The Cloud x OKMD

Rhythm and Books

ชื่อร้านบอกโดยตัวของมันเอง ว่าแม้ไม่ใช่ร้านหนังสือ แต่หนังสือเป็นส่วนสำคัญ ไม่ใช่แค่เป็นส่วนประกอบ

ความจริงไม่มีเจตนาเป็นเจ้าของร้านหนังสือ ว่าไปแล้วไม่เคยคิด ว่าตัวเองจะเป็นพ่อค้าประเภทซื้อมาขายไป เพราะประกอบอาชีพเขียนหนังสือขายและถ่ายภาพมาแต่แรก แม้ไม่ใช่งานแรกที่ทำเป็นอาชีพ แต่งานเขียนเป็นงานที่รักและรู้สึกว่าทำได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นจึงสนุกและมีความสุข

การได้ทำงานที่ตัวเองรัก จึงไม่มีเหตุอันใดให้มองหางานที่สองหรืองานอื่น และเมื่อมีอาชีพเขียนหนังสือ ความจำเป็นในการค้นหาข้อมูลเป็นความจำเป็นอันดับต้น ๆ ข้อมูลที่ว่านี้ นอกเหนือจากค้นหาและออกไปพบปะพูดคุยกับผู้คนด้วยตัวเองแล้ว หนังสือ คือแหล่งข้อมูลชั้นสำคัญ

และมิใช่เป็นข้อมูลหรือวัตถุดิบในการทำงานเท่านั้น เพราะหนังสือเปรียบเสมือนสะพานทอดตัว พาเราจากความไม่รู้สู่ความรู้ เปรียบเสมือนไฟที่ไม่เพียงให้แสงสว่าง หนังสือเหมือนไฟที่เอาไปปรุงอาหารฆ่าความหิวได้ หนังสือเหมือนแสงสว่างที่ไล่ความมืด และควันที่เกิดจากไฟยังช่วยขับไล่แมลงและสัตว์ร้ายที่มาในคืนมืดมิด หนังสือคือกองไฟที่มอบความอบอุ่นในคืนหนาว และบางทีหลายหนในชีวิต หนังสือเป็นเชื้อเพลิงในวันที่หาไฟปรารถนาในตัวเองไม่พบ

Rhythm and Books chapter lll ร้านขายหนังสือมือสองที่รักแต่ไม่หวงของนักเขียนดัง
Rhythm and Books chapter lll ร้านขายหนังสือมือสองที่รักแต่ไม่หวงของนักเขียนดัง

ผมไม่ใช่คนเดินเข้าห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือ ชอบไปร้านขายหนังสือมากกว่า ซื้อมาเป็นสมบัติ เป็นสัมภาระส่วนตัว ต้องการค้นข้อมูลหรืออยากอ่านเมื่อไหร่ก็หยิบหาอ่านได้ทันที ไปซื้อหนังสือตามร้าน ได้คุยกับเจ้าของร้านหรือคนขายหนังสือ หลายครั้งได้หนังสือที่ตัวเองได้รับคำแนะนำมาอ่าน จนกลายเป็นหนังสือถูกใจนับจำนวนไม่ถ้วน ได้พบกับคอหนังสือที่อ่านหนังสือต่างจากตัวเอง แต่ละคนมีความเชื่อความศรัทธาต่างกัน บางคนเป็นนักดนตรีสะสมหนังสือวิธีทำอาหาร หลายคนที่เจอเป็นศิลปินแต่ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน หนังสือเด็ก และมีเพื่อนเป็นนักธุรกิจ ผู้อ่านหนังสือนิยายวรรณกรรมอย่างบ้าคลั่ง

คราวหนึ่งเมื่อต้องเดินผ่านศุลกากรสนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่เรียกผมให้หยุดและตรวจค้น เพราะมีกระเป๋าเดินทางและสัมภาระพะรุงพะรัง ครั้นเมื่อเห็นว่าทั้งหมดเป็นหนังสือ จึงผายมือให้เดินผ่าน แล้วพูดขึ้นว่า จะเปิดร้านหนังสือหรือทำร้านหนังสือหรือ ผมยังจำหน้าตาและน้ำเสียงของผู้ชายชุดขาวคนนั้นได้ดี

รอบตัวผมเต็มไปด้วยหนังสือมากมาย มากกว่าสัมภาระอื่นที่ผมมีหรือเก็บสะสม หนังสือมีคุณสมบัติเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน นั่นคือเป็นแหล่งข้อมูลชั้นเยี่ยมของยุคสมัย

แล้ววันหนึ่งเมื่อสิบปีที่แล้ว ชีวิตก็หักเหให้จำเป็นต้องหาอะไรทำ และต้องย้ายถิ่นที่อยู่จากเหนือลงใต้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของ Rhythm and Books แห่งแรก ที่อำเภอหัวหิน

Rhythm and Books chapter lll ร้านขายหนังสือมือสองที่รักแต่ไม่หวงของนักเขียนดัง

Rhythm and Books หากจัดจำพวกให้ถูก ต้องจัดเป็นร้านขายของมือสอง ของมือสองที่ว่า คือสิ่งของที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นสัมภาระ ครั้นเมื่อถึงจุดที่สัมภาระกลายเป็นภาระ ที่ทำได้คือ ต้องปล่อยสัมภาระเหล่านี้ออกไป

