11 ธันวาคม 2563
11 K

ตั้งแต่ 50 ปีที่แล้ว เมื่อจังหวัดเชียงใหม่เริ่มประกาศตนเป็นเมืองท่องเที่ยว ต้อนรับแขกจากทั่วประเทศและมุมโลก ถนนมุ่งหน้าสู่อำเภอสันกำแพงก็คราคร่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่เดินทางเพื่อมาชมภูมิปัญญาของสันกำแพง ตั้งแต่กระดาษสา ร่มบ่อสร้าง งานปั้นเซรามิก ผ้าฝ้าย ผ้าไหม และงานศิลปะอีกจำนวนมาก นั่นจึงทำให้สันกำแพงเป็นที่อยู่ของคนทำงานคราฟต์ฝีมือดีจำนวนมาก

จนถึงวันนี้ ภูมิปัญญาและฝีมือของช่างฝีมือถูกถ่ายทอดลงมาสู่รุ่นลูกและหลาน ตลอดถนนที่มีต้นยางใหญ่ขนาบข้างแห่งนี้มีการเกิดขึ้นของงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยู่เสมอ และเป็นงานที่เก็บร่องรอยเดิมของภูมิปัญญาเอาไว้ในบริบทที่ร่วมสมัย ทำให้ปัจจุบันสันกำแพงยังคงมีความเคลื่อนไหวน่าสนใจเกิดขึ้น

ถ้าคุณเป็นคนที่สนใจในงานสร้างสรรค์ฝีมือประณีต สันกำแพงจึงเป็นเป้าหมายแรกที่ควรเดินทางไป

Take Me Out ครั้งนี้เราชวนทุกคนขึ้นรถขาว (รถประจำทางสายสันกำแพง เหมือนรถแดงที่วิ่งในเมือง) แล้วไปแอ่วสันกำแพงโต๊ยกั๋น 

1

ชุมชนโหล่งฮิมคาว

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ชุมชนโหล่งฮิมคาวเกิดขึ้นจากความคิดของ ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา และสภาลมหายใจเชียงใหม่ ที่ชักชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานฝีมือมาร่วมกันซื้อที่ดินบริเวณแม่น้ำคาว แล้วแบ่งที่ดินสร้างบ้านอยู่เคียงข้างกัน อยู่กันฉันญาติมิตร จนเกิดเป็นชุมชนโหล่งฮิมคาว ที่หมายถึงชุมชนที่อยู่ข้างแม่น้ำคาวขึ้นมา และทำให้ชุมชนแห่งนี้เต็มไปด้วยงานฝีมือจำนวนมาก โดยเฉพาะผ้าย้อมครามธรรมชาติ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

จากที่นา พวกเขาค่อยๆ สร้างเรือนล้านนาขึ้นมาทีละหลัง เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและอนุรักษ์ภูมิปัญญาการสร้างเรือนเอาไว้ แล้วใช้พื้นที่หน้าบ้านแสดงสินค้าที่มีความเฉพาะตัว สะท้อนเรื่องราวและตัวตนเจ้าของบ้านแต่ละหลัง ต่อมาพวกเขาก็เริ่มส่งไม้ต่อให้รุ่นลูกและหลานได้ดูแล เปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพ ทำให้ภายในชุมชนแห่งนี้มีตั้งแต่ตลาดนัดทุกสุดสัปดาห์ รวบรวมงานฝีมือและร้านอาหารน่าสนใจมาขายหน้าชุมชน อย่าง ตลาดฉำฉาที่มี น้ำ-ดวงกมล มังคละคีรี หลานสาวของชัชวาลย์เป็นผู้ดูแล บริเวณเดียวกันมีร้านอาหาร (Meena Rice Based Cuisine) ที่ต้องการสะท้อนคุณค่าของนาและข้าว โดยมีเมนูน่าสนใจอย่าง ‘ข้าว 5 สี’ ที่นำข้าว 5 ชนิด 5 สี เสิร์ฟทานคู่กันกับเมนูต่างๆ ภายในร้านใต้อาคารยุ้งข้าวแบบล้านนา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

นอกจากนั้นภายในชุมชนยังมีการจัดงานใหญ่เป็นประจำทุกปีในชื่อกาดต่อนยอน เชิญชวนให้ผู้คนได้เข้ามาท่องเที่ยวในชุมชน ได้เลือกชมและทำความรู้จักกับสินค้างานฝีมือจำนวนมาก โดยพวกเขาชวนเพื่อนๆ มาร่วมกันเปิดตลอดทั้งเส้นถนนในชุมชน และ Chiang Mai Design Week ปีนี้ พวกเขายังเปิดบ้านต้อนรับผู้คนที่สนใจในภูมิปัญญาของพวกเขา ให้เข้ามาเวิร์กช็อปกันตลอดช่วงเวลางานอีกด้วย 

โหล่งฮิมคาว

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 16.00 น.

