ครบรอบ 53 ปีของโครงการหลวง สินค้าสดใหม่ปลอดภัยจากภูเขาที่ยกขบวนมาวางขายในกรุงเทพฯ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2532 ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่งานโครงการหลวงได้เข้ามาจัดในพื้นที่ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล และได้รับเสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมชมงานเป็นอย่างดีเสมอมา

ปีนี้งานโครงการหลวง 53 จึงมาภายใต้แนวคิด The Infinite Blooms มอบความสดใสจากผลผลิตที่เติบโตออกดอกออกผลอย่างอุดมสมบูรณ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และทีมออกแบบจากเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งมีไฮไลต์สนุก ๆ อย่างการเปิดตัวมะเขือเทศเชอร์รีเหลือง ดอกเอเดลไวส์จากเทือกเขาแอลป์ ต้นเฟิร์นกว่า 100 สายพันธุ์ และเวิร์กชอปงานทอผ้าใยกัญชงจากเจ้าของภูมิปัญญา

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง
ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง
ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

ก่อนก้าวเท้าออกไปช้อปปิ้ง เราคัดสินค้าห้ามพลาด ไปจนถึงเรื่องราวเบื้องหลังความสมบูรณ์แบบของผลผลิตตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง ไปจนถึงปลายทาง มาแบ่งปันให้ทุกคนเห็นคุณค่าความตั้งใจของเกษตรกรผ่านตัวอักษรด้านล่างนี้

กาแฟอะราบิกาดอยหลวงอินทนนท์

“กาแฟมีมากมาย แล้วทำไมต้องเป็นกาแฟจากโครงการหลวงอินทนนท์” ถ้าใครกำลังตั้งคำถามนี้อยู่ ต้องมาหาคำตอบด้วยตัวเองในงานโครงการหลวง 53

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

‘ปลูกในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 2,500 เมตร บนดอยสูงที่อากาศเย็นชื้นตลอดปี มีร่มเงาของต้นไม้ มีแดดแซมรำไร นับเป็นบ้านอันสมบูรณ์ของต้นกาแฟ’ นี่คือจุดแข็งของอะราบิกาบนดอยอินทนนท์ 

กาแฟที่ดีต้องเลี้ยงลูกบนต้นนาน ๆ เพราะสารอาหารจะได้แทรกซึมเข้าไปในเมล็ดกาแฟเยอะ ๆ เมื่อถึงฤดูสุกในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เมล็ดจะไล่สีจากเขียวเปลี่ยนเป็นแดง เรียกว่ากาแฟเชอร์รี เหล่าเกษตรกรก็จะเก็บเจ้าเมล็ดเชอร์รีไปเข้าเครื่องกะเทาะเปลือกกลายเป็นกาแฟกะลา จากนั้นต้องนำไปล้างเมือกออกโดยการหมักน้ำนานถึง 48 ชั่วโมง เมื่อทำความสะอาดแล้วก็นำไปสีให้เกิดเป็นสารกาแฟ แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการคั่วตามวิถีชาวปกาเกอะญอ คือคั่วหม้อหรือกระทะกลางกองฟืน มีทั้งคั่วอ่อน คั่วกลาง คั่วเข้ม แต่ความยากปราบเซียนอยู่ที่จังหวะการคั่ว น้ำหนักมือต้องสม่ำเสมอ คนสารกาแฟอยู่ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นจะทำให้กาแฟสุกไม่เท่ากัน หรือบางส่วนก็ไหม้ไปเลย สุดท้ายก็นำมาบดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ  

กว่าจะออกมาเป็นผงกาแฟ 1 ถุง ต้องผ่านหลายขั้นหลายตอนหลายกระบวนการเหลือเกิน

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง
ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

ปลาเรนโบว์เทราต์ มากับปลาสเตอร์เจียน

เจ้าปลา 2 ชนิดนี้แวกว่ายมาไกลจากอเมริกา เยอรมนี ภูฏาน และรัสเซีย สู่สถานีวิจัยประมงที่สูงดอยอินทนนท์

ปลาเรนโบว์เทราต์ ชื่อนี้ได้มาเพราะเอกลักษณ์ของสีข้างลำตัวหลากสีเหมือนสายรุ้ง ในช่วงที่ปลาอยู่ในสภาวะสมบูรณ์เพศระหว่างเดือนธันวาคมถึงมกราคม เรนโบว์เทราต์มีต่อมความรู้สึกที่ไวต่อเรื่องอุณหภูมิน้ำกับปริมาณออกซิเจนเป็นอย่างมาก เติบโตได้ดีในน้ำที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส ยิ่งอุณหภูมิน้ำต่ำลง ปลาก็จะกินอาหารได้มากขึ้น และน้ำที่ไหลต้องเป็นน้ำสะอาดเหมือนน้ำของลำธาร ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเดิม

