ในฐานะคนรักหนังสือ เราตื่นเต้นทุกครั้งที่มีงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเวียนมาถึง ซึ่งสิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นหาใช่หนังสือที่ลดราคากันกระหน่ำหรือวรรณกรรมออกใหม่เท่านั้น หากแต่สิ่งที่เราสนใจมากเป็นพิเศษคือการได้เจอเหล่าหนังสือเก่าที่หลายเล่มวายไปจากแผง

จะมีอะไรน่าสนุกเท่าการเห็นหนังสือที่เหมือนจะตายไปแล้วฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

เมื่องานสัปดาห์หนังสือเวียนมาอีกหน เราเห็นสำนักพิมพ์ ผู้เขียน และเพื่อนพ้อง แนะนำหนังสือใหม่ล่าสุดกันไปแล้ว เราจึงอยากลองแนะนำหนังสือเก่าล่าสุดบ้าง ว่ามีเล่มไหนบ้างที่น่าพากลับบ้านเป็นพิเศษ

หนังสือ

บางเล่มในลิสต์นี้หาซื้อไม่ได้แล้วตามร้านหนังสือทั่วไป บางเล่มอาจจะยังพอหาได้บ้างแต่ก็ยากเต็มที ส่วนบางเล่มอาจจะหาไม่ยากมาก แต่ก็ดีมากจนเราอยากแนะนำ และเอาเข้าจริง สำหรับเรา คำว่า ‘หนังสือเก่า’ มันเป็นเพียงคำที่บรรยายที่ดูจากปี พ.ศ. ที่ตีพิมพ์เท่านั้น

แต่สำหรับนักอ่านผู้หลงรักตัวอักษร หนังสือเก่าที่เรายังไม่เคยอ่าน ก็นับเป็นหนังสือใหม่ทั้งนั้นนั่นแหละ

ดวงจันทร์ที่จากไป

ดวงจันทร์ที่จากไป

ผู้เขียน : บินหลา สันกาลาคีรี
สำนักพิมพ์ : มติชน
พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2536
พิกัด : บูท Writer โซน C2, S39

ดวงจันทร์ที่จากไป เป็นผลงานตั้งแต่สมัยที่ วุฒิชาติ ชุ่มสนิท หรือบินหลา สันกาลาคีรี ยังเลี้ยงปากท้องด้วยการยึดอาชีพนักข่าว ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือการที่บินหลาเลือกที่จะเรียบเรียงชีวประวัติของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ออกมาในรูปแบบที่เขาเรียกว่า ‘สาระนิยาย’ เป็นวิธีการนำเสนอประเด็นร้อนในสังคมหลังราชินีลูกทุ่งจากไปด้วยการใช้วิธีเขียนแบบงานวรรณกรรม เขาลงพื้นที่หาข้อมูลแบบนักข่าวด้วยการสัมภาษณ์แหล่งข่าวเกินสิบชีวิตก่อนจะเอากลับมาถ่ายทอดด้วยวิธีแบบนักเขียน และด้วยสำนวนภาษาอันสวยงามของผู้ประพันธ์ทำให้หนังสือเล่มนี้จะอ่านเอาเรื่องก็อิ่ม จะอ่านรสก็อร่อย

พูดกับบ้าน

พูดกับบ้าน

ผู้เขียน : รงค์ วงษ์สวรรค์
สำนักพิมพ์ : ฟรีฟอร์ม
พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2536
พิกัด : บูท Freeform โซน Plenary Hall, I11

นอกจากงานเขียนประเภท Fiction อันโดดเด่นของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ งานเขียน Non-Fiction ของพญาอินทรีย์แห่งสวนอักษร หลายเล่มก็นับเป็นหนังสือที่มีคุณค่า ทั้งในแง่คุณค่าทางวรรณศิลป์และในแง่การเป็นบันทึกความคิดของนักเขียนที่ว่ากันว่าร้อยปีมีคนเดียว โดย พูดกับบ้าน เป็นหนังสือที่ผู้เขียนบันทึกความคำนึงของตนเองที่มีต่อบ้านและมิตรน้ำหมึกที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เป็นหนังสืออีกเล่มที่เหมือนๆ จะหมดอายุจากแผงแต่เราอยากแนะนำให้หามาอ่านโดยเฉพาะชายหนุ่มที่คิดมีบ้าน

