The Cloud X การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

หัตถกรรมจักสานนับเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของประเทศไทย จากเครื่องจักสานสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนนี้วัสดุสานทอได้รับการดัดแปลงอย่างโก้เก๋ร่วมสมัย พืชหลายชนิดสร้างรายได้ให้หลายชุมชนอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น กก กระจูด ปอกระเจา และเตยปาหนัน พืชตระกูลปาล์มกอใหญ่ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติพบมากในภาคใต้ ไม่ว่าจะริมหาด ชายทะเลหรือป่าโกงกาง

เราไปจังหวัดตรังเพื่อเรียนรู้กระบวนการจักสานเตยปาหนันตั้งแต่กระบวนการแรกถึงกระบวนการสุดท้าย และสนทนากับ จันทร์เพ็ญ ปูเงิน ทายาทรุ่น 4 ของครอบครัวจักสานเตยปาหนัน ควบตำแหน่งประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรดุหุนสามัคคี ที่มีสมาชิกเป็นกลุ่มผู้หญิงมุสลิมมากถึง 40 คน

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

จักสานเตยปาหนันไม่เพียงเป็นการรักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเท่านั้น แต่ยังเป็นการบอกเล่าวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวมุสลิมในชุมชนบ้านดุหุน ตลอดจนการส่งต่อความรักจากหัวใจถึงสองมืออย่างแท้จริง

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

ตั้งแต่เกิดจนตาย

“เกิดมาเราก็เห็นครอบครัวสานเสื่ออยู่แล้ว”

จันทร์เพ็ญ ทายาทรุ่น 4 ของครอบครัวจักสานเตยปาหนัน อาสาย้อนความสมัยเป็นเด็กหญิงให้เราฟัง เธอบอกว่าสมัยก่อนพื้นบ้านเป็นไม้ไผ่วางเรียงกัน จำเป็นต้องใช้เสื่อปูนอน โดยเสื่อเตยปาหนันยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของชาวมุสลิมในชุมชนบ้านดุหุนด้วย บางครั้งนำไปรองนั่งเวลาละหมาด ถ้าเสื่อทอลายสวยจะเอาไปให้บ่าวสาวปูเพื่อรับนิกะห์หรือรับขันหมากในพิธีของศาสนาอิสลาม ส่วนทางพิธีกรรมจะใช้เสื่อเตยปาหนันในการรองศพก่อนนำไปฝัง

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

“สมัยก่อนคนจะสานเสื่อเตยปาหนันของตัวเองเก็บไว้เสียด้วยซ้ำสำหรับวันที่เขาไม่อยู่แล้ว บางคนกลัวลูกหลานจะเอาอย่างอื่นมารองให้ เขาต้องการเสื่อเตยปาหนันเท่านั้นเหมือนบรรพบุรุษที่เขาเคยเห็น เราเองก็สานไว้บริจาคด้วยบางส่วน เพื่อจะได้ไม่ขลุกขลักเวลามีคนในชุมชนเสียชีวิต เพราะศาสนาอิสลามใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมงในการทำพิธีศพ”

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท
ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

สานรัก สานเศรษฐกิจ

ย้อนไปยุคคุณปู่คุณย่าของจันทร์เพ็ญ มักสานเตยปาหนันไว้ใช้ในครัวเรือน อาทิ สานเสื่อ สำหรับรองนอนหรือใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม สานเฌอ สำหรับใส่ข้าวเปลือก และสานขมุกยา สำหรับใส่ยาเส้น ใบจาก และเศษสตางค์

ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท
ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

“การสานเตยปาหนันเป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและส่งต่อความรัก อย่างขมุกยา เอาไว้ใส่ยาเส้นหรือใบจาก จะหาซื้อเองไม่ได้เพราะเป็นสิ่งที่คนสานทำให้กับคนในครอบครัวหรือคนรักด้วยความเสน่หาและความปรารถนาดี การรักษาภูมิปัญญาของบรรพชน นอกจากจะเป็นการส่งต่อความรัก ยังเป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับผู้หญิงในชุมชนด้วย”

ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท
ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

ประธานสาวเสริมต่อว่า สมัยคุณแม่ของเธอมีการค้าขายเตยปาหนันจากพ่อค้าชาวอินโดนีเซีย ล่องเรือมาเทียบท่าในทะเลอ่าวสิเกา แล้วขึ้นฝั่งเอาผ้าปาเต๊ะมาแลกกับขมุกยาของชาวบ้านบ้านดุหุน ส่วนพ่อค้าหัวดีเอาขมุกยาไปขายยังประเทศอินโดนีเซีย แลกเปลี่ยนกันอยู่ระยะหนึ่งจนปัจจุบันพ่อค้าแขกไม่ได้มาทำการค้ากับชาวบ้านดุหุนแล้ว

แต่หน่วยงานราชการตาดีเล็งเห็นว่าพืชท้องถิ่นก็สร้างรายได้ให้ชุมชน จึงสนับสนุนการรวมกลุ่มกันเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์จากของใช้ในครัวเรือน เขยิบมาเป็นกระเป๋าสตรีใบสวยและของฝากสุดน่ารักตามสมัยนิยม

ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

“เราพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับมูลค่าให้เข้ากับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เราอยากให้เขามาสัมผัสว่าเส้นใยของเตยปาหนันสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้นอกจากสานเสื่อเพียงอย่างเดียว ให้เขาใช้แล้วรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ของเราทำให้บุคลิกเขาดูดีขึ้น อย่างน้อยก็เป็นการช่วยลดการใช้วัสดุที่ทำลายสิ่งแวดล้อม”

ทีละเส้น ทีละเส้น

จันทร์เพ็ญเล่าพลางพาเราเดินไปดูต้นเตยปาหนันบริเวณใกล้ชุมชน ลำต้นสูงเป็นกอ ใบเรียวยาวสีเขียว พกหนามริมใบมาด้วย 3 ด้าน ด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหลังตรงกลาง ความพิเศษของเตยปาหนัน บริเวณรากจะมีเดือย เป็นประโยชน์หากขึ้นริมชายหาดเพราะเดือยจอมแข็งแกร่งช่วยลดการกัดเซาะของน้ำทะเลได้บางส่วน

ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

“การทำเตยปาหนันยากที่สุดคือการเตรียมเส้นใย” เธอบอก

กว่าจะเอาเส้นใยจากใบพร้อมหนามออกมาได้ต้องลิดหนามออกแล้วนำไปลนไฟจนใบนิ่ม จากนั้นใช้เล็บแมวหรือยาหาดมาดึงเส้นใบเพื่อให้ความกว้างของเส้นมีขนาดเท่ากัน แช่น้ำหมักไว้สัก 2 คืน ก่อนจะเอามาตากแห้งจนได้เส้นเตยปาหนันสีขาวคล้ายงาช้าง เอามารีดให้เรียบเพราะใบพืชเมื่อแห้งสนิทจะห่อตัว จากนั้นนำไปสานตามลวดลายได้ทันที

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท
ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

หากจะย้อมสี ต้องย้อมร้อนจนสีติดทั่วกันแล้วไปตากจนแห้งสนิท ถึงจะนำไปสานเป็นสารพัดของกุ๊กกิ๊กได้ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรดุหุนสามัคคีคือการย้อมสีแบบมัดย้อม เท่และแปลกตาจนอยากจับจอง! แอบกระซิบเลยว่าถ้านักออกแบบสนใจร่วมงาน พวกเธอยินดีอย่างมากและพร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สวยจนต้องสะดุด

ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท
ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

มรดกชาวดุหุน

“ปัจจุบันเราส่งต่อภูมิปัญญาให้กับเด็กในชุมชนได้เรียนรู้ด้วย ถ้าเป็นเด็กละแวกบ้านเราให้เขามาช่วยงาน พยายามทำให้เขาเห็นว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่บอกเล่าความเป็นบ้านดุหุนของพวกเขา ช่วยกันหวงแหนสิ่งที่แม่ของพวกเขาทำ

