สานสาด เป็นภาษาท้องถิ่นใต้ หมายถึงการสานเสื่อ

SarnSard เป็นแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์น้องใหม่ที่สานต่อหัตถกรรมจักสานเตยปาหนัน จังหวัดตรัง ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมทางศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กุ๊กไก่-มนัสนันท์ ทวีวรสุวรรณ (Art Director) เป็ด-วิศรุต ทวีวรสุวรรณ (Product Designer) และช่างฝีมือชาวมุสลิมกว่า 40 คนในชุมชน

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

เป็นเวลาหนึ่งปีในการลงพื้นที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน เพื่อจุดหมายที่อยากพางานคราฟต์แดนใต้และเตยปาหนัน พืชกอใหญ่ริมทะเลที่ซ่อนความงามภายใต้หนามแหลมคม ออกเดินทางทำความรู้จักผู้คนทั่วประเทศ ผ่านการออกแบบร่วมสมัย เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ ทว่ายังคงธรรมชาติดั้งเดิมของงานหัตถกรรมโบราณ

ด้วยความพยายามอันดีทำให้ SarnSard น่าจับตามอง จนถูกเลือกให้เป็นหนึ่งใน Young Thai Designers ของ Talent Thai & Designers’room 2019 และผลงานสะดุดตาจนดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสชวนให้นำเตยปาหนันมาเป็นส่วนหนึ่งของเฟอร์นิเจอร์ใน Mahanakhon Bangkok SkyBar บนยอดตึกสูงระฟ้ากลางกรุงเทพฯ 

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ
SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

หัวใจสำคัญของ SarnSard คือการทำให้ช่างสานกลับมาเห็นคุณค่าและเกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ สำหรับเรา สิ่งที่พวกเขากำลังทำและกำลังจะทำ คงมีเหตุผลมากพอให้นั่งลงสนทนากับเขาและเธอ

สานสาด

เป็ด เป็นดีไซน์เนอร์ ส่วนกุ๊กไก่ เป็นผู้กำกับดีไซเนอร์อีกที เธอมีความชอบและสนใจด้านศิลปะ หัตถกรรมไทย เป็นทุนเดิม ที่สำคัญครอบครัวเธอเป็นคนตรัง ทั้งสองคนสารภาพว่าไม่เคยรู้จัก ‘เตยปาหนัน’ มาก่อน เพิ่งเคยสัมผัสและเป็นเจ้าของก็ตอนเดินเที่ยวงานที่สวนลุมพินี ประจวบกับ จันทร์เพ็ญ ปูเงิน ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรดุหุนสามัคคี จังหวัดตรัง ทายาทรุ่น 4 ของครอบครัวจักสานเตยปาหนันมาออกร้านขายผลิตภัณฑ์จักสานชุมชนพอดี

หลังจากใช้กระเป๋าเตยปาหนันมาหนึ่งปี กุ๊กไก่ติดใจงานสานจากแดนใต้และคุณสมบัติของเตยปาหนัน ไร้เสี้ยน เนื้อสัมผัสนุ่ม และผิวเงางาม จนทำให้เธอจับมือชวนเป็ดออกเดินทางค้นหาพืชมีหนามริมทะเลถึงบ้านเกิด

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

“เริ่มจากความชอบ เราเลยชวนเป็ดลงไปเซอร์เวย์ ที่นั่นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชาวบ้านมีดวงตาเป็นประกาย เขาอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้หมู่บ้านเจริญขึ้นมา เราเริ่มจากขอเขาศึกษาดูงานก่อน และได้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เขาสวยมาก ตอนแรกคิดจะซื้อมาขายไปดีมั้ย แต่พอพูดคุยกับช่างสานแต่ละบ้าน ได้เห็นว่าเขามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ 

“ประมาณหนึ่งปีที่เราลงไปอยู่กับชุมชน ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยากเป็นแค่คนซื้อมาแล้วขายไป เราอยากทำอะไรบางอย่างที่พัฒนาไปด้วยกันกับเขาได้ นั่นเป็นจุดหักความคิดของเราเลย” เธอเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้น

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

“ตอนนั้นชุมชนเขามีโครงการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีพอดี ชาวบ้านก็มานั่งล้อมวงกินข้าวกัน มีคนจากหน่วยงานรัฐมาอธิบายกิจกรรมให้ฟัง เราเป็นใครไม่รู้สองคนไปนั่งกินข้าวกับเขา เราได้เห็นวิถีชีวิต ได้เห็นความอบอุ่น เรารู้สึกทันทีว่าตรงนั้นมันจริงมาก เราน่าจะใช้บทบาทดีไซเนอร์ของตัวเองทำอะไรให้กับที่นี่ได้” เป็ดอธิบายเสริม