หมูบินได้

หมูบินได้

ผู้เขียน : องอาจ ชัยชาญชีพ
สำนักพิมพ์ : สำนัก เป็ดเต่าควาย
พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2544
พิกัด : บูทเป็ดเต่าควาย โซน Plenary Hall, H05

มีหนังสือบางเล่ม หากเราอ่านตอนเป็นเด็กจะรู้สึกแบบหนึ่ง และหากเราอ่านตอนเป็นผู้ใหญ่เราจะรู้สึกอีกแบบ หนังสือปรัชญานิทานคลาสสิกที่ชื่อ หมูบินได้ คือหนึ่งในนั้น หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องด้วยความเรียบง่ายที่สุดเท่าที่หนังสือเล่มหนึ่งจะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นภาษา ภาพประกอบ การลำดับเรื่อง สมเป็นหนังสือที่ถูกห่อหุ้มเป็นหนังสือเด็ก แต่ในความเรียบง่ายนั้นแฝงด้วยเมสเสจที่มีพลังเพียงพอจะทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราสั่นสะเทือนข้างใน หรือใครบางคนอาจเสียน้ำตา

บันทึกจากหุบเขาฝนโปรยไพร

บันทึกจากหุบเขาฝนโปรยไพร

ผู้เขียน : กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
สำนักพิมพ์ : นาคร
พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2544
พิกัด : บูทนาคร โซน C1, M08

ความเรียงเชิงบันทึกทัศนะเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือไม่กี่เล่มของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ที่ไม่ใช่งานเขียนประเภทวรรณกรรม ภายในเล่มบรรจุเรื่องราวของชีวิตนักเขียนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับสิ่งที่เขาศรัทธาในแผ่นดินที่เขาเรียกขานว่า หุบเขาฝนโปรยไพร ซึ่งแน่นอนว่าการไปปลูกบ้านอยู่ในป่าฝนเพื่อเขียนงานวรรณกรรมหาได้โรแมนติกแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มันมีความยากลำบากที่ผู้เขียนต้องพบเผชิญอยู่เรื่อยๆ ซึ่งสิ่งที่เราสงสัยหลังอ่าน บันทึกจากหุบเขาฝนโปรยไพร จบลงคือ ทุกวันนี้ยังมีนักเขียนที่คนใดอุทิศชีวิตให้การเขียนงานวรรณกรรมดังเช่นเรื่องราวที่เราได้อ่านอีกไหม

หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก

หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก

ผู้เขียน : โตมร ศุขปรีชา
สำนักพิมพ์ : เม่นวรรณกรรม
พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2547
พิกัด : บูทอัลเทอร์เนทีฟ ไรเตอร์ โซน Plenary Hall, D01

‘ปกติ โตมร ศุขปรีชา ไม่ค่อยเขียนเรื่องแต่ง’ ใครสักคนที่หยิบยื่นหนังสือเล่มนี้ให้เรา บอกเราอย่างนั้น จะว่าไปจริงๆ เรารู้สึกพ่ายแพ้ให้หนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ชื่อเรื่อง ยิ่งรู้ว่าเป็นผลงานช่วงแรกในชีวิตนักเขียนของโตมร ก็ไม่มีเหตุผลให้ลังเลใดๆ ภายใต้ชื่อเรื่องที่โรแมนติก เรารู้สึกตื่นเต้นกับความสัมพันธ์อันหลากหลายที่ผู้เขียนบอกเล่าผ่านตัวละครต่างๆ อย่างละมุนละม่อม ลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันที่เพิ่งเป็นหัวข้อที่สังคมสนใจไม่กี่ปีมานี้ถูกโตมรหยิบมาเล่าอย่างน่าสนใจตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว (หรืออาจนานกว่านั้นในงานชิ้นอื่น) ซึ่งหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบลง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคืออยากให้โตมรกลับมาเขียนเรื่องแต่งอีกครั้ง

เอ็ดเวิร์ด ทูเลน ตามหาหัวใจไกลสุดขอบฟ้า

เอ็ดเวิร์ด ทูเลน ตามหาหัวใจไกลสุดขอบฟ้า

ผู้เขียน : เคท ดิคามิลโล
ผู้แปล : งามพรรณ เวชชาชีวะ
สำนักพิมพ์ : เพ็ทแอนด์โฮม
ปีที่พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2549
พิกัด : บูทเพ็ทแอนด์โฮม โซน Plenary Hall, F07

