ผมเพิ่งเดินทางไปเที่ยวที่ไต้หวันเป็นระยะเวลาสั้นๆ เมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ก็เคยไปมาบ้างสองสามครั้ง จะเรียกว่าชอบหรือถูกชะตากับไต้หวันก็คงพอได้

นอกจากที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่างๆ ที่ถือว่าโดดเด่นมากของไต้หวันแล้ว ผมมักสังเกตเห็นว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่แทบทุกเมืองใหญ่ๆ ของไต้หวันจะมี เวลาหาข้อมูลถึงสิ่งนี้ในเว็บไซต์การท่องเที่ยวก็มักมีคนมาให้ความเห็นในทางบวกเสมอ

ขอสารภาพเลยว่าทีแรกก็รู้สึกเหยียดนิดๆ ว่ามันช่างเป็นที่ของนักท่องเที่ยวซะจริงๆ แต่พอได้ลองไปก็พบว่าสนุกและประทับใจมากๆ ก็จะมีที่ไหนอีกที่เป็นทั้งที่ท่องเที่ยวของชาวต่างชาติเช่นเรา ที่ท่องเที่ยวของคนไต้หวัน ที่แฮงเอาต์ของวัยรุ่น และยังเป็นที่ถ่ายรูปสุดฮิตของครอบครัว เรียกว่าเราจะเจอคนทุกเพศทุกวัยอยู่ที่นี่ครบหมด

ที่แห่งนี้คือ Creative Park นั่นเอง

Creative Park Taiwan Creative Park

ขึ้นชื่อว่าเป็น Creative Park หน้าที่ของมันก็เป็นทั้งสองอย่างตามชื่อจริงๆ นั่นคือเป็นทั้งสวนสาธารณะและสถานที่รองรับความคิดสร้างสรรค์ให้กับทุกคน ส่วนประกอบของ Creative Park นี้มีพื้นที่สีเขียว พื้นที่ตรงกลางสำหรับจัดแสดงดนตรี การแสดงต่างๆ รวมถึงสตรีทโชว์ อาคารสำหรับจัดนิทรรศการ โรงละคร ห้องซ้อมสำหรับศิลปิน ห้องเวิร์กช็อป ร้านค้าของนักออกแบบท้องถิ่น ร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม กราฟิตี้ และสิ่งสุดท้ายก็คือจุดถ่ายรูปต่างๆ มากมาย ซึ่งในยุคแห่งการแชะ แชร์ โชว์ นั้นนี่น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนมาสวนแห่งนี้กันอย่างมากมายล้นหลาม

การเกิดขึ้นของ Creative Park นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการสนับสนุนของทางภาครัฐ โดยกระทรวงวัฒนธรรมของไต้หวันอยากสร้างสถานที่เพื่อพักผ่อนแก่ประชาชน และสร้างพื้นที่ปล่อยของให้กับเหล่าศิลปิน ช่างฝีมือ นักดนตรี และเหล่านักออกแบบ ให้มีที่ทางของตัวเอง เพราะมองเห็นถึงพลังของความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเหมือน Soft Power ซึ่งนำไปพัฒนาประเทศได้

ไตหวัน Creative Park Creative Park Taiwan Creative Park

ผสมกับนิสัยประหยัดที่ชอบหยิบจับเอาของเก่ามาใช้งานใหม่ของชาตินี้ กระทรวงวัฒนธรรมเลยเลือกใช้โรงงานไวน์เก่าที่ตั้งมาตั้งแต่สมัยยุคอาณานิคมญี่ปุ่นซึ่งปิดทิ้งร้างมาปัดฝุ่น กลายเป็น Creative Park แห่งแรกของประเทศ (ตอนนี้คือ Huashan 1914 Creative Park) ตั้งแต่ปี 1999 หรือเกือบๆ 20 ปีมาแล้ว!

