เมื่อการสูญเสียเป็นอีกสเต็ปที่ทุกชีวิตต้องพบเจอ แต่เรามักหาความสุขเป็นตัวเลือกแรกเสมอ แล้วถ้ามีคนเผยความสูญเสียและโศกเศร้าเอาไว้อย่างงดงามละเมียดละไม ทำไมจะไม่ลองสัมผัสดูสักครั้ง

เรารู้จักงานของ ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ ครั้งแรกจากเรื่อง A Ripe Volcano (2011) มีคนบอกว่าไทกิคือคนทำหนังทดลอง แต่สำหรับเรา เขาคือศิลปินที่สร้างงานศิลปะผ่านสื่อภาพยนตร์ เรื่องนี้จัดฉายที่แกลเลอรี่แห่งหนึ่งบนจอขนาดใหญ่ 2 จอติดกัน ผู้ชมจะยืนดูและรู้สึกไปกับงานภาพและเสียงที่ทรงพลังอย่างมาก สร้างการจดจำจนทำให้ต้องตามดูงานต่อไปของเขา

ครั้งนี้ไทกิสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยหนังอีกแบบที่เราไม่คิดว่าเขาจะทำออกมา การสูญเสียเป็นเรื่องส่วนตัวและเปราะบางมาก มันยากเหลือเกินที่จะกลับไปรู้สึกเจ็บปวดกับเรื่องพวกนั้นได้อีก แต่ไทกิทำความเข้าใจและตีความออกมาเป็นผลงาน 2 ชิ้นในนิทรรศการ Until the Morning Comes ที่ศุภโชค ดิ อาร์ต เซนเตอร์

ภาพยนตร์สั้น 2 เรื่องคือ To the Memory of My Beloved (2018) และ Mental Traveller (2018) นำเสนอส่วนประกอบความทรงจำในอดีตผ่านเหตุการณ์ปัจจุบัน ที่สร้างบทสนทนาให้เราดำดิ่งสู่จักรวาลของโลกความเป็นจริงและโลกมายา ท่ามกลางบรรยากาศของเสียงที่แน่นหนักแต่ให้ความรู้สึกเบาโหวงล่องลอย ฝีมือโดยนักออกแบบและค้นคว้าทางเสียงชาวญี่ปุ่น ยะสึฮิโระ โมรินากะ (Yasuhiro Morinaga) ที่สร้างสรรค์งานด้วยกันมายาวนาน พร้อมชุดภาพถ่ายที่พรินต์ด้วยเทคนิคริโซ่กราฟ คราวนี้นั่งดูกับเก้าอี้เก่าที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน จอใหญ่อลังการ และแอร์ไม่หนาวจนเกินไป

Until the Morning Comes Until the Morning Comes

Until the Morning Comes

To the Memory of My Beloved เป็นการประกอบกันของรูปถ่ายรวมหมู่ญาติพี่น้อง ชีวิตวัยเด็ก สภาพในบ้านที่มีรูปปั้นพระเยซูคริสต์และพระแม่มารี ภาพสมัยยังหนุ่มยังสาวของพ่อแม่ ดำเนินไปสู่พิธีกรรมที่โบสถ์คาทอลิก การรอคอยตั้งแต่แดดเช้าจนมืดค่ำ และหมู่แสงเทียนที่จุดขึ้นเป็นท้องทะเลแห่งการรำลึกผืนใหญ่บริเวณสุสาน ไทกิเล่าให้ฟังถึงผลงานชิ้นนี้ว่า

“ผมไปถ่ายทำพิธี Ash Wednesday หรือวันพุธรับเถ้า¹ ของชาวคริสต์ ซึ่งผมรู้จักคำนี้ครั้งแรกจากกลอนของ ที.เอส. เอเลียต ที่เขียนขึ้นในช่วงปลายชีวิต เขาปล่อยให้ภรรยาอยู่สถานบำบัดพักฟื้นทางจิตโดยไม่กลับไปเจอเธออีกเลย แต่ปมของภรรยากลับเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการเขียนกวีของเขา บทกลอน Ash Wednesday (1930) เป็นการตั้งคำถามถึงความเชื่อและความศรัทธาในบางอย่าง ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับความเชื่อของพ่อผมในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตที่ต้องการไถ่บาปที่อยู่ในใจ”