พบเจอ, พรากจาก, แตกสลาย, งอกงาม, บาดแผล, การเยียวยา, การเฝ้ารอ ฯลฯ มีคำหลายคำที่เราคิดถึงระหว่างอ่าน เอ็ดเวิร์ด ทูเลน ตามหาหัวใจไกลสุดขอบฟ้า หนังสือที่เรียกตัวเองว่าวรรณกรรมเยาวชนเล่มนี้เขียนโดย เคท ดิคามิลโล นักเขียนชาวอเมริกัน เนื้อหาว่าด้วยตุ๊กตากระต่ายที่ผิวกายเป็นกระเบื้องซึ่งโชคชะตาพาให้พลัดพรากจากเจ้าของ ทำให้ชีวิตของสิ่งที่ไม่น่ามีชีวิตต้องออกไปเผชิญชะตากรรมต่างๆ ซึ่งเหตุการณ์ที่เข้ามาปะทะเจ้ากระต่ายกระเบื้องนอกจากมันจะเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร เราเชื่อว่ามันยังเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างข้างในของคนอ่านด้วย

ผ่านพบไม่ผูกพัน

ผ่านพบไม่ผูกพัน

ผู้เขียน : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
สำนักพิมพ์ : สามัญชน
ปีที่พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2548
พิกัด : บูทสามัญชน โซน Mainfoyer, X06

ความจริงที่ถูก เราควรแนะนำว่าหนังสือทุกเล่มของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ในงานควรพากลับบ้านทั้งหมด เพราะหนังสือหลายเล่มถูกลักพาตัวไปจากแผงหนังสือแล้วแต่ยังหาซื้อได้ที่บูทสามัญชน โดยเฉพาะงานเขียนยุคแรกๆ อย่าง เดินป่าเสาะหาชีวิตจริง ที่บันทึกโมงยามตั้งแต่ช่วงที่เขายังอยู่ในป่า หรือ เร่ร่อนหาปลา บันทึกชีวิตอีกเล่มที่สะท้อนความสัมพันธ์ของชีวิตเขากับสายน้ำ ส่วน ผ่านพบไม่ผูกพัน เป็นงานอีกเล่มที่เราชอบ แม้บนหน้าปกจะเขียนอธิบายว่านี่คือ ‘ห้วงคำนึงจากการเดินทาง’ แต่เมื่ออ่านจะพบว่า หนังสือเล่มนี้หาใช่หนังสือบันทึกเดินทางแบบที่เราคุ้นชิน หากแต่มันเป็นการมุ่งสำรวจภายในจากสิ่งที่มาปะทะภายนอก เป็นงานที่แม้ใครไม่เคยอ่านงานของเสกสรรค์มาก่อน ก็น่าจะรู้สึกร่วมได้ไม่ยาก

ขัปปะ

ขัปปะ

ผู้เขียน : ริวโนะซุเกะ อะคุตะงาวะ
ผู้แปล : กัลยาณี สีตสุวรรณ
สำนักพิมพ์ : เม่นวรรณกรรม
พิมพ์ครั้งที่สาม : พ.ศ. 2554
พิกัด : บูทอัลเทอร์เนทีฟ ไรเตอร์ โซน Plenary Hall, D01

แม้จะเป็นเรื่องราวที่เขียนขึ้นมากว่า 50 ปีก่อน แต่ทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ช่างร่วมสมัยเหลือเกิน ขัปปะ ผลงานเรื่องสุดท้ายของริวโนะซุเกะ อะคุตะงาวะ ผู้เขียน ราโชมอน เล่าถึงเรื่องราวชวนหัว ขบขัน และเสียดสีสังคมมนุษย์ ผ่านความทรงจำของคนไข้หมายเลข 23 ในโรงพยาบาลโรคจิต ผู้พลัดถิ่นไปเข้าไปในเมืองขัปปะ สัตว์ในตำนานเรื่องเล่าของญี่ปุ่น ความเชื่อและวิถีชีวิตที่ทั้งเหมือนและแตกต่างจากมนุษย์โลก สะท้อนความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของสังคมชาวเรา แวบหนึ่งที่อ่าน เรารู้สึกว่าตัวเองอาจจะเป็นขัปปะที่หลงทางเข้ามาในโลกมนุษย์ในบางที “สิ่งที่ข้าพเจ้าเห็นแปลกและตลกก็ตรงที่ขัปปะไม่สวมอะไรปกปิดร่างกายท่อนล่างเลย วันหนึ่งข้าพเจ้าจึงถามบัคเรื่องนี้ บัคแหงนหน้าหัวเราะเสียยกใหญ่ แถมตอบว่า ‘การที่ท่านปิดบังน่ะซีตลก’”