และเมื่อผลตอบรับออกมาค่อนข้างดี ทางกระทรวงวัฒนธรรมของไต้หวันเลยขยายแฟรนไชส์ Creative Park ให้ออกไปในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ปัจจุบันนี้ก็มีที่เมืองไทเป ไทจง ฮัวเหลียน ไทหนาน เจียอี้ ทั้งหมด 5 เมืองที่มีสิ่งนี้อยู่

แต่เรื่องมันยังไม่จบเพียงเท่านี้ครับ อย่างที่บอกไปว่าด้วยผลตอบรับที่ค่อนข้างดีมาก ทางรัฐบาลท้องถิ่นของหลายเมือง เช่น ไทเป ไทหนาน ไทจง เกาสง ก็เลยพัฒนา Creative Park ของตัวเองเพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกเพิ่มขึ้นอีกทางนึงด้วย

Creative Park Creative Park Taiwan Creative Park Creative Park

เออ เอาเข้าไป อย่างไทเปก็หยิบเอาโรงงานบุหรี่เก่ามาปรับปรุงเป็น Songshan Cultural Park ไทหนานก็มีการหยิบเอาบ้านร้างมาทำเป็น Blueprint Culture & Creative Park หรืออย่างโกดังริมแม่น้ำเก่าสมัยยุคญี่ปุ่นของเมืองเกาสงก็ถูกพัฒนากลายเป็น Pier 2 Arts Center นอกจากนี้แล้ว ทางฝั่งเอกชนก็มีการพัฒนาทำ Creative Park เล็กๆ ขึ้นมาอีกทางนึงด้วย โดยกระจายไปอยู่หลายที่ในไต้หวัน

ตอนไปเดินใน Creative Park เหล่านี้ ผมเห็นความสนใจและใส่ใจในงานศิลปะของคนที่นี่อย่างชัดเจน จึงไม่แปลกใจที่เรามักจะเห็นการต่อคิวยาวมากเพื่อซื้อตั๋วราคาสูงเข้าชมนิทรรศการ พื้นที่แสดงดนตรีก็มีวัยรุ่นมาเล่นกันอยู่แทบจะทั้งวัน การแสดงรูปแบบต่างๆ ก็มักได้รับความสนใจจากคนดูเสมอ

อาจเพราะงานศิลปะทั้งหลายที่มาจัดแสดงไว้ใน Creative Park ถูกย่อยให้เสพง่ายและสนุก ผสมกับจุดถ่ายรูปมากมายและกราฟิตี้ที่อยู่แทบจะทุกมุมของสวน เหมือนหยิบจับเอางานศิลปะมาวางไว้ใกล้ตัวเรา ไม่ใช่วางอยู่เป็นหอคอยงาช้างแสนหรูหราห่างไกลจากชีวิตจริง

Creative Park Creative Park Creative Park Taiwan Public Space

แล้วเมื่อมันสนุก เราก็สนิทใจที่จะอยู่ด้วย เมื่ออยู่ด้วยกันบ่อย เราก็ค่อยๆ ซึมซาบรับเอาไว้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา จากนั้นมันก็จะค่อยๆ ถูกส่งต่อไปยังคนอื่นในครอบครัวอย่างลูกหลาน เด็กๆ ที่ได้เล่นอยู่กับงานศิลปะมาตั้งแต่เล็ก พอโตขึ้นมาพวกเขาก็จะชอบและรักในงานศิลปะ

คนที่มีความสามารถด้านการสร้างสรรค์ก็จะมองเห็นอนาคตของอาชีพตัวเองและกล้าประกอบอาชีพนั้น คนชอบเต้นก็เป็นนักเต้นได้ นักออกแบบกราฟิกอาจไม่จำเป็นต้องออกแบบแต่นามบัตร นักเขียนการ์ตูนก็มีนิทรรศการใหญ่โตมีคนยอมรับได้ไม่ต่างจากศิลปินอื่นๆ เมื่อเป็นแบบนี้เราก็จะได้คนรุ่นใหม่ซึ่งประกอบอาชีพที่ตัวเองรัก มีความถนัด และภาคภูมิใจกับงานได้

