราหมณ์ทำพิธี”

2. องค์จำลองจากอุทยานพระพิฆเนศ จังหวัดฉะเชิงเทรา

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง องค์จำลองจากอุทยานพระ

“องค์นี้เป็นองค์ที่จำลองมาจากองค์ยืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ที่ฉะเชิงเทรา เหมือนเป๊ะทุกอย่าง มีตัวเลขที่ฐาน องค์นี้ต้องบอกว่าราคาสูงไปสำหรับงบประมาณที่ผมวาง แต่เหมือนธรรมะจัดสรร อยู่ ๆ ก็เจอคนที่ปล่อยเช่าให้เรา ก็ได้นัดเจอกับคนขาย เขาก็บอกว่าตั้งใจปล่อย เลือกคนปล่อยให้ เพราะเขามีแบบนี้หลายองค์แล้ว จะปล่อยหนึ่งองค์ ผมก็เลยได้คุยแล้วถูกคอกัน เขาก็ปล่อยเช่า”

3. พระศรีคเณศวิเศษศิลป์ วัดแค เมืองสุพรรณบุรี

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง พระศรีคเณศวิเศษศิลป์ วัดแค เมืองสุพรรณบุรี

“อีกองค์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำคือองค์นี้ เราจะไม่เห็นองค์ที่ถือดอกบัวแบบนี้ทั่ว ๆ ไป จัดสร้างโดยวัดที่สุพรรณบุรีในวาระพิเศษเพื่อเรี่ยไรเงินบุญเข้าวัด ผมเห็นว่าปางที่ถือดอกบัวแบบนี้ไม่เหมือนใครดี และด้วยรูปทรง สีสัน การตกแต่งรายละเอียดสวยมาก ก็เลยคอนเฟิร์มทันที ตอนนี้ราคาองค์นี้ไปเท่าไหร่แล้วผมก็ไม่รู้ อย่างน้อยน่าจะคูณ 3 แต่เราเช่าได้ในราคาเริ่มต้น เพราะเป็นล็อตแรก ๆ ที่จองกับเขาเลยครับ”

4. องค์เศียร

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปาง องค์เศียร

“ผู้ใหญ่ที่เคารพรักกันมอบให้จากงานคอนเสิร์ตที่เพิ่งผ่านมา ผมอยากบูชาองค์เศียรอยู่แล้ว ดังนั้นก็คิดว่าจังหวะ อาจารย์ท่านนี้มอบให้มาพอดี”

5. ปางขัดสมาธิที่ได้มาจากการฝัน

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางขัดสมาธิที่ได้มาจากการฝัน

“เมื่อก่อน ตอนยังไม่มีโควิด ผมชอบไปเดินเจเจมอลล์ แล้วปรากฏว่าคราวนั้นเห็นจากไกล ๆ เราไม่รู้ว่าคือพระพิฆเนศหรืออะไร รู้แต่ว่าดูสวยจัง เพราะท่านฝังอยู่บนหิน หมายถึงเกิดจากการแกะหิน

“คืนหนึ่งก็ฝัน อันนี้รู้เลยว่าอยู่ในฝัน เห็นพระพิฆเนศรูปร่างหน้าตาสวยงามแบบนี้เป๊ะ ร่างท่านเป็นสีแดงหมดเลย ผมไม่เคยมีสีแดงแบบนี้ พอลืมตาตื่นมาก็ไถเฟซบุ๊กตามสไตล์เรา แล้วก็ไปเจอแบบนี้เป๊ะเลย เป็นองค์หายาก กำลังจะผลิตเพิ่ม ถอดแบบมาจากความฝันทุกอย่าง เป็นปางนั่งขัดสมาธิ”

6. ปางออกศึก ดุแต่น่ารัก

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางออกศึก ดุแต่น่ารัก

“มีช่วงหนึ่งที่ต้องสู้กับชีวิต ก็นึกถึงปางออกศึก แต่เวลาเราไปหาเช่าปางออกศึกก็มักจะเจอแต่ปางที่ดุ แล้วก็จะมีลีลาของการรบจริง ๆ ซึ่งก็เข้าใจว่าวัตถุประสงค์ของปางนี้คือเพื่อการสู้ แต่เผอิญว่าไปเจออาจารย์ที่อยู่ ๆ คุยกันถูกคอ 