สานศาสตร์

จากการลงพื้นที่ศึกษาข้อมูล เจ้าของแบรนด์เล่าให้ฟังว่า เจ้าต้นเตยปาหนันมักขึ้นเองตามธรรมชาติบริเวณริมทะเลและป่าโกงกาง ลักษณะใบเรียวยาวสีเขียว มีหนาม 3 ด้าน ด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหลัง ส่วนจักสานเตยปาหนันมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากเกือบร้อยปี เป็นหัตถกรรมจักสานที่ผูกพันกับวัฒนธรรมของอิสลาม

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ
SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

ส่วนวิธีการแปลงเตยปาหนันมาเป็นตอกสำหรับสานก็ไม่ง่าย ต้องเก็บใบเตยปาหนันมาลนไฟ ริดหนามทั้ง 3 ด้านของใบออกให้หมด จากนั้นใช้เล็บแมว อุปกรณ์ภูมิปัญญาประดิษฐ์ ลักษณะคล้ายคัตเตอร์ 3 ใบต่อด้ามไม้ เอามากรีดเตยปาหนันให้เป็นตอก ขนาดตอกจะต่างกัน ขึ้นอยู่กับความห่างของใบมีด ใช้ด้ามไม้อีกฝั่งของเล็บแมวนวดเส้นตอกให้นิ่ม คลายความแข็ง เอาตอกแช่น้ำให้เน่าประมาณ 2 คืน เพื่อให้จุลินทรีย์พาสีเขียวออกให้หมด 

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ
SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

จากนั้นตากให้แห้ง ถ้าใช้สีธรรมชาตินำไปสานได้เลย ถ้าอยากให้สะดุดตา ย้อมสีสันได้ตามใจชอบ 

“ขั้นตอนนี้แสดงถึงความมานะของคนสานเหมือนกันนะ เขาจะพยายามหาเตยเส้นที่ดีได้หรือเปล่า กฎหลักคือเตยต้องไม่อ่อน ไม่แก่ ถ้าได้ต้นที่แข็งแรงสมบูรณ์ เตยจะแข็งแรง เหนียว ใบยาว ความหนาชัดเจน” กุ๊กไก่เล่า

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

ช่างสานส่วนมากเป็นผู้หญิง สมัยก่อนนิยมสานเสื่อเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น คู่บ่าวสาวปูเสื่อเพื่อรับขันหมากตามพิธีของศาสนาอิสลาม รองศพบนเสื่อก่อนนำไปฝัง รองนั่งตอนละหมาด สานเป็นกระเชอ ใส่ข้าวเปลือก ขมุกยา กล่องทรงเกือบเหลี่ยมพร้อมฝาปิดใส่ยาเส้น และสานเป็นกระปุกเก็บของ

“ความจริงมันเป็นวัฒนธรรมของอินโดนีเซียอีกทีหนึ่ง เป็นการแลกกันกับผ้าปาเต๊ะของเรา เขาเอาผ้าปาเต๊ะไป แล้วเอาวิธีการสานเตยปาหนันมาแลก ซึ่งมันตอบโจทย์ชาวมุสลิม เพราะเขาอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ต้นเตยก็ขึ้นอยู่ริมทะเล หลายอย่างมันมีที่มาที่ไปของมัน ลงล็อกมาก” เป็ดเล่าข้อมูลที่ได้จากการลงพูดพื้นที่พูดคุยกับช่างสาน

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

ด้วยความคลุกคลีกับช่างสาน เธอและเขาสนิทกับยายเกียะ ช่างสานเตยรุ่นเก๋าระดับชำนาญการ ยายเกียะพาทัวร์หมู่บ้านที่ทำจักสานเตยปาหนันแวะเยือนตามบ้าน พาไปดูงานสานยุคเก่าที่ยังใช้ได้ดีในปัจจุบัน มีทั้งกระบุง กระจาด อายุอานาม 20 ปีขึ้นทุกชิ้น ไม่มีมอดกัด ไม่มีแมลงกัด เว้นแต่เจ้าหนูอาจจะกัด ความพิเศษของจักสานเตยยุคเก่าคือลายสานโบราณ ปัจจุบันไม่สานกันแล้ว เพราะทำยาก ไม่ทันกินทันใช้ และคนที่สานลายนี้ได้มีน้อย

“เราเจอว่าทำไมงานโบราณถึงน่าสนใจ เพราะเขาสานสองรอบ มันเพิ่มความแข็งแรง ถ้าดูจะเห็นว่าลายข้างนอกกับลายข้างในจะไม่เหมือนกัน เราเลยลองมาแกะลายกับพี่จันทร์เพ็ญ กว่าจะสานกันได้ปาไปเป็นอาทิตย์ และเราค่อนข้างทึ่งกับวิธีการสานสมัยก่อน เลยอยากอนุรักษ์ลายพวกนี้เอาไว้” เธอเล่าพลางเดินไปหยิบกระปุกขนาดพอเหมาะมือมาให้เราดู “อันนี้ยายเกียะให้มาเป็นของขวัญ อายุยี่สิบกว่าปีแล้ว” เราลองสัมผัส ผิวเตยยังคงนิ่ม ลายสานแน่นแข็งแรง ยิ่งผ่านกาลเวลา ยิ่งขับเน้นให้เห็นความสวยงามจากธรรมชาติเด่นชัดขึ้นมาทันตา