Facebook : โหล่งฮิมคาว

ตลาดฉำฉา

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 09.00 – 15.00 น.

Facebook : ฉำฉา market

2

ชามเริญ สตูดิโอ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

สตูดิโอปั้นเซรามิกที่เกิดขึ้นมาจาก มิก-ณัฐพล วรรณาภรณ์, บุบ-ชาญชัย บริบูรณ์ และ ใหม่-ธนิตา โยธาวงษ์ 3 เพื่อนจากศิลปากรผู้ชักชวนกันกลับมาทำงานในสิ่งที่เรียนมา หลังจากแยกย้ายกันไปทำงานในสายอาชีพอื่นๆ จนอิ่มตัว พวกเขาเริ่มต้นตั้งสตูดิโอปั้นและขายงานเซรามิกที่กรุงเทพฯ ก่อนมิกตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านในอำเภอสันกำแพง และสร้างสตูดิโอชามเริญเพิ่มในพื้นที่บ้านของเขา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ผลงานเซรามิกของชามเริญ มีการนำวัฒนธรรมไทยในอดีตไทยมาต่อยอดให้ร่วมสมัยมากขึ้นอย่างน่าสนใจ เช่น ปิ่นโต ที่พวกเขามองว่า ถ้านำเข้าไมโครเวฟได้คงสะดวกและหลายคนจะหันมาใช้มากขึ้น จึงทำปิ่นโตเซรามิกขึ้นมา หรือแม้แต่แก้วกระดาษใช้แล้วทิ้ง พวกเขาเอารูปทรงของแก้วกระดาษนั้นมาหล่อและปั้นเป็นแก้วเซรามิกที่มีรูปทรงน่าสนใจและน่าใช้ไม่น้อย

นอกจากนั้น มิกยังสนใจจะทำให้สตูดิโอของเขาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวและพัฒนาชุมชนสันกำแพงมากยิ่งขึ้น

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

Chiang Mai Design Week ปีนี้ ชามเริญ สตูดิโอ เปิดพื้นที่บ้านร่วมกับแบรนด์เครื่องประดับ สะพรั่ง (Saprang) และเพื่อนๆ จัดงาน ชามเริญสะพรั่ง พี่น้องและผองเพื่อน ชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานฝีมือมาออกบูทแสดงงาน และยังมีเวิร์กช็อปทำน้ำหอม ทำเครื่องประดับจากทองเหลือง ปั้นและลงสีเครื่องปั้นดินเผา แล ย้อมสีจากธรรมชาติ ให้ได้มาใช้เวลา ณ ที่แห่งนี้ทั้งวัน

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์ – วันเสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 3274 7678

Facebook : Charm Learn Studio CNX

3

Saprang Craft Jewelry

‘สตูดิโอผลิตเครื่องประดับทองเหลืองที่จะทำให้ผู้สวมใส่สวยสะพรั่ง’

นี่คือไอเดียที่ ริก้า-สิริการย์ จิรัฎฐ์ภาสกรกุล และ กาเหว่า-สุพจน์ สุวรรณสิงห์ นำมาใช้ตั้งชื่อแบรนด์ของพวกเขา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ทั้งสองนำแรงบันดาลใจที่ได้จากสิ่งรอบตัวโดยเฉพาะธรรมชาติมาถ่ายทอดเป็นเครื่องประดับ นั่นจึงทำให้งานส่วนใหญ่ของพวกเขามีรูปทรงธรรมชาติ (Organic Form) สะท้อนความสวยงามของธรรมชาติรอบตัว และเป็นเหตุผลให้พวกเขาตัดสินใจสร้างสตูดิโอเคลื่อนที่ เป็นรถพ่วงที่พาพวกเข้าไปพบกับแรงบันดาลใจใหม่ๆ และสร้างสรรค์งาน ณ ที่แห่งนั้นได้ทันที

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ฝีมือของพวกเขายังการันตีด้วยรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจาก Design Excellence Award (DEmark) และยังมีโอกาสได้รับเชิญไปแสดงที่งานแฟร์ต่างประเทศ อาทิ Blueprint Singapore, Milan Design Week และ Maison & Objet Paris

ในงาน Chiang Mai Design Week 2020 พวกเขาได้ร่วมกับชามเริญ สตูดิโอ และเพื่อนๆ จัดงาน ชามเริญสะพรั่ง พี่น้องและผองเพื่อน จัดอีเวนต์แสดงงานและเวิร์กช็อปร่วมกันในพื้นที่บ้านของชามเริญ สตูดิโอ ด้วย

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ที่อยู่ 98 หมู่ 7 ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

โทรศัพท์ : 09 6818 1995

Facebook : saprang craft jewelry

4

OUKE

ลองจินตนาการดูว่า คุณในวัย 60 กว่ากำลังทำอะไร สำหรับ วิไล ไพจิตรกาญจนกุล เธอเลือกที่จะพัฒนาฝีมือของตัวเองและทำแบรนด์ใหม่ขึ้นมา

