19 Sep 2017
2 PAGES
2 K

ณ หมู่บ้านพลัมในประเทศฝรั่งเศสของ Thich Nhat Hanh (ติช นัท ฮันห์) ภิกษุชาวเวียดนาม มีป้ายแผ่นหนึ่งติดอยู่ บนป้ายนั้นมีตัวอักษรดำสนิทจากการตวัดพู่กันเขียนเป็นถ้อยคำสั้นๆ

‘I am truly home’  หรือ ฉันถึงบ้านแล้วอย่างแท้จริง

ความหมายของบ้านนั้นคือสิ่งใด ติช นัท ฮันห์ ลี้ภัยจากเวียดนามมาสู่ฝรั่งเศส หากบ้านคือถิ่นที่ซึ่งเราหยั่งรากชีวิตไว้ แผ่นดินแปลกหน้าอย่างฝรั่งเศสนับเป็นบ้านได้จริงหรือไม่ ต้องใช้เวลานานแค่ไหนรากที่ถูกถอนจึงงอกงามอีกครั้ง

แต่บ้านหลังนี้ของติช นัท ฮันห์ ไม่ใช่สถานที่จับต้องได้ หากคือ ‘ปัจจุบันขณะ’ สิ่งที่ข้ามพ้นข้อจำกัดของพื้นที่และระยะทาง เพราะอดีตนั้นจบสิ้นไปแล้ว อนาคตก็ยังไม่มาถึง การมีชีวิตอยู่หรือการกลับบ้านอย่างแท้จริงจึงหมายถึงการตื่นรู้อยู่ในที่นี่ เดี๋ยวนี้ เท่านั้น หากไปถึงได้ เราจะพบความสงบสุขยืนรออยู่ แล้วเมื่อเนื้อหัวใจเราพร้อมสมบูรณ์ สิ่งที่งดงามมากมายจะงอกงามขึ้น

Walk With Me คือหนังสารคดีที่จะพาเราไปติดตามวิถีของภิกษุนิกายเซนที่มีคนเปรียบว่าเหมือนโยดาห์ในภาพยนตร์ Star Wars และชาวหมู่บ้านพลัม มองเผินๆ ไม่นับการสวดมนต์ ทำสมาธิ กิจวัตรของพวกเขาไม่ต่างจากเรา กินข้าว เดินเล่น เล่นดนตรี

แต่ที่จริงแล้ว พวกเขากำลังหาเส้นทางและเดินกลับ ‘บ้าน’ หลังนี้

แค่มีสติรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร ฟังดูเหมือนง่าย แต่ตอนนี้คุณรู้หรือเปล่าว่าตัวเองกำลังหายใจเข้าหรือออก เรามักวิ่งวุ่นอยู่นอกปัจจุบัน ในสารคดีเรื่องนี้ เราจึงได้เห็นหมู่บ้านพลัมใช้นานาวิธีเพื่อสอนคนกลับถึงบ้าน และแม้การกลับบ้านจะฟังดูอุดมคติเหลือเกิน แต่สิ่งที่คุณจะได้เห็นใน Walk With Me คือมนุษย์ที่มีความเป็นมนุษย์เต็มเปี่ยม คนที่มีความรู้สึก รำคาญ เบื่อหน่าย หัวเราะ ร้องไห้ ไม่ต่างจากผู้ชม แต่ขณะเดียวกันก็มุ่งมั่นหาทางกลับสู่บ้านที่แท้จริง

ภาพฟุตเทจวิถีชีวิตของชาวหมู่บ้านพลัมแทรกสลับด้วยภาพธรรมชาติงดงาม และถ้อยคำกินใจที่ติช นัท ฮันห์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับโนเบลสาขาสันติภาพเคยเขียนไว้ ทุกอย่างไหลไปเรียบเรื่อยเหมือนการค่อยก้าวเดิน คนชอบหนังฉูดฉาด สนุกสนาน อาจไม่ถูกใจ แต่สำหรับคนที่สนใจเรื่องศาสนาหรือเรื่องเชิงจิตวิญญาณ หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์คุณแน่นอน ยิ่งถ้าใครเคยมีประสบการณ์ใกล้เคียงอย่างการตามย่ายายไปวัดหรือการปฏิบัติธรรม จะเข้าใจทุกอย่างได้ง่ายขึ้น 1 ระดับ และรับรอง ความทรงจำเหล่านั้นจะฟุ้งกระจายขึ้นมาจับใจอีกครั้ง

ที่สำคัญ ในหนังเรื่องนี้คุณจะได้เห็นว่าการกลับบ้านของชาวหมู่บ้านพลัมอาจไม่ง่ายดาย หากไม่โดดเดี่ยว ทางเส้นนั้นมีมาสเตอร์โยดาห์นำอยู่ข้างหน้า และมีเพื่อนร่วมทางมากมายชวนอุ่นใจ เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีกฎเกณฑ์กีดกั้น ในฉากปลงผมผู้ที่สมัครใจเข้าใช้ชีวิตที่หมู่บ้านพลัม ฉันเห็นการร่วงหล่นของเส้นผมหลากหลายลักษณะ จากศีรษะของผู้คนหลากเพศ วัย เชื้อชาติ ก่อนที่ทุกคนจะกลายเป็นชาวหมู่บ้านพลัมอย่างเท่าเทียม

เรากำลังฝึกฝนไปด้วยกัน-ภิกษุรูปหนึ่งบอกกับผู้มาเยือนที่ไม่เคยรู้จักไว้อย่างนั้น (และพร้อมกับที่เห็นพวกเขามีเพื่อนร่วมทาง คนดูอย่างฉันก็อดอุ่นใจขึ้นมาไม่ได้ว่า ข้างนอกนั่นมีคนมากมายสงสัย ตามหาความหมายชีวิต ไม่ต่างกัน)

อีกความหมายของการไม่โดดเดี่ยวที่ฉันพบคือ เมื่อกลับบ้าน เราจะตระหนักว่าตัวเองเชื่อมโยงกับสรรพสิ่ง และทุกอย่างนั้นเคลื่อนเวียนเป็นวัฏฏะ เมื่อเด็กน้อยถามหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ว่าทำอย่างไรจึงจะไม่เศร้าใจมากเมื่อหมาที่รักจากไป หลวงปู่จึงตอบว่า หากเธอชอบก้อนเมฆสักก้อนแล้วมันหายไป แท้จริงมันไม่สูญหาย หากกลั่นตัวเป็นสายฝนที่จะกลายเป็นน้ำชาในถ้วย เมื่อเธอจิบชา ถ้วยชาใบนั้นย่อมมีก้อนเมฆที่รักลอยล่องอยู่  

We are going home และเพราะอย่างนั้น โลกนี้ที่มาเยือนและจะจากไปโดยลำพังจึงงดงาม ไม่เดียวดายเกินทน

CONTRIBUTOR

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่