SarnSard 

“เราเริ่มจากการลองผิดลองถูก ทดลองหาความเป็นไปได้ในการต่อยอด ลายโบราณหายไปแล้ว เราขอให้เขาช่วยแกะลายให้ เหมือนเราเอาสูตรนั้นมาขยายต่อ มาเล่นสีสัน ดูว่าประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์อะไรได้บ้าง”

ลายดอกจัน ลายโบราณที่พวกเขาฟื้นมันกลับขึ้นมาอีกครั้ง เป็นลายที่ทำให้คนจำได้ว่านี่คือ SarnSard 

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

“ช่างสานที่สานลายนี้ได้มีแค่สี่คน เพิ่มขึ้นทีละคนเราก็ดีใจมากแล้ว มันท้าทายมากว่าเขาจะลองเปิดใจสานลายที่เขาร้างมือไปนานมากแล้วหรือเปล่า บางคนไม่เคยสานลายนี้ด้วยซ้ำ เคยเห็นแต่รุ่นยายทำ” เป็ดเล่า

ลายมิติ (ดอกจัน) ในเส้นทางของแบรนด์จักสานเตยปาหนันน้องใหม่ ถูกแปลงโฉมให้เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน อาทิ กระเป๋าคลัช กระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย สายคล้องกล้อง สายคล้องแว่นตา และแผ่นรองคอมพิวเตอร์ (Desk Mat) ความเก๋ไก๋สะดุดตาเราขอยกให้สีสัน คู่สีสวยจนต้องยกนิ้วให้คะแนนเต็มสิบ ดีไซเนอร์กำหนดชุดสีเอาไว้ 6 ชุดสี เป็นสีที่ได้จากอารมณ์ ความรู้สึก และแรงบันดาลใจ ขณะทำงานกับชุมชนที่ตรัง

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ
SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ
SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

“อย่างสียอแสง มาจากพระอาทิตย์กำลังตกดิน สีจินต มาจากจินตนาการ สีแต่ละสีมันเกิดจากตอนที่เราอยู่ที่นั่น อันนี้สีหรรษา เป็นสีที่พี่จันทร์เพ็ญชอบ เขาบอกว่าพอมีสีเหลืองปุ๊บ มันสนุก สีนี้สานยากที่สุดนะ ปกติการสานเราจะใช้สามสีในการวางเส้น แต่หรรษามีห้าสี มันลายตาก็จริง แต่คนทำเขาสนุก เหมือนท้าทายตัวเขาด้วย

“ด้วยความโชคดี พี่จันทร์เพ็ญมีความเป็นศิลปิน สิ่งที่เขาทำค่อนข้างสวยอยู่แล้ว พอเราบอกเฉดสี ลองวางสี พี่จันทร์เพ็ญทำให้เราเซอร์ไพรส์หลายครั้ง สำหรับเรา เรามองว่ามันสวยนะ สวยด้วยธรรมชาติของมัน” กุ๊กไก่อธิบาย

เอกลักษณ์อีกอย่างของ SarnSard คือการเลือกเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กับงานหัตถกรรมจักสาน เป็ดเลือกใช้ 3D Printing ที่เขาถนัดมาช่วยขึ้นรูปและสื่อสารให้แม่ช่างสานเข้าใจและเห็นภาพ ช่วงแรกเขาขึ้นรูปเป็นกระปุกหกเหลี่ยม ตอนขึ้นงานจริงเขาใส่ขอบพลาสติกทรงหกเหลี่ยมลงไปในชิ้นงานด้วย เพื่อกำหนดขอบและรูปทรง

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ
SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

การสานลาย SarnSard จะเลือกตอกใหญ่ เพราะเห็นลายชัดและสวยงาม ชวนสะกดสายตาเสมือนเชิญให้คนอยากเข้ามาสัมผัสและทำความรู้จักเตยปาหนัน เป็นความสวยงามจากธรรมชาติที่แฝงวัฒนธรรมท้องถิ่นไทย-มุสลิม

“เราอยากยกระดับให้ได้มากที่สุดและอยากทำให้คนสานเห็นคุณค่าของเขาให้ได้” กุ๊กไก่เผยหัวใจของการทำ SarnSard ก่อนเป็ดจะเสริมว่า “เราต้องมองหาความแตกต่าง เป็นที่มาว่าทำไมสานสาดต้องเริ่มจากลายโบราณ”