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

ส่วนสเตอร์เจียนต้องใช้เวลาเลี้ยง 7 ปี ถึงจะให้ไข่ จะแยกออกว่าเป็นตัวผู้หรือตัวเมียตอนอายุ 3 ปี โดยต้องเข้าเครื่องอัลตราซาวนด์เท่านั้น แยกด้วยตาเปล่าไม่ได้ ปลาสเตอร์เจียนโตเต็มวัยได้ถึง 75 ปี ในช่วงอนุบาลเป็นช่วงที่ดูแลยากที่สุด เพราะเป็นช่วงปรับเปลี่ยนอาหาร ต้องมีคนสลับกันมาดูตลอด 24 ชั่วโมง

เห็นเลขอายุที่การันตีความแข็งแกร่งของสเตอร์เจียนแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปลาจะอึดถึกทนอยู่ได้ในทุกสถานการณ์ สเตอร์เจียนชอบแหวกว่ายบริเวณน้ำไหล แต่ถ้าน้ำไหลแรงเกินไป มีลมแทรกเข้ามาในท่อทำให้ออกซิเจนเบาบาง ปลาทั้งบ่ออาจตายได้ในเวลาเพียง 60 นาที 

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

เพราะเหตุนี้ จึงต้องมีการผลัดเวรคนมาดูแลบ่อตอนกลางคืน หากเกิดปัญหาต้องรีบขึ้นไปปิดวาล์วน้ำบนเขา และอีกสิ่งที่ละเลยไม่ได้คือ เกษตรกรจะต้องถ่ายน้ำออกจากบ่อทุกวัน และล้างบ่อวันเว้นวัน เพราะสเตอร์เจียนเป็นปลารักสะอาด บวกกับไลฟ์สไตล์ที่ชอบกินอาหารก้อนจากใต้น้ำ การดูแลความสะอาดในบ่อจึงต้องให้ความสำคัญมากขึ้น

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

ทั้งไข่คาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียน และความตัวเล็กเนื้อแน่น มีไขมันดีเยอะของเรนโบว์เทราต์ เป็นแรงบันดาลใจให้เชฟรังสรรค์เมนูมากมายขึ้นมา มีขนมจีนน้ำยาปลาเทราต์สำหรับคนรักเส้น ข้าวซอยแห้งปลาเทราต์ที่นำเมนูประจำถิ่นอย่างข้าวซอยมาพลิกแพลงเป็นแบบแห้ง เพิ่มรสสัมผัสที่หลากหลายด้วยปลาเทราต์ทอดกรอบนอกนุ่มใน 

เอเดลไวส์ ดอกไม้แห่งรักแท้

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

เจ้าดอกไม้จิ๋วสีขาว ๆ กลีบปุกปุยคล้ายปกคลุมด้วยหิมะนี้ ได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์ เพราะเป็นดอกไม้เมืองหนาวจากสวิตเซอร์แลนด์ ดอกจะบานเพียงปีละ 3 ครั้งเท่านั้น และเมื่อเด็ดดอกออกจากลำต้น รูปลักษณ์ก็จะคงอยู่อย่างนั้นไม่เหี่ยวเฉา จึงสื่อความหมายว่าเป็นดอกไม้แห่งรักแท้

การออกปลูกคือต้องเกิดราก พอมีรากแสดงว่าเขาพร้อมที่จะออกสู่แปลงข้างนอก โดยกระบวนการเกิดรากมีอยู่ 2 วิธี คือ การเกิดรากในขวดแก้วและการเกิดรากในวัสดุปลูก ขั้นตอนการเกิดรากในขวดแก้วนั้นง่ายกว่ามาก แต่ที่หน่วยวิจัยขุนห้วยแห้งเลือกใช้การเกิดรากในวัสดุปลูก เพราะโอกาสรอดของพืชมีความแน่นอนกว่า และเป็นผลดีในระยะยาวต่อการเติบโตของพืชในอนาคต

“เราทำทุกหนทาง ถึงแม้ว่ามันจะยุ่งยากกว่า แต่ขอให้มีต้นรอดไปจนถึงข้างนอก” นี่คือคำพูดที่หนักแน่นของนักวิจัย ผู้อยู่เบื้องหลังการเพาะพันธุ์ดอกเอเดลไวส์ที่งดงาม