สู่อนันตกาล : ชีวิตฉัน และสตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง

สู่อนันตกาล : ชีวิตฉัน และสตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง

ผู้เขียน : เจน ฮอว์กิ้ง
ผู้แปล : โคจร สมุทรโชติ
สำนักพิมพ์ : โพสต์บุ๊กส์
ปีที่พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2553
พิกัด : บูทสำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ โซน Plenary Hall, L26

หากเราพูดถึงชีวิตของ สตีเฟน ฮอว์กิ้ง นักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้ล่วงลับ จะพบว่าสิ่งที่น่าสนใจมีหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีที่เขาค้นพบ ความสามารถอันเอกอุของเขา รวมถึงชีวิตในมิติอื่นๆ ซึ่ง สู่อนันตกาล : ชีวิตฉัน และสตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง ถือเป็นหนังสือที่ดีมากอีกเล่มในการทำความเข้าใจตัวตนของสตีเฟ่นในฐานะปุถุชนคนธรรมดาผ่านสายตาและความทรงจำของ เจน ฮอว์กิ้ง อดีตคนรักที่เคยยืนหยัดเคียงข้างเขามาก่อน ยิ่งหลังการจากไปของ ทำให้หนังสือความหนาหกร้อยกว่าหน้าเล่มนี้ถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง

Writers

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

เคยคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าสตรีมมิ่งแต่ละเจ้ามาแข่งขันหรือชนกันให้รู้แล้วรู้รอด กำไรมีแต่จะตกมาถึงคนดู ทำให้ “นี่มันเป็นปีที่ดีอะไรเช่นนี้ (What a lovely year)” คงเป็นวลีเหมาะสมที่สุดแล้วล่ะครับที่เราจะใช้บรรยายปี 2022 หากต้องการนิยามถึงการแข่งขันกันของอุตสาหกรรมโทรทัศน์และสตรีมมิ่ง เพราะเป็นปีที่ทุกค่ายต่างงัดไม้เด็ดของตัวเองออกมาสู้บนเวทีอย่างไม่มีใครยอมใคร คนเดียวที่จะยอมก็คือเราที่ยอมควักเงินจ่ายมันทุกเจ้า

เพราะในปีนี้เรามีทั้ง Stranger Things ซีซั่น 4, 1899 (จากผู้สร้าง Dark), The Midnight Club (จากผู้สร้าง The Haunting of Hill House, The Haunting of Bly Manor และ Midnight Mass) และ The Sandman มหากาพย์ดาร์กแฟนตาซีของ Netflix, ฝั่ง Disney+ มีซีรีส์จักรวาล Star Wars ที่น่าจับตาอย่าง Andor และการกลับมาของตัวละครในตำนานใน Obi-Wan Kenobi กับซีรีส์ Marvel หลายเรื่อง ฝั่ง Apple TV+ ก็ปล่อยของไม่หยุดไม่หย่อน และฝั่งยักษ์ใหญ่ประจำวงการอย่าง HBO มีทั้ง Westworld ซีซั่น 4, Euphoria ซีซั่น 2 กับซีรีส์ที่คนดูมากที่สุดในปีนี้อย่าง House of the Dragon ภาค Prequel ตระกูลมังกรของ Game of Thrones ที่กระแสตอบรับและคำวิจารณ์ดีถล่มทลาย

