สำหรับเรา เครื่องปรุงชั้นเลิศที่เพิ่มความอยากอาหารเวลาอยู่บ้านได้มาก จนต้องรีบหาร้านในแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่แล้วกดสั่งอย่างว่องไว ไม่ใช่รูปสวย ๆ อย่างเดียว แต่คือ ‘เสียง’ ที่ชวนท้องร้อง น้ำลายไหลโดยไม่รู้ตัว (นึกภาพตอนได้ยินเสียงหมูกระทะกำลังจะสุกบนเตาสิ) 

จึงไม่แปลกที่หลายคนถึงชอบเปิดยูทูบดูช่องกินอาหารแบบ ASMR (Autonomous Sensory Meridian) หรือ การใช้เสียงเพื่อตอบสนองต่อประสาทรับความรู้สึกอัตโนมัติ ซึ่งทำให้รู้สึกหิว ฟิน หรือบางทีเปิดเงียบ ๆ ก็คลายความเครียดได้ดีเหมือนกัน

การที่เสียงสามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้กับคนได้ขนาดนั้น ทำให้ ‘โรบินฮู้ด’ (Robinhood) แพลตฟอร์มเดลิเวอรี่สัญชาติไทยที่แน่วแน่ในการช่วยเหลือร้านเล็ก ๆ โดยไม่เก็บเงินค่าบริการระบบ รวมทีม บิ๊ก-สีหนาท ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ตูน-สุธีรพันธุ์ สักรวัตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานการตลาด ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ก้อง-ชณัฐ วุฒิวิกัยการ Creative Director A Yellow Train Studio มาช่วยกันคิดการณ์ใหญ่ ลองทำคอนเทนต์ ASMR เพื่อช่วยโปรโมตร้านเล็ก ๆ ในแพลตฟอร์มของตัวเอง และสร้างอารมณ์ร่วมกับลูกค้าให้ได้เห็นคุณค่าของอาหารแต่ละจาน

สารคดี ASMR Food Documentary ชิ้นนี้มีความยาว 60 นาที บอกเล่า 60 ขั้นตอนที่สะท้อนเสียงแห่งความตั้งใจ ความทุ่มเท และความพิถีพิถันในการทำอาหาร 1 จานของร้านบะหมี่อายุ 60 ปี ‘ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง’ ที่แม้แต่ลูกค้าประจำก็อาจไม่เคยรู้เคล็ดลับเหล่านี้มาก่อน 

The Cloud ชวนคุณมาฟังแนวคิดของสารคดีขนาดยาว โดยมีเสียงขั้นตอนการทำอาหารที่ชัดแจ๋ว ตั้งแต่เปิดร้าน เตรียมวัตถุดิบ ต้ม ลวก อบ สับ สุก ซู่ ซ่า จนเสิร์ฟ เหมือนกับนั่งมองแม่ทำอาหารตอนเด็ก ๆ และพออ่านจบ คุณอาจนึกถึงความตั้งใจของคนเบื้องหลังทุกครั้งที่สั่งอาหารกินสักมื้อ

ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง
ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง

แพลตฟอร์มให้พื้นที่กับร้านเล็ก

หลายคนน่าจะจำกันได้ว่าโรบินฮู้ดสร้างแรงกระเพื่อมให้คนตัวเล็กได้ทำมาค้าขายในช่วงล็อกดาวน์รอบที่ 4 จากแคมเปญ Free Delivery ที่เพิ่มตัวเลขร้านค้าในแพลตฟอร์มจาก 6 หมื่น สู่ 1 แสน ได้อย่างไม่น่าเชื่อ การเคลื่อนไหวครั้งนี้กลายเป็นความหวังในการกระจายรายได้ และส่งต่อน้ำใจซึ่งกันและกัน ที่ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าส่ง และสามารถสั่งอาหารเพิ่มให้กับไรเดอร์ที่เข้ามายืนรอออเดอร์

เมื่อก่อนพวกเขาเคยคิดว่ายอดออเดอร์บนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ส่วนใหญ่เกิดจากร้านดังขนาดใหญ่ แต่พอได้เข้าไปคุยกับร้านเหล่านั้น กลับรู้สึกไม่แมตช์ เพราะต้องแลกเปลี่ยนกันด้วยผลประโยชน์จากโปรโมชันออนท็อป ซึ่งพอมองไปที่ร้านเล็ก ๆ ร้านอื่น โอกาสต่อรองเหล่านี้กลับไม่มีเลย จนเกิดคำถามว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ร้านเล็ก ๆ จะเป็นที่รู้จักได้อย่างไร

“ต้นทุนชีวิตของร้านเล็ก ๆ กับร้านใหญ่ ๆ มีไม่เหมือนกัน การที่เขาต้องเสียสามสิบเปอร์เซ็นต์ให้กับค่าคอมมิชชันในการมาอยู่ในแพลตฟอร์มมันเป็นเรื่องยาก สิ่งที่เกิดขึ้น ตัวร้านค้าอาจต้องบวกราคาอาหารที่ขายออนไลน์ให้แพงกว่าหน้าร้าน หรือลดปริมาณอาหาร หน้าร้านให้หมูห้าชิ้น พอมาอยู่บนแอปฯ กลายเป็นสามชิ้น ซึ่งลูกค้าก็จะมองว่าไม่แฟร์ นั่นทำให้เราต้องหยุดวงจรนี้” 

คุณบิ๊กบอกว่าปรัชญาของโรบินฮู้ดคือ “เราอยากให้แพลตฟอร์มของเรา เป็นพื้นที่แห่งการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งไรเดอร์ที่ผ่านการเทรนพิเศษกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในลักษณะ Face to Face สอนมารยาทในการเทคแคร์ลูกค้า จัดเก็บแพ็กเกจจิ้งยังไงให้อาหารส่งถึงมือแล้วหน้าไม่หก ไม่คว่ำ ตัวลูกค้าเองจะได้รับประสบการณ์ที่ดีในทุก ๆ การสั่ง ที่สำคัญโรบินฮู้ดจะไม่คิดค่า GP สักเปอร์เซ็นต์ เพราะเราอยากให้โอกาสร้านเล็ก ๆ ทั้งคีออสหรือสตรีทฟู้ด ซึ่งมีโต๊ะเดียวหรือสองโต๊ะที่ไม่มีต้นทุนจ่าย” 

ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง
ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง

ทำให้ร้านเล็กเชื่อว่าโรบินฮู้ดเป็น ‘เพื่อน’

“ทำยังไงให้เขาเชื่อว่าเราเป็นเพื่อนเขาจริง ๆ และโรบินฮู้ดเหมาะกับเขา แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น” 

โจทย์ตั้งต้นที่คุณตูนตอบได้ในฐานะผู้ดูแลฝ่ายการตลาด สิ่งที่โรบินฮู้ดต้องคำนึงคือการซื้อใจร้านเล็ก ๆ ด้วยความจริงใจ ไม่โกหก หรือขายฝัน และยิ่งเป็นเรื่องของแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งครบหนึ่งปีไปหมาด ๆ จึงต้องค่อย ๆ สร้างความน่าเชื่อถือ ถึงขนาดที่คุณตูนเคยเข้าไปในคลับเฮ้าส์ เพื่ออธิบายว่าการขายอาหารในโรบินฮู้ดไม่เสียอะไรเพิ่ม ก็ยังมีหลายคนไม่เชื่อ และคิดกันไปว่าวันนี้ไม่เก็บ วันหน้าต้องเก็บแน่นอน

นั่นเป็นความยากที่โรบินฮู้ดต้องเข้าสังเวียนเกมการตลาดที่พูดอย่างเดียว ไม่มีใครเชื่อแล้วในยุคนี้ การทำให้เห็นว่ามีคนได้ประโยชน์กับสิ่งนี้ต่างหากที่ยั่งยืน 

แล้วใครที่ควรได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ล่ะ
ก็ ‘ร้านค้า’ นั่นแหละ

“เราอยากลองทำคอนเทนต์แบบ Testimonial ที่เป็นมากกว่าโฆษณาที่ใช้เงินอัดเยอะ ๆ แต่ไม่น่าเชื่อถือ มาทำแบบจ่ายเงินไม่มาก แต่สร้างอิมแพคได้จริงด้วยการเอาเจ้าของร้านมาส่งเสียง ทำให้เห็นชีวิตจริงของเขาในแต่ละวันเลยว่า ร้านเขาดีจนลูกค้าอยากซื้อยังไง โดยที่ร้านค้าไม่ต้องเสียอะไรเลย แค่เราขอรบกวนเข้าไปถ่ายทำ เขาก็จะได้ทำมาร์เก็ตติ้งโดยไม่ต้องเสียเงิน นี่คือสิ่งที่เราอยากวางโพสิชันโรบินฮู้ดใหม่ที่เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มทำมาค้าขาย แต่ช่วยคุณทำมาค้าขายให้ดีมากขึ้นด้วย”

คุณตูนพูดจบประโยค แล้วผายมือไปที่ครีเอทีฟหนุ่มอย่างคุณก้อง ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการทำสารคดีสุดพิเศษนี้ ก่อนจะขอพูดต่อว่า 

“ผมคุยกับคุณก้องว่า เวลาคนดูยูทูบแล้วมีโฆษณาเลื่อนผ่าน ใคร ๆ ก็ต้องกด Skip เพราะมันง่ายและเร็ว แต่ในชีวิตจริงของคนทำอาหาร โดนเฉพาะร้านเล็ก ๆ สิ่งที่เขาจะไม่ทำเด็ดขาดคือเลื่อนผ่านความใส่ใจ สิ่งนี้ Skip ไม่ได้ เราจึงอยากถ่ายทอดสิ่งนี้ให้ทุกคนเห็น”

ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง

สารคดี ASMR ที่ยาวที่สุดในไทย !

ทางทีมระดมสมอง แลกเปลี่ยนความคิดว่าช่วงนี้อินอะไรกัน หรืออยากนำเสนอคอนเทนต์ออกมาแบบไหนให้ทัชใจคนดูที่สุด และ ASMR เป็นหนึ่งในคำที่โผล่ออกมาแล้วทุกคนมองหน้ากันแล้วแปะมือ เพราะกำลัง Crazy!

“ช่วงนั้นผมบ้า ASMR” คุณตูนหัวเราะ “คือเราไม่ได้ฟังเฉพาะเสียงกินหรอก ฟังทุกเสียง เปิดซาวนด์ค้างไว้เพื่อให้ผ่อนคลาย แล้วรู้สึกว่ามันเป็นประสาทสัมผัสที่น่าสนใจ ซึ่งน่าเอามาปรับใช้กับแอปฯ ของเรา ปกติคนเห็นอาหารบนจอที่ไม่ได้กลิ่น ไม่ได้รส แต่ ASMR มันสร้างอรรถรสให้เราอยากอาหารได้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่เสียงเคี้ยว เสียงกินอย่างเดียว แต่เสียงกระบวนการทำอาหารก็ทำให้เราหิวอย่างไม่น่าเชื่อ ดูได้จากตอนได้ยินเสียงหมูกำลังสุก แล้วมีเสียงน้ำมันเป๊าะออกมา ใครบ้างไม่หิว” เราพยักหน้าตามที่คุณตูนพูด แล้วรู้สึกหิวตามอย่างบอกไม่ถูก 

“คนรุ่นใหม่ที่ใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่หลายคนชอบ ASMR ใกล้ตัวสุดก็ลูกสาวผมที่ชอบดูช่องกินอาหารเกาหลี กินกิมจิบ้างหรือบะหมี่บ้าง ซึ่งบางช่องยอดวิวโหดแตะหลักล้าน ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาดูตลอดเลย แต่พอมาลองดูดี ๆ อ๋อ มันได้อรรถรสนี่เอง” คุณบิ๊กเสริมยิ้ม ๆ 

“ผมไปเจอวิดีโอของแบรนด์เครื่องกรองน้ำแบรนด์หนึ่ง ที่ถ่ายผู้หญิงชาวแอฟริกันเดินไปเรื่อย ๆ จากหมู่บ้าน จนไปถึงแหล่งน้ำ ความยาวหนึ่งชั่วโมง เพื่อบอกว่ากว่าจะได้ดื่มน้ำ เธอใช้เวลานานแค่ไหน เลยปิ๊งไอเดียว่าการที่เราจะเปิดแช่ไว้แล้วดูจนจบในวิดีโอเกี่ยวกับร้านอาหารได้ ก็ควรจะเป็นการถ่ายยาว ๆ โดยไม่ต้องตัดต่อ แต่อะไรล่ะที่จะตรึงคนให้ดูจนจบ เพราะมันยากเหลือเกินที่คนจะดูจนจบ (หัวเราะ)