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

เจ้าหน้าที่ต้องเดินสำรวจในห้องทดลองทุกวัน คอยสังเกตวัสดุปลูกไม่ให้แห้งหรือแฉะเกินไป ผู้ดูแลต้องมีความรู้ความชำนาญ และระวังเชื้อจุลินทรีย์ที่จะปนเปื้อนเข้ามา เพราะหากมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน พืชในห้องทดลองจะไม่รอดทั้งหมด โดยส่วนมากเชื้อจะติดมากับคน เจ้าหน้าที่ทุกคนจึงต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่กระบวนการตัดเนื้อเยื่อ ทุกคนต้องสวมถุงมือทุกครั้ง ชิ้นส่วนห้ามออกนอกกระดาษรองตัด อุปกรณ์ทั้งหมดผ่านการฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดทุกอย่าง หรือแม้กระทั่งห้ามไปที่แปลงข้างนอกก่อนเข้าห้องทดลอง เพราะอาจมีเชื้อที่ส่งผลต่อพืชติดตัวมาได้

รากของเอเดลไวส์จะเกิดขึ้นและแข็งแรงหลังจากผ่านการบ่มเพาะเป็นเวลา 1 เดือน ดอกจะอุดมสมบูรณ์พร้อมสำหรับนำไปสกัดสารต้านอนุมูลอิสระ หนึ่งในคุณประโยชน์ที่ใส่ในเวชสำอางต่าง ๆ และที่นิยมอีกอย่างคือการสกัดกลิ่นไปใส่ในน้ำหอม โลชั่น น้ำยาปรับผ้านุ่ม และเครื่องประทินผิว

เฟิร์นและสารพัดพันธุ์ไม้เมืองหนาว 

เมื่อมีไม้ดอก ก็ต้องมีไม้ประดับ

‘เฟิร์น’ คือไม้ประจำถิ่นน้ำตกสิริภูมิ และเป็นต้นไม้ที่น่าจับตาสำหรับงานในครั้งนี้

ลายแทงสินค้าน่าช้อปในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่กาแฟ เบอร์รี ปลาเทราต์ ไปจนถึงกัญชง

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์มีเฟิร์นทั้งหมดประมาณ 50 สกุล 100 กว่าสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่โดดเด่นสะดุดตาคือ เฟินกูดดอยแคระ ซึ่งมีที่นี่ที่เดียว เฟิร์นชอบอยู่พื้นที่ร่มรำไร ไม่ต้องการแดด เน้นความชื้นเยอะ ๆ กว่าแต่ละชนิดจะงอก ต้องใช้เวลาเพาะนาน 3 – 6 เดือน บางชนิดใช้เวลาเป็นปี และจะขายได้ต่อเมื่อมีขนาด 4 นิ้วขึ้นไป เพราะต้นเล็กจะมีโอกาสรอดน้อย เฟิร์นเป็นพืชที่โตช้ามาก ผู้ปลูกต้องอาศัยความใจเย็น เฝ้าดูพัฒนาการเจริญเติบโตของเขาทีละนิด

“เราเรียนมาด้านนี้โดยตรงและสนุกกับมัน เรามีความสุขที่ได้ทำ ก็จะทำไปเรื่อย ๆ” ปภาวี โอบอ้อม หนึ่งในเจ้าหน้าที่นักวิชาการเกษตรผู้ดูแลเฟิร์นบอกกับเรา

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

นอกจากเฟิร์น ยังมีพันธุ์ไม้เมืองหนาวอีกนานาชนิด มีไม้ฟอกอากาศแบบถุงและกระถาง ซึ่งมีความยากในการดูแลที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือ ถ้าเป็นพืชอวบน้ำ ตระกูลเปปเปอร์ เกล็ดมรกต จะกำหนดไม่ได้ว่า 1 วันต้องรดน้ำเช้าเย็น 1 – 2 ครั้ง แต่ต้องดูที่วัสดุปลูกของไม้แต่ละชนิด ถ้าวัสดุปลูกเริ่มแห้งจึงให้น้ำทันที ถ้าปล่อยให้วัสดุปลูกแห้ง พืชจะเหี่ยวและเน่าในที่สุด ส่วนการดูแลในฤดูฝนก็ต้องเปลี่ยนจากการให้ปุ๋ยทางน้ำ เป็นการฉีดพ่นทางใบแล้วให้พืชสังเคราะห์แสงแทน เพราะหน้าฝนอากาศชื้น ถ้าพืชได้รับปุ๋ยเยอะเกินไปจะน็อกได้