และหลังจากที่มี The Boys ซีซั่น 3 เป็นตัวชูโรงเรียกเสียงฮือฮาไปได้ตลอดการออนแอร์ Prime Video อีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปเมื่อเดือนที่แล้ว ก็ได้ส่งผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่ใหม่อย่าง ‘The Lord of the Rings: The Rings of Power’ เข้าสู่สังวียน ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นน่าจับตามองที่สุดในปี รวมถึงโค้ชของผู้เล่นคนนี้ (ผู้สร้างซีรีส์) ก็ได้รับแรงกดดันมากที่สุดในเวทีนี้เช่นกัน เพราะจะต้องสร้างซีรีส์จากจักรวาลแฟรนไชส์ที่มีคนหลงรักมากที่สุดในโลก

บทความนี้จะเป็นการกางข้อมูลให้กับทุกคนที่สนใจชมซีรีส์ถึงที่มาที่ไป แนวคิดผู้กำกับ ความแตกต่าง และทุกสิ่งที่ควรทราบก่อนการรับชมครับ ทั้งสำหรับแฟนนิยาย J. R. R. Tolkien และผู้ที่สนใจซีรีส์​ The Rings of Power

The Rings of Power ซีรีส์ทุนสร้างสูงที่สุดในโลก 

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

ปี 2017 มีการประมูลสุดดุเดือดระดับภูเขาไฟเกิดขึ้น นั่นก็คือการประมูลลิขสิทธิ์สร้างซีรีส์จากภาพยนตร์ The Lord of the Rings และ The Hobbit ของ Warner Bros. มีตัวเก็งที่ใส่สูทนั่งทำหน้าเข้ม และสปอตไลต์ฉายแสงบ่อยที่สุดคือ Prime Video, Netflix และ HBO โดยเป็นการเริ่มต้นที่ 200 ล้านดอลลาร์ฯ และด้วยความที่ Jeff Bezos หนึ่งในชายที่รวยที่สุดในโลก และเคยอยู่อันดับหนึ่งเป็นเจ้าของ Amazon Prime Video เรื่องเลยจบลงที่ 250 ล้านดอลลาร์ฯ และใช่ครับ นี่แค่ค่าลิขสิทธิ์เท่านั้น

ซีรีส์ The Ring of Power ใช้ทุนสร้างราว ๆ 500 ล้านดอลลาร์ฯ (จะให้ถูกคือ 465 ล้านดอลลาร์ฯ บวกค่าโปรโมตทำการตลาด) ต่อแค่ 1 ซีซั่นเท่านั้นครับ นั่นทำให้ซีรีส์เรื่องนี้คือซีรีส์ที่ดูก็รู้ว่าผู้ออกทุนกระเป๋าหนักที่สุดในโลก 

Jeff Bezos เองก็เป็นหนึ่งในแฟนของ The Lord of the Rings รวมถึงลูกชายของเขาที่พูดกับพ่อตรง ๆ ว่า “พ่อ อย่าทำมันพังนะครับ ผมไหว้ล่ะ” เขาเลยอัดฉีดให้กับซีรีส์เต็มที่ เพื่อขยับขยายและทำให้ Prime Video เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วยเรื่องที่มั่นใจได้ว่าคนทั่วโลกให้ความสนใจ และทุนสร้างนี้ถูกนำไปใช้เนรมิตให้ภาพและฉากต่าง ๆ ออกมาอลังการงานสร้างที่สุด ตั้งแต่ฉากที่โชว์นาน ไปจนถึงฉากกับช็อตที่โผล่มาสั้น ๆ ซึ่งทำเอาคนดูคิดในใจว่า ไม่ต้องลงทุนขนาดนั้นก็ได้มั้ง แต่ก็ยังทำภาพรวมออกมาได้ราวกับภาพยนตร์มากที่สุด และถ้าจะให้เทียบ The Rings of Power ค่อนข้างมีภาพคล้ายกับ The Hobbit ครับ โดยที่เมกอัพทำระดับเดียวกับ The Lord of the Rings

นอกจากพร็อพ คอสตูม การเนรมิตฉากต่าง ๆ แล้ว สิ่งที่โชว์ออฟว่า The Rings of Power เล่นใหญ่เกินคำว่าซีรีส์คือซีจีที่จัดเต็มถึงขั้นใช้ 20 สตูดิโอในการทำ ศิลปินกว่า 1,500 คน และมีช็อตที่ใช้ซีจีเกือบหมื่นช็อตเลยทีเดียว และอะไรพวกนี้คือผลลัพธ์จากทุนสร้างมหาศาล 

