8 พฤศจิกายน 2561
19 K

ตำบลวัดเกต จังหวัดเชียงใหม่ คือหนึ่งในย่านที่ยังคงรักษาอาคารบ้านเรือนในพื้นที่ให้คงเดิม โดยไม่ให้มีการทุบหรือทำลาย เพื่อสอดคล้องกับความร่วมมือของเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่คงอยู่กับชาวเชียงใหม่

บ้านไม้โบราณ อาคาร แม้กระทั่งโรงแรมที่ปลูกสร้างมาตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็ก จนช่วงชีวิตที่ฉันขับมอเตอร์ไซค์ไปเรียนที่โรงเรียนเอกชนในย่านนั้น ทุกอย่างแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ อาจมีร้านค้า โรงแรมมีชื่อ หรือคอนโดมิเนียม ถูกสร้างขึ้นมาใหม่บ้าง แต่การมาใหม่ของอาคารที่ทันสมัยกลับไม่ส่งผลใดๆ กับอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ตราบจนปัจจุบัน

‘บ้านอรพินท์ เฮอร์ริเทจ Bed & Breakfast’ คือหนึ่งในสถานที่เหล่านั้น

บ้านอรพินท์ บ้านอรพินท์

ใช้เวลาขับรถตรงจากถนนเจริญราษฎร์ ตำบลวัดเกต เพียงอึดใจ เบื้องหน้าของฉันเปรียบเหมือนฉากหนึ่งในละครพีเรียดที่ฉันเคยดูกับแม่ในค่ำคืนวันธรรมดา บ้านไม้สีขาวที่เก่าตามกาลเวลาตั้งสง่าอยู่กลางพื้นที่ ฉันสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นและสงบ

ดูกลายๆ เหมือนเป็นบ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่จริงๆ หากแต่พบชาวต่างชาติเดินสวนออกมาจากบ้านเป็นระยะ ที่นี่คือเกสต์เฮาส์ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2547 พื้นที่ทั้งหมดในบ้านไม้เก่าได้รับการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อต้อนรับแขกที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนเข้ามา

พนักงานนำกาแฟดำมาเสิร์ฟตรงหน้า ฉันละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ และมองดูบรรยากาศรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าฉันยังอยู่ในภาพความจริง จนกระทั่ง คุณโอ-โอภาส อนุชนา ทายาทของบ้านอรพินท์ เฮอร์ริเทจฯ เข้ามาต้อนรับ

กาแฟหมดแก้ว-ฉันกำลังจะได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากคุณโอ ถึงการคงบ้านนี้เอาไว้ให้เป็นบ้านแทบจะหลังเดียวในเชียงใหม่ที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความทรงจำ อีกทั้งการปรับเปลี่ยนสถานที่นี้ให้กลายเป็นที่พัก จนกลายเป็นที่รักของนักเดินทางที่พักผ่อนในจังหวัดเชียงใหม่

บ้านอรพินท์

บ้านเก่า

ในสมัยรัชกาลที่ 6 วัดเกตคือหนึ่งในย่านการค้าสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยเป็นย่านชุมชนที่มีคนจีนอาศัยเยอะ จึงนิยมทำการค้าทางน้ำ ต้นตระกูลดั้งเดิมของคุณโอประกอบอาชีพขนส่งสินค้า มีข้าวเป็นสินค้าหลัก โดยบรรพบุรุษอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านปัจจุบันซึ่งมีขนาดเกือบ 3 ไร่ และใช้บริเวณรอบบ้านเป็นที่เก็บสินค้าเพื่อรอจำหน่าย

เวลาต่อมา การคมนาคมรูปแบบอื่นอย่างรถไฟ ทั้งการตัดถนนใหม่จนรถยนต์เข้ามา ทำให้การขนส่งทางเรือนั้นค่อยๆ ถูกลดความนิยมลงไปในที่สุด

“เดิมทีบ้านนี้เป็นของคุณตาแดง ต้นตระกูลของเรา ท่านเริ่มก่อสร้างบ้านหลังนี้ในปี 2457 ท่านออกแบบบ้านหลังนี้เอง เป็นสไตล์โคโลเนียลตามแนวทางการก่อสร้างในยุคนั้น ซึ่งคุณตาได้เพิ่มการตกแต่ง โดยเพิ่มลายฉลุ การแกะสลักไม้ และรายละเอียดการออกแบบเล็กๆ น้อยๆ แบบล้านนาเข้าไป วัสดุหลักๆ เป็นไม้สัก ส่วนมากคุณตาคุมการก่อสร้างเอง แต่ก็จ้างช่างจากเมืองจีนมาช่วยด้วย” คุณโอเล่าจุดเริ่มต้นการก่อสร้างบ้านหลังนี้