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

“การทำงานของเราเป็นการส่งต่อความรักจากบรรพบุรุษ เหมือนเป็นมรดกล้ำค่าตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น เราพยายามรักษาให้ได้มากที่สุดเพื่อให้คนภายนอกที่เขาไม่เคยรู้จักเตยปาหนันได้รู้จัก ได้ทดลองใช้ แล้วเขาจะเห็นคุณค่าของพืชมีหนาม ว่าความจริงมันก็มีความสวยงามซ่อนอยู่และคนทำก็ทำด้วยความรักจากใจจริง”

การรวมกันของหญิงวัยกระเตาะจนถึงคุณย่ายังสาววัย 80 ในชุนชมบ้านดุหุนพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังหญิงมีอยู่จริง!

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

กลุ่มแม่บ้านเกษตรดุหุนสามัคคี

ที่อยู่ 90/2 หมู่ 3 ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง 92150

ติดต่อ 081 777 5557 (หากสนใจทำกิจกรรมเวิร์กช็อปกรุณาติดต่อล่วงหน้า)

Facebook : PANAE CRAFT

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ยามบ่ายแก่ในวันฟ้าเปิดที่ไร้หมู่เมฆคอยบดบังทิวากร ทั่วทั้งอาณาบริเวณของสุขุมวิท 36 จึงถูกปกคลุมไว้ด้วยมวลอากาศร้อนราวกับจะลุกเป็นไฟ พี่วินมอเตอร์ไซค์หยุดรถเป็นระยะ ๆ เหตุก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราเดินทางเข้ามาในย่านแห่งนี้ บวกรวมกับความไม่คุ้นชินเส้นทาง เราสองจึงต้องคอยดูแผนที่ซ้ำ ๆ เพื่อความแน่ใจ แต่ที่สุดแล้ว พวกเราก็มาถึงสถานที่อันเป็นหมุดหมายปลายทางในวันนี้จนได้

เบื้องหน้าของเราคืออาคารกระจกเปิดโล่ง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น เหนือบานประตูขนาดใหญ่มีอักษรสีขาวนูนกำกับไว้ว่า ‘FLOHOUSE’ สถานที่อันเป็นที่ตั้งของ FLO, FLOLAB, LIVID และ FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระที่เน้นหนักไปทางหนังสือออกแบบและเฟอร์นิเจอร์

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้จะบอกว่าเป็นร้านหนังสือ แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่หนังสือเพียงอย่างเดียว เพราะ นรุตม์ ปิติทรงสวัสดิ์ ทายาทรุ่นสามโรงงานเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบผู้สร้างแบรนด์ FLO ควบตำแหน่งเจ้าของ FLOBOOKSTORE ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่านั้น ขณะมองสำรวจไปรอบ ๆ พร้อมสูดกลิ่นหอมของกาแฟ เราเห็นภาพของนรุตม์และอีก 4 – 5 คน กำลังจัดเตรียมสถานที่อย่างขะมักเขม้น 

ด้วยเพราะวันรุ่งขึ้น จะเป็นวันที่ FLOHouse เปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการวันแรก 

แม้ไร้บทสนทนา แต่เราก็รับรู้ได้ในทันทีว่า พวกเขาทุกคนกำลังตั้งใจอย่างหนัก

เมื่อนาฬิกาเดินถึงยามที่เรานัดหมาย นรุตม์วางมือจากทุกสิ่งอย่าง พร้อมกับบทสนทนาเคล้ากลิ่นกาแฟของร้านหนังสือที่ผูกโยงไว้กับเฟอร์นิเจอร์ด้วยเชือกสายอันเหนียวแน่นก็เริ่มต้นขึ้น

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

ร้านขายประสบการณ์

“ที่นี่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ เลย” ชายตรงหน้าบอกกับเราด้วยแววตาเป็นประกาย

‘ที่นี่’ ที่ว่าก็คือ FLOHouse ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์เด็กมาก่อน และหากลองเพ่งสายตาดี ๆ ก็จะเห็นร่องรอยของกาลเวลาบันทึกไว้บนเพดานไม้สลับปูน