“ผมเลยคิดย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ ที่เรานั่งอยู่ในครัว ดูแม่ทำอาหาร หรือปัจจุบันที่เราไปร้านอาหารครัวเปิด เราสามารถเห็นจะจะว่าเขากำลังอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว มันเพลินเพราะเสียงกระทะ เสียงสับกระเทียม เสียงนู้นนี่ที่ทำให้เราได้ลุ้น ฉะนั้นมันต้องไม่ได้งามแค่ภาพ แต่เสียงก็สำคัญ ซึ่งโจทย์คือเล่าความใส่ใจของร้านอาหาร งั้นก็เล่าชีวิตประจำวันของคนทำอาหารไปเลย ให้คนได้รู้ที่มาที่ไป แต่เปิดแช่ไว้ไม่เบื่อ ASMR จึงเป็นคำตอบ” คุณก้องเล่าจุดเริ่มต้นไอเดีย และเพิ่มเติมว่า การถ่ายโดยแทบไม่ตัดต่อหรือปรุงแต่งด้วยการใส่เพลง เป็นเรื่องยากที่จะยัดมันไว้ใน 1 ชั่วโมง หากร้านที่เลือกไม่น่าสนใจจริง ๆ หรือมีกระบวนการทำที่ไม่พิเศษ อาจทำให้ไม่ถึงตามเวลาที่กำหนด 

ดังนั้น ASMR ของโรบินฮู้ดที่มีความยาวสุดในประเทศจึงต้องใช้ร้านเก่าแก่ ที่คราฟต์อาหารแต่ละจานด้วยใจ และมีคุณภาพจริง ๆ ซึ่งก้องรับหน้าที่คัดสรรร้านอาหารในแอปฯ พร้อมลงพื้นที่ไปคุยกับเจ้าของแต่ละร้านถึงประวัติ และความดีงามต่าง ๆ จนได้ร้านที่ครบเครื่องที่สุดคือ

‘ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง’ ที่อยู่มานานกว่า 60 ปี

ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง
เบื้องหลังสารคดี ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง ร้านอาหารอายุ 60 ปี

บะหมี่เฮียไจ๊ ที่ใช้ไม้ไผ่นวดแป้งทุกตี 3 

60 นาที 60 ขั้นตอน ซีนละ 1 ขั้นตอน ขั้นตอนละ 1 นาทีโดยเฉลี่ย และ ‘เฮียไจ๊’ จาก ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง ก็มี 60 ขั้นตอนพอดิบพอดี 

ใครจะไปคิดว่าบะหมี่ชามหนึ่งจะมีขั้นตอนเยอะขนาดนี้ และในวันที่เครื่องมือเครื่องไม้พัฒนากันไปตามโลก เฮียไจ๊ยังคงความคลาสสิกซึ่งคราฟต์ด้วยมือและแรงคน ที่ครบเครื่องในแต่ละกรรมวิธี ย้อนไป 60 ปีที่แล้วเป็นอย่างไร วันนี้ยังทำแบบเดิม 

“ปกติเรากินบะหมี่ เราคงไม่ได้คิดหรอกว่า กว่าจะมาเป็นชามตรงหน้า มันผ่านขั้นตอนอะไรเยอะแยะ ซึ่งร้านเฮียไจ๊ เป็นร้านที่ครบเครื่องมาก วิธีการแทบทุกอย่างเป็นแฮนด์เมด อุปกรณ์ที่ใช้ก็ดั้งเดิม ยังตอกไข่ทีละฟอง ผสมเส้นด้วยมือ แล้วที่อันซีนสุด ๆ คือเขายังใช้ไม้ไผ่ในการนวดแป้ง โดยขึ้นไปนั่งบนไม้ไผ่ เหมือนนั่งม้ากระดกเด็กเล่น และใช้น้ำหนักตัวกดแป้งทุกวัน ทุก ๆ ตีสาม เสียงที่เราอัดมันจะดังเอี๊ยด ๆ ซึ่งมีเสน่ห์เหลือเกิน” ก้องเล่า

ความอร่อยและสูตรต้นตำหรับที่ใช้ของสดใหม่อยู่เสมอ ในวิดีโอสารคดี คุณจะได้เห็นกุ้งเน้น ๆ พร้อมเสียงห่อเกี๊ยว ปูชิ้นโตขาวนวลพร้อมเสียงนึ่ง เสียงหมูแดงที่ถูกมีดค่อย ๆ แบ่งเป็นชิ้น ๆ และแขวนไว้ในหม้ออบ จนน้ำมันในเนื้อของมันดังออกมา ‘เป๊าะ’ ผักกวางตุ้งเขียวสดถูกหั่นบนเขียงให้เสียง ‘กร๊อบ’ เสียงตอกไข่ดัง ‘แก๊ก’ หรือตอนหย่อนกระดูกหมูลงหม้อซุปร้อน ๆ (พูดแล้วน้ำลายไหล) ก็ดัง ‘จ๋อม’ อย่างที่เราคุ้นเคย ซึ่งคุณก้องบอกว่าแทบจะเอาไมค์ไปจ่อให้ใกล้ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ 

เบื้องหลังสารคดี ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง ร้านอาหารอายุ 60 ปี
เบื้องหลังสารคดี ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง ร้านอาหารอายุ 60 ปี

“เราใช้ทีมบันทึกเสียงที่ทำเสียงให้กับหนังเรื่อง ร่างทรง ที่เราต้องเลือกทีมที่ดีแบบนี้มา เพราะเราอยากให้คนดูรู้สึกว่า โอ้โห เราใส่ใจจังเลย เสียงชัด เคลียร์มาก ซึ่งกว่าจะได้แต่ละซีนก็ยากเหมือนกันนะ เพราะร้านเฮียไจ๊อยู่ในซอยที่เป็นชุมชน มอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านไปมาตลอด บางทีกำลังจะได้แล้ว ก็ต้องเริ่มใหม่ แต่เฮียน่ารักมาก ไม่บ่นสักคำ และคอยถามตลอดว่า ดูดีหรือยัง ถ้ายัง ถ่ายอีกรอบได้นะ ซึ่งผมประทับใจมาก เหมือนเราให้ใจกันและกัน เพิ่มพลังในการทำงานได้ดี”