“ก็ได้มาเป็นปางออกศึกกึ่ง ๆ Comic คือถามว่าสู้ไหม สู้ อาวุธครบมือ แต่จริง ๆ อารมณ์ดี ที่ตีความเองก็คือเลือกที่จะเป็นใคร ตัวตนของเราเป็นคนน่ารักได้ แต่เมื่อถึงเวลาเราต้องสู้ก็สู้นะ”

7. ตุ๊กตาเซรามิกที่ช่วยให้เปิดใจ

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางตุ๊กตาเซรามิกที่ช่วยให้เปิดใจ

“ศิลปินคนที่ทำชิ้นนี้เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กด้วย ตอนเขาทำงานแนวนี้ออกมาทีแรก ผมยังรู้สึกขัดแย้งในใจนิดหนึ่ง พระพิฆเนศท่านเป็นเทพนะ มาทำเล่นในมุมแบบดู ๆ เป็นของเหมือนการ์ตูนได้เหรอ ช่วงนั้นเรานับถือมาก ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ แต่พอเห็นเขาผลิตงานออกไปอย่างต่อเนื่อง ก็ลองไปคลุกคลีดู

“เขาบอกว่าเขาไม่ได้ไม่เคารพ แต่มันคือการแสดงออกทางศิลปะของเขา แล้วเขาไม่ได้ทำให้รูปแบบท่านน่าเกลียด ก็เลยรู้สึกว่านั่นทำให้เราเปิดใจมากขึ้นว่าก็น่ารักดี ไม่ได้ไปลดทอนคุณค่าความเป็นเทพของท่านซะที่ไหน ถ้าใจเราบูชา ท่านก็คือท่านนั่นแหละ ไม่ว่าอยู่ในรูปไหนก็ตามแต่”

8. องค์สีฟ้า งาเต็ม

พระพิฆเนศของ โน้ต ศรัณย์ - ปางองค์สีฟ้า งาเต็ม

“วิธีการทำของศิลปินองค์นี้พิเศษมาก เพราะด้วยสี เห็นไหม ไม่เหมือนใครเลย ทั้งหมดทั้งมวลนี้เขาทำสีพิเศษ แล้วสังเกตสิครับว่าปกติพระพิฆเนศจะต้องมีงาหักหนึ่งข้าง (เพราะถูกขวานของปรศุรามตัด – ผู้เขียน) แต่องค์นี้งาท่านเต็ม ศิลปินเขาว่าเป็นช่วงที่ท่านยังมีงาอยู่ครบ แล้วอยู่ในปางสมาธิ คือพระพิฆเนศไม่ได้ออกแผลงฤทธิ์อย่างเดียว ท่านก็อยู่ในสมาธิได้ด้วยเหมือนกัน”

พึ่งพิงใจ

ถึงจะได้ครอบครองศิลปกรรมพระพิฆเนศจำนวนเหลือคณานับ แล้วยังสัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติมาหลายหน หากโน้ตยืนกรานหนักแน่นว่าเขาไม่ใช่สายมูผู้งมงาย

“อะไรที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลเราก็ไม่เชื่อ ยังไงเราก็ยังต้องใช้หลักของเหตุผลและวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิตอยู่ดีแหละครับ” เพราะอย่างนี้ พระพิฆเนศสำหรับโน้ตจึงทรงเป็นสรณะทางใจ มิใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตที่ต้องทุ่มสุดตัวทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์เพียงเพื่อสังเวยบวงสรวง

พาชมคลัง 'พระพิฆเนศ' ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

ยามใดที่โน้ตต้องการขวัญกำลังใจเป็นพิเศษ เขาก็จะนึกถึงท่าน สวดมนต์บทบูชาสั้น ๆ ประจำองค์ท่านว่า “โอม ศรี คเณศายะ นะมะหะ” 3 จบ หรือ 5 จบตามแต่โอกาส