หันมองไปรอบกาย ที่แห่งนี้มีบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย และมีแสงอุ่น ๆ สาดส่องเข้ามาทั่วทั้งบริเวณ นรุตม์ตั้งใจให้อาคารทั้งหลังเป็นกระจกใส (แต่ไม่ร้อน) เพื่อให้ผู้สัญจรไปมามองเห็นว่า ด้านในมีหนังสือ มีร้านกาแฟ มีเก้าอี้น่านั่ง มีมุมสวย ๆ และมีบรรยากาศของการเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร

FLOBOOKSTORE อาจจะเป็นร้านหนังสือที่ต่างจากภาพจำของหลายคนนิด ๆ ด้วยพื้นที่ทั้งร้านไม่ได้เต็มไปด้วยหนังสือทั้งหมด แต่ยังมีพื้นที่ให้กับกิจกรรมอื่น ๆ เพราะนรุตม์ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น ‘Furniture Design Space’ พื้นที่ของคนรักเฟอร์นิเจอร์และหนังสือ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไป ณ กึ่งกลางของร้าน ตรงนั้นมีเหล่าแท่นวางหนังสือและชั้นหนังสือที่ดีไซน์มาให้วางอวดปกสวย ๆ ของหนังสือได้ ซึ่งนรุตม์เรียกพื้นที่นั้นว่า ห้องจัดแสดงของ FLOLab แต่สิ่งที่เราลงความเห็นว่าช่างน่ารักเสียจริง คือการที่เขาตั้งชื่อให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นด้วยนามปากกาของนักเขียนที่ชื่นชอบ อาทิ Murakami Bookconsole, Kafka Bookstand, Marquez Bookstand ฯลฯ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

FLOLab คือห้องทดลองของ FLO ที่ทดลองทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ ฉีกออกไปจากเดิม และเป็นเหมือนรวมเรื่องสั้นที่ในหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่มีเรื่องสั้น A เรื่องสั้น B C D… ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จัดแสดงอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเพียง Chapter แรกจากหนังสือเล่มหนา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

นรุตม์พยายามเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยน ทำกิจกรรมร่วมกัน กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ ผู้มาเยือนได้ค้นหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ การจับคู่กับ LIVID คาเฟ่ที่เป็นที่มาของกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งร้านจึงถือกำเนิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ 

“เขาทำเรื่องที่เขาถนัด ผมทำเรื่องที่ผมถนัด พออยู่ด้วยกันน่าจะเกิดอะไรใหม่ ๆ ได้” 

ด้วยกาแฟที่ง่ายต่อการดื่ม และสไตล์การคั่วแบบ Nordic Roasting Style ของ Livid Coffee Roasters ทำให้นรุตม์คิดว่า ช่างเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ของเขา ซึ่งมีความเป็นสแกนดิเนเวียนผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ จึงก็ก่อเกิดเป็นการจับคู่ที่ผูกโยงเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ 

เราหันมองไปยังเคาน์เตอร์บาร์ของร้านกาแฟ LIVID ไล่ตั้งแต่แก้วเซรามิกที่เรียงรายอยู่บนชั้น ถัดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์สีดำ และเครื่องไม้เครื่องมือมากมายทั้งรู้จักและไม่รู้จัก ข้าวของทั้งหมดจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ที่ตรงนั้นเป็นอีกมุมที่มีอีกหลาย ๆ เรื่องราวเฝ้าคอยการถูกค้นพบ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

คาแรกเตอร์ของคนขายหนังสือ

“ชีวิตและงานของผม มันคือหนังสือที่ผมอ่านและเรื่องราวที่ผมชอบ” เขาเปรย

วัยเด็กของนรุตม์เติบโตมาพร้อมกับโรงงานเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์อยู่ในทุก ๆ ช่วงเวลาของเขา ขณะเดียวกัน หนังสือก็อยู่ในทุกช่วงเวลาของเขาเช่นกัน การเติบโตของชายผู้นี้เกิดขึ้นพร้อมกับจำนวนหนังสือที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ลดละ ที่สุดแล้วหนังสือเหล่านั้นก็กลายมาเป็นหลาย ๆ ส่วนในชีวิตเขา 