สังเกตได้เลยว่าไม่มีสูตรการปลูกพืชที่ตายตัว แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ปล่อยผ่านไม่ได้ เกษตรกรต้องใส่ใจสิ่งมีชีวิตทุกต้น เพื่อดอกใบที่สวยงามอุดมสมบูรณ์

ผองพืชจากที่ราบสูง

มะเขือเทศเชอร์รีเหลือง เปปิโน ผักเคล มะเดื่อฝรั่ง คือผลผลิตที่ปลูกขึ้นในระบบ Substrate หรือการปลูกพืชในวัสดุทดแทนดิน ซึ่งช่วยลดการสะสมโรคแมลง เป็นการป้องกันเชื้อและอุ้มน้ำได้ดี ปลูกได้ทุกหนทุกแห่ง แม้ในบริเวณที่ดินไม่ดีหรือพื้นที่ที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ซึ่งช่วยประหยัดทั้งเวลา แรงงาน และทรัพยากรในการเตรียมดิน ภายใต้การดูแลของ อรรนพ เปรมัษเฐียร หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

มะเขือเทศสายพันธุ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในงานนี้เป็นที่แรก คือมะเขือเทศเชอร์รีเหลือง ผลเป็นสีส้ม ๆ เหลือง ๆ ตามชื่อ ไม่ใช่สีแดงสดที่พบได้ตามท้องตลาด จุดเด่นของพันธุ์เหลืองคือมีรสชาติเหลืองหวานและมีสีสันเน้นความสวยงาม สำหรับการปลูกต้องอาศัยการทะนุถนอมเป็นพิเศษ จะมีเจ้าหน้าที่ 1 คนเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด สังเกตความต้องการสารอาหารและน้ำของพืช ไม่ปล่อยให้ต้นแห้งใบเฉา

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53
ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

ผลไม้อีกหนึ่งอย่างที่อยากแนะนำคือ ฟิกหรือมะเดื่อฝรั่ง ลูกเด้ง เต่งตึง เนื้อแดงสดหวานฉ่ำ มีสรรพคุณที่มากกว่าความอร่อย เช่น รักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยได้ เกษตรกรใช้สารชีวภัณฑ์ในการกำจัดศัตรูพืชแทนการใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคมากกว่าสารเคมีทั่วไป

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

สำหรับคนที่ชอบทานผัก เราอยากให้ทำความรู้จักกับผักเคล หน้าตาเป็นใบสีเขียวหยิก ๆ จริง ๆ แล้วเคลเป็นพืชตระกูลเดียวกับกะหล่ำ หลายคนอาจจะรู้จักกันอีกฉายาว่าเป็น ‘คะน้าใบหยิก’ ในความหยักของใบเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งวิตามินซี วิตามินเค มีคลอโรฟิลล์ และโพแทสเซียมสูง เป็นผักที่มาแรงในหมู่คนรักสุขภาพที่อยากให้ทุกคนได้ลอง

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

เส้นใยกัญชง สิ่งเดียวที่ม้งมีติดตัว

“สิ่งเดียวที่ม้งมีติดตัวคือกัญชง” นี่คือคำบอกเล่าของประธานกลุ่มวิสาหกิจทอผ้าจากเส้นใยกัญชง ประจำกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดาวม่าง

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

เส้นใยกัญชงมีความสำคัญกับชาวม้งตั้งแต่เกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ทั้งเป็นเชือกมัดสะดือเด็ก ทำเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ทำเป็นกระสอบใส่ข้าวเปลือกข้าวโพดในสวนในไร่ ตลอดจนใช้ในพิธีอวมงคล ชาวบ้านจึงไม่อยากให้วัฒนธรรมเหล่านี้หายไป

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

ทุกวันนี้มีการสืบสานส่งต่อความรู้เรื่องหัตถกรรมจากเส้นใยกัญชงสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำในหมู่บ้านแม่สาน้อย แต่ในครั้งนี้ภูมิปัญญาจะถูกบอกเล่ามาไกลถึงเมืองกรุง เพราะผ้าทอทั้งหลายจะมีจัดแสดงและจำหน่ายอย่างอิสระ ใครที่ไม่ได้สนใจแค่ตัวสินค้า แต่อยากเรียนรู้กระบวนการกำเนิดผ้า 1 ผืน พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะภายในงานจะมีเวิร์กชอปสอนตั้งแต่การเตรียมเส้นใยมากกว่า 20 ขั้นตอน ก่อนจะเข้าสู่โลกแห่งการทอใยกัญชง