วิธีการซ้อนภาพและตัดภาพอย่างรวดเร็ว เป็นภาพอดีตสลับกับภาพปัจจุบันที่มีสีหน้าของผู้คน แววตา ความชรา เด็ก หนุ่มสาว ต้นไม้ที่ผ่านกาลเวลา แผ่นหินหลุมศพผุหัก เสียงของเข็มนาฬิกาที่เดินซ้ำๆ ถี่ๆ ประกอบกับเสียงเชลโลและเสียงสังเคราะห์อีกหลายชั้นซ้อนกัน เหมือนการรำลึกนึกทวนถึงความสูญเสีย บกพร่อง เว้าแหว่ง และการพรากจาก

Until the Morning Comes Until the Morning Comes

ในขณะที่ Mental Traveller เป็นบรรยากาศของห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาลจิตเวช ถ้าคนภายนอกมองเข้าไปต้องรู้สึกถึงความอึดอัด ปราศจากอิสรภาพ แต่ดูเหมือนพวกเขาก็แค่อยู่ในโลกของตัวเอง ยืนและนั่ง นอนแล้วตื่น เหมือนไม่มีพันธะเวลา ไม่มีการล็อกแขนขาพันธนาการ เหมือนการใช้ชีวิตตามปกติ

“จริงๆ หมอบอกว่าคนที่เข้าไปเขาต้องการการพักผ่อน การไปอยู่ในนั้นเหมือนกำแพง เป็นเกราะป้องกันเขาจากโลกภายนอกหรือความเป็นจริงบางอย่าง เขาสบายใจ รู้สึกปลอดภัยเวลาไปอยู่ตรงนั้น พอผมไปถึงก็ยังไม่ถ่ายทำทันที ไปปรากฏตัวก่อน มันเหมือนมีการตอบรับพลังงานกันจนคุ้นเคย ไม่ต้องอธิบายว่าเราเป็นใคร มาทำอะไร พอเขาเห็นเรานานขึ้นก็เชื่อใจ เหมือนเขาอนุญาตโดยไม่ต้องใช้คำพูด เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากที่ได้ไปถ่ายทอดความรู้สึกในพื้นที่ตรงนั้น รู้สึกมีความสุข แล้วก็ได้ทำความเข้าใจกับความเจ็บป่วยของคนใกล้ตัว งานชิ้นนี้จึงเหมือนเป็นที่ระลึก เป็นของขวัญ”

Until the Morning Comes Until the Morning Comes

ไทกิเล่าที่มาของการทำงานทั้งสองชิ้นให้ฟังต่อ “มันเป็นชีวิตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากอุบัติเหตุของแฟนเก่าที่ตกม้าและอยู่ในภาวะใกล้ตาย ต้องรักษาตัวเป็นปีๆ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เห็นความตายที่อยู่ต่อหน้า ไม่นานพ่อก็เริ่มป่วยจากภาวะสมองเสื่อม (Dementia) กลับไปกลับมาระหว่างโลกความเป็นจริงและอีกโลกหนึ่ง ต่อมาแม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แล้วเราเป็นคนดูแล และมาช่วงหลังเพื่อนก็เล่าปมชีวิตของเขา ส่วนนักศึกษาที่เราสอนก็มีอาการซึมเศร้าและไบโพลาร์ เรารู้สึกว่าคนเหล่านั้นกล้าหาญมากที่เล่าให้ฟัง เหมือนได้เยียวยากัน ผมเลยอยากทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นผ่านการสร้างงาน”

Until the Morning Comes

ภาพยนตร์ทั้งสองไม่มีเส้นเรื่อง ไม่มีจุดจบ แต่ลักษณะของตัวงานกลับทำให้ผู้ชมต้องมนตร์สะกด ชล เจนประภาพันธ์ ภัณฑารักษ์ เล่าว่า “ภาพและเสียงของงานจะทำงานกับสมองเหมือนสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น บรรยากาศคล้ายความฝัน อย่างเรื่อง Mental Traveller ถ้าฟังเสียงดีๆ บางทีจะงงว่าเสียงมาจากทางไหน เล่นกับการรับรู้ของคนดู การตัดต่อภาพก็ใช้เทคนิคค่อยๆ ซ้อนภาพขึ้นมา การดูหนังของไทกิจึงพ้นไปจากเดิมที่พอดูจบจะรู้สึกสนุก จำพล็อตได้ แต่กลับไปสู่การใช้ไวยากรณ์พื้นฐานของหนังที่สำคัญที่สุดคือ ภาพและเสียง”