ผมพยายามหาตัวเลขที่เชื่อมโยงระดับความคิดสร้างสรรค์ของคนกับจำนวน Creative Park แบบนี้ว่ามีความสัมพันธ์กันแบบไหน การมีพื้นที่สาธารณะแบบนี้เพื่มขึ้นช่วยให้คนไต้หวันสร้างสรรค์มากขึ้นรึเปล่า แต่ไม่ว่าจะหาตัวเลขยังไงก็ไม่สามารถจะหาได้ (ก็แหงล่ะ…มันวัดได้ที่ไหนกัน)

แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจะพออ้างอิงได้ก็คือ ไต้หวันยังคงมีแบรนด์สินค้าและบริการของตัวเองที่ยังคงแข่งขันกับคู่แข่งคนอื่นๆ ในตลาดโลกยุคที่ไม่มีใครกดต้นทุนให้ถูกไปกว่าจีนได้อีกต่อไปแล้วได้อย่างสง่างาม

นี่จึงพิสูจน์ว่าความคิดสร้างสรรค์ต่างหากคือสิ่งที่ทำให้สินค้าและบริการต่างๆ นั้นแตกต่างและคงอยู่ในท้องตลาดได้ต่อไป ซึ่งปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดสิ่งนี้ได้ก็คือ คนรุ่นใหม่ที่มีหัวสร้างสรรค์เหล่านี้ไงล่ะ

อาคารรกร้างอาจจะเป็นของไร้ประโยชน์สำหรับบางเมือง แต่สำหรับไต้หวันแล้ว พวกเขาเลือกใช้ความคิดสร้างสรรค์เปลี่ยนมันให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเอื้อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ที่จริงก็ไม่มีชื่อไหนเหมาะกับสิ่งนี้ไปกว่า Creative Park แล้วล่ะ

Creative Park

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

สารภาพตามตรงเสียเนิ่น ๆ ผู้เขียนไม่ได้ทำการบ้านเรื่อง Englischer Garten หรือ English Garden ก่อนเดินทางไปมิวนิก และไม่คิดว่าจะเขียนอะไรทั้งสิ้นระหว่างการเดินทางไปพักร้อนในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เยอรมนี แต่เจ้าสวนเขียวใจกลางเมืองนี้มันงดงามตราตรึงใจนัก ลองนึกภาพอากาศปลอดโปร่ง ดอกไม้บานสะพรั่ง เป็ดเตาะแตะข้างลำธาร หนุ่มสาวออกมาปิกนิก ครอบครัวจูงลูกเล็กเด็กแดงและสุนัขมาเที่ยวเล่นหย่อนใจ มองไปทางไหนก็มีชีวิตชีวา พูดได้เต็มปากว่าชีพจรของเมืองเต้นตุบ ๆ อยู่ที่นี่

ตลอดช่วงเวลาที่อยู่เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย ผู้เขียนไปเดินเล่นที่ Englischer Garten ทุกวี่วัน พลังงานของพื้นที่สีเขียวดีงามเหลือล้นจนอดใจไม่ไหว คันไม้คันมือ ขอกลั่นเรื่องสวนอังกฤษแห่งมิวนิกมาเล่าสู่กันฟัง

Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก ใหญ่กว่า Central Park และมีมานานกว่า 200 ปี

สวนอังกฤษ

Englischer Garten ได้ชื่อ ‘สวนอังกฤษ’ จากสไตล์การออกแบบภูมิทัศน์ของสวน ตามแบบที่นิยมในอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 18 – 19 และกลายเป็นแฟชั่นไปทั่วยุโรป

ตัวสวนมีขนาด 3.73 ตารางกิโลเมตร เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก กว้างใหญ่กว่า Central Park ในนิวยอร์ก หรือ Hyde Park ในลอนดอนเสียอีก Englischer Garten เชื่อมต่อเมืองเก่ากับแม่น้ำอีซาร์ (Isar) ด้วยอาณาเขตตั้งแต่กลางเมืองไปจรดทิศตะวันออกเฉียงเหนือของมิวนิก เส้นทางในสวนทั้งถนน ทางม้า และทางเท้า ความยาวรวมกันกว่า 78 กิโลเมตร มีลำธารใสไหลเย็นเชี่ยวยาว 15 กิโลเมตรตัดผ่าน และมีสะพานกว่า 100 แห่ง เล่าให้เห็นภาพคือใหญ่กว่าสวนลุมพินีมากกว่า 7 เท่า 

Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก ใหญ่กว่า Central Park และมีมานานกว่า 200 ปี

การปันพื้นที่ในเมืองใหญ่มาสร้างพื้นที่สีเขียวเบิ้ม ๆ ขนาดนี้คงแทบจะเป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน เจ้าสวนอังกฤษนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1789 ปีเดียวกับการปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งเยอรมนียังไม่ได้มีขอบเขตประเทศเช่นทุกวันนี้ เวลานั้นแคว้นบาวาเรียปกครองโดยเจ้านครรัฐผู้คัดเลือก (Prince-elector) ชื่อ Charles Theodore ผู้รับชาวอังกฤษ Sir Benjamin Thompson มาเป็นเสนาธิการ (aide-de-camp) ของตน ท่านเซอร์ธอมป์สันอยู่บาวาเรีย 11 ปี ได้ทำนุบำรุงการทหารและบ้านเมืองหลายอย่าง จนภายหลังได้เลื่อนยศกลายเป็น Imperial Count Rumford หนึ่งในผลงานสำคัญของขุนนางชาวอังกฤษคนนี้คือการสร้าง Englischer Garten ถวายเจ้าชายผู้ปกครองเมือง 

สวนนี้ได้รับการออกแบบบนแนวคิดว่า เป็นสวนของชาวเมืองทั้งหมด ไม่ใช่ของสงวนสำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในสังคม เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชากรชาวมิวนิก ซึ่งในเวลานั้นมีจำนวนกว่า 40,000 คน พื้นที่กว้างมหาศาลได้รับการจัดการอย่างรวดเร็วน่าทึ่ง มีการตัดเส้นทาง สร้างสะพาน ปลูกต้นไม้สารพัด รวมถึงมีทำนบรองรับน้ำท่วมด้วย เป็นไปได้ว่าไอเดียพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชนอาจจะอยู่ในความสนใจของสังคม เพราะในช่วงเวลาเดียวกัน ดินแดนเพื่อนบ้านอย่างฝรั่งเศสมีกระแสความไม่พอใจระบอบชนชั้นสูงรุนแรง และส่งผลกระเพื่อมไปทั่วยุโรป 

สวนที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ 

ผู้รับช่วงดูแลโครงการคนต่อ ๆ มา ได้แก่ Reinhard von Werneck และ Friedrich Ludwig von Sckell ได้ปรับปรุงและขยายพื้นที่สวนจนสวยงามใหญ่โต จากสิ่งก่อสร้างช่วงในปี 1790 ที่มีแค่ Chinese Tower และ Rumford Hall บารอน Reinhard von Werneck ขยายพื้นที่สวนไปอีก 100 เฮกตาร์ เพิ่มพื้นที่ทำการเกษตร และขุดทะเลสาบ Kleinhesseloher See สุดขอบทางตอนเหนือของสวน ล้อมรอบด้วยอาคารสำหรับพักผ่อนหย่อนใจบริเวณทางเข้า มีบริการเบียร์ นม และอาหาร ตามแบบฉบับ Beer Garden ให้คนงานในสวนและคนผ่านไปผ่านมา แถมมีฟลอร์เต้นรำเสียด้วย ท่านบารอนทุ่มเทให้กับการพัฒนาสวนนี้มาก ๆ แต่เนื่องจากปัญหางบประมาณที่แพงระยับ ในที่สุดขุนนางท่านนี้จำใจต้องวางมือจากสวนนี้ไป

Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก ใหญ่กว่า Central Park และมีมานานกว่า 200 ปี