ขึ้นดอยไปดูแปลงเบอร์รี ไร่กัญชง บ่อปลาเทราต์ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ แหล่งกำเนิดผลผลิตในงานโครงการหลวง 53

‘เมล็ดกาแฟอะราบิกา เนื้อปลาเรนโบว์เทราต์ ไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว ขบวนผักผลไม้บนที่ราบสูง และหัตถกรรมพื้นบ้านจากเส้นใยกัญชง’ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลผลิตทั้งหมดที่เกิดจากความตั้งใจและทุ่มเทหยาดเหงื่อของชาวบ้าน ลงแรงลงใจเพื่อทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ชิ้นที่ดีที่สุด ซึ่งคัดรวมมาไว้ในงานโครงการหลวง 53 รอแค่ทุกคนมาเที่ยวชมชิมช้อปด้วยตัวคุณเอง 

สัมผัสความสดใหม่ของสินค้าทางการเกษตรเสมือนเก็บเกี่ยวจากดอยได้ง่าย ๆ ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในงานโครงการหลวง 53 ตั้งแต่วันที่ 4 – 14 สิงหาคม 2565

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ใต้แสงแดดแผดจ้าที่สาดส่องลงมายังเมืองโพนโฮง เสียงกึงกังของเครื่องจักรสลับกับเสียงสอนสั่งของผู้มีอายุที่อึงอลมาจากโรงฝึกทั้งสี่หลัง ฟังดูคล้ายคำทักทาย “สะบายดี” ซึ่งคณาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์กำนัลแด่ผู้มาเยือน

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประเทศเพื่อนบ้านคนสนิทของพวกเราชาวไทยที่ปลูกเรือนอาศัยอยู่อีกฟากของแม่น้ำโขง

จะด้วยสำเนียงการพูดที่แปร่งหู หรือใด ๆ ก็ตามที่ฟ้องว่าคณะของเรายกขบวนข้ามโขงมาจากเมืองไทย ทั้งผู้เรียนและผู้สอนที่สถาบันการศึกษาวิชาชีพแห่งนี้ดูจะมีรอยยิ้มแจ่มใส เกินจะเชื่อได้ว่านั่นเป็นเพียงยิ้มมารยาทที่ปุถุชนพึงมีต่อกัน

ต้นเหตุของรอยยิ้มเหล่านั้นมีที่มาจากข้อความ 2 ภาษาบนผืนป้ายกลางวิทยาลัยนี้เอง

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

อาชีวะสึกสา

เมื่อสัก 50 ปีก่อนหน้านี้ การเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษาของประเทศลาวจัดอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าขัดสน ด้วยความที่เป็นประเทศขนาดเล็ก ประชากรเบาบาง ซ้ำยังไม่มีทางออกสู่ทะเล การจะนำเข้าเทคโนโลยี วัตถุอุปกรณ์ ตลอดจนวิทยาการความรู้ต่าง ๆ จากต่างประเทศจึงมีข้อจำกัดสูง

ท่านหนูพัน อุดสา อธิบดีกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬาแห่ง สปป.ลาว กล่าวว่า โรงเรียนที่เปิดสอนด้านนี้ทั่วประเทศเคยมีน้อยจนนับได้ด้วยนิ้วมือข้างเดียว ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นได้จากความช่วยเหลือของต่างชาติ

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“ก่อนการตั้ง สปป.ลาว มีโรงเรียนอาชีวศึกษาแค่ 2 – 3 แห่ง เช่น โรงเรียนเทคนิคปากป่าสัก โรงเรียนลาว-เยอรมัน สะหวันนะเขต ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่ภายหลังประเทศชาติได้รับการปลดปล่อย ก่อตั้งเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตย ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางดี”

ค.ศ. 1975 ลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตยเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ความสัมพันธ์กับบางประเทศมีอันต้องชะงักงันลง ขณะที่บางประเทศก็งอกเงยขึ้น ส่วนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างไทยนั้น ย่อมไม่มีวันตัดกันขาด

“สำหรับความร่วมมือก็มีหลายประเทศ เช่นราชอาณาจักรไทย มีการร่วมมือกับประเทศไทยตั้งแต่ ค.ศ. 1998 เป็นต้นมา ความร่วมมือขั้นแรกสุดเลยก็คือเป็นพันธมิตรในการพัฒนาโรงเรียนวิชาชีพโพนโฮงเพื่อพัฒนาให้เป็นโรงเรียนเทคนิควิชาชีพแขวงเวียงจันทน์”