บ้านอรพินท์

เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นบ้านให้เช่า

หลังจากความเจริญเข้ามาในเมืองเชียงใหม่ และเวลาล่วงเลยเปลี่ยนผ่าน ในช่วง พ.ศ. 2531 คุณแม่อรพินท์ ทายาทของคุณตาแดง จึงปรับเปลี่ยนพื้นที่ในบ้าน โดยการปลูกบังกะโลเล็กๆ รอบๆ บ้านหลังใหญ่เพื่อปล่อยเช่ารายเดือน

จึงเป็นที่มาของชื่อ ‘บ้านอรพินท์’ ในปัจจุบัน ซึ่งตั้งเพื่ออุทิศกับให้กับคุณแม่อรพินท์นั่นเอง

บ้านอรพินท์ บ้านอรพินท์

“ช่วงนั้นมหาวิทยาลัยพายัพยังตั้งอยู่ฝั่งรัตนโกสินทร์ใกล้กับย่านวัดเกต ก่อนที่จะย้ายไปฝั่งแม่คาวในปัจจุบัน เลยมีนักศึกษาอยู่ในย่านนี้ แต่หอพักไม่พอ ชุมชนแถวนี้จึงเปิดบ้านเช่าเล็กๆ ให้นักเรียน นักศึกษา เช่าอยู่ นอกจากนี้ มีพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในตลาดวโรรส หรือที่คนเชียงใหม่เรียกว่ากาดหลวง มาเช่าอยู่อาศัย

“จนถึงรุ่นคุณพ่อ เขากั้นลานโล่งด้านหลังบ้านให้เป็นห้องเล็กๆ เพื่อให้คนมาเช่า แต่พอมารุ่นเรา เราก็เอาที่กั้นห้องออกให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมเหมือนบ้านในยุคสมัยก่อนที่เป็นลานโล่ง”

คุณโอเล่าถึงรายละเอียดการพัฒนาและปรับปรุงบ้านในยุคคุณพ่อ

บ้านอรพินท์ บ้านอรพินท์

“อีกหนึ่งจุดที่คุณพ่อเปลี่ยนคือ เมื่อก่อนใต้ถุนบ้านจะเปิดโล่งไว้ คนเฒ่าคนแก่ในย่านนี้เคยเล่าให้ฟังว่าสมัยเด็กๆ เขาเคยมาวิ่งเล่นใต้ถุนบ้านของเรา แต่มาในรุ่นของเรา เราปิดใต้ถุนบ้านเป็นห้องอีกห้องหนึ่ง สังเกตได้จากขั้นบันไดที่ยังอยู่ ทำให้เห็นว่านี่คือชานบ้านเก่า”

บ้านอรพินท์

ปัจจุบันวัสดุตกแต่งบ้านโบราณ ทั้งเสาสรไนยที่ถูกประดับไว้บนหลังคาบ้านหลายจุด ไม้เก่าที่ฉลุเป็นลายฉลุบางส่วน ถูกปลดลงและเก็บรักษาไว้พร้อมๆ กับข้าวของเครื่องใช้ เช่น ชุดจานชามโบราณ หรือปิ่นโตเก่า ที่คุณแม่อรพินท์ใช้เป็นภาชนะสำหรับใส่อาหารเพื่อเลี้ยงพระ ภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ 7 และภาพวาดบ้านไม้หลังนี้สมัยเพิ่งสร้างเสร็จ ถูกประดับตกแต่งไว้ในส่วนบ้านเก่าเพื่อเป็นพื้นที่ระลึกความทรงจำ

บ้านอรพินท์

เปลี่ยนบ้านให้เช่าเป็นบ้านพัก

เมื่อเดินทะลุจากห้องรับรองด้านหน้าของบ้าน นอกจากส่วนต้อนรับแล้ว เราจะพบพื้นที่ชานหลังบ้าน ซึ่งเป็นส่วนห้องอาหารเช้า ด้วยคอนเซปต์ Bed & Breakfast ของบ้านอรพินท์ เฮอร์ริเทจฯ แขกผู้เข้าพักจะได้สัมผัสบรรยากาศการทานอาหารเช้าในบ้านโบราณที่แทบไม่มีการตกแต่งเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้เข้าพักรู้สึกเหมือนใช้ชีวิตในบ้านและเมืองเชียงใหม่ยุคเก่า

บ้านอรพินท์

บ้านอรพินท์ เฮอร์ริเทจฯ มีห้องพักแบ่งได้เป็น 3 อาคาร รวม 15 ห้อง อาคารแรกถูกสร้างใน พ.ศ. 2547 หลังจากที่คุณโอเข้ามาดูแลบ้านไม้อย่างเต็มตัว