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

สารศาสตร์

“การสื่อสารที่ดีที่สุด คือการใช้ใจ เราจะทำยังไงให้เราซื้อใจเขาได้” เธอยิ้ม

“วิธีแรกเราต้องปลุกใจเขาก่อน เวลาลงชุมชนมักเป็นเวลาเดียวกับที่พี่จันทร์เพ็ญเขาอยากจะเปลี่ยน เขาพูดว่าทำไมขายได้เท่านี้ บางครั้งพ่อค้าคนกลางบีบราคา แต่คนกลางดันมองข้ามว่าเป็นงานสานนะ งานทำมือนะ

“พอเรารู้จุดอ่อนเขา เราบอกเขาว่าต้องเปลี่ยน ต้องทำงานเป็นระบบมากขึ้น เราก็พยายามเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปนะ ต้องทำให้เขาเห็นก่อนว่าเราพาเขาเดินไปด้วยกันกับเราได้ อันดับแรกเขาต้องภูมิใจกับงานฝีมือของเขาก่อน มันโชคดีอย่างหนึ่งตรงเราได้ทำงานกับ King Power หลายคนตกใจทำไมเราไปถึงตรงนั้นได้ แต่มันก็ทำให้เด็กรุ่นใหม่อยากกลับบ้านมาทำงานพวกนี้มากขึ้น” กุ๊กไก่เล่าความตั้งใจที่อยากจะเดินไปพร้อมกัน

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ
SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

“เราพยายามจูงใจเขาจากโปรเจกต์มหานคร (Mahanakhon Bangkok SkyBar) งานโลคอลที่อยู่บนตึกที่สูงที่สุดของประเทศ มันมีศักยภาพไปถึงจุดนั้นได้จริงๆ แล้วคนเลือกงานเราเป็นดีไซเนอร์จากฝรั่งเศสด้วย”

การทำงานกับชุมชนไม่เคยง่าย แต่เราเชื่อว่าความพยายามและความจริงใจที่ออกมาจากเบื้องลึกของเขาและเธอจะทำให้ชุมชนจักสานเตยปาหนัน จังหวัดตรัง สัมผัสสิ่งนั้นได้ และพร้อมก้าวเท้าออกเดินไปพร้อมกันกับ SarnSard

สาน ศาสตร์สานสาด

SarnSard อยากจะเป็นผู้สาน (ต่อ) ศาสตร์สานสาดแบบไหนในอนาคต เราถาม

“หนึ่ง เราอยากทำ Ecotourism ให้คนเข้าใจว่าจักสานเตยปาหนันเป็นงานคราฟต์ประเภทไหน เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมแบบไหน แล้วเขาจะกลับไปบอกเล่าเรื่องราวนี้ได้ยังไง สอง สำคัญมาก เราอยากกระตุ้นคนในชุมชน กระตุ้นเด็กให้หันกลับมาเห็นคุณค่าของภูมิปัญญา เพราะเรารู้ว่าพี่จันทร์เพ็ญทุ่มเทกับสิ่งนี้มาทั้งชีวิต เขาอยากให้มันประสบความสำเร็จ และเราเชื่อว่าสิ่งที่ออกมาจากความภูมิใจของเขา เขาจะทำมันได้ดีที่สุด

“ถ้าเมื่อไหร่เขาเกิดความภูมิใจ เขาจะเกิดความรู้สึกอยากสานต่อ”

สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันและเรามองเห็นจากแววตาของกุ๊กไก่และจันทร์เพ็ญคือนักสู้ ใช่ พวกเธอคือผู้หญิงที่พร้อมจะสานต่อและพาเพื่อนผู้หญิงอีกหลายสิบชีวิตเดินหน้า ด้วยมรดกจากบรรพบุรุษชาวมุสลิมที่มอบไว้ให้

“ภาพที่เราอยากเห็นคือเขาทำสิ่งนี้เป็นกิจวัตร กลับมาเป็นภาพเดิมเหมือนเมื่อก่อน มีลานกว้างแล้วทุกคนมานั่งช่วยกันสานเป็นครอบครัว เพราะสิ่งนี้ขับเคลื่อนชีวิตเขาได้จริงๆ ซึ่งมันย้อนกลับไปว่า เราแค่อยากให้เขาได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เขาทำ มันเป็นภูมิปัญญาที่เกิดมาพร้อมกับเขา เติบโตมาพร้อมกับเขา แล้วเขาก็มุ่งมั่นที่จะทำมันต่อไปด้วยความเชื่อว่ามันจะทำให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ส่วนหนึ่งเราก็ภูมิใจที่ปลุกเขา ปลุกหมู่บ้านเขาขึ้นมาอีกครั้ง”