ในบรรดาสัมภาระทั้งหมดที่กลายมาเป็นภาระ หนังสือมีจำนวนมากที่สุด ครั้นมานั่งคิดว่า หากต้องเปิดร้านขายหนังสืออย่างเดียว มันจะอยู่ได้นานแค่ไหนหรือ (เพราะเพื่อนและคนรู้จักเป็นเจ้าของร้านหนังสือหลายคน จึงรับรู้ปัญหา) อย่ากระนั้นเลย บอกตัวเองว่า งั้นมาเปิดร้าน ‘ขายของรักไม่หวง’ ดีกว่า

ของรักที่ว่าคือสัมภาระที่เก็บไว้ยาวนาน 50 ปี อาทิ แผ่นเสียง เทป ซีดี อุปกรณ์เครื่องเสียง ลูกปัด ผ้า รูป งานศิลปะ เครื่องประดับ จนถึงเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้นว่า โต๊ะ เก้าอี้ และเครื่องครัว

แต่ที่พูดมาทั้งหมด ย้ำอีกทีว่าที่มีมากสุดคือ หนังสือ

ก็อย่างที่บอกตอนแรก ว่าทำร้านหนังสือไม่ใช่ความตั้งใจ แต่เป็นผลที่เกิดจากการต้องหาอะไรทำ หลังจากชีวิตเกิดการหักเห และเลี้ยงชีวิตได้ไม่เพียงพอด้วยการทำงานที่ตัวเองรักคือเขียนหนังสือ

Rhythm and Books chapter lll ร้านขายหนังสือมือสองที่รักแต่ไม่หวงของนักเขียนดัง
Rhythm and Books chapter lll ร้านขายหนังสือมือสองที่รักแต่ไม่หวงของนักเขียนดัง

เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ในการทำร้านหนังสือ หรือเป็นเจ้าของกิจการใด ๆ มาก่อน การเรียนรู้จึงอาศัยพูดคุยสอบถามหาข้อมูลจากคนมีประสบการณ์ และจากประสบการณ์ตัวเองที่พบปะเจอะเจอผู้คนในสถานที่ต่าง ๆ ที่เคยไปเยี่ยมไปเยือนมา

สิ่งที่ต้องคิดถึงอย่างแรกคือสถานที่ โจทย์ที่ตั้งไว้คือโลกเปลี่ยนไป ก็ต้องทำความเข้าใจโลก ร้านที่อยากทำไม่ได้แข่งกับใครที่ไหน แต่ทำเลไม่ควรเงียบวังเวง ไม่เข้าถึงยาก ไม่ต้องติดถนนใหญ่ ให้อยู่ในชุมชนที่กำลังเติบโตได้ก็ดี และดีกว่าคือเป็นร้านที่เป็นที่พักได้ด้วย

หนังสือที่ขายในร้านระยะแรกมีหลากหลายประเภท ล้วนอยู่บนพื้นฐานความชอบความสนใจส่วนตัวและที่เกี่ยวกับงาน (เขียน) อาจด้วยเพราะเป็นคนเขียนหนังสือ จึงมองเห็นว่า เรื่องราวต่าง ๆ เชื่อมโยงกัน ขอยกตัวอย่างสักเรื่องหนึ่ง เช่น ผมสนใจเรื่องอาหาร มีโอกาสเรียนทำอาหาร และทำงานด้านอาหารการครัวมาบ้าง สูตรอาหารหลายรายการที่ลองทำ ได้มาจากเรื่องราวในนวนิยายหรือวรรณกรรม 

เพราะฉะนั้น หนังสือส่วนอาหารการครัวที่ร้าน จึงมีวรรณกรรม นิยาย และภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับอาหาร รวมอยู่กับหนังสือสารคดีทั้งประวัติศาสตร์ ทฤษฎีว่าด้วยกลิ่นและรสสัมผัส และงานสารคดีที่ต้องอาศัยการค้นคว้าที่คนเขียน เขียนได้สนานสนุกกว่าตำราอาหาร เช่น เรื่องของเกลือ เครื่องเทศ ปลา เครื่องดื่ม เช่น ไวน์ เบียร์ ชา และกาแฟ

การทำร้านหนังสือที่ไม่ได้ขายหนังสือเพียงอย่างเดียว กลับนำพาให้คนที่มาเลือกซื้อแผ่นเสียงได้หนังสือเกี่ยวกับนักดนตรีหรือวงดนตรีที่พวกเขาชอบ กลับไปอ่านประกอบเสียงเพลง และหญิงสาวผู้หลงใหลผ้ามัดหมี่ (Ikat) ดีใจเมื่อได้ครอบครองหนังสือว่าด้วยลายผ้าและการทอผ้ามัดหมี่จากเกาะ Lombok อินโดนีเซีย