บ้านอรพินท์ บ้านอรพินท์

จากบังกะโลปล่อยเช่าที่สภาพเริ่มทรุดโทรมลงไปเต็มที คุณโอจึงตัดสินใจรื้อบังกะโลทิ้ง และสร้างเป็นอาคารที่พักใหม่ โดยสร้างอาคารบนพื้นฐานของสถาปัตยกรรมสมัยปัจจุบัน แต่ยังเพิ่มเติมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้อาคารนี้ยังมีความเป็นอาคารแบบล้านนา ไม่ให้ผิดแผกไปจากบ้านไม้ ซึ่งเป็นไฮไลต์ของบ้านอรพินท์ เฮอร์ริเทจฯ

“เนื่องจากผมเป็นวิศวกรในการสร้างเอง หลักการออกแบบอาคารต่างๆ คือเราจะรักษาต้นลำไยใหญ่ของบ้านเดิมไว้ ซึ่งปลูกตั้งแต่สร้างบ้านเมื่อร้อยปีก่อน เราไม่ตัดทิ้ง ไม่รื้อออก ฉะนั้น ตัวอาคารใหม่จึงถูกสร้างท่ามกลางต้นไม้ ใช้โครงสร้างสมัยใหม่ แต่ด้านบนก็จะเป็นฝาไม้ กระเบื้องดินขอล้านนา เพื่อให้ล้อไปกับสถาปัตยกรรมของบ้านเดิม”

บ้านอรพินท์ บ้านอรพินท์

หลายปีต่อมา มีการสร้างอาคารที่พักเพิ่มอีก 2 อาคาร โดยใช้แนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียล ให้มีความสอดคล้องกับอาคารที่พักหลังแรกและบ้านไม้เดิม

ถึงแม้ว่าการท่องเที่ยวในเชียงใหม่อาจซบเซาลงไปบ้าง แต่ยอดจองห้องพักของบ้านอรพินท์ เฮอร์ริเทจฯ ยังคงคึกคักและมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการตลอดทั้งปี

ฉันคิดว่าผู้คนน่าจะติดใจในความเป็นบ้านเก่าและบรรยากาศเฉพาะตัวของที่นี่

บ้านอรพินท์ บ้านอรพินท์

หมั่นคอยดูแล และรักษา (บ้านใน) ดวงใจ

ในด้านสถาปัตยกรรม บ้านไม้เก่าของบ้านอรพินท์ เฮอร์ริเทจฯ ได้รับรางวัลอาคารดีเด่น ประเภทอาคารร่วมสมัย โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ เมื่อปี 2549 และส่วนเกสต์เฮาส์ยังได้รับการยอมรับจากเว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งให้เป็นที่พักที่นักท่องเที่ยวต้องมาเข้าพักของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย

โชคดีที่บ้านหลังนี้ของคุณตาแดงไม่ได้ถูกปล่อยทิ้งร้างเอาไว้ อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาบ้านอยู่ตลอดอายุขัย ทำให้บ้านหลังนี้ไม่ได้ทรุดโทรมมากนัก

แต่บ้านอายุร้อยกว่าปียังต้องการการดูแลและซ่อมบำรุงอย่างดี เพื่อให้บ้านหลังนี้ยังคงอยู่ต่อไป

“ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อมา จริงๆ คุณพ่อแทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของบ้านเลย ท่านแค่ซ่อมแซมส่วนที่ผุพังบ้าง ทาสีใหม่ เดินไฟใหม่ มีการทำห้องน้ำข้างบนสำหรับคนอายุมาก ส่วนรุ่นของผมก็แค่มีการทาสีเรื่อยๆ ประมาณ 4 ครั้งนับแต่ปี 2547 แต่ปัญหาอีกอย่างที่กำลังดูแลก็คือเรื่องปลวกครับ เพราะว่าแต่ก่อนนี้ไม่มีปลวกหรือแมลงเลย แต่เนื่องจากว่าไม้สักอาจจะหมดอายุ ตอนนี้ก็เลยต้องป้องกันพวกปลวกเยอะหน่อย เพราะเราอยากจะรักษาทุกอย่างในบ้านหลังนี้ให้คงเดิมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” คุณโอกล่าว

บ้านอรพินท์ บ้านอรพินท์

ระหว่างที่คุณโอพาฉันเยี่ยมชมบ้านไม้และที่พักโดยรอบ สิ่งหนึ่งที่ฉันเห็นจากนักท่องเที่ยวคือ รอยยิ้ม และท่าทีผ่อนคลายของพวกเขาเมื่อนั่งทานอาหารอยู่ตรงชานบ้าน หรือยืนสูดอากาศเข้าจนเต็มปอดในพื้นที่สีเขียวของเกสต์เฮาส์