เราถามก้องต่อว่ากลัวไหมว่าคนจะดูไม่จบ เนื่องจากความยาวสารคดีก็นานใช่ย่อย คำตอบของเขาเซอร์ไพรส์เรา เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ทุกคนจะดูจนจบ แต่คนที่เข้ามาดู ไม่ว่าจะเลื่อนไปนาทีไหน จะต้องว้าวแน่นอน

“อย่างน้อย ๆ เรามีความแข็งแรงด้านซีน เพราะโลเคชันในร้านสวยคลาสสิก มีเอกลักษณ์แบบบ้านเก่า และการถ่ายโดยแทบไม่ตัดต่อในเวลาหนึ่งชั่วโมง แต่ให้เสียงที่ได้อรรถรส เราเชื่อว่าจะมีคนดูจนจบ เปิดดูค้างไว้ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้ แต่สำหรับคนที่ดูไม่จบ เราก็อยากให้เขาสนุกไปกับเรา เลยดีไซน์โดยกำกับด้านบนไว้ว่า ตอนนี้คุณมาถึงขั้นตอนที่เท่าไหร่แล้ว เหมือนเราเปลี่ยนด่านเกมไปเรื่อย ๆ แล้วจะเจอประสบการณ์ที่ต่างกันให้คนดูได้ลุ้นว่าจะเจออะไร ซึ่งแต่ละนาทีคุณจะเจอสิ่งที่เฮียไจ๊ทำไม่เหมือนกันสักอย่าง ตั้งแต่เปิดร้าน ห่อเกี๊ยว นวดแป้ง ปรุงเครื่องปรุง เสียงห่อกระดาษ ยันมีไรเดอร์มารับไปส่งของให้ลูกค้ากินที่บ้าน”

เบื้องหลังสารคดี ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง ร้านอาหารอายุ 60 ปี
เบื้องหลังสารคดี ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง ร้านอาหารอายุ 60 ปี

เสียงแห่งความตั้งใจจากใจโรบินฮู้ด

สิ่งที่โรบินฮู้ดกำลังเดินไปให้ถึง คือการสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กในวันที่ต้นทุนสังคมของคนไทยมีไม่เท่ากัน ร้านเล็ก ๆ ไม่มีพลังมากพอจะต่อรองค่าธรรมเนียมกับทุกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ หรือช่วยโปรโมตร้านให้อย่างจริงใจ แม้บางคนอาจลองพูดแล้ว แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน

เสียงที่เบาบางของร้านอาหารฝีมือชั้นเยี่ยม แต่ไม่ได้รับการพูดถึง จึงควรถูกพูดให้ดัง นั่นจึงเป็นที่มาของสารคดี ASMR ชิ้นนี้ เป็นจุดกำเนิดของการไม่คิดค่า GP สักบาท และเป็นจุดเริ่มต้นที่โรบินฮู้ดยังเข้าไปสอนพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในแพลตฟอร์มทำการตลาดในอนาคต 

คุณบิ๊กในฐานะที่ดูภาพรวมของโรบินฮู้ดมองว่า “การที่เราจะเป็นฟู้ดเดลิเวอรี่ที่ดีได้ ต้องไม่มองแค่เอาร้านเขามาขายอาหารบนออนไลน์อย่างเดียวแล้วจบ แต่ควรสอนเครื่องมือทำการตลาด ให้เขาได้ขยายธุรกิจด้วยตัวเอง เพื่อต่อยอดไปถึงเจเนอเรชันหลังของเขา

“โรบินฮู้ดเข้าไปสอนคอร์สออนไลน์เล็ก ๆ ว่าทำยังไงให้ขายได้ปัง ๆ เช่น การแนะนำให้ร้านเล็ก ๆ เข้าไปอยู่ในคอมมูนิตี้เพื่อพรีเซนต์โปรโมชันหรือความเด็ดดวงของร้าน อย่างบางร้านขายเนื้อ การเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนชอบกินเนื้อในเฟซบุ๊กที่เสาะหาร้านเนื้ออร่อย ๆ ในไทย ก็เพิ่มโอกาสในการค้าขาย เป็นการใช้ทุนที่ไม่มาก แต่มีโอกาสที่คนจะมองเห็นมาก

เบื้องหลังสารคดี ASMR 60 นาที จาก Robinhood เล่าความทุ่มเทของ ไจ๊ บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสะพานเหลือง ร้านอาหารอายุ 60 ปี

“และการซื้อซ้ำก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ตัวร้านค้าเองต้องเห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่ชอบอะไร เราจึงเริ่มทำ Analytic Data Report เป็นตัวเลขรายเดือน หรือสองอาทิตย์ที่เราจะสรุปการขายให้เขา เพื่อคาดเดาว่าวันรุ่งขึ้นควรเตรียมวัตถุดิบอย่างไร เช่น ร้านเฮียไจ๊ เปิดมาหกสิบปี ไม่รู้เลยว่าลูกค้าเพศไหนชอบสั่งอะไร คนส่วนใหญ่ชอบสั่งเมนูนี้มากกว่าอีกเมนู เขาก็สามารถลดประมาณการซื้อหมูจากสิบโล เหลือห้าโลได้ แทนที่จะซื้อมาแล้วของเหลือ

“ดังนั้น ความตั้งใจของโรบินฮู้ดจึงไม่ใช่แค่ให้ฟัง ASMR เฉย ๆ แต่เราอยากฉายภาพคนตัวเล็กที่สะท้อนมายังแบรนด์โรบินฮู้ดว่าเรายืนอยู่ข้างพวกเขาจริง ๆ”

สารคดีชิ้นนี้เป็นแค่เครื่องมือแรกเริ่มที่ช่วยให้ร้านค้าเล็ก ๆ ในโรบินฮู้ด ได้มีลูกค้าเพิ่มจากการฟังเสียงแล้วรู้สึกหิว เห็นภาพแล้วรู้สึกประทับใจ แต่สิ่งที่ใหญ่กว่าคือการกระตุ้นให้ทุกคนที่ได้ดู ไม่ลืมนึกถึงคนที่อยู่เบื้องหลังอาหารตรงหน้า ที่ไม่ว่าจะร้านเล็กหรือไม่เป็นที่รู้จักแค่ไหน พวกเขาก็ตั้งใจเสิร์ฟสิ่งดี ๆ ให้ลูกค้าทุกคน เหมือนกับโรบินฮู้ดที่ตั้งใจมอบความใส่ใจให้กับทุกร้านค้าเสมอมา