การอ่านของนรุตม์เริ่มต้นจากหนังสือนิยาย สู่เรื่องสั้น สู่หนังสือปรัชญา หนังสือพุทธศาสนา หนังสือประวัติศาสตร์ ไล่ไปจนถึงหนังสือดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์ เขาเล่าว่าเคยบวช 15 วัน เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา และทฤษฎีต่าง ๆ ที่เขารู้จากการอ่าน รวมทั้งวิธีการที่จะนำไปใช้จริงในชีวิต

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“ผมมีเพจชื่อ FLOBOOKSTORE” เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมเปิดให้เราดู 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ด้วยเพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวของหนังสือแต่ละเล่ม เขาสร้างสมุดบันทึกความทรงจำออนไลน์ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันและเขียนเล่าเรื่องราวหนังสือที่ชอบแต่ละเล่มอย่างบรรจงทุกตัวอักษรและทุก ๆ ข้อความ 

นรุตม์พยายามถ่ายทอดทุกความประทับใจที่เขามีต่อหนังสือแต่ละเล่มออกมาให้ได้มากที่สุด ที่น่ารักที่สุดคงเป็นการที่เขาใส่แง่มุมน่าค้นหาของหนังสือแต่ละเล่มไว้อย่างน่าติดตาม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เพียงเป็นนักอ่าน แต่ยังเป็นทั้งนักเขียน นักเรียน และนักปฏิบัติที่เก่งกาจ ผู้ไม่เคยหยุดแสวงหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้การตัดสินใจเปิดร้านหนังสืออิสระในครั้งนี้จะถูกทักท้วงโดยคนในครอบครัว แต่เขาก็ยกเอาเหตุผลและความชอบส่วนตัวเข้าสู้ จึงก่อกำเนิดเป็นร้านหนังสืออิสระแห่งนี้ขึ้นมาจนได้

“ถ้าถามตัวเองว่าก่อนตายอยากจะทำอะไร ร้านหนังสือคือหนึ่งในนั้น” เขายิ้ม

เฟอร์นิเจอร์กับหนังสือ เชือกสายที่ตั้งใจผูก

“ผมรู้สึกว่าที่ไหนก็ตามที่มีหนังสือ ที่นั่นจะดีเสมอ ไม่รู้เพราะอะไร” 

นรุตม์เดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนมาหลายหนแห่ง ทุกครั้งที่เขาเดินทาง ร้านหนังสือของเมืองนั้น ๆ มักเป็นหมุดหมายแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจของเขาเสมอ ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ การพบเจอความต่างก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น บางร้านมีหนังสือเล่มนี้ ทำไมบางร้านไม่มี เป็นความแตกต่างที่นรุตม์ยกตัวอย่าง 

นรุตม์ลงความเห็นว่า ร้านหนังสือแต่ละที่เป็นประสบการณ์พิเศษที่ไม่ควรจะเหมือนกัน เพราะร้านหนังสือมีคาแรกเตอร์ของผู้เป็นเจ้าของแฝงอยู่ นรุตม์หลงใหลในเฟอร์นิเจอร์ เขาจึงเลือกเชื่อมโยง 2 สิ่งที่รักอย่างเฟอร์นิเจอร์กับหนังสือเข้าด้วยกัน กลายมาเป็น FLO – BOOK(s) – STORE 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“หนังสือกับเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนกันโดยตัวมันเอง แต่ทั้งสองอย่างทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะตอนตื่น ตอนนอน ทำกิจวัตรต่าง ๆ หรือการนั่งดูหนังสักเรื่อง หากได้เก้าอี้ดี ๆ ก็จะทำให้ป๊อปคอร์นอร่อยขึ้น ดูหนังสนุกขึ้น เกิดเป็นการเติมพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันหนังสือก็ทำหน้าที่เป็นกุญแจและประตูพาผู้คนไปยังเรื่องราว โลกใบใหม่ หรืออาจจะเสนออีกมุมมองหนึ่งซึ่งต่างออกไปจากที่เราเคยรับรู้ 