ในขณะเดียวกัน ฉันเห็นแววตาของคุณโอที่เต็มไปด้วยความสุข ที่เขาได้เล่าเรื่อง ‘บ้าน’ ของเขาให้ฉันฟัง

ใครสักคนบอกฉันว่า ที่พักที่ดีไม่ใช่เพียงมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ต้องมีบรรยากาศที่ดีที่ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

ฉันคิดว่าบ้านอรพินท์ เฮอร์ริเทจฯ ทำสำเร็จในทุกมิติ

ทั้งการเป็นที่พักที่ดี และบ้านที่อบอุ่นให้แก่สมาชิกใหม่ของบ้านหลังนี้ ซึ่งหมายถึงผู้เข้าพักทุกคน

บ้านอรพินท์ เฮอร์ริเทจ Bed & Breakfast

150 ถนนเจริญราษฎร์ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ 50000
โทร 0823910405, 053243677
www.baanorapin.com

Writer

Avatar

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

Avatar

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

Re-Place

เบื้องหลังการรีโนเวตอาคารเก่า

เครื่องมือบันทึกความทรงจำของบางคนอาจเป็นหน้ากระดาษ รูปถ่าย ภาพวาด หรือแม้กระทั่งการจรดตัวอักษรบนโลกโซเชียลมีเดีย แต่สำหรับครอบครัวอัสสกุล พวกเขาเลือกบันทึกเรื่องราวที่ผูกพันไว้ในสถาปัตยกรรม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านสำหรับสมาชิกครอบครัว 50 กว่าชีวิต ออฟฟิศ และกิจการค้าขาย กระทั่งได้หวนกลับมาอีกครั้งในฐานะ ‘บ้าน’ ที่เปิดต้อนรับการจดจำครั้งใหม่ในอีกหลายรูปแบบ

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

‘บ้าน’ ที่กล่าวถึงคือ ‘บ้านตรอกถั่วงอก’ อาคารพาณิชย์ขนาด 5 คูหา ตั้งชื่อเรียกตามย่านในถนนสันติภาพ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเมื่อไร่เรียงอายุย้อนไปราว 1 ศตวรรษ คุณอาจเคยรู้จักที่นี่ในชื่อ ห้างทองเบ๊ลี่แซ ซึ่งถ้าทัน ยุค 2490 ไม่มีใครไม่เคยได้ยิน สารคดีปล้นเบ๊ลี่แซ ของ สมบูรณ์ วิริยะสิริ ที่กลายเป็นภาพยนตร์ดัง ศาสนารักของนางโจร (2493) หรือที่ทำการบริษัทไทยสมุทรประกันชีวิตในอีก 50 ปีให้หลัง ตามคำบอกเล่าของ ซัน อัสสกุล ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้รับอาสาพาเราสำรวจอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของพื้นที่ที่ตั้งใจสนับสนุนแพสชัน แรงบันดาลใจ และคอมมูนิตี้ของเหล่าคนทำงานสร้างสรรค์แห่งนี้

01

“เราไม่สร้างคำนิยามว่าคืออะไร
“ถ้าให้พูดตามตรง เราไม่อธิบายมันดีกว่า”

ซันเริ่มต้นพูดถึงตึกแถว 5 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นเหตุผลแแรกให้คุณพ่อ (กีรติ อัสสกุล) อยากชุบชีวิตบ้านที่ทรุดโทรมผ่านการเวลาสู่บันทึกที่มาที่ไปของตระกูลไว้ย้ำความทรงจำครอบครัว และเหตุผลลำดับที่สองให้ทุกคนกลับมารวมตัวกัน ในสถานที่ไหว้บรรพบุรุษ แต่ไหน ๆ ต้องรีโนเวตทั้งที ถ้าทำให้สวยน่าอยู่เพียงชั้นเดียว อีกไม่นานคงกลับสู่สภาพเดิม เพราะไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็นกิจจะลักษณะ จึงเป็นเหตุผลลำดับที่ 3 ให้สี่พี่น้อง วินด์ ซัน แซนด์ และ ซี อัสสกุล ช่วยกันคิดโปรเจกต์พัฒนาบ้านหลังนี้ผ่านโจทย์การอยู่ได้ในระยะยาวของอาคาร เคารพสิ่งที่มีอยู่และเป็นสิ่งที่ทุกคนสนใจร่วมกัน 