“เรามองถึงความยั่งยืนนะ ชุมชนยั่งยืนบนวิถีของเขา” เป็ดเล่าด้วยแววตามุ่งมั่น

เขาและเธอสบตาเป็นสัญญาณว่าจะพาเตยปาหนันกู่ก้องให้ไกลกว่าตรัง และอนาคตที่ไกลกว่าประเทศไทย

SarnSard แบรนด์คราฟต์แดนใต้ที่เปลี่ยนเตยปาหนันเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ จนคนตรังต้องภูมิใจ

SarnSard

เว็บไซต์ : www.sarnsard.com 

Facebook: SarnSard

ติดต่อ 09 4636 4542

 

 

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

หากเอ่ยถึง ‘ครามสกลนคร’ ผู้อ่านชาวก้อนเมฆหลายคนคงร้อง อ๋อ เพราะต้องเคยคุ้นตาผ่านการอ่านหรือสัมผัส ผ่านของขวัญของฝากแทนใจ จากคนสนิทมิตรสหายที่ไปเยี่ยมเยือนถิ่นสีครามกันอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ผ้าพันคอ จนถึงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

แต่มีชายคนหนึ่งจากอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร หยิบสิ่งที่เกษตรกรทิ้งขวาง มาสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่า เพื่อสื่อสารผ่านผลิตภัณฑ์ว่า ต้นไม้หนึ่งต้นมีประโยชน์มากมายเหลือเกิน อยู่ที่คุณจะมองเห็นหรือเปล่า 

Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต

ติงลี่-คมกฤช ภู่ทอง เจ้าของแบรนด์ Khramer สกินแคร์จากรากคราม ที่ตั้งใจพาครามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนรุ่นใหม่ ด้วยการทำให้ครามเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ง่าย เหมาะกับยุคสมัย และมุ่งมั่นแน่วแน่ว่าจะไม่ขอใช้ส่วนอื่นๆ ซึ่งสร้างประโยชน์ไปแล้ว อย่างกิ่ง ก้าน ใบ นำไปย้อมผ้าให้สีเด็ดขาด แต่จะใช้ ‘ราก’ ส่วนที่เป็นเศษซากทางการเกษตร เพื่อบอกว่าต้นไม้ 1 ต้น ได้ถูกใช้งานอย่างคุ้มค่าแล้ว แถมช่วยลดมลพิษจากการเผาทิ้งทำลายด้วย

Khramer ชื่อนี้เกิดจากการสมาสชนและสนธิเชื่อมขึ้นของคำ 3 คำ คือ 

Khram (คราม), Farmer (เกษตรกร) และ Charmer (คนมีเสน่ห์)

คราม เกษตรกรและคนมีเสน่ห์ ร้อยเรียงเป็น Khramer ได้อย่างไร นี่คือเรื่องราวทั้งหมด

Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต

Khramer

ติงลี่เป็นคนอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ที่จับพลัดจับผลูมาเรียนต่อแดนอีสานในหลักสูตรเภสัชกรรมแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่ฝันลึกๆ ในใจเขาอยากเรียนสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ เขาได้แต่เก็บความชอบไว้ลึกสุดใจ และหลังเรียนจบ ติงลี่ผันตัวไปทำธุรกิจนำเข้า-จำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ จนวันดีคืนดีมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘ความชอบในวัยเด็กของเขาหายไป’ งานที่ทำอยู่ไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เหมือนที่เขาเคยฝัน 

ติงลี่สนใจทำธุรกิจส่งออกเพื่อสร้างสมดุลจากธุรกิจนำเข้าเดิมที่ทำอยู่แล้ว บวกกับได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างที่เคยอยากใช้มาตลอด เขาพุ่งเป้าไปที่ ‘คราม’ สินค้าเชิงวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงในตลาดสากล

และโจทย์แรกที่เขาตั้งต้นในการทำธุรกิจคือ ธุรกิจนี้ต้องเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น

“ต้องบอกก่อนว่าเราทอผ้าไม่เป็น ก็เลยไม่ไปแตะเรื่องการย้อมผ้า ทอผ้า เพราะมีกลุ่มคนที่สนับสนุนงานออกแบบพวกนี้อยู่แล้ว และเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว แต่เราพยายามสร้างคุณค่าใหม่ขึ้นมากับกลุ่มลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง

“ช่วงเริ่มคิดหาผลิตภัณฑ์ เราลงพื้นที่ไปดูชุมชนว่าเขาทำอะไรบ้าง คุยกับเกษตรกรว่าเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วเขาเหลืออะไรบ้าง แต่พอเข้าไปในพื้นที่ เราเห็นกองรากครามก็รู้เลยว่าเขาไม่ได้ใช้แน่ๆ จึงเป็นโจทย์ให้เราไปคิดต่อว่า จะเอารากครามไปทำอะไรได้บ้าง ซึ่งสิ่งที่เราจะทำคือ Circular Design สร้างมูลค่าให้มันเป็นมากกว่าขยะหรือปุ๋ย 