Rhythm and Books chapter lll ร้านขายหนังสือมือสองที่รักแต่ไม่หวงของนักเขียนดัง

แม้สถานที่ตั้งร้าน Rhythm and Books อยู่ในเขตย่านนักท่องเที่ยว ทั้งร้านเดิม (หัวหินทั้งสองหน) และปัจจุบันที่ปราณบุรี (เพิ่งเปิดประตูเมื่อหนึ่งพฤษภาคมที่ผ่านไป) แต่จากประสบการณ์ ผู้ที่เข้ามาซื้อหนังสือมาจากพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงและคนต่างจังหวัดที่ทำงานในพื้นที่ ลูกค้าซื้อหนังสือมีตั้งแต่แพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลหัวหิน เจ้าของกิจการโรงแรม ครู นักเรียน แม่ค้าขายลูกชิ้นในตลาดโต้รุ่ง และเจ้าของร้านนวดแผนไทย ผู้เดินเข้ามาในร้านด้วยอาการสงบเสงี่ยมและเงียบเชียบ ทว่าเมื่อเธอเดินออกจากร้าน เสียงหัวใจของเจ้าของร้านเต้นดังอึกทึกคึกโครม

“ไม่ชอบอย่างเดียวตรงชื่อตัวละครจำยาก แต่ชอบที่อ่านแล้ว เหมือนเขาเอาชีวิตเราหรือคนที่เรารู้จักมาเขียนถึงนะพี่” เธอหมายถึงนวนิยายรัสเซียเล่มหนาเตอะที่ซื้อกลับไป 3 ปกในคราวนั้น จำขึ้นใจประโยคที่เราแลกเปลี่ยนกันครั้งสุดท้ายก่อนร้านปิดตัวไม่กี่สัปดาห์

สำหรับ Rhythm and Books Chapter lll คงไม่ต้องบอกกระมังว่า เจ้าของหนังสือเกิดความรักในสิ่งที่ตัวเองทำแล้ว และกำลังมีความสุขอีกครั้ง ความสุขที่ว่านี้คืออะไร หรือเป็นเช่นไร หรือมีหน้าตาอย่างไรกระนั้นหรือ

เอาเป็นว่าขอเล่าเรื่อง ลูกค้า 2 รายนี้ให้ฟังดีกว่า

สองหนุ่มมัธยมปลายโรงเรียนรักษ์วิทยา ปราณบุรี ขี่มอเตอร์ไซค์จากสี่แยกปราณบุรี (12 กิโลเมตร) ฝ่าฝนพรำมาถึงก่อนร้านปิดไม่กี่นาที

ทั้งสองเอ่ยปากขอโทษขอโพยที่มาใกล้ร้านปิด “ผมตื่นกันสาย (เขามาวันอาทิตย์) ครูที่โรงเรียนแนะนำมาครับ ว่ามีร้านหนังสือเปิดแถวเขากะโหลก ครูเปิดเน็ตให้ดู ผมดีใจมากครับ เพราะแถวนี้ไม่มีร้านหนังสือเลย” หยุดพูด แล้วส่งสายตามองไปรอบ ๆ ร้านแล้วเอ่ย “แถวนี้ไม่มีร้านอะไรแบบนี้อะครับ ดีใจมาก ๆ” เพื่อนชายที่มาด้วยพยักหน้ายืนยัน

จากนั้นเราคุยกันเรื่องหนังสือ เขาและเพื่อนพูดถึงหนังสือเล่มที่ตัวเองชอบ ที่เคยอ่าน ที่เขาประทับใจ เมื่อถามว่าเรื่องในหนังสือที่พวกเขาอ่านเป็นอย่างไร เขาและเพื่อน แปลกใจที่เจ้าของร้านหนังสือไม่เคยอ่าน ทั้งสองจึงเล่าเนื้อหาในหนังสือ ด้วยน้ำเสียงและท่าทีกระตือรือร้น และพูดถึงเล่มต่อมาและต่อมา… บางเล่มผมรู้จัก เคยได้ยินชื่อ และบางเล่มไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อ

เวลาถูกขโมยโดยบทสนทนาของเรา 3 คน เขาและเพื่อนไม่ได้ซื้อหนังสือกลับไปสักเล่ม แต่ยืนยันว่า จะกลับมาอีกแน่นอน

วันนั้น ฝนตกมา 2 วันแล้ว ยังไม่มีท่าจะหยุด เมฆเทาหนาหนักอึ้ง อากาศชื้น พรุ่งนี้ได้เวลาแยกต้นไม้ลงกระถางใหม่สักที

Rhythm and Books ร้านขายหนังสือและของมือสองที่ปราณบุรีของ ‘ภาณุ มณีวัฒนกุล’ นักเขียนบันทึกการเดินทางรุ่นใหญ่

หนังสือแนะนำ

เมื่อพูดถึงหนังสือที่ดีหรือน่าสนใจ ผมไม่คิดถึงคนเขียนหรือหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งเป็นพิเศษ เพราะการอ่านหนังสือของผมเปลี่ยนไป ตามอายุ ตามสถานการณ์ และความสนใจในแต่ละช่วง

1 หน้าไม่สวมหน้ากากของศรีลังกา

นักเขียน : ภาณุ มณีวัฒนกุล

สำนักพิมพ์ : เนชั่นบุ๊คส์

ราคา : 175 บาท

หนังสือภาษาไทยที่เขียนถึงศรีลังกามีน้อยมาก ทั้งที่ความจริง ไทยและศรีลังกามีความคล้ายคลึงอยู่ไม่น้อยในหลาย ๆ ด้าน เช่น ศาสนา สภาพภูมิอากาศภูมิประเทศ และภาษา