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

หลังจากใช้เวลาคิดอยู่นาน บูทีกโฮเทล ร้านอาหาร บาร์ หรือธุรกิจบริการต่าง ๆ ที่จัดการบริหารด้วยตัวเองเป็นอันต้องปัดตก เพราะเหล่าพี่น้องลงความเห็นกันว่า อยากทำครีเอทีฟสตาร์ทอัพ

“เรามีธีมชัดเจนว่าจะซัพพอร์ตคนที่มาทำงานด้วย เชื่อในสิ่งที่เขาทำและต้องเชื่อมโยงกับเรา” 

หากถอยกลับไปมองย่านเยาวราช แทบทั้งเส้นประกอบด้วยตึกแถว แต่สเปซที่ใหญ่พอให้สร้างคอมมูนิตี้สักอย่างหนึ่งได้น้อยมากจนแทบไม่มี ดังนั้น พื้นที่ทั้ง 4 ชั้นที่เหลือจึงออกแบบให้โล่งกว้างที่สุด ยึดจากแปลนเดิมที่เป็นตึกแถวตอนลึก มีคอร์ตยาร์ตตรงกลางแบ่งเป็น 2 ฝั่ง โดยชั้น 1 3 และ 4 เป็นห้องขนาดใหญ่ราว 120 ตารางเมตร และฝั่งด้านหลังราว 31 ตารางเมตร ให้หมุนเวียนจัดนิทรรศการ หรือให้เช่าสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการพบปะ ต่อยอดแพสชัน และมีเพียงชั้น 2 ชั้นเดียวที่วางระบบครัวเอาไว้

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

02

“การไม่อธิบายอย่างชัดเจนว่าตึกนี้มีไว้ทำอะไร
“ทำให้สถานที่ดูน่าสนใจและคนรู้สึกว่ามีสิ่งใหม่ตลอด”

ที่ผ่านมาบ้านตรอกถั่วงอกเคยจัดงาน Ghost 2565: อยู่ยังไงให้ไม่ตาย ของ Ghost Foundation ก่อตั้งโดย กรกฤต อรุณานนท์ชัย เป็นการการฉาย Video Installations ว่าด้วยเรื่องจิตวิญญาณ วัฒนธรรม สังคม บริบทพื้นที่ และองค์ประกอบจากอดีตที่หวนกลับมาใหม่ในความทรงจำ ผ่านรากแนวคิดแบบหลอนวิทยา (Hauntology) เมื่อจัดในย่านคนจีนเยาวราชและบ้านเก่า จึงมีมิติอาหารผ่านกระทะว็อกที่ Wendy’s Wok World มาเสิร์ฟ Chef’s Table โดยมีผู้คนรอบย่านมารับหน้าที่พนักงาน และร่วมกับ Na Projects กลุ่มคนทำงานเพื่อสังคมที่ใช้อาหารสนับสนุนการศึกษาด้านอาชีพแก่เยาวชนในกลุ่มเสี่ยงรวมถึงผู้ลี้ภัยด้วย

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

นอกจากนิทรรศการศิลปะ เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม บ้านตรอกถั่วงอกเคยเปิดบ้านเป็น Pop-up Living Room เป็นระยะเวลา 4 วันให้กับ Soho House คลับเฮาส์สำหรับคนแวดวงศิลปะและครีเอทีฟ ที่กำลังจะเปิดตัวในย่านสุขุมวิท 31 งานนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างคอมมูนิตี้และประสบการณ์การรับรู้แนวใหม่กับแบรนด์ รวมถึงงานดินเนอร์ส่วนตัวที่เล่าตัวตนผ่านเมนูของแบรนด์ LOUIS VUITTON และงานเปิดตัวเครื่องเพชรแบรนด์ไทย Premiera ส่วนงานล่าสุด คือ Dinner + Sing Song ที่กลับมาคอลแลบกับ Na Projects อีกครั้ง หลังจากทานข้าวเสร็จก็สนุกไปกับการร้องคาราโอเกะในอีกห้องหนึ่งของบ้าน

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

แม้งานทั้งหมดที่ผ่านมายังมีไม่มาก เพราะเพิ่งพร้อมเปิดบ้านได้ไม่นาน แต่ก็ไม่น้อยไปสำหรับตัวอย่างการสร้างสรรค์ของสเปซใหม่ ๆ ในแบบที่ทายาทหนุ่มอยากเห็นและอยากให้เป็น

“ผมว่าคนมาที่นี่เขาอยากเชื่อมโยงกันด้วยแรงบันดาลใจมากกว่า ซึ่งหายากนะ แต่การจะอธิบายว่า ให้เขามาดื่ม มาทานอาหาร มาทำธุรกิจที่นี่ ดูจะกลายเป็นการเจาะจงว่าตึกนี้ทำหน้าที่อะไรหรือทำกำไรเพียงอย่างเดียว จริง ๆ ที่ผ่านมา สิ่งที่เราทำก็ได้กำไรบ้าง ไม่ได้กำไรบ้าง และการที่สเปซอยู่ระหว่างการทำกำไรและไม่ทำกำไร มันคือโอกาสในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่มาเยือน 