ต่อมาบิดาแห่งสวนอังกฤษในเยอรมนี Friedrich Ludwig von Sckell ซึ่งช่วยดูแลโครงการนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม ได้เข้ามาดูแลสวนอังกฤษเต็มตัว และปรับปรุงรูปแบบสวนใหม่ ทั้งพัฒนาทางเดิน เพิ่มการปลูกพืชพรรณไม้ ขยายขนาดทะเลสาบ 1.5 เท่า และจัดการเส้นทางน้ำให้เสร็จสมบูรณ์ มีการสร้างน้ำตก จน Englischer Garten กลายเป็นหนึ่งในสวนที่โดดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 19 ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นการทำการเกษตร แต่เป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ของเมืองอย่างแท้จริง 

หลังจากนั้นสวนยังได้รับการดูแลปรับปรุงดีไซน์ไปเรื่อย ๆ Carl August Sckell หลานชายของ Friedrich Ludwig von Sckell เติมเนินเขา และ Monopteros Temple หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญและจุดชมวิวบนยอดเนิน เป็นผลงานของสถาปนิก Leo von Klenze ในปี 1837 

Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก ใหญ่กว่า Central Park และมีมานานกว่า 200 ปี

แม้พื้นที่สวนและสิ่งก่อสร้างบางส่วนจะถูกทำลายด้วยระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ได้รับการฟื้นฟูดูแลขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้สวนอังกฤษยังต่อสู้กับภัยธรรมชาติหลายครั้ง ทั้งพายุโหมกระหน่ำทำลายพืชพรรณ และโรคพืช Dutch elm ที่ทำลายต้นเอล์มในสวน ในวาระครบรอบ 200 ปี Englischer Garten จึงปลูกต้นไม้ใหม่ 1500 ต้นโดยเน้นต้นเอล์มเป็นหลัก 

ปัจจุบันบาวาเรียใช้งบประมาณราว 2.5 ล้านยูโรต่อปี ในการดูแลสวนนี้ การให้ความสำคัญกับพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สีเขียว และการทำนุบำรุงโครงการอย่างสม่ำเสมอทุกยุคทุกสมัย เป็นหัวใจความสำเร็จของสวนใจกลางเมือง ซึ่งยืนหยัดสร้างความร่มรื่นและคุณภาพชีวิตแก่ชาวมิวนิกมา 200 กว่าปี 

สวนข้างวัง vs สวนป่า

Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก ใหญ่กว่า Central Park และมีมานานกว่า 200 ปี
ทำความรู้จัก Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก หนึ่งในสวนใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Hofgarten

มิวนิกไม่ได้มีแค่สวนกลางเมืองที่เดียว ขอยกตัวอย่าง Hofgarten (Court Garden) สวนใจกลางเมืองข้างพระราชวัง Residenz ซึ่งสร้างในศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันสวนนี้ได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม เชื่อมต่อกับ Englischer Garten และให้เข้าฟรี เป็นที่นิยมในหมู่ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวเพราะบรรยากาศดี แต่ Hofgarten ซึ่งขนาดกะทัดรัด ให้ความรู้สึกเป็นสวนในเมืองจริง ๆ ต้นไม้ตัดแต่งทรงเป็นแถวตามระเบียบ มีม้านั่งมากมาย ใจกลางสวนมี Diana Temple ศาลาทรงโดม ซึ่งใช้เป็นที่จัดแสดงดนตรีหลากหลาย รวมถึงเป็นที่ฝึกเต้นรำจำพวกซัลซ่า สวิง ฯลฯ ส่วนทางเดินกว้างเลียบริม Residenz ก็เป็นที่เล่นเปตองหรือกีฬาง่าย ๆ 

ทำความรู้จัก Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก หนึ่งในสวนใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ทำความรู้จัก Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก หนึ่งในสวนใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Hofgarten

Hofgarten ชวนให้นึกถึงสวนลุมพินีที่มองไปรอบ ๆ มองเห็นกลุ่มอาคารบ้านเมือง พฤติกรรมและกิจกรรมผู้คนค่อนข้างเรียบร้อย ขณะที่เมื่อเดินถัดออกไปนิดเดียวแล้วเลี้ยวเข้า Englischer Garten ที่ลักษณะดิบกว่า ผู้คนนั่งนอนบนพื้นหญ้าสบายใจ วัยรุ่นถอดเสื้อผ้าแช่น้ำริมธาร บ้างก็จับกลุ่มเล่นดนตรีคึกคัก ยิ่งเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ยิ่งรู้สึกเหมือนเดินอยู่เขาใหญ่หรือนครนายก เพราะบรรยากาศออกไปทางแคมป์ปิ้ง จนลืมไปเลยว่าอยู่ในเมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย

Friedrich Ludwig von Sckell ภูมิสถาปนิกเอกแห่งสวนอังกฤษนี้เคยกล่าวไว้ว่า

“Nature only creates a picture by accident, art does it intentionally” 

แม้ธรรมชาติใน Englischer Garten จะเกิดจากการออกแบบอย่างละเอียด แต่ก็จงใจให้ผู้ใช้งานรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ สวนนี้เป็นบ้านของนก 50 – 60 สปีชีส์ เม่น กระรอก กระต่ายป่า สุนัขจิ้งจอก บีเวอร์ และแมลงมากมาย การเดินหลบแม่เป็ดกับลูกน้อยริมน้ำ หรือส่องนกสารพัดเป็นเรื่องสามัญในสวนอังกฤษ ซึ่งมีผู้เยี่ยมชมกว่า 5 ล้านคนต่อปี

ทำความรู้จัก Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก หนึ่งในสวนใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ทำความรู้จัก Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก หนึ่งในสวนใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เมืองกับสวน

ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งในเมืองเศรษฐกิจใหญ่โต การรักษาสมดุลของการใช้งานพื้นที่เป็นเรื่องท้าทาย การสร้างถนนวงแหวน Isarring ในปี 1963 ผ่าสวนออกเป็น 2 `ส่วน 

ทางตอนเหนือเรียกว่า Hirschau เป็นพื้นที่สงบเงียบ หญ้ายาวและต้นไม้รกครึ้ม มีโรงละครกลางแจ้งเล็ก ๆ เหมาะกับการเดินเล่น เล่นโยคะ รำไท่เก๊ก วิ่งจ็อกกิ้ง ขี่จักรยาน พายเรือหรือถีบเรือในทะเลสาบ ไปจนถึงเฝ้ามองฝูงแกะที่อาจผ่านมาเล็มหญ้าในบางโอกาส และส่องม้าในโรงเรียนขี่ม้า ส่วนทางตอนใต้ของสวนพลุกพล่าน เต็มไปด้วยสนามหญ้ากว้าง ๆ ใช้เล่นกีฬาอย่างฟริสบี้ เตะฟุตบอล และนอนอาบแดด 

ทำความรู้จัก Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก หนึ่งในสวนใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สวนอังกฤษมีร้านอาหารหรือ Beer Garden ทั้งหมด 4 แห่ง Aumeister และ Hirschau อยู่ทางตอนเหนือ Seehaus อยู่ริมทะเลสาบ และ Chinese Tower ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กเก่าแก่ประจำสวน มี 7,000 ที่นั่ง นับเป็นหนึ่งในเบียร์การ์เด้นที่ใหญ่ที่สุดในบาวาเรีย แม้ไปเยี่ยมในช่วงปกติที่ไม่มีเทศกาลก็เห็นได้ชัดว่าคึกคัก ตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมา หอคอยจีนใช้เป็นที่จัดงานเลี้ยงเต้นรำ Kocherlball ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งชาวเมืองจะแต่งงานชุดโบราณและออกมาเต้นรำกันสนุกสนานในลานเบียร์ และช่วงคริสต์มาส หอคอยนี้ก็จะปรับมาขายของอร่อยฤดูหนาวและสินค้าคริสต์มาส 

ทำความรู้จัก Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก หนึ่งในสวนใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ทำความรู้จัก Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก หนึ่งในสวนใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จำนวนแก้วเบียร์ในเย็นวันธรรมดา
ทำความรู้จัก Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก หนึ่งในสวนใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
สนามเด็กเล่นข้างลานเบียร์