และบูชาองค์ท่านด้วยวิธีการและเครื่องสักการะไม่เหมือนใคร

“ผมรู้สึกว่าท่านคอยช่วยผมในการทำงานอยู่เสมอ เลยจะตอบแทนท่านด้วยผลของการทำงาน” โน้ตว่าพลางขยายความทันทีที่เห็นคุณผู้อ่านมีเครื่องหมายคำถามผุดบนใบหน้า

“อย่างเช่นเวลาเราไปขึ้นแสดง ออกคอนเสิร์ต ก็จะมีคนเอาดอกไม้มาให้ใช่ไหมครับ ทุกครั้งที่ได้มา ผมก็จะแบ่งดอกไม้บางส่วนไปถวายท่านเพื่อขอบคุณที่ให้ผลของงานนี้ ไม่รู้มีใครบูชาแบบนี้อีกหรือเปล่านะ แต่นี่เป็นวิธีของผม”

พาชมคลัง พระพิฆเนศ ในบ้าน โน้ต-ศรัณย์ คุ้งบรรพต ผู้ชายหลายอาชีพซึ่งมีองค์เทพแห่งความสำเร็จเป็นกำลังใจในชีวิต

นับจากวันแรกที่เช่าพระพิฆเนศสัมฤทธิ์จากวัดแขกสีลมเมื่อหลายปีก่อน ชื่อเสียงความเป็นนักสะสมองค์พระพิฆเนศของโน้ตค่อย ๆ ขจรขจายในหมู่เพื่อนฝูงไปเรื่อย ๆ กระทั่งเป็นผู้คอยให้คำปรึกษาและแนะนำคนใกล้ตัวที่อยากเริ่มต้นบูชาเทพผู้ขจัดอุปสรรคปัญหา แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร

บทบาทที่ 5 ของโน้ตอาจไม่ก่อเกิดรายได้เหมือนอย่างการบริหารองค์กร ขับร้อง สอนหนังสือ หรือแม้แต่เขียนบทความตามสื่อต่าง ๆ 

แต่ก็ดูราวกับว่าบทบาทนี้มีส่วนช่วยให้บทบาทอื่น ๆ ของเขาดำเนินไปได้ด้วยความราบรื่นสุขสันต์ ด้วยพลังใจล้นเหลือ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘ศรัทธา’ นี่เอง

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

‘เก็บ หรือ ทิ้ง’

คุณจะตั้งคำถามเหล่านี้เมื่อสิ่งของชิ้นนั้นมีคุณค่ามากพอให้ลังเล

‘เก็บ’

ครูหมู-วลัยพร ใจหนักแน่น หลานสาวของ พระศรีสมุทโภค (อิ่ม ยมจินดา) เจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย เจ้าของ บ้านเจ้าเมือง ต้นตระกูลยมจินดา คนปัจจุบัน เลือกเช่นนั้นกับสมบัติทุกชิ้นที่รับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษและของเก่าที่เธอเลือกสะสมเอง

ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบบนถนนสายเล็กยาวกว่า 700 เมตร บ้านเรือนหลังเก่ายังมีลมหายใจ ชาวยมจินดา จังหวัดระยอง ยังมีเรื่องให้เล่าขาน แต่ใครไหนเลยจะเล่าเรื่องได้ดีไปกว่าตระกูลที่มีเจ้าเมืองมากถึง 3 รุ่น และชื่อถนนหลายเส้นยังถูกตั้งขึ้นเพื่อให้เกียรติพวกเขา

เดินหลบเข้าซอยไปเพียงไม่กี่เมตร บ้านไม้ทรงปั้นหยาหลังงามยังคงตั้งอยู่ที่เดิมตั้งแต่ พ.ศ. 2475 สร้างโดย ท่านอิ่ม ยมจินดา บุตรชายของ พระยาศรีสมุทโภคไชยโชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เจ้าเมืองระยองคนแรกและทวดของครูหมู