ที่มาในการดัดแปลงและทีมผู้สร้าง 

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

คำถามที่ขับเคลื่อนซีรีส์เรื่องนี้คือ “เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะสรรสร้างเรื่องราวที่ Tolkien ไม่เคยเขียน และทำเป็นซีรีส์ระดับมหึมาอลังการงานสร้าง ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นในตอนนี้ ยุคนี้ ช่วงเวลานี้เท่านั้น”

ซีรีส์อำนวยการสร้างโดย John D. Payne กับ Patrick McKay กำกับโดย J.A. Bayona จากภาพยนตร์ The Impossible (2012) และ A Monster Calls (2016) ทั้งผู้สร้างและผู้กำกับต่างได้รับแรงกดดันจากการที่ต้องมากุมบังเหียนซีรีส์ที่มีฐานแฟนเยอะที่สุดในโลกครับ โดยผู้สร้าง John D. Payne ตั้งใจทำออกมาให้เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี มีกลิ่นอายความผจญภัยสนุก ๆ ที่บางครั้งก็มีอะไรให้กลัว ให้รู้สึกถึงความดาร์ก ความซับซ้อน และความคมคายในเวลาเดียวกัน 

นอกจากนี้ยังประกาศแน่วแน่ว่าจะทำให้มันเล่นใหญ่ และเล่นเล็กอย่างเล่นใหญ่ไปพร้อม ๆ กัน เช่น จากปกติที่เราได้เห็นออร์คในสงครามเป็นร้อยเป็นพัน ผู้สร้างกลับนำมาคิดอีกมุมว่า จะเป็นอย่างไรหากเราต้องสู้กับออร์คเพียงตัวเดียวในสถานการณ์หนึ่ง ซึ่งดูเป็นเรื่องใหญ่ไม่ต่างจากในสงคราม

ประเด็นไม่เคารพต้นฉบับ

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

The Rings of Power มีประเด็นไม่เคารพต้นฉบับตั้งแต่ปล่อยภาพนิ่งกับตัวอย่างออกมา เกี่ยวข้องตั้งแต่ชุด ฉาก หน้าตาตัวละคร ทรงผม และสีผิว จนเกิดการตั้งคำถามมากมาย (ไหนจะเรื่องที่ผู้กำกับภาพยนตร์ The Lord of the Rings และ The Hobbit อย่าง Peter Jackson ถูกชวนให้มาเกี่ยวข้อง แต่พอถามถึงบทก่อนค่อยว่ากัน แล้วสตูดิโอบอกว่าจะส่งบทให้ Peter อ่าน จากนั้น Peter ก็ไม่ได้รับการติดต่อหรือมีส่วนด้วยเลยนับตั้งแต่วันนั้นอีก) สาเหตุเรื่องนี้ค่อนข้างเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องลิขสิทธิ์และแนวคิดในการสร้าง ที่ต้องการสำรวจและนำอะไรใหม่ ๆ มาสู่จักรวาล Tolkien ในแบบฉบับของตัวเองครับ 

นั่นก็เพราะ Prime Video ได้ลิขสิทธิ์แค่ The Fellowship of the Ring, The Two Towers, The Return of the King และ The Hobbit ซึ่งเป็นเรื่องราวในยุคที่ 3 แต่ไม่สามารถเข้าถึงหรือดัดแปลงจากที่มาสำคัญอย่าง The Silmarillion, Unfinished Tales, The History of Middle-earth และหนังสือเล่มอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะ Akallabêth ซึ่งเป็นที่มาที่ขาดไม่ได้ของ Sauron และอาณาจักร Númenor ด้วยข้อจำกัดตรงที่ต้องวาดภาพเองจากเรื่องราวต้นฉบับที่เป็น Sequel และห่างไกลหลายพันปี บวกกับวิชั่นของผู้สร้างที่อยากเติมอะไรใหม่ ๆ เข้าไป หลายอย่างก็เลยเป็นการตีความและคิดเรื่องราวขึ้นมาเอง โดยทำให้บรรยากาศกับกลิ่นอายใกล้เคียงกับหนังต้นฉบับมากที่สุด แต่ก็จงใจทำให้แตกต่างเพื่อเลี่ยงข้อเปรียบเทียบและคอนเนกชันที่ดูชัดเกินไปจนตีกรอบซีรีส์เกินความจำเป็น และนั่นส่งผลให้ซีรีส์ถูกมองว่าตีความใหม่โดยออกแนวบิดเบือน จนถึงการถูกวิจารณ์ว่าเป็น ‘แฟนฟิกชัน’