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ชื่อของป้าวิไลอาจไม่ใช่ชื่อใหม่ในวงการออกแบบของเชียงใหม่เท่าไหร่ เพราะเธอคือเจ้าของแบรนด์และโรงงานบัวผัด (Buaphat) ที่ผลิตงานจากผ้าย้อมสีธรรมชาติมามากกว่า 30 ปี โดยนำภูมิปัญญาของพ่อเธอที่เคยเป็นครูสอนทอผ้ามาต่อยอด พร้อมกับนำเศษผ้าเหลือใช้มาสร้างผลิตภัณฑ์ให้ไม่ซ้ำใครในตลาดจนได้รับรางวัลจำนวนมาก อาทิ Good Design Award (G-Mark) จากประเทศญี่ปุ่นถึง 3 ครั้ง

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เธอเริ่มต้นสร้างแบรนด์ใหม่โดยใช้ชื่อว่า OUKE (อุ๊ก) เป็นภาษาคำเมืองที่หมายถึง การบ่ม เพราะผลิตภัณฑ์แบรนด์ใหม่ของป้าวิไล คือผ้าพิมพ์ลายใบไม้จากธรรมชาติ หรือ Eco Print ที่เกิดจากกระบวนการนำผ้าไปอุ๊กกับใบไม้นั่นเอง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ป้าวิไลได้แรงบันดาลใจการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้หลังจากเดินไปเห็นใบไม้เปียกเน่าอยู่บนถนนในฤดูฝน ที่แม้จะกวาดออกไป แต่ก็ยังทิ้งลวดลายสวยงามไว้ เธอจึงเกิดความคิดที่จะนำลายเหล่านั้นมาทดลองลงบนผ้า 

เมื่อนึกย้อนไปถึงสมัยเด็กที่เธอได้กินเมี่ยง ใบเมี่ยงที่นำไปหมักแล้วมักนำมาเคี้ยวหรืออมหลังรับประทานอาหาร เพื่อคลายกลิ่นและรสของอาหารที่กินเข้าไปเป็นภูมิปัญญาของคนเหนือ ซึ่งเธอเคยทำน้ำเมี่ยงหกเลอะเสื้อ ไม่สามารถซักออกได้ง่ายๆ เธอจึงนำกระบวนการหมักเมี่ยงมาประยุกต์ใช้กับกระบวนการนำลายใบไม้พิมพ์ลงบนผ้า จนเป็นสูตรทำ Eco Print เฉพาะตัว และทำให้ผลงานของเธอได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติจำนวนมาก

ที่อยู่ 134 หมู่ 8 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

โทรศัพท์ : 06 5502 5922

Facebook : OUKE Chiangmai

5

Greenie & Co

Greenie & Co เป็นแบรนด์ผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เกิดขึ้นภายใต้บริษัท ARS D-SINE ที่มีประสบการณ์ผลิตสินค้าส่งออกต่างประเทศมายาวนานกว่า 20 ปี ของคู่สามีภรรยา ยุ้ย-ปิยรัตน์ ยศธำรง และ เขียว-มรกต ยศธำรง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

หลังจากทั้งคู่เรียนจบจากมหาวิทยาลัย พวกเขาได้เริ่มต้นลองหยิบวัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ กระดาษสา ผ้าฝ้าย ผ้าใบย้อมสีธรรมชาติ ย้อมคราม เครื่องหนัง มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูเรียบง่ายและใช้งานได้ทุกโอกาส ไม่ตกสมัยหรือดูเชยตามกาลเวลา ตั้งแต่สมุด กระเป๋า หมวก พวงกุญแจ รองเท้า และอีกมาก ตามที่จินตนาการของพวกเขาไปถึง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ผลงานของพวกเขาได้รับความนิยมอย่างมากจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น และมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในต่างประเทศไม่น้อย ซึ่งพวกเขามองว่า นี่เป็นโอกาสช่วยให้ผู้ผลิตในชุมชนได้รับการสนับสนุนต่อ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

โทรศัพท์ : 0 5301 3291

เว็บไซต์ : www.greeniesandco.com

Facebook : Greenies & Co

6

‘Carpenter 

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

แนน-วีรดา ศิริพงษ์ เป็นลูกสาวของพ่อแม่ที่ทำธุรกิจโรงงานแปรรูปไม้เป็นประตู หน้าต่าง วงกบ มายาวนานกว่า 20 ปีของจังหวัดเชียงใหม่ การได้ตามครอบครัวเข้าไปในโรงไม้ตั้งแต่เด็กในที่สุดก็ทำให้ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เมื่อสายตานักออกแบบของเธอได้มองเห็นว่า ทุกวันโรงงานของครอบครัวมีเศษไม้เหลือใช้จากการผลิตจำนวนมาก และถูกทิ้งหรือนำไปใช้เผาเป็นเชื้อเพลิงโดยขายยกกระสอบละ 5 บาทอย่างน่าเสียดาย เธอจึงเริ่มต้นลองหยิบเศษไม้จากโรงงานไปพัฒนาและออกแบบ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ของแบรนด์ ‘Carpenter ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศษไม้เหลือๆ ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