ครั้งนี้ The Cloud ชวนเธอเปิดบ้าน ชมสมบัติในกรุเก่า ฟังเรื่องเล่าที่ทั้งสนุกและเพลินของตระกูลประวัติศาสตร์ ดูหอกง้าวประดับฝาผนังที่เคยใช้ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยามาแต่โบราณ แม้แต่พื้นเอียง ๆ ของบ้านยังมีที่มา และเสาบ้านสีดำแปลกตาก็มีคำอธิบาย

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

House of Yomjinda
บ้านเจ้าเมือง

เราเคยแต่เดินชมห้องที่เปลี่ยนเป็นคลังสมบัติล้ำค่า แต่ครั้งนี้เราเดินอยู่ในบ้านที่แม้กระทั่งตัวบ้านเองก็นับเป็นสมบัติหนึ่งในนั้น

คุณแม่วันสุข ยมจินดา เป็นลูกสาวของท่านอิ่ม เธอยกครูหมูวัย 8 เดือน ให้อยู่ในความดูแลของพี่สาว 2 คนคือ วาจา ยมจินดา และ ทองล้วน ยมจินดา นอกจากนี้ยังมี คุณยายบาง ยมจินดา อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน

หลังคุณตาเสียชีวิตใน พ.ศ. 2485 บ้านหลังนี้ก็ตกทอดมาสู่คุณยายบาง คุณป้าวาจา และมาถึงเธอในปัจจุบัน

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

ความเจริญก้าวหน้าด้านการคมนาคมทำให้การสัญจรทางน้ำถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ หน้าบ้านที่ติดกับแม่น้ำระยองจึงกลับกลายเป็นหลังบ้าน อู่ต่อเรือไม้ที่มีอยู่หลายแห่งต้องปิดกิจการ ไม่นานสะพานก็สร้างขึ้น เรือไม้จึงแล่นออกสู่ปากอ่าวไม่ได้อีกต่อไป

เรามองเป็นความโชคดีที่ยังมีบ้านเก่าให้คนรุ่นใหม่มาเยี่ยมชม ครูหมูบอกว่าในอดีต คนที่อาศัยอยู่ในบ้านเก่าไม่ได้รับความนับหน้าถือตา ผิดกับปัจจุบันที่คนกลับมาสนใจของโบราณกันมากขึ้น สิ่งที่มีคุณค่าอยู่แล้วจึงมีคุณค่ายิ่งกว่าเก่า โดยเฉพาะมูลค่าทางใจที่มากกว่าตัวเงิน

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย
เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

บ้านเจ้าเมืองถูกฉาบด้วยสีเขียวอ่อนอมฟ้าหลังการปรับปรุงซ่อมแซม เธอมีศัตรูตัวฉกาจคือ ‘ปลวก’ ที่ตั้งทัพพร้อมรบทุกปี ทำเอาครูหมูหมดเงินไปมหาศาลเพื่อพิทักษ์สมบัติทั้งหมด

ตัวพื้นบ้านทำจากไม้กระท้อนซึ่งหาได้ยากในสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ ลายฉลุโบราณทำมือทั้งหมด เมื่อสร้างปีเดียวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงมีลายฉลุเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญประดับ

“เสานี้คือไม้ตะเคียน ปกติต้องอยู่นอกชานเพราะทนแดดทนฝน แต่เมื่ออยู่ด้านนอกหลายปีเกิดการผุพัง เราเลยตั้งใจอนุรักษ์ของเก่าโดยนำมาปิดเสาที่ถูกปลวกกิน ส่วนรั้วไม้ด้านนอกที่เอาไว้กันเด็กหล่นก็เป็นไม้ตะเคียน เป็นเสาที่คุณตาเก็บไว้ใต้ถุนบ้าน”

ผ่านมาเกือบ 100 ปี บ้านทรุดลงตามกาลเวลา ครูหมูจึงต้องให้ช่างมาหนุนบ้าน เมื่อหน้าแล้งเดือนเมษา ช่างได้พายเรือเข้าไปใต้ถุนช่วงน้ำลดเพื่อซ่อมแซม และได้พบกับเสาตะเคียนพอดี