โฮงเฮียนอาชีวะสึกสาโพนโฮง

ประเทศลาวแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 17 แขวง กับ 1 เขตนครหลวง คือนครหลวงเวียงจันทน์อันเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของประเทศ บริเวณที่ห้อมล้อมนครหลวงอยู่นั้นถูกจัดตั้งเป็นแขวงชื่อ ‘เวียงจันทน์’ เหมือนกัน แต่มีเมืองหลักคือเมืองโพนโฮง ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไป 55 กิโลเมตร

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ค.ศ. 1988 แขวงเวียงจันทน์ก่อตั้ง ศูนย์อาชีวศึกษาโพนโฮง ขึ้นเพื่อใช้ฝึกอบรมการช่างแก่ทหารช่างตลอดจนนายช่างทั่วไป ก่อนจะโอนมาสังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในอีก 4 ปีให้หลัง พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น โรงเรียนการอาชีวศึกษาโพนโฮง

ท่านทองหล่อ วิไลทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์คนปัจจุบัน พาเราย้อนรำลึกความหลังเมื่อครั้งยังเป็นโรงเรียน และตัวเขายังดำรงตำแหน่งเป็นเพียงรองผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนั้นด้วยความภูมิใจในทุก ๆ ย่างก้าวที่ผ่านมา

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“เราได้โยกย้ายจากศูนย์อาชีวะมาเป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาโพนโฮง เลยย้ายมาตั้งอยู่ที่นี่ แล้วเผอิญว่า วัตถุอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ โครงสร้างต่าง ๆ ก็ไม่มี ทางรัฐบาลลาวจึงได้สมทบกับรัฐบาลไทยให้มายกระดับ มาปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนนี้นับแต่ ค.ศ. 1998 เป็นต้นมา”

มิตรคนแรกที่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนอาชีวศึกษาโพนโฮงได้รู้จัก คือตัวแทนจากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) ในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศของไทย

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“TICA มาซ่วยพวกเฮาหลาย” รอง ผอ. ในวันนั้น บอกด้วยภาษาลาวปนไทย พลางนำแขกจากดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงชมอุปกรณ์การเรียนที่ได้รับการตีตรากรมความร่วมมือระหว่างประเทศไว้ มีตั้งแต่โลโก้รุ่นเก่ายันรุ่นปัจจุบัน “เขาสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนให้เรามาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว อย่างจักรเย็บผ้าพวกนี้ก็ 22 ปี เป็นบ่าวน้อย (หนุ่มน้อย) แล้วนะนี่”

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ในยุคที่วิทยาลัยยังมีสถานะเป็นโรงเรียนอยู่นั้น ท่านทองหล่อนับว่าเป็นความช่วยเหลือในระยะที่ 1 ธารน้ำใจที่ไหลข้ามโขงมาในคราวนั้นมีประจักษ์พยานเป็นโรงฝึก 4 หลัง ซึ่งใช้เป็นที่เล่าเรียนต่างสาขาวิชากัน

“โรงฝึกที่ 1 เป็นโรงฝึกปฏิบัติสร้างรถยนต์และกลจักรการเกษตร โรงที่ 2 ไว้ฝึกไฟฟ้า โรงที่ 3 ใช้ฝึกตัดเย็บเสื้อผ้า โรงที่ 4 เป็นโรงฝึกก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์”

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ใช่เพียงความช่วยเหลือทางอาคารและอุปกรณ์การเรียน กรมความร่วมมือระหว่างประเทศของไทยยังส่งครูบาอาจารย์และนักวิชาการด้านการศึกษาไปปรับปรุงหลักสูตรให้โรงเรียนในทั้ง 5 สาขาที่เปิดสอน ไม่ว่าจะเป็นก่อสร้างเคหสถาน ตัดเย็บเสื้อผ้า ไฟฟ้า กสิกรรม หรือแม้แต่ปรุงแต่งอาหาร (คหกรรม)

“ปรับปรุงหลักสูตรสำเร็จไปแล้ว เราก็ได้รับการสนับสนุนวัตถุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องจักร ประกอบเข้าอยู่ในโครงสร้าง ให้มันถูกต้องตามสาขาดังกล่าวนี้ จากนั้นก็ยังได้ส่งครูไปยกระดับวิชาเฉพาะทาง เพื่อให้ครูมีระดับความรู้เพื่อจะเอามาสอนต่อ อันนี้เป็นความช่วยเหลือระยะที่ 1” ท่านผู้อำนวยการสรุปปิดท้าย ก่อนพาเราไปรู้จักกับความช่วยเหลือระยะที่ 2