หนังสือเล่มนี้เขียนจากมีโอกาสไปศรีลังกา 2 หน หนแรก 4 สัปดาห์ และหนที่สองเกือบ 2 สัปดาห์ หนแรกไปเองและหนที่สองไปในฐานะแขกได้รับเชิญ จึงมองเห็นศรีลังจาก 2 มุม หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่คู่มือเที่ยว เป็นการเล่าเรื่องชีวิต อาหารการกิน ผลหมากรากไม้ และผู้คน มีรูปประกอบขาวดำประปราย

หน้าไม่สวมหน้ากากของศรีลังกา นักเขียน : ภาณุ มณีวัฒนกุล

2 ความปรุโปร่ง (Transparency)

นักเขียน : โคลิน โรว์ และ โรเบิร์ต สลัทสกี้

นักแปล : อาชัญญ์ บุญญานันต์

สำนักพิมพ์ : ลายเส้น พับบลิชชิ่ง

ราคา : 270 บาท

อ่านยาก เข้าใจไม่ง่าย แม้จะบอกเกริ่นว่าเป็นหนังสือที่เขียนสำหรับนักศึกษาด้านสถาปัตยกรรมอ่าน แต่ด้วยที่มีความเชื่อมโยงของการมองด้วยสายตาสถาปนิกต่อภาพ หรืองานศิลปะของบรรดาศิลปินตะวันตกหลากหลายสำนัก ไม่ว่าจะเป็นลายเส้น รูปทรง เพื่อใช้อธิบายถึงความปรุโปร่ง (ที่ไม่ใช่ความว่างเปล่า) ในงานออกแบบอาคารและที่อยู่อาศัย นี่คือจุดที่ทำให้ผมในฐานะคนที่ชอบถ่ายภาพปะติดปะต่อหรือเชื่อมโยงมาถึงภาพที่ตัวเองมองและวิธีการมองภาพด้วย เหมาะสำหรับคนชอบงานศิลปะ ในฐานะคนทำงานด้านศิลปะและคนเสพศิลปะ

ความปรุโปร่ง (Transparency) นักเขียน : โคลิน โรว์ และ โรเบิร์ต สลัทสกี้

3 นัยนามแห่งอิสลาม (พิมพ์ซ้ำและปรับปรุงใหม่จาก จินตนาการอิสลามเชิงสังคมวิทยา)

นักเขียน : สุชาติ เศรษฐมาลินี 

สำนักพิมพ์ : ปาตานีฟอรั่ม

ราคา : 200 บาท

จงอ่าน เป็นคำเริ่มต้นของคัมภีร์อัลกุรอาน

อิสลามเป็นศาสนาที่คนพูดถึงมากที่สุด แต่เป็นไปได้ว่ามีคนรู้จักศาสนานี้น้อยที่สุด ความเชื่อที่มีอยู่แค่มุสลิมไม่กินหมู มีเมียได้ 4 คน ผู้ชายต้องขลิบปลายอวัยวะเพศ ผู้หญิงต้องแต่งตัวมิดชิดเสมือนหนึ่งเป็นแค่สิ่งของ มุสลิมเป็นพวกหัวรุนแรง ความจริงมีมิติอื่นที่น่าสนใจและควรใคร่ครวญถึงศาสนาที่เปรียบไปก็คล้ายคนแปลกหน้านี้

บทสำรวจคำสอนอิสลามว่าด้วย สันติภาพ ความรุนแรง ครอบครัว และสตรี เล่มนี้ เป็นผลงานวิจัยของนักมานุษยวิทยาที่เขียนออกมาแบบมีกลิ่นอายงานวิชาการน้อยที่สุดชิ้นหนึ่ง เป็นการรวบรวมบทความ และงานภาคสนาม ซึ่งเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนเอง จึงเหมาะสมในการอ่านเพื่อทำความเข้าใจอิสลามในหลายมิติ

นัยนามแห่งอิสลาม (พิมพ์ซ้ำและปรับปรุงใหม่จาก จินตนาการอิสลามเชิงสังคมวิทยา) นักเขียน : สุชาติ เศรษฐมาลินี 

4 ไก่ใส่พลัม (Poulet Aux Prunes)

นักเขียน : Marjane Satrapi

นักแปล : ณัฐพัดชา

สำนักพิมพ์ : กำมะหยี่

ราคา : 120 บาท

ผลงาน มาร์จอเน่ ซาทราฟิ นักวาดการ์ตูนสตรีชาวอิหร่าน เรื่องของบุรุษนักดนตรีผู้มีชื่อเสียงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วง 7 วันสุดท้ายของชีวิตของนัสเซอร์ อาลี ข่าน นักดนตรีผู้เยียวยาความเศร้าจากบาดแผลในจิตใจไม่ได้ เมื่อทาร์ เครื่องดนตรีอันเป็นที่รักพังเสียหาย และหาเครื่องดนตรีใดมาทดแทนไม่ได้ ที่สุดเขาเลือกที่จะจบชีวิตตัวเอง 

ไก่ใส่พลัม มีทั้งอารมณ์ขัน ประปรายไปด้วยความคลุมเครือและแฟนตาซี เป็นผลงานน่าทึ่งของนักวาดการ์ตูนสตรีชาวอิหร่าน ผู้มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

นี่คือหนังสือขายดีเล่มหนึ่งในร้าน Rhythm and Books ร้านแรกเมื่อสิบปีที่แล้ว ปัจจุบันก็ยังมีคนถามถึง

ไก่ใส่พลัม (Poulet Aux Prunes) นักเขียน : Marjane Satrapi

ร้าน Rhythm and Books Chapter lll 

ที่ตั้ง : 433 หมู่ 4 ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 23492062

วัน-เวลาทำการ : เปิดวันพฤหัสบดี-จันทร์ เวลา 08.00 – 17.30 น.