เราพิจารณาพื้นและบอกเธอว่า ตอนนี้บ้านของเธอเอียง

เธอบอกว่าที่เห็นเอียงแบบนี้ถูกต้องแล้ว เนื่องจากสมัยก่อนคุณตาสร้างระเบียงโดยยกหัวสูง ปลายเท้าต่ำ โดยใช้ลูกมะนาววางให้กลิ้งตามความลาดชัน เมื่อใครมานอนจะได้รู้ว่าฝั่งไหนคือหัวและเท้า แต่เมื่อครูหมูหนุนบ้านใหม่ ความเอียงจึงลดลง

ครูหมูอธิบายลักษณะบ้านโบราณของคนมีฐานะว่า มีห้องนอนเพียงห้องเดียว ภายในมีประตู 2 บาน เรียกว่า ประตูหน้าและประตูลับ เมื่อมีการปล้นจึงใช้ประตูลับเป็นทางหนี นอกจากนี้บ้านธรรมดาเมื่อเงยหน้ามองจะเห็นคานของบ้าน แต่บ้านคนมีฐานะจะมีฝ้าไม้กั้น

ส่วนด้านบนเพดานมีช่องลับเป็นเหมือนห้องใต้หลังคา เธอเคยให้ช่างปีนขึ้นไป แต่ตอนนี้เมื่อมองเองกลับหาไม่เจอ

“เฟอร์นิเจอร์ด้านในที่เห็นเป็นของโบราณทั้งหมด ไม่เก่า เราไม่เก็บ แต่จะมีในส่วนที่ซื้อมาเพื่อสะสมกับของประจำตระกูล โดยเฉพาะพวกตู้ไม้ ตู้คาวหวาน พวกนี้เป็นของที่คุณตาทำขึ้นมาเอง” 

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

House of the Collector
คลังสมบัติของนักสะสม

ครูหมูและสามีเก็บของสะสมร่วมกันมากว่า 40 ปี พวกเขาไม่เลือกประเภท แต่ต้องเก่าจริงเท่านั้น 

นอกจากตะเกียง วิทยุ โทรทัศน์ พัดลม เครื่องเล่นแผ่นเสียง ถ้วยชามรามไห ที่ล้วนแต่โบราณ ของชิ้นใหญ่อย่างกล้องคลุมโปง Large Format ที่เห็นในละครเรื่อง สี่แผ่นดิน ก็วางโชว์อยู่ที่มุมในสุดของบ้าน พร้อมด้วยหีบโบราณ เครื่องชั่งทอง ชั่งหมู ไปจนถึงเชี่ยนหมากที่เจ้าของกินค้างไว้ก่อนจะเสียชีวิต อุปกรณ์ทุกอย่างอยู่เหมือนเดิมและเหลือเท่าเดิมมาตลอด 80 ปี

หากรวมสิ่งของชิ้นเล็กชิ้นน้อยจำนวนมหาศาลทั้งหมดคงไม่อาจนับได้ว่าอายุกี่สหัสวรรษ

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

หิ้งบรรพบุรุษ

ภาพทั้งหมดถูกบันทึกไว้ในยุคนั้น เว้นแต่เพียงภาพของคุณทวด หรือท่านเกตุที่เป็นภาพวาด

รูปบนสุดในกรอบไม้คือ ท่านเกตุ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นพระยาศรีสมุทโภคไชยโชคชิตสงคราม เจ้าเมืองระยองคนแรก

รูปที่สองรองลงมาคือ คุณหญิงลำเจียก ภรรยาของท่านเกตุ

รูปที่สามคือ ท่านอิ่ม คุณตาของครูหมู และเจ้าของสมบัติโบราณหลายชิ้นในบ้านหลังนี้

รูปที่สี่ด้านล่างสุดคือ คุณยายบาง ภรรยาที่เสียชีวิตไปใน พ.ศ. 2514

หอกและง้าว

นับตั้งแต่สมัยคุณทวดที่มีชีวิตอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 3 – 4 เจ้าเมืองสมัยโบราณต้องร่วมรบทัพจับศึกกับพระเจ้าแผ่นดิน จึงได้ราชทินนามว่า พระยาศรีสมุทโภคไชยโชคชิตสงคราม