วิทะยาไลเตกนิกแขวงเวียงจัน

“นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา โรงเรียนของเราได้ยกระดับเป็นวิทยาลัย”

ท่านทองหล่อซึ่งควบบทบาทผู้ประสานงานโครงการความร่วมมือลาว-ไทย มาตั้งแต่ต้น เล่าถึงหลักไมล์สำคัญที่ทำให้สถาบันในความดูแลของท่านต้องรับมือความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“ตอนนั้นก็เผอิญว่าเราจะได้ปรับปรุงวิทยาลัยนี้ให้เป็นตัวแบบของอาชีวศึกษา โครงการร่วมมือทางด้านวิชาการลาว-ไทย เลยได้สืบต่อเป็นระยะที่ 2”

ระยะนี้โรงเรียนอาชีวศึกษาโพนโฮงซึ่งมีชื่อใหม่ว่า ‘วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์’ ยังได้เฝ้าฯ รับเสด็จเจ้าฟ้าหญิงผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยอย่าง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“สมเด็จพระเทพฯ เสด็จมาเยี่ยมวิทยาลัยเรา และพระราชทานคอมพิวเตอร์ให้ 20 เครื่องในเบื้องต้น ท่านสนับสนุนเราเรื่องคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี ตัวโครงการของสมเด็จพระเทพฯ ก็มีวิทยาลัยเทคนิคหนองคายเป็นผู้รับผิดชอบ ตอนหลังคอมพิวเตอร์ 20 เครื่องนั้นล้าสมัย ตกรุ่นไปแล้ว ท่านยังได้พระราชทานเพิ่มให้อีก 20 เครื่อง รวมแล้วเป็น 40 เครื่องที่พระราชทานมา”

เนื่องจากที่ตั้งวิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์เป็นเนินสูง อีกหนึ่งความขาดแคลนนอกเหนือจากอุปกรณ์การเรียนก็คือน้ำใช้ พระองค์ท่านจึงทรงแนะนำให้ TICA ช่วยให้ในวิทยาลัยมีน้ำใช้เพียงพอต่อความต้องการของนักเรียนนักศึกษา เป็นที่มาของหอถังเก็บน้ำบาดาลที่ยืนเด่นอยู่ในวิทยาลัยทุกวันนี้

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“มีน้ำใช้เพียงพอแล้ว ท่านยังให้สืบต่อ ทำโครงการน้ำสะอาดให้เด็กได้ดื่มอีกด้วย” ท่านทองหล่อว่า

ปัจจุบัน วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์มีครูผู้สอนมากกว่า 160 คน ทำหน้าที่ถ่ายทอดวิชาความรู้แก่นักศึกษามากกว่า 2,000 คน เยาวชนลาวที่มีอายุราว 15 – 18 ปีเหล่านี้ เมื่อร่ำเรียนจบจากโพนโฮงไปแล้ว พวกเขาจะได้รับวุฒิชั้นกลาง (เทียบเท่า ปวช.) หรือชั้นสูง (เทียบเท่า ปวส.) เป็นฝีมือชนที่พร้อมสร้างอนาคตที่ดีให้กับตนเองและบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขาต่อไป

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“นักศึกษาพวกนี้จบไปแล้วก็ไปทำงานต่อในโรงงาน” ผอ.ทองหล่อ เล่าด้วยแววตาภาคภูมิ หลังจากแวะสนทนานักศึกษาสาวในชุดยูนิฟอร์มนุ่งซิ่นที่กำลังง่วนอยู่หน้าจักรเย็บผ้า “มีบางคนไปทำงานถึงเกาหลี ถึงญี่ปุ่น เขามาให้วิทยาลัยออกใบรับรองภาษาอังกฤษให้ก็มี”

นอกจากสาขาวิชาเรียนที่เราได้เห็นในโพนโฮงแล้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยยังกระซิบให้เราฟังอีกว่า ทุกวันนี้ทางวิทยาลัยได้ขยายวิทยาเขตเพิ่มอีกแห่งหนึ่งที่เมืองวังเวียง ที่นั่นมีไว้สอนสาขาวิชาการท่องเที่ยวอาหาร และการโรงแรม เพราะวังเวียงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ชาวไทยนิยมไปพักผ่อนหย่อนใจ