เรื่องผิดถูกอาจพูดยากกว่าถูกใจไม่ถูกใจ หรือเคารพไม่เคารพ แต่ถ้าถามความเห็นจากผู้ประพันธ์อย่าง J.R.R. Tolkien เขาเคยกล่าวไว้ในปี 1951 ว่า 

“ความตั้งใจของผมคือการเขียนวาดเรื่องราวเป็นวงกลมวงใหญ่ที่ยังสเก็ตช์และสร้างผังไม่เสร็จดี วงกลมที่เมื่อนำไปก่อร่างสร้างต่อจะเป็นภาพรวมที่ยอดเยี่ยม ตื่นตาตื่นใจ ถึงกระนั้นก็ทิ้งที่เหลือไว้ให้กับมือและความคิดของผู้อื่น ในการที่จะวาดภาพระบายสี ใส่เพลงประกอบ และแต่งเติมเรื่องราว สถานการณ์ และตัวละครให้กับมัน”

บอกเล่าเรื่องราวในยุคสอง

คู่มือฉบับสมบูรณ์ของ The Lord of the Rings: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกมหากาพย์แฟนตาซีแห่ง Middle-earth

เรื่องราวใน Middle-earth หรือมัชฌิมโลกของ J.R.R. Tolkien กว้างใหญ่ไพศาลและกินระยะเวลายาวนานถึง 9,000 ปี แบ่งเป็น 4 ยุค คือยุคแรกคือยุคแห่งการสร้างโลกที่มีวายร้ายหลักคือ Melkor หรือ Morgoth ในสมัยที่ Sauron ยังเป็นลูกกระจ๊อก ยุคสองคือยุคที่ Sauron ขึ้นสู่อำนาจและเรืองอำนาจ กับยุคที่แหวนถูกสร้างขึ้น ยุคสามคือยุคของเหตุการณ์ในฉบับภาพยนตร์ และยุคที่สี่คือ Age of Men ช่วงเวลาสงบสุขหลังจากสงครามแหวนจบลง

และ The Rings of Power ดัดแปลงจากยุคที่สอง กินระยะเวลานานถึง 3,441 ปี และเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในยุคสามของภาพยนตร์ราว ๆ 4,900 ปีเลยทีเดียวครับ The Ring of Power คือการนำเอาเนื้อหาใน 5 นาทีแรกของ The Followship of the Rings (The Lord ภาคแรก) ที่กล่าวถึงแหวน 20 วง ที่ 3 วงครอบครองโดยเอลฟ์ 7 วงครอบครองโดยคนแคระ 9 วงครอบครองโดยมนุษย์ และ 1 วงที่มีอำนาจเหนือแหวนทั้งหมด (One Ring to Rule Them All) มาขยายเป็น 5 ซีซั่น นี่จึงเป็นเรื่องราวที่จะมีทั้งมนุษย์ เอลฟ์ คนแคระ เป็นตัวละครหลัก รวมไปถึงเล่าจุดกำเนิดของแหวนเอกธำมรงค์และยุคที่ยิ่งใหญ่ รวมถึงจุดการล่มสลายของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Númenor 

จอมมาร Sauron

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

จอมมาร Sauron ในซีรีส์เรื่องนี้ หลังจากพ่ายแพ้ ถูกโค่นจนต้องหลบซ่อนตัวและรอดเร้นมาจนถึงยุคที่สอง ก็ได้อาศัยความเป็นนักเวทย์และจอมแปลงร่าง หลบอยู่ในกายหยาบนาม Annatar เพื่อสอนและหลอกลวงเอลฟ์ชื่อ Celebrimbor ในการสร้างแหวน 19 วงขึ้นมา และ Sauron เองได้แอบสร้างแหวนเอกธำมรงค์เพื่อใช้ควบคุมผู้สวมแหวนทุกวง และสร้างกองทัพออร์คกับโทรลเพื่อมาต่อกรกับมนุษย์และเอลฟ์ จึงกล่าวได้ว่าแม้เราจะไม่ได้เห็นต้นกำเนิดของ Sauron แต่ในแง่หนึ่งนี่ก็คือต้นกำเนิดของ Sauron ที่พ่วงกับเรื่องราวของแหวนด้วยครับ