ไทกิมีผลงานที่เป็นที่รู้จักมากมาย เช่น A Ripe Volcano (2011), Time of the Last Persecution (2012), The Age of Anxiety (2013), Trouble in Paradise (2017)² ความสนใจในงานศิลปะและดนตรีอย่างงานของ ไบรอัน วิลสัน (Brian Wilson) จากวงเดอะบีชบอยส์ และผลงาน Symphonie fantastique ของคีตกวีชาวฝรั่งเศส หลุยส์-แอ็กตอร์ แบร์ลีโยซ (Louis-Hector Berlioz) ที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งโลกจริง-โลกเสมือนและประสบการณ์หลอน (Psychedelic Experience) เป็นแรงบันดาลใจให้เขาอยากสร้างงานที่ออกไปสู่พื้นที่การทำงานของจิตใต้สำนึก

“ภาพที่เอามาใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นภาพที่สวยก็ได้ ภาพไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในเฟรมที่เราถ่ายเท่านั้น แต่มันรวมถึงสิ่งที่อยู่นอกเฟรมด้วย เช่น ตอนโคลสอัพมือคนป่วย ดูเหมือนเขากำลังวาดบางอย่าง แต่จริงๆ คนดูงานจะเห็นสิ่งที่กล้องไม่ได้ถ่ายไว้ คนดูจะสร้างภาพอย่างอื่นในหัวขึ้นมาด้วย” ไทกิเล่าถึงภาพมือคนป่วยที่ไม่สมบูรณ์ ฝ่าเท้าแห้งแตกเป็นร่องลึก การหมุนของพัดลมเพดาน แต่ละภาพค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างช้าๆ สู่อีกภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่ง อีกรูปและอีกรูป

Until the Morning Comes

ที่ผ่านมา เราจะเห็นภาพยนตร์ทดลองของไทกิมีทั้งพฤติกรรมของคน การทำงานของเครื่องจักร สภาพแวดล้อมของการเฝ้ามอง รวมถึงจุดเล็กจุดน้อยของสภาพสิ่งของและสถานที่ งานชิ้นนี้ไทกินำเสนอเทียบเคียง (Juxtaposition) จัดวางองค์ประกอบชิ้นส่วนของอดีตและเรื่องส่วนตัวผ่านเหตุการณ์ปัจจุบัน ภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่งเชิงนามธรรม เปรียบเปรยสภาวะอารมณ์และชีวิตเหมือนบทกวี โดยใช้ภาพและเสียงที่สร้างความขัดแย้งและชวนตั้งคำถาม ลวงให้เราตกลงในภวังค์ ไม่ให้ความหมายที่แน่ชัดแต่สร้างความรู้สึกตกตะกอนนอนก้นอยู่ระดับภายในจิตใจ

คนเจ็บ คนป่วย คนตาย ไม่ได้มีแต่แง่มุมทดท้อหดหู่ นิทรรศการนี้แสดงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของชีวิต กิริยาท่าทาง สภาพแวดล้อม ทุกอย่างมีแง่งามของในตัวเองที่ซ่อนไว้เสมอ กลายเป็นว่าเปิดมิติประสบการณ์มากกว่าเรื่องพวกนั้นเสียอีก

Until the Morning Comes

อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่จบแบบเศร้านิดๆ คงไม่ใช่ตัวเราเท่าไหร่ การพาตัวเองกลับไปเผชิญหน้ากับความโศกเศร้าและสูญเสียของไทกิสำหรับเราได้ช่วยขยายความหมายบางประโยคในหนังสือ De Profundis³ ของออสการ์ ไวลด์ ที่เขียนเอาไว้

“ความจริงในศิลปะคือเอกภาพของสิ่งหนึ่งกับตัวมันเอง เมื่อสิ่งที่ปรากฏภายนอกเป็นการแสดงออกของสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ทำให้วิญญาณมีตัวตนและกายมีชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีความจริงใดเทียบได้กับความเศร้า”

* นิทรรศการ Until the Morning Comes โดยไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ จัดแสดงที่ศุภโชค ดิ อาร์ต เซนเตอร์ ซอยสุขุมวิท 39 ถึงวันที่ 29 เมษายน 2561 Facebook | นิทรรศการ: Until the Morning Comes