เธอหยิบเศษไม้มาพัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ ตั้งแต่กระเป๋า เครื่องเขียน และเครื่องใช้ต่างๆ จนออกมามีหน้าตาน่าสนใจ เปลี่ยนเศษไม้ให้กลายเป็นของมีค่า มีผู้คนอยากใช้ และได้รับรางวัลด้านการออกแบบยอดเยี่ยมในที่สุด

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่


โทรศัพท์ : 09 4343 8315
Facebook : ‘carpenter

7

สยามศิลาดล

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ที่อำเภอสันกำแพงมีหลักฐานปรากฏว่ามีการทำเครื่องปั้นดินเผาในบริเวณนี้มานานมากกว่า 500 ปี ตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านนา เหลือร่องรอยไว้ให้เห็นจากเศษเครื่องปั้นดินเผาและเตาเผาโบราณที่ขุดพบกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ จำนวนมาก และว่ากันว่า สันกำแพงคือแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาสำคัญที่ขายไปถึงต่างแดน เป็นสินค้า OTOP ที่มาก่อนกาล และยังได้รับเลือกให้เป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) ของจังหวัดเชียงใหม่

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

สยามศิลาดล ที่ก่อตั้งขึ้นโดย เพ็ญพรรณ วังวิวัฒน์ ได้นำภูมิปัญญาการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบฉบับสันกำแพงมาต่อยอด และยังคงใช้กระบวนการผลิตด้วยวิธีธรรมชาติทั้งหมด จึงทำให้เครื่องปั้นดินเผามีเพียงสีขาว ฟ้า และเขียว ซึ่งเกิดขึ้นจากกรรมวิธีการเผาด้วยวัสดุจากธรรมชาติ และมีเอกลักษณ์ตรงลวดลายที่ปรากฏบนพื้นผิวภาชนะ

ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่
ขึ้นเหนือแอ่ว 10 ธุรกิจสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนสันกำแพงเป็นชุมชนงานคราฟต์ของเชียงใหม่

ปัจจุบัน ปอนด์-อนุสิทธิ์ มานิตยกุล หลานชายของเพ็ญพรรณได้เข้ามาช่วยบริหารงานของสยามศิลาดล และปรับทิศทางการผลิตให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดได้ทำงานร่วมกับนักออกแบบ พิบูลย์ อมรจิรพร จาก Plural Designs จนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจมากขึ้น เช่น งาน Bamboo Wall ที่นำรูปทรงของไม้ไผ่มาล้อให้น่าสนใจและน่าใช้ การนำรูปทรงกระติ๊บที่คุ้นตาอยู่ในชีวิตประจำวันแต่ละคนมาเป็นต้นแบบของชุดถ้วยกาน้ำชาที่ดูน่ารักมากยิ่งขึ้น และล่าสุดกับ Air Tea Cup ที่มีการออกแบบให้เกิดช่องอากาศระหว่างผิวสองชั้นของภาชนะ ซึ่งส่งผลให้เมื่อจิบชาจับแก้วแล้วไม่รู้สึกร้อนมือ จนได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจาก DEmark Award ค.ศ. 2020 

ที่อยู่ 38 หมู่ที่ 10 ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา : 08.30 – 17.00

โทรศัพท์ : 0 5333 1526

Facebook : Siam Celadon Pottery

8

Maiiam Contemporary Art Museum

Maiiam Contemporary Art Museum

ใหม่เอี่ยม คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยของ ฌอง มิเชล เบอร์เดอเลย์ และ อีริค บุนนาค บูซ ผู้เป็นลูกชาย ที่ต้องการนำเสนอผลงานศิลปะจากศิลปินชั้นเยี่ยมของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนที่ได้สะสมไว้ตลอด 30 ปี เปิดให้คนทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามารับชม และเรียนรู้พัฒนาการของศิลปะร่วมสมัยในภูมิภาค

Maiiam Contemporary Art Museum

ขณะเดียวกัน ทางพิพิธภัณฑ์ยังพยายามนำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัยที่สะท้อนสภาวะสังคมปัจจุบัน ว่าศิลปะทำให้เกิดการตั้งคำถามได้กับทุกเรื่อง ตั้งแต่ภาวะส่วนตัวไปจนถึงระดับสังคม การเมือง ศาสนา ความเชื่อ ผ่านนิทรรศการหมุนเวียนที่จะเปลี่ยนมาจัดทุกๆ 6 – 7 เดือน งานเสวนา และ ฉายวีดิทัศน์น่าสนใจจำนวนมาก ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปินในประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อให้ผู้ชมได้เกิดการเรียนรู้และขยายทัศนวิสัยไปสู่ขอบเขตใหม่ๆ 

Maiiam Contemporary Art Museum

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์ – วันอาทิตย์ (ปิดวันอังคาร) เวลา : 10.00 – 18.00 น.