“ที่สำคัญ ต้องมีคนได้ประโยชน์มากกว่าตัวเราเอง และเรามองถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุดด้วย” ติงลี่เล่าจุดเริ่มต้นและเป้าประสงค์ของการหยิบใช้ส่วนที่หยั่งลึกที่สุดของต้นครามให้เราฟัง 

Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต

นักทำแบรนด์มือใหม่เล่าว่าเมื่อศึกษาอย่างเข้มข้น พบว่ามีงานวิจัยหลายตัวที่บ่งบอกคุณสมบัติของครามเรื่องป้องกันแสง UV เขายกตัวอย่างคนไทยที่ทำไร่ ทำนากลางแดด มักสวมเสื้อผ้าย้อมคราม เพราะช่วยป้องกันการไหม้จากแดดได้ดี และคนสมัยก่อนจะใช้ธรรมชาติในการดำรงชีพ เช่น เด็กแรกเกิดจะถูกห่อตัวด้วยผ้าย้อมครามเพื่อลดการอักเสบ ลดความเจ็บปวด อย่างเข้าป่าแล้วเกิดแมลงสัตว์กัดต่อย ก็บดขยี้ใบครามมาโปะแผล 

และครามก็โลดแล่นในตลาดสากลมาเนิ่นนาน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ฯลฯ ต่างมีวัฒนธรรมครามในแบบที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่เด่นที่เครื่องแต่งกาย และอีกส่วนที่ติงลี่ทราบจากงานวิจัยคือ อินเดียใช้รากครามในการทำยารักษาแผลในกระเพาะอาหาร ญี่ปุ่นใช้ดอกครามมาสกัดเป็นครีมบำรุงผิว ฝรั่งเศสใช้ใบครามแก่จัดมาทำสารสกัด ฯลฯ 

‘ธรรมชาติบำบัด’ เป็นคอนเซ็ปต์หลักของ Khramer ที่มีแรงบันดาลใจจากประโยชน์ทั้งต้นของคราม

Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต

ติงลี่ลงมือทำวิจัยเพื่อทำให้ของดีจากธรรมชาติมีมาตรฐานยิ่งขึ้น จากการวิจัยเปรียบเทียบใบและราก เพื่อดูว่าส่วนใดมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) มากกว่ากัน ทำการทดสอบ Anti-bacteria, Skin Moisture และการปกป้องแสงแดด ซึ่งผลเป็นอย่างที่คิด รากครามมีสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นกว่าใบ เพราะครามเป็นพืชตระกูลถั่ว สะสมอาหารไว้ที่รากอย่างเข้มข้น รวมถึงตรวจสอบค่า SPF ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ผู้บริโภคมั่นใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ

ติงลี่ได้ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดรากคราม 2 ประเภท ได้แก่ Indigo Root Extract Facial Sunscreen SPF50 PA ห่มครามให้ผิวหน้าเพื่อป้องกันแสงแดดและน้องยูวี แถมปรับผิวหน้าให้สมดุล Indigo Root Extract Facial Serum เอสเซนส์น้ำนมช่วยบำรุง ปลอบประโลม และปรับสมดุลให้กับผิวหน้า ที่สำคัญ สกินแคร์ของแบรนด์ปราศจากส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ พาราเบน ซิลิโคน ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งสี และไม่ผสมสารเคมี

ติงลี่เฉลยว่าการเป็นศิษย์เก่าแพทย์แผนไทยช่วยเขาในการตั้งต้นความคิด ด้วยหลักการการมองส่วนต่างๆ ของพืชมาปรุงยา ราก ดอก ใบ ฯลฯ ล้วนมีสรรพคุณต่างกัน และเขายังแนะเทคนิคเก็บเกี่ยวให้ได้ประสิทธิภาพดีให้ด้วย

“ตามที่เราศึกษามา รากควรจะเก็บในเวลายามสี่ ช่วงบ่ายสามถึงหกโมงเย็น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพของสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในราก ส่วนใบครามเก็บช่วงเช้ามืด ตีสี่ถึงตีห้า เพราะใบยังไม่โดนแสงแดด เมื่อย้อมแล้วจะให้สีชัด”

Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต
Khramer สกินแคร์ฝีมือคนไทยจากรากคราม สกลนคร ที่ตั้งใจช่วยโลกและชุมชนในทุกกระบวนการผลิต

Framer

เมื่อถามถึงคราม ทำไมต้องเจาะจงเลือกใช้ ‘ครามสกลนคร’ 