ขอขอบคุณ: Courtesy S.A.C. Subhashok The Arts Centre & Taiki Sakpisit, 2018

1 วันพุธรับเถ้า เป็นวันเริ่มต้นของเทศกาลมหาพรตของชาวคาทอลิก เป็นการเตรียมสำหรับการเฉลิมฉลองการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้าหรือสมโภชปัสกาที่นับจากวันนี้ไปอีก 40 วัน โดยการจำศีล อดเนื้อ อดอาหาร ภาวนา และให้ทาน ดำเนินชีวิตให้บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ตามแบบอย่างชีวิตของพระเยซู
2 ชมตัวอย่างผลงานบางส่วนของไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์
A Ripe Volcano (2011) ที่ https://vimeo.com/146745121
Time of the Last Persecution (2012) ที่ https://vimeo.com/146759477
The Age of Anxiety (2013) ที่ https://vimeo.com/146754158
3 หนังสือ De Profundis ที่ใดมีความเศร้า เขียนโดย ออสการ์ ไวลด์ แปลโดย รติพร ชัยปิยะพร สำนักพิมพ์ฟรีฟอร์ม

Writer

สุพรรณี สงวนพงษ์

บรรณาธิการและคอลัมนิสต์ ร่วมทำสำนักพิมพ์ P.S. ที่ขายหนังสือไซส์เอสว่าด้วยความรู้สึก ความรัก และความสัมพันธ์ เขียนหลายอย่างทั้งเรื่องเด็ก พ่อแม่ วัยรุ่น คนแก่ สุขภาพ วิชาการ ชอบดูงานศิลปะ อ่านหนังสือ เดินทาง ชอบภูเขาและชนบท

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

Extreme Job (2019)

Directed and Written : Lee Byeong-heon

Starring : Ryu Seung-ryong, Lee Hanee, Jin Seon-kyu, Lee Dong-hwi, Gong Myung

Country : South Korea 

Genres : Korean, Action & Adventure, Asian Action Movie, Comedies
Duration : 111 Mins

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์

Extreme Job (극 한 직 업 ) คือภาพยนตร์แอคชัน-คอเมดี้สัญชาติเกาหลีใต้ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์แดนโสมขาว ยอดขายตั๋วทะลุ 10 ล้านใบภายใน 15 วัน กวาดรายได้รวมทั้งหมดกว่า 120 ล้านเหรียญฯ ทั้งที่ใช้ทุนสร้างเพียง 5.8 ล้านเหรียญฯ

เนื้อหาของภาพยนตร์ฉายภาพบ้านเมืองในยุคทองของยาเสพติด สิ่งต้องห้ามอันเป็นเหตุแห่งความฉิบหาย แต่กลับหาซื้อได้ง่ายราวกับของใช้ประจำวัน ร้อนถึงเหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ต้องออกปราบปรามและตามล่า เพื่อกวาดล้างขบวนการบ่อนทำลายสังคมให้สิ้นซาก… 

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

หยุดความคิดว่านี่คือพล็อตภาพยนตร์แอคชันเชย ๆ ที่คอหนังคุ้นเคยไปก่อน เพราะ Extreme Job ชวนคุณผู้ดูเปิดมุมมองใหม่ไปกับเรื่องราวของแก๊งสายสืบ 5 ท่านที่รับ 2 จ๊อบ ทั้งลากคอแก๊งค้ายาเบอร์ต้นของวงการเข้าตะราง แถมยังทุ่มหมดหน้าตักให้กับกิจการซูวอนไก่ทอด ส่วนหนึ่งเพราะโลเคชันร้านอยู่ใกล้แหล่งกบดานของเป้าหมาย และอีกเหตุผลสำคัญก็คือ กิจการของพวกเขาดันขายดิบขายดี ชนิดว่าถ้าอาจารย์แบคจงวอน (เชฟ-นักชิมชื่อดัง) มาเยือนก็ยังต้องต่อคิว!