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งควมรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer & Photographer

ภาณุ มณีวัฒนกุล

เป็นคนกรุงเทพฯ ปี 2519 เริ่มเป็นนักข่าว ทั้งรายสัปดาห์ รายวัน พ.ศ. 2524 เริ่มทำงานอิสระ รับจ้างเขียนหนังสือ ถ่ายภาพ ระหว่างนั้นเปลี่ยนไปทำงานอื่นบ้างตามแต่โอกาส แต่ไม่ทิ้งงานเขียน มีงานรวมเล่มบ้าง ปัจจุบัน เป็นเจ้าของร้าน Rhythm and Books chapter lll ที่ปากน้ำปราณ ปราณบุรี

The Bookseller

เรื่องราวของร้านหนังสืออิสระ แหล่งเรียนรู้รื่นรมย์

ตอนเด็ก ๆ ผมชอบอ่านหนังสือ และฝันอยากเป็นบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดมาก ห้องสมุดที่มีหนังสือให้ดู ให้อ่านเยอะ ๆ มีอาชีพที่ได้อยู่กับหนังสือไปตลอดชีวิต ตอนจะเข้ามหาวิทยาลัยก็สนใจสาขาบรรณารักษ์ แต่คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในตอนนั้นไม่เพียงพอ ความคิดที่จะเป็นบรรณารักษ์จึงค่อย ๆ จางไป หากการชอบอ่านหนังสือ อยากอยู่กับหนังสือยังคงอยู่ เวลาว่าง ๆ ผมชอบไปตามร้านหนังสือต่าง ๆ

จนวันหนึ่งได้เจอกับ ‘ร้านเล่า’ ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงกาดเชิงดอย ข้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ในขณะนั้น ปัจจุบันย้ายมาที่ถนนนิมมานเหมินท์) ผมไปที่ร้านเล่าทุกอาทิตย์ ด้วยเสน่ห์ของร้านเล็ก ๆ ที่อบอุ่น และมีหนังสือแบบที่เราชอบที่มักจะหาซื้อยากจากร้านหนังสือใหญ่ ๆ ทั่วไป จนวันหนึ่งผมอยากหางานพิเศษทำ จึงลองไปสมัครงานที่ร้านเล่า และเฝ้ารอด้วยความตื่นเต้นเพราะอยากทำมาก ผมเริ่มทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านเล่าเมื่อ พ.ศ. 2546 จนเป็นพนักงานประจำเรื่อยมาจน พ.ศ. 2564 เป็นเวลา 18 ปี

ตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ที่ร้านเล่า ความฝันอยากเปิดร้านหนังสือเล็ก ๆ ค่อย ๆ ก่อตัว แต่ก็ยังเป็นเพียงแค่ความฝันลาง ๆ ว่า สักวันหนึ่งถ้ามีจุดหักเหอะไรเกิดขึ้น และได้ทำอาชีพอื่นที่ทำที่บ้านได้ ก็อยากจะมีร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้านของตัวเอง ทำงานไปด้วยเปิดร้านหนังสือไปด้วย กระทั่งการมาของโควิด-19 ที่ทำลายหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง รวมทั้งธุรกิจร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ยอดขายลดลงมาก 

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ประกอบกับผมกำลังอยู่ในระหว่างการสร้างบ้านที่ผมกับภรรยา (อัง-ชฏิลรัตน์ ดอนปัน) ช่วยกันออกแบบเอง ซึ่งต้องการความใส่ใจมากพอสมควร จึงได้พูดคุยกับพี่ ๆ ที่ร้านเพื่อออกมาดูแลการสร้างบ้านเต็มตัว และพูดคุยกับภรรยา ซึ่งออกจากงานเพราะโควิด-19 เช่นกัน ที่เริ่มทำเบเกอรี่ทดลองขายมาสักพักถึงแผนการดำเนินชีวิตหลังจากบ้านเสร็จ

ลงตัวกันที่จะลองเปิดร้านเบเกอรี่โฮมเมดและร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้าน ส่วนร้านหนังสือ อยากให้เป็นร้านหนังสือทางเลือก ในแบบที่ตัวเราเองอยากเข้า วางหนังสือหลากหลายที่เราคัดเลือกมาแล้วในระดับหนึ่ง ไม่อยากขายหนังสือแบบเดียวกันเป็นพรืดเหมือนร้านใหญ่ ๆ

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ตอนเริ่มต้น ส่วนเบเกอรี่มีปัญหาไม่มากนัก เพราะภรรยาผมเริ่มลองทำมาสักพักแล้ว เพียงจัดการส่วนต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทาง แต่ในส่วนร้านหนังสือมีปัญหาหลายอย่าง