“เราทราบมาว่าจังหวัดสกลนครเป็นแหล่งเพาะปลูกครามที่มีประสิทธิภาพ มีชื่อเสียง แล้วก็ได้รับรองเป็น GI ของจังหวัด จากการศึกษาของเรา ภูมิประเทศของสกลนครมีองศาของแดดและปริมาณน้ำฝนต่อปีเหมาะสมกับการปลูกคราม และพื้นที่นี้ก็มีประวัติศาสตร์เรื่องการใช้ครามในกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย เราเลยเลือกครามสกลเป็นวัตถุดิบหลัก”

ไม่เพียงแต่ดินดี น้ำดี ผลผลิตดี เรื่องราวประวัติศาสตร์พื้นที่ก็สอดคล้องกัน และหลาย ‘ดี’ ที่ว่าก็เป็นข้อมูลที่น่าพูดถึงและนำเสนอให้ผู้บริโภคทราบถึงแหล่งที่มาที่ไป เป็น Storytelling ซึ่งขยายภาพ Khramer ชัดเจนยิ่งขึ้น

แบรนด์สกินแคร์รักษ์โลกและชุมชนจากสารสกัดรากคราม สกลนคร ที่หยิบวัตถุดิบในดินมาทำครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิว
แบรนด์สกินแคร์รักษ์โลกและชุมชนจากสารสกัดรากคราม สกลนคร ที่หยิบวัตถุดิบในดินมาทำครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิว

ติงลี่เข้าไปทำงานกับเกษตรกร สกลนคร ในฤดูเก็บเกี่ยวและเล่าสู่กันฟังว่า รากครามมีประโยชน์นะ ไม่ต้องทิ้ง ไม่ต้องเผา มันจะกลายเป็นมลพิษ เขาจึงขอรับซื้อ เพราะปกติแล้วชาวบ้านจะปลูกคราม รอจนโตเต็มที่แล้วตัดกิ่ง ก้าน ใบ ไปใช้ประโยชน์ ทำแบบนี้ 2 – 3 ครั้งจนเหลือตอส่วนที่เป็นรากใต้ดินที่ไม่มีใครนำไปใช้งาน เพราะต้องออกแรงขุดขึ้นมา สุดท้ายก็จบชีวิตที่กองไฟเผาขยะ เมื่อสนิทสนมกับคนปลูก ก็เหมือนได้แบ่งปันความรู้เรื่องครามซึ่งกันและกัน

“ความรู้ ความคิด เราไม่ได้เก่งไปกว่าชาวบ้านที่เขาอยู่กับต้นครามมาหลายเจเนอเรชัน แต่เราคอยสังเกตและรับฟังมากกว่า อย่างขั้นตอนการเก็บเกี่ยวก็เสนอให้เขาทำแบบนี้ดีมั้ย เพื่อให้เหลือขยะน้อยลง ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น และเราไม่อยากให้ชาวบ้านเพิ่มปริมาณพื้นที่เพาะปลูกจากเดิม หรือเลิกทำนาเพื่อส่งรากครามให้เรา

“เราอยากให้ชุมชนคงวิถีของเขา และเรารับซื้อจากชุมชนดีกว่า เพื่อช่วยกระจายรายได้ให้เขาด้วย”

จากการพูดคุยมาสักพัก เราสัมผัสถึงไอเดียและความเป็นเจ้าพ่อโปรเจกต์จากนักทำแบรนด์มือใหม่คนนี้อย่างจัง เพราะนอกจากครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิวที่ Khramer ร่วมงานกับชุมชน เขายังมีอีกหลายโครงการในหัว

แบรนด์สกินแคร์รักษ์โลกและชุมชนจากสารสกัดรากคราม สกลนคร ที่หยิบวัตถุดิบในดินมาทำครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิว
แบรนด์สกินแคร์รักษ์โลกและชุมชนจากสารสกัดรากคราม สกลนคร ที่หยิบวัตถุดิบในดินมาทำครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิว

“มีอีกหลายโปรเจกต์ที่เราทำร่วมกับชุมชน เช่น กระเป๋าจากเศษผ้าครามที่เหลือจากการตัดเย็บชุด เราจะรับซื้อเศษผ้าเล็กๆ มาทำเป็นถุงผ้าใส่สินค้าให้กับลูกค้า ให้ลูกค้านำกลับไปใช้ประโยชน์ต่อ ซึ่งคุณป้าที่เราไปรับซื้อ เขาดีใจมากที่มีคนมาซื้อเศษผ้าพวกนี้ แต่ตอนนี้คุณป้าติดทำนา เราเลยรอ เพราะไม่อยากเปลี่ยนวิถีเขาแล้วทำสินค้าให้เรา” ติงลี่เล่าถึงความตั้งใจที่ไม่รีบร้อน และไม่คิดจะเปลี่ยนหรือเร่งเร้าอะไร แต่มีเบื้องหลังเป็นความหวังดีและความห่วงใยที่ปรารถนาสร้างรายได้และรอยยิ้มให้กับชุมชนจังหวัดสกลนคร อีกทาง