สวนนี้เคยใช้เป็นที่จัดการแข่งขันยิงธนูในโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1972 เพื่อเฉลิมฉลองการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาระดับโลก Englischer Garten จึงสร้างโรงน้ำชาญี่ปุ่นบนพื้นที่เกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของสวน ปัจจุบัน Japanese teahouse เป็นที่จัดพิธีชงชาและเทศกาลญี่ปุ่นอย่างสม่ำเสมอในเดือนกรกฎาคม

นอกจากนี้ในสวนยังมีสนามกว้าง ๆ โซนที่เรียกว่า Schönfeldwiese เป็นลานอาบแดดที่มีชื่อเสียง เพราะอนุญาตให้คนเปลือยกายอาบแดดไดในโซนนี้ตั้งแต่ยุค 60 กิจกรรมนี้ทำให้สวนอังกฤษมีชื่อระบือไกลนอกมิวนิก

ทำความรู้จัก Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก หนึ่งในสวนใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ทำความรู้จัก Englischer Garten สวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิก หนึ่งในสวนใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ปัจจุบันจุดที่ผู้คนชมชอบมุงดูที่สุดคือลำธาร Eisbach ริมถนนใกล้พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Haus de Kunst เพราะเป็นแหล่งน้ำเชี่ยวที่นักเล่นเซิร์ฟมาต่อแถวโต้คลื่นระยะสั้น ๆ กันสนุกสนาน ผู้เขียนมายืนเชียร์ร่วมกับเยอรมันมุงหลายครั้ง เพราะกิจกรรมตื่นเต้นน่ามองดีแท้ นักเล่นเซิร์ฟเก่ง ๆ กระโดดลงน้ำโครมครามอย่างไม่กลัวหนาว และทุกองค์ประกอบ Instagramable มาก ๆ บอกก่อนว่าแม้การเล่นเซิร์ฟที่นี่จะได้รับอนุญาตตั้งแต่ปี 2010 แต่บริเวณนี้ห้ามลงว่ายน้ำ เพราะว่ากระแสน้ำค่อนข้างแรง 

Englischer Garten ไม่ใช่แค่พื้นที่ที่ทำให้ประชากรได้ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังเป็นพื้นที่เปี่ยมประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒธรรม ครบครันความความบันเทิงทั้งมหรสพ ดนตรี กีฬา 

การรองรับคนมหาศาลทำให้สวนอังกฤษมีจำนวนขยะกว่า 120 ตันต่อปี ยังมีคนทิ้งขยะไม่เป็นที่ เหยียบย่ำต้นไม้ใบหญ้าปลูกใหม่ ทำลายข้าวของสิ่งก่อสร้างหรือไม่เคารพกฎบางอย่าง ถึงกระนั้น ทั้งหน่วยงานรัฐและประชาชนต่างเห็นความสำคัญของสวนใหญ่ที่มีต่อเมืองและพยายามแก้ไข ทุกครั้งที่สิ่งก่อสร้างชำรุดทรุดโทรมจนต้องปรับปรุง หรือมีปัญหารบกวนสิ่งแวดล้อมในสวนอังกฤษ ประเด็นเหล่านี้อยู่ในความสนใจของสังคมตลอดมา 

Public Space ที่รักของชาวบาวาเรียผ่านอะไรต่าง ๆ มามากมาย แต่ยังคงยืนหยัดได้อย่างสง่างาม และดูจะมีอนาคตสดใสร่มเย็นอีกยาวไกล เพราะผู้คนเข้าใจดีว่าสิ่งที่ขับเคลื่อนเมืองให้ก้าวไปข้างหน้า คือการใส่ใจพื้นที่สาธารณะซึ่งนำคุณภาพชีวิตที่ดีมาสู่ชาวเมือง

ข้อมูลจาก

en.wikipedia.org/wiki/Englischer_Garten#Surroundings

en.wikipedia.org/wiki/Hofgarten_(Munich) 

en.wikipedia.org/wiki/English_landscape_garden 

www.schloesser.bayern.de/englisch/garden/objects/mu_engl.htm www.muenchen.de/int/en/sights/parks/english-garden.html

Writer & Photographer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load