“ทุกคนที่มาจัดงานหรือมาทำธุรกิจ ผมรู้สึกว่าเขามาด้วยใจ ส่วนคนมาเยี่ยมชม เขาอาจมาดูงานศิลปะ แต่ในที่สุด เขาจะรู้สึกถึงแพสชันของคนจัด แพสชันของผมซึ่งสร้างสถานที่แบบนี้ขึ้นมา ผมว่าที่นี่มีเรื่องเล่าที่ลึกกว่าแค่อาหาร เครื่องดื่ม หรือบรรยากาศ” เจ้าบ้านขมวดเหตุผลที่ไม่นิยามตัวเอง

03

“เราพยายามหาบาลานซ์หรือองค์ประกอบ
“ที่เป็นความทรงจำของตึกนี้สำหรับทุกคน”

นอกจากข้อจำกัดเรื่องโครงสร้างที่ผุพังมากเพราะปิดไว้ไม่ได้ใช้งานราว 50 ปี เสาบางต้นแยกตัวออกจากการรับน้ำหนัก จึงต้องแก้ด้วยการลงเสาเข็มใหม่ ซันเล่าว่าความท้าท้ายในการการรีโนเวตอาคารเก่า คือการไม่พยายามทำอะไรมากเกินไป บาลานซ์เอาของใหม่ไปใส่ แล้วก็ดูแลรักษาของเก่า

ตัวอาคารไม่ปรากฏชัดว่าเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่มีความงามตามสมัยนิยม ณ ขณะนั้น โดยสร้างตามแบบแผนของชาวจีนโพ้นทะเล ให้เป็นที่พักอาศัยร่วมกับการค้าขาย หรือ ‘บ้านร้านค้า’ (Shophouse) ที่ผสานความเป็นจีนและตะวันตกเข้าด้วยกัน เสริมความอู่ฟู่ด้วยการประดับตกแต่งเสา-บันไดด้วยงานปูนปั้นแบบกรีกและโรมัน ใช้กระเบื้องสไตล์เพอรานากัน ลวดลายเรขาคณิตเรียงต่อกัน มีสีสันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงประตูและหน้าต่างไม้ฝีมือช่างท้องถิ่นที่ผ่านกาลเวลามาพร้อมกัน

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

การรีโนเวตเพื่อให้เป็นพื้นที่ให้เช่า ต้องยอมแลกความงดงามบางอย่างกับฟังก์ชัน เพื่อบันทึกสภาพเดิมของตึกไว้ให้ได้มากที่สุด ซันเล่าว่าพี่ชายของเขาชักชวนให้ Vernadoc มาบันทึกทั้งตึกผ่าน Vernacular Drawing เพื่อเก็บแปลนเก่าและรายละเอียดความทรงจำต่าง ๆ ที่อาจตกหล่นระหว่างทางเอาไว้

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช
ภาพ : VERNADOC THIALAND

ร่องรอยต่อของอดีตที่อยากเก็บไว้ บวกกับการเติมของใหม่เข้ามาเพื่อการใช้งานเชิงฟังก์ชันนี้เอง ทำให้พวกเขาใช้เวลาถึง 5 ปีในการรีโนเวตทุกส่วนอย่างประณีต งานที่ใช้เวลานานคือพวกโครงสร้าง เพื่อให้มั่นใจแข็งแรง และวางระบบต่าง ๆ พร้อมรองรับการใช้งาน ด้วยความที่เคยเป็นตึกแถว 5 คูหา ผ่านการเป็นออฟฟิศของบริษัทไทยสมุทรประกันชีวิตมาแล้ว 1 ชั่วรุ่น จึงมาพร้อมกับกำแพงปูนกั้นแบ่งชั้น แบ่งห้องครบครัน ทำให้พื้นที่ด้านในมืดทึบ ระหว่างคอร์ตยาร์ดเต็มไปด้วยคอมเพรสเซอร์แอร์จนแทบมองไม่เห็นพื้น เขาเลือกแทนที่ความแข็งกร้าวของผนังเหล่านั้นด้วยการกรุกระจกใส เพื่อเปิดโล่งและนำแสงสว่างเข้าสู่พื้นที่ให้มากที่สุด แต่ไม่ลืมรักษาคาแรกเตอร์ของบ้านด้วยการวางประตูหน้าต่างและส่วนที่เป็นโครงสร้างไม้ไว้ในจุดเดิมทั้งหมด อีกนัยสำคัญคือการยึดโยงความเก่าและใหม่ที่ว่า ส่วนข้อดีของการกรุกระจกยังทำให้ผู้คนในแต่ละชั้นเห็นการเคลื่อนไหวของกันและกัน สร้างชีวิตชีวาให้กับพื้นที่มากขึ้น

บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช
บ้านตรอกถั่วงอก : พื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ในตึกแถวอายุ 100 ปีย่านเยาวราช

แม้พื้นชั้นอื่น ๆ จะเป็นของเดิม แต่มีชั้นหนึ่งที่ทำขึ้นใหม่ โดยเลือกใช้กระเบื้องที่ตัดลายเดียวกับข้างบนออกมาเป็นชิ้น ๆ และนำมาประกอบกัน เพื่อให้เหมือนเงาสะท้อนจากกระเบื้องด้านบน

มีของบางอย่างที่จำเป็นต้องรื้อออกเพื่อขยายพื้นที่ อย่างช่องบันไดระหว่างชั้น 2-3 ก็นำลูกตั้งและลูกนอนมาเก็บไว้แทนที่ช่องพื้นที่ปิดไป หรือกะเทาะกำแพงออกเพื่อสร้างทางเดินเชื่อมรอบบ้าน ที่ไม่ได้ปิดผิวให้เรียบเนียนเสียทีเดียว ยังคงเผยในเห็นร่องรอยวัสดุเดิมเพื่อบอกว่าที่ตรงนี้เคยเป็นอย่างไรมาก่อน

ปัดฝุ่นบ้านเก่าย่านตรอกถั่วงอก เป็นพื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการบันทึกรอยต่อความทรงจำเก่าและใหม่ให้ทุกคน

“ตึกในสภาพเดิมสวยอยู่แล้ว เป็นอาคารพาณิชย์ทั่วไป มีการก่อสร้างที่หาไม่ได้แล้วในวันนี้ อีกเรื่องหนึ่งคือกาลเวลา เวลาผ่านไป ทำให้สภาพทุกอย่างมีความเก่าที่ยังคงความสวยงาม”

หากมองอย่างพินิจพิเคราะห์บ้านหลังนี้มีจุดน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ สิ่งที่ควรจะเป็นเส้นตรงในบ้านหลังนี้ส่วนมากเป็นเส้นเฉียง และไม่อยู่ในเส้นกริด อย่างคอร์ตยาร์ดที่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู เสา คานที่วางเฉียง อาจจะด้วยลักษณะที่ดิน บวกกับการก่อนสร้างสมัยก่อนที่ไม่ได้มีเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อทำให้ทุกอย่างเป๊ะ นี่เองเป็นเสน่ห์ที่ทำให้อาคารมีความจริงชัดในความทรงจำ และยังมีอีกหลายคาแรกเตอร์ที่เก็บไว้ ไม่ใช่เพราะแค่เกี่ยวข้องกับความทรงจำเจ้าของบ้าน แต่เป็นใครสักคนที่เคยมาที่นี่

ปัดฝุ่นบ้านเก่าย่านตรอกถั่วงอก เป็นพื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการบันทึกรอยต่อความทรงจำเก่าและใหม่ให้ทุกคน

“ถ้าลงไปชั้น 4 จะเห็นรอยไหม้ที่พื้นกระเบื้องตรงระเบียง เราไม่ได้เปลี่ยนมัน เพราะว่าเป็นจุดที่เราเผากระดาษกงเต็กทุกครั้งที่มาไหว้ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่เรามีต่อที่นี่ หรือแม้กระทั่งสี เราเพิ่งมาทราบในช่วงนี้ว่ามันเป็นสีเขียว เพราะเมื่อก่อนเห็นเป็นสีน้ำตาลหนา ๆ ช่างที่มาขัดเขาเอากระจกไปเก็บ และเห็นตรงรอยต่อว่าเป็นสีเขียว เราเลยขอให้เขาขัดสีเคลือบข้างนอกออก เพื่อให้เป็นสีแรก ซึ่งอันนี้ไม่ได้อยู่ในความทรงจำเราเลยนะ แต่เราว่ามันเกี่ยวข้องกับความทรงจำของคนอื่น