เมื่อพูดถึงหนังสือดีไซน์ นรุตม์บอกกับเราว่าเขาไม่อยากเห็นหนังสือดีไซน์จัดอยู่แค่ในมุมเล็ก ๆ ของร้าน และอยากให้มีจำนวนหนังสือประเภทนี้เยอะ ๆ เขาอยากนำเสนอให้ผู้คนเห็นว่า ในโลกของการออกแบบ ตอนนี้มีใครกำลังโลดแล่นอยู่บ้าง และใครกำลังทำอะไรบ้างในต่างประเทศ 

ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือดีไซน์ที่เล่าเรื่องราวของดีไซเนอร์ซึ่งเป็นฮีโร่ของนรุตม์ 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไปยังชั้นวางและโต๊ะไม้ที่มีหนังสือเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ในนั้นมีหนังสือหลายหมวดหมู่ เช่น Design, Furniture Design, Interior Designer, Photography, Architecture และ Art and Culture ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่คนขายเคยอ่าน

“ผมชอบนะ เวลามีคนมาปรึกษาผม ถ้าเขามีปัญหาแบบนี้ เขาจะอ่านอะไรดี” 

นรุตม์อยากเป็นพนักงานขายและผู้ร่ายมนต์เยียวยาที่เก่งกาจ เขาอยากแนะนำหนังสือให้ตรงกับสิ่งที่ผู้มาเยือนแสวงหา ให้คนมาเลือกซื้อได้ค้นพบหนังสือที่ตัวเองชอบผ่านคนขายหนังสือ เพราะมันคือการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้มาเยือน

หนังสือและเรื่องราวที่อยากแบ่งปัน

เราถามนรุตม์ว่า หากมา FLOBOOKSTORE หนังสือ 5 เล่มที่เขาจะแนะนำมีเล่มใดบ้าง 

คนขายหนังสือเดินไปหน้าชั้นทันที เขาลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเลือกหยิบแต่ละเล่มอย่างง่ายดาย มีตั้งแต่หนังสืออ่านง่ายไปจนถึงหนังสือที่มีเนื้อหาการดีไซน์แบบเข้มข้นกลมกล่อม ซึ่งไม่ว่าจะหยิบจับเล่มไหน ก็เขาแนะนำมันด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลัง ความตื่นเต้น ความชอบ และความหลงใหล

เล่มที่ 1

Ettore Sottsass and the Poetry of Things Sudjic 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนมุมมองของนรุตม์ และมีต่อผลงานออกแบบของ Ettore Sottsass สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลี ผู้เป็นหัวหอกแห่งวงการออกแบบ นรุตม์เล่าว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการอธิบายงานออกแบบ คือหนังสือเล่มนี้เล่าบริบทเบื้องหลังที่โอบล้อมตัว Sottsass ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการออกแบบของเขา

เล่มที่ 2

Axel Vervoordt Stories and Reflection 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

“ชีวิตเขาสนุกดี” นรุตม์เล่าถึงเรื่องราวของ Axel Vervoordt ที่ตอนนี้มีบ้านอยู่ในปราสาท เขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์และมีแกลเลอรี่เป็นของตัวเอง 

เล่มที่ 3

THE GOOD. THE BAD. THE UGLY

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นรุตม์หยิบหนังสือเล่มนี้มาพร้อมกับเปิดงานออกแบบชิ้นหนึ่งให้เราดู เขาเล่าว่ามันคือเก้าอี้รูปร่างแปลกตาที่เบื้องหลังมีการลงทุนไปกว่า 10 ล้าน เก้าอี้ตัวนี้ขายไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี จนกระทั่งมีสถาปนิกคนหนึ่งนำเก้าอี้ตัวนี้ไปใช้ที่มิวเซียมแห่งหนึ่ง และกลายเป็นว่าเก้าอี้ตัวนั้นเป็นสินค้าขายดีที่สุด นรุตม์เสริมว่า เหตุการณ์นั้นทำให้เขาเห็นว่า ดีไซน์ตัดสินกันไม่ได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