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

Creative Campaign

เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณา

ก่อนจะเปิดเพลย์ลิสต์ Focus Working ฟังให้ได้บรรยากาศห้องทำงานในฝัน 

เจ้าของเพลย์ลิสต์อย่างพฤกษา อาสาพาเราย้อนเวลากลับไปเมื่อปีก่อน ในตอนที่พวกเขาริเริ่มโปรเจกต์ Tomorrow. Reimagined. ภายใต้แนวคิด ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ด้วยความเชื่อที่ว่า บ้านคือการลงทุนทั้งชีวิต ซึ่งทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และบ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือประสบการณ์การใช้ชีวิตทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ดังนั้น จึงต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่วันนี้ถึงจนถึงอนาคตข้างหน้า พร้อมตั้งใจที่อยากให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขกายที่ดี และสุขภาพใจที่ดี

ประกอบไปด้วย 3 เรื่องสำคัญคือ Health and Wellness บ้านไม่ใช่แค่ที่ปลอดภัย แต่ควรเป็นบ้านที่ส่งเสริมให้สุขภาพดียิ่งขึ้น, Lifestyle Disruption บ้านที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่แตกต่างกันของคนทุกช่วงวัย และ Sustainability การสร้างชุมชนและสังคมที่ยั่งยืน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีที่สุด

ความจริง แนวคิดข้างต้นของพฤกษาก็ปรากฏอยู่ในคอลัมน์หมู่บ้านของ The Cloud ไปแล้ว แต่คราวนี้พฤกษาไม่ได้มาเพื่อพูดถึงเรื่องนั้น

ผ่านไป 1 ปี พวกเขายังคงพัฒนาต่อยอดแนวคิดดังกล่าว 

เรากำลังจะเล่าถึงแคมเปญล่าสุดอย่าง Unlock Your Future Living ที่จะช่วยดูแลสุขภาพทั้งกายและใจเพื่อทุกชีวิตในบ้านอย่างแท้จริง

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Generation Why?

ทุกคนรู้ไหมว่า ‘บ้าน’ ทำให้สุขภาพกายและใจของเราดีขึ้นได้

อาจจะเป็นคำถามที่เราไม่เคยคิดมาก่อน แต่จริง ๆ แล้วบ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพกายและใจที่ดีได้

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสุขภาพกายให้ดีโดยใช้ทุกพื้นที่ของบ้านในการออกกำลังกาย การเลือกบ้านที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ และวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีสารพิษ หรือการสร้างสุขภาพใจที่เราสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้กับบ้าน เพื่อเติมใจให้ฟูในช่วงเวลาที่อยู่บ้านได้

ความต้องการของพฤกษา คือการทำบ้านให้เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้สุขภาพกายและใจดีขึ้นในทุก ๆ วันที่ใช้ชีวิต

แม้แคมเปญที่ผ่านมา พวกเขาจะสื่อสารเพื่อคนทุกช่วงวัยเป็นหลัก แต่กลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นกำลังหลักในการเลือกซื้อบ้าน คือกลุ่มคน Gen Y โดยส่วนมากยังไม่มีลูก คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้มาอาศัยอยู่ด้วย และอายุก็ยังไม่มากนัก สิ่งที่ควรดูแลเป็นอย่างมากจึงหนีไม่พ้นตัวเอง

พวกเขาตีความว่า บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพกายและใจที่ดี แต่จิตใจอาจจะไม่ได้แข็งแรงเท่ากายนัก จากปัจจัยภายนอกที่เผชิญมาตลอดวัน

พฤกษาอยากให้คุณกลับบ้านมาแล้วเหมือนได้ชาร์จแบต เพราะการมีสุขภาพที่ดีขึ้นของคนกลุ่มนี้ คือการออกไปทำตามฝัน ทำในสิ่งที่อยากทำได้เต็มที่ แม้ในวันพรุ่งนี้จะต้องออกไปลุยและอาจจะต้องเจอกับเรื่องเดิม ๆ อีกก็ตาม รวมไปถึงการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลากับโลกของเราในช่วง 2 – 3 ปีนี้ คนใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ทำให้บ้านต้องมีพื้นที่ที่พร้อมรองรับการใช้ชีวิตอยู่เสมอ

แคมเปญนี้จึงแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือการดูแลสุขภาพกายและดูแลสุขภาพใจ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือจะสื่อสารเรื่องพวกนี้ให้คนวัยทำงานที่ก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน ไม่ได้สนใจตัวเองเท่าไรได้ยังไง

ถ้าเป็นเราก็คงนิ่งคิดไปนาน แต่พฤกษาส่งน้องฟิวเจอร์กลับมาเป็นคำตอบ เรียกน้องว่า Virtual Life Inspirer แบรนด์พรีเซนเตอร์ AI คนแรกของพวกเขา ทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่จะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังว่า พฤกษาออกแบบบ้านยังไง ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ว่าต้องคำนึงถึงอะไรถ้าต้องเลือกซื้อบ้าน และคุณเลือกได้เพื่ออนาคตของคุณเอง

ในขณะที่หลายแบรนด์เลือกใช้ดารานักแสดงเป็นพรีเซนเตอร์ ความสงสัยถัดมาจึงหนีไม่พ้นว่าอะไรทำให้พฤกษาเลือกใช้ AI ชื่อฟิวเจอร์เป็นทางออก 

คำตอบคือ จากที่ได้ศึกษา Consumer Insight ของกลุ่ม Gen Y เป็นกลุ่มที่เป็น Digital Natives ดังนั้น การใช้ Virtual Inspirer จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่เข้าถึงใจของกลุ่ม Gen Y ได้มากขึ้น รวมไปถึงช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กลุ่มคน Gen Y ที่มีความคิด ความสนใจหลากหลายได้อย่างเท่าเทียม

การตามหาพรีเซนเตอร์หน้าตาดีเพื่อดึงดูดลูกค้าจึงไม่ใช่สิ่งที่พฤกษาคาดหวัง พวกเขากำลังหาคนคนหนึ่งหรือสิ่งสิ่งหนึ่งที่มาช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่มีความ Individual แตกต่างกันได้

แม้แต่งานแถลงข่าว พฤกษายังแถลงบน Metaverse ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยการเป็น Avatar แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ให้ความสนใจกับโลกแห่งอนาคตมากแค่ไหน 