 เกียรติตำรวจเกาหลี เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง

ภาพยนตร์ Extreme Job ออกฉายครั้งแรกช่วงเดือนมกราคม ค.ศ. 2019 ผลงานจอเงินเรื่องนี้เรียกความสนใจจากคอหนังบ้านเขาได้ตั้งแต่เผยรายชื่อนักแสดง ทั้ง รยูซึงรยง เสนาบดีตัวแสบในซีรีส์ Kingdom จินซอนคยู หรือ ไทเกอร์ พัค จากภาพยนตร์ไซไฟเรื่อง Space Sweepers ฮันนี่ ลี สาวงามผู้ครองตำแหน่งรองอันดับ 3 Miss Universe 2007 ปัจจุบันเป็นนักแสดงหญิงมากฝีมือการันตีความเล่นใหญ่ในทุกบทบาท อีดงฮวี หรือ ดงรยง จาก Reply 1988 พ่วงด้วยตำแหน่งแฟชั่นนิสต้าตัวพ่อ เสริมทัพด้วย กงมยอง น้องเล็กที่ผลงานการแสดงน่าจับตา และสถานะปัจจุบันคือเตรียมตัวเข้ากรมรับใช้ชาติ 

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

หากคุณยังเป็นน้องใหม่ในวงการบันเทิงเกาหลีและสงสัยใคร่รู้ว่า รายชื่อคนบันเทิงข้างต้นมีผลอย่างไรต่อความเปรี้ยงปร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้ เราขออธิบายแบบรวบรัดให้ฟังว่า เหล่านี้คือรายชื่อของตัวท็อป ตัวพ่อ ตัวแม่ และเป็นแม่เหล็กชั้นดีการันตีความสามารถ ประกอบกับผลงานการกำกับและเขียนบทโดย อีบยองฮอน ผู้กำกับหนุ่มที่ยืนหนึ่งเรื่องงานคอเมดี้ เมื่อเผยพล็อตว่าจะจับสายสืบที่คุณ ๆ คุ้นเคยในบทคูล ๆ ไปสวมผ้ากันเปื้อนทอดไก่แล้วไซร้ คอหนังทั้งหลายก็เลยให้ความสนใจว่าจะเล่าออกมายังไง 

ขึ้นชื่อว่าสาธารณรัฐเกาหลี ดินแดนที่รัฐบาลทุ่มเทจริงจังเรื่องการสร้างบ้านเมืองปลอดภัย เมื่อยาเสพติดระบาดหนักทั่วเมือง เหล่าตำรวจ อัยการ และสายสืบ จึงต้องตั้งทีมออกปราบปราม Extreme Job ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ฉายภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ความพิเศษใส่ไข่กว่าเรื่องอื่นอยู่ตรงที่การวางคาแรกเตอร์ให้นักแสดงนำทั้ง 5 เป็น Loser ระดับต่ำสุดของวงการ ซึ่งความเศร้าในเส้นทางอาชีพนี้เองที่ส่งให้เกิดปฏิบัติการทอด ๆ ซุ่ม ๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติ ไปพร้อมกับร่วมลุ้นว่าพวกเขาจะละทิ้งอุดมการณ์ เบนสายไปหาลู่ทางรอดตายในโลกทุนนิยมหรือไม่

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

ไม่ยอมเป็นมิตร ผู้ผิดกฎหมาย

แม้ต้องทนยกมือขวามาวันทยาหัตถ์รุ่นน้องอยู่หลายหน เนื่องด้วยไม่มีผลงานปัง ๆ ให้ได้เลื่อนขั้นอย่างใครเขา แต่สมาชิกทีมสืบสวนทั้งห้าก็ยังเลือกกล้ำกลืนความน้อยเนื้อต่ำใจ มุ่งมั่นทำหน้าที่เต็มกำลัง เราจึงได้รับชมฉากตามล่าคนร้ายที่มาในรูปแบบงบมีน้อย เลยต้องใช้สอยอย่างประหยัด ทั้งคิดการใหญ่อย่างบุกทลายบ่อน แต่เพราะไม่มีปัญญาจ่ายค่ากระจก จึงยอมห้อยต่องแต่งรอโจรเปิดบ้านแทนที่จะถีบหน้าต่าง ยืม (แต่ไม่คืน) รถป๊อปส่งของเพื่อไล่ตามคนร้าย ไปจนถึงปล่อยให้คุณป้าที่สัญจรผ่านมาวิ่งสู้ฟัด