“อนาคตเราอยากจะเข้าไปใกล้ชิดชุมชนให้มากกว่านี้ อยากสร้างพื้นที่พื้นที่หนึ่งขึ้นมาโดยไม่ขัดแย้งกับชุมชน เพื่อทดลองเกี่ยวกับคราม รวมถึงรับฟังชุมชนว่าเขามีปัญหาอะไรระหว่างการทำงาน แล้วก็นำมาแก้ปัญหาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมา สมมตินะ เราอาจนำยอดอ่อนใบครามมาคั่วเป็นชาจากคราม แล้วมันไม่กระทบวิถีชุมชน เพราะชาวบ้านก็ยังเก็บใบครามไปย้อมสีได้เหมือนเดิม เพียงแต่เราเลือกหยิบส่วนที่เขาไม่ได้ใช้มาทำประโยชน์”

แค่คิดก็น่าสนุกแทนชาวบ้านสกลนคร และตื่นเต้นแทนผู้บริโภคอย่างเราๆ 

Charmer

กลุ่มคนมีเสน่ห์ที่ติงลี่ตั้งเป้าหมายให้เป็นกลุ่มลูกค้าหลักคือหนุ่มสาวเจเนอเรชันวาย ผู้ชื่นชอบและต้องการรู้แหล่งที่มาที่ไปของวัตถุดิบ ใส่ใจและให้คุณค่ากับผลิตภัณฑ์ที่รักสิ่งแวดล้อมทั้งกระบวนการ ซึ่งตอนนี้ Khramer อยู่ในช่วงแนะนำตัวให้ทุกคนรู้จัก เป็นน้องใหม่ของวงการที่รอคุณมาทดลองใช้และสนับสนุนกลับไปเติมเสน่ห์ที่บ้าน

และตั้งแต่สนทนากัน เจ้าของแบรนด์มือใหม่ทำเราเซอร์ไพรส์กับแนวคิดเท่ๆ จนเราเพลิดเพลินที่ได้ฟังเรื่องราวของเขาอยู่ตลอด สิ่งเหล่านี้สร้างความประทับใจจนขอยอมรับ และนิยามให้ Khramer เป็นแบรนด์ที่สนุกในทุกกระบวนท่าและลีลาทางความคิด เพราะทุกอย่างที่สื่อสารล้วนรักและใส่ใจโลกใบนี้อยู่เสมอ 

ขอบคุณจากหัวใจที่หลงใหลเสน่ห์ของธรรมชาติ และมองเห็น ‘ราก’ ส่วนที่หยั่งลึกที่สุดในดิน ขอบคุณที่พัฒนาและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตลอดการผลิต

 “เราอยากให้คนจดจำ Khramer ว่าเป็นแบรนด์ที่มองเห็นและให้คุณค่ากับพันธุ์พืช ให้คนตระหนักว่า ต้นไม้หนึ่งต้นหรือสิ่งของหนึ่งอย่างทำประโยชน์ได้มากมาย ถ้าคนมองเห็นสิ่งนี้จากแบรนด์ของเรา ถือว่าคุ้มค่าแล้ว”

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วประทับใจจนอยากสั่งจองมาครอบครอง ตอนนี้ทางแบรนด์เปิดขายเฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น และมีแผนจะวางตลาดในปีหน้า ส่วนสายผจญภัยที่รักการดำน้ำ อดใจรออีกนิด เพราะ Khramer ก็มีไอเดียครีมกันแดดกันน้ำ รักสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรกับเพื่อนพ้องใต้ทะเล แถมอนาคตยังคิดต่อยอดจาก ‘ธรรมชาติบำบัด’ ให้เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Wellness ที่เป็น Mega Trend ของโลก โดยพูดถึงการเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวมด้วย

ไม่แน่ว่าคุณอาจเห็นน้ำมันรากครามทาถู และแผ่นประคบเย็นแก้ปวดเร็วๆ นี้ก็ได้ (บอกใบ้แล้วนะ)

แบรนด์สกินแคร์รักษ์โลกและชุมชนจากสารสกัดรากคราม สกลนคร ที่หยิบวัตถุดิบในดินมาทำครีมกันแดดและเอสเซนส์บำรุงผิว

Khramer

เว็บไซต์ : www.khramer.com

Facebook : KHRAMER

Writers

พลอยไพลิน กลิ่นบัวงาม

นักหัดเขียนสายคาเฟ่ รักการอบขนม เสพติดการหอมหมา และเชื่อว่าวันที่ดีจะเริ่มต้นด้วยชาเขียวเย็นในแก้วเก็บอุณหภูมิ

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

จิราภรณ์ ล้อมหามงคล

ช่างภาพฟรีแลนซ์ตัวไม่เล็กจากแดนอีสาน ผู้ชื่นชอบในประวัติศาสตร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load