ค่าเข้าชมบุคคลทั่วไป 150 บาท 

นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ราคา 100 บาท ต่ำกว่า 12 ปี ไม่เสียค่าบริการ

เว็บไซต์ : www.maiiam.com

Facebook : MAIIAM Contemporary Art Museum

9

Hand-Kraft Press & Cafe

คาเฟ่สุดเท่ริมถนนสันกำแพงที่ตั้งอยู่หน้าโรงพิมพ์ เป็นคาเฟ่ที่เกิดขึ้นจากไอเดียของคู่รัก หล่ง-ศุภกร แลม และ วิว-จิรนันท์ สุวรรณ ทายาทของโรงพิมพ์สมพรการพิมพ์

Hand-Kraft Press & Cafe

นอกจากบทบาทของการเป็นคาเฟ่เสิร์ฟเมนูกาแฟที่พวกเขาคัดสรรเมล็ดมาอย่างดี ที่แห่งนี้ยังเป็นการต่อยอดงานโรงพิมพ์ของครอบครัว และยังช่วยสนับสนุนศิลปินท้องถิ่น โดยการเข้าไปทำงานร่วมกับศิลปินในการผลิตซีน (Zine) หรือหนังสือทำมือขึ้นมาอย่างน่าสนุก โดยพวกเขาเป็นฝ่ายออกทุนและผลิตให้ทั้งหมด เพื่อให้เกิดกระแสซีนขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ และได้มีโอกาสนำซีนของศิลปินที่พวกเขาทำงานด้วยไปร่วมแสดงภายในงาน Bangkok Art Book Fair งานรวบรวมหนังสือทำมือที่น่าสนใจที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ Bangkok CityCity Gallery

Hand-Kraft Press & Cafe
Hand-Kraft Press & Cafe

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้โรงพิมพ์ของครอบครัวพวกเขาได้ขยายขอบเขตงานให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเปิดโอกาสให้ศิลปินและนักออกแบบได้เข้ามาเรียนรู้กระบวนการพิมพ์ เพื่อพัฒนาไปสู่ผลงานสื่อสิ่งพิมพ์น่าสนใจ อย่างเทคนิคการพิมพ์ Risograph ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากศิลปินทั่วโลก ซึ่งพวกเขาบอกว่า นี่คือเทคนิคที่ใช้มานานแล้วในประเทศไทยสำหรับพิมพ์ซองผ้าป่า และถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่เพื่อรองรับงานพิมพ์ในบริบทที่สร้างสรรค์ยิ่งขึ้น

ที่อยู่ 1006 ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

วัน-เวลา : เปิดบริการวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 16.00 น.

Facebook : Hand-Kraft Cafe

10

Chiang Mai Art Museum

พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของ พรชัย ใจมา ศิลปินศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์ประจำ พ.ศ. 2548 ที่ต้องการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ศิลปะขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้น โดยเกิดจากการระดมทุนของศิลปินกับนักสะสมจากทั่วประเทศกว่า 500 คน และจากงานประมูลศิลปะทุกเดือนกุมภาพันธ์

Chiang Mai Art Museum

บนพื้นที่ 55 ไร่ เขาตั้งใจให้ที่แห่งนี้กลายเป็นสถาบันสนับสนุนศิลปะและศิลปินทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ให้มีพื้นที่ในการแสดงงาน รวมถึงพัฒนาผลงานของตนเอง มีพื้นที่ให้ศิลปินได้พักและทำงานศิลปะ และส่วนของพื้นที่จัดแสดงทั้งถาวรและหมุนเวียนที่จะช่วยให้ผู้เข้ามาได้ชมผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมจำนวนมาก

Chiang Mai Art Museum
Chiang Mai Art Museum

ปัจจุบันทางพิพิธภัณฑ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งตามแผนที่วางไว้มีทั้งหมด 11 อาคาร และจะเปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชมส่วนที่เสร็จแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป 

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. 