จนจับโจรได้ ในขณะที่แก๊งตำรวจล้มคว่ำกองรวมกันอยู่อีกมุมถนน

และแล้วฟ้าก็มีตา ประทานเหยื่อรายใหม่มาให้ทีมสายสืบที่ทั้งกรมมองว่ากากเสียไม่มี

เหยื่อที่ว่าคือ อีมูแบ พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ทางการหมายหัว นอกจากผลิตและจำหน่ายผงขาวแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย เขายังลึกลับหาตัวจับยาก แม้รู้ว่าโอกาสทำสำเร็จมีน้อยนิดไม่ต่างกับให้เกาหลีเหนือและใต้รวมชาติ แต่เพื่อกู้คืนศักดิ์ศรี สายสืบฝีมือดีทั้งห้าจึงวางแผนและออกปฏิบัติการอีกครั้ง

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

เมื่อสืบทราบว่าชัยภูมิที่ดีในการสอดส่องคนร้ายคือร้านซูวอนไก่ทอด พวกเขาจึงไม่รอช้าแวะเวียนไปเป็นลูกค้าประจำ เพราะวัตถุประสงค์หลักในการมาร้านคือจับตาคนร้าย จึงไม่ทันได้สังเกตว่าร้านนี้เงียบเชียบใกล้ร้าง และใช่ เจ้าของร้านผู้ทอดไก่ไม่อร่อยเฉลยว่ากำลังประกาศเซ้งกิจการ!

โลเคชันเหมาะเหม็งแห่งการซุ่มดูกำลังจะกลายเป็นพื้นที่ปิดฉันใด ฝันหวานแห่งการจับกุมคนร้ายของเหล่าคนกากก็ค่อย ๆ หายไปฉันนั้น แต่ช้าก่อน! หัวหน้าทีมโกผู้ใกล้เกษียณและหวังให้ภรรยาได้เป็นคุณนายสักครั้ง ขอถอนเงินบำนาญมาวางเป็นเดิมพัน เซ้งกิจการร้านไก่ทอดเสียเอง 

ปฏิบัติการทอดๆ ซุ่มๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติผ่านร้านไก่ทอด โดยทีมสายสืบฝีมือดีแต่ไม่มีผลงาน

ถึงจะอยู่ใกล้เพียงฝั่งถนนกั้น แต่ก็ยังหาโอกาสประชิดตัวแหล่งกบดานของพวกมันไม่ได้ ทีมสายสืบจึงปิ๊งไอเดีย ใช้ Junk Food ที่ครองใจมหาชนแดนโสมขาวอย่างไก่ทอดมาเป็นเหยื่อล่อ สร้างแต้มต่อให้รสชาติอร่อยเหาะด้วยซอสสูตรประจำตระกูลของสายสืบหนึ่งนาย (รับประกันว่าเกินคาดคนดูไปมาก) และความอร่อยนี้เองก็ทำให้พวกเขาเข้าใกล้คนร้าย ไปพร้อมกับมีโอกาสครอบครองรายได้ที่งอกเงยจนน่าพอใจ และตลกร้ายตรงที่พวกเขาไม่เคยได้จำนวนเงินนี้มาก่อนในชีวิตข้าราชการ 

เกิดมาแล้วต้องตาย ชาติชายเอาไว้ลายตำรวจเกาหลี!

เพราะอำนาจเงินช่างหอมหวาน ยิ่งเป็นเงินจากงานอันบริสุทธิ์ด้วยแล้ว สายสืบไส้แห้งที่เป็นตำรวจดี ๆ แต่ไม่รุ่งสักทีจึงไขว้เขว ว่าจะมาดมั่นจับคนร้ายต่อไปด้วยความหวังน้อยนิดดังแสงที่ปลายอุโมงค์ เพื่อสุดท้ายจะได้กล่าวสิทธิ์มิแรนดาและยัดแก๊งค้ายาเข้าตะราง หรือควรวางปืน เก็บบัตรข้าราชการ มาสวมผ้ากันเปื้อน เปิดเตา เทน้ำมัน ทำกิจการร้านไก่ทอดแบบเต็มเวลา พร้อมกล่าวทักทายลูกค้าเนืองแน่นผ่านสโลแกนร้านค้าว่า “ไม่มีไก่ที่ไหนอร่อยไปกว่านี้ ที่นี่คือซูวอนไก่ทอด รับเป็นไก่ทอดหรือไก่ปรุงรสดีครับ” ซึ่งแน่นอนว่าอย่างหลัง คือหนทางที่ง่ายและปลอดภัยกว่าในโลกทุนนิยมแห่งนี้ 