เล่มที่ 4

B Vitra

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

Vitra เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเล่มนี้นำเสนอแง่มุมที่ว่า เขาทำธุรกิจอย่างไร จึงทำให้ร้านขายของเมื่อปี 1950 ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

เล่มที่ 5

Giorgio Morandi: Late Paintings

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นี่คือหนังสือเกี่ยวกับศิลปินผู้วาดภาพพอร์เทรตซ้ำ ๆ แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการวางของไปมาจนเกิดความชำนาญ ทำให้เขานึกถึง Jiro Dreams of Sushi ที่เชี่ยวชาญในสิ่งนี้มาก เจ้าของร้านหนังสืออิสระพูดเปรียบอย่างขบขันว่า “เหมือนการชกลมวันละพันครั้งจนกลายเป็นเซียนชกลม”

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

สิ่งสำคัญที่นรุตม์ตกตะกอนได้และเล่าสู่กันฟัง คือ

“บางทีเราต้องฟังคอมเมนต์ แต่เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองตามความเห็นของคนอื่น ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน” เขาย้ำหนักแน่น

ก่อนกาแฟจะจืดจาง

ก่อนบทสนทนาเคล้ากลิ่นหอมของกาแฟในครั้งนี้จะสิ้นสุดลง เราชวนนรุตม์เลือกหนังสืออีกหนึ่งเล่มเพื่อเป็นตัวแทนของ FLOBOOKSTORE ซึ่งเขาร้องโอดออกมาทันทีว่า ยากเหลือเกิน 

นั่นอาจเป็นเพราะ FLOBOOKSTORE บรรยายไม่ได้ด้วยหนังสือเล่มเดียวจริง ๆ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากเดินวนไปเวียนมาอยู่สักพัก เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า ‘The Danish Chair’ 

หนังสือปกสีน้ำเงินเล่มนั้นบอกเล่าความเชื่อมโยงของเก้าอี้แต่ละตัวกับนักออกแบบแต่ละคน พร้อมกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถักทอสอดประสานเข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุและผล

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36
หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เป็นความทรงจำของเขาที่ Design Museum Denmark ณ โคเปนเฮเกน มิวเซียมที่จัดนิทรรศการ The Danish Chair – an International Affair รวบรวมเก้าอี้จากนักออกแบบทั่วโลกกว่า 113 ตัว นรุตม์เดินทางไปที่เมืองนั้น 2 ครั้ง และแวะเวียนไปที่นิทรรศการนั้น 2 ครั้งเช่นกัน ครั้งแรกเขาไปเยือนพร้อมกับแสงแรกของพระอาทิตย์ในฤดูร้อน ครั้งที่สองเขาไปที่นั่นในฤดูหนาว พร้อมกับความเข้าใจที่มีต่อนิทรรศการมากขึ้น หลังจากได้อ่านเรื่องราวของเก้าอี้และนักออกแบบแต่ละคนจากหนังสือเล่มโปรด

อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกหยิบเล่มนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของ FLOBOOKSTORE คือการกลับมาทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของดีไซน์และสิ่งต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น และเฝ้าคอยการถูกค้นพบจากนักเดินทางที่เปิดประตูเข้ามา 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

FLOBOOKSTORE

ที่ตั้ง : 107 ถนนพระรามที่ 4 แขวง คลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ​ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

Facebook : FLOBOOKSTORE

Instagram : FLOBOOKSTORE

Writer

เกษมณี ชาติมนตรี

นักเรียนฝึกเขียนที่เริ่มการเรียนใหม่ตั้งแต่ 0-10 ชอบของหวาน ชอบอ่านนิยาย ชอบสีสันสดใสของดอกไม้ ชอบเสียงเพลง

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load