Facebook : ChiangMai Art Museum

Writer & Photographer

Avatar

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

30 กันยายน 2560
11 K

เสน่ห์ของกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่ความเป็นไทย แต่เป็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ทำให้การใช้ชีวิตในเมืองหลวงสนุกไม่จำเจ อารยธรรมรุ่มรวยของอินเดียแทรกตัวอยู่ในอาหาร ร้านค้า ศาสนา สถาปัตยกรรม และผู้คนที่น่าทำความรู้จัก เราสูดกลิ่นเครื่องเทศแล้วออกไปตามหาดินแดนภารตะในมุมต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ทุกๆ ที่อ้าแขนต้อนรับแขกผู้มาใหม่ และทำให้หัวใจเราอบอุ่นกรุ่นกลิ่นมาซาล่า

 

1. เลือกซื้อเครื่องเทศสูตรเฉพาะที่สุวรรณ เครื่องเทศ

      ตึกหัวมุมที่ตั้งอยู่ปากซอยเจริญกรุง 42 อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศหนักแน่นทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เครื่องเทศแบบสำเร็จ สีเหลืองทองหลากเฉกในซองอย่างผงกะหรี่ ผงเครื่องข้าวหมกและผงแกงกุรุหม่าที่วางอยู่ตรงหน้า เป็นสูตรเฉพาะของภูวนาถ ธีรลักษณ์ คนไทยเชื้อสายอินเดียที่ได้สืบทอดวิธีการทำจากคุณตา ด้วยการออกแบบสูตรให้ผักชี ยี่หร่า ลูกกระวาน กานพู และอบเชย มาผสมกันในอัตราส่วนที่พอดี จึงทำให้เครื่องเทศจากร้านนี้เป็นที่นิยมของบรรดาร้านอาหารอิสลามเจ้าเด็ดในย่านบางรักทั้งหมด ส่วนเครื่องเทศแบบที่ยังไม่สำเร็จ ร้านนี้มีหญ้าฝรั่นและใบกระวานชั้นดีที่คัดสรรมาให้ ไม่เพียงเท่านั้น อีกฟากหนึ่งของร้านยังมีผ้าโสร่งและชุดประกอบพิธีละหมาดอย่างถูกต้องจำหน่ายด้วย

ที่อยู่: หัวถนนสีลม ซอยเจริญกรุง 42 แยกบางรัก
เวลาทำการ: 08.00 – 18.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
ติดต่อ: 02-234-6735

 

2. ซื้อผ้ากับนายห้างบัญชาที่ร้านนายเล็กใจดี พาหุรัด

พาหุรัดหรือลิตเติ้ลอินเดียเป็นอาณาจักรผ้าที่เลื่องลือที่สุดในกรุงเทพฯ เราเลยมุ่งไปที่ร้านนายเล็กใจดี ร้านขายผ้าที่เคียงคู่ย่านนี้มายาวนานกว่า 80 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ชาวซิกข์ของ บัญชา ผู้เป็นเจ้าของร้าน ที่แบกผ้าเดินขายตามบ้านคนไทยและใช้ความใจดีเป็นจุดขาย โดยชื่อนายเล็กเป็นชื่อคุณพ่อของนายห้างคนปัจจุบัน ร้านขายผ้าเก่าแก่นามสกุลใจดีแห่งนี้ตระการตาไปด้วยม้วนผ้าหลากสี หลายประเภท เรียงรายจนล้นออกมายังหน้าร้าน ซึ่งมีตั้งแต่ผ้าด้ายดิบ ผ้าขาว ผ้าฝ้าย ผ้าลูกแก้ว ไปจนถึงผ้าไหมและผ้าดิ้นเยียรบับ นายห้างก็ใจดีสมชื่อ ยินดีแนะนำให้เราได้ผ้าที่เหมาะไปตัดชุดสวยตามแบบในฝันในราคาสบายกระเป๋า

ที่อยู่: 382 ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 09.00 – 18.30 น.
ติดต่อ: 02 -222-7034

 

3. ซื้อชุดส่าหรีจากร้าน S.S. ที่่ Little India

อยากซื้อผ้าอินเดียลายวิจิตร หรือต้องการชุดส่าหรีลายวิไล ขึ้นบันไดเลื่อนเล็กๆ ที่หยุดเลื่อนถาวรมาตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่าได้เลย ตลาดที่ซ่อนตัวบนชั้น 2 นี้มีทั้งร้านขายม้วนผ้า ส่าหรี ชุดนำเข้าจากอินเดียของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทั้งยังมีเครื่องประดับปะวะหล่ำกำไลเสร็จสรรพ โดยร้าน S.S. นำเข้าผ้าไหม ผ้าคอตตอน ผ้าชีฟองสีสันสดใส และสารพัดชุดสวยฉูดฉาดจากนิวเดลีมาเพียบ ร้านของครอบครัวเชื้อสายอินเดียที่เปิดร้านมากว่า 15 ปีเต็มไปด้วยของสนุกที่คู่ควรกับตู้เสื้อผ้าเราเป็นที่สุด จะใส่ไปงานเลี้ยงแฟนซี ปาร์ตี้กับเพื่อน หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันก็สวยเก๋ไม่เป็นรองใคร