หอกและง้าวด้านหลังหิ้งคืออาวุธโบราณที่ใช้ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของต้นตระกูล เพื่อดื่มสาบานแสดงความจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน

ทุกเสาร์ที่ 2 ของเดือนธันวาคม เทศบาลนครระยองจัดงาน ‘ภูมิบุรี ศรีระยอง’ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และมีการขอเปิดบ้านยมจินดา เพื่อนำผู้หลักผู้ใหญ่ของเมืองเข้ามาแสดงความเคารพ ในฐานะที่บรรพบุรุษของตระกูลเป็นผู้สร้างถนนยมจินดา และเป็นเจ้าเมืองระยองมาหลายรุ่น

แม้จะมีคนเคยมาขอหอกและง้าวชุดนี้ แต่ครูหมูก็ไม่ให้ เพราะถือเป็นของประจำตระกูลที่ควรอยู่คู่บ้านต่อไป

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

ตู้คาวหวานและตู้ไม้

ตู้คาวหวานออกแบบเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยม เปิด-ปิดได้ทั้ง 4 ประตู มองได้รอบทิศ เอาไว้เก็บสำรับอาหาร ตู้แต่ละหลังมีอายุกว่าร้อยปี สร้างโดยคุณตาของครูหมู

ตู้ไม้ข้างกันมีลักษณะยกออกได้เป็น 2 ท่อน ไม่มีตะปู แต่ใช้สลัก เมื่อครั้งมีนักสะสมมาเยี่ยมเยือนได้ให้ข้อมูลว่า นี่คือตู้เสื้อผ้าที่ได้แบบมาจากฝรั่งเศส

ปัจจุบันด้านในกลายเป็นที่เก็บของสำคัญ มีตั้งแต่ช้อนส้อมทองเหลืองที่คุณตาเคยใช้ ไม้เท้าหัวพญานาค กระถางต้นไม้โบราณ กระโถนประจำตำแหน่งของคุณทวด ประดับด้วยลายมังกร 5 ขา ซึ่งเป็นกระโถนสำหรับขุนนาง ส่วนพระเจ้าแผ่นดินมี 9 ขา

นอกจากนี้ยังมีชุดผ้าเยียรบับของคุณตา ซึ่งใส่ตอนที่เข้าร่วมโต๊ะเสวยกับรัชกาลที่ 5 และหนังสืองานศพ แจกในพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณตาที่วัดเก๋งหรือวัดจันทอุดมเมื่อ พ.ศ. 2485 ปัจจุบันคือโรงพยาบาลระยอง ซึ่งด้านในยังมีเจดีย์หนึ่งองค์ที่ได้รับการดูแลโดยกรมศิลปากร ถือเป็นสมบัติที่บรรพบุรุษของตระกูลสร้างเอาไว้ 

โอ่งเขียวไข่กาและโอ่งจีน

โอ่งเขียวไข่กาบ่งบอกว่าเจ้าของเป็นคนมีฐานะ ในอดีตคุณตาใช้รองน้ำฝนสำหรับดื่ม เพราะให้ความรู้สึกเย็นชื่นใจ แต่จะเอาโอ่งนี้ไว้แจกจ่ายน้ำหน้าบ้านให้คนแปลกหน้าก็คงไม่ใช่ เธอบอกว่าในอดีตมีคุณไสยที่เรียกว่า ยาสั่ง หากเอาโอ่งใหญ่ไปตั้งไว้ก็คงโดนยาสั่งกันถ้วนหน้า

ส่วนโอ่งที่เก็บน้ำได้เย็นกว่าคือ โอ่งจีน ซึ่งขนส่งมาทางแพ ด้านในเป็นเนื้อสีเขียวคล้ายหยก มีคนมอบให้คุณตาเป็นเครื่องบรรณาการ