เริ่มจากปัญหาทุนที่จำกัดในการซื้อสิ่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ชั้นหนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ เราแก้ปัญหาด้วยการพยายามทำเองในส่วนที่ทำได้ โต๊ะเก้าอี้บางส่วนหาซื้อของเก่ามาขัดทาสีเอง ชั้นหนังสือที่มีขายราคาแพงเกินไปสำหรับเรา จึงหาซื้อไม้หาช่างเพื่อทำชั้นหนังสือ ส่วนที่จำเป็นต้องซื้อก็หาในราคาสมเหตุผล

ปัญหาค่าประกันหนังสือของสายส่งหลายรายราคาค่อนข้างสูงสำหรับร้านเล็ก ๆ บางสายส่งไปถึงหลักแสนบาท จึงใช้ประสบการณ์จากการทำงานที่ร้านเล่า เลือกสายส่งที่ค่อนข้างเอื้อเฟื้อกับร้านหนังสืออิสระ คัดเลือกหนังสือที่เราชอบและเห็นว่าน่าสนใจ ซึ่งส่วนมากจะเป็นวรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปล สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การเมือง เป็นหนังสือที่ตามร้านใหญ่อาจจะไม่มี หรือหาตามร้านใหญ่ค่อนข้างยาก เพื่อทดแทนจำนวนหนังสือที่ยังมีน้อย

หรือปัญหาที่เคยได้เห็นตั้งแต่ทำงานที่ร้านเล่า คือหนังสือบางสำนักพิมพ์เข้าถึงยาก เนื่องจากอยู่กับสายส่งใหญ่ที่มีระบบครบวงจร มีสำนักพิมพ์ สายส่ง และหน้าร้านของตนเอง เข้าถึงยากทั้งค่าประกันที่สูงและการพยายามเพิ่มยอดขาย หนังสือที่กำลังเป็นที่สนใจมักจะสั่งไม่ได้ เพราะสายส่งเลือกส่งหนังสือไปที่หน้าร้านตนเองก่อน เมื่อเริ่มคลายความนิยมหรือมีพอเหลือจากหน้าร้านของสายส่งจึงเริ่มพอสั่งได้ บางสายส่งถ้าจะซื้อขาดมาขาย ก็ต้องซื้อในจำนวนที่เยอะเกินกำลัง – 50,000 บาทกับราคาลดเท่ากับฝากขายปกติ 

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

เรื่องของสายส่งที่มีระบบครบวงจร ยังส่งผลต่อสำนักพิมพ์อิสระในบางแง่ เช่นบางครั้งมีการเพิ่มเปอร์เซ็นฝากขาย หรือการเลือกวางหนังสือ ส่งผลกระทบต่อนักเขียนเป็นทอด ๆ ไป สายส่งเหล่านี้เลือกได้ว่าจะส่งหรือไม่ส่งร้านไหน และจะดันหนังสือเล่มไหนหรือสำนักพิมพ์อะไรให้ขายดี

สิ่งเหล่านี้ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องเชิงธุรกิจ เป็นความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจ แต่ในอีกทางมันมักจะเป็นอุปสรรคที่ร้านหนังสืออิสระหลายร้านมักต้องเจอ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำธุรกิจของร้านหนังสืออิสระบางร้านเป็นไปอย่างค่อนข้างลำบาก และทำให้การขยายตัวของร้านหนังสืออิสระมีน้อย สวนทางกับจำนวนนักอ่านที่เพิ่มมากขึ้น จากที่เคยทำงานร้านหนังสือมานานพอสมควร พอได้เห็นความเปลี่ยนแปลงว่าตอนนี้นักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน อ่านหนังสือกันเยอะขึ้นมาก เมื่อเทียบเปอร์เซ็นต์กับเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว จำนวนนักอ่านเพิ่มมากขึ้น แต่นักเขียน สำนักพิมพ์ ที่ไม่ใช่ของสายส่ง สายส่งที่ไม่มีสำนักพิมพ์และหน้าร้านของตนเอง กลับไม่ได้มีผลตอบแทน ไม่ได้มีการดำเนินธุรกิจที่ดีขึ้นมากนัก เทียบกับบริษัทที่ครบวงจร

เราวางแผนแก้ปัญหาเรื่องการเข้าถึงหนังสือบางเล่มได้ยาก เงินสำหรับใช้จ่ายในครอบครัวจะใช้เงินจากการขายเบเกอรี่ ส่วนเงินที่ได้จากการขายหนังสือนั้น จะติดต่อกับสำนักพิมพ์ที่ขายขาดหนังสือเล่มที่เราต้องการ นำกำไรจากการขายหนังสือมาซื้อหนังสือเหล่านี้ ค่อย ๆ ซื้อทีละเล็กทีละน้อยเท่าที่ไหว ค่อย ๆ สะสมหนังสือที่เราสนใจ เพื่อวันหนึ่งข้างหน้าจะได้มีหนังสือให้เลือกอ่านเยอะขึ้น และหลากหลายมากยิ่งขึ้นกว่านี้