ที่อยู่: ตลาดลิตเติ้ลอินเดียเก่า ชั้น 2 หน้าบันไดเลื่อน ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 097-442-2269

 

4. สงบจิต สงบใจ ในคุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา วัดซิกข์แห่งแรกของไทย

ออกจากพาหุรัดแล้วเลี้ยวขวา เดินตรงมาอีกนิด เราก็จะเจอคุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา ศาสนสถานอันวิจิตรของชาวซิกข์ที่เปิดประตูต้อนรับคนทุกศาสนา แต่มีข้อตกลงว่าต้องแต่งกายให้มิดชิด คลุมศีรษะด้วยผ้าที่ทางวัดจัดเตรียมให้เรียบร้อยก่อนจะเดินชมในแต่ละชั้น และห้ามถ่ายรูป เมื่อเดินขึ้นไปจะพบโถงโล่งกว้างที่สงบและสะอาดสำหรับประชุมหรือจัดงานต่างๆ โรงทานที่เปิดเลี้ยงอาหารฟรีทุกวัน และบนชั้น 4 จะเป็นโถงฟังธรรมสวดมนต์ทุกเช้าเย็น แถมยังมีขนมหวานตามธรรมเนียมที่เจ้าหน้าที่มอบให้ชิม มีห้องเรียนศาสนาที่มีการสอนเป็นภาษาไทย และหากเรามาถูกจังหวะเราอาจจะได้เห็นบรรยากาศของงานมงคลกลิ่นอายภารตะที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชุดกูรตะ ส่าหรี ที่ไม่ได้พบเห็นง่ายๆ

ที่อยู่: 571 ถ.จักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์
เวลาทำการ: 05.00 – 19.00 น.
ติดต่อ: 02-224-8094

 

5. ลิ้มรสขนมหวานจาก Panjab Sweet ในย่านอินเดีย เอ็มโพเรียม

‘หวานจับใจ’ คือรสสัมผัสแรกหลังจากที่เราได้ลิ้มลองขนมอินเดียซึ่งมีต้นตำรับมาจากรัฐปัญจาบในร้าน Panjab Sweets ร้านขายขนมหวานชิ้นน่ารักย่านอินเดีย เอ็มโพเรียม ขนมที่นี่ทำจากนมและน้ำตาลหน้าตาหลากหลายซึ่งใช้เป็นขนมไหว้พระพิฆเนศ พระแม่ลักษมี พระแม่อุมาเทวี คล้ายกับที่เราได้ชิมในวัดซิกข์ เมื่อสั่งมาชิมกับราสมาลัยหรือก้อนชีสแช่น้ำนมรสหอมหวาน และจิบ Chai ร้อนๆ คู่กัน ของหวานหอมอร่อยนี้ก็เพิ่มพลังงานให้เราเดินสำรวจย่านนี้อย่างสดชื่นอารมณ์ดี

ที่อยู่: ซอยอินเดีย เอ็มโพเรียม
เวลาทำการ: 07.30 – 19.00 น.
ติดต่อ: 02-222-6541

 

6. รีดเหงื่อไปพร้อมๆ กับฝึกสมาธิสไตล์อินเดียที่ Ashtanga Yoga

อยากยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายร่างกายและอยู่กับลมหายเข้าใจเข้า-ออกของตัวเองอย่างเต็มที่ ต้องตรงไป Ashtanga Yoga โยคะ ซึ่งเป็นโยคะดั้งเดิมของอินเดียที่ทำให้เราได้ดัดทั้งกายและใจ ผ่านคลาสเรียนที่ไม่ได้แบ่งแยกระดับ โดยเริ่มจากการฝึกอาสนะในท่าที่ 1 และไล่ไปเรื่อยๆ ตามขีดความสามารถที่เรามี เมื่อถึงท่าที่เราทำไม่ไหวก็ไม่กังวลใจแต่อย่างใด เพราะอาจารย์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจะช่วยดูแลเราอย่างใกล้ชิด แถมยังได้ฝึกในห้องที่มีบรรยากาศเป็นมิตรกับร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังอาจจะได้เพื่อนใหม่สายสุขภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ที่อยู่: ชั้น 8 โรงแรม S31 ซอยสุขุมวิท 31
เวลาทำการ: 05.30 – 20.30 น.
ติดต่อ: 097-249-9202
Facebook |  Ashtanga Yoga Center Of Bangkok. – AYBKK

 

7. สร้างสิริมงคลที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก)

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือวัดแขก สีลม เป็นที่พึ่งทางใจของชาวพราหมณ์-ฮินดูมานับร้อยปีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมแบบดราวิเดียนสีฉูดฉาดและบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ย่านเศรษฐกิจนี้มีมิติน่าสนใจทางประวัติศาสตร์และศาสนา ศาสนสถานนิกายศักตินี้เคารพบูชาพระอุมาเทวี ชายาของพระศิวะ เป็นองค์ประธาน และยังเป็นที่สักการะพระพิฆเนศและเทพองค์อื่นๆ

บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปเยี่ยมชมสักการะ หรือขอพรด้านความรักและการขอบุตรได้ เทศกาลสำคัญเก่าแก่ของที่นี่คือพิธี ‘นวราตรี’ เพื่อบูชาพระแม่อุมาเทวี โดยจะปิดถนนและจัดขบวนแห่ประจำปีอย่างยิ่งใหญ่ประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี จะเข้าร่วมขบวนแห่กับผู้คนนับพันหรือไปสักการะในวันทั่วไปก็ทำได้ตามความประสงค์

ที่อยู่: 2 ถนนปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก
เวลาทำการ: 06.00 – 20.00 น.  

 

8. ดินเนอร์สุดหรูประหนึ่งราชาที่ห้องอาหาร Rang Mahal

เสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงห้องอาหารราง มาฮาล ว่าอร่อยนักหนาแว่วมาตลอด 23 ปีตั้งแต่โรงแรมแรมแบรนดท์ก่อตั้งมา แค่เห็นจอกทรงสูงใส่น้ำกับโซฟาสไตล์ภารตะบนห้องอาหารชั้นสูงสุดของโรงแรมก็หลงรักแล้ว พอได้ชิมขาแกะหมักย่างเตาถ่านที่ค่อยๆ ทำให้สุกกว่า 6 ชั่วโมง เราก็รู้ว่าข่าวลือเรื่องรสชาตินั้นไม่ได้เกินจริงไปแม้แต่นิดเดียว เชฟราจัน มิสรา ปรุงอาหารอินเดียเหนือรสดั้งเดิมโดยใช้เครื่องเทศจากอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่างทันดูรี ขาแกะหมักเหล้ารัม แกงแพะย่าง หรือแกงกุ้งมะเขือเทศรสจัด ทุกอย่างกลมกล่อมถูกปากคนไทย แกะและแพะนุ่มๆ หอมกรุ่นไร้กลิ่นคาว กินคู่กับข้าวบาสมาติผัดและนานใส่กระเทียมแล้วอร่อยเยี่ยมยอด ก่อนอิ่มก็ล้างมือในอ่างน้ำมะนาวอุ่นสักหน่อย แล้วปิดท้ายด้วยการชิมกุหลาบจามุนในน้ำเชื่อมอุ่นรสหอมหวานและมะม่วงลาสซี่ที่ใส่โยเกิร์ตกับถั่วเข้มข้นชื่นใจ จบมื้อแล้วน้ำตาแทบไหล ประทับใจราง มาฮาล ที่แปลว่าสถานที่จัดงานเลี้ยงของราชวงศ์จริงๆ

ที่อยู่: ชั้น 26 โรงแรม Rembrandt Hotel ซอยสุขุมวิท 18
เวลาทำการ: 17.00 – 24.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ มีมื้อกลางวัน 11.00 – 14.30 น. ด้วย)
ติดต่อ: 02-261-7100 ต่อ ราง มาฮาล
Facebook : Rang Mahal

 

9. อุดหนุนเบอร์นาร์ด ตำนานถั่วที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ผ่านไปผ่านมาแถวธรรมศาสตร์จะต้องเห็นเบอร์นาร์ดนั่งขายถั่วอยู่ที่ประตูท่าพระจันทร์เป็นทุกครั้ง อาบังวัย 72 ที่เลือกอาชีพขายถั่วเป็นอาชีพแรกและอาชีพหลัก ปักหลักขายถั่วให้เราได้ซื้อหาในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้มามากกว่า 4 ทศวรรษ เมล็ดถั่วสีเขียว เหลือง น้ำตาล ที่ถูกจัดอยู่ในกล่องไม้ที่มีล้อเลื่อน ประกอบไปด้วยถั่ว 6 ชนิด เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตาเคลือบ และถั่วปากอ้า ในราคาสบายกระเป๋าเพียง 20 บาท ไม่ว่าจะอยากได้ของขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ หรืออยากจะสนทนากับเบอร์นาร์ดที่คุยสนุกและพร้อมจะยียวนเมื่อสนิท อย่าได้คิดมาก แวะไปทักทายและอุดหนุนเขาได้ทุกวัน

ที่อยู่: หน้าคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เวลาทำการ: ตามเวลาราชการ

 

ภาพ: มณีนุช บุญเรือง, ปฏิพล รัชตอาภา

Writers

Avatar

นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ

เด็กฝึกงานที่กำลังรอรับปริญญา ใช้ชีวิตไปมาๆระหว่างกรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ รักการอยู่บ้าน พอๆกับการอยู่นอกบ้าน ยังไม่ชัดว่าจะได้ประกอบอาชีพอะไร แต่ตั้งใจจะหัดขีดเขียนให้ดี

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographers

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load