รู้จักตัวละครหลักและตัวละครหน้าคุ้น

คู่มือฉบับสมบูรณ์ของ The Lord of the Rings: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกมหากาพย์แฟนตาซีแห่ง Middle-earth

ว่าด้วยตัวละครเก่าก่อน นอกจาก Sauron ตัวละครหน้าคุ้นของเรื่องนี้คือเอลฟ์ทั้งสามอย่างท่านหญิง Galadriel รับบทโดย Morfydd Clark กับ Elrond รับบทโดย Robert Aramayo (Ned Stark วัยหนุ่มในซีรีส์ Game of Thrones) ที่ในต้นฉบับเป็นลูกเขยและแม่ยาย แต่เรื่องนี้เป็นเพื่อน และราชาเอลฟ์ Gil-galad ที่แน่นอนว่าเปลี่ยนนักแสดง รวมถึงตัวละคร Isildur ผู้ตัดนิ้ว Sauron ที่เป็นบรรพบุรุษของ Aragorn ตัวละครหลักในไตรภาค The Lord of the Rings อีกด้วยครับ 

และยังมีตัวละใหม่เผ่าเอลฟ์/ตัวละครเอลฟ์ที่ไม่เคยเห็น ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญอย่าง Celebrimbor กับเอลฟ์ทหารที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน อย่าง Arondir (เอลฟ์ผมเกรียนผิวสีที่เด่น ๆ ในตัวอย่าง) ด้วยเช่นกัน

ทางด้านเผ่า Hobbit ที่ปกติขาดไม่ได้ เนื่องจากตามตำนานไม่เคยมีบทบาทสำคัญอะไรก่อนยุคที่ 3 เราจึงไม่ได้รับรู้เรื่องราวของพวกเขา แต่จะเป็นเรื่องราวเผ่าบรรพบุรุษอย่าง Harfoot แทนครับ และซีรีส์ใช้ตัวละคร Elanor ‘Nori’ Brandyfoot กับ Poppy Proudfellow ที่คล้าย Frodo และ Sam มาขับเคลื่อนเรื่องราว

Durin IV เป็นตัวละครสำคัญฝั่งคนแคระ กับภรรยา องค์หญิง Disa

ส่วนเผ่ามนุษย์มี Bronwyn กับ Theo ลูกชายที่ค้นพบดาย ดูจะเกี่ยวข้องบางอย่างกับ Sauron และอำนาจมืด Halbrand ผู้ช่วยชีวิต Galadriel และตัวละครปริศนาที่ดูจะเป็นอีกหนึ่งใจกลางของเรื่องราวนี้ ซึ่งถูกเรียกว่า The Stranger 

คู่มือฉบับสมบูรณ์ของ The Lord of the Rings: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกมหากาพย์แฟนตาซีแห่ง Middle-earth

มีกี่อีพี กี่ซีซั่น และรับชมได้ทางไหน

ซีรีส์ The Rings of Power ได้รับการอนุมัติซีซั่นแรกและซีซั่นสองล่วงหน้าแล้วครับ และถูกวางโครงเรื่องล่วงหน้าไว้แล้ว 5 ซีซั่นด้วยกัน สำหรับซีซั่น 1 ของซีรีส์เรื่องนี้จะมี 8 อีพี 2 อีพีแรกรับชมได้แล้ววันนี้ทาง Prime Video และอีพีต่อ ๆ ไป จะมาทุกวันศุกร์ เวลา 11.00 น.

ข้อมูลอ้างอิง 

www.vanityfair.com/hollywood/2022/02/amazon-the-rings-of-power-series-first-look

www.vulture.com/article/lord-of-the-rings-the-rings-of-power-plot-explained.html

collider.com/how-rings-of-power-ties-into-lord-of-the-rings/

Writer

โจนี่ วิวัฒนานนท์

แอดมินเพจ Watchman ลูกครึ่งกรุงเทพฯ-นนทบุเรี่ยน และมนุษย์ผู้มีคำว่าหนังและซีรีส์สลักอยู่บนดีเอ็นเอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load