ปฏิบัติการทอดๆ ซุ่มๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติผ่านร้านไก่ทอด โดยทีมสายสืบฝีมือดีแต่ไม่มีผลงาน

และทางเลือกสำคัญของพวกเขา จะนำไปสู่การเฉลยสถานะแท้จริงว่าทีมคนกากแห่งกรมตำรวจชุดนี้เป็นใคร มาจากไหน รวมตัวกันได้อย่างไร อีกทั้งยังไขข้อข้องใจ ว่าพวกเขาเป็นเพียงข้าราชการด้อยประสิทธิภาพอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจจริงหรือ

คำแนะนำสำคัญมากก่อนจะเริ่มดูภาพยนตร์ Extreme Job คือควรรับชมในพื้นที่รโหฐานหรือลับตา และยิ่งเก็บเสียงสนทนาได้จะเพอร์เฟกต์ เหตุผลเพราะความเกรียน รั่ว และจังหวะตลกที่ปล่อยมาแบบไม่ให้พัก อาจทำให้คนตกใจที่เห็นภาพคุณหัวเราะคิกคักเกินเบอร์

เหนือสิ่งอื่นใด เราว่าจุดที่ส่งให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ครองแชมป์ยอดขายตั๋วสูงสุด มิใช่เพียงความแหวกขนบตั้งแต่พล็อตเรื่อง หรือมุกตลกหน้าตายโดยทีมนักแสดง แต่จุดสำคัญน่าจะอยู่ที่การหยิบสองสิ่งซึ่งดูห่างเหิน แต่กลับมีลักษณะร่วมกันอย่าง ‘ไก่ทอด’ กับ ‘ยาเสพติด’ มาเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากชิ้นใหญ่ 

ลักษณะร่วมที่ว่า ข้อแรกคือ ทั้งสองเป็นวัตถุมหัศจรรย์ที่มีสารทำให้ผู้เสพหรือทานมีอาการเคลิบเคลิ้ม เพลิดเพลิน และหักห้ามใจไม่ให้นำเข้าสู่ร่างกายได้ยาก ข้อสองคือ เป็นวัตถุที่หาซื้อง่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นไม่ว่าจะครู นักเรียน คนทำงาน ข้าราชการ นักบวช หรือแม้แต่พระสงฆ์ ก็ครอบครองเป็นเจ้าของทั้งสองสิ่งนี้ได้ (ในภาพยนตร์เขาบอกมาแบบนี้) 

ส่วนความต่าง คือสิ่งหนึ่งเป็นเพียงของว่างธรรมดา แต่มีคุณค่าประหนึ่ง Soft Power ที่รัฐบาลบ้านเขาต้องการแผ่ขยายให้ดังไกลไปทั่วโลก ส่วนอีกสิ่ง คือของผิดกฎหมายที่ไม่ว่าจะบ้านเมืองไหน ๆ ก็คล้ายจะแทรกซึมและลอยนวลอยู่ได้อย่างไม่มีทีท่าจะหมดไป 

ปฏิบัติการทอดๆ ซุ่มๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติผ่านร้านไก่ทอด โดยทีมสายสืบฝีมือดีแต่ไม่มีผลงาน

และภาพยนตร์ Extreme Job ก็พยายามฉายภาพให้เห็นว่า โชคดีเหลือเกินที่ในสังคมซึ่งสีขาวกับดำสลับสับสน บ้านเมืองเขายังมีข้าราชการที่มุ่งมั่นปราบปรามและไม่ยอมแพ้ แม้จะยังลุ้นอยู่ว่าสุดท้ายแล้ว ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่เผลอหลงระเริงไปกับอำนาจเงินตรา จะวกกลับมาทำหน้าที่ของตนหรือไม่ แต่อย่างน้อยความตั้งใจจริง เจ็บจริง และจับจริง ของพวกเขาก็เต็มที่ไม่แพ้ชาติใด ก้าวขึ้นเวทีรับเหรียญกล้าหาญได้แบบไม่มีข้อกังขา!

และที่สำคัญไก่ทอดกรอบ ๆ ที่เกาหลีนั้นก็เด็ดขาดกว่าใคร 

ไปลองชิมดูได้เลย!

รับชมภาพยนตร์ Extreme Job พร้อมคำบรรยายไทยได้ที่ HBO Go และ Netflix (ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป)

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load