“สิ่งที่เราชอบเห็นมากคือเวลาที่มีคุณปู่ คุณตา หรือมีแขกที่มางานเขาไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย แล้วไม่ร้องไห้ก็ช็อก เพราะเขาจำได้ว่าเคยวิ่งเล่น เคยอยู่ที่นี่ หรือว่ามีความทรงจำกับที่นี่ แล้วเขาก็บอกว่า เออ สีของประตูมันเคยเป็นแบบนี้เลย พื้นยังไม่ได้เปลี่ยน หรือบันไดตรงกลางระหว่างชั้นหนึ่งและชั้นสองก็เป็นบันไดเดิมเลยนะ แคบ ๆ เดินได้ทีละคน” ซันแบ่งปันความทรงจำของคนอื่นให้เราฟัง

ปัดฝุ่นบ้านเก่าย่านตรอกถั่วงอก เป็นพื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการบันทึกรอยต่อความทรงจำเก่าและใหม่ให้ทุกคน

ความท้าทายสุดท้ายที่ซันบอกว่ายากพอ ๆ กับเรื่องโครงสร้าง คือการสื่อสารรายละเอียดในเรื่องสี เพราะอย่างที่บอกว่าไม่ได้อยู่ในความทรงจำของเขา รวมถึงช่างเองก็ด้วย

“มีอยู่วันหนึ่งเราไม่ได้เข้ามาดูหน้างาน ช่างอาจจะคิดว่าหน้าต่างไม้สีนี้มันเก่า ดูไม่สวย เขาเลยขัดออกเกือบหมด เหลืออยู่หนึ่งบาน แต่ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของสตอรี่ที่นี่ไปแล้ว”

เขาเล่าพลางพาเดินไปดูหน้าต่างบานสุดท้ายของชั้น 3 ที่ยังหลงเหลือสีเดิมให้เห็น

ปัดฝุ่นบ้านเก่าย่านตรอกถั่วงอก เป็นพื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการบันทึกรอยต่อความทรงจำเก่าและใหม่ให้ทุกคน

04

“ตึกมีชีวิต มีจิตวิญญาน
“ถ้าเราทำสิ่งที่ดีต่อสเปซ เรารู้สึกว่าตึกเองก็แฮปปี้”

ในอนาคตซันวางแผนว่าอยากให้ที่นี่เป็นการทดลองเพื่อมองหาผู้เช่าในระยะยาว พร้อมกับการทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายให้คนมาโดยตั้งใจ ชั้นแรกอาจเป็นคาเฟ่ ชั้นที่ 2 เป็นร้านอาหาร ส่วนชั้น 3-4 เป็นบาร์ ส่วนพื้นที่ชั้นอื่น ๆ ก็จัดนิทรรศการแบบหมุนเวียน เพื่อให้มีคนมาใช้งานตึกให้คึกคักอยู่ตลอด

“ความแตกต่างระหว่างตึกแถวอื่นกับที่นี่ คือคอมมูนิตี้ เพราะเรามีหลายชั้น หลายสเปซ เขาได้ดูนิทรรศการ อยากกินกาแฟก็กินกาแฟได้ หรือมาดินเนอร์ที่นี่แล้วขึ้นไปดื่มต่อข้างบนก็ได้

“ผมว่าตรงนี้มันทำให้คอนเซปต์ของตัวตึกและคอนเซปต์ของแต่ละเจ้าที่จะมาเช่าในตึกนี้มันแข็งแรงขึ้น และการที่มีหลาย ๆ เจ้าในตึกเดียวกัน ผมมองว่ามันเป็นการซัพพอร์ตกันและกัน” 

เราใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการสำรวจอาคาร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกเรื่องราวไม่ให้ตกหล่น ก่อนร่ำลากันในบ่ายแก่ ๆ

บางครั้งในแง่บริบทของเมืองเราอาจให้ความสนใจต่อสิ่งปลูกสร้างที่มีประวัติศาสตร์สำคัญ โดยอาจหลงลืมความเป็นพื้นถิ่น หรือจุดเล็กน้อยที่สุดท้ายจะประกอบกันเป็นบริบทใหญ่ และในแง่ของการขับเคลื่อนเมืองอย่างสร้างสรรค์ เราหวังว่าเรื่องราวของบ้านตรอกถั่วงอก จะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาพื้นที่เล็ก ๆ ที่เติบโตอย่างเป็นมิตรกับย่านเก่า ผู้คน และมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการรักษาคุณค่าของอาคารเก่ากับการต่อยอดไปตามยุคสมัยได้ไม่มากก็น้อย

ปัดฝุ่นบ้านเก่าย่านตรอกถั่วงอก เป็นพื้นที่แล้วแต่จะสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการบันทึกรอยต่อความทรงจำเก่าและใหม่ให้ทุกคน

บ้านตรอกถั่วงอก

ที่ตั้ง : 306 ถนนสันติภาพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

เว็บไซต์ : www.baantrok.com

Instagram : baantrok

Writer

Avatar

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load