จากข้อมูลของท่านอธิบดีหนูพัน สถาบันอาชีวศึกษาใน สปป.ลาว ขณะนี้มีมากถึง 78 แห่ง ถ้านับเฉพาะของภาครัฐก็จะมีทั้งสิ้น 25 แห่ง กระจายอยู่แทบทุกแขวงในประเทศ มีอาจารย์มากกว่า 2,000 คน ส่วนนักศึกษาก็มีไม่ต่ำกว่า 20,000 คน

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

เป็นเรื่องน่ายินดียิ่งที่ความร่วมมือจากไทยช่วยให้ศูนย์อาชีวศึกษาเล็ก ๆ ที่เคยขาดแคลนทุกด้าน พัฒนามาเป็นหนึ่งในวิทยาลัยอาชีวศึกษาต้นแบบให้สถาบันอื่นมาศึกษาดูงาน

“มาถึงปัจจุบันก็ถือว่าวิทยาลัยเราเป็นวิทยาลัยที่เป็นต้นแบบทางด้านทักษะฝีมือของอาชีวศึกษา เพราะว่าวิสัยทัศน์ของวิทยาลัยเราก็เขียนแบบนั้น ในโครงการร่วมมือลาว-ไทย โดยเฉพาะวิทยาลัยเทคนิคแห่งเวียงจันทน์ของพวกเรา เป็นวิทยาลัยที่ได้รับการสนับสนุนครั้งแรกจากทุก ๆ วิทยาลัยทั่วประเทศ ฉะนั้นเมื่อผ่านการช่วยเหลือมา ก็ถือว่าการพัฒนาการเรียนการสอนนี่ก็ถือว่าดีขึ้น แล้วก็มีคุณภาพกว่าเก่า จากเดิมที่ไม่มี ก็ถือว่าดีขึ้น มีคุณภาพขึ้นกว่าเก่า ครบชุดทั้งอาคารสถานที่ นักเรียนนักศึกษามีความสนใจเข้ามาเรียนในวิทยาลัยของเราเยอะขึ้น พอเรียนจบไปแล้ว เขาก็จะมีความรู้ มีทักษะทางฝีมือ ไปประกอบสัมมาชีพในสถานประกอบการได้” ท่านทองหล่อบอกก่อนนำคนของท่านไปถ่ายรูปหมู่

คณะผู้บริหารวิทยาลัยพากันส่งยิ้มกว้างให้หน้ากล้อง เมื่อทั้งหมดประจำที่หน้าป้าย ‘โครงการความร่วมมือลาว-ไทย’ ซึ่งเขียนด้วยชุดอักษรของทั้งสองชาติเคียงคู่กัน

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“ราชอาณาจักรไทยและ TICA ให้การสนับสนุนพวกเราตลอดมา ทำให้มีสิ่งดี ๆ เยอะขึ้น วิทยาลัยเราก็ทำทุกอย่างให้เป็นต้นแบบวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ก็ต้องอาศัยพี่น้องไทยมาช่วย เดี๋ยวนี้นักศึกษาก็เข้ามาเพิ่มเยอะมาก ที่มาเรียนไม่ได้มีอยู่แค่ในแขวงเวียงจันทน์ แต่มาจากทั่วประเทศ ห้องฝึกปฏิบัติต่าง ๆ ของเราก็ยังไม่มีเท่าที่ควร

“ตรงนี้คงมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อหาทางพัฒนากันต่อไป เพราะเราก็เหมือนพี่เหมือนน้อง พูดกันด้วยความเข้าใจ โดยเฉพาะวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่าง ๆ ที่อยู่เลียบแม่น้ำโขง เป็นต้นว่าหนองคาย อุดรธานี พวกเราก็ได้ร่วมมือกันมาหมด” ผู้ประสานงานโครงการฝ่ายลาวทิ้งท้าย

แม้ สปป.ลาว จะสามารถยืดหยัดพัฒนาตนเองได้อย่างมั่นคงในปัจจุบัน แต่ความเป็นบ้านพี่เมืองน้องและสายสัมพันธ์ที่ผูกพันเชื่อมโยงมาแต่ก่อนเก่ากลับไปอาจตัดขาด เป็นความสบายใจและความเข้าใจที่สองฝั่งแม่น้ำโขงมีให้กันตลอดมาและตลอดไป ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จของการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

พลอยดาว ธีระเวช

ชอบถ่ายภาพอาหาร ชอบดูคนทำอาหาร ชอบซื้ออาหารแล้วบังคับให้คนอื่นทาน ชอบทำอาหารทั้งขนาดปกติและขนาดจิ๋ว ชอบชาเขียวและชอบเที่ยวตลาดอาหาร

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load