โดยลักษณะนิสัยของฟิวเจอร์เป็นคนจริงใจ เฟรนด์ลี่ สดใส เข้าถึงง่าย คอยห่วงใยผู้อื่นเสมอ อีกทั้งฉลาด รอบรู้ทั้งเทรนด์ปัจจุบันและอนาคต เสมือนเพื่อนผู้เป็นโค้ชที่มาพร้อมคำแนะนำดี ๆ ซึ่งต่อให้แบรนด์ไม่เฉลย เราก็รับรู้ได้เองว่านั่นสะท้อนจาก Brand Personality ของพฤกษาเป็นแน่

นอกจากฟิวเจอร์จะพาทุกคนเยี่ยมชมโครงการของพฤกษาได้แล้ว ยังมีโปรแกรมออกกำลังกายสนุก ๆ เปลี่ยนบ้านให้เป็น Sport Lifestyle Studio for Tomorrow ปลดล็อกสุขภาพกายของลูกบ้านอีกด้วย 

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

เพลง Old Fashioned ของ Bruno Major ดังคลอขึ้นมา ชวนให้อยากรู้ว่าใครกันนะที่คัดเลือกเพลงเหล่านี้ได้อย่างเหมาะเจาะ และพวกเขามีวิธีการทำงานให้เสียงเพลงส่งผลกับสุขภาพจิตใจอย่างไรกันแน่

People – Pet – Plant

เพลย์ลิสต์ส่งเสริมสุขภาพใจของพฤกษาแบ่งออกเป็น 3 หมวดที่ออกแบบสำหรับทุกชีวิตในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ มีทั้งหมด 6 เพลย์ลิสต์ ได้แก่ Happy Pets อารมณ์ก็ดี เลี้ยงก็ง่าย, Growing Plants โตง่าย ก็เพลงมันเพราะ, Fine Cooking เพลงดีทำอะไรก็อร่อย, Family Gathering สร้างความสุขทุกช่วงเวลา, Focus working เพลงดี…ไอเดียเกิด และ Hard Workout ได้ทั้งฟีล ได้ทั้งเหงื่อ

เพราะพฤกษาเชื่อว่า การใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ไม่ได้หมายถึงแค่เฉพาะคนเท่านั้น แต่รวมถึงการใส่ใจรายละเอียดที่จะสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ผ่อนคลาย และสร้างเสริมความสุขสำหรับทุก ๆ ชีวิตในบ้านด้วยเช่นกัน 

เรื่องที่สนุกที่สุด คือขั้นตอนของการค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ Gen Y สนใจ เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับการเข้าใจลูกค้ามาก

หนึ่ง พฤกษาให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจในทุก ๆ รายละเอียดการใช้ชีวิตของลูกค้า จึงมีการทำวิจัยเพื่อทำความเข้าใจคนกลุ่มนี้อย่างลึกซึ้ง 

สอง พวกเขาใช้ Big Data ที่มีมากพอสมควร จาก Customer Journey จากความเข้าใจลูกค้า จากทุกจุด Touch Point ตั้งแต่เริ่มเสิร์ชหาบ้าน ลงทะเบียน มาคุยกับเซลส์ ไปเยี่ยมชมโครงการ จนถึงวันที่เข้าไปอยู่จริง

เมื่อได้ชุดข้อมูลมหึมา คำถามแรกที่แบรนด์ตั้งคือ จะพูดเรื่องอะไรให้ Gen Y รู้สึกมีส่วนร่วม 

พฤกษาพบว่าคนส่วนใหญ่สนใจ Entertainment ทั้งเพลง หนัง ละคร ไปจนถึงยูทูบเบอร์ ตามมาด้วยกลุ่มของคนรักสัตว์ที่เห็นได้เกือบทุกหลังในโครงการ จะมีสัตว์เลี้ยงตัวน้อยใหญ่ และกลุ่มคนรักต้นไม้ที่มีการเติบโตชัดเจนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเสียงเพลงคือสิ่งที่จะยึดโยงทุกกลุ่มคนเข้าด้วยกัน

แต่พฤกษาจะทำทุกอย่างให้ตอบโจทย์ทุกคนได้ยังไง ในเมื่อพวกเขาถนัดสร้างบ้าน

การร่วมมือกันระหว่างบ้าน จิตแพทย์ นักดนตรีบำบัด โรงพยาบาล และสัตวแพทย์จึงเกิดขึ้น 

ส่วนเพลย์ลิสต์ทั้ง 6 ก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Dream Team

จุดยืนของพฤกษาชัดเจน คือไม่อยากทำเพลย์ลิสต์ให้เป็นแค่ Marketing Gimmick แต่ต้องเข้าใจลูกค้าจริง ๆ ดีจริง ได้ผลจริง แคมเปญนี้จึงจำเป็นต้องทำกับผู้เชี่ยวชาญที่รู้เรื่องนี้จริง ๆ และมีงานวิจัยที่รับรองจริง ๆ ด้วย

สมาชิกคนแรกในทีมอเวนเจอร์คือทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์สุขภาพใจและนักดนตรีบำบัด โรงพยาบาลวิมุต หมอประจำบ้านของพฤกษา รับดูแลหมวด People ที่ต้องทำงานร่วมกันในการศึกษาและพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อทำความเข้าใจเป็นรายบุคคล เพราะดนตรีที่จะบำบัดได้ดีไม่ได้เกิดจากนักดนตรีบำบัดเป็นคนเลือกอย่างเดียว แต่ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการเลือกด้วย  

ถือเป็นการ synergy ของพฤกษาและรพ.วิมุต ต่อยอดมาจากการที่ทางทีมผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.วิมุตช่วยออกแบบฟังก์ชั่น ทั้งภายในบ้านและส่วนกลาง ที่ช่วยเสริมพัฒนาการและความปลอดภัยให้กับลูกบ้านได้อย่างครอบคลุม เพราะแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างกัน พฤกษาจึงใส่ใจออกแบบบ้านให้เหมาะกับกิจกรรมที่หลากหลายของแต่ละคน มีการออกแบบพิเศษให้ตอบโจทย์กิจกรรมที่แตกต่างกันตามความชอบ ทั้งการทำ Flexible Space บ้านที่พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ, Ventilation System แค่ได้นั่งพักผ่อน สูดอากาศดี ๆ ในมุมโปรดของบ้านก็หายเหนื่อย, ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่พักใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไปจนถึงบริการ Pruksa x Vimut ที่ให้ลูกบ้านรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ทุกเมื่อ  

จากสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ความกดดันที่มีมากขึ้น สุขภาพใจที่หลายคนมักมองข้าม กลับกลายเป็นสิ่งสำคัญ

คราวนี้ คุณหมอเข้ามาช่วยในเรื่องของทฤษฎีดนตรีบำบัดว่าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ หนึ่ง เพลงแนว Breathing List ที่มีจังหวะสม่ำเสมอ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ และ สอง Energy List มีเนื้อเพลงและจังหวะเร้าใจ เพิ่มความแอคทีฟเติมพลังให้กับชีวิต ทางการแพทย์ก็ใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือรักษาโรคอยู่แล้ว เนื่องจากมันทำให้อารมณ์ดีและเข้าใจตัวเอง

ซึ่งในหมวดนี้มีถึง 4 เพลย์ลิสต์ด้วยกัน แบ่งตามกลุ่มกิจกรรมในบ้าน ได้แก่ Fine Cooking เพลงดีทำอะไรก็อร่อย, Family Gathering สร้างความสุขทุกช่วงเวลา, Focus working เพลงดี…ไอเดียเกิด และ Hard Workout ได้ทั้งฟีล ได้ทั้งเหงื่อ สามารถเลือกฟังเพลงที่เหมาะกับอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลาของตนเองได้ตามความต้องการ 

สมาชิกคนต่อมาของทีม คือ น.สพ.ภพปภัค หุ่นโพธิ์ สัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ รับดูแลในหมวด Pet ที่ทางพฤกษาเองก็ต้องลงไปนั่งคุยและศึกษาอย่างจริงจัง พบว่า สุนัขที่ป่วยก็มีวิธีบำบัดด้วยการเปิดเพลงแนวคลาสสิกให้ฟังเช่นกัน พร้อมข้อแนะนำอีกหลายอย่างจากผลวิจัยและการทดลองใช้จริง รวมถึงข้อเสนอแนะว่าจะสร้างบ้านให้มีพื้นที่เพียงพอต่อสัตว์เลี้ยงได้ยังไง มากไปกว่านั้น คือเพลงแบบไหนกันที่เด็ก ๆ ฟังแล้วจะอารมณ์ดี

รูปแบบเพลงที่เหมาะสมที่สุดที่จะลดความกังวลในสุนัขจะเป็นดนตรีที่มีจังหวะแผ่วเบา นุ่มนวล สบาย ๆ อย่างเสียงเปียโนช้า ๆ ที่มีบีท 50 – 70 ต่อนาที รองลงมาจะเป็นดนตรีคลาสสิก หรือเป็น canine lullabies เพลงเด็กทำนองช้า ๆ ซึ่งจะช่วยให้สุนัขรู้สึกผ่อนคลาย 

จนได้เป็นเพลย์ลิสต์ Happy Pets อารมณ์ก็ดี เลี้ยงก็ง่าย ที่ถ้าเปิดให้ฟัง แล้วลองค่อย ๆ ลูบเขาไปด้วย เขาจะสร้างความจดจำว่านี่คือเสียงเพลงแห่งความสุข เมื่อต้องเดินทางไปเที่ยวไกล ๆ ถ้าเขาได้ยินเพลงเพลงนี้ เขาจะจำได้ และรู้สึกเหมือนอยู่กับเจ้าของ ไม่ได้โดนทิ้ง

เพราะยามที่คุณเหงา เศร้า หรือไม่สบายใจ น้อง ๆ ก็จะเป็นคนฮีลใจและสร้างความสุขให้ พฤกษาจึงอยากให้พวกเขามีความสุขไปด้วยกันกับคุณ 

คนรักสัตว์แบบเราถึงกับต้องเก็บเพลย์ลิสต์เข้ากรุ ก่อนเขยิบมาหมวด Plant ที่พฤกษาเองได้นำผลวิจัยมาใช้ในการออกแบบค่อนข้างมาก บวกกับได้ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้อย่าง บ้านและสวน มาอยู่ในทีมอเวนเจอร์ด้วย ช่วยให้บ้าน เสียงดนตรี และพื้นที่สีเขียวอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

ซึ่งนอกจากการให้ความร่มรื่นและช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับทุกคนที่อยู่อาศัยแล้ว ต้นไม้ยังสามารถส่งต่อพลังบวก บำบัด และเพิ่มความสุขให้กับทุกคนในบ้านได้ด้วย แต่การที่ต้นไม้จะเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุขได้ ก็ขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่ของเราเช่นกัน  

ถ้าได้ลองเปิดเพลงในเพลย์ลิสต์ Growing Plants โตง่าย ก็เพลงมันเพราะ ให้ฟังก็คงจะดีไม่น้อย เพราะมีทั้งเพลงช้าบรรเลงให้ความรู้้สึกถึงฟ้ายามเช้าที่แดดค่อย ๆ ออก จนถึงเพลงจังหวะสนุกสนานที่เหมาะแก่การรดน้ำต้นไม้เป็นที่สุด เชื่อว่าพวกต้นไม้เองก็คงรู้สึกสดชื่นไม่ต่างกัน

เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ คือคนสุดท้ายในทีม นักร้องที่ผันตัวเองมาเป็นนักจิตวิทยา ซึ่งนอกจากเขาจะเชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพจิตใจแล้ว เขื่อนยังมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองและปลูกต้นไม้จำนวนมาก

เมื่อรวมตัวกันครบทีม ต่อให้กัปตันพฤกษาไม่ได้พูดปลุกใจว่า Avengers Assemble เหมือนในภาพยนตร์ แต่เราเชื่อว่าทุกคนก็พร้อมสร้างเพลย์ลิสต์ที่ตอบโจทย์ลูกบ้านอย่างเต็มกำลังแน่นอน

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Co-working Space

หากจะถามว่าพฤกษารู้ได้อย่างไรว่าเพลงไหนเหมาะสมที่สุดก็คงเป็นคำถามที่ยากเกินไป เพราะคำว่าดีที่สุดของพฤกษา ไม่มีจุดสิ้นสุด

พวกเขาใช้เวลาพูดคุยกับคุณหมอหลายชั่วโมง เพื่อทำความเข้าใจ คัดเพลง ส่งลิสต์กลับไปกลับมา แล้วก็ประชุมกับคุณหมออีกรอบว่าจัดเพลงยังไง