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

แน่นอนว่าลำพังการเริ่มทำร้านหนังสืออิสระเล็ก ๆ ด้วยทุนจำกัด คงให้ผลตอบแทนไม่ได้มากพอสำหรับเราในตอนนี้ แต่พวกเราคิดว่าถ้าเรานำ 2 อย่าง ‘หนังสือ + เบเกอรี่’ มาไว้ด้วยกัน น่าจะพอมีทางเป็นไปได้ พอมีทางที่เราจะอยู่ได้ในเชิงธุรกิจ และได้ทำร้านหนังสือในแนวทางที่เราต้องการ พอมีทางที่ร้านหนังสือทางเลือกแบบเราจะค่อย ๆ ดีขึ้นในวันข้างหน้า คนที่ชอบหนังสือ มาดูหนังสือก็อาจจะอยากลองชิมเบเกอรี่ คนที่มากินเบเกอรี่แล้วเห็นชั้นหนังสือ ก็อาจจะสนใจลองเดินดูและซื้อหนังสือได้

ก่อนเปิดร้าน หลายคนเป็นห่วงเรื่องระยะทาง ที่ไม่เพียงอยู่ไกลจากตัวเมือง หากยังต้องเข้าซอกเล็กซอยน้อยกว่าจะถึง แต่เราคิดว่าในปัจจุบันตัวเมืองเชียงใหม่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ มีหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นมากมายตามอำเภอต่าง ๆ ที่ติดอำเภอเมือง หลายคนถึงแม้จะทำงานอยู่ในเมือง แต่ก็มีบ้านและใช้ชีวิตนอกเวลางานอยู่นอกเมือง เราไม่กังวลมากนัก แต่ก็ไม่คาดหวังมากเกินไปเช่นกัน รู้สึกเพียงว่าเหนื่อยมาก ๆ เพราะเราทำทุกอย่างเอง อยากให้ถึงวันเปิดเร็ว ๆ เพื่อที่หลังจากนั้น จะได้รู้ว่าอะไรดีไม่ดีแล้วค่อย ๆ ปรับแก้กันต่อไป เบเกอรี่พอมีลูกค้าเก่าอยู่บ้างแล้ว น่าจะค่อยเป็นค่อยไปได้ สิ่งที่กังวลเป็นเรื่องของชุมชนมากกว่า ว่าเราจะทำให้ชุมชนมีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ก่อนเปิดร้าน เราเพียงประกาศในช่องทางโซเชียลมีเดียและบอกกล่าวพี่น้องเพื่อนฝูง วันนั้นจึงมีเฉพาะคนรู้จักและลูกค้าเก่าเบเกอรี่มาให้กำลังใจ ค่อนข้างชุลมุนแต่อบอุ่น ทุกคนต่างเต็มใจรอ ช่วยอุดหนุนหนังสือ ไม่หงุดหงิดกับที่จอดรถที่มีเพียงน้อยนิด ทุกคนให้กำลังใจ เอาใจช่วยเรา รวมทั้งร้านหนังสืออิสระด้วยกันเอง ร้าน Book Re:public มาอุดหนุนขนมเครื่องดื่ม และซื้อหนังสือที่ผมเดาว่าที่ร้านเองก็น่าจะมีขาย พี่ ๆ ร้านเล่า และเวิ้งมาลัย มาให้กำลังใจ รวมถึงช่วยเก็บแก้วเก็บจาน ช่วยโบกช่วยดูที่จอดรถ น้องบางคนถึงกับมาช่วยล้างจาน

หลังจากนั้นหลายคนก็ช่วยไปเผยแพร่ ช่วยโฆษณาต่อ ๆ ไป จึงเริ่มมีลูกค้ามาเรื่อย ๆ ช่วยให้เราเริ่มตั้งไข่และเดินก้าวแรกได้เร็วขึ้น เริ่มมีผู้คนหลากหน้าหลายตาเข้ามา คนที่เคยซื้อขนมอยู่ในเมือง แต่เพิ่งรู้ข่าวก็อุตส่าห์ขับรถไกลมาหาพวกเรา หรือบางคนมาเพื่ออุดหนุนร้านหนังสืออิสระโดยเฉพาะ แต่ที่มักจะเรียกรอยยิ้มและกำลังใจให้เราเสมอ คือพ่อแม่ที่โดนลูกเกณฑ์มาด้วยความไม่เต็มใจ บ่นอุบอิบถึงความไกลและเส้นทางที่ลำบากเมื่อตอนมาถึง แต่ตอนกลับมักจะมาพูดคุยกับเราด้วยสีหน้าสบายใจยิ้มแย้มแจ่มใส คุณแม่ท่านหนึ่งพูดเล่นอย่างน่ารักว่า อยากซื้อที่ดินสร้างบ้านติดกัน

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

เรื่องผลกระทบต่อคนในชุมชนเราก็ค่อย ๆ คลายความกังวล หมู่บ้านสันผักหวานน้อย อำเภอหางดง เป็นชุมชนที่ดี ผู้คนน่ารักและเอื้อเฟื้อ หลายคนคอยบอกทางคนที่หลงทาง บางคนคอยแนะนำเรื่องต่าง ๆ ช่วยแชร์รีวิว มาสอบถามสารทุกข์สุกดิบ อุดหนุนให้กำลังใจ ครั้งหนึ่งลูกค้าบอกว่าหลงทางเลยจอดสอบถามคนในหมู่บ้าน ไม่คิดว่าจะถึงกับขี่มอเตอร์ไซค์นำทางมาส่งถึงที่ร้าน – มาทราบตอนหลังว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านเองที่นำทางมาส่ง