บานแพนก

อ่านว่า บาน-พะ-แนก คือจารึกกฎหมายในอดีตเขียนโดยอารักษ์ลายมือสวย ว่าด้วยเรื่องกฎหมายที่ดิน ที่นา รวมถึงลงโทษ หนีบขมับ หนีบเล็บ เขียนไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2410 สมัยปลายรัชกาลที่ 4

เครื่องแก้วเจียระไน

ของเก่าสุดโปรดจากอังกฤษที่เธอซื้อจากลูกศิษย์มายกตู้ หนึ่งในนั้นมีเครื่องแก้วทรงแปลกตาที่ดูคล้ายอุปกรณ์คั้นน้ำส้มไม่ก็ที่เขี่ยบุหรี่ สุดท้ายมีผู้มีความรู้มาเฉลยว่าสิ่งนี้คือ ที่เก็บแหวน

House of Memories
ความทรงจำที่ไม่มีวันขาย

ครูหมูได้รับคำชมจากผู้มาเยือนว่า นี่คือบ้านที่เก็บของเก่าไว้เยอะและเป็นระเบียบ ทุกอย่างจัดไว้เป็นหมวดหมู่ โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นเล็กที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้

ในอดีต ของโบราณไม่เคยอยู่ในความสนใจของเธอ ทั้งยังมองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตนเองกลับเป็นผู้ถวิลหาของเก่าที่เคยอยู่ในความทรงจำ

“เราย้อนนึกถึงวันที่ไปแอบดูโทรทัศน์ในตลาดเก่า ดูได้ไม่นาน 6 โมงเย็นต้องเข้าบ้าน เพราะเป็นผู้หญิง คุณป้าไม่อยากให้อยู่นอกบ้านมืด ๆ ค่ำ ๆ ต่อมาคุณป้าซื้อทีวีขาวดำ พอทำงานเองก็ซื้อทีวีสี แต่ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนา เรากลับถวิลหาของเดิม ทีวีขาวดำมันหายไปไหน”

นอกจากสิ่งของที่เคยถูกทอดทิ้งไป ครั้งหนึ่งครูหมูคิดจะรีโนเวตบ้านยมจินดาเสียใหม่ ชนิดที่เงินพร้อม แปลนพร้อม สถาปนิกพร้อม ช่างรับเหมาก่อสร้างพร้อม แต่เมื่อตกดึก เธอกลับฝันเห็นคุณทวดหญิงมานั่งขวางทางและบอกว่า ห้ามรื้อบ้านเด็ดขาด แต่ให้ซ่อมแซมได้

หลังจากครูหมูตื่น เธอล้มเลิกแผนการเดิมและตัดสินใจสร้างบ้านอีกหลังไว้ข้างกัน ซึ่งปัจจุบันคือ ‘ครัวครูหมู’ ร้านอาหารระยองโบราณที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

ในฐานะเจ้าบ้านและลูกหลานของตระกูลเก่าแก่ เธอทิ้งท้ายบทสนทนาด้วยความคิดอันมุ่งมั่นที่ใช้เวลาบ่มเพาะมาหลายสิบปี

“ของทุกชิ้นมีความหมายกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เราไม่ขายแน่นอน ขายเป็นเงินก็เอาไปใช้หมด แก่ขนาดนี้จะใช้เงินอะไรเยอะแยะ จริงไหม”

หากใครตั้งใจมาเยี่ยมบ้านเก่า อย่าลืมแวะทานอาหารสูตรโบราณที่บางจานคือของโปรดเจ้าเมืองระยองมาตั้งแต่อดีต หรือหากใครแวะมาทานอาหารก็อย่าลืมขอครูหมูเข้าชมบ้านยมจินดาที่อยู่ใต้หลังคาเดียวกัน แล้วอย่าลืมชวนเธอไปเป็นไกด์ เพราะยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่จะทำให้การไปเที่ยวระยองครั้งนี้สนุกกว่าเดิม

Facebook : บ้านเจ้าเมือง ต้นตระกูลยมจินดา

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load