อย่างที่บอก พวกเขาไม่ต้องการให้มันเป็นแค่เพลย์ลิสต์ ไม่ได้ทำวันนี้วันเดียว แต่ต้องทำทุก ๆ อย่างประกอบกัน ใส่ใจทุกรายละเอียด และทำอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายจึงเป็นการทำให้ทุกฝ่ายมองเห็นเหมือนกันว่าอะไรคือความหมายของ ‘การใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต’ 

เพราะการสร้างบ้านหลังหนึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยคนคนเดียว สถาปนิกของพฤกษาก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลี้ยง ทีมออกแบบบ้านต้องทำตามหลักที่เอื้อเรื่องสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี มาร์เก็ตติ้งทุกคนต้องสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ให้เข้าถึงลูกค้า ผู้เชี่ยวชาญ พาร์ตเนอร์ทั้งหลายก็จะเข้ามาช่วยให้แคมเปญนี้ดียิ่งขึ้น

สัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อก็ไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องดนตรีบำบัดสัตว์เลี้ยงเพียงอย่างเดียว ลูกบ้านพฤกษาจะได้รับสิทธิพิเศษที่โรงพยาบาลสัตว์ด้วย เพราะโจทย์ที่พวกเขาให้ คือลูกบ้านพฤกษามีน้องหมาก็เหมือนมีลูกคน อีกทั้งน้อง ๆ พวกนี้ยังอาศัยอยู่ที่บ้านมากกว่าพวกมนุษย์เสียอีก จะปล่อยให้อยู่อย่างไม่มีความสุขได้ยังไง แม้แต่โรงพยาบาลวิมุต ก็นำเพลย์ลิสต์หมวด People ไปเปิดใช้จริงด้วยเช่นกัน

ตามเจตจำนงของพวกเขาที่อยากบอกว่า จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดของการมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ก็คือบ้านของทุกคนนั่นเอง

Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน
Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน

Happy Ending

แน่นอนว่าแคมเปญนี้เกี่ยวเนื่องกับความรู้สึกและชีวิตคนโดยตรง การวัดผลว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนจึงเป็นไปได้ยาก แต่เราก็หวังใจว่ากลุ่มเป้าหมายของพวกเขาจะชื่นชอบ ขอเป็นอีกหนึ่งแรงที่ยืนยันได้ว่าพฤกษาพยายามอย่างหนักที่จะเข้าใจลูกค้า และมองทุกมุมโดยละเอียด

เพื่อให้คน Gen Y เข้าใจบ้านที่พวกเขาออกแบบมากยิ่งขึ้นในวันหน้า ในทางกลับกัน พวกเขาก็จะได้ออกแบบบ้านที่เข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นต่อเนื่องไปด้วย

ยกตัวอย่างว่า บางคนอายุ 30 กำลังเพิ่งแต่งงาน 10 ปีผ่านไป เขาก็จะอายุ 40 อาจจะมีลูกสักอายุ 2 – 3 ขวบ ผ่านไปอีก 10 ปี เขาจะเริ่มแตะวัย Senior Aging ลูกเขาจะเริ่มเป็นวัยรุ่น และถ้ามีคุณตาคุณยายมาอยู่ด้วย ก็เป็นคนอายุประมาณสัก 80 แล้ว

Future Living ของพฤกษาคือการคิดถึงอนาคตนั้น ไม่ต้องไกลก็ได้ มองใกล้ ๆ ว่าตรงนี้ยังเป็นห้องเก็บของ อยากจะเปลี่ยนเป็นสตูดิโอพรุ่งนี้หรือเดือนหน้าได้เลย วันนี้สนใจปั่นจักรยาน วันต่อไปอยากเล่นโยคะ บ้านนี้ก็จะมีพื้นที่ที่ดีไซน์ให้ทั้งหมดเกิดขึ้นได้

หลังผ่านระยะเวลาหลายเดือน เพลย์ลิสต์ทั้ง 6 ก็ส่งออกสู่ลูกบ้านและคนทั่วไปได้ฟังกัน ขวัญใจคนทำงานอย่างเราคงหนีไม่พ้น Focus Working ที่เล่นเพลง Stiches ของ Shawn Mendes อยู่ตอนนี้

ก่อนจากกัน อยากให้เฝ้าติดตามสเต็ปต่อไปภายใต้แนวคิดอันยิ่งใหญ่ที่มีคำว่า ทั้งชีวิต เป็นคำมั่นสัญญา

เพราะพฤกษาไม่ได้ใส่ใจแค่ลูกบ้าน แต่รวมถึงสัตว์เลี้ยง ต้นไม้ ทุก ๆ ชีวิตในบ้านให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และยังคงตั้งมั่นที่จะทำให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพกายและใจที่ดี ทั้งในวันนี้และในอนาคตต่อไป แม้ผลลัพธ์ที่ได้จะพึงพอใจแล้วก็ตาม

ว่าแล้วก็ออกไปรดน้ำต้นไม้ยามสาย แล้วแวะมาลูบหัวเพื่อนรักสี่ขาที่นอนมองตาละห้อยสักหน่อยดีกว่า 

Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน

นอกจากจะมีเสียงดนตรีที่ช่วยในการสร้างพลังบวก สำคัญคือ บ้านของพฤกษาจะต้องเป็น “บ้านที่จะช่วยสร้างสุขภาพใจที่ดี” พวกเขาจึงใส่ใจออกแบบ Pruksa Living Solution ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ของการอยู่อาศัย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคน ทุกชีวิต มีความสุข และให้บ้านเป็นสถานที่พักกายพักใจ ช่วยให้คุณปลดล็อกสุขภาพกายและใจให้ฟื้นฟูเพราะบ้านที่มาพร้อมกับ Pruksa Living solution จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น 

สัมผัสประสบการณ์ Unlock Your Future Living เพิ่มเติมได้ที่ https://www.pruksa.com/inspiring-story/unlockyourfutureliving-music

ข้อมูลอ้างอิงงานวิจัย
  • Giordano F, Scarlata E, Baroni M, et al. Receptive music therapy to reduce stress and improve wellbeing in Italian clinical staff involved in COVID-19 pandemic: A preliminary study. Arts Psychother 2020;70: 101688.
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1558787811001845
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0031938416306977
  • www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7671032/
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1558787811001845
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0031938416306977

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load