ถึงจะเหนื่อยกันมากในช่วงแรก ๆ แต่เรื่องเหล่านี้คอยพยุง คอยช่วยเป็นพลังใจเราได้อย่างมากมายมหาศาล

แม้ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่นับจากเปิดร้าน วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2565 มาจนถึงตอนนี้ ถึงจะมีปัญหาอยู่บ้าง ผมก็ยังสบายใจ ได้ช่วยภรรยาทำขนมตอนเย็น ได้อยู่กับหนังสือ ลงมือแล้วและพยายามทำไปเรื่อย ๆ หาทางให้ร้านอยู่ให้ได้ ได้หาได้คัดเลือกหนังสือ ยังรู้สึกดีเมื่อมีคนซื้อหนังสือ หรือคนบอกว่าหนังสือน่าสนใจ เป็นทางเลือกเล็ก ๆ ให้กับคนที่สนใจในหนังสือ ยังได้อยู่กับหนังสือเหมือนเมื่อที่เคยเป็นมา 18 ปี

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

แนะนำหนังสือ

โดย Harvest Moon Bookshop

1

เงาสีขาว

นักเขียน : แดนอรัญ แสงทอง

สำนักพิมพ์ : สามัญชน

ราคา : 780 บาท

นวนิยายแห่งความบ้าคลั่ง ปอกเปลือยตัวตนของปัจเจกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและมืดหม่น ออกมาในรูปแบบกระแสสำนึก ภาคกลางของนวนิยายไตรภาคที่เราไม่มีทางได้อ่านภาคต้นและภาคปลายแล้ว เป็นหนังสือที่ตั้งใจไว้นานแล้วว่า ถ้ามีร้านหนังสือต้องมีเล่มนี้ขาย

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

2

มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ

นักเขียน : ภรณ์ทิพย์ มั่นคง

สำนักพิมพ์ : อ่าน

ราคา : 550 บาท

หนังสือที่ควรอ่านเพื่อเรียนรู้ เพื่อสร้างความภูมิคุ้มกันให้กับจิตใจ ในการที่จะสู้กับความอยุติธรรมต่าง ๆ ในสังคมและชีวิต แค่ส่วนแทรกที่นำมาจากการเขียนบันทึกตอนอยู่ในคุก บนหน้ากระดาษพระคัมภีร์ที่แอบฉีกมาก็ควรค่าแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่งแล้ว

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

3

เราต่างมีแสงสว่างในตัวเอง

นักเขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์

สำนักพิมพ์ : สมมติ

ราคา : 300 บาท

รวมบทสัมภาษณ์ โดยมือสัมภาษณ์มากประสบการณ์ เรียกได้ว่าเป็นชั้นต้นคนหนึ่งของเมืองไทย เลือกคนสัมภาษณ์ได้น่าสนใจ ไม่ฟูมฟายเกินไป หลายคำถามนำไปสู่การเปิดมุมมองที่หลากหลาย

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

แนะนำโดย Waltz Bakes

4

วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว

นักเขียน : มูเระ โยโกะ

นักแปล : สิริพร คดชาพร

สำนักพิมพ์ : Sandwich

ราคา : 230 บาท

เรื่องราวของอากิโกะ อดีตบรรณาธิการสาวที่ผันตัวมาเปิดร้านอาหาร ขายแค่แซนด์วิชกับซุปเคียงคู่กัน โดยบอกเล่าเรื่องราวในแต่ละวันที่เกิดขึ้นรอบตัวอากิโกะอย่างราบเรียบ แต่แฝงด้วยนัยยะสำคัญของการใช้ชีวิตบางอย่างเอาไว้ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นใจและผ่อนคลายในขณะเดียวกัน

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

5

เยิรเงาสลัว

นักเขียน : จุนอิชิโร ทานิซากิ 

นักแปล : สุวรรณา วงศ์ไวศยวรรณ

สำนักพิมพ์ : openbooks

ราคา : 265 บาท 

เป็นหนังสือที่ชวนเราละเลียดมองในความงามของความเงาสลัวที่กระทบลอดส่องผ่านตามซอกซอนสถาปัตยกรรมบ้านเรือน เครื่องครัวของใช้ หรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นที่มีสุนทรียะของความสลัวเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นหนังสือที่ทำให้เราหยุดนิ่งและซึมซับความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างเข้าใจ

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

Waltz Bakes x Harvest Moon Bookshop

ที่ตั้ง : 114/2 บ้านสันผักหวานน้อย หมู่ 7 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4488 4824, 09 5698 2410

วัน-เวลาทำการ : เวลา 09.00 – 17.00 น. ปิดวันพุธ

Facebook : Harvest Moon Bookshop และ Waltz Bakes

Instagram : harvestmoon_bookshop และ Waltz_bakes

Writer & Photographer

ปิยศักดิ์ ประไพพร

ใช้ชีวิตวัยเด็กที่จังหวัดลำพูน ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ตอนอายุ 13 ปี เข้าเรียนภาควิชาสังคมวิทยา - มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ไม่จบการศึกษา ทำงานที่ร้านเล่า 18 ปี ปัจจุบันร่วมกับภรรยาเปิดร้านขนมและร้านหนังสืออยู่ที่บ้าน ในหมู่บ้านสันผักหวานน้อย อำเภอหางดง เชียงใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load